One Word, Once Again (yaoi)

ตอนที่ 2 : Chapter 01 - นมปั่นคอนเฟล็ก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,479
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    14 พ.ย. 63

01






หลังจากติดกระดุมเสื้อตัวสุดท้ายก็ยืนเอามือแนบลำตัวมองดูเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ผมในเครื่องแบบนักเรียนของโรงเรียนสาธิตที่จะได้ใส่วันสุดท้ายแม้ว่าจะพ้นสภาพจากนักเรียนมัธยมปีที่สามมาได้สักพัก มองไปมองมาแล้วก็รู้สึกว่าตัวไม่ค่อยโตขึ้นเท่าไหร่เลยแฮะ

วันนี้เป็นวันที่ผมต้องไปยืนยันสิทธิ์ในการเข้าเรียนต่อโรงเรียนใหม่ในระดับชั้นมัธยมปลายตามกำหนดการที่แก๊ปส่งมาให้ มันบอกว่ายังไม่ต้องใส่เครื่องแบบใหม่ หรือก็คือชุดนักเรียนมัธยมปลายรัฐบาลทั่วไปที่ให้สวมกางเกงน้ำเงินสีกรมท่า และนอกจากพวกเด็กใหม่ที่สอบเข้าเพิ่มเติมแล้ว เด็กเก่าที่เพิ่งจบมัธยมต้นจากที่นี่เองก็ต้องมายืนยันสิทธิ์โควตาที่ตนเองได้รับเลือกให้ศึกษาต่อที่นี่เช่นกัน

โรงเรียนแห่งใหม่เป็นโรงเรียนประจำจังหวัด เปิดสอนแค่ระดับมัธยมและเป็นโรงเรียนสหศึกษา เพียงแต่ว่าในระดับชั้นมัธยมต้นจะเป็นชายล้วน ส่วนมัธยมปลายเป็นสหฯ เทียบอัตราส่วนแล้วนักเรียนหญิงคงจะมีอยู่แค่หยิบมือ ถึงอย่างนั้นเวลาไปเดินห้างผมก็เจอผู้หญิงโรงเรียนนี้เยอะอยู่เหมือนกันนะ

ผมรู้สึกว่าได้เติบโตขึ้นอีกระดับหนึ่ง ต่อจากนี้ไปการเรียนก็จะเป็นของจริงขึ้นอีกขั้น ผมเลือกสอบเข้าสายวิทย์คณิตตามที่ตั้งใจเอาไว้ ก่อนหน้าที่จะสอบเข้าแบบห้องเรียนปกติผมไปสอบเข้าห้องกิ๊ฟเต็ดมาด้วยนะ เสียดายที่ได้เป็นแค่ตัวสำรองแต่ก็ไม่เป็นไร ในเมื่อเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่ประถมซึ่งแยกย้ายโรงเรียนกันไปในช่วงมัธยมต้นนั้นกลับมารวมตัวกันที่โรงเรียนนี้ตอนมัธยมปลาย หนำซ้ำเพื่อนสนิทที่สุดของผมอย่างไอ้แก๊ปก็ดันจับพลัดจับผลูได้มาอยู่ห้องเดียวกันด้วย

ความเสียดายเรื่องตัวสำรองจึงเป็นเรื่องฟาดเคราะห์ไปเลย ถ้าเกิดว่าผมไม่ได้เรียนห้องเดียวกับเพื่อนสนิทคงจะลำบากน่าดู ยังไงการมีต้นทุนเพื่อนอยู่แล้วมันก็ดีกว่าไม่มีเป็นไหนๆ

เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้น ผมเหลือบมองมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือ หน้าจอเด้งว่าแก๊ปไลน์มาตาม สงสัยมันคงจะถึงหน้าบ้านผมแล้ว ถือว่าออกเช้าใช้ได้ มาก่อนเวลาเริ่มเข้าแถวในกำหนดการตั้งเยอะ


/


ตั้งแต่จำความได้ผมก็มีไอ้แก๊ปเป็นเพื่อนมาตลอด แถมพวกเรายังได้เรียนห้องเดียวกันมาตลอดตั้งแต่อนุบาลหนึ่งจนถึงประถมหกเสียด้วยนะ จนกระทั่งผมดันไปสอบติดโรงเรียนสาธิตแห่งหนึ่งที่แม่ค่อนข้างเชียร์ให้ย้ายไปเรียนมัธยมหนึ่งที่นั่นผมถึงต้องย้ายไป ส่วนแก๊ปสอบโรงเรียนสาธิตนี้ไม่ติดเลยต้องเรียนโรงเรียนเดิมต่อ 

พอขึ้นมัธยมหนึ่งไปเรียนโรงเรียนที่ไม่มีมันแล้วก็รู้สึกโหวงเหวงใจชอบกล แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ช่วงปลายๆ มอสองหลังจากแก๊ปได้มอเตอร์ไซค์ขี่ไปโรงเรียนมันก็อาสามารับผมที่บ้านทุกเช้าไปส่งไปโรงเรียนด้วย ตอนเลิกเรียนก็มักจะเจอกันที่กวดวิชาหรือรอมันที่ห้างสรรพสินค้าในเมืองที่เป็นจุดนัดพบของเด็กวัยรุ่นแล้วก็กลับบ้านพร้อมกัน คือต่อให้แก๊ปยังเรียนโรงเรียนเดิมที่เป็นโรงเรียนเอกชนคาทอลิกกางเกงน้ำเงิน และผมย้ายไปโรงเรียนสาธิตกางเกงเทาเราก็ยังได้เจอกันทุกวันไม่ขาด ตอนนี้ผมก็ค่อนข้างดีใจที่มัธยมปลายจะได้อยู่กับมันต่ออีกสามปี

น้าไก่แม่มันเคยมาบ่นให้คุณนายพิมพ์แม่ผมฟังว่าแก๊ปกดดันมากที่สอบเข้าสาธิตไม่ได้ มันเลยตั้งใจฟิตเรียนหนังสือกวดวิชาจนกระทั่งพวกเราได้สอบติดมัธยมปลายห้องเดียวกัน 

“มึงรีบมามากอะ เพิ่งจะแปดโมง ไอห่า” ผมว่า มีนักเรียนในเครื่องแบบชุดนักเรียนนั่งกระจายตามจุดต่างๆ ในโรงเรียนเป็นหย่อมๆ ถือว่าคนยังมาไม่เยอะมาก และเป็นเด็กใหม่ที่ยูนิฟอร์มไม่ใช่โรงเรียนรัฐบาล แก๊งเด็กผู้หญิงผมยาวในชุดนักเรียนหลายๆ แบบ ผมยังไม่ค่อยคุ้นที่แต่ก็ไม่ได้รู้สึกกลัวๆ เกรงๆ เหมือนตอนมัธยมหนึ่งที่เพิ่งย้ายไปเรียนโรงเรียนใหม่ครั้งแรก 

“กูยังไม่ได้กินข้าวเลย”

“อ่าวเหรอ ที่นี่มีอะไรขายมั้ยล่ะ” ผมถามในขณะที่แก๊ปยกข้อมือซ้ายขึ้นดูนาฬิกา

“ร้านตรงข้ามโรงเรียนขายก๋วยเตี๋ยวพอแดกได้ เดี๋ยวนัดพวกที่เหลือไปเจอที่นั่นเลยแล้วกัน”

“พวกที่เหลือ?” ผมย้ำถาม แก๊ปพยักหน้าหนึ่งที

“เพื่อนมึงไงเพิร์ธ


/


แก๊ปพาผมข้ามถนนมายังร้านก๋วยเตี๋ยวฝั่งตรงข้ามโรงเรียนที่เปิดตั้งแต่เช้าตรู่ ผมเดาว่าเขาน่าจะเปิดมาเพื่อคอยบริการนักเรียนโรงเรียนนี้โดยเฉพาะ เป็นร้านติดแอร์ มีข้าวตามสั่งด้วยแต่เน้นขายก๋วยเตี๋ยวเป็นหลักมากกว่า ประมาณแปดโมงเจ็ดนาทีก็มีคนอื่นๆ เปิดประตูเข้ามาในร้านส่งเสียงโหวกเหวกโวยวายลั่นไม่เกรงใจใคร

