คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF] INSOMNIA [END] [Kris-Yeol]

โดย VINTUMN

แค่เดินจากไป.. ทิ้งมันไว้ในหัวใจของฉัน..

ยอดวิวรวม

455

ยอดวิวเดือนนี้

10

ยอดวิวรวม


455

ความคิดเห็น


8

คนติดตาม


20
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  14 ต.ค. 61 / 08:42 น.
นิยาย [SF] INSOMNIA [END] [Kris-Yeol] [SF] INSOMNIA [END] [Kris-Yeol] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นเรื่องที่สองก็อยากจะให้ลองติดตามนะคะ

อ่านแล้วไม่เข้าใจหรือควรปรับปรุงตรงไหนก็บอกกันได้ แต่อย่าด่านะคะพอดีใจบาง...

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจนะคะ

 I Wish you lucky in love

เนื้อเรื่อง อัปเดต 14 ต.ค. 61 / 08:42


     "คริส ทำไมช่วงนี้กูไม่เห็นแฟนมึงเลยวะ"
     "นั่นดิ ปกติมาดื่มแบบนี้ แฟนมึงมักจะมาด้วยนี่"
     "เขาแค่อยากพักผ่อนน่ะ ช่วงนี้เขาเหนื่อย"

     คริสทำได้เพียงแอบถอนหายใจและยกแก้วขึ้นมาดื่ม เขาไม่รู้จะตอบคำถามแบบนี้ได้อย่างไร ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงจะตอบได้ง่ายกว่านี้ 

     "เออ วันก่อนกูเห็นแฟนมึงเดินกับใครไม่รู้ที่ย่านมยองดง"
     "เห้ย อย่าไปพูดให้เพื่อนมันคิดมากสิวะ แฟนมันเพื่อนเยอะจะตาย" ซูฮยอกพูดขึ้นพร้อมทั้งแอบเหยียบเท้าจูฮยอกที่เผลอพูดในสิ่งที่ไม่ควรออกมา
     "อย่าดุมันเลยน่า กูไม่ได้คิดมากหรอก ดีเสียอีกที่มีพวกมึงเป็นหูเป็นตาให้น่ะ กูจะได้หายห่วง" 
     
     จูฮยอกแอบสบตากับเพื่อนนายแบบอีกคน เขาสองคนรับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไประหว่างคริสกับแฟน จากคนที่ชอบพูดถึงแฟนบ่อยๆ ก็กลายเป็นไม่ค่อยพูดถึง แถมยังออกมาดื่มบ่อยๆ ทั้งที่เมื่อก่อนจะตัวติดกับแฟน

     "หมดขวดนี้ก็กลับเถอะ พรุ่งนี้ตื่นเช้าไปทำธุระ" คริสว่าพร้อมทั้งรินเครื่องดื่มใส่แก้วให้เพื่อนทั้งสอง
     "เห้ยๆ มึงจะเทเข้มเกินไปแล้วนะเว้ย ไหนบอกว่าตื่นเช้าวะ" ซูฮยอกรีบจับแขนเพื่อนและดึงขวดออกมา 
     "เข้มแบบนี้ต่อให้ตื่นไหวก็น็อค" จูฮยอกบอกก่อนจะสลับแก้วของตนเองกับเพื่อน
     "มึงดื่มแก้วกูไปเลยคริส พรุ่งนี้กูไม่ได้ไปไหน"

     คริสถอนหายใจ เขาแค่อยากเมาให้หนักหวังว่าจะกลับถึงห้องแล้วหลับไปไม่ต้องคิดมากอะไรเหมือนกับหลายๆ คืนที่ผ่านมา แต่เขาเองก็ปฏิเสธความห่วงใยของเพื่อนไม่ได้จึงต้องจำใจดื่ม



     "ยังไม่นอนเหรอ นี่ก็เที่ยงคืนแล้วนะ ตอนเย็นบอกว่าปวดหัวไม่ใช่เหรอ" คริสถามคนที่กำลังนอนยิ้มกับหน้าจอ สองนิ้วกำลังพิมพ์อย่างรวดเร็ว พิมพ์ไปยิ้มไปดูมีความสุขเหลือเกิน
     "อืม กินยาไปแล้วก็นอน เพิ่งตื่นก่อนที่พี่จะกลับมาไม่นานนี่เอง" ชานยอลตอบไม่แม้แต่จะละสายตาจากหน้าจอ
     "อ้อ แล้วหิวไหม พี่อาบแล้วจะลงไปซื้อข้าวให้"
     "ไม่ต้องๆ พี่อาบน้ำแล้วนอนเถอะ"
     "อืม"

     
     คริสตื่นมาด้วยอาการปวดหัวเล็กน้อย แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปเมื่อคืนไม่ได้ช่วยอะไรเลย เขานอนคิดหลายๆ อย่างจนถึงตีสี่ และได้พักผ่อนเพียงแค่สองชั่วโมงก็ต้องตื่นมาเพื่อไปทำธุระ
     
     ขณะที่กำลังนั่งเพื่อรอให้หายเวียนหัว เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นจึงควานมือไปหยิบมา เผื่อเพื่อนจะเปลี่ยนจุดนัดหมายอย่างกะทันหัน 

     'ตื่นแล้วครับ ถึงมอแล้วจะโทรปลุกนะ'

     อืม เขาเองก็ตื่นเหมือนกัน...

