{Fic BTS} The Legend of Iolite ดวงใจสมุทร [Kookv]

ตอนที่ 5 : Chapter 4 : Sunlight and the Lyre

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 823
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 182 ครั้ง
    5 พ.ค. 63

 

Chapter 4 

Sunlight and the Lyre

 

สถานที่ที่ธีรอนกับปลากระเบนพาคลาอัสมานั้นแตกต่างไปจากที่เขาจินตนาการเอาไว้พอสมควร

คราแรกที่ได้ยินว่าเนเรอุสเป็นสมุทรเทพรุ่นก่อน คลาอัสก็จินตนาการถึงรูปลักษณ์และสถานที่ที่อีกฝ่ายพำนักอยู่เอาไว้มากมาย เขาได้ความรู้เพิ่มเติมจากเกรเกอรี่ผู้เงียบขรึมว่าตำนานของมนุษย์เรียกเนเรอุสว่าชายชราแห่งท้องทะเล ดังนั้นจึงคิดไปว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นชายชราท่าทางภูมิฐาน และในเมื่อเป็นที่พำนักของเทพองค์หนึ่ง เช่นนั้นเขาก็ควรจะอาศัยอยู่บนเกาะหรือชายฝั่งที่อุดมสมบูรณ์

ทว่าสิ่งที่เขาได้พบ...กลับเป็นชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่ง เขามีผิวสีเข้มเหมือนชาวกรีกที่ใช้ชีวิตอยู่ตามชายฝั่งมาเป็นเวลานาน หากประเมิณคะเนด้วยสายตาแล้ว รูปลักษณ์ภายนอกของเขาดูราวอายุเพียงยี่สิบปลายๆเท่านั้น เป็นชายฉกรรจ์ที่ดูธรรมดา แต่ก็แฝงไว้ด้วยรังสีกดดันบางอย่าง เป็นความกดดันที่แผ่ออกมาเองโดยที่เขาไม่จำเป็นต้องทำสิ่งใดเพื่อให้ตัวเองดูน่าเกรงขามเลย

เส้นผมของอีกฝ่ายเป็นสีของเม็ดทราย ตัดกับผิวสีเข้มของเขาอย่างลงตัว ดวงตาสีน้ำเงินเข้มราวกับทะเลน้ำลึกกอปรไปด้วยความเฉลียวฉลาดและความรอบรู้ เมื่อสบกับดวงตาคู่นั้น คลาอัสก็พลันเข้าใจว่าเพราะเหตุใดเทพเจ้าองค์นี้จึงได้รับการขนานนามว่าเป็นชายชราแห่งท้องทะเล

ในดวงตาคู่นั้นคือแววตาของคนที่อยู่มานาน เป็นสายตาที่มองทะลุทุกสิ่ง ราวกับว่าไม่มีสิ่งใดที่เขาไม่ล่วงรู้ ไม่มีสิ่งใดที่เขาไม่เคยพบเห็นหรือสัมผัส มันคือประสบการณ์ที่มีเพียงผู้อยู่มาเป็นเวลานานเท่านั้นถึงจะสามารถครอบครอง

เทพเจ้าแห่งท้องทะเลองค์นี้นั่งอยู่บนโขดหินใกล้ผาหินริมชายฝั่งแห่งหนึ่ง สวมห่มผืนผ้าสีหม่นเนื้อหยาบราวกับเป็นเพียงชายหาปลาคนหนึ่งจริงๆ ข้างกายของเขายังวางฉมวกสำหรับแทงปลาเอาไว้เล่มหนึ่ง หากไม่ติดว่าบริเวณนี้ไม่มีเรือประมงจอดอยู่แม้เพียงลำเดียว เขาอาจเชื่อไปแล้วก็ได้ว่าชายคนนี้เป็นเพียงชาวประมงคนหนึ่งจริงๆ

เนเรอุสมองเขาด้วยสายตาที่คล้ายต้องการมองให้ทะลุไปถึงภายในความคิดของเขา ก่อนจะเบือนสายตาไปทางธีรอนที่ตอนนี้กระโดดขึ้นไปยืนอยู่บนโขดหินเดียวกันแล้วเอ่ยว่า “พาบุตรแห่งซุสมาหาข้า คิดจะทำอะไร”

ธีรอนยื่นมือมาช่วยดึงคลาอัสให้ก้าวขึ้นไปบนโขดหิน แล้วยื่นมือไปลูบหลังปลากระเบนเป็นเชิงขอบคุณ กระเบนยักษ์ขยับครีบด้านข้างอย่างร่าเริงแล้วว่ายลงไปในน้ำ รอจนกระทั่งเขามั่นใจว่าคลาอัสยืนอย่างมั่นคงแล้ว จึงหันไปยิ้มให้เนเรอุสแล้วกล่าวว่า “เขาถูกเฮร่าสาป”

“ข้าแก้คำสาปของเฮร่าไม่ได้” เนเรอุสกล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะเอนตัวลงนอนบนโขดหิน ใช้สองมือรองใต้ศีรษะเอาไว้อย่างเกียจคร้าน “ไม่ต้องเกริ่นให้มากความ เอ่ยให้ตรงประเด็น”

“ตรงประเด็นเลยหรือ” ธีรอนเอียงศีรษะเล็กน้อย คล้ายไม่รู้จะตัดให้เข้าประเด็นตรงๆอย่างไรดี ในเมื่อเรื่องนี้ควรเล่าตั้งแต่เริ่ม “แต่เรื่องมันยาวอยู่ เอาเป็นว่าข้าจะพยายามสรุปสั้นๆก็แล้วกัน เขาถูกเฮร่าสาป โพไซดอนรับปากจะช่วยเขา แต่มีเงื่อนไขคือภารกิจ”

“ในเมื่อเป็นภารกิจของโพไซดอน เจ้าคนเดียวก็ช่วยเขาได้แล้ว” เนเรอุสกล่าวอย่างเฉื่อยชา หลับตาลงราวกับคิดจะเข้าสู่ห้วงนิทรา “รีบเอ่ยเข้าเรื่องก่อนที่ข้าจะนอนหลับ”

ธีรอนเห็นเนเรอุสทำท่าจะเมินตนเองเข้าจริงๆ ก็รีบร้องเสียงดังว่า “ภารกิจที่ว่าคือตามหาดวงใจสมุทร!”

