ภารกิจยั่วสวาท

ตอนที่ 1 : การปรากฏตัวของเป้าหมาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 150
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    3 พ.ย. 59

 




อี๊ยด....

เสียงเบรกห้ามล้อดังบดเบียดเสียดสีกับพื้นถนน มีผลให้จากัวร์สปอร์ตที่พุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วกว่าหกสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงหยุดนิ่งลงห่างจากร่างแบบบางที่ยืนตกตะลึงงันตาค้างด้วยความตกใจไปเพียงแค่เส้นยาแดงผ่าแปด

ดวงตาเรียวยาวคมคายเจือแววหวานดั่งสมันสาวเบิกตื่นด้วยความตระหนก หัวใจเธอแทบจะหยุดเต้นลงเสียให้ได้หลังจากผ่านพ้นเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายมาหมาดๆ

คนที่นั่งหลังพวงมาลัยผงกใบหน้าขึ้นมาหลังจากเหยียบเบรกหัวทิ่มหัวตำ และเมื่อเห็นว่าผู้หญิงที่วิ่งทะเล่อทะล่ามาตัดหน้ารถยังยืนอยู่ได้ ใจที่หายวาบไปก็ค่อยเต้นกระเตื้องกลับคืนมา

ใบหน้าคร้ามเข้มอำพรางดวงตาคมคายไว้ด้วยแว่นกันแดดโอ๊คเล่ย์ของดอม หรือโดมินิค แคปเปอร์ชักสีหน้า หัวคิ้วเข้มดำปี๋ขมวดมุ่นแทบชิดติดกัน ก่อนจะผลักบานประตูรถเปิดลงมาหา สายตาภายใต้เลนส์แว่นฉาบปรอทกวาดมองร่างอรชรของหญิงสาวตรงหน้าในชุดผ้าไทย บอกให้รู้ว่าเจ้าหล่อนต้องมีหน้าที่หรือตำแหน่งอะไรสักอย่างในรีสอร์ทแห่งนี้

อารมณ์กรุ่นโกรธวาบหายไปทันทีที่เห็นใบหน้าของคู่กรณี ดีกรีความร้อนที่พุ่งพรวดก็ลดฮวบในทันควัน ความสวยของผู้หญิงเปลี่ยนสิ่งร้ายๆ ให้กลายเป็นดีได้ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง

“คุณ...คุณขับรถอย่างนี้ได้ยังไง?” 

น้ำเสียงที่สั่นพร่านิดๆ ถามออกมาด้วยความโกรธระคนตกใจไม่หายดี

“ยังไง?” 

ร่างสูงใหญ่บึกบึนหนาเหมือนภูผาหินที่เผชิญหน้ากับเธอถามกลับ พร้อมกับทำสีหน้ายียวนเข้าใส่ไม่ได้มีทีท่าว่าจะสำนึกผิดแม้สักกระผีก

“คุณเกือบขับรถชนฉัน” 

หญิงสาวแหวเข้าใส่อย่างเหลือที่จะอดกลั้น ต่อให้เขาเป็นแขกวีไอพีของที่นี่ เธอก็ไม่คิดจะรักษามารยาทให้กับคนนิสัยแย่ๆ ที่ทำหน้ากวนโอ้ย ไม่รู้ไม่ชี้ในความผิดของตัวเอง

“แต่ก็ไม่ได้ชนนี่” 

ชายหนุ่มไหวไหล่พร้อมกับยื่นปากนิดๆ เมื่อกวาดตาสำรวจแล้วไม่เห็นว่าคนตรงหน้าจะบุบสลายตรงไหน จากที่เร่งรีบไม่ใคร่อยากสนทนาด้วย เพียงแค่อยากลงมาต่อว่าเท่านั้น ก็เปลี่ยนใจให้เขานึกอยากต่อปากต่อคำสักนิดก็ยังดี

“มันก็อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น...ถ้าเกิดฉันช็อกตายไปคุณจะรับผิดชอบยังไง?” 