“ไอ้เพิร์ธธธธธธ”

“คิดถึงเว้ย ตัวไม่โตขึ้นเลยนะมึง”

“แต่ก็ไม่ได้ผอมกะหร่องเหมือนตอนเด็กๆ แล้วนะกูว่า”

ที่เดินเข้ามามีไอ้ขนุน ที่เรียกชื่อผมดังลั่นคนแรก ไอ้อ๊อฟ ที่ไม่ได้ตัวสูงไปกว่าผมสักเท่าไหร่ทักเรื่องขนาดตัว แล้วก็ไอ้ซี คนนี้มันสูงกว่าผมนิดหน่อยแต่ผอมของจริง หน้ามันเล็กอย่างกับแมว แต่ละคนมันทักอะไรไม่ได้ดูตัวเองเลย 

ผมมองพวกมันที่เดินเข้ามาลากเก้าอี้ออกจากใต้โต๊ะไปนั่ง ซีดึงใบเมนูจากริมโต๊ะออกมาดูว่าจะติ๊กสั่งอะไรกิน ส่วนผมกินข้าวเช้าที่อาม่าทำให้ตั้งแต่หกโมงกว่าแล้ว

“กูเอาเหมือนเดิม” อ๊อฟชะโงกหน้าไปบอกซีที่กำลังตัดสินใจเลือกเมนูอยู่อย่างใจจดใจจ่อ

“กูเอาแบบไอ้อ๊อฟ” ขนุนมันกินอะไรก็ได้อยู่แล้ว ถึงได้ตัวอ้วนบึ้กที่สุดในกลุ่ม

“เพิร์ธมึงไม่กินข้าวเหรอ” ซีเงยหน้าขึ้นมาถาม ผมส่ายหน้า

“กูกินมาแล้ว” รีบบอกก่อนมันจะแซวเรื่องขนาดตัวอีกทีว่าไม่กินข้าวแบบนี้ถึงไม่โต ทานโทษเถอะ ผมกินข้าวครบสามมื้อทุกวัน กินน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ทุกเย็น อาม่าขุนกูฉิบหาย เท่านี้ก็จัดว่าสมส่วนแล้วมั้ย

“เออแดกเยอะๆ มึงอะ มึงด้วย” อ๊อฟบอกผมก่อนหันไปบอกซี มันไม่สนใจ เดินเอาใบสั่งข้าวไปให้ป้าที่เตรียมวัตถุดิบขายก๋วยเตี๋ยวต่างๆ หน้าร้าน ไม่นานก็เดินกลับเข้ามา

“สรุปพวกมึงได้อยู่ห้องอะไรกันวะ” ผมถามขึ้น ไม่รู้เรื่องเพราะไม่ค่อยได้กดเข้าไปอ่านไลน์กลุ่มเท่าไหร่

“กูห้องเดียวกับพวกมึง สิบห้า” หลังจากที่อ๊อฟบอก ผมก็เพิ่งนึกได้ว่าลืมไปแล้วว่าโรงเรียนนี้มันมีกี่ห้อง แต่สายวิทย์จะเป็นห้องหลังๆ น่ะ สายศิลป์เป็นเลขห้องต้นๆ ผมจำได้เท่านี้

“กูห้องสาม” ขนุนน่าจะเป็นคนเดียวเลยที่เลือกเรียนต่อสายศิลป์คำนวณ

“กูห้องหนึ่ง” และซีก็เป็นคนเดียวในกลุ่มที่สอบติดห้องกิ๊ฟเต้ด ซึ่งเป็นห้องที่ต่อให้เป็นเด็กเก่าก็ต้องสอบเข้าใหม่ ไอ้ซีมันเรียนเก่งมาก ทุกคนในกลุ่มเป็นเด็กเรียนมาตั้งแต่ไหนแต่ไร มีแก๊ปที่เมื่อก่อนมันค่อนข้างเอื่อยๆ ขี้เกียจๆ ชอบไปสุงสิงกับพวกห้องอื่นที่ไม่ค่อยตั้งใจเรียน พอตอนที่ไม่ติดสาธิตมันถึงฉุกคิดได้แล้วขยันมากตอนมัธยมต้น

“คือกู เพิร์ธ อ๊อฟ อยู่ห้องเดียวกัน” แก๊ปสรุป ถึงจะค่อนข้างกระจัดกระจาย ตอนนี้ก็ดีแล้วที่ในที่สุดก็ได้กลับมาเรียนโรงเรียนเดียวกันอีกครั้ง 

คืองี้ครับ พวกเราห้าคนเป็นเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่ประถม มีแค่ผมกับแก๊ปที่ไม่ได้ย้ายมาเรียนโรงเรียนรัฐบาลประจำจังหวัดแห่งนี้ตั้งแต่มัธยมหนึ่ง ที่เหลือก็คือ อ๊อฟ ขนุน แล้วก็ซี ที่ย้ายมาเรียนโรงเรียนนี้กันตั้งแต่มัธยมหนึ่ง พวกมันจึงนับได้ว่าเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนนี้ และเลือกจะเรียนต่อมัธยมปลายโรงเรียนเดิม

“เสร็จจากนี่แล้วไปไหนกันอีกมั้ยวะ” อ๊อฟถาม ผมนึกกำหนดการคร่าวๆ เท่าที่จำได้ว่าคงใช้เวลาในการทำธุระวันนี้ไม่เกินบ่ายโมง ก็น่าจะแค่มาเข้าแถวฟังอาจารย์พูดอะไรไปเรื่อย แยกย้ายกันไปพบอาจารย์ที่ปรึกษาตามห้อง นัดหมายเกี่ยวกับเอกสารและวันมอบตัวต่อไป วันมอบตัวที่ว่าก็คือต้องใส่เครื่องแบบของโรงเรียนนี้มาแล้ว เป็นวันที่ผู้ปกครองต้องมาด้วย จ่ายค่าเทอม ค่านู่นค่านี่สัพเพเหระ 

เอาเป็นว่าวันนี้มันไม่ค่อยมีอะไรมาก ผมมาคนเดียวได้โดยไม่ต้องรบกวนอาม่าเลยเห็นมั้ย

“กูไปส่งเพิร์ธเรียนพิเศษตอนบ่ายสาม”

“ห้ะ... เรียนพิเศษอะไรวะ” อ๊อฟตกใจคำตอบของแก๊ปจนตาแทบถลน ผมยิ้มแหยๆ มองหน้าซีอย่างรู้กัน “เรียนเนื้อหามอสี่? ล่วงหน้า?”

ผมพยักหน้า “เออ ยังไงกูก็ต้องเรียนต่อมอสี่อยู่แล้วมั้ย”

ที่กวดวิชาผมเจอไอ้ซีประจำ แต่อย่าหาว่าผมเวอร์เลย ซีมันเรียนจบเนื้อหามอหกแล้วมั้งป่านนี้

“ขยันฉิบหาย งั้นมึงก็ว่างอะดิไอ้แก๊ป ส่งเพิร์ธเสร็จไปไหนต่อมั้ย”

“ถามจังวะ กูยังไม่รู้เลยว่าจะไปไหน” จังหวะเดียวกันนั้นป้าเจ้าของร้านก็ยกจานข้าวมาเสิร์ฟ เป็นกะเพราสองจาน คะน้าหมูกรอบอีกจาน คะน้าน่าจะเป็นของซี

“พวกไอ้ปาร์คมันชวนกูไปดูหนัง มึงไปไหนเปล่าหนุน”

“ไม่รู้ว่ะ แล้วแต่แม่...ไปดิ เดี๋ยวจากนี้คงไม่ค่อยได้เจอพวกไอ้ปาร์คบ่อยๆ ”

ตัวละครใหม่ที่ชื่อไอ้ปาร์คที่ว่าผมไม่รู้จักเลยว่ามันคือใคร เดาว่าเป็นเพื่อนมัธยมต้นของอ๊อฟ แก๊ปเหมือนจะรู้จักเพื่อนอ๊อฟแก๊งนี้ ก็เพราะว่าพวกมันนัดไปเที่ยวกันบ่อยๆ มีก็แต่ผมที่ไม่ค่อยได้ออกไปไหน

