จอมใจจอมเถื่อน

ตอนที่ 2 : ทวงสิทธิ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 449
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 ม.ค. 61




ทวงสิทธิ์

 

 

 

 

“ฉันต้องการเงินห้าสิบล้านบาทของฉัน”

เสียงตะโกนที่แผดดังแข่งกับเสียงรถแทรกเตอร์ที่กำลังไถเกรดหน้าดินเพื่อจะเตรียมการเพาะปลูกในฤดูกาลใหม่ที่จะมาถึง มาจากเจ้าของเรือนร่างระหงโปร่งบาง ผิวขาวสว่างออร่าชนิดที่ว่ามองเห็นมาไกลตั้งแต่ห้าร้อยเมตร เจ้าหล่อนสวมชุดแสคกระโปรงยาวสีขาวนวลตา สวมหมวกปีกกว้างใบโตสมกับเป็นไฮโซตีนแดง และตอนนี้ กำลังยืนกระโดดเหย็งๆ พร้อมโบกไม้โบกมือเรียกร้องความสนใจจากเขาอยู่

แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ทำให้คนบนเครื่องจักรที่พุ่งทะยานไม่หยุดนั่นหันมามองได้อยู่ดี


“นายคราม...นายคราม...นายฟ้าคราม” เฟื่องลดาตะโกนเรียกสุดเสียง ใบหน้าเรียบเฉยนิ่งดั่งปูนปั้นบนรถคันโตนั่นไม่แม้แต่จะชำเลืองแลให้เสียเวลา


เธอต้องทำอะไรสักอย่าง...ให้ไอ้ผู้ชายถึกคนนี้ที่กล้าดีมากถึงได้มาเมินเฉยต่อคนสวยๆ อย่างเธอหยุดทุกอย่างลงในตอนนี้


เร็วเท่าทันความคิด ร่างโปร่งเปรียววิ่งเร็วรี่พาตัวเองไปยืนขวางทางรถที่กำลังเข้าเกียร์เดินหน้ามุทะลุดุดันดั่งเช่นเจ้าของมันที่ทำเสมือนหนึ่งว่าที่นี่มีแต่เขา กับรถไถดินเท่านั้น


เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มดัง แทรกเตอร์สีส้มคันโตแล่นทะยานพุ่งเข้ามาหาเธอราวกับไม่มีเบรก


แขนเรียวที่กางกว้างสั่นน้อยๆ ดวงตางามดุจดวงตาของเนื้อทรายเบิกโตด้วยความตกใจก่อนจะรีบหลับตาปี๋พร้อมหวีดร้องสุดเสียง


“กรี๊ด........”


กึก...คนบนรถกระทืบเบรกสุดตัวจนหัวทิ่ม


“โธ่เว้ย...ยัยเผือก อยากตายหรือไงฮะ” ฟ้าครามตะโกนอย่างหัวเสีย ที่สุดแล้วเขาก็ต้องยอมเหยียบเบรกลงจนได้ เพราะไม่อาจแข็งใจขับรถคันโตบดทับร่างเล็กบางกระดูกก๊องแก๊งของผู้หญิงบ้าตรงหน้านี้ได้...เพราะมันคงน่าเสียดายนัก

หน้าสวยๆ ผิวเนียนขาวสว่างออร่าราวกับกินหลอดไฟนีออนเป็นอาหาร แม้หุ่นทรงจะผอมบางเป็นไม้เสียบผีไปสักหน่อยไม่ค่อยมีน้ำมีนวลอวบอัดอย่างสเป็กสาวที่เขาชอบนัก  แต่ยัยเผือกที่เขาเรียกจนติดปาก ก็ขาวจั๊วะน่าดูชมแถมนมโตไม่เบา


“จะเอายังไงฮะ...ว่ามา” ร่างสูงใหญ่บึกบึนของคนข้างบนกระโดดลงจากรถแทรกเตอร์ลงมาเจรจา

เปลือกตาที่หลับปี๋จึงค่อยๆ เผยอเปิดอย่างกล้าๆ เกรงๆ พอเห็นคนตัวโตที่สูงกว่าเธอไปเป็นคืบ เจ้าของผิวเนื้อดำแดง หน้าตาดุดันด้วยส่วนประกอบคิ้วเข้มหนาเป็นปื้น ดวงตาดำโตดุดัน จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักหนาหากทว่าได้รูป แนวสันกรามแกร่งที่เคลือบคลอด้วยตอหนวดตอเคราที่ทำให้คนตรงหน้ายิ่งคมเข้มดุดันดูถึกและเถื่อนเข้าไปอีก เฟื่องลดาก็รีบหดแขนทั้งสองข้างกลับมากอดอกอย่างไว้ตัว


“ฉันต้องการเงินห้าสิบล้านบาทของฉัน”

คนตัวเล็กเชิดหน้าทำท่าทางหยิ่งผยองพองขนจนน่าทุบให้คอย่น แต่ก็คงน่าเสียดายลำคอเรียวงามระหงนั่นเช่นกัน ฟ้าครามจึงไม่ได้ทำตามที่คิด นอกจากเสียงคำรามฮึ่มฮั่ม ในลำคอ อย่างนึกหมั่นไส้ผู้หญิงตรงหน้าเต็มแก่


ไม่เพียงแค่หมั่นไส้ เขายังหมั่นเขี้ยว หมั่นตับ อยากจับหัวไหล่บอบบางนั่นขยำเสียให้หัก...แต่ก็เสียดายอีกแหละ เพราะจะว่าไป ยัยเผือกก็น่าจะเอามาทำประโยชน์ใช้สอยอะไรได้มากกว่าฆ่าทิ้งหมกไร่ไปเปล่าๆ ปลี้ๆ ให้เสียของ


