ลมรักฤดูร้อน ตอนเที่ยงคืนครึ่ง : สนพ.ฟิสิกส์ CT

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4 ปฏิบัติการณ์ ปลุกปล้ำ เอ้ย! ปลุกปั้น ชายในฝัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 268
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    18 มิ.ย. 52

pearleus pearleus

ตอนที่ 4

ความคืบหน้าเป็นยังไงบ้างวะเจ้าปอนด์? พิสันต์ถามขึ้นมา หลังจากละงานที่คอมพิวเตอร์ตรงหน้า เอนหลังพักสายตาและความเมื่อยล้า

เรื่องอะไร ? เขาถาม มือยังระรัวอยู่กับคีย์คอมพิวเตอร์

ก็เรื่อง...คุณลอร่า... คำถามเพื่อนทำเอามือที่กำลังระรัวแป้นคีย์บอร์ดอยู่ชะงักกึกขึ้นมา

ไม่มีอะไรนี่? เขาว่า ก่อนจะระรัวมือทำงานต่อ

แลกนามบัตรกันไม่ใช่รึ?... ตะวันผลักเก้าอี้เลื่อนเข้ามาใกล้เอ่ยถามขึ้น มองหน้าอีกฝ่ายอย่างจะค้นความจริง

เปล่า...เขาได้นามบัตรฉันไป...แล้วบอกจะโทร.มา เขาเล่า ทำทีสนใจอยู่กับงานตรงหน้ามากกว่า

แล้วก็ยังไม่โทร.มาหรือ? พิสันต์ไม่คลายข้อสงสัย

ปรมินทร์ส่ายหน้า

เขาคงไม่คิดจะโทร.มาหรอก... ลอบถอนหายใจข้างในลึกๆ

อะไรว้า! พึ่งกลับมา...ให้เวลาเขาหน่อยสิ... กานต์ให้กำลังใจ

ใช่...แล้วแทนที่จะแลกนามบัตรกันก็ไม่ทำ พิสันต์ตำหนิติติงเพื่อน

ก็เขาบอกว่าจะโทร.มา ฉันก็ไม่กล้าเซ้าซี้    เขาตอบกลับไป

เออ! ชาเย็นไม่ใส่มะนาวอย่างนายนี่สิ...ถึงถูกทิ้งไง...ดามอกต่อไปคนเดียวละกัน เพื่อนๆเขาผลักเก้าอี้ติดล้อที่เลื่อนมาสุมหัวกันสนทนากับมาสนใจใส่ใจงานตรงหน้ากันต่อ เหมือนจะรู้ว่า ลุ้นคนอย่างปรมินทร์ไปจีบสาวสักคน ยากยิ่งกว่าลุ้นให้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก...

ก่อนที่สามหนุ่มจะชะงักมือ เมื่อตะวันเกิดบังเอิญเงยหน้า สายตาปะทะกับร่างระหงทรงนางแบบของสาวสวยตรงหน้าก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาปะทะใบหน้าสวยเปรี้ยวปรี๊ดนั่นแล้วให้อ้าปากค้าง ชะงักมือไป

ในขณะที่พิสันต์สงสัยในกิริยาของตะวัน แต่เมื่อมองตามสายตาไปในทางเดียวกัน แล้วก็ให้อ้าปากค้างตาม ไม่แตกต่าง กานต์จะเป็นคนสุดท้ายที่เห็นสาวสวยทรงงามที่มายืนอยู่เบื้องหน้าพวกเขา

ไอ้งานที่กำลังระรัวอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ จึงได้หยุดชะงักมือกันลงเสียหมด

ลอร่ายกนิ้วชี้ขึ้นที่ปากตัวเอง ก่อนจะจุ๊ปากส่งสัญญาณให้หนุ่มๆ เป็นทำนองว่าอย่าเอะอะเสียงดังไป สามหนุ่มจึงทำตัวเป็นปกติอย่างอยากรู้ว่าการณ์จะดำเนินต่อไปเช่นไร

เจ้าหล่อนพิศมองเขาที่คร่ำเคร่งอยู่กับงานหน้าจอคอมพิเตอร์ ทบทวนความคิดในใจที่ว่า จะลองให้โอกาสตัวเองและเขา ปั้นผู้ชายคนนี้ขึ้นมา

ผู้ชายตรงหน้า...ไม่ว่าจะมองมุมไหน...แพ้ชานนท์ของหล่อนหลุดลุ่ยหมดท่าทุกทาง...

