ภารกิจยั่วสวาท

ตอนที่ 14 : ใกล้ชิด...ชิดใกล้ - 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 176
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    29 พ.ย. 59

 



ทันทีที่กลับมาถึงบังกะโลที่พัก โดนมินิคก็รีบพุ่งไปที่หัวเตียง เพิ่งฉุกคิดได้ว่าเขามัวแต่เพลินกับการไปดูหมู่บ้านชาวประมงและทำผ้ามัดย้อมจนลืมโทรหาแฟนสาว ลืมกระทั่งว่าไม่ได้พกโทรศัพท์ติดตัวไปด้วย

ที่เกาะแสนดาว เหมือนกับโลกอีกโลกหนึ่งซึ่งต่างจากโลกใบเดิมของเขาที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและการแข่งขัน

ที่นี่สุขสงบ เงียบสงัด เวลาเดินช้าและแต่ละนาทีช่างมีคุณค่าและความหมายกับชีวิตและจิตใจอย่างเหลือเกิน อยู่ที่นี่เขาคิดอะไรดีๆ ออกมากมาย ได้ไอเดียใหม่ๆ การเรียนรู้วิถีชีวิตอีกแบบหนึ่ง การทำงานอีกแบบหนึ่ง และได้รู้จักผู้หญิงอีกประเภทหนึ่ง

ผู้หญิงที่ไม่ถึงกับสวยเด่นเป็นนางแบบแถวหน้า...ผู้หญิงธรรมดาที่จับต้องได้ เธอมาพร้อมกับความสุขแสนธรรมดาที่บางครั้งเขาก็มองข้ามไป

เมื่อคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ก็เห็นมิสคอลหกครั้งจากเบอร์เดียว...เบอร์โทรศัพท์ของเอลซ่า

ให้ตายเถอะ ปกติเขาไม่เคยให้มันอยู่ห่างตัวเลยเสียด้วยซ้ำ แต่เพราะความรีบเมื่อเช้า ทำให้เขาลืม และถึงมีโทรศัพท์อยู่ ก็ไม่รู้ว่าที่หมู่บ้านนั่นจะหาคลื่นสัญญาณได้หรือเปล่า?

เอลซ่าโทรศัพท์หาเขาติดตั้งหกสาย แต่พอเขาจะโทรศัพท์กลับไปเท่านั้น กลับไม่มีคลื่นสัญญาณเลยสักขีด เกาะนี้มันเป็นอะไร สัญญาณถึงได้ไม่เสถียรเลย น่าโมโหนัก

โดมินิคจำได้ว่าแถวดงมะพร้าวมีคลื่นสัญญาณจึงไม่รั้งรอรีบเดินตรงไปยังจุดนั้น พอเห็นว่ามีสัญญาณก็รีบกดโทรศัพท์หาคนรักในทันที

“คุณไปอยู่ที่ไหนมา” ปลายสายก็กดรับ แล้วแหวใส่โดยไม่ลังเล ราวกับว่านั่งเฝ้าโทรศัพท์อยู่

“ผมออกไปทำงานมา” นึกไม่ชอบใจเสียงเขียวขุ่นของอีกฝ่าย

“แล้ว...ทำ...ไม...ไม่เอา...โทรศัพท์ไปด้วย” เสียงซ่าดังเป็นคลื่นรบกวนตลอดการสนทนา

“ผมลืม” เขาตอบตามความจริง

“ลืม...ลืมงั้นหรือ?”เสียงถามแหลมปรี๊ด “คุณลืม...ของ..สำคัญอย่างนี้...ได้ยังไง?” เสียงแหวถามเอาเรื่อง

โดมินิคเกาหัวแกรกๆ จะให้ตอบว่ายังไง ก็คนมันลืมกันได้

“แล้ว...ลืม...ไปด้วยรึเปล่า...ว่าเรา...เป็นอะไรกัน?” เจ้าหล่อนทวงถาม น้ำเสียงจับอารมณ์ได้ไม่ยากว่ากำลังโมโห

โดมินิคถอนใจ ทำไมหญิงสาวถึงไม่ได้เข้าใจอะไรง่ายๆ เหมือนอินทุอรบ้างนะ

เฮ้! ดอม...ดอม...ฟัง...อยู่ หรือเปล่า?”

