ซาตานบริหารรัก (เสน่หา...สัญญารัก)

ตอนที่ 19 : ซาตานบริหารรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,201
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    5 ธ.ค. 58

“มาทำไม” พราวพิชาถามทันทีที่ภูเบศเดินเข้ามาในห้องทำงานของหล่อนที่กำลังคุยอยู่กับคุณประกิต    

                “มาทำงาน แล้วก็มาดูคุณ” ภูเบศตอบอย่างไม่ยี่หระแล้วก็ไม่สนใจสายตาดุๆ ที่หล่อนพยายามจะส่งมาให้เขาอีกด้วย คุณประกิตเห็นอย่างนั้นก็เลี่ยงพาตัวเองออกจากห้องไปเงียบๆ

                “คุยอะไรกันอยู่” ภูเบศเดินไปนั่งที่โซฟารับแขกยกขาขึ้นไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์

                “เรื่องงาน ถ้าคุณไม่พรวดพราดเข้ามาก็คงไม่ต้องหยุดชะงักแบบนี้” พราวพิชาบ่นให้เขา

                “งานอะไรมันเป็นความลับนักเหรอ เจ้าของโรงงานอย่างผมจะรู้ไม่ได้เลยเชียว”

                “เปล่า ความจริงก็เรื่องทั่วๆ ไป แต่บังเอิญว่าฉันไม่ชินที่มีเจ้าของโรงงานผู้ยิ่งใหญ่คนใหม่เข้ามาฟังด้วย” พราวพิชาเก็บกระเป๋าแล้วลุกเดินจะออกจากห้องแต่ภูเบศไวกว่ารีบลุกมาดักทางไว้

                “หลีก ไป ไกลๆ ด้วยค่ะ” พราวพิชาเน้นทุกคน แถมด้วยคำประชดว่า ค่ะ ลงท้าย

                “ผมไม่ได้ถ่อมาไกลขนาดนี้เพราะอยากให้คุณไล่กลับหรอกนะ หนูแพท” ภูเบศรั้งเอวบางเข้ามาชัดกับตัวเอง

                “คุณจะทำอะไรอ่ะ” พราวพิชารีบยกมือขึ้นยันตัวเขาไว้อย่างตกใจ

                “ผมมารับหนูแพทไปทานข้าว” เสียงของเขาที่ดังชิดริมหูหน่อยมันหวามจนคนฟังรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว

                “ฉะ... ฉันไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจะไปทานกับคุณ” ความวาบหวามที่เกิดขึ้นทำให้พราวพิชาตอบแทบจะไม่เป็นคำ

                “ไม่เอาน่า ผมมารับแล้วนี่ไง ทานเสร็จเรากลับบ้านไปพักผ่อนกัน” ภูเบศยังไม่ยอมแพ้ เขารู้จุดอ่อนของหล่อนอีกที่ก็คือติ่งหูสวยๆ และลำคอรอหง ไม่ว่าสาวคนไหนถ้าโดนภูเบศหายใจรดต้นคอไปละก็ หนีไม่รอดกันสักคน

                “แล้วงานล่ะค่ะ” แม้ใจจะเคลิบเคลิ้มไปกับเขา แต่หล่อนก็ยังอดห่วงเรื่องงานไม่ได้

                “ปกรณ์กับคุณประกิตดูแลได้ หนูแพทอย่าดื้อกับผมจะดีกว่า ไปกัน” สุดท้ายพราวพิชาก็ต้องทานข้าวกับเขาตามที่เจ้านายเจ้าหนี้หล่อนออกคำสั่ง แม้จะเป็นการออกคำสั่งที่ชักจะปั่นป่วนในช่องท้องของคนรับคำสั่งก็เถอะ

                ภูเบศจูงมือพราวพิชาออกมาจากห้อง ก็สั่งงานปกรณ์ไว้ บกว่าเขากับพราวพิชาจะไม่กลับเข้ามาอีกวันนี้ ถ้ามีอะไรเร่งด่วนให้โทรหาได้เลย

                “คุณภูครับ เมื่อสักครู่คุณมาริสาโทรมากับคุณไพศาลครับ” ปกรณ์รายงานเจ้านาย

                “มีเรื่องอะไรกัน”

                “ทั้งสองถามแค่ว่าคุณภูอยู่ที่ไหนเท่านั้นครับ”

                “แล้วนายตอบเขาไปว่ายังไง”

                “บอกว่าติดงาน แต่ไม่ได้บอกว่าอยู่ที่ไหนครับ”

                “ดี ฉันเบื่อคนพวกนี้มาก ชอบไล่ลาฉันไม่หยุดหย่อน” พราวพิชาได้ยินทุกคำพูดของเขา แต่หล่อนไม่อยากจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับวังวลกามาพวกเขา จึงเลือกเดินลงไปรอชั้นล่างจะดีกว่า

                “แต่กับบางคนที่ฉันมาให้จับถึงที่ก็ดันสะบัดมือทิ้งซะนี่” ท้ายประโยคเขาชายมองตามหลังหญิงสาวข้างกายที่ตอนนี้เดินลิ่วๆ หนีไปก่อนเล้ว

               

                ร้านอาหารที่ภูเบศมาหล่อนมาก็ไม่ใช่ที่ไหน แต่เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นภายในห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองนี่เอง