หล่อนหมุนนิ้วมือส่งสัญญาณให้หนุ่มบอกให้ช่วยชวนเขาคุยหน่อย

ถ้าคุณลอร่ามาหา...นายจะทำยังไง? ตะวันเอ่ยถามขึ้นน้ำเสียงสั่นพร่าตื่นเต้นไปด้วย

ปรมินทร์หยุดมือชะงัก...นิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะทำงานต่อ

ไม่ทำยังไง...เพราะเธอไม่มีทางมาหรอก... เขาตอบเพื่อนไปอย่างที่ใจคิด

ก็แล้วถ้าเธอมาจริงๆล่ะ... พิสันต์พยายามบอกใบ้ให้

ไม่หรอก...เธอไม่มีทางมา... เขาว่าอย่างแน่ใจและไม่ใส่ใจแยแส

ในขณะที่ลอร่ามองผู้ชายตรงหน้า ที่ดูท่าไม่รู้ร้อนรู้หนาวใดๆ หรือแม้แต่คิดจะต่อสัมพันธไมตรีกับหล่อน แล้วก็ให้ถอนหายใจอย่างเหนื่อยขึ้นมาเสีย ดูท่าหล่อนต้องลงทุนลงแรงเพียงข้างเดียว...และออกจะเกินความจำเป็นไป

ในขณะที่ผู้ชายตรงหน้า ไม่ได้มีแรงบันดาลใจใดๆให้หล่อนต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจขนาดนั้น แม้แต่จะสนใจหล่อน เขายังไม่คิดสักนิด

หมุนตัวกลับหน้าเป็นหลังอย่างถอดใจ...ตั้งใจจะกลับ ไม่มีใครควงไปงานแต่งด้วยก็ไม่เห็นเป็นไรนี่นา...ง่ายๆ หล่อนก็แค่ไม่ไปเท่านั้นเอง...ดีกว่าให้เขา หรือยัยนั่นยิ้มเยาะหล่อน

ในขณะที่สามหนุ่มลุ้นเพื่อนแทบแย่ ได้แต่อ้าปากพะเยิบพะยาบ แต่ไม่สามารถเอ่ยอะไรให้เจ้าตัวรู้ได้ เพราะเจ้าหล่อนห้ามปรามพวกเขาด้วยสายตาเสียก่อน

แต่เธอบอกนี่ว่าจะโทร.มาหานาย กานต์งัดไม้สุดท้ายให้อีกฝ่ายมีความหวังและเห็นความสำคัญ

ฮึ..ฮึ... ชายหนุ่มหัวเราะขึ้นมา คนกำลังจะก้าวเท้าหนี ชะงักขึ้นมาเสียดื้อๆ

เขาสวย ปานนางฟ้า...ที่พูดออกมาก็แค่จะเคาะกะลาให้หมาดีใจเท่านั้นแหละ ชายหนุ่มว่า

คนที่หันหลังหนี และทำท่าจะเดินจากไปชะงักงัน...ก่อนจะหมุนตัวช้า หันหน้ากลับมาเผชิญกับเขาอีกครั้ง...อย่างน้อยผู้ชายตรงหน้า ก็เห็นหล่อนมีค่า...

คิดอย่างนั้นจริงๆหรือคะ... คำถามที่เอื้อนเอ่ย ทำเอามือที่กำลังระรัวแป้นพิมพ์อยู่ชะงักกึกลงอีกหน

ก่อนจะค่อยๆหมุนเก้าอี้หันหน้า กลับมาเผชิญกับต้นเสียง

ทำไมดูถูกลอร่าจังเลยคะ? น้ำเสียงต่อว่า กระเง้ากระงอด

 และยิ่งดวงหน้าหล่อนตอนนี้ ตีหน้าสลด แววตาผิดหวัง ชายหนุ่มเกิดรู้สึกฝืดคอขึ้นมาเสียดื้อๆ แทบไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยินตรงหน้า และสายตาที่มองเห็น แต่เมื่อขยับแว่นหลายครั้ง ยังกระจ่างชัดที่ภาพเดิม

