คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย SF 2JUN; ǹ ❤ SF 2JUN; เด็กอ้วน ❤ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เด็กอ้วน ❤
YOON DUJUN  X  YONG JUNHYUNG






คืองี้...คอมเราเจ๊ง 5555 ฟิคที่แต่งไว้นี่หายหมด แต่เรามีฟิคนี้อยู่ในโน๊ตบุ๊ค เลยเอามาลงแก้ขัดไปก่อนค่ะ ขอโทษจริงๆ 55555 กากไม่กากก็อ่านดูนะคะ เรื่องนี้เขียนแบบทำร้ายคุณยงมาก...
o w e n tm.

เนื้อเรื่อง อัปเดต 29 พ.ย. 58 / 19:34







เด็กอ้วน ❤




          @ โรงเรียนมัธยมปลาย 




          เอาอีกแล้ว.. วันนี้ก็เจอแบบนี้อีกแล้ว.. 




          วันนี้เป็นอีกวันที่เขาเปิดล็อกเกอร์ออกมา สิ่งของที่อยู่ภายในล็อกเกอร์ก็ล้นไหลออกมาจากล็อกเกอร์ทันที สิ่งของเหล่านั้นคือสิ่งของที่คนเราไม่ใช้แล้ว และมนุษย์อย่างเราๆ เรียกมันว่าขยะ ขยะในที่นี้มีทั้งซองขนม ขวดนม และแม้แต่กระดาษเอสี่ที่หลายสีที่ถูกตัดเป็นหลายๆ ซีกแล้วเขียนข้อความลงไปในนั้น ข้อความร้ายกาจที่ถูกเขียนโดยเพื่อนร่วมสถาบัน ไม่สิ บางทีพวกนั้นอาจไม่คิดว่าเขาเป็นเพื่อนด้วยซ้ำ 




          ริมฝีปากอวบพ่นลมหายใจออกมายาวๆ อย่างเบื่อหน่าย ขาอวบใต้กางเกงแสลคพาร่างกายเดินไปตามทางระเบียงยาว เพื่อเข้าเรียนคาบเช้า พอเดินมาถึงจุดหมายคือห้อง 5/B มืออวบเต็มไปด้วยเนื้อไขมันดันประตูเข้าไปช้าๆ คนในห้องหันมามองเขาเป็นตาเดียว ก่อนจะหันกลับไปคุยกับเพื่อนในกลุ่มใครกลุ่มมันเหมือนเดิม เป็นแบบนี้จนชิน ตั้งแต่เข้าเรียนมา ทุกคนที่นี่ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน ไม่ใช่ว่าเขายากจนชนิดไม่มีอันจะกิน ออกจะรวยซะด้วยซ้ำ แต่ซ้ำร้ายที่เกิดมาไม่ได้หน้าตาดีเหมือนคนอื่นเขา ไม่ได้หุ่นดีเช้งกระเด้ะหรือหุ่นนักกีฬาเหมือนที่ผู้ชายคนหนึ่งพึงจะมี เขาเป็นเพียงมนุษย์โลกคนหนึ่งที่ชอบกิน กินแล้วนอน เกลียดการออกกำลังที่สุด จนถึงตอนนี้ ผลข้างเคียงของมันคือน้ำหนักที่เกินครึ่งร้อยมามากโข รูปร่างโป่งพองไปด้วยลิพิดมากมาย คิดแบบนี้ริมฝีปากอวบก็ถอนหายใจออกมาอีกรอบ ก่อนที่จะสะบัดหัวเบาๆ แล้วเดินไปยังที่นั่งของตัวเอง 




          "หวัดดี นายชื่อจุนฮยองใช่มั้ย?" ทันทีที่ก้นของเขาวางแปะลงบนเก้าอี้นักเรียน เสียงหวานจากคนน่าหวานก็ดังขึ้นข้างๆ โต๊ะเรียน เขาหันหน้าไปมองแล้วพยักหน้าเบาๆ เป็นคำตอบ 




