คัดลอกลิงก์เเล้ว

ミ『 A£EЯON 』♟ ƒαмily ยังไม่เปิดรับสมัคร.

โดย Aleron'Fam.

ミ Supernatural fam. Part : Return to 'Aleron' Reload : 80%

ยอดวิวรวม

435

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


435

ความคิดเห็น


122

คนติดตาม


4
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
จำนวนตอน : 30 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  17 พ.ค. 58 / 08:37 น.
นิยาย ミ『 A£EЯON 』♟ ƒαмily ѧԴѺѤ. ミ『 A£EЯON 』♟ ƒαмily ยังไม่เปิดรับสมัคร. | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

Halls of Thranduil

                                                                                                                              

ALERON
BAD SEED OF THE CORPSE FLOWER

                                                                                                                              
 
B E R L I N ❀



- เดินชมคฤหาสน์อเรลอน -
ห้องน้ำชา ζ เรือนกระจก
สวนดอกไม้ ζ ครัว ζ ห้องพยาบาล

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Blood is thicker than water,
เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


- ประกาศ & แจ้งเตือน -
สถานะ : (ยังไม่เปิดรับสมัคร)

 


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ร่วมสนทนาบนโต๊ะน้ำชา

Aleronfamily.chatango.com

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

สารบัญ อัปเดต 17 พ.ค. 58 / 08:37

ตอน
ชื่อตอน

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Aleron'Fam. จากทั้งหมด 2 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

122 ความคิดเห็น

  1. #122 `CHOPANG (@mydear-chopang) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2558 / 22:31


    ร่างบางเดินเข้ามาในเรือนกระจกของบ้านอเลรอน ... ทั้งที่เป็นที่ๆ มาประจำ
    ทางก็ไม่ได้ไกลขนาดนั้น แต่ทำไม ... เท้ากลับหนักอึ้งราวกับมีลูกตุ้มเหล็กมาถ่วงไว้
    กว่าจะมาถึงต้นเอลได้ ลิเลียนก็รู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงหดหายไปกว่าครึ่ง

    แวมไพร์ทรุดตัวลงนั่งต่อหน้าต้นเอล ดวงตานั้นไร้ความรู้สึกมาก
    เสียจนชวนให้คิดว่าหัวใจจะตายด้านไปเสียแล้ว


    " จบลงแล้วสินะคะ ... "

    คำพูดที่หลุดออกจากริมฝีปากนั้นช่างแผ่วเบาเสียเหลือเกิน
    มือบางเลื่อนไปจับสร้อยคอคล้องแหวนที่สวมติดตัวเอาไว้ตลอดเลยเวลาอย่างใจลอย


    " ถ้าเอลเห็นด้วยและยอมรับการตัดสินใจของเขามันก็ช่วยไม่ได้
    แต่ก็นั่นแหละนะคะ ... เวลาได้หมดลงแล้ว ทุกอย่างจบลงไปแล้ว


    ... ยังไงก็ขอบคุณเอลที่คอยรับฟังทุกอย่างมาโดยตลอด
    แม้ว่าคุณอาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระก็ตาม "


    ลิเลียนเงียบไป ... เงียบไปนานมาก
    ก่อนจะเอ่ยคำพูดสุดท้าย


    " มันซิสก์ ... เขาสมกับเป็นคนที่คุณเลือกจริงๆ ค่ะ "

    เธอลุกขึ้น โค้งตัวให้กับต้นเอลเป็นเชิงทำความเคารพ
    ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปอย่างเชื่องช้า ทว่าก่อนที่จะออกไปจากอาณาเขตนั้น
    เธอก็เหลียวกลับมามองด้านหลัง แล้วพึมพำประมาณว่า แล้วจะแวะมาเยี่ยมใหม่


    . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . 
    #122
    0
  2. #121 `CHOPANG (@mydear-chopang) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2558 / 00:16


    แวมไพร์สาวเข้ามาในอาณาเขตที่แสนคุ้นเคย
    มันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย ... แม้แต่นิดเดียว ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม

    เธอหยิบอุปกรณ์มาและจัดการดูแลรดน้ำเหมือนอย่างที่เคยทำมา
    ใช้เวลาอยู่สักพักใหญ่กว่าทุกอย่างจะเสร็จ
    เธอมองดอกไม้ประจำตัวของเพื่อนรักและคนที่เธอรักด้วยแววตาที่อ่อนลง
    ก่อนเลื่อนไปมองต้นเอลที่ยังคงตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ ณ ตรงทีเดิม


    " สวัสดีวันใหม่นะคะเอล ... แล้วก็ ... สุขสันต์วันคริสมาสต์อีฟค่ะ
    อันที่จริงแล้ว ... มันก็ไม่น่าสุขสันต์เท่าไรหรอก
    ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้ายังสามารถยิ้มออกก็คงจะแปลกไปหน่อยแล้ว "


    ลิเลียนพึมพำด้วยน้ำเสียงที่ไม่สื่ออารมณ์ใดๆ ออกมาเป็นพิเศษ
    ราวกับคนพูดตายด้านและชินชากับมันไปแล้ว ทว่าภายในใจเธอมีอะไรอยู่เยอะมาก
    เสียแต่ว่าพูดไปก็คงไม่มีประโยชน์ ไม่มีความหมายอะไรอีกต่อไปแล้ว


    " น่าเสียดายนะคะ เราไม่ได้เอาของตกแต่งมาด้วย
    รู้แบบนี้น่าจะเอามาสักหน่อย แต่ว่า ... ถ้าเป็นคาธล่ะก็ รายนั้นจะต้องทำแน่
    ทำให้คุณกลายเป็นต้นสนจำเป็นในวันคริสมาสต์น่ะค่ะ 
    "

    ใช่ ... คาธน่ะเป็นแบบนั้นเสมอ เขาชอบที่จะเห็นคนรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
    ของคนรอบตัวมากกว่าจะให้ทำหน้าเศร้า ซึ่งบางทีเธอเองก็ไม่รู้หรอกว่า
    คาธมีความสุชไปด้วยรึเปล่า แต่เธอก็อยากให้เพื่อนรักของเธอมีความสุขนะ


    " เวลาจะหมดลงแล้วนะคะเอล โอกาสคงหมดไปแล้วสินะคะ ... "

    นัยน์ตาสีสวยสั่นระริกและวูบไหว มีร่องรอยของความเศร้าเจืออยู่ชัดเจน
    เช่นเดียวกับรอยยิ้มที่ปรากฎขึ้นบนใบหน้าหวาน ซึ่งพอมองไปแล้ว ...
    ดูเหมือนเธอกำลังจะแตกสลายในเวลาไม่ช้านี้ยังไงยังงั้น

    หลายคนมองว่าเธอเปราะบางเกินไป เปราะบางมากจนอาจจะหายไปได้สักวันหนึ่ง
    บางที ... เธออาจจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็ได้อารมณ์อ่อนไหวกับทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามา
    เสียน้ำตาได้ง่ายๆ กับเรื่องที่ไม่จำเป็น นึกถึงนิสัยข้อนี้แล้วเธอก็อดขำตัวเองไม่ได้


    " จนถึงท้ายที่สุดแล้วก็คงไม่ได้เอ่ยคำขอโทษกับเจ้าตัวโดยตรง
    แต่ก็นะ ... เราไม่รู้จะไปควานหาตัวเขาจากไหนด้วย สนิทหรือ ... ก็ไม่
    ไม่มีสิทธิ์อะไรเลย เราไม่มีสิทธิ์แม้จะอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วยซ้ำ 
    "

    ว่าแล้วก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้

    " เอาเป็นว่า ... ช่างมันเถอะค่ะ เราก็แค่พูดเรื่อยเปื่อย ...
    ยังไงก็ ... ไว้พบกันใหม่นะคะเอล "


    ลิเลียนจบคำพูดของตัวเองลงตรงนั้น ก่อนจะเดินออกไป

    . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . 
    #121
    0
  3. #120 `CHOPANG (@mydear-chopang) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 23:42


    หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นมาเมื่อผิวกายสัมผัสได้ถึงความเย็นของอากาศยามค่ำคืน
    เธอรับรู้ได้ด้วยสัญชาตญานเลยว่าเธอได้หลับจนเวลาล่วงเลยมาเป็นคืนของอีกวัน
    เมื่อหันไปมองข้างกายก็พบว่าเพื่อนสนิทเองก็ยังหลับไม่ตื่นเช่นกัน
    ไม่รู้ว่าไปอดหลับอดนอนถึงไหน --- ( ... )

    แวมไพร์สาวทอดถอนหายใจเสียงแผ่วเบา ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้น
    แล้วพยุงคาธขึ้นมาเพื่อจะพาไปนอนดีๆ ในบ้านอเลรอน
    ด้วยความที่ลิเลียนตัวเล็กและบาง มันจึงค่อนข้างจะลำบากและทุลักทุเลสักหน่อย
    สำหรับการแบกผู้ชายที่สูงเกือบจะถึงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร
    ทว่าโชคดีตรงที่คาธตัวค่อนข้างบาง ไม่อย่างนั้นเธอคงพยุงเขาไม่ไหว
    อีกอย่าง ... ปล่อยให้นอนตากลมนานๆ เดี๋ยวก็ไม่สบายอีก
    คาธน่ะไม่ค่อยดูแลสุขภาพตัวเองเท่าไรหรอก อะไรปล่อยได้ก็ปล่อย

    หลังจากนำคาธไปนอนในบ้านอเลรอนเสร็จแล้ว ลิเลียนก็กลับมาอีกครั้ง
    กลับมาหาต้นเอลที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางพืชพรรณหลากชนิดในเรือนกระจก
    เธอทำเหมือนกับที่คาธทำ คอยดูแลและเอาใจใส่ต้นเอลและต้นไม้รอบด้าน
    โดยไม่กลัวว่าจะถูกพิษของมันเล่นงาน เธอว่าพิษภายนอก ยังไงก็คงไม่ทรมาน
    เท่ากับพิษภายในหรอก ว่าก็ว่าเถอะ ให้รวมพิษทั้งหมดที่เธอเจอมายังไม่ร้ายเท่า
    กับพิษของต้นฟ็อกซ์โกลฟต้นเดียวเลย มันเจ็บ แสบ และทรมานเธอที่สุดแล้ว ...


    " สวัสดียามอีกครั้งนะคะเอล กลายเป็นว่าฉันอยู่กับคุณทั้งคืนเลย 
    ถ้าไอแซครู้เข้า เขาจะหึงเราหรือเปล่านะ ...? "


    ลิเลียนพูดติดตลกก็จริง หากแต่แววตา น้ำเสียงและสีหน้าไม่ได้ตลกด้วยเลย
    ทั้งที่รู้ว่าพูดออกมาแล้วจะเจ็บก็ยังจะพูดออกมา เธอคงเป็นมาโซคิสม์แล้วล่ะ


    " เรารู้ว่ามันซิสก์ ไอแซค แล้วก็อคิน สามคนนั้นผ่านเรื่องร้ายมาเยอะ
    แต่ถึงยังไง ชีวิตก็ต้องก้าวต่อไปข้างหน้า ไม่ได้หมายความว่าให้ทิ้งอดีต
    แต่ให้เก็บมันเอาไว้เป็นบทเรียน เป็นเครื่องเตือนใจ "


    คำพูดนี้เธออยากจะฝากไปถึงมันซิสก์จริงๆ
    เธอรู้ว่าพวกเขาทั้งหมดล้วนแล้วแต่ฝังใจ แต่ให้จมอยู่กับอดีต
    มันก็เป็นการทำร้ายตัวเองจนเกินไป ถึงอย่างนั้นก็เถอะนะ เธอก็พูดได้ไม่เต็มปาก
    เพราะเธอเองก็เป็นพวกที่ฝังใจลึกเหมือนกัน


    " มันซิสก์อาจจะกลัวว่าถ้าเขามีความสุข เขาอาจจะลืมเพรโทรไป
    แต่มันก็ไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไปหรอกนะคะ แม้กายจะไม่อยู่
    แต่เธอก็ยังสถิตอยู่ในใจของทุกคน ... ไม่ใช่เหรอคะ ...? "


    เธอเองยังกลัวเลย กลัวว่าหากตัวเองมีความสุข
    สักวันจะลืมไอแซคไป ...


    " แต่ยังไงเราก็อยากเห็นมันซิสก์ก้าวไปข้างหน้าได้สักที
    ก้าวไปหาแสงสว่าง ก้าวไปหาความสุขสักที แต่มันคงไม่มีวันนั้น
    ตราบใดที่มันซิสก์ไม่คิดเปลี่ยนใจ ... "


    ลิเลียนยิ้มด้วยใบหน้าที่แสนจะเศร้าสร้อย หากมีใครเห็นก็คงรู้สึกบีบคั้นหัวใจ
    เพราะมันเหมือนกับว่าเธอสามารถสลายหายเป็นธาตุอากาศได้เดี๋ยวนั้นเลย


    " เพรโทรเองก็คงไม่อยากให้เป็นอย่างนี้หรอกค่ะ
    ถ้าเธอยังอยู่ เธอก็คงจะโทษว่าเป็นความผิดตัวเองเหมือนกัน
    โทษที่ตัวเองเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขาไม่กล้ามีความสุข "


    คนที่จิตใจอ่อนโยนและคิดถึงคนอื่นเสมอจะต้องคิดอย่างนั้นแน่ๆ
    ลิเลียนมีความเชื่อแบบนั้น เพราะถ้าเป็นเธอ เธอคงต้องโทษตัวเองเหมือนกัน

    เธอถอนหายใจออกมายาวๆ แล้วพึมพำออกมา


    " ได้โปรดช่วยมันซิสก์ ช่วยอเลรอน ช่วยสิ่งที่คุณรักด้วยค่ะเอล
    เราหวังว่าคำขอร้องเหล่านี้จะส่งไปถึงคุณบ้างนะคะ ... "


    พูดจบเธอก็ค่อยๆ ก้าวถอยหลังไป จากนั้นจึงออกไปนอกเรือนกระจก
    ทิ้งไว้อีกหนึ่งประโยค ประโยคที่ตอกย้ำถึงความเป็นจริง


    " เวลาเหลือน้อยเต็มทนแล้วนะคะ หากช้ากว่านี้ มันคงจะสายไปแล้ว
    หรือบางที ... อาจจะสายไปตั้งแต่แรกแล้วก็ได้ "


    . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . 