ดวงตาซื่อหลังกรอบแว่นเลนส์หนานั่น เป็นประกายใสแจ๋วยินดีขึ้นมาในทันที

คุณลอร่า เขาเรียกชื่อหล่อน

ค่ะ... หล่อนรับคำยืนยันในสิ่งที่เขาเห็น ใบหน้าสวย ยิ้มพราวที่แทบจะละลายเขาลงได้

มี...มี...มี...อ้า! ลมอะไรหอบมาครับนี่... หลังจากติดอ่างมานาน สุดท้ายก็เอื้อนเอ่ยออกมาได้

อยากได้เพื่อนคุย...แล้วก็อยากได้เพื่อนทานข้าวเย็นนะคะ...นึกถึงใครไม่ออก...ก็เลยลองหยิบนามบัตรที่ใครบางคนเคยให้ไว้...เขาบอกว่าอยากมีเพื่อนคุยให้คิดถึงเขาค่ะ หล่อนตอบ ยิ้มพราวเก๋ ทำเอาหัวใจของเขาแทบหยุดเต้น

สามหนุ่มที่ลุ้นตัวโก่ง พลอยยิ้มออกไปด้วย

ว่างรึเปล่าคะ?

ว่างครับ สามเสียงประสาน ตอบแทน ปรมินทร์หันหน้าไปมองเพื่อนๆ

งานที่เหลือเดี๋ยวทำแทนให้...ไปเถอะ... ว่าพลางพยักเพยิดหน้าให้

ดูเหมือนว่า เหล่าผองเพื่อนจะเป็นใจให้เขาไปหมด...ปรมินทร์กระพริบตาถี่ ก่อนยิ้มซื่อใสส่งให้หล่อน แล้วพยักหน้า

งั้นก็ไปสิคะ...รออะไรล่ะ? หล่อนชักชวน

เขาก้าวตามหล่อนมา คล้ายดั่งต้องมนต์สะกดก็ไม่ปาน...

สามหนุ่มมองตามหลังเพื่อนไป ด้วยความรู้สึกร้อนวูบวาบในหน่วยตา...แต่เอาน่า การส่งเสริมปรมินทร์ให้สร้างสัมพันธภาพกับลอร่าได้ ก็เท่ากับสร้างสะพานให้กับพวกเขาเอง ที่จะได้เดินไปถึงยังเพื่อนสาว สวยๆ ของหล่อนคนอื่นๆต่อไป...ตะวันนิมิตเห็นหน้าปูเปรี้ยว...พิสันต์เห็นเมวี...กานต์เห็นยาหยี...ชายหนุ่มทั้งสามต่างนั่งตาลอยเคลิ้มฝัน อมยิ้มอย่างมีความสุข

สั่งสิคะ หล่อนว่า หลังจากยื่นเมนูให้ชายหนุ่มแล้ว แต่เขายังตั้งท่ายึกยักไม่ยอมสั่งอะไรสักอย่าง

เอ่อ...อะไรอร่อยครับ เขาเงยหน้าจากเมนูตรงหน้ามามองหล่อน

อร่อยทุกอย่างมั้งคะ...เขาโฆษณาไว้อย่างนั้นนี่คะ หล่อนว่า

ชายหนุ่มก้มหน้าพิจารณาเมนูชื่อประหลาดเหล่านั้น ใช้สมองคิดอย่างหนักหน่วงยิ่งกว่าสูตรฟิสิกส์ เดาหน้าตาของอาหารแต่ละจานว่าจะเป็นเช่นไร

ในขณะที่ลอร่ากำลังลอบพิจารณาใบหน้าของอีกฝ่าย ท่าทาง การแต่งตัว แล้วใช้สมองคิดตรองหนักไม่แตกต่างกัน ว่าจะปั้นผู้ชายตรงหน้าเช่นไร...ให้ดูเด่นกว่า และดีกว่า อดีตคนรัก

หล่อนเลือกที่จะพาเขามาทานอาหารญี่ปุ่น ชายหนุ่มมีท่าทีชะงักเล็กน้อย หากสุดท้ายก็ตามใจหล่อนแต่โดยดี หล่อนสั่งอาหารไปนานแล้ว แต่เขายังพิจารณาเมนูเลือกยังไม่เสร็จ

