จอมใจจอมเถื่อน

ตอนที่ 11 : หัวขโมย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 173
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 ม.ค. 61




หัวขโมย

 

 

 

 

“ลุงเล็กตายไปเป็นปี ทำไมจู่ๆ ถึงนึกเฮี้ยนขึ้นมาวะ?”


ฟ้าครามพึมพำพูดกับตัวเอง พร้อมกับขยับหูเข้าไปแนบกับบานประตู เสียงกุกกักที่ว่าดังมาจากข้างในก็ยิ่งชัดเจนขึ้น


เขาไม่เชื่อว่าผีมีจริง และถ้าจะมีจริง วิญญาณของนายแสงทองก็คงไปสวรรค์ตั้งนานแล้ว ไม่มาไล่หลอกหลอนลูกหลานให้ขวัญผวาจนอยู่ไม่ได้แน่ น่ากลัวว่าจะเป็นพวกหัวขโมยมากกว่า...แต่ขโมยที่ไหนหนอช่างกล้ามาล้วงคองูเห่าอย่างเขาได้


มือใหญ่หมุนลูกบิดอย่างเงียบเชียบที่สุดแล้วดันประตูเปิดแง้มดูข้างใน เห็นเงาบางอย่าง วูบวาบไปมาก็สะดุ้งรีบดึงบานประตูงับปิดลงดังเดิม...ใจก็เต้นตึ่กตั่ก ตาเบิกโพลงอย่างสงสัย


“ผีหรือคนวะนั่น?” ไอ้ที่สีขาวๆ วูบวาบผ่านไปมาคล้ายกับวิญญาณ แต่ว่าในห้องก็เปิดไฟนี่หว่า ผีไม่น่าจะชอบความสว่างที่สำคัญผีไม่น่าจะเปิดสวิทซ์ไฟเองได้ น่ากลัวว่าจะเป็นคนเสียมากกว่าผี ที่กำลังรื้อค้นอะไรบางอย่างอยู่ข้างใน


หน็อย...ชะรอยว่าไอ้เจ้าโจรนี่คงคิดว่าทั้งเขาและคนงานพากันไปเที่ยวงานวัดกันหมดแล้วกระมัง ไม่มีใครอยู่ ทิ้งบ้านหลังใหญ่โตเอาไว้ กอปรกับเสียงมหรสพที่ดังไกลมาถึงนี่จนฝาบ้านสะเทือนก็เลยย่ามใจ คิดว่าคงไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครได้ยินสินะ...มันช่างกล้า


“เป็นขโมยได้เจอดี เป็นผีกูก็จะปล้ำผีให้ดู” 

ฟ้าครามคำรามลั่นอยู่ในอก รวบรวมความกล้าบ้าดีเดือดขึ้นมา ดึงบานประตูเปิดแง้มดูอีกครั้งเพื่อประเมินดูว่าคู่ต่อสู้ว่ามีอาวุธไหม และจะต้องใช้เครื่องทุ่นแรงใดมาต่อกร 


พอกวาดตาดูก็รู้สึกคลับคล้ายคลับคลาพิกล ชุดขาวยาวๆ รูปร่างโปร่งบางกำลังรื้อค้นบางอย่างอยู่...ใช่แน่แล้ว


ในขณะที่คนด้านในก็ชะงักงัน เมื่อมือคว้าจับได้เอกสารสำคัญในซองสีน้ำตาล พอกวาดสายตาอ่าน ดวงตางามก็เบิกโตอย่างตื่นเต้น


“อยู่นี่เอง...สวรรค์ทรงโปรด ขอบคุณมากนะคะปู่เล็ก” 

เฟื่องลดายกมือไหว้แทบจะท่วมหัว เมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการ จังหวะเดียวกันกับที่มือหนาดึงบานประตูให้เปิดกว้าง พร้อมกับก้าวเข้าไปยืนขวางประตูเอาไว้อยู่ข้างหลังร่างที่ยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ท่ามกลางสิ่งของที่กระจัดกระจายเกลื่อนห้อง


“เฮ้ย! หยุด”


“ว้าย!

กลีบปากหยักสวยร้องว้ายเสียงหลงหันขวับมาเห็นไอ้นายฟ้าครามยืนจังก้านุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียวตรงหน้าก็สะดุ้งสุดตัว


“ยัยเผือก” 

ฟ้าครามเรียกดังลั่น กวาดตามองผู้หญิงตรงหน้าขึ้นลง ไม่อยากเชื่อว่าเฟื่องลดาจะยังอยู่ และอยู่ในห้องนอนของนายแสงทองเสียด้วยสิ


เจ้าหล่อนขึ้นเรือนมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เงียบเชียบแผ่วเบาราวกับแมวย่อง นี่ถ้าเป็นขโมยขโจรจริงแล้วเล่าเขามิพ้นโดนฆ่าปาดคอไปแล้วหรือไง?