“กี่โมงวะ ถ้าฉายระหว่างเพิร์ธเลิกเรียนคงไม่ได้ กูต้องไปส่งมันกลับบ้าน” หลังสิ้นเสียงแก๊ป ไอ้อ๊อฟก็ทำตาโตขึ้นมาอีกรอบ

“นี่มึงยังกลับบ้านเองไม่เป็นอีกเหรอวะ ไอ้แก๊ปมึงยังไปรับไปส่งเพิร์ธอยู่อีกเหรอ”

“เออ ไม่เป็นกูแล้วจะเป็นใคร” พอดีว่าพ่อผมไม่ได้ทำงานอยู่ในจังหวัดนี้ มีวันหยุดทีถึงจะกลับบ้าน แม่ทำงานที่นี่แต่ไม่ได้เห็นหน้าเท่าไรเพราะท่านเป็นพยาบาลที่ทำงานไม่เป็นเวลา จะได้เจอหน้าบ่อยๆ แค่ช่วงอยู่เวรเวลาปกติมนุษย์ ส่วนใหญ่ผมจึงอยู่กับอาม่าและหมาหนึ่งตัว พี่สาวก็ทำงานอยู่ต่างประเทศ พี่ชายก็เพิ่งขึ้นปีหนึ่ง ไปเรียนในกรุงเทพฯ โน่น

“เออลืมไป มึงมันผัวเบอร์หนึ่งของไอ้เพิร์ธนี่หว่า” ผมแทบสำลักน้ำ

“เอ่า มึงตกใจอะไร รังเกียจไม่อยากได้กูเป็นผัวเหรอ” ไอ้แก๊ปหันมาถาม ยังมีหน้ามาทำกวนประสาทอีก “ในบรรดาพวกเราใครจะประคบประหงมมึงดีเท่ากูอีก”

“เป็นพ่อก็ได้ ทำไมต้องผัววะ”

ทุกคนในโต๊ะหัวเราะครืน มีผมคนเดียวที่ขำไม่ออก

“เออ พ่อก็พ่อ วันไหนมีคนไปรับไปส่งแทนกู กูจะงอนให้”

มะเหงกสิไอ้แก๊ป


.

.


ระหว่างเข้าแถวฟังอาจารย์ยืนพูดอะไรไม่รู้เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา จับใจความได้ว่าเป็นพวกกฎทั่วไปที่ทุกโรงเรียนก็มี ห้ามปีนรั้ว ห้ามสูบบุหรี่ ต่างๆ นานาที่ผมคงไม่มีวันแหก ก็ได้รู้จักตัวละครใหม่ที่ชื่อปาร์คกับบอส พอเห็นหน้าผมก็คุ้นทันที เหมือนผมจะเคยเห็นหน้าทั้งคู่ตอนเรียนประถม พอมัธยมต้นพวกมันก็ได้มารู้จักกับอ๊อฟเพราะเรียนห้องเดียวกัน ปาร์คเป็นคนที่ตัวสูงมาก ผมว่าแก๊ปก็สูงแล้ว แต่ตอนยืนข้างกันปาร์คสูงกว่า มันหน้าตาดีด้วย ผิวขาวเหลือง ดูสะอาดสะอ้าน อารมณ์ดีคล้ายๆ ไอ้อ๊อฟ พูดกันไม่หยุดเหมือนไม่ได้เจอกันมาชาติเศษ

ส่วนบอสนิสัยคล้ายๆ ซีแม้รูปร่างหน้าตาจะคนละโยชน์ บอสดูไม่พูดมาก จมูกแหมบนิดหน่อย มีสิวขึ้นบ้างตามประสาวัยรุ่น(แม้ผม แก๊ป ปาร์ค อ๊อฟ จะไม่ค่อยมี) มันดูฉลาดดี น่าจะเป็นที่พึ่งได้

“รู้ปะว่ามึงฮอตมากอะ พวกผู้หญิงพูดถึงไม่หยุด” มันก็เป็นธรรมดาของผู้ชายหน้าตาดีนิครับ ถึงผมจะตัวเตี้ยไปหน่อยก็เถอะ “ระวังจะโดนหมั่นไส้ แต่อยู่กับพวกกูอะ ไม่เป็นไรหรอก”

ปาร์คตบอกอย่างภาคภูมิใจ ถึงอย่างไรตลอดช่วงสามปีนี้ผมคงไม่มีเรื่องพวกนั้นเข้ามาหรอก ขอตั้งใจเรียนเป็นหลักแล้วกัน ไม่ได้เพื่อจะให้ดูดีนะเว่ย พอดีเป้าหมายในมหา’ลัยของผมมันค่อนข้างสูงน่ะ

“ใครจะมาหมั่นไส้มันลงวะ” ไอ้แก๊ปขมวดคิ้ว มองผมสลับกับปาร์ค “ตัวเท่ากระปุกตังฉ่าย ใครกล้าหาเรื่องมันก็ถือว่าแกล้งเด็กแล้วว่ะ”

“กูต่อยมึงคนแรกเลยได้มั้ย” ที่จริงผมสูงแค่ร้อยหกสิบสองจุดแปดเองในขณะที่เพื่อนๆ ทะลุร้อยเจ็ดสิบกันไปแล้ว อย่างไอ้แก๊ปนี่ใกล้แตะร้อยแปดเต็มที ปาร์คน่าจะเลยกว่านั้นไปมาก ผมไม่เคยคิดว่าส่วนสูงที่มีอยู่น้อยนิดจะเป็นปมด้อยเลยนะ มีแต่คนอื่นเท่านั้นละที่เวทนาผม

ผมยังไม่ถึงวัยหยุดสูงสักหน่อย วันนึงถ้าสูงค้ำหัวพวกมันได้แล้วจะหนาว


.

.


วันนี้ผมมีเรียนพิเศษที่แหล่งกวดวิชาซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียน แล้วอีกหนึ่งความจริงที่อยากจะบอกก็คือ ผมไม่เคยนั่งรถประจำทางด้วยตัวเองเลยสักครั้งเดียวเพราะว่ามีแก๊ปเป็นสารถีที่เต็มใจไปรับไปส่งผมตลอด ก่อนหน้านั้นพี่ชายเป็นคนไปส่งผม พวกเราไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมแต่ช่างมันเถอะ หลังจากแก๊ปได้มอเตอร์ไซค์ผมเลยหวังพึ่งแก๊ปมาตลอด ไม่เคยได้นั่งรถประจำทาง ถึงอาม่าจะนั่งเป็นประจำและเคยพูดถึงสายรถอยู่บ้าง

ธุระที่โรงเรียนวันนี้ก็เสร็จประมาณเที่ยงกว่าๆ เท่านั้น กว่าจะถึงเวลาเริ่มเรียนพิเศษก็คือบ่ายสาม อ๊อฟกับปาร์คก็เลยชวนผมไปเดินเตร็ดเตร่ที่ห้างฆ่าเวลา 

ตรงนี้มีทุกคนที่เรียนห้องทับสิบห้าเหมือนกันหมดเลย ตั้งแต่ผม แก๊ป ปาร์ค อ๊อฟ บอส ส่วนซีกับขนุนแยกไปกับเพื่อนๆ ห้องมันแล้วเรียบร้อย ผิดไปจากทีแรกที่คาดการณ์ว่ามันก็น่าจะมากันได้ ขณะนี้ผมก็เลยเดินอยู่กับเพื่อนกลุ่มไอ้ปาร์คอีกกลุ่ม มีคนที่คุ้นหน้าแต่ไม่รู้ชื่ออยู่เต็มไปหมด ซึ่งก็มีแต่คนที่หัวผมอยู่ตรงคางพวกมันทั้งนั้น ถ้าจะเริ่มรู้สึกมีปมเรื่องส่วนสูง อาจจะเกิดขึ้นหลังจากได้อยู่ในดงไอ้พวกนี้ก็ได้