“ฟัง...อยู่...” เสียงของเขาอู้อี้ เพราะมีเสียงซ่าๆ แทรกเข้ามาด้วย

“อะไรนะ?” ทางฝั่งนั้นก็เหมือนกัน

โอ้ย! ถ้ามันลำบาก..อย่าง...นี้....ก็...เลิก...กัน...เถอะ”

โดมินิคตัวชา

เฮ้!...เดี๋ยวสิ...เอลซ่า...หมายความ...ว่ายังไง?” พูดจบเสียงปลายสายก็หายวับ พร้อมกับคลื่นดับ ติดต่ออีกไม่ได้

“คุณจะบอกเลิกผมทางโทรศัพท์ไม่ได้นะ” เขาโวยวายขึ้นมา และไม่ว่าจะกดโทรศัพท์กลับไปหาหญิงสาวอีกหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีสัญญาณ ร่างใหญ่เดินวนไปเวียนมาในดงมะพร้าวเหมือนกับคนบ้า เพื่อจะหาคลื่น

โธ่เว้ย!...จะบ้าตาย” เขาเกือบจะขว้างโทรศัพท์ทิ้งทีเดียว หากไม่มีเสียงทักดังมาจากข้างหลัง

“มีอะไรหรือเปล่าคะคุณดอม” โดมินิคยังอยู่ในชุดเดิม ขณะที่หญิงสาวเจ้าของบังกะโลอีกหลัง อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ผมยาวหยักสลวยยังหมาดชื้น ในชุดแส็คกระโปรงผ้ามัดย้อมแบบคล้องคอสีหวานที่ทำเอาเขาตะลึงงันไปทีเดียว

“นี่คุณยังไม่ได้อาบน้ำหรอกหรือคะ?” เธอไม่น่าถาม ใบหน้าคร้ามยังมอมแมมแถมไม่ได้อาบน้ำอาบท่าเปลี่ยนเสื้อผ้าเลย เขายังใส่เสื้อตัวที่เธอให้

“ผมกำลังหาคลื่นโทรศัพท์” พลิกโทรศัพท์ในมือให้ดู พร้อมกับยักไหล่

“ไม่ได้เลยหรือคะ?” ข้อเสียของเกาะแสนดาวก็ตรงนี้แหละที่หาคลื่นโทรศัพท์ได้ยากเย็นเหลือเกิน บางครั้งก็โทรได้ หลายครั้งก็ไม่ได้ ฝนตกฟ้าร้องอย่าไปหวัง คลื่นไม่เสถียรเอาเสียเลย

โดมินิคผงกหน้าอย่างสิ้นหวัง

“ธุระสำคัญมากหรือเปล่าคะ?” คำถามเสียงนุ่มอาทรทำให้เขาต้องเงยหน้ามามองเธอ อินทุอรช่างแตกต่างจากคนรักของเขา เธอเข้าใจทุกอย่างง่ายๆ และใจเย็นกว่า

“ก็...สำคัญทีเดียว” เพราะถ้าเขาไม่โทรศัพท์กลับไปง้อ เอลซ่าอาจจะถือคำเลิกรานั่นตัดสัมพันธ์กันเลย เวลาตั้งหลายเดือนที่เขาอยู่กับเธอ ความผูกพันมันไม่ได้ตัดกันได้ง่ายๆ และเขาก็รู้ว่าแฟนสาวแค่โกรธเท่านั้น

“งั้นเราลองขับเรือออกไปใกล้ชายฝั่งหน่อยไหมคะ น่าจะมีคลื่นมากกว่าบนเกาะนี่”

“ไปสิ” ไม่ว่าเปล่า เมื่อหันมาคว้าแขนหญิงสาว แล้วรีบกึ่งลากกึ่งจูงอินทุอรไปที่ชายหาดเพื่อขับเรือออกไปหาคลื่นสัญญาณ