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 13 ธันวาคม 2558 / 23:42
    #120
    0
  4. วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 01:02
         
    #119
    0
  5. #118 `CHOPANG (@mydear-chopang) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 01:01


    ความจริง ... ลิเลียนอยู่ในเรือนกระจกก่อนหน้าแล้ว อยู่ก่อนคาธจะเข้ามาเสียอีก
    เธอได้ยินสิ่งที่คาธพูดทุกอย่าง ทุกคำพูดที่เพื่อนรักของเธอช่างน่าขัน
    สร้างรอยยิ้มให้ปรากฎขึ้นบนใบหน้าหวานเป็นระยะๆ แต่มันก็ไม่คงนานนัก

    มีแค่เพียงไม่กี่ครั้งหรอกที่ลิเลียนจะยิ้มได้อย่างเต็มที่หรือออกมาจากใจจริง
    เพราะเธอถูกใครบางคนช่วงชิงมันไปแล้ว ... ช่วงชิงไปพร้อมกับหัวใจ
    เธอลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่า วิธียิ้มออกมาจากใจจริง ควรจะทำยังไง

    ตอนนั้นเองที่เสียงของคาธเงียบหายไป พอลิเลียนหันไปมองก็พบว่า
    คนที่พูดเสียงเจื้อยแจ้วยิ่งกว่านกแก้วนกขุนทองได้หลับใหลเข้าสู่นิทราไปแล้ว
    เธอกะจะเดินออกจากเรือนกระจกเพื่อกลับไปเอาผ้าห่มมาห่มคลายหนาวให้กับ
    คนที่ชอบลืมตัวว่าร่างกายอ่อนแอป่วยง่าย ทว่า ... ยังไม่ทันจะได้ขยับตัวไปไหน
    ก็มีเงาของอีกร่างโผล่เข้ามาจนเธอต้องยืนนิ่งอยู่ ณ ที่เดิม

    คนๆ นั้นไม่ใช่ใครที่ไหนเลย วาโรเนีย โนอาห์ แฝดพี่คนโตของเธอนั่นเอง

    หญิงสาวร่างเล็กนิ่งฟังคำพูดของวาโรเนียแล้วนึกสะท้อนใจบางอย่าง
    รอยยิ้มบางเบาที่เคลือบความเศร้าเอาไว้ผุดขึ้นมาชัดเจน เธอพึมพำเสียงเบาว่า


    " ขอโทษนะคะแฝดพี่หนึ่ง ขอโทษที่น้องไม่อาจยิ้มได้อย่างเก่าแล้ว ... "

    แม้จะรู้ดีว่าคำพูดที่แสนแผ่วเบานี้ วาโรเนียไม่อาจได้ยินก็ตามที

    ลิเลียนรอให้แฝดร่วมสาบานของตัวเองออกไปก่อน เธอจึงจะปรากฎตัวออกมา
    แวมไพร์สาวทรุดตัวลงนั่งข้างเพื่อนรักของเธอ ดวงตากลมโตมองต้นเอลอย่างเลื่อนลอย
    แม้กระทั่งคำพูดอย่างแผ่วเบาจนเกือบจะไม่สามารถจับสิ่งที่ได้ยินได้


    " สวัสดียามดึกนะคะเอล ... "

    หลังจากนั้นก็มีแค่เพียงความเงียบที่ปกคลุม เพราะเธอไม่รู้จะพูดอะไรดี
    เธอพูดมันออกไปหมดแล้ว เหลือแค่ว่าเอลจะรับฟังมันหรือไม่เท่านั้น
    ความรู้สึกของเธอ ความรู้สึกของคาธ ความรู้สึกของวาโรเนีย และ
    ความรู้สึกของลีอาห์ ทั้งหมดเป็นของจริง ไม่ได้ปรุงแต่งอะไรลงไปเพิ่มเลย
    ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่กลั่นออกมาจากใจจริงทั้งนั้น --- ...


    " อย่างที่คาธว่านะคะ ... ถ้าหากปาฏิหาริย์มีจริงก็คงจะดี
    ถ้าหากพวกเราทั้งหมดได้กลับมายิ้มให้กันเหมือนเดิมก็คงจะดี
    ถ้าหากว่าพวกเราได้อยู่ด้วยกันอีกครั้งก็คงจะดี ...  "


    หลังจากเงียบมานาน ลิเลียนก็พูดประโยคพวกนั้นออกมา
    ประโยคที่ทำให้คนพูดเองรู้สึกเจ็บปวด ทว่ากลับไม่มีน้ำตาออกสักหยด
    เธอคงเจ็บจนชา และตายด้านไปเสียแล้วกระมัง ถึงจะทำใจได้
    แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมด เธอยังรู้สึกอยู่ และไม่มีวันที่จะเลิกรู้สึกได้ง่ายๆ

    การรอคอยมันช่าวหนาวเหน็บ เจ็บปวด เวิ้งว้าง และโหวงเหวงเสียจนน่าใจหาย
    แต่เธอ คาธ และลีอาห์ก็ยังคงเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ หวังเพียงแค่สักวัน
    เราจะได้พบกับคนสำคัญของพวกเราอีกครั้ง สำหรับพวกเรา ... ต่อให้รอนานแค่ไหน
    เป็นนาที เป็นชั่วโมง เป็นวัน เป็นสัปดาห์ เป็นเดือน หรือกระทั่งเป็นปี เราก็รอได้
    แต่คนที่เรากำลังรอล่ะ จะกลับมาหาไหม ...

    หญิงสาวแค่นยิ้มออกมา ไม่รู้ทำไมคำตอบถึงได้ผุดขึ้นมาแทบทันที
    ไม่ ' มันช่างฉายชัดเหลือเกิน เพราะก่อนหน้านี้ ไอแซคเคยพูดเอาไว้ว่า
    ' ไปให้เจอแล้วก็จากกันอีกเหรอ '
    เพราะงั้นการที่เขาตัดสินใจเด็ดขาด แล้วตัดเธอออกแบบนี้
    ก็คงแสดงให้เห็นแล้วว่า เขาคงไม่คิดกลับมาอีก

    ลิเลียนรู้สึกสมเพชตัวเองอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็นั่นแหละ ...
    รักไปแล้ว ให้ใจไปแล้วก็คงทำอะไรไม่ได้ ...
    ทุกวันนี้เธอพยายามอย่างมากที่จะไม่ร้องไห้ เพราะเขาไม่ชอบเห็นเธอร้องไห้
    พยายามที่จะไม่คิดมาก เพราะเขาไม่อยากให้เธอคิดมาก หรือถ้าจะคิด
    ก็ต้องคิดแต่เรื่องของเขาคนเดียว ซึ่งเขาก็ทำสำเร็จ เพราะเธอคิดแต่เรื่องของเขา
    คิดถึงจนจะเป็นบ้าอยู่แล้ว --- ...

    ลิเลียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วรีบดึงสติกลับมาก่อนจะจมเข้าสู่วังวนความเศร้า
    ดวงตาสีแดงจ้องมองต้นเอลที่เธอเห็นจนชินตาในหลายวันที่ผ่านมานี้


    " เอลคะ ... ถ้าเกิดว่าใครสักคนตัดสินใจเด็ดขาดลงไปแล้ว
    แสดงว่าเขาคงไม่คิดจะถอยหลังกลับหรือเปลี่ยนใจแล้วใช่ไหมคะ ...? "


    ... ไม่มีคำตอบ แต่ลิเลียนก็ยังพูดต่อไป

    " ที่ไม่มีการตอบรับจากคุณแบบนี้ หมายความว่าจะให้พวกเราปล่อย
    มันซิสก์หรือเปล่าคะ ปล่อยไปตามทางที่เขาเลือก
    แม้ว่าเส้นทางนั้นจะ นำพาเขาไปสู่ ... "


    หญิงสาวเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนพูดออกมาจนจบ

    " ความตาย "

    ถ้ามันเป็นการตัดสินใจของมันซิสก์ เธอก็คงห้ามอะไรเขาไม่ได้แล้วล่ะ
    อันที่จริงไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะห้ามด้วยซ้ำ เธอกับเขามีสถานะเป็นอะไรกัน
    เธอไม่ลืมหรอก เธอเป็นของดูต่างหน้าของไอแซค เป็นคนรักของแฝดที่เขาจงเกลียดจงชัง
    เหตุผลแค่นั้นเพียงพอมากแล้วที่มันซิสก์จะไม่ฟังเธอหรือฟังใครก็ตามที่อยู่ข้างนั้น


    " ยังไงเราก็ยังยืนยันนะคะว่าไม่อยากให้เขาตาย อย่างน้อยถ้าจะตาย
    ก็อยากจะให้ตายด้วยวิธีสามัญ ไม่ใช่วิธีนี้ มันไม่ยุติธรรมต่อเขา
    คนที่จงรักภักดีต่ออเลรอนยิ่งชีพคนนั้น ไม่เลยสักนิดเดียว "


    น้ำเสียงของลิเลียนแผ่วเบาลงเรื่อยๆ จนเงียบหายไปในที่สุด
    เธอเหลือบมองเพื่อนรักของตัวเองที่หายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ
    นอนด้วยท่าทางที่แสนสบาย คิดดังนั้นเธอจึงขยับเข้าใกล้คาธอีกนิด
    แล้วตัดสินใจนอนเป็นเพื่อน ... โดยไร้ซึ่งผ้าห่มหรือหมอนใดๆ ทั้งสิ้น
    ถึงแม้ร่างกายเธอจะอ่อนแอกว่าแวมไพร์ทั่วไป แต่เธอก็ไม่ได้ป่วยง่ายขนาดนั้น
    เพราะฉะนั้น ... ผ้าห่มไม่จำเป็นสำหรับเธอเท่าไรนักหรอก


    " ราตรีสวัสดิ์นะคะ เอล ... "

    พึมพำบอกเพียงเท่านั้นก่อนจะปิดเปลือกตาลง และไม่นานนัก
    ลิเลียนก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างง่าย


    . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . 


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 13 ธันวาคม 2558 / 01:02
    #118
    0
  6. #117 ♞ bon appètit • (@nukseak) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 00:23

    2015-10-30-780512.png

    วาโรเนียถือเป็นบุคคลแปลกใหม่ที่เข้ามาในเรือนกระจกแห่งนี้

    ตามที่เธอรู้มา...ทั้งคาธและลิเลียนต่างมาที่เรือนกระจกแห่งนี้เพื่อคุยกับเอล

    (และบางครั้งก็ทำสวนด้วย … ซึ่งเธอไม่ค่อยถนัดเรื่องการดูแลดอกไม้สักเท่าไหร่)

    ซึ่ง..นั้นก็คือเป้าหมายเดียวกับเธอ...เพียงแต่ว่า…

    เธอแค่ต้องการมาคุยบ้างก็เท่านั้นเอง

    “ สวัสดีนะคะคุณเอล ”

    ก่อนจะนั่งลงและหยิบสโนว์บอลที่ข้างในเป็นรูปต้นไม้ใหญ่เฉกเช่นเดียวกับเอล

    และวางลงไว้ที่โคนต้นของต้นเอล ก่อนจะพูดต่อ

    “ ช่วงนี้อากาศหนาวแล้วนะคะ --- แล้วอีกอย่างก็จะเปลี่ยนเป็นอีกปีแล้วด้วย ”

    วาโรเนียพูดพลางหรี่ตาลง นึกถึงเรื่องราวในอดีตก่อนจะเป็นแบบนี้

    ก่อนจะยิ้มบางๆ

    “ ...จะว่าไปก็คิดถึงสมัยก่อนนะคะ ฉันยังจำวันที่ทุกคนยิ้มได้เลยล่ะ

    … อ่า … เป็นช่วงเวลาที่หลากหลายจริงๆนะคะ ทุกคนมาพูดคุยกัน

    มีความรักเกิดขึ้น มีความไม่เข้าใจกันเกิดขึ้น

    มีความเกลียดชังเกิดขึ้น มีความเศร้าเกิดขึ้น ...  ”

    วาโรเนียเว้นช่วงไปสักพักก่อนจะพูดต่อ

    “ ...คำสัญญา...