พรวด!

ร่างแข็งแรงปราดเปรียวของเทพแห่งท้องทะเลเด้งตัวขึ้นนั่งในทันที ปฏิกิริยาของเขาไม่เพียงทำให้คลาอัสชะงัก แม้แต่ธีรอนก็ยังผงะคล้ายคิดไม่ถึงว่าเนเรอุสจะมีการตอบโต้ที่รุนแรงเช่นนี้

เนเรอุสเองก็รู้ว่าตนเสียกริยาเช่นกัน เขาเก็บท่าทางตระหนก กลับคืนสู่ท่าทางคล้ายไม่ใส่ใจต่อสิ่งใด ถามด้วยน้ำเสียงเกียจคร้านว่า “ดวงใจสมุทรไม่ได้อยู่ที่ตรีศูลของโพไซดอนหรอกหรือ?”

“เอาเป็นว่ามันหายไปแล้ว” ธีรอนไม่อยากเล่าเท้าความอะไรอีก เขาพยายามทำตามที่อีกฝ่ายบอกอย่างเคร่งครัด เอ่ยต่ออย่างเข้าประเด็นตรงๆ “มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นหลายอย่าง ข้าถูกมหาสมุทรพัดมาไกลจนเจอเรือของคลาอัส คำทำนายของเดลฟีบอกให้คลาอัสรับข้าขึ้นเรือ จากนั้นในมือของคลาอัสก็มีแผนที่ที่โพไซดอนบอกว่าดวงใจสมุทรถูกนำไปไว้ที่นั่น และที่แห่งนั้นก็คือ...”

“คาบสมุทรเหนือ?”

เนเรอุสเอ่ยคำตอบได้ก่อนที่ธีรอนจะกล่าวจบ เขายกมือขึ้นนวดหัวตา ราวกับชายชราที่รู้สึกเวียนศีรษะขึ้นมาอย่างกะทันหัน จากนั้นก็ค้างอยู่ในท่านั้นเสียเนิ่นนาน นานจนธีรอนกลับคลาอัสต้องลอบมองหน้ากันเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

ในที่สุดธีรอนก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้น กล่าวว่า “สมกับที่เป็นชายชราแห่งท้องทะเล ไม่มีอะไรที่ท่านไม่รู้จริงๆ ท่านรู้ในทันทีเลยหรือว่าเป็นคาบสมุทรเหนือ”

คลาอัสมองไปยังอดีตสมุทรเทพก่อนจะหรี่ตาลง ท่าทางของเนเรอุสไม่มีทางหลุดรอดสายตาของเขาไปได้ เทพเจ้าองค์นี้รู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับภารกิจของเขา หรือไม่ก็ต้องรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับมณีดวงใจสมุทรเม็ดนั้นอย่างแน่นอน

เนเรอุสลดมือที่นวดหัวตาลงเมื่อได้ยินคำพูดของธีรอน เขาเหลือบมองเด็กหนุ่มก่อนจะเอ่ยว่า “ที่เจ้ามาก็เพราะจะชวนให้ข้าเดินทางไปด้วย?”

ธีรอนพยักหน้าอย่างแรง

เนเรอุสขมวดคิ้ว “ต่อให้เป็นเทพเจ้า หากเข้าไปในใจกลางคาบสมุทรเหนือ ก็จะกลายเป็นเพียงคนธรรมดา ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่อันตรายมาก อีกอย่างคือการที่มณีถูกนำไปไว้ที่นั่น ก็...ค่อนข้างเป็นเรื่องที่ดีแล้ว”

“หืม ดีอย่างไร”

“แต่เดิมมันก็ไม่ใช่ของที่ควรเอาไปประดับตรีศูล ยิ่งไม่ควรยอมปล่อยให้หายไป โพไซดอน เจ้าหนูนั่นช่าง...” เนเรอุสอยู่ดีๆก็มีท่าทางหงุดหงิดขึ้นมา เขาคว้าฉมวกที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาแล้วกระโดดลุกขึ้นยืน แขนที่มีกล้ามเนื้อพอประมาณเกร็งเงื้อขึ้น พริบตาต่อมาก็ขว้างฉมวกในมือออกไปสุดแรง

ฉมวกเหล็กพุ่งวูบออกไปไกล ก่อนจะพุ่งลงน้ำด้วยเสียงตูมดังสนั่น ธีรอนมีสีหน้าเหยเกเล็กน้อย พึมพำว่า “ท่านทำอะไรน่ะ คิดจะรื้อวังของโพไซดอนหรือ”

“ดวงใจสมุทรหายไป ตัวเองเก็บข่าวเงียบไม่ออกตามหา แต่ดันส่งเด็กมนุษย์กึ่งเทพให้ออกไปหามาคืนให้ เห็นได้ชัดว่ากลัวขายขี้หน้าและไม่กล้าไปบุกทะเลเหนือด้วยตัวเอง” เนเรอุสกล่าวด้วยน้ำเสียงเหมือนญาติผู้ใหญ่ที่ตำหนิบุตรหลานของตนเอง “ไร้ความรับผิดชอบเกินไปแล้ว หากไม่มีเจ้าร่วมเดินทาง เกรงว่าเจ้าหนุ่มผู้นี้คงต้องเอาชีวิตไปทิ้งแน่”

ตั้งแต่สบตากันครั้งแรกจนกระทั่งถึงตอนนี้ เนเรอุสก็ทำราวคลาอัสไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้ ราวกับว่าในสายตาของเขามีเพียงเด็กหนุ่มเท่านั้นที่ควรค่าแก่การสนทนาด้วย ทว่าคลาอัสกลับไม่ได้รู้สึกไม่พอใจแต่อย่างใด เขาเพียงแต่มองสังเกตทั้งสองอยู่ด้านข้างเงียบๆ เท่านั้น

“แล้ว...ตกลงว่าเพราะอะไรท่านถึงคิดว่ามันอยู่ที่คาบสมุทรเหนือดีแล้ว” ธีรอนถามต่อด้วยความสงสัย

เนเรอุสชะงักไป ก่อนที่เขาจะขมวดคิ้วคล้ายนึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ “ประเดี๋ยวก่อน ก่อนหน้านี้เจ้าบอกว่าถูกมหาสมุทรพัดไกลมาถึงเรือของเจ้าหนุ่มคนนี้ แล้วคำพยากรณ์ของเดลฟีก็บอกเอาไว้ว่าให้เจ้าหนุ่มคนนี้รับเจ้าขึ้นเรือ?”

