{Fic BTS} The Legend of Iolite ดวงใจสมุทร [Kookv]

ตอนที่ 6 : Chapter 5 : To the North

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 988
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 232 ครั้ง
    7 พ.ค. 63

 

Chapter 5

To the North

 

ตอนที่คลาอัสกับธีรอนกลับไปถึงเรือ ก็พบฮาลีกับเกรเกอรี่กำลั่งนั่งรับประทานอาหารเช้าอยู่ตรงมุมหนึ่งของดาดฟ้าเรือ ขณะที่เจซกับโจนาสพากันหลบอยู่ในห้อง เพราะไม่รู้จะรับมือกับชายผิวเข้มที่ขึ้นไปนั่งขัดสมาธิอยู่บนหัวเรือพร้อมกับฉมวกเหล็กที่ดูอันตรายบนตักอย่างไรดี

อย่างน้อยหลังจากพวกเขารู้ว่าชายคนนั้นคือเนเรอุส พวกเขาก็โล่งใจแล้วว่าสหายของพวกเขาทำตามแผนการสำเร็จ

“กางใบเรือ มุ่งหน้าสู่ทิศเหนือเต็มกำลัง” ทันทีที่ขึ้นมาบนเรือ ธีรอนก็ประกาศอย่างเป็นทางการ

“ข้าก็ไม่ได้จะเรื่องมากอะไรหรอกนะ แต่ในเมื่อจะเดินทางขึ้นเหนือ ก็ควรแวะซื้อหาของเพิ่มเติมอีกสักหน่อย ข้าตรวจดูของที่พวกเขาเตรียมเอาไว้แล้ว เกรงว่ายังไม่ทันได้เจออสุรกาย มนุษย์อย่างพวกเขาก็จะหนาวตายเสียก่อน” ฮาลีเอ่ย ก่อนที่จะชะงักไปเมื่อสายตาเลื่อนไปเห็นขวดแก้วในอ้อมแขนของคลาอัส “นั่นมัน...”

“แสงอาทิตย์ของอะพอลโล” ธีรอนเอ่ยเสียงใส “หมดปัญหาเรื่องหนาวตายไปได้เลย แล้วยังมีพิณเอาไว้ต่อกรกับไซเรนอีก ถือเป็นต้นทุนการออกเดินทางที่ดีมาก”

“ด้วยระดับความเร็วในตอนนี้ คาดว่าเราจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะไปถึงคาบสมุทรเหนือ” คลาอัสถามอย่างไม่เจาะจงเอาคำตอบ ทว่าสายตากลับมองไปทางธีรอนราวกับรู้ว่าคนที่ตอบคำถามที่จะต้องเป็นเด็กหนุ่มแน่

“ข้าให้คำตอบตายตัวไม่ได้ เพราะข้าไม่มีความสามารถในการเห็นอนาคต บางทีเจ้าอาจสามารถลองถามอะพอลโลได้ในคราวหน้าที่เจอกัน สายลมและกระแสน้ำผันแปรไม่มีความแน่นอน แต่อ้างอิงจากความทรงจำของข้า ในเวลาอย่างเร็วที่สุดสามเดือน อย่างช้าที่สุดก็ครึ่งปี พวกเราน่าจะไปถึงที่หมายได้” ธีรอนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เพิ่มความจริงจังขึ้นมาหลายส่วน

คลาอัสขมวดคิ้วมุ่น “นานเพียงนั้น?”

“ช่วยไม่ได้จริงๆ หากเป็นนักเดินเรือธรรมดาอาจใช้เวลาเป็นปีในการขึ้นสู่เหนือสุดของมหาสมุทรก็เป็นได้ ฮาลีเองก็ไม่สามารถควบคุมกระแสน้ำทะเลได้ เขาทำได้แค่ควบคุมน้ำจำนวนน้อยเท่านั้น ถ้าอยากเดินทางเร็วๆ เจ้าลองขอร้องเนเรอุสดู ให้เขาลงน้ำไปเข็นเรือให้?”

เกรเกอรี่มองธีรอนด้วยสายตาระอาใจ ขณะที่ฮาลีหัวเราะพรืด “ฮ่าๆๆๆ ขืนคลาอัสไปขอร้องแบบนั้นจริงๆ ข้าต้องได้เห็นฉมวกในตำนานของตาเฒ่าออกโรงแน่”

‘ตาเฒ่า’ ที่อยู่ในรูปลักษณ์ของชายหนุ่มหันหน้ามาทางพวกเขาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยว่า “ข้าพาไปได้ในเวลาไม่เกินสองเดือน แต่หลังจากเข้าเขตทะเลเหนือแล้วคงต้องอาศัยลมกับกระแสน้ำตามเดิม”

กล่าวจบ เรือเดินสมุทรก็คล้ายถูกสิ่งมีชีวิตบางอย่างกระทบถูก ทำเอาสั่นโคลงไปทั้งลำ เจซกับโจนาสชะโงกหน้าออกมาจากในห้องพักด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “เกิดอะไรขึ้น”

ฮาลีกับธีรอนมองหน้ากัน ก่อนจะพร้อมใจกันชะโงกออกไปนอกกราบเรือ ก่อนที่ธีรอนจะร้องว่า “ว้าว สมกับที่เป็นเนเรอุส เจซ โจนาส พวกเจ้ามาดูนี่สิ”

ชาวมนุษย์สองคนมองหน้ากัน ก่อนที่โจนาสจะเป็นคนก้าวนำออกมาก่อนเป็นคนแรก ทันทีที่โน้มตัวลงมองดูบนผืนน้ำรอบตัวเรือ นัยน์ตาของเขาก็เบิกกว้าง “นี่มัน!?”

