จอมใจจอมเถื่อน

ตอนที่ 10 : กรึ๊บๆ ปริศนา - 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 217
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 ม.ค. 61



กรึ๊บๆ ปริศนา (3)

 

 

 

 “คอแห้ง กระหายน้ำจัง” บ่นเบาๆ แล้วจึงละมือจากธุระที่ยังทำไม่เสร็จตรงหน้า เดินออกไปหาน้ำเย็นๆ ดื่มให้ชุ่มคอเสียหน่อย


“อะไรเนี่ย?” พอเปิดประตูตู้เย็นออก กวาดตามองเห็นความโล่งโจ้งภายใน ที่แทบไม่มีอะไรแช่อยู่เลย นอกจากเบียร์กระป๋องนอกนั้นแทบไม่มีอะไรเลย


“หื้ม...นายฟ้าคราม ไอ้ขี้เมาเอ๊ย” เฟื่องลดากร่นว่า สายตากวาดมองไปสะดุดกับขวดเหล้าเก่าที่บรรจุของเหลวใสแจ๋ว เดาว่าเป็นน้ำดื่มแน่ๆ อารามกระหายจัดเลยรีบคว้าขึ้นมาเปิดฝาแล้วยกซดไปเสียอึกใหญ่ รสชาติเฝื่อนลิ้นที่ไหลซ่านผ่านคอทำเอาต้องรีบหลับตาปี๋


“อี๋...อะไรเนี่ย?” แม้จะพอแก้กระหายไปได้ กลิ่นก็ไม่ใช่เหล้า แต่ไม่ใช่น้ำเปล่าแน่ๆ


เจ้าตัวเบ้หน้า ลืมตาขึ้นมา ก่อนจะกร่นบ่นด่าเจ้าของบ้านที่ไม่รู้จักกรอกน้ำกรอกท่าใส่ตู้เย็นเอาไว้ แต่แค่แก้กระหาย ให้ชุ่มคอพอพอเอาตัวรอดไปก่อน


“แหวะ...กันตายหรอกนะยะ” 

ดวงตางามค้อนปะหลับปะเหลือกขวดของเหลวปริศนาที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แล้วปิดฝาเก็บเอาไว้ในตู้เย็นตามเดิม จึงเดินกลับไปเพื่อทำหน้าที่รื้อค้นเสาะหาโฉนดไร่ทรัพย์แสงทองต่อให้เจอ จะได้รีบไปให้พ้นๆ จากบ้านหลังนี้เสียที

 

 

ลังจากอาบน้ำอาบท่าชำระร่างกายให้สะอาดสะอ้านหอมกรุ่นสดชื่น และปลดปล่อยตัวเองให้ปลอดโปร่งโล่งสบายตัวดีแล้วก็เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจในห้องน้ำ ฟ้าครามก็คว้าผ้าขาวม้ามาเคียนเอวด้วยความเคยชิน  แม้จะมีผ้าขนหนูเนื้อนุ่มที่ป้าสร้อยจัดเตรียมไว้ให้ในห้องน้ำหลายผืน แต่เขาก็ติดที่จะใช้ผ้าขาวม้าประสาหนุ่มบ้านไร่ด้วยชอบที่เนื้อผ้ามันโปร่งสบายแห้งง่ายระบายอากาศได้ดี อาจดูไม่หรูหราแต่ก็ใช้เสียจนติดด้วยความเคยชิน


มือหนายกขึ้นเสยเส้นผมหมาดชื้นเกือบแห้งให้เข้าทรง แล้วเดินออกมาจากห้องน้ำเพื่อกลับไปแต่งตัวที่ห้อง ระหว่างทางก็แวะเปิดตู้เย็นกินน้ำกินท่าชดเชยน้ำที่เสียไปในห้องน้ำ


“ยัยหนูพุกนี่คงห่วงไปดูลิเกสิท่า น้ำท่าไม่ยอมกรอกใส่ขวดไว้ให้เลย” บ่นเบาๆ เมื่อไม่เจอสิ่งที่ต้องการ  แล้วสายตาไปสะดุดกับขวดกลม บรรจุของเหลวสีใสแจ๋วราวตาตั๊กแตน...