สถานที่ที่เด็กผู้ชายวัยย่างสิบหกปีจะมาสิงกันในห้างก็หนีไม่พ้นเกมเซนเตอร์หรอกครับ พวกตัวสูงๆ ที่ดูท่าทางเจนสถานที่ทำตัวเหมือนเป็นเจ้าถิ่นก็ไปนั่งเล่นวินนิงกันไป รวมถึงไอ้แก๊ปก็ไปรวมแก๊งกับเขาด้วย อย่างที่ผมได้ว่าไว้ว่าพวกมันเจอกันบ่อยต่อให้อยู่คนละโรงเรียน ส่วนผมไม่ได้สนิทสนมอะไรเลยปลีกตัวมานั่งแทะไอศกรีมมะนาวโคนวาฟเฟิลนั่งดูเซียนตู้กดตุ๊กตาพยายามจะคีบน้อง

“เพิร์ธๆ ” อยู่ๆ ไอ้อ๊อฟมันก็เดินมานั่งด้วย “เป็นไงมึง ที่นี่คิดว่าโอเคมั้ย”

“โอเคดิ กูไม่มีปัญหาอะไร” ผมจะต้องมีปัญหาอะไร ก็แค่โรงเรียนใหม่ “พวกมึงสนิทกับพวกนั้นกันเหรอ”

“อือ พวกมันเคยพูดถึงมึงด้วยนะเว่ย”

“พวกมันไหน”

“พวกไอ้ฮิมอะ” ตัวละครใหม่อีกแล้ว

ผมหันคอไปมองแก๊งเพื่อนไอ้ปาร์คครู่หนึ่ง พวกมันใจจดใจจ่อกับเกมตรงหน้ากันจนไม่ได้สังเกตสิ่งรอบตัวอะไรเลย ถ้าโดนคนมาฉกกระเป๋าสตางค์ไปคงไม่รู้สึกตัวแน่ๆ

“อ๋อ” ผมคุ้นหน้าทุกคนตรงนั้นหมดเลยเพราะว่าเคยเรียนประถมที่เดียวกัน เพียงแต่ไม่ได้รู้จักนอกเหนือไปกว่าเพื่อนผมและปาร์คกับบอสที่เพิ่งได้รู้จักกันหมาดๆ เมื่อครู่อย่างเป็นทางการ แก๊งไอ้ปาร์คมีแต่คนตัวสูงๆ หน้าตาดีๆ น่าจะเป็นพวกตัวท็อปของโรงเรียน แถมยังไม่ใส่เสื้อในกางเกง ผมไม่ค่อยอยากสุงสิงกับคนที่ดูท่าทางน่ากลัวพวกนี้เท่าไหร่หรอก แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ถึงกับรังเกียจ “พูดอะไรถึงกูเหรอ”

“พวกมันบอกว่าอยากรู้จักกับมึง มึงหน้าตาน่ารักดี” คำตอบนั้นทำเอาผมหันขวับไปมองไอ้อ๊อฟด้วยสีหน้าที่ค่อนข้างประหลาดใจ “เอ้า จริงๆ เห็นพวกมันดูนักเลงๆ ต่อยตีแบบนั้น เอาจริงๆ มันไม่มีไรเลยนะเว้ย ออกจะติงต๊องกันด้วยซ้ำ โดยเฉพาะไอ้ฮิมนั่นแหละ”

ไอ้ฮิมที่ว่าเป็นหนึ่งในแก๊งไททันนั่น มันหล่อดีครับถึงจะจมูกโด่งเกินไปหน่อย หล่อแบบแปลกๆ ไม่ค่อยเหมือนคนไทย ออกไปทางเกาหลีๆ จีนๆ 

“แล้วมันบอกกูหน้าตาน่ารักเนี่ยนะ เป็นเหี้ยอะไรมาบอกกูน่ารัก ทีกูยังชมพวกมันหล่อเลย”

“ไม่รู้ดิ มันบอกว่ามึงหน้าตาจิ้มลิ้มดี”

“พอเถอะอ๊อฟ กูจะอ้วก” จิ้มลิ้มบ้าบออะไรของมันกัน

“แต่มันนิสัยดีนะ อยากรู้จักกับมึงแต่พอเจอตัวจริงแล้วไม่กล้า ปาร์คบอกว่ามึงตัวกะเปี๊ยกเดียว อยากอุ้ม”

“เรอะ” จะหงุดหงิดแต่ผมก็นึกขำอะไรไม่รู้ พอนึกว่าเป็นไอ้พวกตัวยักษ์ๆ นั่นพูดถึงว่าจิ้มลิ้มบ้าง อยากอุ้มบ้าง “แล้วไอ้นายน์อะ”

อ๊อฟเลิกคิ้วใส่ ค่อนข้างตกใจ ผมไม่เข้าใจอาการมันเลย “ชอบคนนี้เหรอวะ”

“พ่อมึงสิ้” ผมอยากจะเอาโคนไอติมมะนาวนี่ปักหัวไอ้อ๊อฟจริงๆ “มันดูไม่ค่อยยิ้มอะ”

คนแบบนี้แหละครับน่าค้นหา แต่ผมไม่ได้สนใจมันในทำนองที่ว่าหรอกนะ คนคนนี้มันสะดุดตาอย่างปฏิเสธไม่ได้เลยเพราะว่าหล่อมาก ผมเป็นผู้ชายเองยังยอมรับเลยว่าหล่อฉิบหาย เป็นหล่อคมๆ จะมองว่าตี๋แบบลูกเจ๊กก็ได้ ผมก็บอกไม่ถูก คมแบบตี๋ๆ แบบที่คนละขั้วกับผม บุคลิกดีไม่ยืนหลังค่อมอีกต่างหาก เคยเห็นหน้ามาตั้งแต่เรียนประถมแล้วก็รู้ด้วยว่าชื่อนายน์

“ไอ้นายน์น่ะเหรอ”

“อืม”

“ก็จริงว่ะ พอมึงทักกูก็เพิ่งรู้สึกได้ว่าล่าสุดเคยเห็นมันยิ้มตอนไหนวะ”

“มันอาจจะเป็นคนหน้านิ่งๆ ไม่ค่อยเส้นตื้นแบบพวกมึงก็ได้” พวกมึงในที่นี้ผมหมายถึงปาร์คกับอ๊อฟที่ดูจะสนิทกันและหัวเราะง่ายเหมือนคนเมากัญชาที่สุดในบรรดาทุกคนตรงนี้

“ไม่ๆ กูเคยเห็นมันยิ้ม แต่ไม่เคยเห็นมันยิ้มมานานแล้ว”


.

.


ปัญหาเกิดแล้วครับ ไอ้แก๊ปแดดิ้นอยากดูหนัง อีกนิดจะลงไปดิ้นแบบไอ้เด็กจะเอาปลาโลมาแล้ว

หนังสองชั่วโมง เข้าตอนห้าโมงเย็น กว่าหนังจะจบผมก็นั่งตบยุงรอแก่วที่หน้ากวดวิชารอมันไปเถอะ

“ไว้กูดูวันหลังก็ได้ มึงมาดูเป็นเพื่อนกูด้วยเลยไอ้คุณหนู” ผมไม่อยากเป็นภาระเพื่อนถึงขนาดนั้นเลย ไม่ชอบคำประชดว่าคุณหนูนั่นด้วย

“เอางี้ กูหานั่งวินกลับก็ได้ หรือรถสองแถวอะไรก็ได้ อาม่าเคยบอกว่ามันผ่านหน้าหมู่บ้านกูอยู่นะ แค่อาจจะต้องนั่งวินเข้าบ้านอีกที” ผมรู้วิธีกลับแหละ เพียงแค่ไม่เคยปฏิบัติจริงก็เท่านั้นเอง

“ไอ้แก๊ปคงยอมให้มึงกลับหรอก” อ๊อฟว่า มันวางคางบนหลังมือ ทำท่าเหมือนใช้ความคิด “เอางี้ มีใครในนี้ไม่ดูบ้างมั้ยวะ”

ไม่มีใครยกมือเลย ท่าทางเพิ่งจะนัดกันมาไม่นาน แล้วแก๊ปดันมารู้ทีหลังว่าเขาจะดูหนังกันวันนี้