     คริสวางมือถือแฟนไว้ที่เดิมเปลี่ยนเป็นหยิบของตนเองขึ้นมา เพื่อนส่งข้อความมายืนยันสถานที่และเวลานัด เขาจึงลุกไปอาบน้ำด้วยอาการปวดหัวและหน่วงหัวใจ

     
     
     'คืนนี้กลับดึกนะ ทานข้าวก่อนเลยไม่ต้องรอ นอนก่อนเลย'

     ข้อความในกระดาษแผ่นเล็กๆ ถูกขยำและปาทิ้งอย่างไม่ไยดี คริสยืนกัดฟัน มือทั้งสองกำหมัดแน่นจนสั่นเทิ้ม สิ่งที่พยายามกลั้นไว้กลับไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ 

     กี่ครั้งกี่หนแล้วที่เขาต้องอดทนทำเป็นไม่รับรู้อะไร ทำเป็นว่าสบายดีทั้งที่ข้างในนั้นมันพังไปทั้งใจ แล้วที่ทำไม่ใช่เพียงเพราะว่ารักเขามากหรอกเหรอ คอยบอกตัวเองให้อดทนให้มากขึ้นในทุกๆ วัน หลอกใจว่าชานยอลนั้นกำลังถูกความสุขอื่นบังตา จนไม่เห็นว่าเท้ากำลังเหยียบย่ำใจของเขาอยู่

     เขาเป็นคนอดทนเก่งและใจเย็น นี่คือข้อดีที่ชานยอลมักจะบอกเขาบ่อยๆ และเป็นข้อที่ทำให้อีกฝ่ายตกหลุมรัก...

     เสียงแจ้งเตือนที่เขาตั้งไว้เป็นกรณีพิเศษ รูปภาพถูกส่งมาจากซูฮยอก เขาไม่กล้าเปิดมันดูแต่ร่างกายกลับไม่สนใจ กดเข้าไปดูรูปภาพที่ส่งมา 

     ไม่น่าเชื่อว่าแค่รูปภาพเดียวก็ทำให้คนตัวสูงใหญ่แบบเขาต้องทรุดลงกับพื้น เสียงร้องไห้ดังขึ้นอย่างไม่คิดกลั้นเสียงเหมือนอย่างที่ผ่านมา มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาอดทนไม่ไหว แต่มันเป็นครั้งแรกที่เขาร้องไห้ได้แบบในที่ไม่ต้องแอบร้องไห้ในห้องน้ำดั่งเช่นที่ผ่านมา


     
     ซูฮยอกถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นว่ารูปภาพที่ส่งไปนั้นได้ถูกเปิดดูแล้ว เขาไม่เข้าใจเพื่อนอย่างคริสจริงๆ ถ้ามันเจ็บขนาดนั้นทำไมไม่เดินออกมาหรือคุยกันไปตรงๆ ว่าจะเอาอย่างไรกัน
     
     "เมื่อไหร่คริสมันจะเลิกทำแบบนี้วะ" จูฮยอกถามขึ้น ก่อนจะเท้าแขนลงกับราวสะพานมองลงไปยังสายน้ำสีดำมืดเบื้องล่าง
     "มันยังอดทนได้อยู่" ซูฮยอกตอบพลางเก็บมือถือเข้ากระเป๋ากางเกงตามเดิม
     "แฟนมันก็ไม่รู้ตัวเสียทีว่ากำลังทำอะไรอยู่ หรืออาจจะรู้แต่ทำเป็นมองผ่าน"
     "เอาน่านัมจู มันก็แค่อยากมีชานยอลไว้ให้มันรักต่อไปแค่นั้นเอง"
     "เห้อ กูเองก็ไม่เข้าใจมันอีกอย่างเหมือนกัน ว่าทำไมมันถึงต้องให้เราถ่ายรูปแฟนมันเวลาที่อยู่กับคนอื่นวะ"
     "กูเองก็ไม่รู้ มันบอกให้ทำกูก็แค่ทำ ถึงแม้ว่าจะไม่อยากทำก็ตามเถอะ"
     "แล้วมันก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่แฟนมันมีคนอื่น"
     "ทำได้แค่อยู่ข้างมันล่ะวะ นัมจู"