          "ฉันชื่อโยซอบนะ ยังโยซอบ เป็นนักเรียนใหม่ ยินดีที่ได้รู้จักนะ" คนที่อ้างตัวเป็นนักเรียนใหม่ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร จุนฮยองยิ้มบางๆ เป็นการตอบรับ 




          "ยินดีเช่นกัน" เขาเอ่ยตอบไป แม้ในใจจะสงสัยเล็กน้อยก็เถอะ ว่าทำไมอยู่ดีๆ คนคนนี้ถึงเข้ามาทัก อันที่ยังโยซอบก็หน้าตาน่ารัก น่าจะไปคบกับพวกสวยๆ หล่อๆ ในห้องมากกว่าที่จะมาคบค้าสมาคมกับคนอย่างยงจุนฮยอง แต่เอาเถอะ การได้มีเพื่อนสักคนในรอบปีคงไม่เลวร้ายเท่าไหร่ 




          เวลาล่วงเลยไปจนถึงเวลาพักกลางวัน นักเรียนทุกคนเดินออกจากห้องด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก็นะ ความสุขของการได้พักเที่ยงหลังจากจบการเรียนการสอนภาคเช้านั้นเป็นเรื่องดี แต่คาบบ่ายของวันนี้ ห้อง 5/B เรียนฟิสิกส์สองชั่วโมงรวด แค่คิดก็ทำให้สูตรหากินอย่าง ซิกมาร์F = ma ลอยเข้ามาในหัวอย่างห้ามไม่อยู่ จุนฮยองได้แต่แสยะยิ้มบางๆ ให้กับตัวเอง 




          แทนที่จะเข้าไปนั่งกินข้าวในโรงอาหาร จุนฮยองเลือกที่จะมานั่งใต้ต้นไม้ริมสระน้ำของโรงเรียน ข้างๆ กันเป็นสนามฟุตบอลที่มีนักกีฬาซ้อมอยู่น้อยคน เพราะเวลาพักเที่ยง ทุกคนย่อมไปใช้ในเวลาส่วนตัว แต่มีบางคนที่อยู่ในสนามฟุตบอล เตะบอลเข้าประตูอย่างแม่นยำ จุนฮยองมองภาพนั้นยิ้มๆ เป็นแบบนี้ทุกทีเวลาพักเที่ยง เขาจะเดินมาข้างๆ สนามฟุตบอล เฝ้ามองใครบางคนที่อยู่ในสนามฟุตบอลแล้วยิ้มบางๆ เหมือนสาวน้อยจังเลยนะว่ามั้ย เขาถามตัวเองร้อยรอบพันรอบแต่ก็ไม่ได้คำตอบ ว่าทำไมต้องมาทำอะไรแบบนี้ ทำตัวเป็นนางเอกนิยายน้ำเน่าไปได้ จุนฮยองส่ายหน้าให้ตัวเองเบาๆ นัยน์ตาสีนิลหันมองไปยังสระน้ำกว้างขวางไร้จุดโฟกัส เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงในการพักเที่ยง จุนฮยองเอนตัวเข้ากับต้นไม้ราวกับหาที่พักพิง 




          "เชี่ย!! ตรงนั้นอ่ะ ระวัง!!" พักสายตาไม่นานก็เกิดเรื่องวุ่นวายอีกจนได้ จุนฮยองลืมตาช้าๆ สิ่งที่ปรากฏสู่สายตาคือลูกบอลกลมๆ สีขาวดำกำลังพุ่งมายังที่เขานั่งอยู่ ดวงตาเบิกกว้าง แต่ก็ไม่คิดจะหลบแต่อย่างใด เพราะอะไรน่ะเหรอ.. 