กำมือเล็กที่สั่นเทาไว้แน่นอย่างพยายามจะระงับอารมณ์

“รับผิดชอบ” 

เอ่ยทวนคำ ก่อนจะผงกหน้า ครางเสียงทุ้มยาวในลำคออย่างเข้าใจ 

“อ๋อ...ได้สิ”

เพราะไม่เห็นสายตาของเขา หญิงสาวจึงคาดเดาว่าชายหนุ่มคงกำลังรู้สึกผิด และสิ่งที่ทำให้เธอยังหยุดนิ่งรอคอย ก็คือคำขอโทษที่จะเอื้อนเอ่ยออกจากริมฝีปากหยักสวยสีระเรื่อนั่น

แต่เปล่าเลย...ร่างสูงเดินกลับไปที่รถ ชะโงกตัวเข้าไปค้นหาอะไรกุกกักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินกลับมาหาเธอ

“นี่ใช่ไหมที่คุณต้องการ” 

ว่าพร้อมกับชูธนบัตรที่คลี่ออกเป็นพัดโชว์ หญิงสาวหน้างันไป คิ้วเรียวขมวดนิดๆ

“โอเค งั้นเราก็หายกันนะ” 

ว่าแล้วก็รวบเงินปึกนั้นไว้แล้วคว้ามือของเธอไป ก่อนจะยัดเยียดเงินทั้งหมดใส่ไว้ในมือเล็ก

“ทีนี้ก็ช่วยพาตัวเองหลีกทางให้พ้นจากรถผมด้วย ผมรีบ” 

ไม่ว่าเปล่า เมื่อเขาจัดแจงจับไหล่บอบบางของเธอดันออกให้พ้นวิถีของรถยนต์นำเข้าสัญชาติอังกฤษ ก่อนที่จะเดินกลับไปเปิดประตูก้าวขึ้นไปนั่งบนรถแล้วขับจากไป ทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ดวงตาคู่สวยมองตามหลังรถราคาแพงลิบที่คนฐานะอย่างเธอคงไม่มีวาสนาจะได้นั่งไปตาปริบๆ ก่อนจะก้มลงมองเงินในมือ สมองที่อื้ออึงอลด้วยความตกใจเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวว่า...หมอนั่นขับรถเกือบจะชนเธอ และเธอกำลังเรียกร้องให้เขาขอโทษ แต่นอกจากเขาจะไม่สำนึกผิดว่าได้ทำอะไรลงไปยังดูถูกด้วยการเอาเงินมาฟาดหัวเธอให้จบเรื่องไปอีก

“นี่ เดี๋ยวก่อนสิ...คุณ...คุณ...” 

หญิงสาวตะโกนเรียกไล่หลังไป พร้อมกับวิ่งตาม แต่ชุดผ้าถุงเครื่องแบบของพนักงานที่สวมใส่อยู่ ไม่อำนวยความสะดวกให้เท่าที่ควร ไฟท้ายของรถยุโรปคันงามก็ลับหายไปจากสายตาเสียแล้ว

“คนนิสัยไม่ดีเอ๊ย! เกิดมาไม่เคยพบเคยเจอ” 

กลีบปากอวบอิ่มสบถต่อว่าไล่ตามหลังไปเมื่อรู้ว่ายังไงก็ตามไม่ทันแน่ และภายในพื้นที่รีสอร์ทกว้างกว่าสิบไร่ เธออาจจะได้พบเขาอีกในไม่ช้านี้

ว่าแต่ พบแล้วจะทำยังไง?

ในฐานะของลูกค้ากับพนักงาน ไม่ให้สิทธิ์เธอได้ตำหนิติเตียนหรือต่อว่าต่อขานเขาได้เต็มที่

ใบหน้าคมคายงามอย่างสาวไทยก้มลงมองเงินในมืออีกทีอย่างขุ่นเคืองใจ นับรวมๆ กันก็ได้อยู่หลายพันบาท ถ้าจะถือเสียว่าเป็นค่าทำขวัญที่ทำให้ตกอกตกใจเสียก็หมดเรื่อง แต่เธอก็ไม่อยากให้ผู้ชายคนนั้นคิดได้ว่า สามารถจ่ายเงินลบล้างความผิดของตัวเองได้

คอยดูเถอะ...ถ้าได้พบกันอีกครั้ง เธอจะหาทางเอาคืนให้แสบเชียว

อินทุอร พรพิทักษ์หมายมาดอาฆาตอยู่ในใจ ก่อนจะเก็บเงินซุกไว้ที่ชายพก รีบเร่งไปตามคำเรียกหาของลูกค้ากิตติมศักดิ์ที่กำลังจะกลายมาเป็นเจ้าของคนใหม่ของ บุหลันดาวีรีสอร์ทแอนด์สปา แห่งนี้ซึ่งเธอทำงานอยู่

และนอกเหนือจากนั้นผู้จัดการทั่วไปยังสั่งให้เธอดูแลรับรองมิสเตอร์     เดเร็ก แคปเปอร์ และหลานสาว หนูโรดิก้า เป็นพิเศษด้วย

ตอนนี้หญิงสาวกำลังสงสัยว่าทำไมหนุ่มใหญ่ที่ใจดีและเอ็นดูเธอเป็นพิเศษนั้น  ถึงได้เรียกพบตัวเป็นการด่วน

+++++++++

 

“คุณพ่อ...คุณพ่อครับ...ยูฮู้...มีใครอยู่บ้าง?”

