ซาตานบริหารรัก (เสน่หา...สัญญารัก)

ตอนที่ 40 : ตอนที่ 40 เสน่หา...สัญญารัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,739
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    11 ส.ค. 58

                พราพิชารู้สึกตัวตื่นมาเพราะเหมือนกับมีอะไรเย็นๆ อยู่ที่นิ้วของหล่อน ก่อนจะ  ลืมตาขึ้นมองก็เห็นว่ามีแหวนเพชรเม็ดเล็กน่ารักแต่น้ำงามมากเลยทีเดียว สวมอยู่ที่นิ้วนางข้างซ้ายของตัวเอง เงยหน้าขึ้นมองคนสวมให้ก็เห็นเขามองหล่อนอยู่ก่อนแล้ว

                “นี่อะไรคะ” พราวพิชายกมือที่สวมแหวนให้เขาดู

                “แหวน” ภูเบศบอกยิ้มๆ เขารู้ว่าหล่อนหมายถึงอะไร

                “รู้ค่ะว่าแหวน แต่มาใส่ให้ทำไม” พราวพิชาถอนหายใจ

                “จองไว้ก่อนไม่ได้หรือไง” ภูเบศยกมือเล็กเรียวขึ้นมาลูบเบาๆ ที่แหวนวงนั้น

                “ไปเอามาจากไหนคะ”

                “คุณย่าให้มา”

                “ให้ตอนไหนคะ ไม่เห็นรู้เลย คุณไปบังคับเอามาจากคุณย่าหรือเปล่าก็ไม่รู้ ฉันจะโทรไปถามท่าน”

                “อะไรกัน ทำไมใครๆ ก็หาว่าผมชอบไปบีบบังคับคนนั้นคนนี้อยู่เรื่อย แล้วนี่ไปเจอกันครั้งแรกมีแลกเบอร์โทรไว้เลยเหรอ ผมคิดผิดหรือเปล่าที่พาคุณไปหาท่าน” ท่าทางน้อยอกน้อยใจของเขาช่างน่าหมั่นใส้นัก พราวพิชาอดไม่ได้เลยต้องบิดสีข้างเขาไปหนึ่งที

                “ก็ลองคุณไม่พาฉันไปหาผู้ใหญ่ดูสิ มีหวังได้เจ็บตัวแน่ เที่ยวบุกเข้าห้องคนอื่นเขาดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้น่ะ”

                “พูดแบบนี้แสดงว่าพาไปหาผู้ใหญ่แล้วก็เข้ามาได้ทุกวันสิ งั้นผมให้เด็กไปขนของมาไว้ห้องคุณเลยนะ”

                “นี่! ห้ามนะ แบบนี้ใครเขาก็รู้หมดสิว่าคุณมานอนกับฉัน ทั้งที่เราไม่ได้เป็นอะไรกันเลย”

                “แล้วทำไมเราจะไม่ได้เป็นอะไรกัน ก็ผมหมั้นคุณไว้แล้วไง”

                “ฉันยังไม่รับหมั้นเลย”

                “เบี้ยวไม่ได้นะหนูแพท ที่ไร่คุณก็ตกลงไปแล้ว”

                “แค่ตกลงแต่ยังไม่รับหมั้น” พราวพิชาจับที่แหวนหมุนไปมาเหมือนทำท่าว่าจะถอดมันออก ภูเบศไวกว่ารีบจับมือหล่อนไว้

                “ได้ ไม่หมั้นใช่ไหม” เขาเข่นเขี้ยวถาม ก่อนถาโถมตัวเองทั้งตัวลงทับร่างบางของหล่อนไว้

                “ว้าย คุณจะทำอะไรของคุณเนี่ย” พราวพิชาหวีดร้องตกใจที่อยู่ๆ เขาก็โถมตัวมาทั้งตัว

                “ไม่หมั้นก็ได้ ข้ามขั้นตอนไปเลย ผมก็ไม่ถนัดนักหรอกไอ้พวกพิธีรีตรองเนี่ย”

                “อย่านะ ถอยออกไปเลย ตัวหนักจะตาย”

                “ทำตามพิธีแล้วไม่ได้ผลก็ขอทำตามใจตัวเองแล้วกัน” เขาก้มหน้าลงซุกไซ้จมูกคมสันไปตามใบหน้า ลำคอ และวกขึ้นมาที่แก้มนวลทั้งสองข้าง ไม่ว่าเจ้าของแก้มนั้นจะบ่ายหน้าหนีเขาพัลวัล

                “อื้อ บอกให้ออกไปไงล่ะ” พราวพิชายกมือขึ้นมาพยายามกันจมูกของเขาไว้

                ภูเบศจับมือทั้งสองข้างของพราวพิชากดลงบนที่นอน เพื่อไม่ให้มันมาขวางทางเขาได้อีก จมูกคมสันทำหน้าที่ของมันตามที่ใจสั่งมา เขาสูดดมความหอมหวานของกายสาว จากแก้มนวลไล่ลงมายังลำคอระหง ก่อนจะมาไล้วนเวียนอยู่แถมเนินอกอิ่มเป็นนานสองนาน