          ฟุ่บ!~ 




          นี่มันไม่ใช่นิยายหวานแหววที่พระเอกจะเตะบอลใส่หัวนางเอกแบบชนิดที่เรียกว่าโดนจังๆ เต็มหัวซะเมื่อไหร่ ลูกบอลที่ลอยมาด้วยควาาเร็วสูงพุ่งไปยังลำต้นของต้นไม้และเด้งกระดอนข้ามหัวจุนฮยองไปอย่างเฉียดฉิว ส่วนลูกบอลเจ้าปัญหาน่ะเหรอ... นั่นไง กลิ้งหลุนๆ ลงน้ำไปแล้ว




          "เห้ย เป็นไรป้ะครับ?" จุนฮยองที่นั่งมองลูกบอลกลิ้งลงน้ำด้วยความสะใจสะดุ้งเบาๆ เสียงทุ้มดังขึ้นจากบนหัว ใบหน้าอวบเงยขึ้นมองคนที่เดินมาอย่างงงๆ ก่อนแก้มใสจะแดงระเรื่อ ริมฝีปากอวบเม้มแน่น คนที่เดินมาใหม่มองงงๆ อยู่ๆ ก็หน้าแดง หรือไม่สบาย? 




          "ไม่สบายหรือเปล่าครับ? หรือบอลโดนตรงไหนรึเปล่า" ร่างสูงในชุดนักฟุตบอลสีน้ำเงิน เบอร์ 32 ย่อตัวลงมาหา จุนฮยองรู้ดีว่าคนๆ นี้คือใคร แหม ใครมันจะจำคนที่ตัวเองแอบชอบไม่ได้กัน? 




          "ปะ..เปล่าครับ" จุนฮยองส่ายหน้าเบาๆ แต่ดวงตายังคงจ้องใบยังใบหน้าหล่อเหล่าสีเข้มตามฉบับนักกีฬาอย่างใจจดใจจ่อ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้คุยกับ ยุนดูจุน ตอนเข้ามาในโรงเรียนใหม่ๆ ตอนที่เขาเจอดูจุนครั้งแรก คนๆ นี้ยิ้มให้เขาเฉยๆ ไม่ได้พูดอะไร จนมาถึงเมื่อกี้นี้ เหตุการณ์ที่ลูกบอลสับปะรังเคพุ่งเฉียดหัวมาแล้วเด้งตกน้ำเมื่อกี้นี้ เป็นครั้งแรกตั้งที่คนๆ พูดกับเขา และนี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นดูจุนใกล้ๆ แบบนี้...




          "เฮ้อ นึกว่าเป็นอะไรซะอีก.. ขอโทษทีที่ทำให้ตกใจนะครับ พอดีเล่นหลับตาเตะ" ตอนนี้จุนฮยองอยากลุกขึ้นมาเตะไอ้คนตรงหน้ามากจริงๆ 




          "อ่าครับ.. ไม่เป็นไร" 




          "อ่า ผมดูจุนครับ ยุนดูจุน 6/C" 




          "ผมยงจุนฮยอง 5/B ครับ" จุนฮยองตอบกลับเบาๆ สายตาเหลือบไปเห็นยุนดูจุนยิ้มเล็กน้อย 




          "งั้นพี่ไปซ้อมบอลต่อก่อนนะครับ" พูดจบเจ้าตัวก็วิ่งไป ทิ้งระเบิดให้จุนฮยองนั่งเขินอยู่คนเดียว ไม่เคยคิดว่าจะมีคนพูดแบบนี้กับตัวเองในชีวิต พี่.. ไม่ยักรู้ว่ามันจะละมุนขนาดนี้น่ะนะ




          ออด!~




          เสียงออดที่แสดงถึงเวลาเข้าเรียนคาบบ่าย จุนฮยองพาร่างกายของตัวเองเดินขึ้นตึกช้าๆ เมื่อยสุดๆ จนบางทีก็คิดนะว่าควรออกกำลังกายอย่างจริงจังดีมั้ย ช่วงนี้รู้สึกเหมือนร่างกายจะหนักขึ้นอีกแล้ว เดินเหินไม่ค่อยสะดวกสบายเหมือนเมื่อก่อน แต่คิดอีกทีก็ขี้เกียจ จะออกกำลังกายไปทำไม เหนื่อยจะตาย? 