เพราะความช่างเลือกนี่รึเปล่า? ถึงทำให้เขายังโสดมาจนถึงทุกวันนี้...อ้อ! เพื่อนเขาบอกว่าเขาพึ่งอกหักมาเช่นเดียวกับหล่อน...แปลว่าก็เคยมีแฟน...มีคนรักมาก่อนอย่างนั้นสิ...อยากเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นเสียจริงๆ

ว่าผู้หญิงอย่างไหนกัน...ที่รักผู้ชายตรงหน้านี่ลง...แว่นคงหนาไม่แพ้กันแน่ๆ...เจ้าหล่อนคิดในใจ

เอ่อ เขาเงยหน้าจากเมนูอาหารขึ้นมา ผลักหล่อนให้หลุดพ้นจากภวังค์พิศมองเขาอยู่

สั่งสิคะ หล่อนเชื้อเชิญ

ผมเอาเหมือนคุณแล้วกัน เขาสรุปง่ายๆ แต่คิดนานเหลือเกิน

อ๋อ! ค่ะ... เจ้าหล่อนรับคำ ก่อนหันไปสั่งบริกรที่มายืนรอรับเมนูเสียเนิ่นนานจนขาแข็ง

ชายหนุ่มยิ้มเจื่อนด้วยดวงตาซื่อใส...ที่ทำเอาหล่อนถอนหายใจ รู้สึกผิดขึ้นมาที่ทำเหมือนว่ากำลังสร้างความหวังลมๆแล้งๆให้อีกฝ่าย เมื่อคิดว่าตัวเองกำลังจะมายืมมือเขา เพื่อกู้หน้าตัวเองอยู่...ทั้งๆที่ในใจไม่ได้คิดอะไรกับเขาเลย

ปกติทานข้าวที่ไหนหรือคะ? ไม่รู้จะคุยอะไร หล่อนจึงเริ่มบทสนทนาง่ายๆธรรมดา

ทานที่บ้านครับ... เขาตอบอมยิ้ม

ทำกับข้าวเองหรือคะ...เอ๊ะ! หรือว่ามีใครทำให้... หล่อนทำตาสงสัย จับผิดอีกฝ่าย

ปรมินทร์หัวเราะเบาๆอย่างขบขัน...

ครับผมทำกับข้าวทานเอง... เขาตอบ

อ้อ! ...ทำกับข้าวเป็นด้วย...เก่งจังเลยนะคะ หล่อนชมอย่างจริงใจ

เพราะตัวเองเป็นอิสตรีแท้ๆ แต่มีไม่กี่เมนูที่พอจะทำประทังชีวิตตัวเองได้ เป็นพวกอาหารตระกูลไข่เป็นหลักเสียส่วนใหญ่...จะว่าหล่อนเป็นผู้หญิงจับจด ไม่เอาถ่านไม่ได้...ก็หล่อนมันหญิงยุคใหม่...ไม่เสียเวลามาจับกะทะจับตะหลิวให้เสียเวลาที่เอาไปผันเป็นเงิน ขนาดที่จะเอามาจ่ายเป็นค่าอาหารหรูๆเมนูแพงๆ แทนต้องหน้ามันย่องในครัว หัวหูยุ่งเหยิงเหม็นกลิ่นอาหารติดหรอก...ยิ้มที่หล่อนส่งให้เขา จึงจริงใจโดยแท้

ครับ...ก็เมนูง่ายๆ อย่างพวกน้ำพริก แกงกะทิ...แกงส้ม แกงป่า... เขาว่าอย่างถล่มตัว...

  อ๋อ! หรือคะ คนฟังยิ้มเจื่อนๆ รู้สึกละอายใจขึ้นมา เพราะไอ้เมนูง่ายๆที่เขากล่าวมาทั้งหมด...หล่อนทำไม่เป็นสักอย่าง ...

อาหารควันฉุยถูกยกมาวาง ปรมินทร์กำลังพิศมองหน้าตาของมัน อย่างคิดในใจว่ารสชาติมันจะเป็นยังไงต่อ หลังจากที่เขาเดาหน้าตามันไม่ถูกสักนิด...