สปีดโบ๊ทวิ่งออกมาไกลจากชายฝั่งของเกาะแสนดาว โดมินิคจ้องมองที่หน้าจออย่างใจจดใจจ่อ อินทุอรลอบสังเกตท่าทางของเขาอย่างสนใจใคร่รู้ กระทั่งจู่ๆ เรือก็ดับลง

ใจเธอหายวาบ รีบมองหาความผิดปกติว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมจู่ๆ เรือถึงได้ดับไปอย่างนี้

“มีสัญญาณแล้ว” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างยินดีแล้วรีบกดโทรออกทันที         “ฮัลโลเอลซ่า ฟังผมก่อนนะ”

“คุณกดตัดสายฉัน” เสียงปลายสายแหลมปรี๊ดจนเสียดหู

“เปล่านะ แต่ที่เกาะคลื่นมันขาดๆ หายๆ” รีบบอกไป

“เกาะของคุณนี่มันอยู่ที่ไหน ทำไมถึงได้ฟังดูทุรกันดารเหลือเกิน” หญิงสาวติติง “แล้วเลิกเอาเรื่องนี้เป็นข้ออ้างเสียที เพราะฉันจะไม่ทนอีกแล้ว ถ้าคุณไม่รีบกลับมาหาฉันที่มิลานภายในสามวัน ฉันจะถือว่าเราเลิกกัน”

“ได้ยังไงล่ะ คุณก็รู้ว่าผมทำงาน” ชายหนุ่มเอะอะโวยวาย

อินทุอรไม่รู้ว่าเขาคุยอยู่กับใคร เธอได้ยินไม่ชัด เพราะคลื่นและลมทะเลที่พัดแรง แถมยังหวั่นวิตกกังวลเรื่องที่เรือดับโดยไม่รู้สาเหตุ แต่พอมองที่เกร์น้ำมันก็ให้ถอนใจพรวด

เพราะวันนี้ไม่มีธุระจะต้องใช้เรือ เธอจึงลืมไปว่าไม่ได้เติมน้ำมันเอาไว้ พอโดมินิคลากมาขึ้นเรืออย่างเร่งรีบ เธอก็ขับออกมาเพราะห่วงกังวลเรื่องธุระสำคัญของเขา เป็นเพราะความไม่รอบคอบของเธอแท้ๆ

“ไม่รู้ล่ะ ตกลงตามนี้แล้วกัน” คนที่ถูกตามใจเสียจนชินเรียกร้อง ก่อนจะกดตัดสายทิ้ง

“เอลซ่า เดี๋ยวสิ...เอลซ่า” โดมินิคตะโกนเรียกแฟนสาว

สุดท้ายสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดก็มีค่าไม่ต่างจากหินสักก้อน เขารู้จักนิสัยคนรักดี เธอจะไม่มีทางยอมรับสายอีก จนกว่าตัวเป็นๆ ของเขาจะโผล่หน้าไปง้องอนพร้อมดอกไม้ช่อโตนั่นแหละ  ชายหนุ่มจึงไม่รั้งรอที่จะปามันโยนทิ้งอย่างหัวเสีย

อินทุอรหันขวับไปมองอย่างตกใจ เพราะไม่เคยเห็นเจ้านายหนุ่มโกรธเกรี้ยวอย่างนี้มาก่อน เขาสบถยาวเหยียดด้วยศัพท์แสลงที่เธอไม่เข้าใจ หญิงสาวจึงเลือกที่จะนิ่ง รอฟังคำสั่ง อยู่กลางลำเรือที่ไหวโคลงด้วยแรงคลื่นลมทะเล ในเวลาที่ท้องฟ้าปกคลุมด้วยสีดำเหมือนน้ำหมึก มีดาวดวงเล็กดวงน้อยคอยแต่งแต้มเป็นจุดสว่างกะพริบพริบพรายจนเต็มฟ้า ลมทะเลที่พัดกรรโชกค่อนข้างแรงให้ความรู้สึกเย็น และมาพร้อมกับกลิ่นไอทะเล