     คริสลืมตาขึ้นมาในความมืดเพราะได้ยินเสียงเปิดประตู เสียงกุกกักที่ดังขึ้น ชานยอลกลับมาแล้วแต่เขาจะไม่ทัก เขาไม่ต้องการให้เห็นดวงตาที่บวมช้ำ ไม่ต้องการให้เห็นความอ่อนแอนี้

     "อืม เพิ่งถึงห้องเมื่อกี้ อาบน้ำก็จะนอนแล้วล่ะ ฮ่ะๆ ได้สิ แล้วเราจะฝันถึงนะ ฝันดีครับ" ชานยอลวางมือถือทิ้งไว้ที่ข้างเตียงเบาๆ เกรงว่าจะทำให้แฟนของตนเองตื่นก่อนจะเดินไปอาบน้ำ

     คริสเอื้อมไปหยิบมือถือของอีกฝ่ายขึ้นมาหลังจากที่ได้ยินเสียงน้ำไหล วางนิ้วลงบนปุ่มโฮมแต่กลับไม่สามารถปลดล็อคได้ รอยยิ้มโง่ๆ เกิดขึ้นในความมืด น้ำตาที่เหือดแห้งไปตีรื้นขึ้นมาอีกครั้ง เขาวางมือถือไว้ที่เดิมเมื่อค้นพบความจริงอีกอย่างว่า..

     ชานยอลนั้นได้ลบลายนิ้วมือของเขาออกจากเครื่อง

     "ฮ่ะๆ มึงทำแบบนี้ไม่ถูกนะคริส นั่นมือถือของเขา เราจะยุ่มย่ามไม่ได้ ให้ความเป็นส่วนตัวเขาหน่อยเถอะนะ นอนเถอะมึงวันนี้เหนื่อยมามากพอแล้ว" คริสพึมพำเบาๆ พร้อมทั้งตบบ่าตัวเองเป็นการให้กำลังใจตนเอง
     "ฮึก เจ็บชิบหายเลยว่ะ" 



     
     จูฮยอกวางมือบนไหล่ของเพื่อนเผื่อคริสลุกออกไปจะได้รั้งไว้ทัน แม้จะรู้ดีว่าคริสไม่ใช่คนที่ใช้กำลังแต่ก็กันไว้ดีกว่าแก้ คนเงียบๆ นิ่งๆ แบบมันไม่มีใครรู้ว่ามันจะระเบิดออกมาตอนไหน จะทำลายแค่ตนเองหรือจะให้วอดวายกันไปทั้งหมด

     ด้านซูฮยอกเองก็อยากจะทุบตีตัวเองแรงๆ เขาแค่ไม่อยากให้เพื่อนอยู่ในห้องกับแฟนที่กำลังให้ความสนใจคนอื่นอยู่จึงชวนออกมาดื่ม แต่กลายเป็นว่าถัดไปไม่ไกล มีกลุ่มหนุ่มสาวกำลังยกแก้วชนกันอย่างสนุกสนาน และหนึ่งในนั้นมีชานยอลที่บอกเพื่อนของเขาว่าจะไปทำงานกลุ่มที่หอเพื่อน

     "คริสมึง บางทีน้องมันอาจจะออกมาคลายเครียดก็ได้นะเว้ย" จูฮยอกพูดปลอบแม้จะรู้ว่ามันเป็นคำปลอบที่ห่วยแตกเอามากๆ แต่เขาไม่อยากให้มันเงียบแบบนี้
     "เออ กูก็คิดแบบนั้นนะ"
     "กูก็ไม่ได้โกรธเขานี่ ดูเขามีความสุขดีออก" คริสว่าก่อนจะคว้าขวดขึ้นมายกดื่ม ร้อนไปถึงซูฮยอกที่ต้องรีบคว้ามันออกมาซ่อนไว้ข้างหลัง

     แม้ว่าภายในร้านมันจะสลัวแต่เขาสองคนกลับเห็นดวงตาแดงก่ำของคริสอย่างชัดเจน จูฮยอกจึงตัดสินใจชวนไปดื่มต่อที่ห้องของตนเองแต่กลับถูกปฏิเสธเพียงเพราะคริสอยากดูแลแฟนอยู่ไกลๆ
     
     แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดคือ ชานยอลเดินมาหาที่โต๊ะพร้อมทั้งส่งยิ้มให้อย่างเป็นปกติ