    พูดแล้ว...ฉํนก็เจ็บปวดแทนสอง...ไม่สิ … สามคนนั้นจริงๆนะ

    คนที่สามใครน่ะหรอ ? ลีอาห์ ไง…

    ลีอาห์น่ะ เข้มแข็งนะ เธอรอคอยมาตลอดเลยล่ะ …

    ถึงแม้เบอร์วินจะไม่เกี่ยวกับอเลรอนก็เถอะนะ แต่คุณเอลก็น่าจะรู้จักใช่ไหมล่ะ ? ”

    วาโรเนียพูดพลางหัวเราะเบาๆ

    “ ฉันอยากเจอช่วงเวลาแบบนั้นอีกนะ ช่วงเวลาที่ทุกคนยิ้ม

    ไม่อยากให้มีการสูญเสีย ด้วย ถึงแม้คนคนนั้นจะไม่ใช่คนที่ฉันโอเคสักเท่าไหร่

    (พูดพลางกลอกตาไปมา)

    แต่ก็ไม่ได้เกลียดเข้าเส้นดำสักหน่อยนี่นา

    อยากให้ อเลรอน อยู่กันให้ครบ อยากให้กลับมา ”

    วาโรเนียพูดพลางถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะพูดต่อ

    “ ฉันดูเหมือนไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับ การรอคอย สักเท่าไหร่

    แต่ว่านะ คนที่รอคอย พวกเขาน่ะ เป็นน้องสาวของตั้งสองคนเลยนะ

    ในฐานะของคนเป็นพี่น่ะ ไม่อยากจะเห็นน้ำตาของน้องสาว ไปมากกว่านี้แล้วล่ะนะ ”

    เมื่อวาโรเนียพูดประโยคนี้จบ เธอก็ยันตัวลุกขึ้นก่อนจะปั่นเศษใบไม้ที่ติดชายกระโปรงมา

    ก่อนจะเดินรอบๆต้นเอลเป็นการสำรวจ … และได้เห็นกับกองขนมรวมถึง คาธ

    วาโรเนียยิ้มขำเล็กน้อย ก่อนจะช่วยเก็บของให้นิดหน่อย ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าห่มมาห่มตัวคาธ

    และเขียนโน้ตแปะไว้ที่หน้าผากด้วย ‘ ร่างกายก็อ่อนแอ ก็อย่าลืมผ้าห่มซี่ … วาโรเนีย ’

    เมื่อแปะโน้ตยืนยันตัวตนแล้ววาโรเนียก็หันไปมองที่ต้นเอลอีกครั้ง

    ก่อนจะพูดและเดินออกไป

    “ หวังว่าคราวหน้าที่ฉันมาที่นี้คงมีความอบอุ่นให้ฉันพบนะคะ ”




    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 13 ธันวาคม 2558 / 00:23
    #117
    0
  7. #116 ` BRAELYNN.❀ (@diarypeem) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 00:13


    คาธาเรซเดินเข้ามายังในเรือนกระจกอีกครั้งหนึ่ง แน่นอนว่าอุปกรณ์สวนพร้อม (?)
    เขารดน้ำพรวนดินให้กับต้นไม้ในนั้นรวมถึงต้นเอล แน่นอน ถอนวัชพืชด้วยนะ ---
    (ถามว่ากลับบ้านไปไม่โดนพิษกินตายก่อนเหรอ ไม่หรอก ร่างกายเจอมาเยอะ

    และไม่มีอะไรเจ็บเท่าพิษรักด้วย #ผิดแรง )
    ใช้เวลาพักใหญ่ก่อนที่เจ้าตัวจะเอาอุปกรณ์ไปเก็บและกลับมาพร้อมกับ ...
    กองถุงขนมของหวาน
    ใช่ ของหวาน มองอีกกี่รอบก็เป็นของหวานแน่นอน (...)

    ร่างสูงนำผ้าผืนใหญ่ลายสก็อตสีเข้มมาสะบัดแล้วปูไว้ใต้ต้นเอล
    นั่งลงไป จัดแจงวางขนมเอาไว้เรียบร้อยและเริ่มเปิดทีละถุง


    " สวัสดีคุณเอล ช่วงนี้ --- ฉันคงมาไม่บ่อยเท่าไหร่ล่ะนะ
    พอดีว่ามีธุระอัดแน่นมาเต็มไปหมดเลย แย่จริงเชียว
    ถึงอย่างนั้น วันนี้เรามารีแล็กซ์กัน! ฉันเคยบอกไปแล้วนี่นา
    ว่าอยากทำความรู้จักกับคุณเอลน่ะ ฉะนั้นวันนี้ฉันจะมาถามข้อมูลส่วนตัวคุณเอลนะ
    เตรียมตัวตอบได้เลย! ส่วนขนมพวกนี้ก็ ถือว่ามากินเลี้ยงแล้วกัน(?)
    ถ้าคุณออกมากินด้วยกันได้ก็มานะคุณเอล "


    ชายหนุ่มหัวเราะ ถุงแรกเป็นเลย์รสออริจินัล เขาหยิบเข้าปากไปสามสี่คำ
    เคี้ยวตุ้ยๆ จนกระพุ้งแก้มป่องออกมา แล้วค่อยกลืนเมื่อเคี้ยวละเอียด


    " ฮืม ... คุณเอล ฉันเองก็อยากเห็นหน้าตาคุณแฮะ
    ได้ข่าวว่าคุณเป็นผู้ชายเนอะ? สารภาพว่าตอนแรกน่ะ
    ฉันคิดว่าคุณเป็นผู้หญิงล่ะ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน (...) "


    มือเรียวเกาศีรษะตัวเอง เจ้าของมือนั้นยิ้มแห้งออกมา

    " พวกข้อมูลส่วนตัวมีอะไรบ้างนะ --- ? อายุ วันเกิด ส่วนสูง น้ำหนัก
    กรุ๊ปเลือด ของที่ชอบ ไม่ชอบ เกลียด อะไรทำนองนั้น ---
    แล้วก็งานอดิเรก ความสามารถพิเศษ? คงราวๆ นี้ล่ะมั้ง
    อ่า... อยากให้คุณออกมาตอบออกมาคุยจังเลยน้า...
    เผื่อเราจะคุยกันถูกคอ อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้นะคุณเอล "


    สองนิ้วจับปากถุงเลย์เอียงไปมา ก่อนเจ้าตัวจะเปลี่ยนใจ
    ไปเปิดถุงของโดนัทต่อ ข้างในเป็นพอนเดอริงส์ช็อคโกแลต
    กินเลยสิครับรออะไร (?)


    " อื้ม ก่อนอื่นฉันก็ควรบอกข้อมูลส่วนตัวของตัวเองก่อนสินะ
    ปีนี้ฉันอายุ 19 แล้วล่ะ ปกติแล้วฉันไม่รู้วันเกิดตัวเองหรอก
    แต่...อคินบอกให้ตั้งน่ะ เลยตั้งเป็นวันที่ 5 ตุลาคม มันมีที่มานะ!
    ฉันสูงประมาณ 177 ซม. น้ำหนัก 64 กก.ตามที่ดูล่าสุด ---
    อะไรอีก ... เอ้อ ฉันกรุ๊ปเลือด AB ล่ะ ฉันชอบอาหารรสจัดหน่อย
    กับอากาศเย็นๆ สบายๆ ของที่ไม่ชอบกับเกลียดกลัวนี่ไม่แน่ใจมากแฮะ
    อืมมมม ... แล้วก็ฉันค่อนข้างติดมือถือพอควรด้วย
    ความสามารถพิเศษส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับอาชีพเก่าเป็นส่วนใหญ่
    อย่างพวกสายตาดี แม่นยำ ถนัดอาวุธระยะกลาง-ไกลงี้
    งานอดิเรกฉันไม่มีตายตัวหรอกคุณเอล อยากทำอะไรก็ทำน่ะ "


    การพูดไปกินพอนเดอริงส์ไปทำให้แอบสำลักนิดหน่อย
    แถมลืมเอาน้ำมาด้วย เจริญพรเลยทีเดียวเชียว ...
    คาธาเรซปิดปากไอนิดหน่อย แล้วกินโดนัทชิ้นนี้ต่อจนหมด
    จากนั้นก็เอื้อมไปหยิบถุงขนมอีกถุง มันเป็นโยเกิร์ตรสส้ม


    " อารมณ์ปิกนิกยามกลางคืนนี่ก็ดีไปอีกแบบเหมือนกันน้า ---
    จริงสิคุณเอล นี่ก็ใกล้หน้าหนาวแล้ว ใบไม้คงจะร่วงเยอะ "


    ราวกับนึกบางอย่างได้ ชายหนุ่มรีบจัดการโยเกิร์ตจนหมด
    ปิดฝาถุงเลย์ถุงโดนัท แล้วใส่ในถุงผ้าที่เตรียมมา ก่อนจะออกไป
    แล้วกลับมาอีกครั้งพร้อมกับกองใบไม้มากมาย


    " ฮึบ --- "

    ร่างสูงทิ้งกองใบไม้พวกนั้นลง และเริ่มหยิบๆ จับๆ ขึ้นมา
    ทำเป็นรูปเป็นร่าง ใช้เวลานานอยู่พอสมควรถึงจะดูออกว่าเป็นอะไร

    ' มนุษย์ใบไม้ '


    " ฉันคงไม่ต้องไปเคาะเปลือกต้นเอลแล้วร้องเพลง
    Do you wan to build a leavesman หรอกเนอะ (?) "


    เจ้าของต้นไอริสหัวเราะ แล้วมองผลงานตัวเอง
    อันที่จริงเพียงถูกลมพัดพาไปก็คงจะล้มได้โดยง่าย


    " นี่ คุณเอลคิดว่ามันออกมาพอดูได้ม้า?
    ถือว่าฉันปั้นมาให้เป็นเพื่อนคุณเอลอีกหนึ่งนะ(?)
    แต่ฉันคงทำให้มันมีชีวิตขึ้นไม่ได้หรอก "


    เหตุผลของการกระทำทุกอย่างนั้นเรียกได้ว่าไม่มีเลย
    คาธาเรซนึกอยากทำอะไรก็ทำเดี๋ยวนั้น ไม่ต้องรีรออะไร
    ไร้สิ่งใดมารองรับความคิด เรียกว่าทำตามใจตัวเองสุดๆ
    แถมเปลี่ยนอารมณ์ไวอยู่แล้ว เลยปุบปับก็จัดทันที


    " เอ ... อะไรอีกดี --- "

    ร่างสูงคิด เขาหยิบมือถือขึ้นมาหมายจะลองค้นหา
    พวกเกี่ยวกับกิจกรรมอะไรง่ายๆ ดูแต่ทว่าเมื่อเห็นไอคอนรูปกล้อง
    ก็ปิ๊งไอเดีย จึงขยับตัวเข้าไปใกล้ต้นเอล เปิดกล้อง
    ส่งยิ้มให้กับหน้าจอ พึมพำ หนึ่ง สอง สาม ออกมาเบาๆ

    แชะ

    อาฮะ เซลฟี่กับต้นเอล (?)


    " ถึงยังไง ไม่ปรากฏตัวก็ยังถ่ายรูปด้วยกันได้อยู่เนอะ?
    แบบนี้เขาเรียกกันว่าเซลฟี่ล่ะคุณเอล สมัยนี้เห็นนิยมทำกัน
    จะว่าไป ขอเก็บภาพคุณเอลไว้ด้วยหน่อยนะ "


    ชายหนุ่มวัยสิบเก้าขยิบตาวิ้งค์(?) เขานอนราบกับพื้น
    มุมที่ต้นเอลสวยอีกมุมคือถ่ายจากมุมต่ำนี่แหละ ---
    กิ่งก้านสาขาแผ่ขยายท่ามกลางท้องฟ้ายามราตรี
    อย่างน้อยนั่นก็ถือว่างดงามมากแล้วสำหรับคาธาเรซ


    " วิวตรงนี้นี่ก็...สวยจังเลยแฮะ "

    เขาเอ่ยกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแผ่ว รู้สึกท้องฟ้ากับต้นเอลนั้น
    เป็นอะไรที่เข้ากันและทำให้จิตใจสงบอย่างประหลาด ---
    อันที่จริงวันนี้เขาควรมาวิงวอนดั่งวันก่อน แต่ทว่า
    บางที ... คาธาเรซก็คิดว่าถ้าหากดิ้นรนมากเกินไป
    ต้นเอลจะรู้สึกอึดอัดใจไหมนะ?
    บางทีนี่อาจถึงเวลาที่จะผ่อนคลายลงชั่วคราว ...

    เปลือกตาปิดลง หรือนี่จะมาถึงทางตันจริงๆ หนอ?
    ไม่คิดจะสิ้นหวัง เพียงแต่ถ้าเปลี่ยนอะไรไม่ได้จริงๆ
    คงจำที่จะต้องยอมรับมันอย่างช้าๆ แม้จะไม่เต็มใจ ---


    " ถ้าทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี ... ก็คงจะเยี่ยมไม่น้อย ...
    ถ้าหาก ... ปาฏิหาริย์มีจริงล่ะก็ --- "


    คาธาเรซยิ้มออกมา หากแต่มันแฝงความเศร้าสร้อยในนั้น
    และอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มของเขา
    ร่างสูงถอนหายใจ ก่อนตัดสินใจที่จะเข้าสู่ห่วงนิทราตรงนี้
    ไว้ตอนเช้า ... ค่อยเก็บของแล้วกัน?