“ใช่แล้ว”

นัยน์ตาสีห้วงสมุทรดูราวกับเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้น เนเรอุสจับจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “ดวงใจสมุทรไม่ใช่มณีวิเศษธรรมดา มันคือขุมพลัง นานมาแล้วพอนตัสบิดาข้ามอบมันให้โพไซดอนด้วยเหตุผลบางอย่าง...เรื่องนี้เล่าไปแล้วก็ยาวเช่นกัน สรุปก็คือคล้ายกับสายฟ้าของซุสที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้อื่น ต่อมาถูกส่งมอบให้เขา กลายเป็นอาวุธและขุมพลังของเขา เพื่อสนับสนุนให้เขาได้ปกครองผืนน้ำอย่างเต็มกำลังและป้องกันไม่ให้เทพแห่งท้องทะเลองค์อื่นๆก่อการกบฏยึดอำนาจใต้บาดาลมาจากเขา ทุกวันนี้โพไซดอนไม่จำเป็นต้องใช้มันอีกต่อไปแล้ว อำนาจของเขามั่นคง คาดว่าด้วยเหตุนี้จึงลดการให้ความสำคัญกับดวงใจสมุทรลง ทว่าหากมันถูกขโมยไปโดยเทพองค์อื่นก็คงเป็นเรื่องใหญ่ แต่ในเมื่อมันไปอยู่ที่คาบสมุทรเหนือ ที่ซึ่งเทพองค์ใดล้วนไม่อาจใช้อำนาจพลังได้ ก็ย่อมเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดที่จะให้มณีชิ้นนั้นสถิตอยู่”

คลาอัสที่นิ่งเงียบมาตลอดพลันเอ่ยแทรกขึ้นว่า “แต่ข้าจำเป็นต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ”

เขาไม่สนใจเรื่องอำนาจของเทพเจ้าในมหาสมุทรทั้งหลาย และไม่ใส่ใจว่าใครจะอยากโค่นวังบาดาลของโพไซดอนหรือไม่ เขาสนใจเพียงแค่ชีวิตอันทุกข์ทรมานของผู้เป็นมารดา และคำสัญญาที่จะช่วยแก้คำสาปให้พวกเขาของโพไซดอนเท่านั้น 

ธีรอนหันมามองเขา ก่อนจะเอ่ยกับเนเรอุสว่า “หากข้ายืนยันจะไปกับเขาให้ได้เล่า หากข้ายืนยันว่าจะพาเขาไปเอามณีเม็ดนั้นกลับมาให้โพไซดอนให้ได้”

เนเรอุสทรุดตัวลงนั่ง เขายืดขาทั้งสองข้างออก สายตามองไปยังมหาสมุทรกว้างใหญ่ไพศาลเบื้องหน้าอยู่ครู่หนึ่ง “หากมหาสมุทรเป็นคนพาเจ้าไปส่งที่ข้างเรือของเขา หากคำพยากรณ์กล่าวเช่นนั้น...”

“ตกลงท่านจะไปด้วยกันกับพวกเราไหม”

เนเรอุสจ้องมองมหาสมุทรอีกครู่ใหญ่ ก่อนจะเค้นเสียงออกมาราวกับกำลังกัดฟันว่า “ไป”

คลาอัสหรี่ตาลงอีกครั้ง เขากวาดสายตามองเทพแห่งท้องทะเลกับเด็กหนุ่มปริศนาที่กำลังยืนยิ้มกว้างอยู่ข้างกายเขาด้วยสายตาครุ่นคิด

ราวกับเขาสัมผัสได้ถึงจุดเชื่อมโยงบางอย่าง ทว่าหนทางยังคงเลือนราง ไม่อาจมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าจุดเชื่อมโยงที่ว่านั้นคืออะไรกันแน่

แต่ที่เขาแน่ใจได้อย่างหนึ่งก็คือ จากคำพูดของเนเรอุส ดูเหมือนว่าการเดินทางของเขาในครั้งนี้ จะเป็นการชักใยของเหล่าเทพเจ้า เรื่องราวของบรรดาเทพแห่งมหาสมุทรทั้งสามรุ่น เชื่อมโยงอย่างน่าประหลาดกับมณีที่ชื่อว่าดวงใจสมุทร และยังโยงใยมาถึงเด็กหนุ่มปริศนานามว่าธีรอนผู้นี้ด้วย

คล้ายกับเขาเป็นเพียงหมากเล็กๆตัวหนึ่งที่ถูกม้วนตลบเข้าไปอยู่ในวังวนคลื่นสมุทรของเหล่าเทพเจ้า

ทว่าเขาไม่โกรธเคือง ทั้งยังไม่น้อยใจต่อโชคชะตา หากการเป็นหมากให้เทพเจ้าทำให้เขาสามารถช่วยเหลือมารดาและปลดคำสาปของเฮร่าได้ ต่อให้ต้องบุกลงนรกทาทารัสเขาก็ยินดีไป ไม่ต้องพูดถูกการเสี่ยงตายไปยังทะเลเหนือเลย