กลีบปากอิ่มตึงสีชมพูเรื่อเคลือบลิปกลอสสีชมพูเป็นประกายมันวาวนั่น ถ้าบดขยี้ลงไปด้วยปากของเขาคงให้ความรู้สึกฟินไม่เบาเชียว


หน้าอกอวบอึ๋มที่โดดเด้งออกมาเตะตา หากว่าใช้เป็นแหล่งโภชนาการให้อาหารเลี้ยงทารกน้อยและเผื่อแผ่มาถึงพ่อมันด้วย คงอิ่มแปล้ไปหลายมื้อเลยทีเดียว...ไอ้ความขาวเนียนและทรงโตของคนตรงหน้า ชวนให้เขาครางซี้ดอยู่ในอกในใจ...เพราะเจ้าหล่อนกำลังปลุกไอ้ตัวหื่นหิวที่หลับใหลข้างในตัวให้ลุกฮือขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ


เฮ้ย! บ้าไปแล้ว นี่เขาคิดบ้าบออะไร?

ผู้หญิงอย่างนี้ ใครจะไปพิศวาสลง ถึงจะสวยก็สวยเหมือนดอกอุตพิด..แม้จะงามชวนมองแต่ก็เหม็นชวนเมิน อย่าได้หลงไปกับรูปที่จูบไม่หอมเชียวไอ้ครามเอ๋ย!..เขาได้แต่ครางครวญข่มขันติอยู่ในอกในใจ


“อะไร...ห้าสิบล้านอะไรของคุณ” เมื่อได้สติ ก็พยักพเยิดหน้าถามกลับไปอย่างกวนๆ

“ก็เงินค่าประเมินที่ดินไร่ทรัพย์แสงทองไง...ฉันรู้ว่ามันมีราคาตั้งกว่าร้อยล้านบาท และในฐานะที่ฉันเป็นหลานสาว ทายาทสืบสกุลทางสายเลือดเพียงคนเดียวของปู่เล็ก อย่างน้อยฉันก็ควรจะได้ครึ่งหนึ่งสิ” เจ้าหล่อนจีบปากจีบคอต่อรอง


“อ้อ! คุณยังนึกออกเหรอว่าตัวเองเป็นหลานของลุงเล็ก” เขาพูดลอดไรฟัน พร้อมมองใบหน้าขาวใสนั่นอย่างรังเกียจเดียดฉันท์ ที่หล่อนนึกจะมาคิดทวงสิทธิ์ของตัวเองเอาตอนนี้...ตอนที่ปู่เล็กที่หล่อนเอ่ยถึง ลาโลกไปได้กว่าปีแล้ว

“แล้วทีตอนที่ลุงเล็กนอนพะงาบๆ เรียกหา ทำไมคุณไม่กลับมาดูใจท่าน”


“ก็...ก็...ตอนนั้นฉันอยู่เมืองนอก” ยังกล้าเถียงข้างๆ คูๆ ทั้งที่เขารู้อยู่เต็มอกว่าเพราะอะไรหล่อนถึงไม่ได้มา

ตอนนั้นหล่อนอยู่เมืองนอกก็จริง เพราะเขาเองนี่แหละที่เป็นคนโทรเรียกโทรจิกโทรตามตัวหล่อนชนิดนาทีต่อนาที แต่แม่บ้านที่คฤหาสน์หลังงามนั่นก็ปฏิเสธว่าไม่สามารถให้เบอร์ติดต่อเฟื่องลดาได้ เพราะเจ้าหล่อนอยู่ต่างประเทศกำลังเที่ยวเล่นสำเริงสำราญใช้เงินมือเติบกับพวกกระเป๋ารองเท้าเสื้อผ้าไร้สาระของหล่อน


เขาเห็นหล่อนอัพเฟสบุ๊ก เขาส่งข้อความหา แต่หล่อนก็ไม่ยอมตอบ...ไม่แม้กระทั่งจะเปิดมันอ่านเลยเสียด้วยซ้ำ


หล่อนละเลย...หล่อนเมินเฉยต่อความรู้สึกของคนคนหนึ่ง...คนแก่ที่กำลังจะตาย...คนที่รักหล่อนมากแค่ไหน...หล่อนไม่มีวันรู้ จนกระทั่งหมดลมหายใจสุดท้ายของท่าน


“แล้วไง คุณไม่มีเงินซื้อตั๋วเครื่องบินกลับมาหรือไงกัน? ปล่อยให้คนแก่คนหนึ่ง ที่รอคอยคุณมาตลอด...รอหลานสาวสุดที่รักจะกลับมาดูใจ จนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต ลมหายใจสุดท้ายของท่าน ก็ยังเรียกหาคุณ...แต่คุณก็ไม่โผล่หน้ามา”


ดวงตางามวูบสลดกับความจริงที่เพิ่งได้รู้ สะดุ้งจนไหล่ไหวเมื่อถูกเอ็ดตะโรใส่หน้า เธอตัวสั่นด้วยความเสียใจและรู้สึกผิด แต่เฟื่องลดาก็ต้องกล้ำกลืนทุกอย่างลงไป เพราะไอ้เรื่องที่เขาพูดนั่นมันผ่านพ้นมาเป็นปีแล้ว และเธอก็กลับไปแก้ไขอะไรใดๆ ไม่ได้ทั้งนั้น

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น