โดมินิคมองเงาลางๆ ในความมืดหลังจากที่สงบสติอารมณ์ให้เย็นลงบ้างแล้ว การหงุดหงิดหัวเสียไม่ใช่เรื่องดีต่อสุขภาพจิตเขา รวมถึงคนที่อยู่รอบข้าง เขามองไปยังคนที่ขับเรือพามาหาคลื่นสัญญาณกลางทะเล ถ้าอินทุอรรู้ว่าการเจรจาธุระสำคัญที่เขาลากพาเธอมาลำบากลำบนด้วย มีค่าเป็นศูนย์ จะว่ายังไง

เธอก็คงไม่ว่ายังไงตามวิสัยของเธอ หญิงสาวค่อนข้างใจเย็น มีเหตุผล โกรธหรือฉุนอะไรก็หายเร็ว ไม่ถือสาหาความอะไรกับใคร เธอใช้ชีวิตเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยรายละเอียดน่าสนใจมากมายทีเดียว

ทำไมเอลซ่าถึงไม่เป็นคนเข้าใจอะไรง่ายๆ เหมือนอินทุอรบ้าง ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาก็คงไม่ต้องคอยกังวล และปวดหัวอยู่อย่างนี้ พวกเธอก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน แต่ทำไมถึงช่างแตกต่างกันนัก

คนหนึ่งเอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง จะดีจะร้าย อ่อนหวานหรือแข็งกร้าวก็ขึ้นอยู่ความพึงพอใจของเจ้าตัว ในขณะที่ผู้หญิงอีกคนเต็มไปด้วยเหตุผล แต่ก็ไม่ได้ไร้ซึ่งอารมณ์เสียทีเดียว ทำไมเขายังเข้าใจเหตุผลของอินทุอรที่เพิ่งพบกันไม่กี่วัน มากกว่าแฟนสาวของตัวเองที่คบหากันมาเกือบปี

“ดาวสวยดีนะคะ” คำพูดธรรมดาที่เธอเอ่ยกับเขา เมื่อหันมาเห็นว่าชายหนุ่มกำลังมองเธออยู่ เป็นวิธีการชวนให้เขาแหงนหน้ามองตาม แล้วความโกรธที่คุกรุ่นเมื่อครู่ ก็ดูเหมือนจะละลายลงไปกับลมทะเลที่พัดมาโดนผิวกายจนเย็นชืด

มีดาวสวยขนาดนี้...เสียงคลื่นสาดซ่า...กลิ่นของความสดชื่นที่ปะทะจมูก ผู้หญิงสวยที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ แล้วทำไมต้องไปเสียเวลาคิดถึงผู้หญิงที่อยู่ห่างไปอีกครึ่งโลก ไม่ว่าจะตอนนี้เอลซ่าจะคิด รู้สึก หรือตัดสินใจยังไง เขาก็คงทำอะไรไม่ได้ เมื่อเธอไม่ยอมรับโทรศัพท์ ทั้งที่เขาลำบากนั่งเรือมาไกลกลางทะเลเพื่อที่จะโทรศัพท์หาเธอ

เขาเข้าใจอาชีพนางแบบของเธอมาตลอด...แต่ดูเหมือนหญิงสาวจะไม่เข้าใจงานของเขาเลย เธอเรียกร้องต้องการจากเขาอยู่ฝ่ายเดียว แต่ไม่เคยโอนอ่อนผ่อนปรนหรือตามใจเขาบ้าง

ในเวลาที่รักและลุ่มหลง เขายังมีแรงฮึด แรงสู้ ที่จะทำเพื่อเธอได้...แต่หากวันใดเหนื่อยล้า หมดแรง เขาเองก็ต้องการไหล่ที่จะซบอิงหรือตักนุ่มๆ ให้นอนหนุน ใครสักคนที่เป็นผู้ฟังเขาบ้างเหมือนกัน