ในตอนนั้นเอง ทะเลก็พลันมีความเคลื่อนไหว 

คลื่นน้ำกระจายตัวออกเกิดเป็นสายรุ้งเล็กๆเหนือผิวน้ำ จากนั้นร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งก็ค่อยๆปรากฏขึ้นมา ผิวของเขาขาวเนียนราวกับมุก เส้นผมสีเขียวเข้มประกายฟ้ายาวเปียกแนบไปกับร่างท่อนบนที่เปลือยเปล่า ใบหน้าของชายหนุ่มงดงามหล่อเหลา ยามที่เขาเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้โขดหิน ระดับน้ำที่ตื้นขึ้นทำให้คลาอัสสามารถมองเห็นได้ว่าร่างส่วนที่เหลือซึ่งอยู่ใต้น้ำของเขา...เป็นหางปลา

หางปลาสีเขียวอมฟ้าเรืองรองขยับไปมาราวกับกำลังช่วยพยุงร่างของเขาให้ลอยอยู่เหนือน้ำ คลาอัสคิดไม่ถึงว่าจะได้พบเห็นเงือกตัวเป็นๆในเวลานี้ จึงมองอีกฝ่ายอย่างอึ้งๆอยู่ครู่ใหญ่

“ไทรทัน?” ธีรอนเอ่ยด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นผู้มาใหม่

ดวงตาของคลาอัสเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เขารู้จักนามนี้ ไทรทันคือบุตรชายของโพไซดอน เป็นเทพแห่งท้องทะเลอีกองค์หนึ่งที่มีชื่อเสียงในหมู่มนุษย์ มารดาของเขาคือมเหสีของโพไซดอน หรือก็คือบุตรสาวของเนเรอุส ดังนั้นไทรทันจึงมีศักดิ์เป็นหลานชายแท้ๆของเนเรอุสนั่นเอง

ชายหนุ่มสองคนที่ดูไปแล้วอายุห่างกันไม่มาก แต่จริงกลับเป็นตาหลานกัน โลกของเหล่าเทพเจ้าช่างสับสนวุ่นวายนัก

“ธีรอน เจ้าอยู่ที่นี่ด้วยหรือ” ไทรทันเอ่ยด้วยความประหลาดใจ ใบหน้าหล่อเหลามีรอยยิ้มปรากฏขึ้นเล็กน้อย แต่แล้วเขาก็รีบตีหน้าขรึม หันไปยื่นฉมวกแทงปลาเล่มหนึ่งให้กับเนเรอุสก่อนจะกล่าวว่า “ท่านพ่อสั่งให้นำอาวุธมาคืนท่านตาขอรับ”

คลาอัสเหลือบมองสีหน้าของธีรอนแวบหนึ่ง ก่อนจะพบว่ารอยยิ้มที่มักจะสดใสของเด็กหนุ่มจืดเจื่อนลงไปไม่น้อยเมื่อเห็นไทรทัน ทั้งยังดูหวาดระแวงอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อยอีกด้วย

ราวกับ...ไม่อยากเจอหน้าอีกฝ่ายเท่าไรนัก

เนเรอุสก็สังเกตเห็นเช่นกัน เขาจึงยื่นมือไปรับฉมวกเหล็กมาแล้วกล่าวเสียงเรียบว่า “ขอบใจ เจ้ากลับไปได้แล้ว ข้ากำลังคุยเรื่องสำคัญกันอยู่”

ไทรทันชะงักไป เขาเหลือบมองธีรอนด้วยแววตาเสียดาย ก่อนที่สายตาจะเลื่อนมาทางคลาอัสแล้วขมวดคิ้ว “เจ้าคือบุตรแห่งซุสที่ชื่อคลาอัสใช่หรือไม่”

คลาอัสพยักหน้า อดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ที่อีกฝ่ายรู้จักชื่อของเขา

“เมื่อครู่นี้เทพเฮอร์มีสเพิ่งจะ...”

วูบ!

ทันใดนั้นรัศมีอันร้อนแรงและแสงสว่างเจิดจ้าก็ร่อนจากฟากฟ้าตกลงมาบนโขดหินที่พวกเขายืนอยู่ ก่อนจะค่อยๆกลายเป็นร่างของบุรุษผู้มีเรือนผมสีทองเข้ม อะพอลโลมาถึงแล้วก็ก้าวเข้าไปหาคลาอัสพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “คลาอัส เฮร่ารู้แล้วว่าเจ้ารับภารกิจของโพไซดอนเพื่อแลกกับการถอนคำสาป นางไม่พอใจมาก จึงตั้งใจจะไปจัดการมารดาเจ้า”

“ว่างอย่างไรนะ”

“แต่ว่าเฮอร์มีสไปช่วยมารดาของเจ้าเอาไว้ทัน เขาพานางหนีไปได้ ตอนนี้พาไปหลบที่วังบาดาลของโพไซดอนเรียบร้อยแล้ว” อะพอลโลเอ่ยต่ออย่างรวดเร็ว

ไทรทันกระแอมเสียงเบา พึมพำว่า “ข้าก็กำลังจะพูดเรื่องนั้นอยู่พอดี”

หัวใจที่กระดอนขึ้นสูงเพราะความร้อนใจของคลาอัสกลับคืนสู่ที่เดิม เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะก้มศีรษะให้อะพอลโลด้วยความซาบซึ้งจากใจ “ขอบคุณท่านกับเฮอร์มีสที่ช่วยเหลือ”

อะพอลโลโบกมือ “ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ถึงเฮร่าจะโมโหแต่ก็เล่นงานพวกข้าไม่ได้มากนักหรอก ในเมื่อมารดาเจ้าหลบอยู่ในวังของโพไซดอนแล้ว เป้าหมายของนางอาจจะเปลี่ยนมาเป็นเจ้าแทน ดังนั้นข้าจึงมาแจ้งข่าวพร้อมถือโอกาสเตือนเจ้าไปด้วย...ในตัว”

ยามที่เอ่ยสองคำสุดท้าย สายตาของอะพอลโลก็เหลือบไปเห็นเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกายคลาอัสเข้า เสียงของสุริยเทพขาดห้วงไปเล็กน้อยเมื่อสบตากับเด็กหนุ่ม ก่อนที่นัยน์ตาคู่นั้นจะฉายประกายร้อนแรงขึ้นมาในฉับพลัน “หนุ่มน้อย เจ้าเป็นใครกัน”