“เทพเจ้าแห่งท้องทะเล” คลาอัสพึมพำ สายตาที่มองไปทางเนเรอุสเจือกระแสครั่นครามเล็กน้อย

ที่อยู่ใต้ท้องเรือและตลอดสองฟากของลำเรือคือฝูงปลาจำนวนมหาศาล พวกมันเกื้อหนุนหมุนเวียนกันว่ายไปข้างหน้า โดยใช้แรงจากกระแสน้ำลากลำเรือไปด้วย ทั้งยังมีปลาขนาดใหญ่หลายตัวใช้ร่างกายดันเรือ ส่งผลให้เรือของพวกเขาแล่นฉิวไปข้างหน้าด้วยความเร็วกว่าเดิมหลายเท่าตัว ภาพฝูงปลาน้อยใหญ่สามัคคีรวมพลังกันเหล่านี้ทำให้เหล่าชายหนุ่มที่เติบโตมาในเมืองมนุษย์ถึงกับขนลุกซู่เลยทีเดียว

“นอกจากโพไซดอนแล้ว คนที่จะทำเช่นนี้ได้ก็คงมีแต่เนเรอุสนี่แหละ” ธีรอนส่ายหน้าเล็กน้อย “ถึงจะถือฉมวกเป็นอาวุธ แต่สำหรับเขาแล้ว แค่ถือฉมวกเอาไว้ในมือเฉยๆ ฝูงปลาก็พร้อมมาตายแทบเท้าเขา ดังนั้นมันจึงไม่ได้มีไว้ล่าปลา แต่เป็นอาวุธของเขาจริงๆ”

แม้คลาอัสจะอยากถามว่า ก่อนหน้านี้ที่เนเรอุสปาฉมวกไปนั้นสร้างความเสียหายให้โพไซดอนไปมากน้อยแค่ไหน แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะไม่เอ่ยอะไรออกไป เพียงแต่ยืนมองฝูงปลาทะเลหลากชนิดเงียบๆ

ตรงข้ามกับเจซผู้มาถึงข้างกราบเรือช้าที่สุด ที่กำลังอ้าปากค้างมองดูสิ่งมีชีวิตหลากหลายในทะเลที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยความตกตะลึง สุดท้ายก็ชี้ไปยังสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาน่าสะพรึงกลัวตัวหนึ่ง “นั่นมันตัวอะไรน่ะ!”

ฮาลีมองตามมือของเขาไปก่อนจะตอบเสียงกลั้วหัวเราะว่า “นั่นคือวาฬ ทำไม เจ้าไม่เคยเห็นหรือ”

“ไม่เคย!”

“ข้าได้ยินมาว่าแค่ลิ้นของมันก็น้ำหนักเท่าช้างตัวหนึ่งแล้ว ว่าแต่เจ้าเคยเห็นช้างหรือไม่”

“ไม่เคย...”

“จุ๊ๆ” ฮาลีจุปากด้วยท่าทางล้อเลียน “ช่างเป็นคนหนุ่มที่ผ่านประสบการณ์มาน้อยจริงๆ”

เจซถูกเขายั่วโมโหจนใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ มือสองข้างกำเป็นหมัดแน่นก่อนจะตะคอกกลับว่า “แล้วเจ้าเคยเห็นช้างหรือ อย่างน้อยข้าก็รู้ว่าในทะเลไม่มีช้าง!”

ใบหน้าดูดีของฮาลีเปลี่ยนเป็นมีลับลมคมใน เขาลดเสียงลงถามว่า “แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าในทะเลไม่มีช้าง”

“หา...”

คลาอัสมองดูสหายตัวเองถกเถียงเรื่องช้างกับฮาลีด้วยสายตาอ่อนใจ ก่อนที่หางตาของเขาจะสังเกตเห็นว่าธีรอนกำลังเดินเข้าไปหาเนเรอุสที่หัวเรือ ระยะห่างจากหัวเรือถึงตรงที่พวกเขาอยู่ค่อนข้างห่าง อีกทั้งยังมีลมทะเลพัด ทำให้เขาไม่อาจได้ยินว่าทั้งสองคุยอะไรกัน สุดท้ายคลาอัสจึงหันไปถามฮาลีที่น่าจะให้คำตอบกับเขาได้ดีที่สุดว่า “ธีรอนกับเนเรอุสรู้จักกันได้อย่างไร เจ้ารู้หรือไม่”

เกรเกอรี่กลับเป็นคนที่หันมาตอบเขาด้วยน้ำเสียงสั้นห้วนราวกับคนที่ไม่เคยชินกับภาษากรีกว่า “ฮาลีไม่รู้หรอก แต่ข้าเคยได้ยินมาว่า เนเรอุสเป็นเทพเจ้าองค์แรกที่ธีรอนรู้จัก เพราะเขาไปหาปลาแถวชายฝั่งที่ธีรอนเติบโตมา และเป็นคนสอนเรื่องเกี่ยวกับเหล่าเทพเจ้าให้เขาด้วย”

คิ้วของคลาอัสขมวดเข้าหากัน “เช่นนั้นก็คงรู้จักกันมานานมาก”

“ไม่มีใครรู้ว่าธีรอนถือกำเนิดขึ้นช่วงไหน แต่เท่าที่ข้าสังเกตดู เขาน่าจะอยู่มานานกว่าข้ากับฮาลีมาก เพียงแต่นิสัยของธีรอนค่อนข้างไม่ถือตัว ทั้งยังดูเหมือนเด็กหนุ่มจริงๆ คนส่วนใหญ่ที่พบเจอจึงมักรู้สึกว่าเขาอายุน้อยกว่าตนเองเสมอ บางทีเขาอาจอายุพอๆกับโพไซดอนก็ได้ใครจะรู้” เกรเกอรี่นับได้ว่าเป็นคนพูดน้อย แต่เมื่อเขาเปิดปากพูดเมื่อไร สิ่งที่เขาเอ่ยออกมากลับเป็นข้อมูลน่าเชื่อถือทั้งสิ้น “เท่าที่เห็นในตอนนี้ เนเรอุสเองก็ดูเป็นมิตรกับเขามากทีเดียว แต่ที่จริงแล้วก็ไม่มีใครในมหาสมุทรที่ไม่เป็นมิตรกับเขาหรอก ถ้าไม่นับพวกอสุรกายทั้งหลายน่ะนะ”