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 13 ธันวาคม 2558 / 00:14
    #116
    0
  8. วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 23:29
       
    #115
    0
  9. #114 `CHOPANG (@mydear-chopang) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 23:28


    ร่างคุ้นตาเดินเข้ามาภายในเรือนกระจก ก่อนจะทำการพูดคุยกับเอลนั้น
    เธอก็ได้จัดการรดน้ำและพรวนดินให้ ถึงแม้ว่าเวลานี้จะไม่ใช่เวลาที่สมควรก็ตาม
    แต่เธอเป็นแวมไพร์ แพ้แสงแดด จะให้ออกมาตอนกลางวันบ่อยๆ ก็ใช่ที่

    ใช้เวลาค่อนข้างยาวกว่าเธอจะจัดการทุกอย่างเสร็จดั่งใจคิด
    ลิเลียนปลีกไปล้างมือ และกลับมาอีกครั้ง เธอทิ้งตัวลงนั่งตรงหน้าต้นเอล
    ดวงตาสีสวยสะท้อนภาพของต้นเอล มันเหมือนกับเธอกำลังมองอยู่
    หากแต่ใจกลับลอยไปไหนต่อไหนหมดแล้ว


    " สวัสดียามดึกนะคะเอล ... "

    เป็นเวลาพักใหญ่กว่าลิเลียนจะดึงสติกลับมาได้
    ริมฝีปากเรียวบางขยับเอื้อนเอ่ยทักทายต้นเอลอย่างสุภาพนุ่มนวลเช่นเดิม


    " เราชักไม่แน่ใจแล้วนะคะว่า ... คำขอร้อง คำวิงวอนของเรา
    ของคาธได้ส่งไปถึงคุณรึเปล่า ... "


    น้ำเสียงของเธอนั้นช่างเบาหวิว คล้ายกับคนพูดรู้สึกเหนื่อยเกินกว่าจะทำอะไร
    แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังพูดต่อไป ราวกับว่าการพูดเป็นสิ่งเดียวที่เธอจะสามารถทำได้


    " เราไม่อยากให้อเลรอนจบลงแบบนี้เลย ไม่อยากให้มันเหลือเพียงแค่ชื่อ
    ไม่อยากให้มันกลับกลายเป็นความว่างเปล่า เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น ...
    เราก็คงไม่เหลือสถานที่ให้กลับอีกแล้ว ไม่เหลือสถานที่ที่ให้เรียกคำว่า
    ' บ้าน ' ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ "


    บางทีการมาพูดอะไรอย่างนี้ทุกๆ วันอาจจะเป็นการกระทำที่คนบ้าเขาทำกันก็ได้
    ทำลงไปทั้งที่รู้ดีว่าผลลัพธ์มันอาจจะไม่เปลี่ยนแปลงไปมากกว่านี้อีก
    แต่ถึงอย่างนั้น ลิเลียนก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอไม่เหลือทางออกที่ดีกว่านี้อีกแล้ว
    คาธเองก็เช่นกัน เขา ... เกลี้ยกล่อมมันซิสก์ไม่สำเร็จ นั่นเป็นเรื่องที่คาดเอาไว้แล้ว

    แต่พวกเราก็ยังทำทุกวิถีทางเพื่อพยายามยื้ออเลรอนเอาไว้
    เพราะพวกเราผูกพันกับอเลรอนไปแล้ว ไม่อาจจะตัดขาดหรือทนนิ่งดูดายปล่อยเอาไว้ได้
    ครั้นจะให้ไปหาคนที่สาปก็ไม่รู้จะไปตามหาตัวจากไหน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนสาป
    หากเรื่องทุกอย่างมันง่ายดายกว่านี้ก็คงจะดีไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว


    " เอลคอยดูอยู่หรือเปล่าคะ คอยฟังในสิ่งที่พวกเราพร่ำบอกอยู่หรือเปล่า
    อยากจะให้มันจบลงแบบนี้จริงๆ น่ะเหรอคะ มันเป็นจุดจบที่คุณต้องการเหรอ
    คุณสร้างอเลรอนขึ้นมาเพื่อมองดูจุดจบที่เหมือนกับ ' โศกนาฎกรรม ' แบบนี้น่ะเหรอ "


    คำถามทั้งหลายพรั่งพรูออกมาจากปากของแวมไพร์สาวร่างเล็ก
    แน่นอนว่าไม่มีคำตอบของคำถามเหล่านั้น เธอเองก็รู้ดีว่าจะไม่มีวันได้รับคำตอบ


    คิดแล้วก็น่าขำ ... สิ่งที่โชคชะตานำพามามันเป็นตลกร้ายชัดๆ
    อะไรมันจะซับซ้อนซ่อนเงื่อนยุ่งวุ่นวายขนาดนั้น จุดเริ่มต้นมันมาจากไหนกันนะ ...
    แต่ก็นั่นแหละ คนภายนอกอย่างเธอคงไม่มีสิทธิ์รับรู้อะไรไปมากกว่านั้น
    เพราะอะไรน่ะเหร คำตอบมันก็ง่ายนิดเดียว ...

    เรื่องที่คนในอเลรอนไม่อยากให้รู้ ต่อให้สลายกลายเป็นฝุ่นก็คงไม่มีวันได้รู้

    เธอหลับตาลงอย่างนึกเจ็บปวด ไม่นึกโทษอะไรใคร
    ถ้าจะโทษก็คงต้องโทษตัวเองที่เลือกจะก้าวเดินเข้ามาในวังวนแห่งนี้เอง
    ค่าตอบแทนของมันช่างมากมายมหาศาลเกินกว่าเธอจะคาดคิด
    เธอได้รับความเจ็บปวดที่เกิดจากการสูญเสียคนรักไป ...
    ไม่ว่าวันนี้หรือวันหน้าก็คงไม่มีวันที่จะเลิกเจ็บปวดหรือเศร้าได้

    ลิเลียนยอมรับว่าตัวเองฝังใจไปแล้ว รากของมันชอกไชลึกมากเสียด้วย


    " ให้อเลรอนจบลงแบบนี้จะดีเหรอ ... "

    คำถามนี้ เธอไม่ได้ถามเอล หากแต่เธอถามใครอีกคนที่เธอไม่เคยได้พบ
    ตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อครึ่งปีก่อน คนที่เธอติดค้างคำขอโทษเอาไว้


    " นายคิดดีแล้วจริงๆ น่ะเหรอ ... มันซิสก์ "

    เธอรู้สึกเหมือนพยายามไป ดิ้นรนไปก็เปล่าประโยชน์
    แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมาที่นี่ด้วยใจที่คาดหวังเอาไว้ว่า ... จะมีปฏิหาริย์เกิดขึ้น
    ต่อให้แสงแห่งความหวังนั้นจะริบหรี่พร้อมจะดับลงไปทุกเมื่อก็ตาม

    แวมไพร์สาวนั่งอยู่อย่างนั้นครู่ใหญ่ ปล่อยใจไปกับบรรยากาศรอบๆ และความคิด
    ก่อนจะค่อยลุกขึ้น มองต้นเอลด้วยสายตาที่ไม่บ่งบอกความรู้สึกใดๆ
    แล้วหมุนตัวกลับไปเพื่อออกไปจากเรือนกระจก ...


    . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . 


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 11 ธันวาคม 2558 / 23:28
    #114
    0
  10. #113 `CHOPANG (@mydear-chopang) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2558 / 19:15


    ลิเลียนเดินเข้ามาในเรือนกระจกเหมือนกับวันก่อน ...
    ตอนนี้ไม่มีแสงแดด อากาศค่อนข้างจะเย็นอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่ถึงขั้นบาดผิวอะไร
    แต่เธอก็ไม่ลืมหาผ้าคลุมไหล่มาด้วยเผื่อจะอยู่ยาว ---

    หญิงสาวจัดการดูแลดอกไม้ภายในเรือนกระจกอย่างแข็งขัน
    แม้ว่าจะเหนื่อยแต่ก็ไม่ได้ปริปากบ่นอะไร จนเมื่อจัดการเสร็จนั่นแหละ
    ถึงได้มาพักเหนื่อยอยู่ใกล้ๆ ต้นเอล เธอทาบมือลงบนลำต้น แล้วเอ่ยว่า


    " สวัสดียามเย็นค่ะเอล ขอโทษนะคะที่คราวก่อนเผลอหลับไป
    ดันทำเรื่องน่าอายให้เห็นซะแล้ว ... "


    เจ้าของดอกฟอร์เก็ตมีน็อตหัวเราะเบาๆ เมื่อนึกถึงวันนั้น
    จู่ๆ ความง่วงก็เข้าจู่โจมเธอดื้อๆ เสียอย่างนั้น ทว่าพอลืมตาตื่นขึ้นมา
    ทัศนียภาพกลับไม่ใช่อย่างที่คาดไว้ แต่เป็นภายในห้อง ...
    ท่าทางว่าจะมีใครสักคนอุ้มเธอไปส่ง ซึ่งไม่ต้องเดาอะไรให้ยุ่งยากเลย
    คำตอบก็มีแค่คำตอบเดียว มีแค่ คาธาเรซ โลบิเวียนัส เพื่อนสนิทเธอนั่นแหละ


    " คนที่มัวแต่จมปลักอยู่ในอดีตจนลืมไปว่าตัวเองอยู่ในปัจจุบัน
    และมีอนาคตที่ต้องเดินหน้าต่อไปนี่น่าสงสารนะคะ ...
    ยอมรับว่าเมื่อประมาณครึ่งปีก่อนเราก็เคยเป็นแบบนั้น สิ้นหวัง
    ท้อแท้ เศร้าสร้อย จนเกือบจะคิดสั้น ดับชีวิตของตัวเอง "


    คิดไปถึงตอนนั้นแล้ว นัยน์ตาของแวมไพร์สาวฉายความเศร้าสร้อย
    เธอเกือบจะเลือกเดินไปผิดทางแล้วถ้าหากว่าไม่ได้รับความช่วยเหลือจาก
    คาธและเหล่าแฝดร่วมสาบานทั้งสองคน พวกเขาเป็นแสงสว่างของเธอจริงๆ


    " และเพราะอย่างนั้น เราถึงก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้
    ในเมื่อได้รับความช่วยเหลือถึงขนาดนั้น พวกเขายื่นมือมาตรงหน้าแบบนี้แล้ว
    จะให้เราปฏิเสธได้ยังไงล่ะ ... แล้วมันซิสก์ล่ะ มีหลายคนคอยเป็นห่วงและ
    พยายามยื่นมือเข้ามาช่วย ทั้งคาธ ทั้งซานดาร่า ทั้งหมอไรรันด์
    ไหนจะไอวี่ ... ทำไม ถึงไม่ยอมยื่นมือไปจับล่ะ "


    ท้ายประโยคนั้นช่างแผ่วเบาจนแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ

    " ทั้งเราหรือใครก็ไม่อาจจะเป็นแสงสว่างให้กับมันซิสก์ได้
    แต่ก็ยังเป็นหิ่งห้อยให้ได้ ถึงแม้ความสว่างของมันจะไม่อาจเทียบเท่ากับ
    ตะเกียงไฟ ไฟฉายหรือพระอาทิตย์ แต่ในยามมืดมิด
    ก็ยังคอยช่วยในยามหลงทางได้ คุณไม่คิดอย่างนั้นเหรอคะ ? 

    --- มันซิสก์น่ะ เขาคือความหวังของอเลรอน ไม่ใช่เพราะเขาคือ
    อเลรอนคนสุดท้าย แต่เพราะเขาคือความหวังของอเลรอน ...
    เพราะอย่างนั้น เขาถึงไม่ควรเอาชีวิตของตัวเองมาทิ้งให้เสียเปล่า
    มีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาต้องทำ และมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่
    เขายังไม่ได้สัมผัสมัน "


    ลิเลียนคิดว่าถ้ามีใครสักคนทำให้มันซิสก์เปิดใจยอมรับได้ก็คงจะดี
    เขาจะได้ไม่รู้สึกเจ็บปวดอีก แต่เวลาในตอนนี้ช่างลดน้อยลงเหลือเกิน
    มันอาจจะสายเกินไปแล้วก็ได้ ... แต่ในเมื่อยังไม่ถึงกำหนดนั้น
    ก็ยังเหลือเวลาที่จะสู้ต่อไปอยู่ สู้เพื่อหาทางเดินให้กับตัวเอง สู้เพื่อหาความหวัง

    เธอไม่อาจเข้าใจในความเจ็บปวดอันลึกล้ำของมันซิสก์ได้
    เพราะเธอไม่เคยเจอเรื่องราวแบบนั้นมาก่อน และไม่ว่าจะทำยังไงก็คงไม่มีวันเข้าใจ
    แต่อดีตก็คืออดีต เราไม่สามารถย้อนเวลาหรือหมุนนาฬิกากลับไป ณ ช่วงเวลานั้นได้แล้ว
    ไม่อาจกลับไปแก้ไขหรือทำอะไรกับมันได้ ได้แต่เก็บมันไว้เป็นบทเรียนคอยย้ำเตือนตัวเอง
    ไม่ว่าอย่างไร ... ปัจจุบันก็สำคัญกว่าเสมอ แม้เรื่องราวในอดีตจะส่งผลกระทบต่อชีวิต
    แต่มันก็ทำให้เราสามารถก้าวหน้าต่อไปได้โดยไม่ไหวหวั่นและมั่นคง ...

    เพื่ออนาคต ... ที่กำลังจะเกิดขึ้น


    " นอกเหนือจากนี้ จะมีหลายคนที่เสียใจหากเขาไป
    อย่างน้อยๆ ก็มีเราหนึ่งคน ... อาจจะฟังดูตลกที่เราพูดแบบนี้
    แต่มันคือความจริง "


    เจ้าของเรือนผมสีขาวหลุบตาลงมองต่ำ เอ่ยประโยคหนึ่งออกมา

    " ทุกอย่างไม่ได้ยากอะไรเลย แต่คนที่ทำให้มันยากก็คือตัวเขาเอง "

    ปลายนิ้วเรียวเลื่อนสัมผัสเปลือกไม้แข็งที่แสนจะเย็นเยียบ
    หากแต่ให้ความรู้สึกสบายใจอย่างน่าประหลาด ... ลิเลียนยิ้มเป็นครั้งสุดท้าย
    จากนั้นก็ผละร่างออกมา และเดินจากไปโดยทิ้งคำพูดเอาไว้กับสายลม


    ' มันซิสก์คือความหวังนะคะเอล
    และเราก็อยากจะเห็น ความหวัง นี้ยังคงอยู่ต่อไป
    หากคุณเองก็เห็นเขาเป็นความหวัง ก็อย่าให้ความหวังนี้ดับไปต่อหน้าต่อตาตัวเอง
    ทั้งที่คุณยังสามารถทำให้ความหวังนี้สามารถคงอยู่ต่อไปได้ '


    . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . 