ไม่ใช่เพียงเนเรอุสกับไทรทันที่มีท่าทางร้อนรนขึ้นมาเมื่อเห็นปฏิกิริยาของอะพอลโล แม้แต่คลาอัสเองก็ยังหัวใจกระตุกวูบขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขาขยับตัวเล็กน้อย ใช้ไหล่กว้างของตัวเองบังร่างของธีรอนเอาไว้อย่างแนบเนียนก่อนจะกล่าวว่า “เขาคือคนผู้ปรากฏกายเคียงนาวา ผู้ที่คำพยากรณ์บอกให้ข้ารับขึ้นเรือ เป็นผู้นำทางของข้า”

น้ำเสียงของคลาอัสเรียบเฉยเหมือนในยามปกติ แต่อะพอลโลกลับสัมผัสได้ถึงร่องรอยของการเตือนบางอย่างเจือมาในกระแสเสียงของน้องชายด้วย สุริยเทพเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ส่งเสียงดังอ้อ ก่อนจะกล่าวว่า “ที่แท้ก็เป็นคนของน้องชายข้านี่เอง เช่นนั้นก็แล้วไปเถอะ”

อะพอลโลไม่เหมือนบิดาของเขา เขามีภรรยาหลายนางก็จริง แต่ไม่ได้หว่านเมล็ดพันธุ์ไปทั่วมากถึงเพียงนั้น ซ้ำยังน้อยครั้งมากที่จะต้องตาบุรุษ หากทว่าเมื่อเห็นธีรอน เขากลับรู้สึกชอบพอถูกตาต้องใจแทบจะในทันที 

น่าเสียดายที่เด็กหนุ่มรูปงามผู้นี้คล้ายถูกน้องชายของเขาจองตัวเอาไว้เสียแล้ว

เพราะคลาอัสหันหลังให้ เขาจึงไม่เห็นว่าธีรอนมีสีหน้าเช่นกัน ทว่าความเข้าใจผิดของอะพอลโลก็ทำให้เขารู้สึกเก้อกระดากขึ้นมาแล้ว เนเรอุสเหลือบมองเขาด้วยสายตาเฉยชา ราวกับมองออกว่าเขาเพียงทำไปเพื่อปกป้องธีรอน ขณะที่ไทรทันมองเขาด้วยสายตาที่ค่อนข้างส่อแววไม่เป็นมิตร

เป็นครั้งแรกที่คลาอัสรู้สึกทั้งโกรธทั้งขำกับสถานการณ์ที่ตนเองกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

ในตอนนั้นเอง ธีรอนก็กล่าวขึ้นมาว่า “ในเมื่อสุริยะเทพช่วยเหลือคลาอัสได้โดยไม่กังวลว่าเฮร่าจะเล่นงานท่าน เช่นนั้นเหตุใดจึงไม่เป็นผู้ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางขึ้นเหนือของเขาด้วยเล่า”

อะพอลโลหันไปมองเขา ยิ่งมองยิ่งรู้สึกชอบใจ จึงเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มว่า “หนุ่มน้อยคนงาม เจ้าอยากให้ข้าทำอย่างไร ไหนลองบอกมา หากทำได้ข้าจะไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน”

“แสงอาทิตย์กับพิณ” ธีรอนกะพริบตา ขยับออกมาจากด้านหลังของคลาอัสแล้วก้าวเข้าไปยืนเบื้องหน้าอะพอลโล พร้อมเอ่ยด้วยรอยยิ้มใสซื่อว่า “หากท่านให้ยืมสองสิ่งนี้ รับประกันได้ว่าพวกมันจะมีส่วนช่วยคลาอัสระหว่างการเดินทางครั้งนี้อย่างยิ่งยวดแน่นอน”

แสงอาทิตย์กับพิณ? คลาอัสมองธีรอนด้วยความสงสัย แต่ก็พอจะเข้าใจได้ว่านี่คงเป็นของที่จำเป็นต้องใช้ในการเดินทาง ไม่เช่นนั้นธีรอนคงไม่กล้าเอ่ยปากขอจากอะพอลโลดื้อๆเช่นนี้แน่ ปัญหาคืออะพอลโลจะยอมให้ตามที่เขาขอหรือไม่...

ดูเหมือน...จะไม่คิดปฏิเสธเลยแม้แต่น้อยกระมัง

มองดูพี่ชายต่างมารดายิ้มหวานให้ธีรอน ก่อนจะเสกพิณตัวหนึ่งออกมา แล้วยื่นส่งให้เด็กหนุ่มด้วยตัวเอง คลาอัสก็อดรู้สึกคับข้องใจขึ้นมาไม่ได้ แม้ว่าสีหน้าของเขาจะยังคงเรียบเฉย แต่ดวงตาของเขากลับฉายแววราวกับพายุฝนที่กำลังตั้งเค้าอย่างไรอย่างนั้น

อะพอลโลเหลือบมองน้องชายแวบหนึ่ง ก่อนจะเสกขวดแก้วขึ้นมา แล้วสร้างดวงไฟเล็กจิ๋วทว่าสว่างเจิดจ้าดวงหนึ่งใส่ลงไปในนั้น จากนั้นใช้จุดไม้อุดปากขวดเอาไว้ “หนุ่มน้อย นี่คือพิณที่ข้าสร้างเองกับมือ ถึงจะไม่อาจเทียบพิณที่เฮอร์มีสสร้างให้ข้าได้ แต่ก็ไม่ด้อยไปกว่ากันมาก ส่วนแสงอาทิตย์นี้เจ้าต้องระมัดระวังให้ดี อย่าได้ใช้มือเปล่าแตะต้องมันโดยเด็ดขาด” เอ่ยจบแล้วก็คล้ายอดใจไม่ไหว ต้องยื่นมือไปลูบเส้นผมของเด็กหนุ่ม สัมผัสของเส้นผมนุ่มลื่นทำให้สุริยเทพรู้สึกเพลิดเพลิน มือก็เลื่อนลงไปยังข้างแก้มของเด็กหนุ่มอย่างห้ามตัวเองไม่ได้