“กูเนี่ยแหละไม่ดู” มันยังไม่เลิกดื้ออีกแน่ะ

“มึงอะดูไป หนังอะไรกูไม่ดูหรอก แล้วไม่รู้กูจะได้มาดูกับมึงตอนไหน” อีกนิดผมจะตบกบาลไอ้แก๊ปแล้ว “กูก็ไม่ได้กลับไม่เป็นขนาดนั้นหรอก มึงอยู่กับเพื่อนไปเถอะ เดี๋ยวถึงบ้านแล้วกูไลน์ไปบอกไง”

“พวกมึงๆ ” อยู่ๆ เสียงที่ไม่ค่อยคุ้นเคยก็ดังขึ้น เป็นเสียงของคนชื่อฮิม ที่อ๊อฟเพิ่งมาบอกว่ามันบอกว่าผมน่ารัก(พ่อง) “ไอ้นายน์มีรถ เดี๋ยวขับไปส่งไอ้จิ้... เพิร์ธกลับบ้านก็ได้”

ผมเลิกคิ้วทันที อะไรนะ...เด็กที่กำลังจะขึ้นมัธยมสี่ มีรถยนต์? ได้เหรอ

“เออ ให้นายน์ไปส่ง มึงจะได้เลิกพะวง เข้าใจมั้ยคุณพ่อน้องเพิร์ธ” อ๊อฟพูดจบแก๊ปก็มองหน้านายน์สลับกับผม พวกมันดูไม่ถามสุขภาพอะไรผมสักคำ แต่ถ้าเป็นเพื่อนกันก็คงไม่ต้องมีอะไรน่าห่วงหรอกมั้ง

“แล้วมึงไม่ดูหนังกับเขาเหรอวะ” แก๊ปเอ่ยถามนายน์ที่ยืนล้วงกระเป๋าหน้าตาย

“ไม่ได้อยากดูขนาดนั้น” ว่าพลางเบนสายตามาทางผมแว้บหนึ่งก่อนหันไปบอกแก๊ป “มึงดูเถอะ เดี๋ยวไปส่งให้”

ทำไมไอ้พวกตัวประกอบข้างหลังถึงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แปลกๆ วะ

“งั้นกูฝากมันด้วย” แก๊ปบอกนายน์ ก่อนหันมาทางผม “อย่าดื้ออย่าซนกับไอ้นายน์มันนะ”

“อินเหรอมึงอะ” กับบทบาทคุณพ่อน้องเพิร์ธอะไรเนี่ย “เดี๋ยวกูกัดเลย”

ไอ้แก๊ปและคนอื่นๆ หัวเราะชอบใจ ผมเริ่มเกลียดการที่ตัวสูงอยู่แค่กะเปี๊ยกเดียว พอขู่แล้วมันดูไม่น่ากลัวเลยสักนิด พวกมันเห็นผมเป็นเด็กกันอะครับ

“เออๆ ไปได้แล้วมึงอะ จะสามโมงแล้ว”

“อืม” ผมครางตอบ นายน์ไม่ได้พูดอะไร สีหน้าอะไรก็ไม่มี

.

.


“เรียนเลิกกี่โมง”

นั่นเป็นคำถามแรกหลังจากที่รถแล่นออกไปได้นิดหน่อย จริงๆ ระหว่างทางที่แยกกับเพื่อนๆ มาก็ไม่ได้พูดอะไรกันเลยแม้แต่คำเดียว แหงละ ไม่ได้สนิทกันมาก่อน นับว่าไม่เคยคุยกันเลยก็ว่าได้ ละมั้ง

“ห้าโมง แต่อาจจะเลตสักสิบห้านาที” อาจารย์แกเลตประจำ ถึงจะเป็นการเรียนจากทีวีก็เถอะ 

“งั้นเดี๋ยวมารอห้าโมงนะ” เสียงของนายน์แหบๆ เป็ดๆ ค่อนข้างเป็นเสียงที่ผมคาดไม่ถึงอยู่เหมือนกัน อารมณ์เหมือนเสียงพี่มาริโอ้อะไรทำนองนั้น 

ผมพยักหน้า นั่งค่อนข้างเกร็งเลย ก็ไม่ได้สนิทอะไรกันแต่ต้องมานั่งรถที่มันขับนี่หว่า แถมนายน์ต้องสละเวลาอยู่กับเพื่อนเพื่อมารับส่งผมแทนแก๊ปที่อยากดูหนังเรื่องนั้นใจจะขาดด้วย

ในรถนายน์ไม่ได้เปิดเพลงอะไรเงียบมาก เงียบฉี่ เสียงแอร์ดังหึ่งๆ บรรยากาศยิ่งน่าอึดอัดเข้าไปใหญ่ ผมเลยมองไปรอบๆ รถแค่ด้านหน้า เพราะถ้าหันหลังไปมองทั้งรถก็คงจะเยอะเกินเหตุ คือว่ารถคันนี้เป็นรถมียี่ห้อเสียด้วยน่ะ ผมไม่กล้าถามอะไรเลยว่านี่เป็นรถของนายน์เหรอ ขับเป็นตั้งแต่ตอนไหน ทำใบขับขี่แล้วเหรอ มันหน้านิ่งมากครับ กลัวจะโดนแดกหัวเอาโทษฐานเสือก

มันหน้าตาดีมากจริงๆ ด้วยแฮะ ผมมองเห็นจากมุมข้าง ยิ่งจับพวงมาลัยขับรถก็ยิ่งดูหล่อ อิจฉาจังเว้ย

พอนายน์รู้ตัวว่าถูกมอง จังหวะที่มันหันมาผมรีบหันหนีไปมองข้างหน้าก่อนจะถามขึ้น “เราเคยเจอกันมั้ย”

เรื่องที่คิดถามกลบเกลื่อนกะทันหันก็แปลกจังวะ

“ที่ตู้โทรศัพท์” ผมหันไปย่นคิ้วใส่ “โทรศัพท์หยอดเหรียญ แล้วฝนก็ตก”

ผมพยายามปะติดปะต่อเรื่องราว พยายามนึกว่าได้เจอกับนายน์ตอนไหน ถ้าเป็นเดินสวนในโรงเรียนก็คงจะมีบ้าง ซึ่งนายน์เลือกที่จะบอกผมว่าที่ตู้โทรศัพท์ คือผมก็ไม่รู้ด้วยว่ามันเป็นที่ตู้โทรศัพท์ช่วงไหน

“ฝนตกด้วยเหรอ”

“อืม แล้วก็ไม่มีร่ม...”

“อ๋อ! ที่เอาสมุดวาดเขียนเล่มใหญ่ๆ มาบังหัวให้กูน่ะเหรอ” นายน์หันมาเล็กน้อย ผมถึงเพิ่งรู้ว่าหลุดพูดคำหยาบออกไปทั้งที่เพิ่งเคยคุยกันจริงจังครั้งแรก “เอ้ย โทษที มันชินปาก”

“ไม่เป็นไร” มันระบายยิ้มออกมาเล็กน้อย ผมยิ่งประหลาดใจ เหมือนอ๊อฟจะบอกว่าไม่เคยเห็นมันยิ้มมานานแล้วไม่ใช่เหรอ หรืออันที่จริงนายน์มันก็ยิ้มอยู่บ่อยๆ แค่อ๊อฟไม่ได้สังเกต “นั่นแหละ”

“จริงดิ นึกว่าเป็นพี่ปอสี่ปอห้าด้วยนะ” ผมพอจะนึกออกแล้วว่าตอนนั้นอยู่ปอสาม วันนั้นฝนตกปรอยๆ มีคนที่อยู่ด้านหน้าที่ต่อแถวจะโทรศัพท์หยอดเหรียญยื่นสมุดวาดเขียนเล่มที่ใหญ่พอจะบังฝนให้ผมได้มาบังให้ ผมก็ไม่ได้มีความเกรงใจอะไรเลยรับน้ำใจนั้นมาอย่างเต็มที่ อีกอย่างนายน์ในตอนนั้น...ก็เหมือนจะตัวสูงมากมาแต่ไหนแต่ไร “มึงเองเหรอเนี่ย เอ้ย หลุดหยาบอีกแล้ว”

“พูดได้ ไม่เป็นอะไร” ผมพยายามมองหน้านายน์ มันกลอกตาสลับไปมาระหว่างผมกับทางตรงหน้า “เออ กูเอง”

