จอมใจจอมเถื่อน

ตอนที่ 5 : ยัยแสบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 239
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 ม.ค. 61


 

 

 

ยัยแสบ

 

 

วงตากร้าวกล้าวูบวับไหวเมื่อหญิงสาวไปไกลแล้ว มั่นใจว่าเฟื่องลดาไม่มีวันเลิกลาง่ายๆ ยิ่งเจ้าหล่อนมีแม่อย่างคุณนายฝนทิพย์นางมารร้ายที่เขาแอบขนานนามให้ตอนเป็นเด็กคอยเป็นแบ็กหนุนอยู่เบื้องหลังอีกแรงหนึ่ง


ไอ้เด็กเหลือขอ ไอ้เด็กเลว...คนอย่างแกไม่มีวันได้ดีหรอก คอยดูเถอะ...อนาคตถ้าไม่เป็นนักเลงหัวไม้ ก็คงเป็นโจรผู้ร้ายถูกตำรวจยิงตายแน่ๆ ไม่รู้จะเลี้ยงไว้ทำไมให้เสียข้าวสุก


เขายังจำคำพูดจาด่าทอดูถูกดูแคลนสาระพัดและความร้ายกาจของผู้หญิงคนนั้นได้ดี สองแม่ลูกนี่จะต้องกลับมาที่ไร่ทรัพย์แสงทองอีกแน่ๆ และคงจะทำทุกวิถีทาง เพื่อที่จะขายที่ดินผืนนี้ให้ได้


แต่เขาไม่มีวันยอมให้เป็นอย่างนั้น ผืนดินกว้างใหญ่กว่าห้าร้อยไร่จะต้องไม่ถูกแบ่ง แม้มันจะระบุชัดว่าเขากับเฟื่องลดามีสิทธิ์เท่าเทียมกันคนละครึ่งตามพินัยกรรมก็ตามทีเถอะ


แต่นั่นก็ต้องหลังจากนี้อีกยี่สิบปี หรืออีกวิธีก็เมื่อเขาแต่งงานกับยัยตัวแสบแล้วหย่ากันที่หลังนั่นแหละ


ซึ่งไม่มีวันนั้นแน่ๆ...ใครจะไปพิศวาสลง...ให้เอาเฉยๆ เป็นครั้งคราวน่ะพอได้ แต่ให้เอาเป็นเมียตบเมียแต่ง ต้องอยู่กินหลับนอนกันฉันท์ผัวเมียจริงๆ ทุกคืนวันตลอดไปเห็นจะไม่ไหว ไอ้ครามขอลาตายเสียดีกว่า


“คิดอะไรอยู่นะลุงเล็ก...ถึงได้เขียนพินัยกรรมบ้าบอนี่ขึ้นมา” เขาบ่นพร้อมกับส่ายหน้าอย่างหัวเสีย ทั้งอึ้งและช็อกไปตั้งแต่ตอนเปิดพินัยกรรมนั่นแล้วว่าผู้เป็นลุงเขยนึกเพี้ยนอะไรกัน ถึงได้ตั้งเงื่อนไขพิลึกพิลั่นอย่างนั้นขึ้นมา คิดแล้วมันน่าหงุดหงิดนัก


แต่ลุงเล็ก ที่เขาเรียกหรือนายแสงทอง เจ้าของไร่ทรัพย์แสงทอง คือผู้มีพระคุณอย่างที่สุด สำหรับเขา ไม่เช่นนั้นแล้ว ก็ไม่อาจคาดเดาได้เลยว่า อนาคตเด็กกำพร้าที่ไร้บิดามารดาดูแล หากไม่ได้ลุงเขยผู้นี้นำมาชุบเลี้ยงส่งเสียให้เล่าเรียน แถมยังยกมรดกที่แสนรักและหวงแหนอย่างที่ดินไร่ทรัพย์แสงทองให้เป็นกรรมสิทธิ์ ทั้งที่เขาเองก็ไม่ได้มีสายเลือดเกี่ยวข้องกับผู้เป็นเจ้าของแม้แต่หยดเดียว มันเป็นการบ่งบอกถึงความรักและไว้วางใจ ที่จะให้เขาดูแลสานต่อสมบัติชิ้นนี้ต่อไป


สายตาคมกล้ามองตามกลุ่มฝุ่นดินแดงที่คละคลุ้งฟุ้งตามหลังล้อรถคันงามที่แล่นฉิวไปไกลลิบนั่นแล้ว

“ฉันยังตายไม่ได้หรอกนะยัยเผือก...ฉันไม่มีวันยอมให้เธอทำอะไรกับที่ดินผืนนี้เด็ดขาด” เขาพึมพำให้คำมั่นกับตัวเอง

 

“เฟื่องไม่เอาแล้วนะคะคุณแม่...ให้เฟื่องมาคุยกับคนบ้าอย่างไอ้ฟ้าคราม”


พูดไปมือเล็กเรียวก็เทน้ำยาบ้วนปากลงคอกลั้วให้ถ้วนทั่วปากจนมั่นใจว่าสะอาดดีแล้วถึงได้บ้วนทิ้ง สลับกับเช็ดน้ำหูน้ำตาคุยโทรศัพท์กับมารดาไปด้วย


“ทำไม? มันว่ายังไง?”


