วิวาห์ขัดดอก

ตอนที่ 6 : ฉันจะแต่งงานกับคุณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    24 ก.ค. 62

 

ตอนที่ 6

ฉันจะแต่งงานกับคุณ

 

 

 

 

 

“ใช่ ถ้าจะไปที่นั่น ก็มีสองทางนะ ถ้าคุณไม่เดินไป ก็ขี่จักรยานไป” ชี้ไปที่จักรยานแม่บ้านที่จอดไว้ชิดริมเสา

สิบกิโลเมตร...ให้เธอขี่จักรยานไปนี่นะ? ในเวลาที่แสงตะวันคล้อยต่ำลงจนแทบลาลับ ให้ตายเถอะ

รุ้งดาวไม่มีทางเลือกที่ดีไปกว่านี้ จึงรีบตรงไปคว้าจักรยาน คันนั้นก่อนจะปั่นหน้าตั้งไปยังทิศทางเดียวกันกับที่นายสมัยชี้มือให้นั่นแหละ สิบกิโลเมตร ภูพะเนิน ทางชันสมกับคำว่า เนิน และ ภู เสียด้วย

โอ้ย! ตาย...ตาย แต่ยังไง เธอก็ไม่ยอมให้นายทิตย์ศวัสฮุบสมบัติของตัวเองไปครอบครองได้หรอก

+++++++++

ร่างสูงใหญ่ยืนตระหง่านอยู่บนเนินที่เรียกกันว่า ภูพะเนินซึ่งอยู่ในเขตไร่ทองตะวัน เพราะมันเป็นที่ที่จะเห็นพระอาทิตย์ตกดินชัดเจนที่สุด สวยที่สุด และโรแมนติกที่สุด

แต่ที่ผ่านมาเขาไม่มีอารมณ์สุนทรีพอที่จะมายืนมองตะวันตกดินอย่างเช่นวันนี้ ที่เวลานี้เชื่อแน่ล้านเปอร์เซ็นต์ว่า จะไม่ได้เห็นมันตกดินเพียงลำพัง เพราะนายสมัยเพิ่งโทรมารายงานว่า มีผู้หญิงท่าทางเอาเรื่องคนหนึ่งกำลังปั่นจักรยานมุ่งตรงมาทางนี้ให้เขาระวังตัวเอาไว้ ทิตย์ศวัสจึงยืนยิ้มกระหยิ่ม รอรับมือกับคุณหนูเจ้าอารมณ์อย่างใจเย็น พร้อมกับนับเวลาถอยหลังที่จะได้เผชิญหน้ากันอีกครั้งหนึ่ง

และไม่นานเกินรอนัก ใครบางคนก็มายืนอยู่เบื้องหลังเขา มองคนที่กำลังชมพระอาทิตย์ตกดินอย่างแสนสบายอกสบายใจด้วยความหมั่นไส้และแค้นเคืองสุดขีด

โอ้ย! เหนื่อย” ยกหลังมือเรียวขาวผ่องขึ้นมาปาดเหงื่อที่หน้าผากและใบหน้า

ตาลุงสมัยนั่นโกหกชัดๆ นิสัยปลิ้นปล้อนตลบตะแลงเหมือนเจ้านายไม่มีผิด ปั่นจักรยานแค่เหงื่อซึมก็ถึงงั้นหรือ? ตอนนี้ร่างเธออาบเหงื่อจนชุ่มโชกไปทั้งตัวแล้วต่างหาก

ความคับแค้นใจมาถึงขีดสุด เมื่อเห็นบุรุษผู้หนึ่งยืนกินลมชมวิวสบายใจเฉิบ ไม่ทุกข์ไม่ร้อน ไม่ยินดียินร้าย ทั้งที่เธอหอบแฮ่กๆ จนตัวโยนเพื่อตามเขามาถึงที่นี่

แล้วนั่นคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกมิวสิควิดิโอหรือไง? ถึงได้ไปยืนเต๊ะจุ๊ยอยู่บนเนินนั่น