     "อย่าดื่มเยอะสิครับ แล้วจะขับรถกลับไหวเหรอ ผมไม่นั่งรถกับคนเมานะ"
     "พี่คอแข็งจะตาย เราก็รู้นี่" คริสว่า นึกลังเลอยู่ในใจว่าสิ่งที่เขากำลังจะทำนั้นจะโดนปฏิเสธหรือไม่ แต่ไหนๆ ก็เจ็บมาขนาดนี้แล้ว เจ็บอีกนิดคงไม่เป็นไร เขาวางมือลงบนศีรษะแฟนแล้วขยี้ผมเบาด้วยท่าทางหมั่นเขี้ยว
     "พี่อย่าหวานสิครับ เดี๋ยวพี่ซูฮยอกกับพี่จูฮยอกก็อิจฉาหรอก" ชานยอลพูดหยอกล้อ และไม่ได้ปฏิเสธสัมผัส ทำให้คริสใจชื้นขึ้นมาหน่อยหนึ่ง
     "แล้วไม่ไปดื่มกับเพื่อนเหรอ"
     "ไม่ไปแล้วครับ ผมจะนั่งคุมพี่ อย่าคิดว่าผมไม่เห็นนะ สายตาที่เชิญชวนพี่น่ะ" 
     "พี่ไม่มองใครนอกจากเราหรอก ทิ้งเพื่อนแบบนี้เดี๋ยวเพื่อนน้อยใจแย่"
     "ถ้าอย่างนั้นผมกลับไปนั่งดื่มกับเพื่อนนะ แล้วจะแวะมาหาบ่อยๆ" 

     จูฮยอกจิ๊ปากอย่างขัดใจกับท่าทางของแฟนเพื่อน ผู้ชายตัวเล็กที่นั่งข้างๆ กันนั้นไม่ใช่คนเดียวกันกับที่มอบดอกกุหลาบให้หรอกเหรอ คนที่อยู่ในรูปถ่ายที่เคยส่งไปให้เพื่อนดู
     
     คริสลอบมองท่าทีของจูฮยอกที่ออกอาการหัวเสีย แต่เขาจะไม่โกรธที่เพื่อนแสดงอาการไม่ชอบแฟนเขาแบบนี้ ทุกอย่างที่เขารับรู้นั้นล้วนเก็บไว้ในใจเงียบๆ ตามลำพัง 

     ซูฮยอกยื่นเท้าไปสะกิดขาจูฮยอกเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายแสดงอาการชัดเกินไปแล้ว พร้อมทั้งถลึงตาใส่เมื่อเพื่อนหันมาขมวดคิ้วใส่ที่ไปทำกางเกงตัวโปรดของมันเปื้อน

    

     เกือบตีหนึ่งซึ่งเป็นเวลาที่คริสกับชานยอลกลับมาถึงห้อง ท่าทางออดอ้อนที่ไม่เคยได้เห็นมานานจากคนน้องทำให้เขารู้สึกมีความสุข แอบหวังในใจว่าเราสองกำลังจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม
     
     "ผมชอบกอดพี่ที่สุดเลย"
     "ชอบก็กอดบ่อยๆ สิ"
     "กอดบ่อยกลัวพี่รำคาญ"
     "พี่เคยรำคาญเราด้วยเหรอ" คริสว่าพร้อมทั้งโยกหัวคนน้องด้วยความเอ็นดู
     "พี่ลองรำคาญผมสิ ผมจะจับพี่ขังในห้องน้ำ ไม่ให้ออกไปทำงานเลย แล้วผมก็จะขโมยบัตรพี่รูดให้เกลี้ยงเลยคอยดู" 

     คริสหัวเราะเบาๆ แล้วบอกคนน้องให้รีบไปอาบน้ำจะได้มาพักผ่อน แต่เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นเสียก่อน ทำให้ชานยอลผละออกจากอ้อมกอดของเขาไปสนใจมือถือแทน ท่าทางมีความสุขขณะที่กำลังพิมพ์สนทนามันบีบรัดใจเขาเหลือเกิน
     
     "ถ้าอย่างนั้นพี่อาบก่อนนะ"
     "ครับ เร็วๆ ด้วย ผมง่วงแล้วอยากจะนอนกอดพี่"


     
     คริสโกหกชานยอลว่ามาประชุมกับทางบริษัทที่เกาะเชจูเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ เขาเพียงแค่อยากมาพักใจก่อนจะกลับไปอยู่ตรงนั้นเหมือนเดิม เขามาพักใจแต่ไม่เคยได้พักน้ำตาเลย เขาร้องไห้และนอนไม่หลับ

     จูฮยอกและซูฮยอกเองก็ส่งข้อความาเล่นด้วยบ่อยๆ เขารู้ว่าเพื่อนทั้งสองเป็นห่วง แต่บทคนมันจะโง่เรื่องความรักมันก็โง่ ทั้งที่เจ็บ ทั้งที่ทรมานราวกับขาดอากาศ แต่ก็ยังเต็มใจจะอยู่ รักไปทั้งที่เจ็บๆ มีความสุขเพียงเพราะได้อยู่ด้วยกันแม้ว่าหัวใจนั้นจะถูกแบ่งปันไปแล้วก็ตาม


