{Fic BTS} The Legend of Iolite ดวงใจสมุทร [Kookv]

ตอนที่ 10 : Chapter 8 : Wrath of Hera

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 382
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 98 ครั้ง
    30 มี.ค. 64

 

Chapter 8 

Wrath of Hera

 

 

เทพีเฮร่าจะมาจริงๆ อย่างนั้นน่ะหรือ?

เกรเกอรี่เงยหน้ามองท้องฟ้าก่อนจะสั่นศีรษะอย่างรุนแรง หากเป็นไปได้อย่าให้นางมาเลยดีกว่า เพราะไม่ว่าจะอย่างไร นางก็คือฝันร้ายของเหล่ามนุษย์กึ่งเทพอย่างจริงแท้แน่นอน

ในฐานะเทพีแห่งการครองคู่และการแต่งงาน มนุษย์กึ่งเทพทั้งหลายล้วนเป็นผลพวงจากการที่เทพนอกใจคู่สมรสของตัวเองมาสมสู่กับมนุษย์ด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เคยเป็นหลานคนโปรดในสายตาของนาง ถึงจะยังเทียบไม่ได้กับเหล่าบุตรแห่งซุส แต่นางก็ยังไม่ชอบพวกเขาอยู่ดี

บางครั้งเขาเองก็ยังเคยสงสัย เทพีพระองค์นี้เกลียดทุกคนกระทั่งลูกของตัวเอง แล้วนางใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อย่างไรกัน นางสามารถมีความสุขได้เหมือนเทพองค์อื่นๆ หรือ?

ธีรอนบอกว่าอยากให้นางมา เมื่อแพ้กลับไปจะได้ซื้อเวลาอีกสักพัก แต่หากเฮร่ากับเนเรอุสปะทะกันขึ้นมานั่นจะไม่เป็นเรื่องใหญ่หรือ?

การต่อสู้ค่อยๆ แผ่วลงจนกระทั่งสิ้นสุด สายฝนชะล้างเลือดบนลำเรือจนไหลลงไปบนผิวน้ำ เปลี่ยนผิวน้ำให้เป็นสีคล้ำดูน่าสะพรึงกลัว ศพของโจรสลัดลอยอยู่เต็มไปหมด เรือโจรสลัดสามลำนั้นเองก็ค่อยๆ อัปปางจมลงไปใต้มหาสมุทร ทุกอย่างดูเหมือนกำลังจะจบลงด้วยดี แม้จะมีฉากหลังเป็นภาพอันโหดร้ายของการเข่นฆ่าก็ตาม

ทว่าในตอนนั้นเอง เงาดำทะมึนก็ปรากฏขึ้น ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งลอยลงมาจากฟ้า ก่อนจะกระแทกกายลงบนเรือจนสั่นสะเทือนไปทั้งลำ ร่างนั้นสูงกว่ามนุษย์ทั่วไปสามเท่า กำยำล่ำสันเต็มไปด้วยมัดกล้าม ทว่าที่ทำให้คนมองรู้สึกขนหัวลุกก็คือ ทั่วทั้งร่างของเขานั้นเต็มไปด้วยดวงตานับร้อยดวง

“อาร์กัส?” ฮาลีอุทานเสียงสูง

“เจ้ารู้จักเขาหรือ” เจซผงะถอยไปอยู่ใกล้ๆ ฮาลีกับเกรกอรี่พลางถามเสียงเบา เขาไม่เคยพบเห็นสิ่งมีชีวิตที่ชวนให้ขนลุกเท่านี้มาก่อน 

“เขาเป็นคนรับใช้ของเฮร่า ยักษ์ร้อยตา อาร์กัส” ฮาลีอธิบายอย่างรวดเร็วพลางคุ้มกันเจซกับโจนาสให้ถอยหลบไปทางด้านหลังเรือ “จุดแข็งของเขาก็อย่างที่เห็น เขามีตาร้อยตาอยู่รอบตัว พูดง่ายๆ คือเขาเห็นทุกอย่าง เป็นคู่ต่อสู้ที่รับมือยาก เพราะต่อให้เจ้าลอบโจมตีเขาอย่างไรก็ไม่เป็นผล เขาสามารถเห็นทุกความเคลื่อนไหวของเจ้า และเจ้าจะโจมตีซึ่งๆ หน้าก็ไม่ได้เช่นกัน เพราะเขาก็เหมือนยักษ์ตนอื่นๆ แข็งแกร่ง มีเรี่ยวแรงมหาศาล และทันทุกการเคลื่อนไหวของเจ้า”

คลาอัสถือดาบเอาไว้พลางร่อนลงบนดาดฟ้าเรือ เขารับรู้ได้ว่าขุมพลังในร่างกำลังเหือดหายไปอย่างรวดเร็ว ผนึกบางอย่างกำลังกดข่มพรสวรรค์ของเขาลงไปอีกครั้ง ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ขณะที่กำลังจะเงื้อดาบขึ้นเตรียมพุ่งเข้าไปหายักษ์ตนนั้น ธีรอนก็พุ่งเข้ามาคว้าแขนของเขาเอาไว้เสียก่อน