ค่อยสบายใจหน่อย

“โห ไรวะ ได้ซีนหล่อมาตั้งแต่เด็กเลย” ที่จริงผมต้องขอบคุณมันสิ “ขอบใจนะ เป็นคนมีน้ำใจแต่เด็กเลย เรื่องวันนี้ก็เหมือนกัน”

ผมยิ้มให้ก่อนหันกลับมามองทางตรงหน้า ไม่รู้มันจะทันสังเกตเห็นหรือเปล่า รู้สึกภาคภูมิใจเหมือนกันที่อยู่ๆ ก็ได้เป็นที่จดจำของคนที่ดูมีรัศมีผู้ดีขนาดนี้

“ถ้าคราวหน้าแก๊ปไม่ว่างบอกกูก็ได้”

“หา...” หมายความว่าผมกำลังจะมีสารถีเพิ่มมาอีกคนใช่มั้ย “ทำไมใจดีจังวะ” 

“เดี๋ยวแก๊ปเป็นห่วง”

“อ๋อ” ผมพยักหน้าช้าๆ พลางคิดว่าตอนที่พวกมันได้เจอกันคงจะพูดถึงผมอยู่บ่อยทีเดียว “เอาสิ กูไม่อยากรบกวนมันตลอดหรอก บางทีมันก็มีอะไรต้องไปทำ แต่ก็มาวุ่นวายเพราะกู”

แล้วมันหมายถึงว่าผมกำลังจะหาคนรบกวนคนใหม่หรือเปล่านะ

“ไม่หรอก เพื่อนเป็นห่วงมึง”

“เนี่ยแม่งก็ชอบทำเหมือนกูเป็นเด็กกันทั้งนั้น” เหมือนนายน์จะแอบยิ้มอีกแล้ว “เอาไว้ลองหาทางกลับเองดีกว่า ไม่อยากรบกวนเพื่อนหรอกที่จริง มึงด้วย”

“ไม่เป็นไร ว่าง”

“อะ ไว้จะเรียกใช้บริการแล้วกัน” ผมพูดส่งเดชไปงั้น แล้วนายน์ก็ล้วงหาอะไรบางอย่างที่กระเป๋ากางเกงขณะกำลังควงพวงมาลัยมือเดียว ก่อนจะยื่นสิ่งนั้นมาทางผม “อะไรอะ”

“หนึ่งเก้าเก้าหก ไลน์ไม่ได้ใส่พาสเวิร์ด”

“….?”

“พิมพ์ไอดีมาดิ”


.

.


ผมรายงานไอ้แก๊ปว่าถึงกวดวิชาแล้วเรียบร้อยผ่านทางแอปลิเคชันสีเขียว ระหว่างตั้งใจเรียนบ้างไม่ตั้งใจบ้างผมก็เอาแต่นึกว่าระหว่างนี้ไอ้นายน์จะไปอยู่ที่ไหน กลับไปที่ห้างตอนนี้เพื่อนก็ดูหนังกันหมดแล้ว รบกวนเวลามันจัง

หลังจากผ่านไปสองชั่วโมงกับอาจารย์ในจอเหลี่ยมผมก็เดินออกมาจากห้องเรียนที่กวดวิชา ตั้งใจว่าจะไปซื้อน้ำปั่นร้านแถวๆ นั้นกินฆ่าเวลา มองออกไปทางด้านนอกผ่านกำแพงกระจกโปร่งใสก็เห็นกลุ่มนักเรียนนั่งออกันอยู่แถวๆ ร้านน้ำปั่นที่ผมเล็งไว้ หนึ่งในนั้นมีนายน์ ทุกคนตรงนั้นคุยกันบ้าง ส่วนนายน์...

กำลังสูบบุหรี่อยู่

ผมล้วงมือถือขึ้นมาส่งข้อความไปบอกมันว่าเลิกเรียนแล้ว กำลังลงไป พอเงยหน้ามาเห็นนายน์กำลังหยิบมือถือขึ้นมา ไม่นานข้อความขึ้นว่าอีกฝ่ายอ่านแล้ว ก่อนที่นายน์จะหันมาทางโรงเรียนกวดวิชาที่ผมยืนอยู่ด้านในผ่านกระจกใส ผมมองเห็นการกระทำของมันชัดเจนทุกอย่าง

พออยู่กับเพื่อนอีกกลุ่มที่สูบบุหรี่กันแทบทุกคน เพื่อนเหล่านั้นที่ตัดสกินเฮดแล้วก็ใส่ต่างหูทำให้ผมรู้สึกกลัวๆ ก่อนจะส่งข้อความไปอีกครั้งว่าขอรออยู่ในนี้ ไม่กล้าออกไป และนายน์ก็ก้มหน้าพิมพ์ตอบทันที


‘รอแป๊บ’

‘เอาอะไรมั้ย จะซื้อเข้าไปให้’


ถือว่ารู้ใจ ผมจึงก้มหน้าพิมพ์ตอบ


‘นมปั่นคอนเฟล็ก’

‘บอกป้าว่าเอาหวานน้อย แต่ใส่นมข้นเยอะๆ ’

‘ไม่งงสิวะ ให้ป้าบีบนมข้นใส่ตูดแก้วมาเยอะๆ ’


.

.


หลังจากเคาะรองเท้าก่อนจะขึ้นรถนายน์ แก้วนมปั่นคอนเฟล็กก็ถูกยื่นมาตรงหน้า 

“ขอบใจ แต่ฝากถือไว้แป๊บ กูหยิบเงินก่อน”

“ไม่ต้อง” ผมละสายตาจากกระเป๋าสตางค์พับครึ่งที่กำลังจะแง้มเปิด มองหน้าไอ้นายน์อีกที “เอาไป เลี้ยง”

“ถามจริงดิ มึงขับรถมาส่งกูแล้วยังจะเลี้ยงนมปั่นอีกเหรอ” มันพยายามยัดใส่มือผม ผมรับไว้ก่อนที่นายน์จะสะบัดมือทีสองที เย็นนี่เอง... หลังจากนั้นมันจึงเริ่มสตาร์ตเครื่องยนต์

“อาฮะ” ตอบด้วยเสียงเป็ดๆ

“ขอบใจนะ...ว่าแต่มึงไม่รู้เหรอว่าป้าเค้าใส่นมข้นที่ใต้แก้ว” ว่าจบผมก็แกะฝาแก้วออก หยิบหลอดที่ปักอยู่มาทิ่มให้คอนเฟล็กที่โรยหน้าไว้ดันลงไปอยู่ในน้ำแข็ง แล้วมันก็จะนิ่มลงนิดหน่อย กินแบบนี้อร่อยที่สุด

“ไม่รู้ ไม่เคยสั่ง”

“กูถามจริง?”

“กูตอบจริงหมดทุกคำถาม” เออว่ะ สีหน้าอย่างไอ้นายน์มันจะไปล้อเล่นอะไรใครเขาได้

“ไม่เคยจริงเหรอวะ ร้านนี้อร่อยมากนะ ใครๆ ก็ต้องเคยกิน เหมือนกับแบบ...ถ้าใครเรียนกวดวิชาที่นี่ไม่เคยสั่งน้ำปั่นร้านป้าก็คือไม่เคยมาเรียน หรือว่ามึงไม่เคยเรียนพิเศษที่นี่”

อันนี้ยังดูเป็นไปได้มากกว่าอีก

“เคยเรียน แต่ไม่เคยสั่ง”

“ทำไมวะ ประหลาดมาก”

“แฟนเก่าเป็นลูกเจ้าของร้าน”

“ห้ะ!!!?” อันนี้นี่แหละ ที่ผมตกใจหนักที่สุดแล้วของวันนี้

นายน์ไม่ได้ว่าอะไรต่อ นั่นยิ่งยืนยันความจริง ก็รู้อยู่ว่าหน้าตาดี คงหล่อเลือกได้ แต่...