          "จุนฮยอง เราไม่มีหนังสือ เราขอดูด้วยได้มั้ย?" พอเดินมาถึงห้อง นั่งลงประจำที่ตัวเอง นักเรียนใหม่ของห้องอย่างยังโยซอบก็ย้ายเก้าอี้มาข้างๆ กาย ก่อนจะเอ่ยขอร้อง จุนฮยองทำเพียงพยักหน้าน้อยๆ มืออวบหยิบสมุดและปากกาดินสออกมาเตรียมไว้พร้อมเรียน จนเลทไปสิบนาที อาจารย์ก็ยังไม่มา 




          "จุนฮยอง" ตอนที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ โยซอบที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็เรียกขึ้นมา 




          "ว่าไง"




          "จุนฮยองชอบพี่ดูจุนหรอ?" ในขณะที่ถามกลับอย่างสบายๆ กลับเจอคำถามน็อคเอาท์แทน ดินสอที่ถืออยู่ร่วงลงบนโต๊ะแบบไม่ตั้งใจ โยซอบที่เห็นท่าทางแบบนั้นก็หังเราะคิกคัก จริงๆ ด้วยสินะ.. สัญชาตญาณของเขาไม่ผิดพลาดจริงๆ 




          "พะ..พูดอะไรน่ะ" จุนฮยองพยายามแถ ซึ่งโยซอบคิดว่ามันไม่มีความเนียนเลยแม้แต่น้อย..  




          "วันนี้เราเห็นนะ ที่พี่ดูจุนเดินเข้าไปคุยกับจุนฮยอง เราทีเรื่องของพี่ดูจุนจะมาเล่าให้ฟัง ฟังป้ะ?" 




          "ก็ไม่ได้อยากฟังอะไรหรอก.. แต่เล่ามาก็ได้..." อันที่จริงไม่ได้อยากฟังอะไรเลย นี่เป็นการแถที่จุนฮยองคิดว่ามันช่างหน้าด้านและสิ้นคิดสุดๆ ไม่เคยแถอะไรได้ฟัคยูขนาดนี้มาก่อน 




          "คิกๆ.. ไม่เนียนเลยน้า จุนฮยองอา.. เราจะบอกว่า พี่ดูจุนชอบคนน่ารักนะ ชอบคนดูบอลเป็น..." จากที่โยซอบเล่ามา จุนฮยองจับใจความได้แค่ว่า 'ยุนดูจุนชอบคนน่ารักและดูบอลเป็น' ถ้าถามว่าเขาดูบอลเป็นมั้ย ก็เป็นนะ.. แต่น่ารักมั้ย.. โนคอมเม้นกับหน้าตาตัวเองละกัน.. 




           เป็นแบบนี้ไปจนหมดคาบบ่าย วิชาฟิสิกส์ที่ตั้งใจจะเรียนวันนี้ก็ไม่ได้เรียนเพราะอาจารย์ไม่เข้า คาบสุดท้ายของวันนี้เป็นชมรม จุนฮยองชมรมห้องสมุด วันนี้อาจารย์บรรณารักษ์ที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาก็ไม่อยู่ จุนฮยองเลยว่างตลอดคาบบ่าย จุนฮยองโทรบอกให้คนขับรถที่บ้านมารับทันที ในหัวคิดแต่เรื่องที่โยซอบเล่า วันนี้เขาได้รู้อะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับผู้ชายที่ชื่อยุนดูจุน และที่สำคัญคือ ดูจุนชอบคนน่ารัก และดูเหมือนเขาจะไม่มีหวังอะไร เพราะอะไรน่ะเหรอ? ย้อนดูตัวเขาสิ น่ารักหรอ ไม่มีคำนั้นหรอกมั้งชีวิตนี้ อ้วนก็อ้วน จุนฮยองยิ้มสมเพชตัวเองเบาๆ ขาอวบพาตัวเองเดินลงมายังรถคนหรูที่คนขับรถขับไปรับมาจากโรงเรียน จุนฮยองเดินเข้าบ้านด้วยสายตาลอยๆ 




          "น้องจุน มาหาแม่หน่อยสิลูก" จุนฮยองที่กำลังเดินก้าวขาขึเนบันไดหันขวับมาทางโซฟา ดวงตาสีนิลคู่สวยเบิกกว้าง ก่อนจะวิ่งดุ๊กดิ๊กมาหาผู้เป็นแม่ทันที ไม่เห็นมีใครบอกว่าคุณแม่จะกลับจากอเมริกา แล้วนี่คุณพ่อมาด้วยหรือเปล่านะ





          "ทำไมคุณแม่ไม่บอกว่าจะกลับมาเกาหลีล่ะครับ?" 