                “คะ...คุณภู” ขนอ่อนตามตัวหล่อนลุกเกียว ความสยิวเสียวซ่านที่เขาปลุกแม้มันจะน้อยนิด แต่ก็บ่งบอกเจ้าตัวได้ดีว่าหากไม่หยุดเขาไว้เพียงเท่านี้ หล่อนนี้แหละจะเป็นฝ่ายทนไม่ไหวเสียเอง

                “ยะ...อย่าค่ะ พอแล้ว” พราวพิชารีบเอ่ยปากห้ามเมื่อเขารั้งเสื้อชุดนอนหล่อนขึ้นสูงมาชิดราวนม ก่อนจะใช้ฝ่ามือร้อนลูบไล้หน้าท้องแบนเรียบอย่างเบามือ เสหมือนกลัวว่าถ้าหากรุนแรงไปกว่านี้ผิวที่ขาวและเนียนจะเป็นรอยไปเสียก่อน

                “ฮืม..” เขาส่งเสียงขัดใจเมื่อหล่อนดิ้นส่ายเอวหลบฝ่ามือร้อนของเขา

                “ถ้าคุณไม่หยุดฉันจะถอดแหวนหมั้นคืนเดี๋ยวนี้เลย” พราวพิชาใช้เสียงเข้มๆ ขู่เขา

                “ถอดสิ ถ้าถอดก็จะปล้ำเป็นเมียมันซะเลย ง่ายดี” เขาผงกศีรษะขึ้นมาตอบหล่อน ก่อนจะก้มลงไปหมายจะปลดบราเซียตัวจิ๋วที่หล่อนสวมนอนทุกคืนที่เขาเข้ามานอนด้วย และภูเบศก็เกลียดมันเป็นที่สุด

                เวลาที่เห็นมันห่อหุ้มดอกบัวคู่งามไว้ก็ดูสวย เซ็กซี่ดีอยู่หรอก แต่มันจะน่ามองและถูกใจเขากว่านี้ถ้าหากไม่มีมันขวางทาง

                “โอเค หมั้น ฉันหมั้นกับคุณ แล้วคุณต้องหยุดเลยนะ ทำตามพิธี ธรรมเนียมประเพณีให้เรียบร้อยด้วย ไม่อย่างนั้นคุณจะไม่ได้เจอหน้าฉันอีกคุณภู ได้ยินไหม!

                ได้ผล ภูเบศหยุดการเล้าโลมหล่อนทันที ไม่ใช่เพราะหล่อนตอบรับหมั้นของเขาหรอก เพราะเขารู้ว่ายังไงเขาก็จัดการให้หล่อนหมั้นได้อยู่แล้ว แต่การที่มาบอกว่าจะหายไปไม่ให้เขาเห็นหน้าอีกนี่สิ แค่คิดเขาก็รู้ว่าต้องอยู่ไม่ได้แน่

                “อย่าไปจากผม หนูแพท”

                “ถ้าคุณฟังฉัน ฉันก็จะอยู่กับคุณค่ะ” ภูเบศกดจูบที่หน้าผากหล่อนเนินนาน อยากจะสัมผัสและลบคำว่าหนีหายของหล่อนออกไปจากหัวใจเขา

                “ผมไม่รังแกคุณแล้ว ไปอาบน้ำเถอะ”

                เขายอมปล่อยหล่อนเป็นอิสระ และสาวน้อยในอ้อมกอดก็รีบวิ่งแจ้นหอบเสื้อคลุมเข้าห้องน้ำทันที เหมือนกลัวว่าหากช้ากว่านี้เขาจะเปลี่ยนใจมาปล้ำหล่อนอีกรอบ

                ภูเบศมองภาพนี้อย่างเป็นสุขและอิ่มใจ มันจะดีขนาดไหนถ้าชีวิตเขาหลังจากนี้ตื่นนอนขึ้นมาทุกเช้าจะได้เจอสาวน้อยคนนี้ทำตาแป๋วอยู่ในอ้อมแขน ก่อนหน้าภูเบศรู้จักแต่คำว่างานและธุรกิจ ไม่เคยคิดถึงคำว่า ครอบครัว เลย จนกระทั่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับโรงงานธารธาราจนทำให้เขาได้เจอกับพราวพิชา

 

                หลังจากอาบน้ำแต่งตัวลงมาก็เจอโต๊ะอาหารที่แม่บ้านจัดไว้ให้ แต่มีแค่ที่เดียวเฉพาะของหล่อนเท่านั้น