“ชื่ออีฟ”

“อยากเห็นหน้าว่ะ” มันยื่นคำร้องขอของผมมาด้วยมือถือเครื่องเดิม 

“หนึ่งเก้าเก้าหก”

“รู้แล้ว ปีเกิดมึงล่ะสิ” ตั้งรหัสพาสเวิร์ดได้กระจอกชะมัด “ไหนอะ อยู่ในอัลบั้มเหรอ” 

ว่าแต่การที่นายน์ยอมให้ผมเสือกได้ง่ายขนาดนี้ ถามอะไรเกี่ยวกับฐานะทรัพย์สินมันก็คงตอบหมดละมั้ง

“ไอจี ฟอลอยู่”

“ไม่อันฟอลไอจีเหรอวะ”

“ก็อีฟไม่อัน”

ผมเกาหัวแกรกๆ ยกแก้วนมคอนเฟล็กมาดูดก่อนจะไถมือถือนายน์ไปด้วย พบอินสตาแกรมของอีฟที่ว่าได้ไม่ยาก เพราะเคยมาเม้นในรูปที่นายน์ลงล่าสุด...คือประมาณห้าเดือนก่อน

สาวเจ้าเรียนโรงเรียนคอนแวนต์แห่งหนึ่งในจังหวัดเดียวกันที่ผมรู้จักดี เพราะพี่สาวที่อายุห่างกันสิบปีเคยเรียนมาก่อน ผมยาวถักเปีย ใส่เหล็กจัดฟัน ยิ้มตาหยี ผิวขาวออร่า ไม่รู้ว่าผิวจริงๆ หรือเพราะฟิลเตอร์จากกล้อง แต่ก็ถือว่าน่ารักใช้ได้ 

“อ้าว ไปเที่ยวฝรั่งเศส ป้า...”

“บ้านรวย”

“อ๋อ...” จะตัดสินคนจากอาชีพไม่ได้จริงๆ พอลองคิดอีกทีแล้วป้าก็ขายดีนะ มีลูกค้าเข้าตลอด ช่วงเวลาพีคๆ คนนั่งรอน้ำปั่นกันจนกันสาดบังแดดไม่ถึง “ที่ขายน้ำปั่นแพงๆ คอนเฟล็กกูจะนำเข้าจากฝรั่งเศสด้วยมั้ยวะ ฮ่าๆ ”

ผมยื่นมือถือคืนนายน์ เห็นมันแอบยิ้มอีกแล้ว ไหนว่ามันยิ้มยากยังไงเล่า

“อร่อยมั้ย”

“อร่อยๆ ลองกินดูปะ...แต่คอนเฟล็กมันเละเป็นขี้แล้วนะ” แบบนี้แหละอร่อย ถึงมันจะค่อนข้างนิ่มจนเละแล้วเพราะผมใช้หลอดกดให้มันแช่ในน้ำแข็งไว้ แต่นายน์ก็คว้าแก้วผมไปดูดอยู่สองสามที น้ำแข็งซีดเลยมึง

“อร่อยดี” ผมตกใจนิดหน่อย กับไอ้อ๊อฟมันยังรังเกียจน้ำลายผมแทบตาย คนอย่างไอ้นายน์มันคว้าไปดูดหน้าตาเฉยได้ยังไงเนี่ย “วันหลังสั่งให้บ้างดิ”

“หืม...” ผมรับกลับมาดูดต่อ ก่อนจะเคี้ยวๆ อยู่สักพักค่อยกลืน “คืออะไร มึงไม่กล้าสั่งเขาน่ะเหรอ แต่ไปยืนดูดบุหรี่แถวร้านเขา เดี๋ยวนะ... หมายความว่าคราวหน้ามึงก็จะมากับกูเหรอ”

“ต้องตอบอันไหนก่อน”

“….”

แม่ง ไอ้นายน์ ทำยิ้มเย้ยที่ผมถามเยอะ รู้สึกอายชอบกล คิดดูแล้วเหมือนมีแต่ผมที่พูดมาก

“อืม ไม่กล้าสั่ง ป้าด่ากูกับลูกค้าไว้เยอะ แต่เพื่อนกูชอบไปนั่งแถวนั้น เจอมันพอดีเลยไปหา” มันเว้นไปหนึ่งลมหายใจ “คร้ังหน้า...ทำไมถึงจะไม่มีอีก?”

“กูเกรงใจมึงจริงๆ นะ”

“กูขับรถมาเรียนทุกวันอยู่แล้ว”

“บ้านรวยเนอะ”

“มากับพี่สาว”

“พี่สาว?”

“อืม เรียนที่นี่แหละ” ถ้าอย่างนั้นก็ไม่แปลก ว่าแต่มันก็ยังเป็นคนขับรถมากับพี่สาวน่ะเหรอ พูดเหมือนกับว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างนั้น แล้วมันขับมาตั้งแต่ตอนอยู่มอสามเนี่ยนะ เชื่อเลยจริงๆ

“กูอยากขึ้นสองแถวมากกว่า”

“สองแถว?”

“เออดิ ยังไม่เคยลองนั่งเลย จะลองไอ้แก๊ปก็ไม่ให้ ในสายตามันกูอายุเท่าไหร่วะ”

“…” มันส่งเสียงในลำคอดังฮึ เหมือนจะขำ แต่ก็ขาดท่อนไปเท่านั้น “วันหลังไว้ไปด้วย”

“งงมึงอะ ทำไมต้องไปด้วย”

“อยากสนิทกับมึง”

“….” ปกติเขาบอกกันตรงๆ แบบนี้เลยเหรอ แล้วนี่ก็เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้มันอาสามาส่งผมกลับบ้านใช่มั้ย “โถ ที่แท้ก็เป็นเด็กขี้เหงา”

เลิกกับแฟนไปห้าเดือนก่อน แถมยังไม่อันฟอลเขาอีก รูปก็ไม่ได้อัปในไอจีเพิ่ม คงจะเฮิร์ตพอสมควร

“ก็คงอย่างนั้น”

“ก็ได้ กูเรียนที่นี่ทุกวันแหละ มาตีสนิทได้หลังกูเลิกเรียน”

“…”

รอยยิ้มของมันเป็นคำตอบรับของเด็กที่เพิ่งได้ของเล่นใหม่ คือเปรียบตัวเองเป็นของเล่นก็ดูประหลาด เอาเป็น เด็กขี้เหงาได้เพื่อนใหม่ก็แล้วกัน เข้าท่ากว่าเยอะ

“เออแล้วก็จะบอกว่า”

“….?”

“จะเป็นเพื่อนกูอะ จะตายไวไม่ได้นะเว้ย ไม่ต้องรีบสูบบุหรี่หรอก อายุแค่นี้เอง”

มันยิ้มใหญ่เลยว่ะ ที่ผมพูดมีอะไรตลกนักหนาเนี่ย จริงจังกับคำพูดกูกันบ้างสิวะ

“ครับๆ ครับเพื่อน”

“ดีมาก”

พูดจบ นายน์ก็แย่งนมปั่นคอนเฟล็กผมไปดูดอีกครั้ง






TBC.


_______________________________________


สวัสดีทุกคนอีกครั้งนะคะทั้งคนที่เคยอ่านมาแล้วและเพิ่งเคยมาอ่าน

อย่างที่ได้บอกไปว่าคิ้มอยากทำให้เป็นแนวเบาสมอง อบอุ่นหัวใจ

เอาจริงๆ ก็ตกใจเหมือนกันนะที่จำดีเทลตัวละครได้ขนาดนี้ ครั้งหนึ่งก็ผูกพันกับพวกเค้ามากๆ อะเนอะ 5555

รอบนี้ไม่มีปมอะไรที่ต้องมาแก้กันแล้วนะคะ(คนแต่งก็จำไม่ได้) เน้นดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ ชิวๆ ละกัน

หลังจากที่เรียนจบแล้วคิ้มก็อินกับเรื่องบางอย่างมากขึ้นมากเลยค่ะ

แต่จะเป็นเรื่องอะไรก็คอยหาคำตอบเอาในนี้เองแล้วกันนะคะ จะแฝงๆ แทรกๆ เข้าไปตอนละนิดหน่อย 5555

เป็นอะไรที่ตอนที่เขียนตอนอยู่มอปลายนี่ไม่ได้นึกถึงแน่ๆ

ส่วนตัวละครในเรื่อง เยอะมากค่ะ แรกๆ ก็จะงงๆ หน่อยว่าใครเป็นใคร

จำแค่ตัวหลักๆ ไปก่อนนะคะ เดี๋ยวอ่านไปเรื่อยๆ ก็จะจำคนอื่นได้เอง (เค้าว่ามาอย่างนั้น)