คลาอัสเข้าใจในความหมายของสิ่งที่เกรเกอรี่ตั้งใจจะสื่อ ธีรอนมีนิสัยที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งนิสัยนั้นแตกต่างจากชาวกรีกทั่วไป เขาดูเป็นคนสบายๆ ไม่ถือตัว เขามีจิตใจที่ใสสะอาด มีความไร้เดียงสา ทว่ากลับทำให้ผู้คนที่พบเจอไม่มีใครเกิดความคิดอยากเอาเปรียบเขา และตัวเขาเองก็มีความฉลาดที่ทำให้รับมือกับผู้คนได้ดี

ยิ่งไปกว่านั้นคือเขามีดวงตาที่ไม่เหมือนใคร มันกระจ่างใส เป็นสีฟ้าเฉดเดียวกับสีของทะเลน้ำตื้น บางครั้งสายตาของเขาก็นิ่งสงบจนไม่อาจรู้ได้เลยว่าเขาคิดอะไรอยู่ หากบางครั้งก็ราวกับว่านัยน์ตาของเขาสามารถมองทะลุเข้าไปใจจิตใจของผู้ที่พบเจอ และกระตุ้นความอ่อนโยนในใจของคนผู้นั้นออกมาได้ โดยไม่จำกัดว่าจะเป็นมนุษย์หรือเทพเจ้า แม้แต่สุริยเทพยังมอบพิณวิเศษกับแสงอาทิตย์ให้เขาเพียงแค่เขาเอ่ยปาก ดังนั้นจึงไม่ต้องพูดถึงตัวคลาอัสเองเลย

มนุษย์กึ่งเทพที่จิตใจแข็งกระด้างเย็นชาเช่นเขา เขาเคยคิดว่าหัวใจของเขาปิดตายไปแล้ว เพราะเขาไม่เชื่อในความรัก ทั้งไม่เคยคิดชอบพอผู้ใด แต่เมื่อธีรอนปรากฏตัว กลับสามารถเดินเข้ามาในใจของเขาอย่างง่ายดาย ดึงความสนใจของเขาเอาไว้ มีอิทธิพลต่ออารมณ์ของเขา

คลาอัสไม่ชอบความรู้สึกเช่นนี้ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่อยากสูญเสียความรู้สึกเช่นนี้ไป

ความรู้สึกที่คล้ายบ่งบอกว่าเขากำลัง ‘มีชีวิต’

 

บนตำแหน่งหัวเรือที่ถูกยึดครองโดยเทพเนเรอุส ชายชราแห่งท้องทะเลเองก็กำลังสอบถามเรื่องของชายหนุ่มครึ่งเทพผู้ต้องคำสาปจากธีรอนอยู่เช่นกัน เส้นผมสีเม็ดทรายถูกลมทะเลพัดจนแห้ง แสงแดดยามเช้าสะท้อนผิวสีเข้มของเขาเป็นกระกายน่ามอง ธีรอนใช้มือทั้งสองข้างวางเท้าลงบนขอบเรือ มองดูฝูงปลาว่ายน้ำกันอย่างคึกคักที่ใต้ลำเรือด้วยสายตาอ่อนโยน

“ตอนนั้นเจ้าคิดอะไรอยู่ ถึงรับปากนำทางเขา” เนเรอุสถามด้วยน้ำเสียงเฉื่อยชาอย่างที่เขามักใช้เป็นประจำ เขาหันหน้าออกนอกตัวเรือ ทว่าหางตากลับลอบมองเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านข้างราวกับกำลังสังเกตสีหน้าของเขาอยู่

“ไม่ใช่ว่าไม่มีสิ่งใดที่เนเรอุสไม่ล่วงรู้หรอกหรือ” ธีรอนย้อนถามยิ้มๆ

“ข้ารู้อะไรมากมาย แต่ไม่สามารถอ่านใจได้ อีกทั้งข้าไม่สามารถย้อนมองดูอดีต และไม่สามารถล่วงรู้อนาคต” เนเรอุสตอบอย่างใจเย็น ไม่ได้มีโทสะจากการถูกยอกย้อนแม้แต่น้อย “ข้าไม่รู้ว่าเจ้าบอกพวกเขาว่าอะไรตอนตกปากรับคำ แต่ข้ารู้ว่าเจ้ามีแผนการบางอย่างอยู่ในใจเช่นกัน”

“ข้าอยากช่วยเขา นั่นคือความสัตย์จริง” ธีรอนเงยหน้าขึ้นสบสายตาที่เหลือบมองมาของเนเรอุส ใบหน้างดงามของเด็กหนุ่มฉายประกายจริงจัง “แต่ก็มีเหตุผลส่วนตัวที่เป็นแรงกระตุ้นให้รับปากเขาอยู่เหมือนกัน ท่านก็รู้ว่านับตั้งแต่ข้าหนีเตลิดกลับมาจากการเดินทางครั้งนั้น ก็ไม่มีโอกาสได้ขึ้นเหนืออีกเลย ราวกับมีบางอย่างขัดขวางไว้ ไม่ยอมให้ข้าไปที่นั่นอีก”

ประกายตาของเนเรอุสลึกล้ำขึ้น “เจ้า...ปะติดปะต่ออะไรได้แล้วบ้าง”

“ในโลกนี้มีเทพเจ้าเพียงสององค์เท่านั้นที่ทรงอำนาจพอจะควบคุมทะเล ในเมื่อโพไซดอนไม่ได้เป็นคนส่งข้าไปหาคลาอัส เช่นนั้นก็มีเพียงพอนตัสบิดาท่านที่จะสามารถพาข้าลอยคอข้ามคาบสมุทรมาได้ไกลถึงเพียงนั้น” ธีรอนกล่าวพลางถอนหายใจ “แม้ข้าปรารถนาจะถามเขา ทว่าท่านเองก็รู้ดีว่ามหาสมุทรไม่เคยปรากฏกายมานานมากแล้ว นับตั้งแต่โพไซดอนปกครองบาดาล เขาก็เงียบหายไป ดังนั้นข้าจึงไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเขาถึงส่งข้าเข้าร่วมภารกิจนี้”

“ยิ่งไปกว่านั้น” ธีรอนเคาะนิ้วลงบนขอบเรือเป็นจังหวะ “คลาอัสมีแผนที่”