                “จะเลี้ยงทั้งมี ไม่กินให้มันหรูกว่านี้หน่อยเหรอคะ” พราวพิชาพลิกเมนูไปมา ปากก็ค่อนขอดเขาไป

                “จะเปลี่ยนร้านก็ได้นะ ผมเต็มที่กับหนูแพทอยู่แล้ว” ภูเบศยั่วหล่อนอย่างอารมณ์ดี

                “ไม่ล่ะ ฉันกินอะไรก็ได้ ของฟรีซะอย่าง” ภูเบศผายมือเป็นเชิงบอกว่าให้หล่อนสั่งอาหารได้ตามสบาย

                พราวพิชาสั่งอาหารมาสามสี่อย่าง เอาแค่ที่อยากจะทานจริงๆ แม้ใจจะคิดว่าอยากจะแกล้งเขาโดยการสั่งหนัก แต่มาคิดดูอีกที ห้างทั้งห้างนี้ภูเบศก็สามารถซื้อได้ หล่อนจึงไม่ควรที่จะเอาอาหารการกินมาล้อเล่นกับอารมณ์ชั่ววูลของตัวเอง เพราะคนที่อดอยากในโลกนี้ยังมีอีกเยอะ หล่อนโชคดีขนาดไหนที่เกิดมาสามารถเลือกร้านที่จะเข้าเลือกอาหารที่จะทานได้

                “แค่นี้อิ่มเหรอ” ภูเบศไม่แปลกใจนิดหน่อยที่อยู่ๆ พราวพิชาก็เลือกที่จะสั่งแค่พอทาน

                “ปกติทานน้อยกว่านี้ค่ะ แต่อาหารที่นี่น่าทานเลยลองเพิ่มอีกสักเมนู แล้วคุณไม่สั่งอะไรบ้างเหรอคะ” หล่อนสงสัยเพราะเห็นว่าเขาสั่งแค่เบียร์มาดื่มเท่านั้น

                “ไม่ล่ะ ผมไม่ค่อยหิว”

                “อ้าว ไม่หิวแล้วคุณจะพาฉันมาทำไมเนี่ย” 

                “ก็แค่อยากจะเห็นคุณทานเท่านั้นเอง” พูดจบเขาก็เลิกจากฝั่งตรงข้ามมานั่งข้างๆ หล่อน

                “คุณภูจะมาเบียดฉันทำไมเนี่ย” พราวพิชาที่ขยับไปจนชิดกระจกของร้านเอ่ยถามเขา

                “ผมไม่ได้เบียดสักหน่อย หนูแพทตัวเล็กจะตายไป ผมนั่งด้วยคนได้สบายอยู่แล้ว”

                “ฉันอึดอัด”

                “แค่เก้าอี้ยังบ่นอึดอัดขนาดนี้ ถ้าบนเตียงสีชมพูของหนูแพทล่ะ เราจะอึดอัดกันขนาดไหน”

                เพล้ง!!! เสียงช้อนถูกวางอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง คนทั้งร้านหันมามองที่โต๊ะหล่อนเป็นตาเดียว พราวพิชาจึงนึกได้ว่าเสียมารยาทไปแล้ว แต่คนที่เป็นสาเหตุกลับนั่งยิ้มอย่างสบายใจโดยไม่สนใจคนรอบข้างเอาเสียเลย

                “ถ้าคุณยังไม่เลิกพูดแบบนี้อีกนะ ฉันจะลุกเดินออกไปจากร้านทันที” พราวพิชาก้มลงพูดกับเขาเสียงเบา แต่ทุกคำที่พูดหล่อนเน้นทุกคำย้ำออกมาให้เขาได้ยินทุกคำ

                “ผมพูดแบบไหนกันที่คุณว่าแบบนี้น่ะ” ภูเยศยังยั่วโมโหหล่อนไม่เลิก และพราวพิชาก็เอาจริง หล่อนลุกพรวดขึ้นทันที

                “โอเคๆ ผมไม่พูดแล้ว ทานต่อเถอะ” เขารีบฉุดหล่อนให้นั่งลงแล้วยกมือสองข้างขึ้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ายอมแพ้แล้ว

พราวพิชาจึงนั่งลงทานอาหารต่อโดยไม่สนใจเขาอีก แม้จะมองเห็นทางหางตาว่าเขาเอาแต่นั่งจิบเบียร์แล้วมองหล่อนอยู่ตลอดเวลาก็ตาม ซึ่งอย่างน้อยมันก็ดีกว่าคำพูดหวาบหวามที่เขาชอบพูดออกมา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

488 ความคิดเห็น

  1. #303 Love Have (@rakmee) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 กันยายน 2558 / 23:35
    คุณภูรุกนักขนาดนี้แล้วหนูพราวยังจะใจแข็งไม่หวั่นไหวได้หรือค่ะ
    #303
    0
  2. #54 นูน่า (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2558 / 21:03
    มารอทุกวันเลยค่ะ ได้อ่านแล้ววันนี้

    มาเป็นกำลังใจให้ writer ด้วยค่ะ :))))
    #54
    0
  3. วันที่ 28 มิถุนายน 2558 / 20:30
    รออ่านต่อนะคะ

    #53
    0
  4. #52 mint_jariya (@mint_jariya) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2558 / 18:19
    สนุกค่ะเพิ่งเข้ามาอ่านรวดเร็วเลย  มาต่อเร็วๆนะค่ะ
    #52
    0