รุ้งดาวขยุ้มบั้นเอวเพื่อจะลดอาการจุกเสียดที่หน้าท้อง พร้อมกับลากขาที่หนักนับสิบกิโลในเวลานี้เพื่อพาสังขารขึ้นไปหาคนที่ยอดภู กะว่าถึงตัวแล้วจะยกเท้าถีบให้กลิ้งหลุนๆ ตกมาเสียหน่อยด้วยความหมั่นไส้สุดขีด

“นาย”

เอ่ยเรียกด้วยเสียงหอบฮั่กๆ แต่คนบนนั้นก็ไม่หันมา ทำหูทวนลมได้คงเส้นคงวาจริงๆ

“นี่...นาย”

เอ่ยเรียกเสียงเบากว่าเดิม ด้วยความเหนื่อย จนต้องหยุดนิ่งๆ แล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึกสุดลึก เพื่อรวบรวมพละกำลัง

“นายทิตย์ศวัส”

เสียงแหวเอ็ดตะโรลั่น และคนบนนั้นก็เหมือนจะรู้ตัว เมื่อหมุนตัวหันกลับมาช้าๆ ใบหน้าคร้ามเข้มรกไปด้วยเคราและหนวด ทำให้เจ้าตัวดูเถื่อนถึกเข้าไปอีก บัดนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวของเขากำลังถูกฉาบด้วยแสงอาทิตย์สุดท้ายของวันจนเป็นเงาทะมึน

รุ้งดาวเม้มปากแน่นจนเหยียดเป็นเส้นตรง ก่อนจะกลั้นใจพูดคำที่ไม่อยากเอ่ยที่สุดในชีวิตออกไป

“ฉันตกลง”

“หืม....”

เสียงในลำคอที่ลากยาว ได้ยินมาถึงนี่ แม้เธอกับเขาจะอยู่ห่างกันนับสิบเมตร

“คุณว่าอะไรนะ?”

“ฉันตกลง”

ตะโกนจนคอแทบแตก แต่คนด้านบนกลับเอียงหน้า เอามือป้องหูเหมือนแกล้งกัน

“ว่าอะไรนะ ผมฟังไม่ถนัด”

หมอนั่นกลั่นแกล้งเธอ เขาจะไม่ได้ยินได้ยังไง ในเมื่อเธอตะโกนเสียจนสุดเสียง มือเล็กกำแน่น ก้าวพรวดๆ ทั้งที่เหนื่อยหอบจนแทบหมดเรี่ยวหมดแรง พุ่งทะยานไปถึงตัว กระทั่งเผชิญใบหน้ากัน

ใบหน้ากวนอารมณ์ยังไงก็กวนอย่างนั้น...หล่อยังไงก็หล่ออย่างนั้น แต่ในนาทีนี้ความหล่อไม่มีผล เมื่อเธออยากซัดหมัดใส่หน้าหล่อๆ รกเครานี่ให้หงายหลังผึ่งตกภูพะเนินเลยทีเดียว

“คุณว่าอะไรนะ?”

“ฉัน...ตก...ลง...” เข่นเขี้ยวตอบไป

“เรื่องอะไร?” คิ้วเข้มขมวดทำไขสือ

“ก็เรื่องแต่งงานน่ะสิ”

“ใครแต่งกับใครที่ไหนเหรอ?” ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

“ก็ฉัน...รุ้งดาว จะแต่งงานกับนาย”

“นายไหน?” เอานิ้วมือแยงหู ขมวดคิ้ว

“ก็นายน่ะ...นายทิตย์ศวัส” จิ้มนิ้วลงบนอกแน่นล่ำของเขาอย่างหมั่นไส้

“เอาล่ะๆ”

เขาจับมือเล็กของเธอเอาไว้ พูดเสียงประนีประนอม แต่ไม่ได้อนาทรร้อนใจไปกับท่าทางเลือดร้อนของหญิงสาว

“คราวนี้พูดใหม่ ให้เพราะๆ ด้วย พูดกับผมดีๆ”

ใบหน้าเล็กแดงจัดชัดเจนว่าโกรธขึ้งเงยหน้าขึ้นมามองเขาตาเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

แต่ต่อให้โกรธ เธอก็ยังสวยอยู่ดี...ดวงตาสวยที่ล้อมกรอบด้วยแผงขนตาแน่นดำขลับยาวงอนกะพริบปริบๆ ปลายจมูกเล็กโด่งแดงขึ้นทีละน้อย รู้สึกเหมือนคนสิ้นไร้จนซึ่งหนทาง ถูกบีบบังคับจนต้องยอมจำนนอย่างเสียไม่ได้

ดวงตาคู่สวยฉาบวาวน้ำตาขึ้นมาอย่างแค้นใจ...ที่ต้องยอมพ่ายแพ้ให้กับคนตรงหน้านี้

“ฉันจะ...แต่งงาน...กับคุณ...ฮือ.....”