เนเรอุสกล่าวอย่างเนิบช้าว่า “ข้าพอจะรู้ว่าเพราะอะไรท่านพ่อถึงส่งเจ้าเข้าร่วมภารกิจนี้ ทว่าข้าเองก็ประหลาดใจที่ในมือของเด็กคนนั้นมีแผนที่ เขาบอกว่าโพไซดอนมอบให้กับเขาหรือ”

ธีรอนพยักหน้า ก่อนจะมองเนเรอุสด้วยสายตาลังเล เด็กหนุ่มตัดสินใจเปิดปากถามเสียงเบาว่า “แผนที่นั่น...ไม่มีทางเป็นโพไซดอนเขียนขึ้น”

“เจ้าก็รู้ดีว่าสัญลักษณ์และรูปแบบของแผนที่นั้น แม้แต่เทพโอลิมเปียนก็ไม่สามารถอ่านออกได้” เนเรอุสกล่าวเสียงเบา “เกรงว่าคนที่มอบแผนที่ให้โพไซดอนได้ คงมีอยู่เพียงไม่กี่คน”

ใบหน้าของอดีตสมุทรเทพฉายแววเคร่งขรึม พริบตานั้นรังสีความกดดันเข้มข้นรอบกายเขาก็คล้ายขยายตัวขึ้นเป็นเท่าทวี ส่งผลให้ฝูงปลาตื่นตระหนก เกลียวคลื่นเหนือผิวสมุทรสั่นคลอน ทว่าพวกฮาลีกับมนุษย์บนเรือล้วนไม่มีผู้ใดสัมผัสได้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เลย

ธีรอนขยับตัวยืนตรง ความกดดันที่เนเรอุสปล่อยออกมาส่งผลกระทบถึงเขาได้ เด็กหนุ่มขมวดคิ้วขบคิด ก่อนจะถามอย่างระมัดระวังว่า “เป็น...ยูรีเบียหรือ”

แผนที่ทะเลที่มีรูปแบบเฉพาะพิเศษนั้น ส่งผลให้ขอบเขตของผู้เขียนมันขึ้นลดแคบลงจนสามารถนับด้วยนิ้วมือได้ สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะผู้ที่คิดค้นแผนที่เช่นนั้นขึ้นมา ก็คือชายชราแห่งท้องทะเลที่นั่งอยู่บนหัวเรือลำนี้เอง

ในตอนที่เห็นแผนที่ ธีรอนก็ตัดสินใจแล้วว่าเขาต้องมาหาเนเรอุส ต่อให้อีกฝ่ายไม่รับปากช่วยเหลือ อย่างน้อยก็จะต้องรู้ได้แน่ว่าใครเป็นคนเขียนแผนที่นี้ขึ้นมาและมอบมันให้กับโพไซดอน ผู้ที่สามารถเขียนแผนที่เช่นนี้ได้ ย่อมมีเพียงผู้ที่เนเรอุสเคยสอนวิธีให้เท่านั้น

เนเรอุสไม่ใช่เทพเจ้าอัธยาศัยดีที่เป็นมิตรกับผู้คนไปทั่ว ดังนั้นผู้ที่เขาเคยสอนรูปแบบสัญลักษณ์เหล่านี้ให้ ย่อมมีเพียงพี่น้องแท้ๆของเขาเท่านั้น และบังเอิญเหลือเกินที่ทางด้านของโพไซดอนก็มีเพียงยูรีเบีย เทพธิดาแห่งแหล่งน้ำซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของสมุทรเทพ และเป็นน้องสาวแท้ๆของเนเรอุสเท่านั้น ที่มีความสามารถพอจะเขียนแผนที่นี้ขึ้นมาได้

ธีรอนเคยได้รับการเลี้ยงดูสั่งสอนโดยเนเรอุส ดังนั้นเขาจึงอ่านแผนที่รูปแบบพิเศษออกได้ หากว่าพอนตัสส่งเขามา และยูรีเบียก็ส่งแผนที่ให้คลาอัส เช่นนั้นแล้ว...นี่คือแผนการอันใดกันแน่

เหล่าเทพเจ้าแห่งท้องทะเลกำลังคิดทำสิ่งใด

“เจ้าบอกว่าสนมของโพไซดอนขโมยมณีไปยังคาบสมุทรเหนือ นั่นเป็นเรื่องที่เพียงฟังดูก็รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ” เนเรอุสวางมือลงบนด้ามฉมวกเหล็ก ราวกับกำลังชั่งใจว่าจะส่งฉมวกไปเล่นงานน้องสาวของตนดีหรือไม่ ทว่าสุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้ลงมือ “ข้าเกลียดความไม่รู้ โดยเฉพาะในเรื่องที่มีคนรู้ แต่ข้ากลับไม่รู้ และคนที่รู้คือคนรู้จักของข้าเอง”

ธีรอนเผยรอยยิ้มเจื่อน “อย่างน้อยสิ่งที่ท่านรู้ก็มากกว่าข้า และข้าก็ไม่รู้จักของที่เรียกว่าดวงใจสมุทร”

“อืม...”

“การที่ข้าหลงลืมต้นกำเนิดของตัวเอง ทำให้ข้าต้องใช้ชีวิตอย่างสับสนอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง” ธีรอนกล่าวเสียงเบา “โชคดีที่ข้าไม่ได้หลงลืมสติปัญญาของตัวเองไปด้วย ข้ามองออกว่าบิดาท่านอยากให้ข้าไปที่คาบสมุทรเหนือ และอยากให้ข้าไปตามหามณีดวงใจสมุทร แต่เพื่ออะไร...เพราะเหตุใดกันเล่า”

ธีรอนรู้ดี เขารู้ว่าตนถือกำเนิดมานาน นานตั้งแต่ในยุคสมัยที่เทพโอลิมเปียนเพิ่งสถาปนาตนครอบครองโอลิมปัส เขามีชีวิตอยู่ในยุคสมัยที่ไททันยังมีอำนาจหลงเหลือ จวบจนกระทั่งยุคสมัยที่พวกเขาล่าถอยเก็บซ่อนตัวเพราะไม่อาจสู้อำนาจของสามพี่น้องมหาเทพรุ่นเยาว์ได้