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 ธันวาคม 2558 / 19:15
    #113
    0
  11. #112 ` BRAELYNN.❀ (@diarypeem) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2558 / 00:12


    คาธาเรซเดินมาพร้อมกับฝักบัวและส้อมพรวน แน่นอน วันนี้ได้เวลาคนสวน(?)
    แต่ทว่าเขากลับเห็นร่างหนึ่งนอนหลับสนิทอยู่ใต้ต้นเอล ไม่ใช่ใครอื่น --- ลิเลียน
    ดูเหมือนเธอจะเพลียหรืออะไรทำให้ผล็อยหลับไป เขาจึงเข้าไปใกล้ และวางของลง
    ช้อนอุ้มตัวของหญิงสาวขึ้น จากนั้นก็บอกกับพฤกษชาติตรงหน้าว่า


    " ขอเวลาสักประเดี๋ยวนะคุณเอล "

    ชายหนุ่มหันกลับเข้าตัวเคหาสน์อเลรอน เพื่อให้เพื่อนรักได้นอนอย่างนุ่มสบาย
    และกลับมายังเรือนกระจกอีกครั้ง ลงมือรดน้ำแถวนั้น พร้อมกับพรวนดินไป
    ใส่หูฟังเปิดเพลงไป เพลินออก(?) ถ้าหากเงี่ยหูดีๆ จะได้ยินเสียงฮัมเบาๆ ด้วย

    ใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะเรียบร้อย เจ้าของต้นไอริสยกมือปาดเหงื่อโดยไม่สนคราบดิน
    ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งพิงต้นเอลเพราะความเหน็ดเหนื่อย แต่ถึงอย่างนั้นก็รู้สึกดีเหมือนกัน
    เขาผ่อนคลายกว่าที่คิด อย่างน้อยถึงไม่ใช่งานที่ถนัดแต่กลับทำแล้วมีความสุข
    ครู่หนึ่งที่เจ้าตัวต้องปรับลมหายใจจนปกติ แล้วถอนหายใจออกมาอีกทีหนึ่งพร้อมรอยยิ้ม
    คาธาเรซ โลบิเวียนัสน่ะ เป็นคนยิ้มเก่งแบบนี้แหละ 
    #ยิ้มเก่งหรือต๊องหรือบ้า

    " ยังไงก็ --- โทษทีที่เมื่อวานไม่ได้มานะคุณเอล
    พอดีว่ามีธุระหน่อยน่ะ แย่จริง ... แถมไม่นึกว่าลิลจะมาหลับด้วย
    ฉันไม่รู้ว่าคุณเอลฟังพวกเราอยู่ทั้งหมดรึเปล่า แต่ถ้าหากฟังอยู่
    ฉันตั้งใจจะบอกว่า เวลาแบบนี้น่ะ ลิลคงพูดตรงประเด็นกว่าฉันล่ะ?
    ใครว่าเธอพูดไม่เก่งกันล่ะ นั่นน่ะนักพูดตัวยงเลยต่างหาก ฉันรู้
    เพราะการพูดอะไรทำนองนั้นน่ะไม่ใช่ตัวฉันเท่าไหร่ด้วยนี่สิ
    สไตล์ฉันน่ะมันโจ๊ก(...) แบบเดี่*วอะไรทำนองนั้นอ่ะนะ นั่นแหละ
    เอาเป็นว่าได้สองรสสองอารมณ์ละกันนะคุณเอล สาระกับ...กับกึ่งบันเทิง(?) "


    ชายหนุ่มหัวเราะ แย้มยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวเล็กๆ
    นานๆ ทีคาธาเรซจะเคร่งเครียด ซึ่งตัวเองก็ไม่ได้ชอบนัก
    มาวันนี้ก็ไม่ทราบว่าจะโหมดไหนเหมือนกัน ไม่รู้สิ
    เนื่องจากไม่ได้ตั้งหัวข้อแต่แรก ฉะนั้นจึงขอฟรีสไตล์ ---
    จุดๆ นี้มีอะไรอยากพูด พล่าม บ่น บลาบลาบลา คงออกมาหมด?


    " เอาละ กลับวกเข้าเรื่องของเรากัน --- เนอะ
    อันที่จริง ฉันคิดว่าอะไรๆ ลิลคงพูดแทนออกไปหมดแล้วแหละ
    แต่ฟังจากตัวฉันอีกรอบคงไม่เป็นไร?

    ... ฉันคิดว่ามันก็จริงน่ะนะ คำว่า ชีวิตมันมีค่า เพราะคนเราเกิดมาแค่ครั้งเดียว น่ะ
    ฉะนั้นมันก็ไม่ควรจะเอาไปทิ้งเปล่าๆ ไม่ใช่รึไง ไม่ควรที่จะยอมแพ้ง่ายๆ นี่
    ตราบใดที่ยังเหลือเวลาอยู่ แม้ว่าจะน้อย มันก็ยังถือว่ามีอยู่ดี
    ก็ยังเปลี่ยนแปลงได้ตลอดถ้าคิดที่จะเปลี่ยน ไม่ใช่ยอมแพ้อย่างเดียว
    ฉันรู้ว่าการผูกจิตน่ะนะ --- ไม่มีคำว่าลองให้หรอก มีแต่ว่าผูกรึไม่ผูก
    เฮ้อ ... ถึงอย่างนั้นการสร้างความสัมพันธ์และไว้ใจขั้นนั้นในเวลาแค่นี้
    อาจจะเป็นอะไรที่ยากที่สุดสำหรับบางคนก็ได้ --- ไม่สิ สำหรับมันซิสก์
    เพราะผูกพันถึงได้เจ็บปวด นั่นคืออดีตของเขาใช่ไหมล่ะคุณเอล "


    ร่างสูงหลับตาลง หวนนึกถึงทุกอย่างที่ได้ฟัง ได้รับรู้มาจากคนอื่นๆ
    เมื่อก่อนนั้นเขามองเพียงเหรียญด้านเดียว แต่มาในเวลานี้ ณ ตอนนี้
    คาธาเรซเริ่มมองเห็นเหรียญอีกด้านที่ไม่เคยถูกพลิกขึ้นมาแล้ว


    " ต่อให้หมอนั่นจะบอกว่าทิ้งทุกอย่าง สุดท้ายก็ไม่ใช่ทั้งหมดอยู่ดีนี่
    ยังเหลืออเลรอนที่ยังคงอยู่ มันซิสก์รักอเลรอนไม่หยิ่งหย่อนกว่าใคร
    จู่ๆ ก็มาทำตัวเป็นพระเอกซะได้ในสถานการณ์แบบนี้นะ
    แต่ถ้าหากเขาภักดีกับอเลรอนขนาดนี้แล้วล่ะก็ ยังไงฉันยังคงยืนยัน
    ว่านี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ควรจะเป็น มันไม่ใช่สิ่งที่เขาควรจะได้รับหรอกคุณเอล
    มันซิสก์น่ะมีสิทธิ์ที่จะอยู่ต่อ เพียงแต่
    ฉันคงพูดอะไรมากไม่ได้นัก
    เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับตัวเขาเองทั้งหมด ถึงอย่างนั้น ตอนนี้เขาเป็นอเลรอนคนสุดท้าย
    ข้อเสียของการเป็นสิ่งสุดท้ายน่ะ คือมันจะไม่เหลืออะไรอีก รู้รึเปล่า ...
    คุณอยากให้มันจบลงแบบนี้จริงๆ เหรอ? "


    น้ำเสียงของชายหนุ่มอ่อนลงเรื่อยๆ ทีละนิด เขาหันใบหน้าของตนซบกับเปลือกแข็งของต้นเอล
    แม้สัมผัสจะเย็นเยียบ แต่ภายในใจนั้นรู้สึกปลอดโปร่งเมื่อได้ระบายและสื่อสิ่งที่ต้องการออกไป
    หลังจากนี้ก็ได้เพียงภาวนาว่าผู้ปกปักษ์แห่งอเลรอนจะได้รับสารและคำวิงวอนเล็กๆ นี้เท่านั้น


    คนที่มันซิสก์จะเปิดใจรับฟังตอนนี้คงเหลือเพียงแค่คุณแล้วล่ะคุณเอล
    ถ้าหากคุณไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้น ก็ได้โปรดเถอะ
    เกลี้ยกล่อมเขาที
    ฉันเชื่อว่าเขาจะยอมรับในสิ่งที่คุณบอก และเป็นโอกาสให้ได้เปลี่ยนใจ
    ให้เขายอมก้าวเดินข้างหน้าอีกครั้ง
    อุปสรรคน่ะ ถ้าผ่านไปได้ เราจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น
    จุดประสงค์ของคำสาปนี่ ฉันไม่แน่ใจว่ามันซิสก์รู้รึเปล่าแต่ฉันว่ามันกำลังผลักดันเขา
    ซึ่งดูเหมือนจะไม่ได้ผลและทำให้ดูจนตรอกไปอีก
    นั่นฟังดูแย่ชะมัดเลย
    เราอาจพูดได้ว่า
    แค่เปิดใจก็ไม่มีอะไรต้องห่วง แต่มันมากกว่านั้นสำหรับเขา
    การยอมรับใครมาเป็นส่วนหนึ่งของตัวเองในเวลาจำกัด เป็นฉัน ก็คงยากพอกัน
    การผูกจิตอะไรนั่น มันใช่เรื่องง่ายซะที่ไหนกันล่ะเนอะ...ถึงฉันจะไม่ค่อยรู้รายละเอียดก็เถอะ


    ชายหนุ่มรู้ว่าความเจ็บปวดของอดีตมันเป็นยังไง แต่ถึงอย่างนั้น
    เขาจะไม่พูดว่าเข้าใจ เพราะตัวเองก็ไม่ได้เข้าถึงความรู้สึกแบบเดียวกับอีกคนเต็มร้อย

    นึกถึงอดีตได้ แต่ชีวิตคือปัจจุบัน
    คาธาเรซเห็นด้วยกับคำพูดนี้มากที่สุด

    อันที่จริง กว่าเราจะมารับรู้เรื่องแบบนี้ มันสายไปแล้วรึเปล่านะ


    “ …ฉันคิดว่าฉันไปแล้วดีกว่า

    เจ้าของดวงตาสีทับทิมกล่าว เขาลืมตาขึ้น ก่อนค่อยๆ ลุกจากต้นเอล ยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย
    อันที่จริงเขาควรไปพักผ่อนด้วย
    เพราะพรุ่งนี้(หรือวันนี้)ยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมากมายรออยู่


    แล้วจะมาใหม่นะคุณเอล เอ้อจริงสิ

    คาธาเรซเหมือนนึกบางอย่างขึ้นได้กะทันหัน

    ดอกไม้ที่เบ่งบานได้ท่ามกลางสภาพแวดล้อมอันเลวร้าย คือดอกไม้ที่หายากและงดงามที่สุด

    ฉันหวังว่า เวอร์เวนต้นนี้จะสามารถเติบโตและเบ่งบานอย่างสวยสดต่อไปได้นะ


    เขายิ้มให้กับต้นเอลอีกครั้ง แล้วก้มเก็บอุปกรณ์ทั้งหลาย หันหลังเดินจากเรือนกระจกไป...




    # เรื่องพล่ามและสแปมไว้ใจคาธ


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 ธันวาคม 2558 / 00:13
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 10 ธันวาคม 2558 / 00:15
    #112
    0
  12. #111 `CHOPANG (@mydear-chopang) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2558 / 19:13




    วันนี้ลิเลียนมาที่เรือนกระจกตอนค่ำ เนื่องจากเธอตื่นช้ากว่าปกติ
    แวมไพร์สาวส่งยิ้มให้ต้นเอลเล็กน้อยเป็นเชิงทักทาย
    จากนั้นจึงรวบกระโปรงและทรุดตัวลงนั่ง ... โดยที่หลังของเธอพิงต้นเอล
    สองขาเหยียดยาวออกไป มือเรียวเล็กสัมผัสตรงรากของมัน


    " สวัสดียามค่ำนะคะเอล
    อาจจะเสียมารยาทไปสักนิด แต่เราขออนุญาตนั่งแบบนี้แล้วกันค่ะ "


    กล่าวขออนุญาตกับต้นเอลเช่นนั้นอย่างสุภาพ
    แล้วทิ้งระยะเวลาเงียบไปเสียนาน เนื่องจากตกอยู่ในห้วงความคิด
    ทว่าเสียงของเธอก็ถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากสวยอีกครั้งหนึ่ง


    " บางทีก็สงสัยเหมือนกันนะคะว่าทำไมเรื่องราวถึงได้ซับซ้อนขนาดนี้
    ทำไมถึงได้เกิดเรื่องตลกร้ายแบบนี้ขึ้น แต่เพราะไม่มีใครสามารถหยุด
    กงล้อแห่งโชคชะตาได้ เรื่องราวจึงเดินไปตามครรลองที่ควรจะเป็น
    ถ้าหาก ... มีใครเปลี่ยนผลลัพธ์ของมันได้ก็คงจะดีไม่น้อย ว่าไหมคะ ? "


    ใบหน้าหวานของเจ้าของเรือนผมสีขาวบริสุทธิ์ดุจดั่งหิมะปรากฎรอยยิ้ม ...
    รอยยิ้มที่แสนสวยหากแต่เจือไปด้วยความเศร้าสร้อยระคนกับเจ็บปวด