                “คุณภูไปไหนคะพี่ไก่” หล่อนถามแม่บ้านที่กำลังรินน้ำใส่แก้วส่งให้

                “เห็นว่าออกไปทำธุระข้างนอกน่ะค่ะ แล้วฝากบอกคุณหนูว่าคืนนี้ไม่ต้องรอเข้านอนก่อนได้เลย” คำบอกของแม่บ้านแน่นอนว่าไม่มีแต่งเติมให้ผิดเพี้ยน พราวพิชาชามั่นใจว่าเขาตั้งใจจะฝากแม่บ้านบอกแบบนี้เพื่อแกล้งหล่อนให้ได้เขิลเป็นแน่

                “ใครเขาจะไปรอกัน จะนอนตอนไหนก็เรื่องของใครของมันสิ” พราวพิชาบ่นฝากลมไปให้เขา แต่ใบหน้าแดงระเรื่อกลับร้อนผ่าวอย่างควบคุมไม่ได้

                หลังจากทานข้าวแล้วพราวพิชาก็เดินไปดูต้นไม้รอบๆ บ้าน นานแล้วที่หล่อนไม่มีเวลามาดูแลแบบนี้ ขณะที่ก้มๆ เงยๆ อยู่กับแปลงดอกไม้ก็มีเสียงเรียกข้าวของโทรศัพท์ดังขึ้นมา

                “สวัสดีค่ะ” พราวพิชามองเบอร์โทรเข้าก็รู้ว่าเป็นภูเบศ

                “ทำอะไรอยู่” เสียงเขาดูเหนื่อยๆ คงจะงานยุ่ง ขนาดเป็นวันหยุดแท้ๆ

                “ทำสวนค่ะ”

                “คนสวนลาออกหรือไงถึงได้ทำเองน่ะ” ไม่รู้ว่าเขาสงสัยจริงๆ หรือต้องการจะกวนหล่อน

                “ไม่ได้ลาออกค่ะ แค่อยากจะดูแลบ้านสักหน่อย ได้ออกกำลังกายดีนะคะ” เสียงพูดเจื้อยแจ้วของหล่อนทำให้คนปลายสายที่กำลังประชุมเครียดและสั่งพักเบรกการประชุมเพื่อที่จะโทรมาฟังเสียงหล่อนให้มีกำลังใจนั้นฉีกยิ้มหน้าบาน

                “ไปไหนหรือเปล่าวันนี้”

                “ไปค่ะ จะออกไปซื้อของสักหน่อย”

                “แค่นี้ก่อนนะ ผมต้องเข้าประชุมต่อแล้ว คืนนี้อาจกลับดึกคุณไม่ต้องนะเข้านอนก่อนได้เลย”

                “ถ้าคุณจะบอกแบบนี้คุณโทรมาบอกฉันเองจะดีกว่าฝากไว้กับแม่บ้านของฉันนะ” พราวพิชานึกได้ว่าแม่บ้านก็บอกหล่อนเหมือนที่เขาบอก

                “กลัวหนูแพทจะคิดมากไงถ้าผมกลับช้า”

                “ฉันไม่คิดมากหรอก แต่คนอื่นที่ได้ยินเขาจะคิดยังไงกัน”

                “ก็ไม่เห็นแม่บ้านเขาจะคิดอะไร เขาก็รับคำปกติ” ภูเบศทายไม่ผิดว่าถ้าหากเขาฝากแม่บ้านแจ้งหล่อนแบบนั้นพราวพิชาต้องไม่พอใจ แต่เขาก็เลือกที่จะทำ เพราะไอ้อาการเขิลอายหน้าแดงของหล่อนมันชวนมองเสียจริง

                “พอแล้ว ฉันไม่คุยกับคุณแล้ว แค่นี้นะคะจะออกไปข้างนอก”

                หลังจากวางสายพราวพิชาก็เข้าบ้านไปล้างไม้ล้างมือเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อจะออกไปห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง 






ขอบคุณที่ติดตามและเป็นกำลังใจ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

488 ความคิดเห็น

  1. #479 05062533 (@05062533) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 21:53
    อร้ายยยย..คุณภูน่ารักกกก
    #479
    0
  2. #324 Love Have (@rakmee) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 16:24
    รู้สึกว่าช่วงนี้พี่ภูขยันหวานใส่หนูพราวจังเลยนะคะ
    #324
    0
  3. #156 yingkub (@kunying) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 20:03
    หวานนน น่ารัก
    #156
    0
  4. #145 jwesty21 (@jwesty21) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 16:47
    อ่านรวดเดียวจนถึงตอนนี้เลยครับ สนุกมาก แต่เรื่องคำผิด เขิน นะครับ ไม่ใช่ เขิล
    #145
    0
  5. #144 ขอให้สมปรารถนา (@whattobee) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 12:27
    รออ่านต่อนะคะ

    #144
    0
  6. วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 10:40
    มาต่อค่ะ  
    #143
    0
  7. #142 mint_jariya (@mint_jariya) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 01:43
    พระ นาง น่ารักจัง
    #142
    0