เสียงตะโกนเรียกไม่ดังนัก เมื่อสองเท้าพาร่างสูงใหญ่ผึ่งผายกว่าร้อยแปดสิบห้าเซ็นติเมตรก้าวเข้ามาในวิลล่าหลังงามติดทะเล ของรีสอร์ทที่บิดามาพักร้อนอยู่นานนับเดือนไม่รู้ว่าที่นี่มีดีอะไร

“น้าดอม” 

เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงอายุราวหกขวบดังขึ้น เรียกใบหน้าคร้ามเข้มหล่อเหลาให้หันไปมอง ก่อนที่เจ้าตัวจะวิ่งเข้ามาหาเขาด้วยรอยยิ้มและท่าทางดีอกดีใจ

“โรส” 

ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มสุดเหยียดอย่างดีใจเช่นกัน ก่อนจะย่อตัวลงรับร่างเล็กที่วิ่งเข้ามาหา อุ้มขึ้นมาแล้วฝังจมูกโด่งลงที่แก้มแดงฉ่ำเหมือนผลมะเขือเทศของหลานสาวคนเดียวเสียฟอดใหญ่ๆ อย่างชื่นอกชื่นใจนัก

“หนูคิดถึงน้าดอมจังเลยค่ะ”

“น้าเองก็คิดถึง...ไม่ได้เจอกันเสียนาน ตัวโตขึ้นนะนี่” 

พิศมองดวงหน้าเล็กสดใส ที่มีรอยยิ้มแต้มอยู่เป็นนิจ

โอ้โห!...ดูสิหนักเสียจน...อึ๊บ...อึ๊บ...น้าแทบจะอุ้มไม่ไหว” 

ว่าแล้วกับทำท่าราวจะทำร่างเล็กที่อุ้มอยู่หลุดมือ เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากหลานสาวได้ ก่อนที่สองน้าหลานจะประสานเสียงหัวเราะกันดังลั่น

“แล้วนี่คุณตาอยู่ไหนคะคนสวย?” 

หันมาถามสาวน้อยตัวจ้อย เมื่อมองไม่เห็นบิดา ผู้ที่ออกบัญชาด่วนเรียกให้เขาบินข้ามโลกมาถึงที่นี่...ประเทศที่ร้อนแสนร้อนเสียจนตัวแทบไหม้ และไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจสักนิด

“ฉันอยู่นี่” 

เสียงทุ้มต่ำฟังดูมีอำนาจดังมาจากข้างหลัง เรียกให้ร่างสูงหันไปมองทั้งตัว ก็เห็นบิดายืนทำหน้าตึงบอกบุญไม่รับอยู่ “กว่าจะโผล่หัวมาได้นะดอม แกปล่อยให้พ่อต้องรอถึงสามวัน”

โธ่! ผมอยู่ตั้งมิลาน แล้วจู่ๆ คุณพ่อก็เรียกให้บินมากะทันหัน ช่วงนี้ไฮซีซั่นแถมยังมีแฟชั่นวีคอีก ตั๋วเครื่องบินไม่ได้จะหาง่ายๆ นะครับ ที่ผมมาถึงตอนนี้ ก็รีบที่สุดแล้ว” 

เอ่ยพ้อแก้ตัว

“งานของแกอยู่ที่นิวยอร์ก แล้วไหงถึงไปโผล่หัวที่มิลาน แถมประชุมผู้ถือหุ้นที่เวกัสแกก็ยังไม่โผล่หน้าไป” เอ่ยตำหนิ พร้อมกับเดินตรงเข้ามาหา

“เรเชลก็ไปเป็นตัวแทนของบริษัทแล้วนี่ครับ”

“พี่สาวแกโดนพวกผู้ถือหุ้นไล่ต้อนเสียแทบจะจนมุม”

ชายหนุ่มปล่อยร่างของหลานสาวลงให้ยืนบนพื้น ก่อนจะแบมือยักไหล่ เรื่องนี้เขารู้แล้ว เพราะพี่สาวโทรศัพท์มาบ่นให้ฟังจนหูชาอยู่เหมือนกัน แต่เขามองว่าเป็นธรรมดาที่การประชุมจะต้องมีการขัดแย้งหรือความเห็นที่แตกต่าง เมื่อมันเป็นเรื่องของผลประโยชน์ที่ทุกคนต่างก็คาดหวังจะได้รับ