ทานสิคะ หล่อนเชิญชวน คงเห็นว่าเขาเอาแต่มองนานเกินไป

ชายหนุ่มหยิบตะเกียบขึ้นมาถือไว้...เก้ๆกังๆพิกล...นี่ยังถือว่าหล่อนกรุณาปราณีที่ลากเขาเข้ามาร้านอาหารญี่ปุ่น อย่างน้อยเขาก็ใช้ตะเกียบเป็น ถ้าเป็นพวกอาหารอิตาเลี่ยน ฝรั่งเศส ประเภท มีด ช้อน ส้อม คงดูจะยุ่งยากไปใหญ่ เพราะไอ้ช้อนไหนใช้ตักอะไร แม้จะเคยได้รับการเทรนมาสำหรับการเข้าสังคม แต่ก็ไม่ได้เคยเปลืองสมองไปจำ แค่ช้อนกับส้อมเท่านั้นสำหรับเขาถือว่าเหลือเฟือแล้ว...แต่ตอนนี้ ยังดีที่ได้ตะเกียบ...แม้จะไม่มีช้อน สำหรับการกินอาหารที่ไม่ใช่เส้น

เห็นหล่อนคีบนั่นจิ้มนี่ทานไป ท่าทางน่าอร่อย ... ชายหนุ่มไม่รอช้ากับคำเชิญชวน รีบคีบนั่นจิ้มนี่เข้าปากบ้าง รสชาติจืดสนิทสำหรับคนที่ชอบอาหารรสชาติจัดจ้านแบบไทยๆอย่างเขา

อร่อยมั้ยคะ? หล่อนถามขึ้นมา ทำตาโตเมื่อคีบเข้าปากคำแรกคล้ายเอร็ดอร่อยนักหนา ขณะที่เขากลับรู้สึกว่ามันเฝื่อนลิ้นพิกลอยู่

อร่อยครับ ตอบตามมารยาท

ดูท่าคุณจะมาทานอะไรอย่างนี้บ่อยๆ เขาเอ่ยถามขึ้นมา

เจ้าตัวพยักหน้า ก่อนจะสะกิดใจร้าวขึ้นมาจากข้างใน...หล่อนกับชานนท์ชอบอาหารญี่ปุ่นเหมือนกัน...แทบจะเป็นร้านเจ้าประจำ เป็นอาหารเมนูหลักเมื่อต่างคิดไม่ออกว่าวันนี้จะไปทานอะไรกันดี

ต่างคีบนั่นจิ้มนี่อันเป็นของโปรดของกันและกันใส่จานให้อีกฝ่ายอย่างเอาใจ...วันเวลาอย่างนั้น...มันจบแล้วสินะ

วันนั้น...ที่ไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว...เขามีใครมาแทนที่หล่อน...

ในขณะที่วันนี้...หล่อนเองก็พยายามให้ใครอีกคนมาแทนที่เขา...เพื่อจะลืมให้ได้...

และดูเหมือนว่า ผู้ชายตรงหน้า ไม่สามารถทำหน้าที่อย่างที่ใจหล่อนหวังได้สักนิด...

หน้าตาของปรมินทร์ไม่ได้เอร็ดอร่อยไปกับอาหารตรงหน้า ดังที่เขาว่าเลย...

นั่นเชอรี่นี่นา... เสียงเอ็ดอึงของคนอื่นๆที่รายรอบตัวหล่อนดังขึ้น

นั่นใคร คนนั้นใช่มั้ยที่ว่าจะแต่งงานกัน? เสียงเดาส่ง พาให้หล่อนนิ่งชะงัก ไม่กล้าหันหน้าไปมองเต็มสองตานัก

อ๋อ! ที่ว่าเป็นเจ้าของบริษัทโฆษณานะหรือ? หล่อสมกันเลยเนอะ

นั่นสิ...หน้าตาเป็นนายแบบได้สบายๆเลย คนพูดกระซิบกระซาบกันดังพอที่หล่อนจะได้ยิน

ลอร่านั่งตัวชานั่งนิ่งเหมือนปฏิมากรรมน้ำแข็ง....