“อะแฮ่ม” เนเรอุสส่งเสียงกระแอมขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขาเคาะฉมวกลงบนโขดหินเบาๆ ทว่ากลับทำให้โขดหินสั่นคลอน “หมดธุระก็แยกย้ายกันได้แล้ว ในเมื่อเฮร่าโกรธแล้ว ภารกิจนี้ก็ยิ่งต้องเร่งมือ ควรจะออกเดินทางให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้”

คลาอัสหลุบดวงตาที่มีพายุโหมกระหน่ำของตัวเองลง อยู่ดีๆก็ไม่อยากมองหน้าพี่ชายผู้มีพระคุณของตนขึ้นมาอย่างกะทันหัน อะพอลโลชักมือกลับพลางหัวเราะเสียงแห้งก่อนจะหายวับไปพร้อมกับแสงสว่างเจิดจ้า ไทรทันเองก็มองธีรอนอย่างอาวรณ์ก่อนจะดำลงน้ำไป 

เนเรอุสสบตาธีรอน ก่อนที่เขาจะถอนหายใจกล่าวว่า “ข้าจะไปรอที่เรือของพวกเจ้า” พริบตาต่อมาเขาก็กระโจนลงน้ำแล้วหายวับไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน

บนโขดหินที่เหลือเพียงคลาอัสกับธีรอน ฝ่ามืออบอุ่นแตะลงบนท่อนแขนของคลาอัสอย่างแผ่วเบา ก่อนที่น้ำเสียงอ่อนโยนเจือกระแสขบขันจะเอ่ยว่า “ได้ทั้งแสงอาทิตย์และพิณมา แลกกับการโดนลูบเล็กน้อยไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เทพเจ้าต้องตาข้า เจ้าไม่ต้องกังวลหรอก พวกเขาทำอะไรข้าไม่ได้ทั้งนั้นแหละ”

คลาอัสเงยหน้าขึ้นมองเขา “ข้าไม่ได้กังวล”

“ไม่ได้กังวลหรือ”

“ข้ารู้ว่าเจ้ามีความสามารถ ต่อให้เป็นอะพอลโลก็ไม่สามารถมาจับตัวเจ้าไปได้ ตราบใดที่เจ้าอยู่ในทะเล” คลาอัสกล่าวเสียงเรียบ ดึงแขนออกจากมือของอีกฝ่าย 

ธีรอนเอียงศีรษะ “ในเมื่อไม่ได้กังวลว่าข้าจะถูกจับตัวไป เช่นนั้นก็แปลว่าเจ้ากำลังหึงหวงน่ะสิ”

คลาอัสตัวแข็งทื่อ ร่างกายที่ชะงักค้างอย่างกะทันหันขณะกำลังจะก้าวเดินส่งผลให้ร่างของเขาเอียงวูบ เท้าที่เหยียบอยู่บนโขดหินเปียกลื่นไถล วินาทีต่อมาชายหนุ่มก็ตกน้ำตูมลงไปโดยที่ธีรอนคว้าเอาไว้ไม่ทัน

เด็กหนุ่มอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเสียงดังลั่น “ฮ่าๆๆๆ คลาอัส เจ้าเป็นอะไรไหม”

น้ำทะเลเค็มจัดทะลักเข้าปาก คลาอัสลอยตัวอยู่ในน้ำส่งเสียงไอพลางถลึงตาใส่คนที่ยืนหัวเราะกุมท้องอยู่บนโขดหินไปพลาง ขณะที่เขากำลังคิดจะเอ่ยอะไร ใต้ร่างก็ถูกดันขึ้น เมื่อก้มลงไปมองก็พบว่ากระเบนยักษ์ว่ายมาอยู่ใต้ตัวของเขาแล้ว

ธีรอนกระโดดลงน้ำมาก่อนจะยัดขวดใส่แสงอาทิตย์กับพิณไว้ในอ้อมแขนของชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนหลังกระเบน เมื่อถือเอาไว้ในมือคลาอัสจึงได้ค้นพบว่าขวดแก้วที่บรรจุแสงอาทิตย์อุ่นร้อนจนแทบจะลวกมือเลยทีเดียว

“แสงอาทิตย์มีประโยชน์อย่างมากในน่านน้ำที่ทั้งหนาวและมืดมิด ส่วนพิณนั่นเอาไว้รับมือกับพวกไซเรน” ธีรอนกล่าวพลางว่ายน้ำเคียงข้างเขาไปด้านหน้า พวกเขาเคลื่อนที่อย่างไม่รีบร้อน แตกต่างจากตอนขามาที่ว่ายน้ำกันอย่างรวดเร็ว “จริงสิ คลาอัส เจ้าเคยมีคนรักหรือไม่”

คลาอัสถูกคำถามที่ไม่ทันตั้งตัวนี้ทำเอาแทบจะลื่นตกจากหลังกระเบน เขาพยายามทรงตัว ก่อนจะมองเด็กหนุ่มตาขวาง “ถามทำไม”

“เพราะเจ้าดูเหมือนคนไม่มีประสบการณ์ด้านความรัก” ธีรอนหัวเราะเสียงใส “ทั้งยังไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกของตัวเองอย่างไร”

คลาอัสเบือนหน้าไปทางอื่น อยู่ๆก็รู้สึกว่าธีรอนในยามนี้ช่างน่าชังนัก เอ่ยคำพูดราวกับสามารถรุกล้ำเข้ามาในหัวใจของเขาได้อย่างไรอย่างนั้น ทั้งยังทำตัวเหมือนคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อน เหมือนพวกผู้ใหญ่ที่รู้เท่าทันความคิดของเด็ก ทำให้เขารู้สึกกระดากและทำตัวไม่ถูกขึ้นมา