“มันบอกว่าจะไม่มีวันยอมแบ่งที่ดินให้เราไปขาย”


“ได้ยังไงกัน ในเมื่อปู่เล็กของแกเขียนไว้ในพินัยกรรมว่ายกที่ไร่ไกลปืนเที่ยงนั่นให้แกครึ่งหนึ่งไม่ใช่หรือ?” น้ำเสียงถามเกรี้ยวกราดของมารดาฟังก็รู้ว่าขัดเคืองใจอยู่ไม่น้อย


“ค่ะ...แต่มีข้อแม้ว่าเฟื่องต้องแต่งงานกับไอ้ฟ้าคราม”


“บ้าน่ะสิ...บ้าไปแล้ว”


“ใช่ค่ะคุณแม่ บ้าบอที่สุดเลย” ค้อนลมค้อนแล้งไปกับเงื่อนไขที่ผู้เป็นปู่เขียนเอาไว้ ราวกับคนร่างพินัยกรรมกำลังยืนฟังอยู่ ณ ที่นี้ด้วย นึกยังไงกันถึงจะให้ผู้หญิงดีๆ คุณสมบัติเลิศเลอเพอเฟคอย่างเธอ ไปแต่งงานกับคนถึกคนเถื่อนบ้านป่าบ้านดอยอย่างนั้น ใครจะไปเอาลง


“แล้วนี่ตกลงคือยังไง แกได้อะไรมาบ้าง?” ปลายสายถามมาน้ำเสียงเต็มไปด้วยความคาดหวัง


“ไม่ได้อะไรสักอย่างเลยค่ะ”


“จะไม่ได้เลยได้ยังไงกัน” เสียงแว้ดแผดดังลั่น ก่อนจะตามมาอีกชุดใหญ่


“ในเมื่อแกเป็นหลานสาวแท้ๆ เพียงคนเดียว สายเลือดเดียวกับปู่เล็ก ส่วนไอ้ฟ้าครามมันก็แค่หลานเมียที่เก็บเอามาเลี้ยงไว้ กาฝากชัดๆ แล้วจะปล่อยให้มันมาชุบมือเปิบฮุบสมบัติแกไปไม่ได้เด็ดขาดนะ” คุณฝนทิพย์เสียงดังอย่างขัดเคือง


“เฟื่องพยายามแล้วนะคะ แต่ว่า...”


“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้นยัยเฟื่อง ไม่ได้เรื่องเลย อุตส่าห์ขับรถถ่อไปตั้งไกลถึงเพชรบูรณ์ แกต้องไปคุยกับมันให้รู้เรื่อง เอาโฉนดที่ดินของปู่เล็กมาให้ได้”


“แต่แม่คะ ไม่มีใครคุยกับไอ้บ้าฟ้าครามรู้เรื่องหรอกค่ะ...และเฟื่องก็จะไม่กลับไปเจอหน้ามันอีก” แค่คิดถึงหน้าหล่อนก็ขยะแขยงจะแย่ ใบหน้าดำๆ กรำแดด ตัวสูงใหญ่ถึกเถื่อนอย่างกับยักษ์ปักหลั่น ทำงานตากแดดคลุกฝุ่นคลุกดิน เหม็นกลิ่นโคลนสาบควายชวนสะอิดสะเอียนอย่างนั้น ยังไงก็ไม่มีวันพิศวาสลงเด็ดขาด


และยิ่งเมื่อนึกถึงตอนที่เขาแนบริมฝีปากหยาบคายร้ายกาจนั่นลงมาบดบี้ขยี้ริมฝีปากอวบอิ่มนิ่มสวยหนักเน้นให้ต้องราคีด้วยแล้ว


“อี๋...” ว่าแล้วก็แหงนหน้าเทน้ำยาบ้วนปากใส่ปาก กลั้วๆ ให้ทั่วทั้งคอทั้งปากอยู่เป็นนาน จนแน่ใจว่าสะอาดแล้วจึงบ้วนทิ้งจนตอนนี้ในปากร้อนฉ่าไปหมดแล้ว...ร้อนเหมือนตอนที่โดนปากของไอ้ผู้ชายถึกเถื่อนนั่นบดบี้ขยี้จูบไม่มีผิดเพี้ยน


อ๊าย!...แล้วทำไมหล่อนต้องไปนึกถึงมันอีก

เฟื่องลดารีบสะบัดหน้าแรงๆ จนคอแทบหลุด


* เจอผู้ชายถึกเถื่อนอย่างฟ้าครามจูบสั่งสอนเข้าไป เฟื่องลดา จะเดินหน้าต่อ หรือว่าจะถอดใจ...ในเมื่อตอนนี้สถานการณ์กำลังจนตรอก



นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น