“เอาเป็นว่าครั้งหน้าผมจะพยายามเข้าร่วมประชุมให้ได้” 

เอ่ยแบ่งรับแบ่งสู้หวังจะคลายความไม่พอใจให้บิดาได้

“ไม่ใช่พยายามนะดอม นั่นน่ะมันหน้าที่ของแกโดยตรง” 

ผู้เป็นพ่อเอ่ยตำหนิ ดวงตาสีฟ้าจ้องเขม็งที่ใบหน้าของบุตรชายคนเดียวที่เคยขยันขันแข็งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงให้ฝากความหวังไว้ได้ จนกระทั่งโดมินิคได้คู่ควงเป็นนางแบบสาวเซ็กซี่นามว่า เอลซ่า ลูกชายของท่านกลับถูกปั่นหัวให้ตัวติดแจกับนางแบบสาวจนมิได้สนใจงานการอย่างเคย

เดเร็กพอจะเข้าใจหัวอกคนวัยหนุ่มดี เพราะเขาเองก็เคยผ่านพ้นช่วงชีวิตนั้นมาเช่นกัน หากคนของเขาที่ส่งไปสืบประวัติของเอลซ่าจะไม่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมมาว่านางแบบสาวกำลังคั่วผู้ชายอยู่หลายคนและบุตรชายของเขาก็เป็นแค่หนึ่งในผู้ชายเหล่านั้น

แต่ไหนแต่ไรมา ตระกูลแคปเปอร์เคยเป็นหนึ่งในทุกเรื่อง มิใช่พวกไก่รองบ่อนหรือเป็นตัวเลือกของใคร เขาจึงไม่พอใจยิ่งนัก ยิ่งเมื่อรู้ว่าเอลซ่าไม่ได้ซื่อสัตย์ต่อโดมินิค

แต่เมื่อถ่ายทอดข้อมูลนี้ให้กับบุตรชาย แทนที่เขาจะหูตาสว่างตีตัวออกห่างเจ้าหล่อน กลับกลายเป็นว่าโดมินิคทำตัวไม่ต่างจากลูกหมาที่เดินตามก้นเจ้าของต้อยๆ คอยเฝ้านางแบบสาวแจชนิดไม่ให้คลาดสายตา พร้อมกับยืนยันว่า นี่คือรักเดียว รักแท้ และจะไม่มีวันเปลี่ยนใจ

แน่นอนว่าเขาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด

ความรักกับความลุ่มหลงบางทีก็แยกจากกันไม่ออก...แต่ความลุ่มหลงนั้นน่าสะพรึงกว่ามาก และเขาก็ไม่อยากให้บุตรชายตกเป็นเหยื่อของเอลซ่า จึงได้ยื่นคำขาดว่า หากโดมินิคไม่ยอมมาเรียนรู้ดูแลกิจการรีสอร์ทใหม่ที่เพิ่งซื้อมาและจะเปิดตัวในไม่ช้านี้ ทรัพย์สินอันเป็นส่วนของบุตรชายทั้งหมด จะถูกโยกย้ายถ่ายโอนเข้าไปยังมูลนิธิการกุศลของตระกูลแคปเปอร์ แทน นั่นแหละเจ้าตัวถึงได้รีบแจ้นโผล่หน้ามาถึงนี่ในวันนี้เพื่อพิทักษ์รักษาสิทธิ์ของตัวเอง

“แต่ตอนนี้เอลซ่าติดงานอยู่ที่มิลาน”

“แกไม่ใช่ผู้จัดการส่วนตัวของหล่อนเสียหน่อย”

“แต่ผมเป็นคนรักของเธอ...เธอย่อมต้องการกำลังใจจากผม”

 ตอบแบบเข้าข้างตัวเองสุดๆ หากไม่เรียกว่าหน้ามืดตามัวก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไรแล้ว

“ถ้าหล่อนต้องการแกจริง ก็คงไม่ไปดินเนอร์กับเจ้านักแข่งรถเอฟวันนั่น และยังจะมีเศรษฐีจากอาบูดาบีอีก”

“เห็นไหมละครับว่าที่ลูกสะใภ้ของคุณพ่อเสน่ห์แรงแค่ไหน ใครๆ ต่างก็ชอบเธอกันทั้งนั้น ถ้าผมปล่อยให้เอลซ่าหลุดมือไป คุณพ่อจะพลาดลูกสะใภ้ที่มีดีกรีเป็นถึงนางแบบแถวหน้าของอเมริกาทีเดียว”