     ชานยอลยังคงส่งข้อความมาหาตามปกติ คริสเองก็เลือกที่จะตอบข้อความเช่นกัน เขาไม่อยากเห็นการแจ้งเตือนว่าอีกฝ่ายกำลังติดสายบ่อยๆ มันไม่ดีต่อใจเขาเท่าไหร่นักหรอกนะ

     จากที่ตั้งใจว่าจะอยู่ให้ครบอาทิตย์ แต่กลับกลายเป็นว่ากำลังเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าตามเดิมหลังจากที่พักใจได้แค่สองสามวัน เขาคิดถึงชานยอลมากเกินไป 

     คริสขาดชานยอลไม่ได้...



     ทันทีที่กลับมาถึงห้องในตอนค่ำๆ คริสก็ได้รับการหอมแก้มเป็นรางวัลซึ่งมันก็ช่วยต่อชีวิตให้เขาอยากมีลมหายใจและมีกำลังใจที่จะอยู่ตรงนี้ต่อไปได้ กอดหอมกันจนหนำใจแล้วจึงเอาของไปเก็บ

     'อยากใส่เสื้อตัวนี้อีกจังเลย'

     ข้อความเล็กๆ บนแผ่นกระดาษถูกแปะไว้กับเสื้อยืดที่ชานยอลมักจะใช้ใส่นอน คริสแอบยื่นหน้าเข้าไปดมกลิ่นซึ่งเป็นไปตามคาด มันไม่ใช่กลิ่นที่เราสองคนคุ้นเคย 

     "พี่ไปอาบน้ำเถอะครับ กลับมาเหนื่อยๆ ของพวกนี้ผมจัดการให้เอง" เสียงของชานยอลดังมาจากด้านหลัง คริสจึงเอื้อมไปหยิบผ้าขนหนูผืนใหม่ออกมาและปิดประตูตู้เสื้อผ้า ส่งยิ้มให้เล็กน้อยและเดินเข้าห้องน้ำไป

     ชานยอลเปิดตู้เสื้อผ้าอีกครั้งเพื่อเก็บเสื้อสูทเข้าที่เดิม เขาขยับเสื้อผ้าเพื่อแทรกชุดที่คริสยังไม่ใส่ลงไป ก่อนจะไปสะดุดกับกระดาษแผ่นเล็ก หลังอ่านจบก็รีบขยำแล้วทิ้งลงถังขยะใกล้โต๊ะแป้ง

     

     คริสนั่งเป็นพนักพิงให้กับคนน้องที่นั่งเอาหัวพิงอกเขาไว้ขณะดูหนังแข่งรถด้วยกัน นิ้วของเขาถูกอีกฝ่ายจับเล่นเบาๆ ซึ่งท่าทางออดอ้อนแบบนี้ทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายกำลังกลบเกลื่อนเรื่องแผ่นกระดาษนั้น เขาเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อหาชุดนอนและแน่นอนว่ากระดาษแผ่นนั้นถูกดึงออกไปแล้ว

     "เพื่อนที่ทำงานเขามีปัญหาหัวใจล่ะ" 
     "หืม เป็นยังไงเหรอ" ชานยอลเงยหน้าขึ้นมาถามด้วยความสนใจ
     "แฟนเขามีคนอื่นน่ะ แต่เขาก็รักมากก็เลยต้องทนอยู่แบบนั้น ทำเป็นไม่รู้อะไร"
     "น่าสงสารเขาจังเลยนะ"
     "ดูน่าสงสารขนาดนั้นเลยเหรอ"
     "ครับ พี่คิดดูสิ ถูกนอกใจแต่ต้องแกล้งทำเป็นไม่รับรู้อะไร เขาต้องเก็บอาการเก่งขนาดไหนกันนะ"
     "ก็เก่งพอสมควรละนะ"
     "ถ้าเป็นผมนะ ต่อให้รักมากแค่ไหน ผมก็จะไป ผมทนอยู่ไม่ได้หรอก"
     "แล้วเราจะไปจากพี่หรือเปล่า" ประโยคแฝงความนัยที่ถูกถามออกไป
     "พี่นอกใจผมหรือเปล่าล่ะ"
     "เปล่าครับ พี่รักเราคนเดียว รักมากด้วย"
     
     ชานยอลได้ฟังก็ยิ้มอย่างถูกใจ ขยับตัวขึ้นเพื่อมอบการหอมแก้มเป็นรางวัลตอบแทน ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาดูข้อความที่ถูกส่งมา
     