    " มาคิดดูอีกทีแล้ว ... ไม่รู้ว่ามันซิสก์ได้รับอิทธิพลมาจากคุณหรือเปล่านะคะ
    เขาเหมือนคุณมาก เหมือนตรงที่ จงรักภักดีต่ออเลรอน สำหรับคุณ
    ต่อให้โดนฆ่าก็ยังกลายมาเป็นต้นเอลปกปักษ์รักษาตระกูล
    ส่วนมันซิสก์ หากจะต้อง สละอเลรอน แล้วล่ะก็ เขายอมตายดีกว่า "


    ในความคิดของเธอ มันเป็นการกระทำที่น่ายกย่องมาก
    เธอก็ยังไม่แน่ใจเลยว่า หากเหลือทางเลือดอันน้อยนิดเท่านั้น
    เธอจะเลือกอะไร หรือจะทำยังไง จะเด็ดเดี่ยวได้เท่าพวกเขาหรือไม่


    " แต่ว่า ... คนที่ยืนอยู่จุดนั้นคงจะต้อง เหงา มากแน่ๆ เลยใช่ไหมคะ
    มันซิสก์เป็นคนปากไม่ตรงกับใจนะคะ ถึงปากจะพูดอย่างนั้นอย่างนี้
    แต่ลึกๆ แล้วเขาก็คงต้องการใครสักคนที่จะอยู่เคียงข้างเขาเหมือนกัน
    แถมยังโกหกไม่เนียนด้วย อาจเพราะไม่อยากจะถึงคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง
    เลยต้องพยายามสร้างกำแพงให้สูงเข้าไว้ ให้คนอื่นเข้าไม่ถึงตัวตนที่แท้จริง
    แต่การกระทำนั้นก็แลกมากับการที่เขาต้องอยู่ตัวคนเดียว ... น่าเศร้านะคะ "


    ยอมรับว่าถ้าต้องอยู่ในสภาพนั้น แวมไพร์สาวเองก็คงทนไม่ไหว
    มันซิสก์ต้องใช้ความอดทนอดกลั้นมากแค่ไหนกันนะ ...
    ไหนจะต้องมาเจอกับเรื่องแย่ๆ อย่างการที่คนในตระกูลไม่ยอมรับเขาอีก
    แต่นั่นก็ทำให้มันซิสก์กลายเป็นมันซิสก์อย่างในปัจจุบันนี้
    เขาเข้มแข็ง แม้จะเป็นเข้มแข็งแบบที่ก้าวร้าวไปสักหน่อย แต่เขาก็เข้มแข็ง


    " เขาผ่านมาได้หนึ่งอย่างแล้ว ครั้งนี้เขาก็ต้องผ่านไปได้
    เหลือแค่มอบความเนื้อเชื่อใจให้ใครสักคนเท่านั้น หวังว่าเขาจะพบคนๆ นั้น
    ว่าอย่างนั้นไหมล่ะคะ ... เอล "


    หญิงสาวแหงนหน้ามองต้นเอลที่แผ่กิ่งก้านสาขาออกไป
    พลางแย้มรอยยิ้มออกมา ... ไม่ว่าใครจะว่ายังไง เธอก็เชื่อในตัวของมันซิสก์

    ความเงียบเข้าปกคลุมระหว่างหนึ่งตนกับหนึ่งต้น
    ไม่มีเสียงตอบรับจากต้นเอล และก็ไม่มีเสียงพูดจากลิเลียนอีก
    มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกแผ่วเบาเพียงเท่านั้น ...

    และในระหว่างนั้นเอง ลิเลียนก็ผล็อยหลับไป


    . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . 



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 8 ธันวาคม 2558 / 19:14
    #111
    0
  13. วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 20:46
    #ดันหน้าหลักด้วยก็ได้
    #110
    0
  14. #109 ` BRAELYNN.❀ (@diarypeem) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 20:39


    คาธาเรซคิดว่าค่ำยังไงก็ค่ำยังงั้นอยู่จริงๆ (?) คราวนี้เขาเข้ามาในเรือนกระจก
    พร้อมกับในมือที่ถือบัวรดน้ำ ชายหนุ่มจัดการรดน้ำให้กับต้นไอริส และรอบๆ ต้นเอล
    ไม่รู้ว่าต้นเอลต้องการน้ำไหม แต่ถ้าชุ่มชื้นน่าจะแลดูสดชื่นกว่า ล่ะมั้งนะ คิดเองเออเอง(?)
    เรียบร้อยแล้วก็นำบัวรดน้ำไปเก็บ สเต็ปต่อมาคือถอนหญ้าและวัชพืชรอบๆ
    โอเค วันนี้จะมาเป็นคนสวนให้ --- ไม่เดือดร้อนอะไร นึกอยากทำก็เลยทำเอง

    หมดเวลาไปพอสมควร ก่อนร่างสูงจะทิ้งตัวนั่งพลางปาดเหงื่อเม็ดเล็ก
    คราวนี้ไม่ได้นั่งพิงต้นเอล เขาตัดสินใจนั่งกอดเข่าอยู่ด้านตรงข้ามแทน
    โดยหันหน้าเข้าหาศูนย์กลางแห่งอเลรอน


    " ฮู่ว --- แบบนี้ค่อยดูดีขึ้นหน่อยรึเปล่าคุณเอล? "

    ชายหนุ่มแย้มยิ้มสดใสดั่งเคย ก็นะ ทำอะไรแบบนี้ก็สนุกดี

    " อืม ... ก่อนเริ่มประเด็นวันนี้ ฉันขอสารภาพอะไรนิดหน่อย
    เมื่อวานไอเดียวาดภาพนั่นน่ะ เพิ่งคิดได้ตอนใกล้มาถึงที่นี่ล่ะ
    เลยไปแวะมินิมาร์ทแวะร้านอะไรซื้อของมาน่ะ สดๆ เลย
    ตรงๆ นะ ไม่มีสคริปต์อะไรหรอก ฉันเป็นแบบนี้อยู่แล้ว
    นึกอยากทำก็ทำ --- "


    เสียงหัวเราะขำขันถูกเปล่งออกจากเจ้าของเรือนผมสีทอง
    ก่อนเงียบไปอยู่พักหนึ่ง เพียงจ้องมองต้นเอลที่ขึ้นตระหง่าน
    ด้วยความรู้สึกหลายหลากในดวงตา แม้ไม่แสดงออกทางสีหน้า


    " ...วันนี้เรามาพูดถึง 'การโกหก' กัน คุณเอล "

    คาธาเรซเริ่มเรื่อง วันนี้เขาไม่มีอุปกรณ์ลูกเล่นอะไรติดตัวมา
    เพราะหัวข้อครั้งนี้นั้นล้วนต้องใช้คำพูดจากความคิดและจิตใจ
    ย้อนนึกไป ตัวเขาเองก็เคยโกหกมานักต่อนัก แทบนับไม่ถ้วน
    เพื่อป้องกันตัวเอง เพื่อลวงหลอก และอีกหลายล้านเหตุผล


    " ทำไมคนเราต้องโกหกกันด้วย? คุณเคยสงสัยรึเปล่าคุณเอล
    ฉันว่ามันมีหลายอย่างที่ผลักดันให้เราหลีกเลี่ยงความจริง
    อาจเพื่อตัวเอง เพื่อคนอื่น อะไรก็ตาม ---
    ตัวอย่างของคนโกหกน่ะ ฉันคิดว่าทุกคนคงเคยทำมาแล้ว
    หรืออาจจะไม่ทั้งหมด? แล้วคุณเอลล่ะ คุณเคยโกหกรึเปล่า "


    เขาเอียงคอเล็กน้อยเชิงสงสัย แม้ไม่มีคำพูดหรือสิ่งใดตอบกลับมา
    ก็ยังคงพูดต่อไป บางทีเอลน่ะคงไม่เหมือนเขา ไม่เหมือนใคร
    อาจเป็นคนที่ซื่อสัตย์และจริงใจ จนไม่เคยกล่าวคำเท็จใดๆ ก็ได้


    " ฉันก็คือคนขี้โกหกคนหนึ่ง อันที่จริงเมื่อก่อนนี่ทำเป็นกิจวัตร
    แต่เฮ้ เดี๋ยวนี้ฉันก็ปรับปรุงตัวแล้วนะ ฉะนั้นวางใจได้ เนี่ย ---
    ฉันสื่อกับคุณด้วยใจจริงล้วนๆ เลยคุณเอล ถ้าโกหกล่ะก็
    อนุญาตให้ใช้กิ่งไม้ของคุณตีได้เลย แต่...เบาหน่อยละกัน นะ (?) "


    บางเรื่องก็คิดว่าควรเบรกไว้ก่อน (?)
    แต่สิ่งที่คาธาเรซกล่าวออกไปนั้นจริงทั้งหมด เขาไม่มีทางโกหกต่อหน้าต้นเอล


    " เอาละ --- อันที่จริงคุณเอลก็น่าจะรู้ใช่ไหมว่า
    คนโปรดของคุณน่ะเป็นคนขี้โกหกคนหนึ่งเลย
    อย่าฟาดฉันนะขอร้อง(?) ก็ฉันพูดจริงนี่
    คนอะไรป่วยเจียนตายอยู่แล้วยังบอกว่าสบายดีระรื่นอีก
    มันน่านัก---(?) เอาเถอะ ไม่ค่อยมีใครเข้าใจหมอนั่นเท่าไหร่หรอก
    อันที่จริงแล้ว ทำตัวให้เข้าใจยากมากกว่า (...) "


    ชายหนุ่มถอนหายใจ อันที่จริงแทบจะกลายเป็นประเด็นบ่นแล้ว
    บอกตามตรง นี่บ่นเก่งกว่าพูดคนเดียวอีก --- ไม่รู้เป็นตั้งแต่ตอนไหน


    " เอาละนะ ... ฉันอยากถามคุณว่า
    คุณคิดยังไงกับคนที่โกหกเพื่อปิดบังตัวเองไปซะทุกเรื่อง?
    สำหรับฉันน่ะนะ นั่นเป็นประเภทที่น่าโกรธมากเลย (...)
    อยากจะขยายความให้นะคุณเอล แต่กลัวเป็นบ่นยาวไป
    แล้วก็จะออกทะเลชนิดกลับฝั่งไม่ได้ ประมาณนั้น(?) "


    วันนี้เขาไม่มีเวลาเท่าไหร่ เลยพล่าม(?)มากไม่ได้ น่าเสียดาย ...
    (หรือเวลาหมดไปกับการถอนหญ้าแทนก็มิทราบ)
    ชายหนุ่มยกดูนาฬิกาข้อมือตนเอง ก่อนจะลุกขึ้นช้าๆ ปัดเนื้อตัวนิดหน่อย


    " วันนี้ฉันใช้เวลาน้อยกว่าเคย อ่า ... พอดีมีธุระน่ะ
    ต้องขอโทษด้วยนะคุณเอล!
    นี่ก็ใกล้เวลาพอดี คงต้องขอตัวก่อน บ๊ายบาย "


    แล้วคาธาเรซก็เดินจากเรือนกระจกไป นี่เป็นวันที่สามแล้วที่เขามาหาต้นเอล ---
    #109
    0
  15. วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 14:31
        
    #108
    0
  16. #107 `CHOPANG (@mydear-chopang) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 14:30


    หลังจากดูแลสวนดอกไม้เสร็จ ลิเลียนก็มาที่นี่
    เธอมาหาเอลเหมือนเมื่อวาน ความไม่สบายใจของเธอจะไม่ถูกปัดเป่า
    ไปจนกว่าเรื่องทั้งหมดจะจบลงโดยที่ผลลัพธ์เป็นไปตามที่เธอหวังไว้

    ดวงตาสีแดงใสฉายภาพของกลีบดอกฟอร์เก็ตมีน็อต
    ซึ่งอยู่ในกระถางของดอกไอริสชัดเจน ทำให้รอยยิ้มของเธอผุดขึ้นมา
    แต่มันก็คงอยู่ได้ไม่นานเท่าไรนัก ...