“ฉันไม่ได้ต้องการผู้หญิงอย่างนั้นมาเป็นลูกสะใภ้ ฉันอยากให้เมียแกคือคนที่ช่วยส่งเสริมให้แกทำมาหากิน และต่อยอดธุรกิจของแคปเปอร์ให้มั่นคงมากกว่า”

บุตรชายส่ายหน้าเบาๆ เพราะเท่าที่เป็นอยู่ ยังไม่เรียกว่าบริษัทของเขามีความมั่นคงอีกหรือ? ใครก็รู้ว่าอสังหาริมทรัพย์ในเครือข่ายของแคปเปอร์มีมากมายจนนับไม่หวาดไม่ไหว และต่อให้สักหนึ่งกิจการไปไม่รอดที่เหลือก็ยังมีมูลค่ามหาศาลอยู่ดี เขาไม่มีทางจนลงง่ายๆ แน่

“ถ้าคุณพ่อหมายถึงพวกสาวๆ ในสังคมชนชั้นเดียวกับพวกเราล่ะก็ ผมไม่เห็นจะชอบใครสักคน พวกนี้ทำตัวฟุ้งเฟ้อหัวสูง จองหอง อวดดี แถมยังไม่มีใครสวยเซ็กซี่สู้เอลซ่าได้สักคน”

ดวงตาสีฟ้าหรี่ลงมองคนอ่อนวัยสายเลือดเดียวกัน

“ดูท่าทางแกมั่นใจเหลือเกินนะว่าจะไม่มีทางเปลี่ยนใจไปจากหล่อน”

“ไม่มีทางครับ” ถ้อยคำหนักแน่นหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักสีสวยของคนตรงหน้า

ผู้เป็นบิดาผงกหน้า พร้อมกับยิ้มน้อยๆ

“ดี...แล้วฉันจะคอยดู ถ้าในเวลาสามเดือนหากแกไม่เปลี่ยนใจจากหล่อน พ่อจะไม่ว่าอะไรแกเรื่องผู้หญิงคนนั้นอีก ขอให้แค่รับผิดชอบงานให้ดีก็พอ”

“แน่นอนครับ...แต่ผมแค่มาดูงานและจะวางแผนการตลาดให้ที่นี่เท่านั้น ถ้ากิจการอยู่ตัวไปได้ดี คุณพ่อต้องให้อิสระผมจะทำงานที่ไหนก็ได้”

“ได้สิ...ทำให้ได้ก็แล้วกัน ฉันหวังว่าแกจะทำให้ชื่อของบุหลันอันดารีสอร์ทเป็นที่รู้จักของผู้คนภายในเวลาสองปี”

“แต่ผมไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับรีสอร์ทใหม่นี่เลยสักนิด” เอ่ยแย้งขึ้นมา

“พ่อเตรียมผู้ช่วยไว้ให้แกแล้ว”

คิ้วเข้มคมย่นนิดๆ ด้วยความประหลาดใจ

“ใครหรือครับ?”

นัยน์ตาของคนผ่านโลกมาก่อนฉายประกายบางอย่างที่เคลือบแฝง พร้อมกับยิ้มน้อยๆ ในใบหน้า ยิ้มที่ทำให้โดมินิครู้สึกเสียวสันหลังอย่างไรพิกล เมื่อไม่อาจคาดเดาได้ว่าบิดากำลังคิดวางแผนการอะไรอยู่

“ไปเล่นน้ำกันเถอะค่ะน้าดอม”

หากไม่มีเสียงเจื้อยแจ้วของหลานสาวเรียกความสนใจจากเขาไปเสียก่อน โดมินิคคงไม่ละความสนใจที่จะซักไซ้ถามไถ่ถึงผู้ช่วยปริศนาที่บิดาไม่ยอมพูดถึงต่อราวกับเป็นความลับสำคัญ ทั้งๆ ที่เขากับคนคนนั้น ต้องร่วมงานกันในไม่ช้า



ฝากเรื่องใหม่ เอาไว้ในอ้อมใจแฟนๆ ด้วยนะจ๊ะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น

  1. #3 pretty-p (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 17:14

    อืม ในสายตาผู้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากกว่า ย่อมเห็นสิ่งที่ดีกว่า

    และเมื่อเป็นพ่อลูกกัน ย่อมต้องรู้ใจกัน

    ไม่คิดว่าคุณจะรอดหรอกนะคะ ดอมมมมม

    #3
    0