ความรักไม่ใช่เรื่องของการให้ฝ่ายเดียว...เพราะฝ่ายให้ก็มีวันหมดเช่นกัน

ความรักเป็นเรื่องของการให้ และการรับ ที่ต้องสลับกันทำ ในสัดส่วนที่เหมาะสม

และตอนนี้ เขาเหมือนได้พบที่ๆ หนึ่งแสนสบาย ไม่เหนื่อยกับการวิ่งตาม หรือการให้ที่ไม่สิ้นสุด

จึงอยากทิ้งตัว นอนทอดหุ่ย เพื่อชาร์จพลัง

ดวงตาที่เยือกเย็นมองไปยังแสงวิบวับที่ท้องฟ้าไกล ความรู้สึกหนักอึ้ง และกังวลในจิตใจก็ค่อยคลายลง และเขาก็คงจะดื่มด่ำกับบรรยากาศแสนสบายท่ามกลางความมืดมิดต่อไป

“คุณคงง่วงแล้วสินะ เรากลับกันเถอะ”

คำนี้ที่เธอรอคอย...เพื่อจะบอกเขา

“เราคงยังกลับไม่ได้ค่ะ”

“ทำไมล่ะ?” น้ำเสียงประหลาดใจ ทำให้เธอไม่อยากจะบอกเลยว่า ได้ผิดพลาด สับเพร่า เลินเล่อเรื่องใดไปบ้าง

“เรือน้ำมันหมด” อินทุอรรู้ว่าเธอกำลังหน้าซีดแม้จะอยู่ในความมืดที่เขามองไม่เห็น

“อะไรนะ น้ำมันหมด?” ถามอย่างตกใจ “แล้วเราจะกลับเข้าฝั่งกันได้ยังไง?” ดูเหมือนอะดรีนาลีนจากความตกใจของเขาจะโอเว่อร์ไปสักหน่อย

หญิงสาวส่ายหน้า จนปัญญาเช่นกัน

“เราต้องรอเรือขับผ่านมาทางนี้”

ท่ามกลางทะเลที่กว้างใหญ่ แล้วจะมีใครที่สัญจรผ่านมาในเวลากลางค่ำกลางคืนอย่างนี้

“แล้วมันเมื่อไหร่ ตอนนี้มันก็ค่ำแล้ว จะมีเรือที่ไหนผ่านมา” อาการสติแตกเริ่มกลับมาหาเขาอีกหน หากเป็นความกังวลคนละเรื่อง นี่คือความอยู่รอดและความปลอดภัยของตัวเอง และก็ไม่ใช่เขาคนเดียวด้วย หญิงสาวที่เขาลากมาตกระกำลำบากในยามค่ำคืน

อินทุอรคือคนที่ควรหวาดกลัวและหวั่นวิตกเสียยิ่งกว่า เธอเป็นผู้หญิง เมื่อต้องมาติดอยู่บนเรือลอยลำกลางทะเลกับผู้ชายถึงแม้ว่าเขาจะไว้ใจได้ก็เถอะ

“โทรศัพท์ ผมมีโทรศัพท์” รีบอกเผื่อหญิงสาวก่อนจะไปควานหาโทรศัพท์ที่เพิ่งจะปาทิ้งไป โชคดีที่เขาไม่ใจร้อนทิ้งมันลงกลางทะเล

“เราควรจะโทรศัพท์หาใครดีคะ ฉันนึกไม่ออกจริงๆ” อินทุอรกลับบอกมาอย่างสิ้นหวัง

“แล้วเราจะลอยลำอยู่ในเรืออย่างนี้ทั้งคืนหรือไง?”