เขาได้เห็นการถือกำเนิดของเทพเจ้าโอลิมเปียนองค์ต่างๆ ได้เห็นพวกเขายุ่งเกี่ยวกับมนุษย์ เห็นพวกเขามีส่วนร่วมในสงคราม เห็นพวกเขาต่อสู้กับอสุรกาย และเห็นพวกเขาให้กำเนิดวีรบุรุษ

ดังนั้นในสายตาของเขา เทพโอลิมเปียนก็ไม่อาจนับเป็นอะไรได้

ดังนั้นเขาจึงไม่หวาดกลัวเทพโอลิมเปียน

ทว่าธีรอนไม่รู้ว่าตนเองเป็นใคร เขารู้ว่าตัวเองไม่ได้เป็นมนุษย์ พวกมนุษย์ต่างก็บอกกันว่าเขาเป็นเทพเจ้า ทว่าต่อมาเมื่อเขาได้พบเนเรอุสผู้เป็นเทพเจ้า เขาก็ค้นพบข้อแตกต่างระหว่างเขากับเนเรอุสอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ได้ข้อสรุปกับตัวเองว่าเขาก็มิได้เป็นเทพเจ้าเช่นกัน

สิ่งเดียวที่เขารู้เกี่ยวกับตนเอง นั่นคือในคราแรกที่เขาลืมตาตื่นขึ้นมา เขากำลังลอยคออยู่ในทะเลที่เย็นจัดและเต็มไปด้วยก้อนน้ำแข็ง มันคือบริเวณธารน้ำแข็งที่ห่างจากคาบสมุทรเหนือไม่ไกล

เขาเคยคิดว่าหากกลับไปที่นั่น เขาจะหาคำตอบพบ ทว่าเขากลับไม่เคยได้รับคำตอบ

จนกระทั่งเขาตัดสินใจเข้าสู่ทะเลเหนือพร้อมนักเดินเรือชาวมนุษย์ ทุกสิ่งจบลงด้วยผิวน้ำที่ถูกย้อมเป็นสีเลือด และการหนีเตลิดของเขา นับจากวันนั้นมาเขาก็ไม่เคย และไม่อาจเดินทางไปสู่คาบสมุทรเหนือได้อีกเลย จนกระทั่งมีภารกิจในครั้งนี้

วันที่ได้ลืมตาตื่นขึ้นมาบนเรือเดินสมุทรลำหรู และสบตากับชายหนุ่มที่มีนัยน์ตาสีท้องฟ้ายามมีพายุ เขาก็รู้สึกว่าความหวาดผวาในใจที่คอยวนเวียนขัดขวางเขาเอาไว้ไม่ให้ขึ้นเหนือ ถูกสายตาแข็งกระด้างของชายหนุ่มผู้นั้นทำลายไปจนหมดสิ้น เขาไม่เพียงมีเหตุผลที่จะขึ้นเหนืออีกครั้ง เขายังได้รับมากระทั่งแผนที่!

เนเรอุสไม่ตอบคำถามของเด็กหนุ่มในทันที เขาหรี่ตาสีเข้มของตนเองลง ก่อนจะค่อยๆเอ่ยว่า “หากเจ้าก้าวเข้าสู่แผ่นดินเหนือคาบสมุทรเหนือ สิ่งที่หลงลืมไป...ก็อาจจะได้มันกลับคืนมา”

ธีรอนหลงลืมสิ่งใดไปอย่างนั้นหรือ สิ่งเดียวที่เขาหลงลืมก็คือต้นกำเนิดของตัวเอง

“ความหมายของท่านก็คือ หากข้าไปถึงยังแผ่นดินลี้ลับบนคาบสมุทรเหนือได้เป็นผลสำเร็จ ข้าก็จะจำต้นกำเนิดของตัวเองได้?” ธีรอนขมวดคิ้วมุ่นหนักกว่าเดิม “หากเป็นเช่นนั้น เพราะเหตุใดข้าจึงลืม ตัวตนของข้าคือสิ่งใด เหตุใดจึงมีคนคอยขัดขวางเอาไว้ไม่ให้ข้าได้ความทรงจำส่วนนั้นกลับคืนมา”

เนเรอุสถอนหายใจอย่างหนักหน่วงกับคำถามนี้

“ในเมื่อเจ้าเองก็กำลังเดินทางขึ้นเหนือ เช่นนั้นก็ให้โชคชะตาบอกต่อเจ้าเองเถิด ข้ามีสิ่งที่ทั้งรู้และไม่รู้ หรือกับบางเรื่อง...ต่อให้ล่วงรู้ ก็ยังต้องทำเป็นไม่รู้เช่นกัน”

ธีรอนหันมองดูเขา ก่อนจะหันหน้าออกไปมองทะเลอีกครั้งแล้วกล่าวเสียงเรียบว่า “ก็ยังดีกว่าคนที่ไม่รู้อะไรเลย แต่แสร้งทำเป็นรู้”

เขาเคยพบเทพเจ้าหลายองค์ที่อวดอ้างตนว่าเป็นผู้ให้กำเนิดเขา กระทั่งอสุรกายบางตนก็ยังแอบอ้างสร้างเรื่องมาหลอกเขาว่ามีความเกี่ยวข้องกับตน โชคดีที่การมีเนเรอุสเป็นพี่เลี้ยงทำให้เขาพลอยได้รับความคุ้มครองจากฟอร์ซีส์ เทพแห่งอันตรายใต้ทะเลลึก และธอร์มัส เทพแห่งความอัศจรรย์ใต้ท้องทะเล ผู้เป็นน้องชายของเนเรอุสไปด้วย เทพเจ้าและอสุรกายเหล่านั้นจึงถูกท้าพิสูจน์ความจริงและจัดการลงโทษอย่างรวดเร็วที่ไม่อาจพิสูจน์ตัวเองได้

เนเรอุสไม่ได้ต่อความ เขาเปลี่ยนเรื่องด้วยท่าทางเรื่อยเฉื่อย “ข้าอยากอ่านแผนที่”