โลกกลมดิ๊กจนน่าเกลียด...ถึงเขากับหล่อนจะชอบอาหารญี่ปุ่นเหมือนกัน...มันก็มีตั้งมากมายหลายร้าน ทำไมต้องเจาะจงมาร้านนี้...ในวันนี้...กับยัยคนนี้...ในขณะที่หล่อนมากับอีตาลุงเชย...เฉิ่มระเบิด...ที่พึ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วัน...

คนทั้งคู่ควงแขนกันเดินผ่านหล่อนไป...อย่างไม่ได้สนใจใส่ใจมองใคร...เพราะรู้ดีว่าตัวเองเป็นจุดสนใจ เป็นที่จับตามองของใครต่อใครอยู่...เหมือนวูบลมร้อนมาปะทะตุ๊กตาน้ำแข็งให้ได้สติ

ลอร่าเบี่ยงตัวขยับเก้าอี้ชิดข้างฝา ใช้ร่างของปรมินทร์บังอีกฝ่ายไว้ เพราะชานนท์นั่งหันหน้ามาทางหล่อนเสียด้วย หยิบกระเป๋าถือข้างกายขึ้นมาช่วยบัง ก้มหน้างุดๆ

ชายหนุ่มเห็นท่าทีผิดปกติของหล่อนก็ให้สงสัยขึ้นมา...แต่ไม่กล้าถาม ได้แต่จับตามอง ลอร่าเองไม่ได้รู้ตัวว่าอากัปกิริยาของหล่อน กำลังถูกจับตามองโดยเขาอยู่

มองชานนท์ที่ดูเอาอกเอาใจยัยเชอรี่นั่นจนออกนอกหน้า ชี้ชวนกันเลือกเมนู หัวร่อต่อกระซิกกัน...เหมือนที่เขาเคยทำกับหล่อนไม่มีผิดเพี้ยน...

เสี้ยวหน้าคมสันหล่อเหลาของอีกฝ่าย...ผู้ชายในอดีตที่เคยเป็นของหล่อน....ยิ่งทำให้หวนหาในอกในใจสั่นดวงตาฝ้าพรางน้ำตาจะหยดเสียให้ได้...เมื่อนึกได้ว่าวันนี้เขาไม่ใช่ของหล่อนอีกต่อไปแล้ว

หล่อ เท่ห์ สมาร์ท ดูดี...คือนิยามที่หล่อนเคยให้...ความเป็นเขาที่หล่อนแสนภาคภูมิใจเมื่อได้เดินเคียงข้าง

เทียบกับผู้ชายตรงหน้าในเวลานี้ ทิ้งกันอย่างไม่เห็นฝุ่น...เมื่อหล่อนหันกลับมาเผชิญหน้ากับปรมินทร์อีกครั้ง สายตาของเขาเต็มไปด้วยคำถามมากมาย...

เอ่อ... เกิดอาการคอตีบตันพูดไม่ออกขึ้นมาเสียดื้อๆ

มีอะไรรึเปล่าครับ?.... ชายหนุ่มเอ่ยถาม เมื่อความสงสัยของเขาไม่ได้รับความกระจ่าง

ปละ...เปล่าค่ะ... หล่อนตอบ เขยิบตัวหลบ ใช้เขาบังร่างเจ้าหล่อนไว้ เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่ามองมาขณะรออาหาร...เสเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มแก้กระหายแทน

อิ่มแล้วหรือครับ คำถามเต็มไปด้วยความอาทร

ค่ะ..ค่ะ..แล้วคุณล่ะคะ... หล่อนเกิดอาการตะกุกตะกัก อิ่มขึ้นมาเสียดื้อๆ อยากหายตัวไปให้พ้นจากตรงนี้เสียโดยไว

ครับ เขาพยักหน้า อาหารรสชาติไม่ถูกปาก...

งั้นกลับกันเถอะค่ะ... หล่อนชวนอีกฝ่าย เรียกบริกรมาเช็คบิล...