     'โทรหาได้ไหมครับ'

     "ผมออกไปคุยเรื่องงานกับเพื่อนก่อนนะ อย่าหลับก่อนผมล่ะ" 

     คริสเห็นข้อความนั่น แต่ด้วยความที่อยากรั้งอีกคนให้อยู่ด้วยกันนานๆ จึงต้องกลายเป็นคนตาบอดมองไม่เห็นข้อความนั่น กลายเป็นคนสมองอ่อนที่ถูกหลอกอย่างง่ายดาย กลายเป็นหมาที่ซื่อสัตย์ต่อเจ้าของเพียงคนเดียว

    
     
     ซูฮยอกนั่งกำหมัดตัวเองไว้ พร้อมทั้งก้มหน้าร้องไห้หลังจากที่เขาได้ต่อยเพื่อนอย่างคริสไป เขารู้ว่าเพื่อนรักมาก แต่นับวันยิ่งขาดสติและหลอกตัวเองไปเรื่อยๆ ตาบวมช้ำ รอยยิ้มที่อ่อนแรงคือสิ่งที่เขากับจูฮยอกต้องพบเจอทุกวันที่มาทำงาน 

     หลังเลิกงานจึงได้เรียกกันมาคุยที่ดาดฟ้า ครั้งแรกเขาปฏิเสธเสียดิบดีว่าจะไม่เข้าไปยุ่มย่ามเรื่องของเพื่อนแต่เห็นทีคงไม่ได้ คริสมันทำร้ายตัวเองเกินไปแล้ว

     คนที่ไร้สติที่สุดกลับเป็นตัวเขาเองที่ถลาไปต่อยเพื่อนจนเลือดกบปาก หลังจากที่คริสดื้อดึงจะยื้อความสัมพันธ์ต่อไป เดือดร้อนจูฮยอกที่ต้องเข้ามาห้ามและโดนลูกหลงไป 

     ส่วนจูฮยอกเองก็นั่งถอนหายใจอยู่ข้างๆ คริสที่กำลังนั่งก้มหน้าปล่อยให้น้ำตามันหยดลงพื้นจนเป็นแอ่งน้ำเล็กๆ สลับกับมองซูฮยอกที่นั่งตัวสั่นอยู่อีกฟาก เขาจุกในอกแต่ร้องไห้ไม่ออกจึงทำได้แค่ถอนหายใจ 

     "มึงไม่รักตัวเองเหรอวะคริส"
     "รัก"
     "แล้วทำไม.."
     "แต่กูรักเขามากกว่า"
     "มึงนี่มัน... เห้อ"
     "กูขอโทษ แต่กูรักเขามากจริงๆ"
     "เออๆ"
     "ใจกูยังไหวอยู่"
     "ไหวบ้าอะไร! กูเห็นมึงพังทุกวัน! มึงเอาอะไรมาไหว! กูขอถามมึงหน่อยไอ้คริส!" ซูฮยอกตะโกนทั้งน้ำตา เขาได้ยินในสิ่งที่เพื่อนทั้งสองคุยกัน เขาอยากจะด่าคริสว่าโง่แต่มันก็คงไร้ประโยชน์ เพราะมันไม่ได้ช่วยให้เพื่อนดีขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย

     คริสพูดเพียงคำว่า 'กูไหว' จากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรต่อ จูฮยอกถอนหายใจแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าก่อนจะเดินไปอีกมุม ปล่อยน้ำตาให้ร่วงหล่น จากที่ร้องไม่ออกกลายเป็นร้องไม่หยุด 

     ไม่มีใครปลอบใคร ต่างคนต่างจมอยู่กับน้ำตาของตนเอง แต่พวกเขารู้อยู่แก่ใจดีว่าการร้องไห้ครั้งนี้มันไม่ได้มีใครอ่อนแอเลยสักนิด....



     คริสกลับมาถึงห้องหลังจากที่พวกเขาหยุดร้องไห้กัน ไม่มีใครพูดอะไรหลังจากนั้น และท่าทางตกใจของชานยอลมันยังทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายยังห่วงและตัวเขายังคงสำคัญ
     
     "พี่ร้องไห้ทำไม ผมทำพี่เจ็บเหรอ" 
     "อืม มือเราหนักมากเลย พี่เจ็บจนน้ำตาเล็ดเลยเห็นไหม" เขาพูด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ ก่อนจะใช้หลังมือปาดน้ำตาออกไป
     "ขอโทษ แล้วพี่ไปทำอะไรมาถึงได้โดนต่อยแบบนี้"
     "พี่ไปเล่นเกมกับสองคนนั้นมาน่ะ ซูฮยอกมันต่อยเครื่องที่วัดกำลังนั้นพลาดน่ะ เลยมาโดนพี่ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ"
     "แล้วพี่จะไปนั่งตรงนั้นทำไมกันล่ะ"
     "พี่แค่จะแหย่ให้มันหัวเราะเฉยๆ"
     "คราวหลังอย่าทำอีกนะ"
     "ครับ น้องชาน"
     "เดี๋ยวเถอะ" ชานยอลถลึงตาใส่แล้วทุบหลังคนพี่ด้วยความหมั่นไส้ แล้วลงมือทำแผลต่อ