“อืม” ธีรอนส่งเสียงรับคำ ก่อนที่เขาจะหันไปทางคลาอัส เด็กหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยเมื่อพบว่าอีกฝ่ายกำลังจับจ้องมาทางเขา และไม่รู้ว่าอีกฝ่ายยืนจ้องเขาอยู่อย่างนั้นมานานแค่ไหนแล้ว ธีรอนเผลอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ก่อนจะป้องปากร้องบอกอีกฝ่ายว่า “คลาอัส เนเรอุสอยากดูแผนที่ของเจ้าน่ะ”

คลาอัสพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปหยิบแผ่นหนังที่เขาเก็บเอาไว้ในห้องส่วนตัวออกมา เนเรอุสกวาดสายตาอ่านแผนที่อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “เส้นทางนี้นับว่าปลอดภัยจากพวกอสุรกาย แต่ไม่ได้ปลอดภัยจากมนุษย์ หากพบโจรสลัดเข้าระหว่างทาง ข้าจะไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือโดยเด็ดขาด”

เนเรอุสประกาศจุดยืนของตนเองเอาไว้ล่วงหน้า ในฐานะที่เขาเป็นเทพเจ้า เขาย่อมไม่คิดไปลงมือกับมนุษย์อ่อนแอเหล่านั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าการเดินทางในครั้งนี้คือภารกิจของคลาอัส หากให้เทพเจ้าออกโรงช่วยเหลือไปเสียหมด เช่นนั้นจะมีวีรบุรุษเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

“โจรสลัดหรือ” สายตาของคลาอัสทอประกายเย็นชา “ไม่เป็นไร ถึงข้าจะเรียกลมฝนเรียกสายฟ้าไม่ได้ แต่เรื่องต่อสู้ ข้าไม่คิดว่าตนจะแพ้ใคร”

เขาล่องเรือตามหาดวงใจสมุทรมานานหลายปีเพียงนี้ ระหว่างเดินทางในทะเลย่อมต้องเคยประสบพบเจอการจู่โจมปล้นสะดมของพวกโจรสลัดมาบ้างแล้ว แต่ก็สามารถจัดการโจรสลัดพวกนั้นจนอยู่หมัดแล้วเอาชนะมาได้ทุกครั้ง ยังไม่เคยพลาดท่าเสียทีเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ธีรอนคล้ายมองออกถึงความคิดของเขา หรือบางทีสีหน้าท่าทางดูแคลนพวกโจรสลัดของเขาก็แสดงความคิดของเขาออกมาให้อีกฝ่ายเห็น เด็กหนุ่มส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนจะพึมพำว่า “ที่เจ้าเคยเจอคงจะเป็นโจรทั่วไปกระมัง หากพบราชาเหนือน่านน้ำเข้า เกรงว่าถึงตอนนั้นเนเรอุสอาจได้ลงมือก็เป็นได้”

เทียบกับคลาอัสแล้ว ธีรอนนับว่ามีประสบการณ์เดินทางไปทั่วทั้งเจ็ดน่านน้ำสี่คาบสมุทรมากกว่า เขาเองก็รู้ว่าเส้นทางที่แผนที่ชี้นำไปนั้นต้องผ่านเกาะขนาดใหญ่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการรบพุ่งแห่งหนึ่ง ซ้ำน่านน้ำในแถบเกาะใหญ่ยักษ์แห่งนั้นก็มีโจรสลัดชุกชุม โจรเหล่านั้นก็เหมือนอสุรกายในทะเล ยิ่งขึ้นเหนือก็ยิ่งดุร้าย เท่าที่เขาสังเกต บนเรือลำนี้มีเพียง คลาอัส เจซ และฮาลีเท่านั้นที่จัดว่าเป็นกำลังรบหลัก

ส่วนตัวเขานั้น แม้ว่าจะสู้รบเป็น ทว่าเขามีความคิดแบบเดียวกับเนเรอุส นั่นคือเขาไม่คิดจะลงมือกับมนุษย์อ่อนแอ เมื่อเขาพบเจอโจรร้ายเหล่านี้ สิ่งแรกที่เขาทำคือกระโดดน้ำหนี ขอเพียงเขาลงน้ำ ย่อมไม่มีใครสามารถจับตัวเขาไปได้ ในครั้งนี้ธีรอนก็ตั้งใจจะนั่งเป็นผู้ชมที่ดี ไม่ขอลงมือกับมนุษย์เช่นเดิม

คลาอัสไม่ได้ล่วงรู้ความคิดในใจของเด็กหนุ่ม เขาเพียงแต่ขมวดคิ้วแล้วถามว่า “ว่ากันตามความเป็นจริง หากโจรสลัดเห็นสภาพเรือที่ล้อมไปด้วยฝูงปลา ถ้าข้าเป็นกัปตันก็คงไม่เข้าโจมตีหรอก”

“เรื่องนั้นไม่มีอะไรมารับประกันได้หรอก” ธีรอนยกมือขึ้นตบบ่าของเขาเบาๆ “เจ้าเติบโตมาในตระกูลพ่อค้า เช่นนั้นก็คงไม่รู้เรื่องของพวกโจรสลัดเท่าไรนัก พวกเขามีเทพเจ้าที่ตนเองนับถือ และยังได้รับการคุ้มครองจากเทพเจ้าองค์นั้นๆด้วย ถ้าหากพวกเราโชคดี เจอคนที่นับถือเนเรอุสหรือโพไซดอนก็แล้วไป แต่ถ้าเจอพวกที่นับถือฟอร์ซีส์ ก็อาจต้องรับศึกหนักหน่อย”

เมื่อเห็นสีหน้าฉงนคล้ายไม่รู้จักนามฟอร์ซีส์ของคลาอัส ธีรอนก็อธิบายออกมาเองโดยไม่ต้องให้เขาเอ่ยปากถาม “ฟอร์ซีส์เป็นหนึ่งในบุตรของไกอากับพอนตัส เขาเป็นเทพที่...ค่อนข้างอันตราย”

“อาณาเขตของเขาคือก้นบึ้งของมหาสมุทร” เนเรอุสกล่าวเสริมขึ้นมา “ก้นสมุทรที่ดำมืดและเต็มไปด้วยเหล่าอสุรกาย ตัวเขาเองก็นับว่าเป็นบิดาของอสุรกายจำนวนมาก อย่างพวกกอร์กอนหรืออีคิดน่าก็ล้วนแต่เป็นธิดาของเขาทั้งสิ้น”