ทว่าสุดท้ายเขาก็ถามกลับไปอย่างห้ามตัวเองไม่อยู่ว่า “เจ้าเล่า...เจ้าอยู่มานาน ทั้งยังมีคนมาต้องตามากมาย เคยมีคนรักหรือไม่”

ธีรอนส่ายหน้า ทว่าบนใบหน้ากลับปรากฏรอยยิ้มอ่อนโยนขึ้นมา ราวกับกำลังนึกถึงเรื่องอันงดงามที่อยู่ในความทรงจำของตน “ข้าไม่เคยมีคนรัก ทว่าข้ารู้จักคนผู้หนึ่งที่มีความรักอันยิ่งใหญ่ และสามารถกระทำสิ่งต่างๆได้มากมายเพื่อความรักนั้น เขาเป็นแรงบันดาลใจให้กับข้า ทำให้ข้าคิดว่าหากมีวันหนึ่ง ข้าสามารถพบคนที่ข้าจะสามารถทุ่มเทความรักให้ได้แบบเดียวกับที่เขาคนนั้นทำ ข้าเองก็จะกระทำทุกสิ่งเพื่อคนที่ข้ารักให้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเขา จะมอบความรักที่มั่นคงประดุจดังความรักของทะเลที่ไม่มีวันห่างหายจากผืนฝั่งให้เขา”

คลาอัสได้ยินแล้วก็คล้ายไม่อาจทนมองธีรอนตรงๆได้อีกต่อไป เขาเบนสายตาออกไปทอดมองทะเลที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา แววตาฉายอารมณ์อันซับซ้อนขึ้นมา

“ทั้งชีวิตข้ารู้จักเพียงความรักอันโง่งมและเห็นแก่ตัวเท่านั้น หากมีใครสักคนได้รับความรักเช่นนั้นจากเจ้าจริง...” ชายหนุ่มพึมพำเสียงเบา ก่อนจะทิ้งประโยคสุดท้ายไว้ในใจ ไม่ได้เอื้อนเอ่ยมันออกไป

ข้าก็คงจะ...ริษยาเขาแทบตายเลยกระมัง

 

 

 

Talk.

ฮั่นแน่ ชอบเขาแล้วล่ะซี้ //แซวพระเอกฟิคตัวเอง5555

ตอนแรกที่เขียนตอนนี้ ไม่ได้ตั้งใจจะให้มีไทรทันโผล่เข้ามา แต่หลังจากเขียนฉากเนเรอุสปาฉมวกลงน้ำแล้ว ก็อดใส่เจ้าชายเงือกเข้าไปสักหน่อยไม่ได้ ก็เลยเขียนให้องค์ชายเธอเอาฉมวกมาคืนท่านตา พร้อมกันมาช่วยชงให้พระเอกของเราเริ่มรู้ใจตัวเองยิ่งขึ้น 

แต่แน่นอนว่าตัวช่วยหลักที่ทำให้คลาอัสฮึดฮัดเป็นพิเศษก็คืออะพอลโลต่างหาก5555 

จริงๆเราชอบอะพอลโลมากที่สุดในบรรดา 12 เทพแห่งโอลิมปัสล่ะค่ะ ถ้าเป็นวงไอดอลก็จะเลือกเป็นเมนอย่างไม่ลังเลเลย เพราะงั้นตอนเขียนเรื่องนี้เลยตั้งใจว่าจะต้องมีบทของอะพอลโลเยอะๆให้ได้ ส่วนเฮอร์มีสก็ตามมาติดๆเพราะเป็นรองเมน(และเราชอบอะพอลโลxเฮอร์มีส//เดี๋ยวๆ นี่มันเรือบาป) 

คือ...อะพอลโลเป็นเทพที่อาจจะเจ้าชู้มีเมียสาวๆหลายคนทั้งแบบที่ได้มาอย่างถูกต้องและลักลอบได้เสีย (ก็ตามสไตล์ท่านเทพตระกูลนี้เขาล่ะนะ) แต่ความรักที่อะพอลโลมีต่อบุรุษนั้น สะท้อนถึงความเชื่อของกรีกโบราณที่ว่าความรักระหว่างชายกับชาย ซึ่งไม่ได้เกิดความจากความใคร่คิดสืบพันธุ์นั้นคือความรักที่บริสุทธิ์ บุรุษที่อะพอลโลรักมักไม่ได้ครองคู่กับเขา เพราะตายกลายเป็นต้นไม้ดอกไม้กันไปหมด แต่เวลาอะพอลโลตกหลุมรักผู้ชายคนไหนแล้วเขาจะมอบความรักที่บริสุทธิ์มากให้ไป ดูแลอย่างดี ไม่ฉุดคร่าไปอยู่ด้วย เคารพให้เกียรติและทำพยายามความปรารถนาของคนที่เขารักให้เป็นจริงเสมอ เราชอบตรงจุดนี้มากๆเลยล่ะค่ะ

เอ้า เผลอพล่ามเรื่องอะพอลโลเสียนาน ถถถ เอาเป็นว่าเรามารอดูกันต่อไปค่ะ ว่าความรักอันยิ่งใหญ่ที่ธีรอนพูดถึงคือความรักของใคร ดวงใจสมุทรที่แท้แล้วมีความเป็นมาและเกี่ยวข้องกับสมุทรเทพทั้งสามรุ่นอย่างไร //ชื่อเรื่องก็บอกแล้วว่าตำนานของไอโอไลต์ หรือก็คือตำนานของมณีดวงใจสมุทรนั่นเอง 

แต่บอกก่อนนะคะว่าเรื่องนี้จะไม่ยาวมาก น่าจะราวๆ 12-15 ตอนจบเท่านั้นงับ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 182 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