แล้วก็เมื่อก่อนมีพี่คนนึงติมาว่างานของเรานั้นขาดสิ่งที่เรียกว่า ‘จังหวะ’ ไปมาก

คือบางงานมันก็มี บางงานก็ไม่มี ก็คิดว่าตอนนี้ได้รู้จักสิ่งนั้นมากขึ้นแล้ว

ใครที่รู้สึกได้ว่า คนแต่งเขียนเป็นมากขึ้นจริงๆ นะ(?) ก็ลองคอมเมนต์บอกเราได้นะคะ 55555

แล้วก็ อ่านเพิร์ธนายน์กันครั้งแรกตอนอายุเท่าไหร่ ตอนนี้เท่าไหร่กันแล้ว ก็คอมเมนต์บอกกันขำๆ ได้นะคะ 5555


ปล. นายน์ ยังเนียนเหมือนเดิมเลยนะเอ็ง



แล้วพบกันตอนต่อไปค่ะ

คิ้มคนสวย สวยตลอดมา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,386 ความคิดเห็น

  1. #2381 Sunwanee Singkala (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 19:32
    อ่านแล้วเหมือนได้ย้อนกลับไปตอนแรกๆเลย เวลาจำเรื่องนี้จะจำชื่อจิ้มลิ้มได้ขึ้นใจเลยแบบติดอยู่ในความทรงจำ ความน่ารักของเพริธมันกระแทกใจ แบบเป็นเรื่องที่หลงนายเอกมากจะทำอะไรก็น่ารักไปหมด เดี๋ยวถ้าตอนเยอะไแล้วจะเอาไปโปรโมทช่งยคนเขียนเยอะๆ อยากให้คนรักจิ้มลิ้มเยอะๆ🥺
    #2,381
    0
  2. #2380 Sunwanee Singkala (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 19:32
    อ่านแล้วเหมือนได้ย้อนกลับไปตอนแรกๆเลย เวลาจำเรื่องนี้จะจำชื่อจิ้มลิ้มได้ขึ้นใจเลยแบบติดอยู่ในความทรงจำ ความน่ารักของเพริธมันกระแทกใจ แบบเป็นเรื่องที่หลงนายเอกมากจะทำอะไรก็น่ารักไปหมด เดี๋ยวถ้าตอนเยอะไแล้วจะเอาไปโปรโมทช่งยคนเขียนเยอะๆ อยากให้คนรักจิ้มลิ้มเยอะๆ🥺
    #2,380
    0
  3. #2379 Akira (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 19:43
    นานมากกก จำเนื่อหาได้เรือนลาง นายเอกชอบเรียก จิ้มลิ้ม ให้พวกๆเพื่อนได้ยิน ขอบคุณค่าาา ฟินนนน
    #2,379
    0
  4. #2378 kittisak tiovna (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 18:14
    เราว่ามีบางจุดที่น่าจะต้องแก้ไขนะ เช่นตอนที่กินน้ำต่อกันอะ เราว่ามันขัดๆกันนะสำหรับเรา
    #2,378
    3
    • #2378-2 kittisak tiovna(จากตอนที่ 2)
      22 ตุลาคม 2563 / 19:17
      จะบอกว่าไงดี คือคนที่กินน้ำต่อจากเพิทคือนายน์ใช่ไหมละ แล้วทำไมเพิทต้องตกใจด้วย เพียงเเค่ว่าออฟรังเกียจน้ำลายของเพิทหรอ ตรงจุดนี้อะ ถ้าหากเพิทตกใจเพราะรู้ว่านายน์ไม่กินน้ำต่อจากใครอันนี้พอจะเข้าใจขึ้นมาหน่อย พอจะเก็ทไหมอะ
      #2378-2
    • #2378-3 questionkim(จากตอนที่ 2)
      22 ตุลาคม 2563 / 19:24
      โอเคค่ะ ที่จริงแล้วเพิร์ธตกใจเพราะว่าเพิ่งได้มาคุยมารู้จักกับนายน์เป็นครั้งแรกค่ะ ถ้าคนที่ไม่เคยคุยด้วย ไม่สนิทเลย เจอกันครั้งแรกแล้วกล้ากินน้ำต่อหลอดกันจะตกใจก็ไม่แปลกเนอะ (แล้วเพิร์ธก็ไม่ได้คิดว่านายน์จะเอาไปกินจริงๆ ถึงได้บอกว่าคอนเฟล็กมันเละแล้วจึงถามเป็นมารยาทไปงั้นในฐานะที่นายน์เป็นคนซื้อให้) ส่วนอ๊อฟเป็นเพื่อนที่เพิร์ธสนิทมานานค่ะ ยังรังเกียจกัน แต่นายน์ที่เจอกันครั้งแรกก็กล้ากินต่อเลยดันไม่รังเกียจ เพิร์ธจึงตกใจค่ะ ประมาณนี้นะคะ

      ยังรู้สึกขัดอยู่ไหมคะ
      #2378-3
  5. #1860 Miimewq (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มีนาคม 2559 / 20:27
    คิดถึงจิ้มลิ้มมมมม~ ไรท์จะจำเราได้มั้ยนะ
    #1,860
    1
    • #1860-1 questionkim(จากตอนที่ 2)
      9 มีนาคม 2559 / 20:37
      จำได้นะคะ ตั้งแต่ที่ตัวเองยังไม่มีไอดีเป็นของตัวเองเลย
      แบบว่าไม่ได้ล็อคอินเข้ามาตอบง่ะ >_<
      #1860-1
  6. #1859 Miimewq (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มีนาคม 2559 / 20:26
    คิดถึงน้องจิ้มลิ้มมมมม~
    #1,859
    1
    • #1859-1 questionkim(จากตอนที่ 2)
      9 มีนาคม 2559 / 20:38
      <3<3<3<3<3<3
      #1859-1
  7. #1844 ดรีม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กันยายน 2558 / 13:55
    เย่เฮ้ท ไรท์คอมแบคแล้วววว5555 เราตามตั้งแต่อยู่มสามอ่ะ ก็เข้ามาดูตลอดนะ จนวันนี้แจ็คพอตจ้า ไรท์กลับมาพอดี คือโคตรปริ่มอ่ะ สู้ๆน้า อย่าหายนานน เราคิดถึงงงง
    #1,844
    1
    • #1844-1 questionkim(จากตอนที่ 2)
      9 มีนาคม 2559 / 17:35
      กลับมาแล้วน้า ถ้าไม่ติดงานอะไรก็จะไม่หายจ้ะ สปิริตมาเต็มที่ เราเองก็แต่งมาตั้งแต่อยู่มอห้า ปริ่มเหมือนกันที่ยังติดตามกันอยู่ กลับมาอ่านอีกได้น้า
      #1844-1
  8. #1837 Akira (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2558 / 00:43
    โอ้ย ฟิน ที่ นายเป็นคนเล่าเรื่อง
    #1,837
    1
    • #1837-1 questionkim(จากตอนที่ 2)
      28 กรกฎาคม 2558 / 00:57
      ใช่ม้าาา ขอบคุณนะคะที่ตอกย้ำว่าพระเอกของเรานี่ขายออกจริง ๆ 555
      ขอบคุณที่กลับมาอ่านนะค้า
      #1837-1
  9. #9 Cn 'shanni (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2556 / 17:05
    รออยู่ค่าาา
    สนุกมาก ! (:
    #9
    0
  10. #8 Cn 'shanni (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2556 / 17:04
    ค้างงง !
    รออยู่นะคะ สนุก ๆ (:
    #8
    0
  11. #4 juillet (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2556 / 06:09
    ค้างงงงงงงอ่าาาาาา มาต่อเร็วน้าาาาาาาไรต์
    มันสนุกกกกกมากกกกเลย
    #4
    0
  12. #3 NaRak (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มีนาคม 2556 / 22:59
    อ่าฮะ อยากอ่านต่อแร้วเนี่ย ทามไมไม่อัปต่ออ่ คะ คุณไรท์เตอร์ไม่ได้อ่านนิยายนู๋จะขึ้นคานตายอ่า~~~ 5555555
    #3
    0