ต้องเป็นตอนที่เขาขึ้นมาอาบน้ำแน่ๆ และเมื่อแลมองไปเห็นกองกระดาษเอกสารหลายอย่างที่ถูกรื้อคุ้ยกระจุยกระจายเกลื่อนห้องก็ให้ยิ่งสงสัย โดยเฉพาะไอ้ใบที่ถืออยู่ในมือ ซึ่งเจ้าตัวรีบเอาไปแอบซ่อนไว้ข้างหลัง


“คุณเข้ามาทำอะไรในนี้”


สายตาไม่ละไปจากใบหน้านวลผ่อง ที่ตอนนี้ดูซีดๆ ดวงตากลอกไปมาหลุกหลิกอย่างมีพิรุธชัดเจนว่าไม่ได้มาดีแน่ๆ


“ฉัน...ฉัน...” เกิดติดอ่างขึ้นมาฉับพลัน จะบอกว่ามาค้นโฉนดเป็นได้ความแตกกันพอดี


“ฉันก็แค่แวะมาเยี่ยมปู่เล็กน่ะ” ตอบไปไม่มองหน้า เพราะกลัวว่าฟ้าครามจะจับพิรุธได้


“ลุงเล็กตายไปตั้งเป็นปี คุณเกิดมาคิดถึงท่านตอนนี้นี่นะ” นัยน์ตาคมดุจ้องมองอย่างคาดคั้น พร้อมทำหน้าว่าไม่เชื่อเด็ดขาด


“แล้วโน่นถ้าอยากเยี่ยมจริงๆ โกศปู่เล็กของคุณบรรจุไว้ที่วัดโน่น” เขาชี้มือไปด้านนอก ไกลแสนไกล


“เอ่อ...อ้อ...อ๋อเหรอ?” หล่อนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ตีสีหน้าซื่อใสได้แนบเนียนสนิท ใครจะเชื่อก็เชื่อไปกับลูกไม้ตื้นๆ ทำไม่รู้ไม่ชี้นี้ แต่ไม่ใช่เขาแน่ๆ


“ก็ไม่รู้นิ...ฉันก็นึกว่านายเก็บเอาไว้ที่บ้านนี้เสียอีก...งั้นฉันกลับก่อนก็แล้วกัน” ว่าแล้วก็เขยิบตัวก้าว พยายามหันหน้ามาประจันกับเขาโดยตลอด ไม่ให้เห็นว่าซ่อนอะไรไว้ข้างหลัง


ฟ้าครามกวาดตามองเอกสารที่กระจัดกระจายเกลื่อนห้อง เขาคงจะโง่มาก ชนิดที่ออกลูกเป็นควายแน่ๆ ถ้าเชื่อที่เจ้าหล่อนพูด ใบหน้าคร้ามเข้มเงยขวับ


“ยังไปไม่ได้” น้ำเสียงกระด้างทักท้วงไว้


“อะไรอีกล่ะ?” น้ำเสียงรำคาญถามกลับมา


“ข้างหลังคุณนั่นซ่อนอะไร?”


“ซ่อนอะไร?...ไม่มี๊” เสียงสูงมีพิรุธ แถมยังส่ายหน้าหลุกหลิกจนผมเผ้ากระจาย


“ไม่มี ไม่มีงั้นเหรอ?” พยักพเยิดหน้าถามไป “ถ้าไม่มีอะไรจริงงั้นก็ยื่นมือมาให้ผมดูหน่อยสิ”


เฟื่องลดาใจหายวาบ เมื่อฟ้าครามจ้องเธอตาไม่กะพริบ หน้าตาเอาเรื่องบอกให้รู้ว่า เขาไม่มีวันปล่อยเธอไปง่ายๆ แน่ มือที่กำเอกสารสำคัญเอาไว้แน่นค่อยๆ คลาย ใบหน้าขาวใสซีดจนเกือบเป็นสีกระดาษ


“นะ...นี่...นี่ไง?” ชูมือขวาแบให้ดูว่าไม่มีอะไร


“แล้วมืออีกข้างนั่นล่ะ? ซุกไว้ข้างหลังทำไม?”


“อะไรของนายกันฮะ” ถามอย่างรำคาญใจ ก่อนจะสลับมืออีกข้างไปถือโฉนดแล้วชูข้างว่างให้ดู


“นี่ไง ไม่มี...มีอะไรล่ะ? เห็นไหม? พอใจหรือยัง?”


“ยัง” 

น้ำเสียงตอบกลับดังจนคนมีชนักติดหลังสะดุ้งโหยง 

“ไหนลองชูมือสองข้างพร้อมกันสิ”


*ฟ้าครามจะจับไต๋ ทันเล่ห์เฟื่องลดาหรือเปล่าน้อ...*

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น