จู่ๆ คนเก่งก็ปล่อยโฮออกมาอย่างเจ็บใจเหลือแสน ทำเอาคนแกล้งไปต่อไม่เป็นเลยทีนี้

“เดี๋ยวสิคุณ...เดี๋ยวสิ...ใจเย็นๆ นะรุ้งดาว โอ๋...โอ๋....ตกลงๆ ผมยอมแต่งงานกับคุณก็ได้”

ยอมแต่งงานด้วยก็ได้งั้นหรือ?

ชิชะ ไอ้คนเจ้าเล่ห์เพทุบาย ทำอย่างกับฉันอยากได้นายมาเป็นสามีเต็มที

“เงียบสิคุณ...อย่าร้องไห้สิ”

ชายหนุ่มเริ่มหน้าเสีย ทำอะไรไม่ถูก เมื่อสาวเจ้าเล่นสะอื้นฮั่กๆ น้ำตาลูกโตร่วงเผาะๆ

“ก็ผมตกลงจะแต่งงานกับคุณแล้วไง?”

แล้วคิดว่าแค่นั้นมันจะหายหรือไง....หน็อย

“อยากแต่งงานกับผม ไม่ถึงกับต้องร้องห่มร้องไห้ก็ได้นี่นา...วู้...”

ไอ้คนบ้า...ใครอยากแต่งงานกับนายกัน สำคัญตัวเองผิดเกินไปแล้ว ที่เธอร้องไห้เพราะกำลังคับแค้นใจ ที่ไม่มีทางเลือกต่างหากเล่า

“โอเค งั้นบอกสิว่าทำยังไง คุณถึงจะยอมหยุด”

ทำยังไงอย่างนั้นหรือ?

“ฮึ...ฮือ....” ครานี้ลากเสียงกระเส่าดังกว่าเก่าอีก

เป็นเขาบ้างล่ะที่หน้ายุ่งเหยิง ยกมือขึ้นมาเกาหัวแกร็กๆ ไม่คิดว่าหญิงสาวตรงหน้า จะต่อมน้ำตาแตกง่ายดายขนาดนี้ แค่แกล้งนิดแกล้งหน่อย ไม่เห็นจะแกร่ง...ถึก...ทน...สมกับเป็นเมียนายทิตย์ศวัส ตะวันรุ่งได้ แบบนี้เขาไม่ชอบหรอกนะ

“เอ้าๆ ร้องไปใหญ่เลย ผมยอมแล้ว จะให้ผมทำอะไรก็ได้ แต่ไหนช่วยหยุดร้องไห้หน่อยสิ”

อะไรก็ได้งั้นหรือ?

มือเล็กสะบัด ดึงมือตัวเองกลับคืนมา ก่อนจะกำหมัดแน่น ซัดเปรี้ยงเข้าไปตรงหน้า หมายตาที่ไอ้ดวงตาวับวาวเจ้าเล่ห์นั่น แต่คนตัวสูงกว่าหลบหลีกทัน หมัดน้อยๆ ของเธอเลยซัดเข้าไปที่ครึ่งปากครึ่งจมูกแทนเต็มแรง

“โอ้ย...อะไรนี่ มาต่อยผมทำไม?” แต่อย่างน้อยก็มีผลให้หมอนั่น ร้องเอะอะโวยวายเสียงหลง

ฟืด...ฟืด...เสียงสูดน้ำมูกสองครั้ง ก่อนที่ใบหน้าอาบน้ำตาจะเปลี่ยนเป็นยิ้ม ยกหลังมือขึ้นมาปาดป้ายน้ำตาออกไปอย่างสบายใจแล้ว