     
     คริสยืนมองท่าทางและรอยยิ้มที่มันเต็มไปด้วยความสุข มันก็นานมาแล้วที่เขาไม่ได้เห็นชานยอลมีความสุขขนาดนี้ มันถึงเวลาที่เขาจะต้องเลิกเห็นแก่ตัวแล้วใช่ไหม เลิกรั้ง เลิกยื้อความสัมพันธ์

     ชานยอลกำลังมีความสุข...

     ความสุข รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะคือสิ่งที่คริสไม่อยากให้มันหายไปจากตัวของชานยอล และถ้าหน้าที่นั้นเขาทำมันได้ไม่ดีแล้ว เขาก็ควรปล่อยให้คนอื่นทำหน้าที่นี้ต่อไปแทน

     ก็แค่เดินออกไป มันคงไม่ยากเท่าไหร่หรอก เขาเองก็ไม่รู้ว่าทุกวันนี้ชานยอลให้เขายืนอยู่ตรงไหน แต่ที่รู้แน่ๆ ก็คือ เขาต้องปล่อยชานยอลไป




     ชานยอลกลับมาถึงห้องที่เงียบและมืดสนิท คิ้วหนาขมวดเมื่อรู้ว่าคนพี่ยังไม่ได้กลับมาห้องทั้งที่มันก็ดึกแล้ว

     "ยังไม่กลับหรือออกไปดื่มกับพวกพี่ฮยอกกันนะ"

     ลองส่งข้อความไปถามทิ้งไว้แล้วไปอาบน้ำ แต่พออาบเสร็จก็ยังไม่มีข้อความตอบกลับจึงไม่ใส่ใจ รายนั้นถ้าอยู่กับเพื่อนไม่ค่อยจับมือถือเท่าไหร่ แต่ที่น่าโมโหคือออกไปไหนไม่บอก หายไปดื้อๆ แบบนี้มันน่าไล่นอนนอกห้องนัก

     ชานยอลตื่นมาในตอนเช้าก็ไม่มีร่องรอยการนอนข้างๆ แม้จะสงสัยที่คนพี่หายไปแต่ก็ต้องเก็บไว้แล้วลุกไปอาบน้ำเตรียมตัวไปเรียน หวังว่าตอนเย็นกลับห้องคงจะเจอ แต่ก็ไม่...

     "อย่าบอกนะว่าไปทำงานต่างจังหวัดกะทันหันเหมือนครั้งก่อนน่ะ" 

     สุดท้ายชานยอลก็ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เพราะเคยมีเหตุการณ์ที่คนพี่ไปทำงานต่างจังหวัดกะทันหัน ไปแบบไม่บอกจนเขาต้องแจ้งความคนหาย ซึ่งเขาจะไม่โร่ไปแจ้งความแบบนั้นอีก รอให้คนพี่ตอบข้อความกลับมาดีกว่า เมื่อช่วงสายๆ ได้โทรไปแล้วแต่ปิดเครื่องจึงทึกทักคิดเอาเองว่าคงกำลังประชุม


     
     
     ตั้งแต่ตัดสินใจหายออกมา การอยู่คนเดียวมันก็ไม่ใช่เรื่องลำบากยากเย็นอะไร แต่ว่ามันไม่มีคืนไหนที่เขาจะหลับง่ายๆ เขาคิดถึงชานยอลทุกวัน ไม่ว่าจะฝันดีหรือฝันร้ายเขาเองก็อยากจะฝัน ขอเพียงได้พบอีกครั้ง 

     ไม่มีการบอกเลิก ไม่มีการติดต่อกลับ ทุกข้อความจากชานยอลเขาได้รับแต่ไม่เคยเปิดอ่าน จนกระทั่งชานยอลหายไปไม่ติดต่อมาอีกเลย ทุกวันนี้ก่อนนอนเขาต้องเลื่อนดูรูปคู่เก่าๆ และหลับไปทั้งน้ำตา

     'น้องเจอหน้าพวกกูยังถามหามึงนะ'
     'แต่น้องเขามีคนใหม่แล้วล่ะ'

     ข้อความจากซูฮยอกถูกส่งมา เขาพิมพ์กลับไปอย่างปกติ   'ไม่เป็นไรหรอก เขาไม่ชอบรออะไรนานๆ'

     'น้องเขามีความสุขดี'
     'ดีแล้ว มันดีแล้ว เขาน่ะคู่ควรกับความสุข กูฝากมึงดูแลน้องเขาด้วยนะ' 
     'อืม ว่างแล้วจะชวนนัมจูไปหา'

     ชานยอลของพี่ช่วยมีความสุขมากๆ ให้สมกับความเจ็บปวดที่พี่มีด้วยเถอะนะ...