    ร่างบางทิ้งตัวลงนั่งต่อหน้าต้นเอล วางช่อดอกลิลลี่สีขาวไว้
    จากนั้นจึงใช้ปลายนิ้วมือสัมผัสกับเปลือกไม้ของลำต้น
    ก่อนที่ฝ่ามือบางจะทาบลงบนลำต้นนั้น พยายามสื่อไปให้ถึงจิตวิญญาณของเอล


    " สวัสดียามบ่ายนะคะเอล "

    เธอเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหย
    ใบหน้าปรากฎความไม่สบายใจขึ้นมาเด่นชัด


    " เวลาหมดไปอีกหนึ่งวันแล้วนะคะ "

    ลิเลียนบอก เห็นจำนวนวันที่เหลืออยู่แล้ว เธอก็อดใจหายไม่ได้
    แม้จะอยากตามตัวสายเลือดแห่งอเลรอนคนสุดท้ายมากแค่ไหน
    แต่เขาก็ไม่ทิ้งร่องรอยหรือเบาะแสอะไรให้ตามเลยแม้แต่น้อย


    " ทุกคนต่างมีแสงสว่างคอยนำทางในยามมืดมิดทั้งนั้น
    อาจจะมีมากน้อยต่างกันไป อย่างเรา ... มีเพื่อนรักอย่างคาธ
    มีพี่น้องร่วมสาบานอย่างวาโรเนียกับลีอาห์ มีคนรัก ... "


    เธอชะงักค้างไปราวๆ สิบวินาที ความเศร้าฉายชัดในดวงตา
    แต่ถึงเสียงจะสั่นมาก เธอก็ยังพูดต่อจนจบ


    " ... อย่างไอแซค เป็นแสงสว่าง เป็นเหตุผลของการมีชีวิตอยู่ต่อ
    แต่มันซิสก์ เขาไม่ใช่แบบนั้น ชีวิตของเขาไม่เหลือใครแล้ว
    นอกจากคุณค่ะเอล ไม่อย่างนั้น ... เขาคงเลือกที่จะ สละอเลรอน ไปแล้ว "


    แวมไพร์สาวหลุบตามองด้านล่างชั่วแวบนึง
    แล้วจึงพูดต่อด้วยความมั่นใจ


    " เพราะคุณคือคนที่เลือก คือคนที่ตั้งชื่อให้ คือคนแรกที่ให้ความไว้วางใจกับเขา
    ดังนั้นเขาจึง รัก และ ให้ความเคารพคุณมากจนถึงขั้นไม่อาจทรยศได้
    ต่อให้รู้ตัวหรือไม่ก็ตาม คุณคงจะรู้สึกถึงมันได้เช่นกันใช่ไหมคะ ? "


    เธอส่งรอยยิ้มบางๆ ให้กับต้นเอล
    ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาเหมือนอย่างเคย แต่เท่านี้ก็พอแล้วล่ะ
    ขอแค่เขารับฟังในสิ่งที่เธอพูดก็มากเกินพอแล้ว


    " ถ้าคุณเฝ้ามองเขาอยู่จริงๆ ก็ได้โปรดช่วยเขาด้วยนะคะ
    ถึงเวลาที่มันซิสก์ควรจะได้รับการปลดปล่อยและมีความสุขจากใจจริงสักที
    ไม่อยากเห็นเขาต้องเศร้า โดดเดี่ยว ทรมานและเจ็บปวดอีกแล้วล่ะค่ะ "


    หากมันซิสก์มีความสุขได้ เธอคงจะหมดห่วงเรื่องของเขาสักที
    จะได้ไม่รู้สึกเหมือนติดค้างอะไรกับเขาอีก ...


    " ขอร้องนะคะเอล ช่วยฟังคำขอของเราด้วย "

    ลิเลียนก้มหัวให้กับต้นเอลด้วยความรู้สึกอันแรงแกล้า
    เพื่อรักษาสายเลือดแห่งอเลรอนให้คงอยู่ต่อไป
    ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนเธอก็จะยอมทำทั้งหมด
    ต่อให้ต้องแลกเลือดเนื้อแลกวิญญาณ เธอก็จำยอมอย่างไร้ความลังเล

    เพราะเธอรักอเลรอน รักทุกสิ่งทุกอย่างของสายเลือดนี้
    เพราะใจของเธอเป็นของคนอเลรอน 

    ความรักของเธอก็ได้มอบให้กับอเลรอนจนหมดสิ้นแล้ว
    ต่อให้คนรักของเธอไม่อยู่ แต่ความจริงข้อนี้ก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
    อเลรอนเปรียบเสมือนครอบครัวของเธอ ครอบครัวที่เธอไม่อยากเสียไป
    แม้จะไม่ใช่ สายเลือดอเลรอนที่แท้จริง เป็นเพียงแค่คนนอก แต่เธอก็รู้สึกเช่นนั้น

    หวังว่าเอลจะสัมผัสได้ถึงความจริงใจของเธอ ...


    แวมไพร์สาวคิดพลางละมือออกมาจากลำต้นของต้นเอล
    เธอเหม่อมองภาพตรงหน้าอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้น
    และหมุนตัวย่างก้าวออกจากสถานที่แห่งนี้ไป
    มุมปากของเธอยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ... รอยยิ้มที่แสนจะจาง

    ที่เธอพูดออกไปทั้งหมด คือเรื่องที่เธอรู้สึกจริงๆ


    . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . 


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 ธันวาคม 2558 / 14:31
    #107
    0
  17. วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 21:55
    # เด็กดี...
    #106
    0
  18. #105 ` BRAELYNN.❀ (@diarypeem) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 21:36


    แม้เป็นเวลาค่ำมากแล้ว คาธาเรซยังคงไม่ลืมที่จะมาตามคำที่พูดไปเมื่อวาน
    เขากลับมายังเรือนกระจกอีกครั้ง และพบกลีบดอกฟอร์เก็ตมีน็อทภายใน
    หมายความว่าผู้ที่เฝ้าภาวนานั้นไม่ได้มีเพียงผู้เดียว --- ยังมีอีกแรงอธิษฐานหนึ่ง
    ใบหน้าของชายหนุ่มปรากฏรอยยิ้มอุ่นใจ ร่างสูงก้มลงหยิบกลีบดอกนั้น
    ไปวางไว้ในกระถางต้นไอริสคู่กัน และทิ้งตัวลงนั่นพิงต้นเอลอย่างเคย


    " วันนี้มาดึกไปหน่อย หวังว่าจะไม่ว่ากันนะคุณเอล? "

    ชายหนุ่มหัวเราะแห้ง ๆ วันนี้เขาเตรียมดินสอ สีไม้ กับกระดาษมาอีกสองแผ่น
    และแล้วก็ไม่รอช้าที่จะเริ่มหัวข้อการสนทนา(?)ประจำวัน(??)ทันที


    " เอาละ วันนี้ฉันจะคุยกับคุณเรื่อง 'ความสุข' และ 'ครอบครัว' "

    กระดาษแผ่นแรกถูหยิบขึ้น คาธาเรซเริ่มร่างภาพเด็กคนหนึ่งลงไป
    ฝีมือด้านศิลปะของเขาก็ไม่เลอเลิศอะไรออก แต่ก็ไม่ได้แย่ขนาดจะดูไม่ออก


    " ฉันเคยเห็นเด็กคนหนึ่ง ชีวิตของเขาเพียบพร้อมดีมาก --- "

    มือขีดวาดชุดที่หรูหรา เงินตรา ทรัพย์สมบัติ คนรับใช้ลงไป

    " แต่เขากลับไม่มีความสุขเลย "

    ใบหน้าของเด็กชายคนนั้นเรียบเศร้า ดูราวกับเหงาหงอย

    " เพราะคนในบ้านของเขาไม่เคยพูดคุยหรือให้ความอบอุ่น
    เป็นแค่ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบเพียงเปลือกนอกเท่านั้น "


    คาธาเรซระบายสีโทนหม่นลงไปในบรรยากาศ ทุกอย่างดูมัวหมอง
    หลังจากนั้นเขาก็ชูให้ต้นเอลดู (?)


    " ดูไม่ดีเท่าไหร่เลยใช่ม้า ? "

    เจ้าของเรือนผมสีทองนุ่มวางกระดาษลง และหยิบแผ่นใหม่ขึ้นมาแทน
    เขาวาดร่างหนึ่งลงไปก่อน --- เป็นผู้ชายที่มีผมสีทอง ตาสีแดง


    " นี่คือตัวฉัน ที่ชีวิตก่อนหน้าไม่เคยสมบูรณ์แบบ
    แต่ ท ว่า --- "


    อีกหลายร่างถูกวาดลงไปเป็นผู้คนที่มีลักษณะต่างกัน
    คือสมาชิกทุกคนของอเลรอน ไม่ขาดตกบกพร่องใคร
    บางคนแม้เขาไม่เคยพบก็ยังไปดูภาพและจำมาวาด
    รวมไปถึงลิล วา และลีอาห์ด้วยเช่นกัน
    ฉากหลังของพวกเขาทั้งหมดนั้นคือต้นเอลสูงตระหง่าน


    " ต่อให้ชีวิตฉันจะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ฉันก็มีความสุข
    เพราะอเลรอนทำให้ฉันได้สัมผัสกับความรู้สึกนี้ ...
    และอเลรอนคือครอบครัวของฉัน คุณเอล "


    สีสันสดใสถูกระบายลงไปอย่างตั้งใจและปราณีตที่สุดเท่าที่ทำได้
    สีหน้าของคาธาเรซดูกำลังพอใจกับสิ่งที่ทำอยู่ เขายังคงยิ้มแย้ม
    เมื่อเสร็จแล้วก็ชูขึ้นให้ต้นเอลได้มองดูอีกครั้ง ประมาณนั้น(?)


    " ถึงบางคนฉันจะไม่เคยเจอก็เถอะนะ...!
    แต่ยังไงพวกเขาก็เป็นอเลรอนเหมือนๆ กัน
    ฉันได้รู้จักกับความสุขที่แท้จริงที่นี่ คุณเอล
    ถึงจะเกิดเรื่องบ้าง แต่ฉันก็ไม่ได้รักที่นี่น้อยลงเลย "


    ชายหนุ่มลดมือลง และกล่าวต่อ

    " ฉันอยากเห็นทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า
    แม้ว่าตอนนี้จะเหลือแค่คนเดียว ---
    ถึงอย่างนั้น ฉันก็ไม่อยากให้เขาหายไปหรอกนะ
    คุณเอล คุณคงเข้าใจใช่รึเปล่า?
    ฉันไม่อยากให้มันซิสก์หายไป
    เขาสมควรอยู่ต่อ ฉันคิดอย่างนั้น "


    เขาพับกระดาษและเก็บสีไม้กับดินสอ พลางเอ่ยคำถาม

    " แล้ว ... คุณเอล คุณล่ะ?
    อะไรคือความสุขของคุณ?
    ใช่ครอบครัวอเลรอนแบบฉันรึเปล่า? "


    คาธาเรซยิ้มออกมา หลังจากเก็บของเรียบร้อยแล้วร่างสูงก็ลุกขึ้นยืน
    หันไปมองต้นเอลอีกครั้ง แล้วโบกมือลาให้


    " วันๆ หนึ่งฉันอาจมาได้ไม่นานมาก แต่ก็จะมาให้บ่อยแล้วกัน
    สำหรับคำตอบ --- ฉันยังไงก็ได้ล่ะนะ! แต่ถ้าคุณตอบมาฉันจะดีใจมาก
    อา ... งั้น ฉันไปก่อนล่ะ ราตรีสวัสดิ์คุณเอล "


    ชายหนุ่มหันหลังกลับออกจากเรือนกระจกไป ---
    #105
    0
  19. #104 `CHOPANG (@mydear-chopang) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 17:27


    หญิงสาวร่างเล็กเดินเข้ามาในอาณาบริเวณของเรือนกระจกอย่างเงียบเชียบ
    ดวงตาสีแดงสวยดุจดั่งอัญมณีเลอค่าสะท้อนภาพของต้นไม้ตรงหน้าของเธอ

    ต้นเอล ...

    เธอไม่คิดจะก้าวก่ายในสิ่งที่เพื่อนรักของเธอทุ่มเททำอยู่
    ไม่ได้คิดจะทำอะไรทำซ้อนกับสิ่งที่เขากำลังพยายามจะทำ
    ไม่คิดจะลงมือทำอะไรกับต้นเอล เพราะสิ่งที่เธออยากจะบอก
    เธอก็ได้บอกไปจนหมดแล้วเมื่อครั้งก่อน จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องเอ่ยอะไรอีก
    นอกเหนือจากนี้แล้ว เธอพูดไม่เก่ง ไม่มีความสามารถอะไรสักอย่างอย่างคาธ
    จึงกลัวว่าหากยื่นมือออกไปเมื่อไร จะกลายเป็นว่าทำทุกอย่างพังทลายลง

    ลิเลียนก้าวเข้าไปใกล้ต้นเอลอย่างเชื่องช้าตามจังหวะการเต้นของหัวใจ
    ลมหายใจนั้นช่างแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับอากาศรอบตัว
    เธอทรุดนั่งลงไปกับพื้นโดยไม่กลัวว่าชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์จะเปรอะเปื้อน

    ที่มาวันนี้ ... ก็แค่อยากมาเท่านั้น
    มาตามใจตัวเอง ไม่ได้มีอะไรมากมายซับซ้อนยิ่งไปกว่านั้น
    มาเพื่อความสบายใจของตัวเอง

    ลิเลียนเอื้อมมือไปแตะลำต้นของเอลอย่างแผ่วเบา
    ทำอย่างที่เคยทำเหมือนกับเมื่อครั้งก่อนๆ


    " สวัสดีค่ะเอล "

    เริ่มแรกเธอกล่าวทักทายกับต้นไม้ตรงหน้าก่อน ด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล
    ใบหน้าหวานปรากฎรอยยิ้มแสนเบาบางหากแต่ฉายความเศร้า


    " ที่มาวันนี้ไม่ได้มีอะไรหรอกนะคะ
    ก็แค่ ... มีเรื่องไม่สบายใจก็เลยอยากมาหาเท่านั้นค่ะ "


    ไม่เสียงตอบรับกลับมา ...
    ซึ่งข้อนี้ลิเลียนก็รู้ดีอยู่แก่ใจอยู่แล้ว


    " แค่เป็นห่วงมันซิสก์เท่านั้นแหละค่ะ เราเชื่อนะคะว่าเขาจะผ่านมันไปได้
    แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ค่อยเชื่อหรือไว้ใจตัวเองสักเท่าไร แต่ว่า ... เอลคะ
    เป็นเพราะแบบนั้นแล้ว มันซิสก์ถึงได้เป็นผู้ที่ถูกเลือกใช่ไหมล่ะคะ ...?
    คุณคงเห็นว่าเขา ' เหมาะสม ' ที่สุดแล้วจึงได้เลือกเขาขึ้นมา "


    หญิงสาวยิ้มอ่อน พักหายใจเพียงชั่วครู่หนึ่ง
    ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยคล้ายกับเล่าเรื่องชีวิตประจำวัน


    " เขาอาจจะขาดอะไรสักอย่างไป เพราะอย่างนั้น ...
    คำสาปนี้จึงคล้ายว่าจะเป็นการทดสอบ ซึ่งอาจจะเป็นเวลาที่เรียกได้ว่า
    ไม่เหมาะสม แต่ใน
    ท้ายที่สุดแล้ว เขาจะสามารถผ่านมันไปได้
    คำสาปนั้นจะทำให้เขาเข้มแข็งขึ้น เราเชื่ออย่างนั้นค่ะ "


    ดวงตาคู่สวยของลิเลียนเปล่งประกายความเชื่อมั่นเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม
    เธอไม่ปฏิเสธว่าลึกๆ ข้างในแล้ว ตัวเองเกลียดมันซิสก์ เกลียดที่เขาทำกับเธอ
    และเกลียดที่เขาทำให้คนที่เธอรักต้องหายไป แต่ตอนนี้มันเบาบางมากแล้ว
    เวลาช่วยเยียวยาความรู้สึกของเธอเอาไว้ อีกอย่าง ... เธอก็ไม่ได้อยากให้เขาตาย


    " เอลคงคอยมองดูเขาอยู่ที่ไหนสักแห่งใช่ไหมคะ
    ถ้าเป็นอย่างนั้น ... ก็อย่าปล่อยให้เขาตายค่ะ "


    เธอพูดอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะไปหมด แม้แต่ตัวเองก็ยังจำไม่ได้
    เธอจ้องมองต้นเอลอยู่นานเลยทีเดียว คาดหวังเอาไว้ว่าจะมีปฏิหาริย์เกิดขึ้น
    แม้จะเป็นเพียงเปอร์เซ็นต์อันน้อยนิด แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีหวังเสียเมื่อไร


    " เพราะคุณเป็นเหมือนแสงสว่างของมันซิสก์ ... "

    ลิเลียนพึมพำก่อนค่อยๆ ดึงมือของตัวเองกลับมา เธอตั้งใจว่าจะพักในที่แห่งนี้
    ที่บ้านอเลรอน คอยปกปักษ์รักษาจนกว่าจะถึงเวลาสุดท้าย ...