          "ถ้าแม่บอกน้องจุน มันก็ไม่เซอร์ไพรซ์น่ะสิ" คุณนายยงยิ้มหวาน ทำให้จุนฮยองยิ้มตามอย่างอดไม่ได้ เธอเป็นคนสวย ยิ้มสวย ทำอะไรก็สวย หุ่นนางแบบสุดๆ แต่เขาล่ะ?.. คือระ คือระ.. 




          "คุณแม่" 




          "ว่าไงครับ?" 




          "ผมอยากหุ่นดีเหมือนคุณแม่ ควรทำไง?" 




          "โถ่ น้องจุน.. แบบนี้ก็น่ารักอยู่แล้วนี่ครับลูก" คุณนายยงยิ้มหวานให้แต่จุนฮยองหน้ายู่ คุณนายตระกูลยงเข้าใจว่าลูกชายของเธอรู้สึกเช่นไร เธออยากให้จุนฮยองลดความอ้วนตั้งนานแล้ว จะให้กินยาก็ไม่กล้า กลัวว่าร่างกายลูกชายจะโยโย่ 




          "แต่พี่ดูจุนชอบคนน่ารัก แล้วผมก็ไม่อยากฟังคำดูถูกของเพื่อนที่โรงเรียนอีกแล้ว" จุนฮยองซุกใบหน้ากลมลงกับตักของคนเป็นแม่ คุณนายยงลูบหัวจุนฮยองเบาๆ 




          "งั้นเราก็ต้องควบคุมการกิน และออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ ทำได้รึเปล่าล่ะหื้ม" 




          "ทำไม่ได้ก็ต้องทำ.." 




          "งั้นน้องจุนไปอเมริกากับแม่ไหม? แม่มีเพื่อนเป็นเทรนเนอร์อยู่ที่นั่น พ่อเราชอบไปออกกำลังกายบ่อยๆ" 




          "จะให้ผมไปตอนไหนเหรอครับ?" 




          "ปิดเทอมค่อยไปก็ได้ หรืออยากไปพรุ่งนี่เลย แม่จะได้ไปคุยกับเชมีให้" เชมีคือคิมเชมี ผอ.ของโรงเรียนที่เขาเรียนอยู่ เป็นเพื่อนสนิทซี้ปึ้กกับคุณนายยงมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ก่อนจะแยกกันไปมีครอบครัวของตัวเอง 




          "ไปพรุ่งนี้เลย" จุนฮยองกล่าวอย่างเอาแต่ใจ คุณนายยงยิ้มบางๆ เธอไม่ค่อยได้สปอยล์จุนฮยองเท่าไหร่ เธอไม่อยากให้จุนฮยองเสียนิสัย เพราะฉะนั้นเลยทำให้จุนฮยองเป็นคนทีไม่ค่อยเรียกร้องอะไร นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบปีที่จุนฮยองขออะไรสักอย่าง เธอจัดการโทรหาเพื่อนสนิทแล้วขอโทษขอโพยยกใหญ่ที่ขออภิสิทธิ์หยุดให้ลูกชายนานเป็นเดือนๆ เชมีไม่ได้ว่าอะไรเพราะเธอเข้าใจ เด็กสมัยใหม่ก็แบบนี้ ใจร้อน แต่ที่เธอโกรธเพราะเพื่อนสนิทของเธออย่างยงจินฮีไม่ค่อยติดต่อมาเลยเท่านั้นเอง