“ดังนั้นพวกที่นับถือเขาก็จะเป็นพวกที่...สามารถสังหารคน ควักเครื่องใน และโยนลงทะเลเพื่อเซ่นไหว้เทพเจ้าได้เป็นกิจวัตร” ธีรอนสรุป

หากเนเรอุสถูกขนานนามว่าชายชราแห่งท้องทะเล ฟอร์ซีส์ก็ถูกเรียกขานว่าบรรพบุรุษแห่งอสุรกาย เพราะลูกสาวของเขาอีคิดน่าได้ชื่อว่ามารดาแห่งอสุรกายทั้งปวง ดังนั้นความดุร้ายของฟอร์ซีส์จึงไม่จำเป็นต้องสาธยายให้มากความ

“หมายความว่าต่อให้เห็นว่าบนเรือมีมนุษย์กึ่งเทพอยู่ พวกเขาก็อาจเข้าจู่โจมอยู่ดี” คลาอัสเลิกคิ้วถาม

“หรือบางทีบนเรือของพวกเขาก็อาจมีมนุษย์กึ่งเทพอยู่เช่นกัน และอาจเป็นพวกที่บ้าดีเดือดจนไม่กลัวเนเรอุสก็เป็นได้”

เนเรอุสเผยสีหน้าไม่สบอารมณ์ออกมา แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไร ธีรอนก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มมากนัก เพียงแต่กล่าวกับคลาอัสว่า “อีกอย่างคือเราจะให้เนเรอุสบงการปลาให้ช่วยดันเรือตลอดไม่ได้ ต้องให้เขาปล่อยปลาเหล่านั้นไปพักผ่อนบ้าง หรือหากเปลี่ยนเขตทะเลแล้ว ปลาก็ต้องเปลี่ยนฝูงใหม่ เราไม่สามารถใช้ปลากลุ่มเดิมในทุกสภาพน้ำได้ เพราะน้ำทะเลในแต่ละที่มีอุณหภูมิต่างกัน ชนิดของปลาที่อยู่อาศัยก็แตกต่างออกไปด้วย หากในช่วงเวลานั้นโชคร้ายพบโจรสลัดเข้า ก็คงยากหลีกเลี่ยงการปะทะ เพราะเรือของพวกเราดูน่าปล้นใช่ย่อยเลยล่ะ”

ในที่สุดสีหน้าของคลาอัสก็เปลี่ยนไป “ข้าจะไปบอกพวกเจซให้เตรียมตัวเอาไว้” เอ่ยจบเขาก็ตรงไปหาสหายของตนเองเพื่อแจ้งข่าวเรื่องโจรสลัดทันที

ในตอนที่ธีรอนหันไปมองเนเรอุส ก็เห็นอีกฝ่ายกำลังมองตามแผ่นหลังของคลาอัสด้วยสีหน้าครุ่นคิด เด็กหนุ่มเกิดความอยากรู้สงสัย จึงถามขึ้นว่า “มีอะไรหรือ”

“ก่อนหน้านี้เจ้าเล่าว่า เขาเป็นบุตรที่ซุสไม่พึงใจเพราะเฮร่าสาปใช่หรือไม่ ข้ากำลังคิดว่า...การที่เขาล่องเรืออยู่ในทะเลนานหลายปีขนาดนั้น แต่ไม่เคยพบเจออุบัติเหตุร้ายแรง ไม่เคยเจอการโจมตีจากอสุรกาย และไม่เคยพบราชาโจรสลัดเลยแม้แต่ครั้งเดียวนั้น คือการที่เขาโชคดีอย่างน่าเหลือเชื่อ หรือแท้จริงแล้วบิดาของเขาไม่เคยทอดทิ้งเขาอย่างแท้จริงเลยกันแน่”

นัยน์ตาสีฟ้าของเด็กหนุ่มทอประกายล้ำลึก “เขาเป็นถึงผู้มีอำนาจที่สุดในหมู่เทพเจ้าตอนนี้ ทอดทิ้งจริงหรือทอดทิ้งปลอมไม่ใช่ประเด็น เรื่องสำคัญคือเขาไม่ก้าวออกมาปกป้องคลาอัสทั้งที่แท้จริงแล้วสามารถกระทำได้อย่างเต็มภาคภูมิ ดังนั้นในสายตาของข้า ไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบัน เขาก็ยังขี้ขลาดเสมอต้นเสมอปลาย เฮร่าก็ยังไร้เหตุผลเสมอต้นเสมอปลายเช่นกัน”

เสียงฟ้าร้องดังมาจากที่ไกลๆ เมฆดำเริ่มก่อตัวขึ้นเหนือฟากฟ้า ธีรอนเพียงแต่เงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตานิ่งสนิทราวกับแผ่นน้ำแข็งใส ก่อนจะหันกายเดินกลับเข้าไปในห้องของเขา

เนเรอุสเองก็ไม่ได้สนใจท้องฟ้าเช่นกัน สายตาของเขายังคงจ้องมองทะเล จากนั้นรำพึงด้วยความรู้ดีว่าจะไม่มีผู้ใดตอบกลับมา

“ท่านคิดทำสิ่งใดกันแน่ ท่านพ่อ”

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 232 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

266 ความคิดเห็น

  1. #253 Midnight1010 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 22:43
    เอาล่ะธีรอนคือใคร นึกว่าพี่น้องกับเนเรอุส แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ใช่ยังไงนะ
    #253
    0
  2. #205 AkazawaKirika (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 17:53
    เป็นน่าติดตามม
    #205
    0
  3. #192 jazzysam9 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 19:28
    เหนือเทพยังมีเทพ
    #192
    0
  4. #180 bomza2528 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 15:15
    ยิ่งอ่านยิ่งหน้าค้นหาและติดตามเรื่อยๆเลยนะเนีย^^
    #180
    0
  5. #142 cigaretteshine (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 09:37
    ตอนแรกเราคิดว่าธีรอนถือกำเนิดจากมณีหรือเปล่าแต่พอได้รู้ว่าธีรอนกำเนิดก่อนเทพโอลิมเปียนเสียอีกก็ไม่แน่ใจแล้วค่ะ ไรท์เก่งมากเลย รอติดตามนะคะ
    #142
    0
  6. #141 MindQueen (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 14:36
    ตัวตนของธีรอนจะเกี่ยวกับกวงใจของมหาสมุทรด้วยรึป่าวนะ
    #141
    0
  7. #140 ขนมเค้กแสนหวาน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 15:15
    ตัวตนของธีรอนคือน่าสนใจมาก ลึกลับจนเดาทางไม่ถูก รออ่านต่ออยู่นะคะไรท์ สู้ๆนะคะ! 💜💜💜
    #140
    0
  8. #136 fujikawaisanami (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 21:56
    สุดชอบเลยค่ะ มันดีมากๆๆๆ ;^; //// แต่ตัวตนของคุณธีน่าค้นหามากๆเลย