    หญิงสาวลุกขึ้น ปัดเศษดินออกจากกระโปรง แล้วตอนนั้นเอง
    สายตาก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง

    ดอกไอริสนั่นเอง ...

    เจ้าของร่างบางยิ้มอ่อน ไอริส ... ดอกไม้อันเป็นตัวแทนของคาธ เพื่อนรักเธอ
    หมอนั่นคงจะเริ่มเกลี้ยกล่อมเอลแล้วสินะ
    เธอคิด และเดินออกจากเรือนกระจกอย่างเชื่องช้าอ้อยอิ่ง
    ราวกับจะสัมผัสบรรยากาศให้ได้มากทีสุด

    ทิ้งเอาไว้แค่เพียงกลีบดอกฟอร์เก็ตมีน็อตอันเป็นหลักฐานว่า
    เธอเคยเข้ามา ณ สถานที่แห่งนี้ .


    . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . 


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 6 ธันวาคม 2558 / 17:27
    #104
    0
  20. #103 ` BRAELYNN.❀ (@diarypeem) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2558 / 14:25


    คาธาเรซไม่นึกฝันว่าตนจะได้มาเยี่ยมเยียนต้นเอลอีกครั้ง ในสถานการณ์เช่นนี้
    ร่างสูงเดินแหวกพงหญ้าไปตามทาง จนกระทั่งมายืนอยู่ตรงหน้าของต้นไม้ใหญ่
    สองขาขยับก้าวเข้าใกล้อีก และทิ้งตัวลงนั่งพิงกับเปลือกไม้หนาที่โคนต้น
    ในมือของเขามีกระถางใส่ต้นไอริสอยู่ ชายหนุ่มวางมันลางข้างกาย ข้างต้นเอล


    " สวัสดีนะ คุณเอล "

    คาธาเรซเอ่ยทักขึ้น ริมฝีปากหยักยิ้มเล็กน้อยแสดงความเป็นมิตร

    " นี่คงเป็นครั้งที่สองที่เราพบกันใช่ไหม?
    แต่เป็นการพบกันอีกครั้งเพราะสาเหตุที่...น่าอึดอัดใจ
    เดาว่าคุณคงพอรู้เรื่องอยู่บ้าง "


    กล่าวไปพร้อมสายตาที่เบนมองต้นไม้ประจำตัวของตนเอง
    แม้ไม่มีสิ่งใดตอบกลับมา เขาก็ไม่คิดมากอยู่แล้ว


    " ฉันมาขอความช่วยเหลือจากคุณ คุณเอล ---
    แต่ก่อนอื่น คุณคงไม่ปรากฏตัวง่ายๆ หรอกใช่รึเปล่า?
    และเรายังดูเหมือนเป็นคนแปลกหน้ากัน (หัวเราะ)
    ด้วยเวลาที่เหลือ ฉันจะพยายามพูดคุยกับคุณ
    และจะพยายามให้คุณออกมาให้ได้เลย คอยดู "


    ชายหนุ่มไม่รู้หรอกว่าต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหน รู้เพียงแค่
    เขานั้นพยายามทุ่มเทกับทุกสิ่งทุกอย่างมาทั้งชีวิตตลอด
    และสิ่งที่พูดออกไปเพียงสร้างความมั่นใจให้ตนเองก็เท่านั้น
    เจ้าของดวงตาสีทัยทิมยังคงยิ้ม


    " ฉันชื่อคาธาเรซ โลบิเวียนัส อายุก็ 19 ปีได้แล้วล่ะ
    คุณจะเรียกฉันว่าคาธก็ได้ แบบนั้นมันน่าจะสั้นและง่ายกว่า
    ดอกไม้ที่ฉันเลือกคือดอกไอริส คุณรู้รึเปล่าคุณเอล ว่ามันมีความหมายอะไร
    ดอกไอริสหมายถึงความศรัทธาเลื่อมใส ความคาดหวัง เหมือนกันตัวฉัน
    --- โดยเฉพาะในตอนนี้ คุณเอล ฉันคงต้องบอกว่าคุณคือความหวังสุดท้าย
    ถึงอย่างนั้นฉันขอเชื่อมั่น ว่าคุณจะช่วยเรา ... ช่วยคนโปรดของคุณ "


    คาธาเรซเงยหน้าขึ้นมองกิ่งก้านของต้นเอลที่แผ่สยายงดงาม

    " เรามาเล่นถามตอบกันเถอะคุณเอล ฉันเองก็อยากจะรู้จักคุณนะ
    ที่ผ่านมาฉันไม่รู้ว่าจะวางตัวยังไงกับคุณดีก็เลย --- แค่มามอง(...)
    ต่อให้คุณจะไม่ตอบก็ไม่เป็นไร ฉันเก่งเรื่องคุยคนเดียวอยู่แล้ว(?) "

    # อดีตคนที่มีปัญหาทางจิตก็บอก

    ชายหนุ่มหัวเราะออกมา เคร่งเครียดไปดูจะไม่ได้อะไร
    จึงทำตัวให้สบายมากที่สุด อย่างที่เคยเป็น


    " คำถามแรกจะมาวันพรุ่งนี้นะคุณเอล!
    แล้วก็ ฉันฝากต้นไอริสของฉันไว้ด้วยนะ
    ถึงตัวจะไม่อยู่ แต่ดอกไม้ของฉันเฝ้า(?)อยู่
    ทำนองนั้นแหละ "


    จริงๆ ก็ว่าไปนั่น การที่เขาเอาต้นไอริสไปไว้กับต้นเอลน่ะ
    หมายถึงว่าเขาเลือกที่จะเชื่อใจในตัวของเอลต่างหาก


    " ถ้างั้นฉันไปทำธุระก่อนล่ะ แล้วเจอกัน คุณเอล! "

    ร่างสูงลุกขึ้น แล้วหันมาโบกมือลาต้นเอล แล้วออกจากเรือนกระจกไป
    #103
    0
  21. #102 `CHOPANG (@mydear-chopang) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2558 / 01:52

     
    ลิเลียนรู้ดี ... นี่เป็นเวลาดึกแล้ว ไม่สิ มันก็จะเช้าแล้วน่ะนะ ...
    ใบหน้าหวานนิ่งเสียจนน่ากลัว ... ดวงตาสีแดงใสมองตรงไปยัง ต้นเอล ตรงหน้า
    เธอเอื้อมมือไปสัมผัสลำต้น พลางเอ่ยเสียงแผ่วเบา ---

    " ถ้าได้พบกันอีกครั้งก็คงจะดี ... "


    . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . 
     
    #102
    0
  22. #101 ▌▌Zerenfar.❀ (@diarypeem) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 22:35


    คาธาเรซเดินเอื่อยมาจนถึงที่เรือนกระจก
    ชายหนุ่มก็นึกได้ว่าตนเองไม่เคยเห็นสิ่งที่เรียกว่า ' ต้นเอล '
    จึงพาตนเองเข้าไปเยือนสักครั้งหนึ่ง

    ท่ามกลางหญ้าสูงทั้งหลาย มีพื้นที่เปิดโล่งตรงกลาง
    ต้นไม้ต้นหนึ่งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าของเขา
    มันเป็นต้นไม้ที่สวยงาม แม้จะขึ้นจากซากศพก็ตามที
    แต่คาธาเรซเองก็ไม่ได้นึกรังเกียจอะไร? ค่อนข้างชินกับเรื่องทำนองนี้


    นี่คือต้นเอลที่ว่ากันสินะ ---

    ร่างโปร่งมองอย่างพินิจพิเคราะห์ครู่หนึ่ง แล้วจึงออกมา

    ก็ถือว่าได้เห็นแล้ว คงไม่มีธุระอะไรอีก
    จากนั้นคงยังออกเดินเที่ยวภายในอาณาบริเวณบ้าน ...
    #101
    0
  23. #100 `CHOPANG (@mydear-chopang) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2558 / 22:11


    ลิเลียนกลับเข้ามาในห้องนอน ( ชั่วคราว ) ของเธอ
    โอเค--- เธอยึดห้องนี้ เตียงนี้เป็นของเธอแล้วเรียบร้อย...ใครจะทำไม ( ... )
    เธอเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเอง ก่อนออกมา ล็อคประตู ล็อคหน้าต่าง
    ปิดไฟให้เรียบร้อย แล้วเดินไปล้มตัวลงบนเตียงหนานุ่ม แล้วดึงผ้าห่มขึ้นคลุม


    " ราตรีสวัสดิ์ รัตติกาลคุ้มครอง... "

    เธอพึมพำบอกกับตัวเอง แล้วปิดเปลือกตาลง ไม่นานนัก...ลิเลียนก็เข้าสู่ห้วงนิทรา

    . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . 
    #100
    0
  24. #99 `CHOPANG (@mydear-chopang) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2558 / 20:32



    ลิเลียนโผล่เข้ามาในห้องครัว เธอฮัมเพลงเบาๆ พลางคิดไปด้วยว่าจะทำอะไรดี
    แต่เธอก็ไม่ค่อยหิวเท่าไร ก็เลยคิดว่าทำแซนด์วิชแบบง่ายๆ ดีกว่า
    แวมไพร์สาวมองหาขนมปังไร้ขอบ กระป๋องทูน่า และพวกผักชนิดต่างๆ
    เธอวางทุกอย่างไว้บนเคาท์เตอร์ นำผักไปล้าง แล้วมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
    ( ซึ่งมีแครอท ผักกาดหอม... ส่วนหอมหัวใหญ่ เธอเกลียดกลิ่น ตัดมันไป ( ... ) )

    ลิเลียนนึกขั้นตอนต่อไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอาเปิดกระป๋องทูน่า
    และตักมันผสมกับมายองเนส แล้วค่อยทาลงบนแผ่นขนมปัง
    แล้วค่อยเอาผักกาดแก้วมาวางทับ ตามด้วยทูน่าผสมมายองเนสอีกครั้ง
    และผักที่หั่นเอาไว้ ประกบปิดด้วยขนมปังอีกแผ่น

    เอาจริงๆ เธอก็เกลียดมายองเนสเข้าเส้นเลือดเหมือนกัน...
    แต่ถ้าจะไม่ใส่ก็ยังไงอยู่ เพราะงั้นก็ฝืนๆ กินมันเข้าไปนั่นแหละ

    ลิเลียนล้างมือให้สะอาด ทำความสะอาดอุปกรณ์ให้เรียบร้อย
    ก่อนจะเดินคาบแซนด์วิชออกไปจากห้องครัว




    . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . 



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2558 / 20:34
    #99
    0
  25. #98 `CHOPANG (@mydear-chopang) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 / 20:06


    แวมไพร์ร่างเล็กแอบย่องเข้ามาในห้องพยาบาลอย่างเงียบเชียบ...
    เธอเอ่ยขออนุญาตเบาๆ ก่อนจะไปรื้อค้นหาถุงเลือด แล้วก็เจอด้วย


    " เลือดกรุ๊ป O "

    ลิเลียนแอบเบ้หน้านิดหน่อย เจอทั้งทีดันเป็นหมู่เลือดที่ไม่ชอบ
    แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ฉีกถุงเลือด แล้วกรอกใส่ปากอยู่ดี
    ต่อให้ไม่ชอบแค่ไหน ก็คงจะต้องดื่มประทังชีวิตไปก่อนล่ะนะ...
    จริงๆ แล้วการกินเลือดถุงไม่ใช่นิสัยของเธอ เธอชอบดื่มสดๆ มากกว่า ( ? )
    เธอแลบลิ้นเลียเลือดที่ติดอยู่ตรงมุมปากของตัวเอง แล้วทิ้งถุงใส่ถังขยะ
    ก่อนจะเดินเอื่อยออกไป...


    . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . 
    #98
    0