แทนคำตอบ หญิงสาวกลับทอดตัวนอนเอกเขนกลงไปเพราะยืนมาจนเมื่อยขา ที่นั่งหลังพวงมาลัยก็ลมโกรกแรงเกินไป

“คุณไม่กลัวหรือ?” เขาถามขึ้นมาในความเงียบงัน มีแต่เสียงคลื่นและลมทะเล

“กลัวอะไรล่ะ? ฉันมีคุณอยู่ด้วยทั้งคน” คำพูดธรรมดา หากว่าคนฟังรู้สึกดีไม่น้อย เขาเป็นคนที่เธอไว้วางใจจะอยู่ด้วยได้ มีเขาแล้วเธอไม่กลัว

โดมินิคจึงทิ้งตัวลงนอนเคียงข้างเธอ มองดวงดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้าสวย ตอนนี้เธอและเขาก็หิวพอกัน

“คุณไม่โกรธผมหรือ ที่ผมลากคุณออกมาติดอยู่กลางทะเลอย่างนี้”

ใบหน้าสวยหันมามองเขา แม้จะมองเห็นไม่ชัด แต่เมื่อสายตาปรับให้คุ้นชินกับความมืด ดวงตาของคนตรงหน้าไม่ต่างจากดวงดาวที่สว่างสวยอยู่บนท้องฟ้าเลย อินทุอรหันกลับไปมองท้องฟ้าอย่างเดิม

“โกรธคุณก็ไม่ได้อะไรขึ้นมานี่คะ ยังไงตอนนี้เราก็กลับเข้าฝั่งไม่ได้ และมันก็เป็นความผิดของฉันเหมือนกันที่ไม่ได้ตรวจสอบดูเกร์น้ำมันก่อนที่จะขับเรือออกมา”

หญิงสาวยอมรับว่าเป็นความผิดของตัวเองเช่นกัน อินทุอรไม่โทษเขา

“ตอนนี้เรามาช่วยกันภาวนาให้มีเรือผ่านมาไวๆ ดีกว่าค่ะ” เธอไม่ได้ละทิ้งความหวัง แต่เลือกที่จะเก็บพลังอันน้อยนิดเอาไว้ดีกว่า วันนี้ทั้งเธอและเขาเหนื่อยกันพอกัน

“ผมไม่เคยนอนดูดาวที่กลางทะเลอย่างนี้ มันสวยดีนะ” เปลี่ยนเรื่องสนทนา หันมาถามคนข้างๆ “แล้วคุณล่ะเคยดูดาวกลางทะเลหรือเปล่า?”

“เคยค่ะ ตอนที่ฉันยังเป็นเด็ก” อินทุอรเล่า รำลึกถึงความหลังเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก ที่เธอมักจะร้องขอติดตามบิดาไปทุกครั้งที่ท่านออกเรือจนมารดายังค่อนขอดเอา

“ตอนนั้นดาวสวยอย่างนี้ไหม?” ถามเหมือนหาเรื่องคุยมากกว่าอยากรู้จริงๆ

“ตอนนั้นฉันยังเด็กมาก พ่อจะหลอกให้ฉันนับดาวว่ามีกี่ดวง” เพื่อจะให้เธอหยุดถามซักไซ้โน่นนั่นนี่ ตอนที่ยังเด็กเธอพูดเก่งเป็นต่อยหอยเหมือนหนูโรสในตอนนี้เลย

ชายหนุ่มอมยิ้มขำ “แล้วมีกี่ดวงล่ะ”

“นับไม่ทันหมด ฉันก็หลับไปก่อนเสียทุกที”

คำตอบเรียกเสียงหัวเราะอารมณ์ดีขึ้นมา ก่อนที่ทั้งสองคนต่างจะสรรหาเรื่องราวมากมายมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน เรื่องแล้วเรื่องเล่า ดูเหมือนค่ำคืนยาวนานจะไม่สิ้นสุดลงง่ายๆ แต่ความเหนื่อยล้าผนวกความง่วงงุนก็ทำให้เธอและเขาผล็อยหลับไปเสียแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ตัว ภาพสุดท้ายที่ได้เห็นคือดวงดาวพริบพราวพร่างพรายในดวงตา