266 ความคิดเห็น

  1. #252 Midnight1010 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 22:19
    คลาอัสยังไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองสินะ ธีรอนใครคือคนที่พูดถึงนะ กับเนเรอุสนี่พ้องหรือญาติหรือยังไงนะ ต้องรู้ถึงตอนเกิดธีรอนถึงจะไขปริศนาได้อะเนอะงืมงืม เตรียมเดินทาง
    #252
    0
  2. #209 Im your v (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 13:58
    อั้นแน่~ชอบเขาแล้วล่ะสิ
    #209
    0
  3. #204 AkazawaKirika (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 11:55
    - ขำคลาอัสตอนตกน้ำอ่ะ55555 เสียอาการมากแหละดูออก
    - ชอบเรื่องราวความรักชายชายของอะพอลโล่เหมือนกันเลยค่ะ เป็นเรื่องราวที่รู้เลยว่าอะพอลโล่รักชายผู้นั้นจริงๆ จะว่าไปก็น่าสงสารนางนะคะที่รักใครคนนั้นก็กลายเป็นต้นไม้ดอกไม้กันไปหมด
    #204
    0
  4. #199 Monophere (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 08:17
    ขำเนเรอุสตอนตกใจ55555 ส่วนคลาอัสก็คือชอบเขาแหละ
    #199
    0
  5. #190 jazzysam9 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 17:35
    ธีรอนฮอทสุดๆ พบคนหึง 1 ea
    #190
    0
  6. #157 @S_CB (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 21:44
    ฮั่นแน้ๆๆๆๆๆ
    #157
    0
  7. #139 ขนมเค้กแสนหวาน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 19:37
    แอ้แง้งงงง เราอยากให้มียาวๆ เสียดายจังเลยค่ะ ฮื่ออออ
    #139
    0
  8. #133 TONNAMT (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 06:31
    เขินค่ะ น่ารักมากๆ แงงง ตอนนี้คือปริ๊ม ปริ่มมากๆ
    #133
    0
  9. #132 TONNAMT (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 06:31
    เขินค่ะ น่ารักมากๆ แงงง ตอนนี้คือปริ๊ม ปริ่มมากๆ
    #132
    0
  10. #126 thonghan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 00:58
    น่ารักไปหมดเลย
    #126
    0
  11. #114 beam2006 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 22:45
    เราก็ชอบอพอลโล่เหมือนกันค่ะ555 เอ็นดูคลาอัสหึงแต่ดูเหมือนจะไม่รู้ตัว😂
    #114
    0
  12. #108 yraknongtae (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 12:39

    เง้ย เพิ่งรู้นิยามของชายรักชายในทางฝั่งนี้ น่ารักจังเลยค่ะ;-;;;;;; ส่วนในพระเอกของเรานั้นซึนเดเระ และตอนนี้เราก็หลงน้องธีรอนไม่ต่างจากเทพอีกสององค์เลยแงงงงงงวง เป็นกำลังใจค่ะ

    #108
    0
  13. #98 Jkeee56 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 11:27
    อุแหม๋~~~~~
    #98
    0
  14. #96 M022211 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 21:37
    แหมมมมมมมมม ชอบเขาแหละๆฟฟฟฟๆ
    #96
    0
  15. #88 Ingey (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 19:59
    แหมมมม
    #88
    0
  16. #70 rapbitplus (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 19:02
    เทพอะพอลโลก็ถือเป็นองค์นึงที่มีชื่อเสียงมากจริงๆ เพราะถูกเอ่ยถึงบ่อยแม้ไม่เอ่ยเรื่องชู้สาวก็ตาม อ่านตอนนี้ก็เป็นเขินๆ กับอาการหึงหวงของพระเอกของเรา เรารอลุ้นเรื่องความรักและภารกิจ ขอให้สำเร็จลุล่วงและได้เรียนรู้กันใช้ชีวิต และความหมายของชีวิตมากยิ่งขึ้นนะคะ
    #70
    0
  17. #63 pwgns0805 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 12:18
    เอ็นดูอะ หึงหวงแบบเก็บอาการไม่อยู่ โถ่คลาอัสเอ้ยย 55555555 น้อนธีรอนเค้าช่างพูดช่างเจรจาน่าเอ็นดูจังเนอะคะ คลาอัสจะตกหลุมรักก็ไม่ผิดไรนะ หุๆๆๆๆ รอติดตามต่อค่ะ เหมือนได้เรียนตำนานเทพเจ้าไปด้วย สนุกมากเลยค้าบ เป็นกำลังใจให้นะคะคุณไรท์
    #63
    0
  18. #61 thanyalaktosem (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 08:18

    เขาหึง เขาหวง เขาอิจฉา -////-
    #61
    0
  19. #60 iPrsc_9889 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 00:26
    ธีรอนมีความเกี่ยวข้องอะไรกับเนเรอุสไหมนะ.. แอบสงสัยเล็ก ๆ >< ส่วนอะพอลโล่มาทีนึงก็ทำให้พบคนหึงหนึ่งอัตรา แถมหึงแบบโดนจับได้อีกต่ะหาก เป็นเอ็นดูววว
    #60
    0
  20. #59 Vovatia (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 00:17
    ประโยคสุดท้ายนั่นฆ่าเราตายได้เลยนะคะคุณไรท์5555555
    #59
    0
  21. #53 tiger tae (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 21:58
    เขา-หึงหวงนาาาาาาา แซวบ้างๆๆ //ชอบค่ะ ได้รับความรู้จากคุณไรท์ด้วย ชอบมากๆเลย
    #53
    0
  22. #52 kaokai_jiao (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 21:34
    ชอบเค้าเข้าแล้วอะเด้ ฮั่นแน่~
    #52
    0
  23. #49 barbadense (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 14:50
    ประโยคสุดท้ายคือแรงมากแม่ ใจหนู;_____;
    #49
    0
  24. #47 ตะหนูแทและกระตุ่ย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 13:52
    เป็นน่ารัก เป็นซึน เป็นหลงรักน้องน้ำแข็ง ฮิ้ววววววว
    #47
    0
  25. #46 calore. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 13:51
    เขินหนักมากนุแบบ;-; สู้ๆนะคะพี่หนูเป็นกำลังใจให้ ( เรื่องนี้จะมีเปิดพรีมั้ยคะคือชอบมากเลยนุจาร้อง )
    #46
    0