          ; สามอาทิตย์ผ่านไป 

          @ New York, Washington DC, America 




          ตอนนี้ยงจุนฮยองอยู่ที่นิวยอร์ก นับตั้งแต่วันนั้นผ่านมาสามอาทิตย์แล้ว เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก โยซอบที่ไม่รู้เอาเบอร์เขามาจากไหนคอยโทรหาอยู่ประจำ คอยถามว่าเป็นไงบ้าง ทำไมไม่มาเข้าเรียนเลย จุนฮยองไม่ได้รำคาญอะไรอย่างใด ออกจะดีใจด้วยซ้ำ ต่อให้คนทั้งเรียนไม่ชอบเขา แต่อย่างน้อยโยซอบคนนึงแหละที่ยังใส่ใจเขาอยู่ โยซอบคอยโทรมาตอนเวลากลางคืนของนิวยอร์ก เวลาต่างกันทำให้การติดต่อสื่อสารไม่ค่อยสะดวกนัก แต่โยซอบจะพยายามโทรมาเสมอถึงแม้จะเรียนเหนื่อย นั่นทำให้จุนฮยองรู้เลยว่าถ้ากลับไปเมื่อไหร่ งานหนักแน่ๆ... 




          ตอนนี้เขาเปลี่ยนไปเยอะมาก จากที่อ้วนตุ๊ต๊ะ น้ำหนักเกือบแปดสิบ ตอนนี้ลดลงเหลืออยู่ที่ 64 กก. แล้ว จุนฮยองออกกำลังกายทุกวัน ลดอาหารหวานและขนมขบเคี้ยว เพิ่มการกินผักผลไม้ให้มากขึ้น ร่างกายจากโป่งพองเป็นลูกโป่ง ตอนนี้หดมาเป็นรูปร่างโปร่งธรรมดาแล้ว เทรนเนอร์ที่เป็นครูฝึกให้เขาออกกำลังกายบอกว่า เขาไม่สมควรที่จะมีกล้ามเนื้อซิกแพ็คหรือเซเว่นแพ็คอะไรเทือกนั้น เทรนเนอร์แค่จัดโปรแกรมออกกำลังกายให้เขาแบบที่เรียกว่าลดความอ้วนและเพิ่มกล้ามเนื้อขึ้นเฉยๆ 




          "น้องจุน" 




          "ครับ?" 




          "น้องจุนจะกลับโซลเมื่อไหร่ครับลูก?" ขณะที่กำลังกินข้าวอยู่ คุณนายยงก็เอ่ยปากถามขึ้น จุนฮยองชะงักค้างกลางอากาศเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหัวเบาๆ เป็นคำตอบ 




          "ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่ผมอยากรีบกลับไปนะ คือว่างานมันค้องเยอะมากแน่ๆ ผมกลัวว่าจะเคลียร์ไม่ทัน" จุนฮยองกล่าว แต่เหตุผลหลักๆ ที่เขาอยากกลับก็คือ อยากไปเจอคนคนนั้น.. อยากเจอดูจุน.. เมื่อวานโยซอบเล่าให้ฟังว่าอาทิตย์หน้าดูจุนจะแข่งบอล เป็นการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ในโรงเรียน ระหว่าง 6/C กับ 6/A เด็กเรียนกับเด็กกิจกรรม แน่นอนว่าจุนฮยองอยากกลับไปเชียร์ แต่ไม่แน่ใจว่าสถานะตัวเองในตอนนี้มันโอเคหรือยัง




          "อยากกลับไปเคลียร์งานหรือรีบกลับไปเชียร์ดูจุน?" มือเรียวที่เคยอวบของจุนฮยองกำลังจับแก้วน้ำพลางกระดกน้ำเข้าปากถึงกับสำลัก ไอโขลกจนหัวสั่นหัวคลอนท่ามกลางสายตาของผู้เป็นพ่อและแม่ 




          "คุณก็.. อย่าแซวน้องจุนสิ" คุณนายยงหันไปเอ็ดสามีดุๆ แต่ดวงตาไม่ได้ดุตามเสียงเลย ดวงตาฉายแววสนุกสนานซะด้วยซ้ำ 




          "งั้นน้องจุนจะกลับวันไหนก็บอกป๊าละกัน จะได้ไปส่ง" 




          "ป๊าครับ"




          "ครับ?" 