ภารกิจยั่วสวาท
วชิราภา/รัชริล
www.mebmarket.com
เพื่อปลดหนี้ก้อนโตและไม่ต้องแต่งงานกับผู้ชายคราวพ่อเธอต้องทุ่มทั้งใจทั้งกายเพื่อยั่วให้ลูกชายเจ้านาย ตกหลุมรัก ******************************************************** “ฉันไม่เล่นกับคุณแล้ว จับโน่นจับนี่ของฉันอยู่ได้”ชายหนุ่มดึงร่างอรชรเข้ามาใกล้ พร้อมกระซิบให้ได้ยินเพียงสองคน“ของคุณหรือ? ผมนึกว่าทั้งหมดนี่เป็นของผมเสียอีก” เขาแตะนิ้วจิ้มลงที่ทรวงอกอวบอิ่มจนผู้เป็นเจ้าของสะดุ้ง “ตรงนี้ก็ใช่...ตรงนี้ก็ใช่...” ชี้ไปที่ลาดไหล่แล้วลูบไล้ไปตามแขนเรียว “ตรงนี้ก็ของผม...นี่ก็ด้วย” ลูบผ่านหน้าท้องนวลเนียนก่อนจะเลื่อนต่ำลง มือบางรีบคว้าหมับจับเอาไว้ก่อนที่เขาจะตะปบลงตรงส่วนสำคัญผู้ชายคนนี้รู้จักอายกับใครบ้างไหมนี่?หน้ามึนก็ที่หนึ่ง...หน้าไม่อายก็ที่สุด เกิดมาไม่เคยพบไม่เคยเห็น“อะไรๆ ของฉันก็เป็นของคุณหมดเลยนะคะ” พูดประชดคนโลภมาก “แล้วมีอะไรที่เป็นของฉันบ้างล่ะ” ช้อนสายตาขึ้นมาถามโดมินิคยิ้มเผล่นัยน์ตาเป็นประกายระยิบระยับจับมือบางมาตะปบที่คลื่นลอนซิกแพ็ก“นี่ไงล่ะของคุณ” อินทุอรอึ้งไปปล่อยให้มือใหญ่ลากจูงมือน้อยไล่ขึ้นมาที่หน้าอก“นี่ก็ของคุณ”เธอกลืนน้ำลายรู้สึกลำคอแห้งผาก กะพริบตาปริบๆ เมื่อเขายังลากมือต่อไปยังหน้าอกเบื้องซ้าย“ตรงนี้ก็ของคุณ” นัยน์ตาเชื่อมหวานจ้องมองล้ำลึกเขาหมายถึงเจ้าก้อนเนื้อมีชีวิตที่เต้นตุ๊บๆ อยู่ข้างในจนเธอรู้สึกได้นั่นใช่ไหม?หัวใจของเขาเป็นของเธออย่างนั้นหรือ?ครานี้แพขนตาหนาดกกะพริบถี่ยิบห้ามม่านน้ำตาเอาไว้ด้วยความตื้นตันใจ ซาบซึ้ง เพราะแม้แต่ตัวเธอเองยังไม่กล้าที่จะยกหัวใจให้ใครได้ง่ายๆ เธอซาบซึ้งปลื้มปริ่มเสียจนน้ำตาแทบไหล หากเขาไม่พามือเล็กลากลงไปด้านล่างกึ่งกลางกายให้มือน้อยตะปบลงไปบนความแข็งกร้าวที่พร้อมพรั่กซึ่งตอนนี้กำลังขยับขยายเต็มไม้เต็มมือ“และตรงนี้ ก็เต็มใจที่สุดจะเป็นของคุณ” อินทุอรตาโตเหลือกลานด้วยความตกใจ เธอว่าแล้วเชียว ไอ้ยิ้มดวงตาวับๆ แบบนี้ของเขา มันไว้ใจไม่ได้“อี๋...ปล่อยนะ...ปล่อย...ฉันไม่เอาของคุณหรอก” ร้องเสียงหลง พร้อมกับดึงมือกลับคืน แต่โดมินิคไม่ยอมปล่อยง่ายๆ กลับหัวเราะลั่นอย่างชอบอกชอบใจ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น

  1. #14 pretty-p (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 11:26

    เช้ามาก็จะร้อนมากกกก ไหมคะ

    #14
    0