     "พี่นอนไม่หลับอีกแล้วล่ะ ทำไมเรายังอยู่ในใจพี่กันนะ แค่เดินออกไปไม่ได้หรือยังไงกัน ฮ่ะๆ ก็นะ.. ชานยอลของพี่เป็นคนดื้อที่สุดนี่" คริสกล่าวกับตนเองพร้อมทั้งหยิบกระปุกยาขึ้นมา

     "ฝันดีนะครับ พรุ่งนี้พี่จะคิดถึงใหม่" หลังจากพูดจบเขาก็นำเม็ดยาเข้าปากตามด้วยน้ำ แล้ววางกระปุกไว้ที่เดิม ทิ้งตัวลงนอนรอยาออกฤทธิ์

     เมื่อก่อนเขาต้องพึ่งพาอ้อมกอดของชานยอลเพื่อนอนหลับ แต่หลายเดือนมานี้ต้องเพิ่งยานอนหลับฤทธิ์อ่อนแทน 

     แต่ทำอะไรได้ล่ะ เรื่องของเรามันจบลงแล้ว... 




     The END

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ VINTUMN จากทั้งหมด 2 บทความ

  • เรื่อง

    หมวด

    ตอน

    คนเข้าชม

    โพสท์

    คะแนน

    อัปเดต

  • แฟนฟิคเกาหลี

    เรื่องสั้น

    9/454

    8

    0%

    14 ต.ค. 61

  • แฟนฟิคเกาหลี

    เรื่องสั้น

    1/164

    3

    0%

    4 พ.ค. 61

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

8 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 22:53

    คนหมดใจต่อให้อีกคนที่อยู่ข้างๆมาตลอดแสนดีแค่ไหน ก็ไม่เห็นค่า ชานยอลใจร้ายมาก ตอนรักยังบอกว่ารักแต่ทำไมตอนลาไม่เห็นบอกกันซักคำ ส่งข้อความบอกเลิกก็ได้ พี่คริสจะได้ไม่เจ็บปวดขนาดนี้ ใจร้าย ใจร้ายมากๆ เราเจ็บ เจ็บที่เห็นพี่คริสเจ็บปวด เราร้องไห้ ที่เห็นพี่คริสร้องไห้ เราทนไม่ได้ ที่เห็นพี่คริสเสียใจ พี่คริสอดทนนะซักวันคนดีๆแบบพี่ต้องเจอคนที่พอดีกับพี่แน่นอน
    #8
    0
  2. วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 00:58
    ชานยอลคะทำไมหนูใจร้ายอย่างนี้ละคะ 😭😭
    #7
    0
  3. #6 LinA0627 (@Lrka) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 01:11
    สงสารพี่คริสอ่ะ ชานยอลลูกทำไมเป็นคนแบบนี้ TT
    #6
    0
  4. วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 11:49

    ลูกสาว แม่จะหนูให้เนื้อแตกเลย!! ยัยแบดเกิลวววว!! พี่คริสพี่ดีเหลือเกินจริงๆ สงสาร เห็นใจ หดหู่เลยอะ
    #5
    0
  5. #4 __kyzsts (@__kyzsts) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 10:21
    ฮือ จบได้แบดเอนมา ร้องไห้แปป TT สงสารพี่ เหลาไม้เรียวรัวๆเลยจ้า
    #4
    0
  6. วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 10:10
    น้องชานยอลทำไมทำแบบนี้
    #3
    0
  7. #2 Peace-_-Peach (@Peace-_-Peach) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 01:41
    ชานยอลจะไม่มีโอกาสได้รู้หน่อยหรอ ว่าทำร้ายคนๆหนึ่งขนาดไหน
    #2
    0
  8. #1 Zalley0061 (@KOokookai5892) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 01:05

    สงสารและเห็นใจพี่คริสมากๆเลยค่ะ ฮรืออออ... ทำไมชานยอลทำแบบนี้อ่ะ ไม่เห็นค่าความรักที่พี่คริสมีให้เลยหรอคะ เฮ้ออ..ร้องไห้เลยค่ะสงสารพี่คริส มีแต่คำว่าสงสาร สงสารพี่คริสจริงๆ ชานยอลใจร้ายเลือดเย็นเห็นแก่ตัว !!
    #1
    0