          "น้องจุนอยากกลับไปวันอาทิตย์นี้เลย.." 







          ; วันจันทร์

          @ Seoul, Korea 




          เมื่อวานนี้หลังจากนั่งเครื่องบินตรงจากอเมริกา ตอนนี้จุนฮยองอยู่ที่โซลแล้ว อีก 10 นาทีจะได้เวลาไปเรียน ที่บ้านใหญ่มีป๊ากับคุณแม่อยู่ ทั้งสองท่านอวยพรให้เขาโชคดี ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร จุนฮยองมองตัวเองในกระจกอีกครั้งเพื่อสำรวจตัวเอง เมื่อหลายวันก่อนคุณแม่ได้สั่งตัดชุดนักเรียนใหม่ให้แล้ว จุนฮยองลองใส่ชุดนักเรียนไซส์เดิมดู รู้สึกได้ว่าวันหลวมมาก พอเห็นแบบนี้แล้วก็พอใจในตัวเอง ไม่เสียแรงที่อุตส่าขาดเรียนเป็นเกือบเดือน 







          @ โรงเรียนมัธยมปลาย 




          จุนฮยองไม่ได้บอกยังโยซอบ.. 




          จุนฮยองไม่ได้บอกโยซอบว่าจะกลับมาที่โซล ตอนนี้เพื่อนของเขาคงคิดว่าเขายังอยู่ที่อเมริกาแน่ๆ 




          เมื่อล้อแม็กเคลื่อนตัวมาจอดที่หน้าโรงเรียนที่เขาเรียนอยู่ ขาเรียวก้าวลงจากรถช้าๆ จุนฮยองเดินอาดๆ เข้ารั้วโรงเรียนช้าๆ สายตากวาดหาเพื่อนใหม่ที่ตอนนี้กลายมาเป็นเพื่อนสนิทตัวเล็ก จุนฮยองกำลังมองหายังโยซอบ แต่ก็เกิดเหตุการณ์ที่จุนฮยองคิดว่าเหมือนในนิยายหวานแหววที่เคยอ่าน นั่นคือ.. เขาเดินไปชนคนอื่นจนเกือบล้มหน้าคะมำ แต่ก็โชคดีที่มีมือมาดึงต้นแขนเขาเอาไว้ จุนฮยองหันกลับไปมองคนที่เขาเดินชน แล้วเหตุการณ์ก็เหมือนเดิม.. เขินจนหน้าแดงระเรื่อไปหมด 




          "ขอโทษที ไม่เจ็บใช่.. หืม นี่ใช่... จุนฮยองรึเปล่า?" ประโยคสั้นๆ ที่ถามออกมาจากปากของคนเป็นรุ่นพี่ที่เขาแอบชอบมันช่างวิเศษ มองเห็นอะไรก็เป็นสีชมพู (บ้าไปแล้ว) ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มแน่น กระพริบตาปริบๆ นี่เป็นครั้งแรกที่ยุนดูจุนเรียกชื่อของเขา!!!




          "อะ...อ่า.. ครับ.. เอ่อใช่.." จุนฮยองเอ่ยตะกุกตะกัก นึกอยากจะตบปากตัวแรงๆ ให้มันดัง 199 เดซิเบล จะติดอ่างทำไมแค่คนที่แอบชอบมาพูดด้วยเอง.. เขินทำไม.. 




          "อา ไม่ได้เจอกันตั้งนาน หายไปไหนมา.. โอ๊ะ!! นี่ผอมลงมากเลยนี่" จุนฮยองไม่ได้ถือสาคำทักทายอย่างไม่เป็นทางการของอีกคน ออกจะชอบด้วยซ้ำ แบบนี้หรือเปล่าถึงมีคนรักคนชอบมากมาย 




          "อ่า.. งั้นเหรอครับ"




          "เวลาผอมลงนี่ก็น่ารักไปอีกแบบนะเรา ตอนจ้ำม่ำก็น่ารัก พี่เพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าความจริงเราหน้าตาน่ารักแบบนี้ ฮ่าๆๆ" ตายสิครับ แบบนี้จุนฮยองตายเลยครับ... จุนฮยองน็อคเอาท์




          "............" 