“ตอบแทนที่นายแกล้งให้ฉันปั่นจักรยานตับแล่บมาถึงนี่น่ะสิ” พูดออกมาอย่างสะใจเล็กๆ

“อะไรกัน นี่ไม่ได้ร้องไห้จริงๆ หรอกหรือ” มือหนึ่งกุมครึ่งปากครึ่งจมูก อีกมือชี้หน้าถามอย่างเคืองๆ

“ร้องจริงสิ...ฉันคนจริงนี่นา” แหวแว๊ดเข้าใส่ แต่บังเอิญน้ำตาเธอมันสั่งได้ สั่งให้หยุดมันก็หยุด เพราะได้คืนแล้ว

“และฉันหวังว่านายก็เป็นคนจริงเหมือนกัน ที่บอกว่าจะให้ทำอะไรก็ได้ให้ฉันหยุดร้องไห้...นี่ไงหยุดแล้ว แต่ถ้าซัดอีกหมัดรับรองเงียบกริบสนิทเลยแหละ”

“นี่คุณหลอกผมหรือ?” ดวงตาคมกล้าลุกวาวเอาเรื่อง ที่โดนมารยาหญิงสอยเกือบร่วง

“แค่เบาะๆ เบาๆ นะเนี่ย”

ริมฝีปากสวยเบ้น้อยๆ ลอยหน้าไปมาให้แค้นใจ

“ตกลงว่าหายกัน...ฉันกลับล่ะ” ว่าพร้อมกับร่างบางหมุนตัวกลับเดินลงเนินไปอย่างสบายอารมณ์

ทิ้งให้ชายหนุ่มครางฮึ่มในลำคอที่เสียรู้มารยาเจ้าหล่อน จนใจเสียทีเดียวตอนที่เห็นหญิงสาวร้องไห้

“หายกันงั้นหรือ?”

เขาคำราม ยกมือลูบปากที่เจ็บแสบบวมเจ่ออย่างเจ็บใจ...หน็อย

สองเท้าก้าวเดินเร็วๆ ตามไปทันคว้าข้อมือเรียวที่แกร่งเฉิบๆ นั่น รั้งเธอเอาไว้ ก่อนดึงให้ร่างอ้อนแอ้นอรชรหันกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง

ใบหน้าเล็กนวลสวยถึงกับเหวอไปทีเดียว

“คิดว่าต่อยปากคนอย่างนายทิตย์ศวัสแล้วจะสะบัดก้นจากไปได้ง่ายๆ หรือคุณรุ้งดาว”

“แล้วไง...นายจะเอายังไง?” ดวงตากลมสวยถลึงมอง ถามลอยหน้าลอยตาน่าหมั่นไส้

จะให้ต่อยคืน...เขาคงได้ถูกด่าว่าหน้าตัวเมีย...ปราบพยศคนรั้นควรทำยังไงดีล่ะ?

“ต้องแบบนี้สิ ถึงค่อยเรียกว่าหายกัน”

ไม่ว่าเปล่า เมื่อรีบตะปบฝ่ามือใหญ่ที่ใบหน้าเล็กเพื่อล็อกเป้าเอาไว้ไม่ให้พลาด ก่อนจะฉกใบหน้าลงมาหาอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากร้อนๆ ที่ปกไปด้วยหนวดเคราขูดครูดลงมาที่กลีบปากนุ่มนิ่ม บดเบียดจนปากหยักเล็กบู้บี้ ขยี้จูบให้หายแค้นเคือง

ไม่สนใจดวงตาที่เหลือกลานของอีกฝ่าย และคนที่ดิ้นรนสุดฤทธิ์ทั้งจิกทั้งข่วนสองมือ กระทั่งหยุดดิ้นไปเองในที่สุด

ความรู้สึกของรุ้งดาวยามนี้ไม่ต่างกับว่ากำลังถูกช็อตด้วยไฟฟ้าแรงสูงนับพันนับหมื่นโวลต์ จนระทวยอ่อนมือไม้ไร้เรี่ยวแรงไปเสียดื้อๆ

ติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่

https://www.facebook.com/RachaRil/

https://my.dek-d.com/racharil/writer/

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น