    รับรู้ได้ถึงความสูงส่งแปลกๆ //// ขอบคุณที่แต่งนะคะ เลิฟๆ💘
    #136
    0
  9. #134 TONNAMT (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 06:52
    น้องคือลึกลับมากๆๆ ตัวตนน้องนี่เดาไม่ถูกเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ สู้ๆค่า
    #134
    0
  10. #122 K.E.Y Y (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 02:43
    ธีรอนลึกลับมาก
    #122
    0
  11. #121 nckyu (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 13:14
    ธีรอนนี่ลึกลับและน่าค้นหามากกก ต้องมีอะไรให้ตกใจอีกแน่เลย แต่คุณไรท์เก่งจีงคับ เค้าติดตามอ่านทุกเรื่องเลยย ขอบคุณนะคะ เป็นกำลังใจให้นะค้าบ❤️❤️
    #121
    0
  12. #118 0863538696 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 22:17
    รอนะค่ะ
    #118
    0
  13. #111 Lawless (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 17:02
    คิดถึงเรื่องนี้มากเลยยยย ฮื่อออ
    #111
    0
  14. #110 seejay13 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 14:32
    ตอนนี้กลัวโจรสลัดมากกว่าอสูรกายอีกฮะ5555
    #110
    0
  15. #109 yraknongtae (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 13:06

    น้องเป็นใครกันแน่เนี่ยยยยย ไม่กล้าเดาเลย55555555 พอถึงที่ก็น่าจะรู้อะนะะะะ เป็นกำลังใจค้าบ

    #109
    0
  16. #105 hassathorn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 10:09
    ทำไมคุณไรท์ถึงเก่งขนาดนี้นะ เราชอบมากเลย อ่านมาเกือบทุกเรื่องของไรท์จิงๆนะ อยากจะจับมากอดเลย เราคอยติดตามอยู่ตลอดเลยน้า
    #105
    0
  17. #102 njoy1224 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 18:48
    คุณไรท์เก่งจังง เขียนเรื่องไหนก็ดีไปหมดเลยย 😭😭
    #102
    0
  18. #97 M022211 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 22:31
    โอ๊ยยยย ทั้งเรื่องนี้ทั้งเลกาซี่ คือกำลังสนุกทั้งนั้นๆ><
    #97
    0
  19. #95 rapbitplus (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 19:20
    ถ้าถึงจุดหมาย ความจริงจะปรากฎแน่ๆ าะลลระหว่างทางก็ค่อยๆ ขยับความสัมพันธ์กันไปในแต่ละองค์ ต่ละคน ชอบมากเลยค่ะ เป็นลุ้นตลอด
    #95
    0
  20. #94 JJmbb (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 13:15
    ธีรอนอาจจะเกี่ยวข้องกับดวงใจสมุทรก็ได้ มั้ง
    #94
    0
  21. #93 17JUNE (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 08:31
    อ่านเพลินมากๆค่ะ ไม่มีเบื่อเลย ขอเป็นอีกเสียงยืนยันเลยว่าคุณเก่งจริงๆค่ะ เรื่องราวที่คุณแต่งมาน่าสนใจมากๆสำหรับเรา และเราประทับใจรายละเอียดต่างๆให้เรื่องของคุณทั้งหมดเลยค่ะ อ่านแล้วแบบ อ่าา คิดได้ยังไงนะ นึกไม่ถึงและเดาทางอะไรไม่ค่อยได้เลย 55555555 อยากเป็นกำลังใจให้นะคะ 💜
    #93
    0
  22. #92 PiyapornChanglao (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 00:31
    เราได้อ่านเรื่องอื่นของคุณร่วมถึงเรื่องนี่ในแต่ละเรื่องที่เกี่ยวกับเทพหรือตำนานต่างๆเรา เรารู้สึกว่าคุณสุดยอดมาก เรื่องแต่ละเรื่องที่คุณแต่งเรารู้สึกทึ่งมากกกกกกกกคุณไม่ได้แค่เอาชื่อของพวกเทพหรือตำนานต่างๆมาเป็นแค่ชื่อตัวละคร แต่ที่คุณแต่งทุกอย่างมันเหมือนกลับว่านี่ไม่ใช่นิยายนี่คือเรื่องจริงๆที่เกิดขึ้นจริงๆ ประทับใจมากในแต่ละเรื่อง คุณยกมาทั้งเรื่องเล่า ตำนาน และเจาะลึกลงไปในเรื่องที่คุณแต่ง คุณไม่ใช่แค่เเต่งเฉย แต่คุณคือศึกษาในทุกๆเรื่องที่คุณจะแต่ง เรารู้สึกว่าคุณเนี่ยเก่งมากๆ ฉลาดด้วย สุดยอดมาก เรายกคุณเป็นที่หนึ่งของไรท์เตอร์เลย ในใจเราจริงๆ
    #92
    0
  23. #90 06.33AM (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 21:01
    ลึกลับจริงๆเลยธีรอน ต้นกำเนิดน้องต้องยิ่งใหญ่แน่เลย
    #90
    0
  24. #89 Ingey (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 20:28

    น้องงงงง

    #89
    0
  25. #87 Wannaporn08 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 17:30
    ลุ้นมากกกก น้องธีรอนก็ยังคงลึกลับในความคิดเราอยู่ดี55555
    #87
    0