          "งั้นเดี๋ยวพี่ไปเตรียมตัวก่อนนะครับ พี่มีแข่งบอล" มือใหญ่ของดูจุนถูกวางลงบนศีรษะกลมของจุนฮยองแล้วโยกไปมาเบาๆ การกระทำแบบนี้แม่งโคตรพระเอกเลยว่ามั้ย แบบนี้มันทำให้จุนฮยองเหมือนสาวน้อยเข้าไปใหญ่ 




          "...ครับ" 




          "ว่างๆ ก็ไปเชียร์พี่หน่อยนะ ฮ่าๆๆ"




          "พี่ครับ.." 




          "สู้ๆ นะครับ ตอนพี่แข่ง ผมจะไปเชียร์" จุนฮยองว่าพลางยิ้มบางๆ ทำให้ดูจุนอยากจะกระโจนเข้าไปฟัด 




          "ขอบคุณนะครับ เอ่อ.. ขอมัดจำหน่อยได้มั้ย?" 




          "มัดจำอะไรเหรอครับ"




          "แบบนี้ไง..." ว่าจบ ร่างสูงก็โน้มตัวลงมาประทับริมฝีปากบางของตัวเองเข้ากับริมฝีปากอวบของจุนฮยอง ดวงตาสีนิลเบิกกว้างอย่างตกใจแต่ก็ไม่ได้ผลักออก ถึงจะเป็นจูบธรรมดาชนิดที่เรียกว่าเมาท์ทูเมาท์แต่มันก็ละมุนเกินห้ามใจ เนิ่นนานกว่าจะผละออก ดูจุนแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองช้าๆ ตาคมจ้องไปยังรุ่นน้องที่กำลังยืนหน้าแดงอย่างขวยเขินด้วยแววตาเอ็นดู 




          "ไปนะ... การแข่งจบแล้ว มารอพี่ตรงนี้นะครับ พี่มีเรื่องจะคุยกับเรา" ก้มกระซิบข้างใบหูขาวก่อนจะวิ่งออกไป ทิ้งจุนฮยองไว้กับระเบิดลูกใหญ่ที่ดูจุนทิ้งไว้ให้ 




          นี่มัน... อะไรกันเนี่ย... ? 




TO BE CONTINUE   OR   THE END ? 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ queensnp จากทั้งหมด 5 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

  1. #5 อิบอิบ
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 00:56
    กรี๊ดดดดดดด เราเพิ่งได้หาอ่าน น่ารักมากกกกก ชอบการพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองของคุณยง ความรู้สึกเหมือนโยซอบแอบอยู่เบื้องหลัง ดูจุนมีความาไวไปเร็วมาก แต่ชุ้นชอบความใจเร็วนั้น ฮือออออ มาจุ๊บลูกสาวเลาแล้วต้องกลับมารับผิดชอบนะคะ โอ๊ยยย ละมุนนนนนนนน อย่าว่าแต่น้องยงเขินเลย นี่ก็เขินนนนนนนนน ฮือๆๆๆๆ เราไม่รู้ว่าไรท์จะกลับมาไหม แต่แค่นีั้ก็มีความสุขมากแล้วค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะ รักส์
    #5
    0
  2. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 / 02:58
    ยุน ดูจุน นายทำไมใจเร็วแบบนี้จุ๊บเลยหรออ
    หอมแก้มก็พอมั้งงงคุณยุนน ฮึ่ยยย 
    ปล. ไรต์มาต่อเถอะน้าา
    #4
    0
  3. #3 Normandie (@normandie) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 มกราคม 2559 / 02:20
    To Becon ได้มั้ยยยยยย
    #3
    0
  4. วันที่ 9 มกราคม 2559 / 21:37
    ต่อค่าาาาา ต่อเถอะๆๆๆๆ
    #2
    0
  5. วันที่ 31 ธันวาคม 2558 / 16:15
    To be con ค่ะะะะะ จุนน่ารักกกกกกกมากกกกกดกก
    #1
    0