เมื่อปรมินทร์ลุกขึ้นยืน หล่อนรีบคว้ากระเป๋าถือบังหน้าตัวเองไว้ แล้วรีบหันหลังกลับ เดินลิ่วนำหน้าเขาออกมาโดยไว ชานนท์มองตามหลังของร่างระหงคุ้นตาที่เดินลิ่วออกจากร้านไปอย่างสงสัย

เช่นเดียวกับปรมินทร์ที่หันกลับไปมองในร้านอย่างสงสัยเช่นกัน...ว่าหล่อนรีบลุกลี้ลุกลนหนีอะไร

บ้าจริงเชียวเลย...ไอ้โลกเบี้ยวๆบวมๆใบนี้ ทำไมมันต้องกลมดิ๊กขนาดนี้ด้วย หล่อนสบถอย่างหัวเสีย

เป็นอะไรรึเปล่าครับ?... คำถามของชายหนุ่ม ยิ่งกระพือประกายขุ่นมัวที่กำลังปะทุในใจของหล่อนยิ่งขึ้น

ผู้ชายอะไร นอกจากไม่หล่อ แล้วยังเซ้าซี้ น่ารำคาญหล่อนนึกหงุดหงิดเอากับเขาขึ้นมา รู้สึกอับอายขายหน้าที่ต้องเดินมากับลุงเชยอย่างเขา ยิ่งสบสายตาซื่อๆหลังแว่นหนาบนหน้าจืดๆ บอกถึงความไม่รู้เรื่องรู้ราวของเขา การแต่งเนื้อแต่งตัวที่เชยระเบิด...ผมลงเจลหวีเรียบแปร้ไม่กระดิกสักเส้น...หล่อนนึกบ้าบออะไรขึ้นมา...ถึงได้ชวนผู้ชายคนนี้มาดินเนอร์กันนี่

หวังว่าชานนท์คงไม่ทันเห็นหล่อนกับเขา ไม่งั้นอีกฝ่ายคงได้หัวเราะตามหลังหล่อนท้องคัดท้องแข็งแล้วคิดว่า...การที่หล่อนอกหักจากเขาแล้วเสียศูนย์ขนาดคิดสั้น คว้าผู้ชายที่เดินข้างๆมาเป็นแฟน

ปรมินทร์รู้สึกอึดอัดเมื่อคำถามเขาเงียบงันไม่มีคำตอบหล่อนออกอาการหน้าเสียแล้วก็หงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

บายนะคะ จู่ๆหล่อนก็บอกลาเขาเสียดื้อๆ ไม่คิดจะถามไถ่สักคำว่าที่ลากเขามาด้วยแล้วจะให้เขากลับยังไง

ปิดประตูรถปัง...บิดกุญแจสตาร์ท...

ครืด...ครืด...แชท....แช่...

เป็นบ้าเป็นบออะไรขึ้นมาตอนนี้อีกล่ะ หล่อนสบถอย่างหัวเสีย พยายามอีกที แล้วดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผล

ว่ะ... เอ็ดตะโรเสียงดัง พลางตบลงตรงกลางพวงมาลัยกลายเป็นกดแตรเสียงดังสนั่นลานจอดรถ...เสียงเคาะกระจกเบาๆ ตามด้วยดวงตาใสๆซื่อหลังกรอบแว่นหนามองมาจากข้างรถอย่างสงสัย หล่อนกดปุ่มเลื่อนกระจกไฟฟ้าลง

รถเป็นอะไรครับ? เขาถามอย่างห่วงใย

ไม่รู้ค่ะ.... หล่อนตอบอย่างหงุดหงิด...ตามมาด้วยเสียงแหวจากข้างใน ฉันไม่ได้จบช่างยนต์นี่ยะ

เปิดกระโปรงรถสิครับ...เดี๋ยวผมจะดูให้... เขาว่าอย่างมีน้ำใจ ลอร่ากรอกลูกตาไปมา...อย่างไม่รู้ว่าต้องทำเช่นไร

ซ่อมรถเป็นด้วยเหรอ...เอากับเขาหน่อยน่า ไม่มีทางเลือกแล้วนี่นา เปิดประตูลงมาดูเขาที่กำลังเปิดฝากระโปรงรถพิจารณาอาการเสียอย่างสนใจ ...เห็นเขาจับนี่ดึงนั่นก่อนยิ้มร่า แล้วปิดฝากระโปรงลงดังเดิม ปัดมือปัดไม้

ลองสตาร์ทดูอีกทีสิครับ... หล่อนมองหน้าอีกฝ่ายอย่างงงงัน แต่สุดท้ายก็ยอมทำตามคำสั่งเขาแต่โดยดี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

5 ความคิดเห็น