ไอ้โกร่งบ้านเนินมะไฟ มันฝากยาดีมาให้คุณด้วยแน่ะ

นี่ละมังยาดีที่ลุงเกษมบอกว่ามีคนฝากไว้ให้เขา


“ม้ากระทืบโรงหรือเปล่าหว่า?” มือใหญ่ยกขวดขึ้นชูพร้อมพิศมอง แล้วก็ขมวดคิ้วย่น


“ทำไมหายไปเกือบครึ่งขวด...หรือลุงเษมจะแอบชิม” บ่นงึมงำแล้วเปิดฝาเกลียวยกขึ้นมาดมๆ พิสูจน์กลิ่นดู


“อื้ม! กลิ่นใช้ได้ รสชาติจะเป็นไงวะนี่...ไหนลองหน่อยซิ”


ว่าแล้วก็ยกขวดในมือขึ้นกระดกเข้าปาก ความร้อนซู่ซ่าวิ่งไหลผ่านลงลำคอ


“บรึ๋ย...หื้ยยยยย....” เปลือกตาหลับปี๋ด้วยรสชาติอันร้อนแรงของมันตีขึ้นหน้า แถมยังพาความซู่ซ่าให้ซาบซ่านไปทั้งตัว


“อื้อหือ...ใช้ได้...ใช้ได้เลย...ไม่ใช่เหล้าแต่ก็เหมือนใช่...หวังว่าคงไม่คึกเป็นม้าดีดทั้งคืนหรอกนะเว้ย” พึมพำกับตัวเองเบาๆ เพราะป่านนี้สาวๆ ที่ร้านคาราโอเกะขาประจำที่เขาไปใช้บริการบ่อยๆ ก็คงพากันไปรำป้อหน้าเวที สนุกอยู่ที่งานวัดกันหมดแล้ว


ส่วนตัวเขาเองก็ยังสองจิตสองใจอยู่ว่าจะนอนฟังเสียงดนตรีอยู่ที่บ้าน หรือว่าจะปะแป้งแต่งตัวไปดูขาอ่อนขาวๆ ของสาวหางเครื่องที่หน้าเวทีดียิ่งวันนี้ฮอร์โมนพุ่งพล่านเพราะเจอใครบางคนมาก่อกวนให้ไอ้เจ้าตัววุ่นวายมันลุกฮือตอบโต้ความขาวจั๊วะ พร้อมทรงโตๆ น่าเจี๊ยะอยู่ด้วย


นึกย้อนไปสมัยเป็นเด็ก เขารักใคร่และเอ็นดูเจ้าหล่อนนัก เฟื่องลดามักแอบมาเล่นกับเขา แต่ก็โดนคุณฝนทิพย์ลากตัวกลับไปทุกครั้ง กระทั่งเธอย้ายตามคุณสินธรผู้บิดาเข้าไปรับราชการที่กรุงเทพฯ


การกลับมาอีกครั้งตอนโตเป็นสาว หล่อนเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นใต้ฝ่าเท้าเลยทีเดียว


จากนิสัยน่ารักน่าใคร่น่าเอ็นดูเมื่อครั้งเป็นเด็กหญิงเฟื่องลดาตัวน้อยๆ ของพี่ฟ้าครามหายวับ กลับได้นิสัยหัวสูง เย่อหยิ่ง ปากคอเราะร้ายพูดจาไม่น่าฟัง เรียกจิกหัวเขาด้วย ไอ้ เกือบทุกคำ ดูถูกดูแคลนไม่เห็นหัวคนอื่น ทำตัวเป็นไฮโซตีนแดงเต็มขั้น...หน้าตาไม่สัมพันธ์กับนิสัยอย่างแรง...ทำให้เขาหมั่นไส้อยากกลั่นแกล้งยิ่งนัก


ขณะที่กำลังคิดอย่างเพลิดเพลิน เดินผ่านห้องนอนเก่าของผู้เป็นลุงเขยที่ตอนนี้ปิดเอาไว้เฉยๆ คงสภาพเดิมเหมือนสมัยที่ท่านมีชีวิตอยู่ เผื่อจะใช้เป็นห้องนอนรับแขก แต่ก็ไม่เคยมีแขกที่ไหนมาเยี่ยมเยือน ก็เหมือนจะได้ยินเสียงกุกกักกุกกักดังมาจากข้างใน เท้าทั้งสองข้างจึงหยุดชะงักลงที่หน้าประตู เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ


กุกกัก...กัก...กุก...กุก..กัก...กักกุก


เสียงมันดังมาจากข้างในแน่แท้ จู่ๆ ขนก็ลุกซู่ขึ้นมา แถมเวลานี้ก็มืดค่ำแล้วเสียด้วย บ้านทั้งบ้านไม่มีใครอยู่ นอกจากเขาแค่คนเดียว


 *เอาล่ะสิ...ต่างฝ่ายต่างกรึ๊บๆ ปริศนาเข้าไป อะไรจะบังเกิดขึ้น...*

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น