“คลาอัส อย่า” เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน “เจ้าในตอนนี้สู้เขาไม่ได้ ถอยออกมา”

คลาอัสหันมองสบดวงตาสีฟ้าของธีรอน เมื่อมองเห็นแววจริงจังในดวงตาคู่นั้นก็ลดมือที่ถือดาบลงอย่างช้าๆ ยินยอมให้เด็กหนุ่มดึงแขนหลบไปด้านข้าง ในเวลาเดียวกันนั้น เนเรอุสก็ถือฉมวกก้าวออกไปแล้ว

“อาร์กัสสู้เนเรอุสได้หรือ” คลาอัสถาม

“อาร์กัสไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของเนเรอุส โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในทะเล” ธีรอนกล่าวตอบ เขายังคงจับแขนของคลาอัสเอาไว้โดยไม่รู้ตัว มองเผินๆ เหมือนกำลังโอบกอดท่อนแขนแกร่งเอาไว้แนบอก คนถูกรั้งเอาไว้ก็ไม่ได้ดึงแขนออกอย่างเย็นชาเหมือนทุกที กลับปล่อยให้เขากอดแขนอยู่อย่างนั้นโดยไม่เอ่ยเตือน 

ชายหนุ่มยังถามต่ออีกว่า “แล้วเฮร่าส่งเขามามีประโยชน์อะไร”

“นั่นสิ” ธีรอนเองก็กำลังครุ่นคิดเรื่องนี้เช่นกัน “ข้าคิดว่านางจะมาด้วยตัวเองเสียอีก”

พูดถึงตอนนี้ ในที่สุดธีรอนก็รู้สึกตัวแล้วว่าตนเองเผลอกอดแขนแกร่งเอาไว้กับตัว เด็กหนุ่มชะงักไปวูบหนึ่งแต่ก็ไม่ได้มีท่าทางเก้อเขินแต่อย่างใด เขาปล่อยแขนอีกฝ่ายออกด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติ สายตามองไปทางเนเรอุสในร่างมนุษย์ที่ถือฉมวกยืนจ้องตากับอาร์กัสก่อนจะพึมพำว่า “เวลาจ้องตากับอาร์กัสนี่ต้องมองตาด้วยไหนกันละเนี่ย”

คลาอัสไม่ทันคิดถึงเรื่องนี้ พอได้ยินธีรอนพูดเขาพลันอดรู้สึกว่าน่าขำขึ้นมาไม่ได้ 

ทันใดนั้นอารมณ์ที่หนักอึ้งเนื่องจากพลังกำลังถูกคำสาปเข้ากดข่มเอาไว้ก็กลับกลายเป็นเบาลงทันที เขารู้ตัวดี ว่ามันนานมากแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกอยากหัวเราะกับเรื่องตลกใดๆ ก็ตามที่มีคนเอ่ยให้ฟังเช่นนี้ แม้อาร์กัสจะเป็นตัวตนที่เขาเคยได้ยินเพียงชื่อเสียงในตำนาน และขณะนี้สิ่งมีชีวิตในตำนานนั้นกำลังยืนอยู่เบื้องหน้า แต่สำหรับคลาอัสแล้ว เขาไม่อยากเสียเวลาไปมองอาร์กัสเลย สายตาของเขาอยากมองแต่ธีรอนเท่านั้น

ธีรอนสบสายตากับเขาก่อนจะเอ่ยว่า “หากเจ้ายังมองไม่เลิกละก็ ข้าจะถือว่าเจ้าตกหลุมรักข้าเข้าแล้วนะ”

ตกหลุมรัก?

มุมปากของคลาอัสคล้ายยกสูงขึ้นเล็กน้อย ทว่าสุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้หลุดยิ้มออกมา เพียงแต่ค่อยๆ เบือนสายตาจากไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไรนัก เรียกเสียงหัวเราะสดใสจากเด็กหนุ่มข้างกายได้ ธีรอนตบๆ ลงบนแผ่นหลังเขาก่อนจะบอกว่า “ตั้งใจดูทางด้านนั้นเอาไว้เถอะ เฮร่าก็ไม่ได้โง่ ไม่มีทางส่งลูกสมุนมามั่วๆ แน่”

ราวกับได้ยินคำพูดของธีรอน ดวงตาหลายคู่บนร่างของอาร์กัสมองตรงมายังร่างของชายหนุ่มผู้มีเรือนผมสีเหล้าองุ่น จับจ้องอย่างประเมิน แต่ก่อนที่เขาจะได้มองต่อไป ฉมวกในมือของเนเรอุสก็ถูกชี้ไปจนเกือบจะทิ่มแทงดวงตาข้างหนึ่งของเขา ทำให้อาร์กัสต้องผงะหลบ

เนเรอุสก็ไม่ได้ใจดีกับลูกสมุนของเฮร่าเลยแม้แต่น้อย ฉมวกถูกเขาเสือกแทงติดๆ กัน บีบคั้นให้ยักษ์ร้อยตาต้องถอยร่นไม่หยุดสุดท้ายก็ถูกเขาไล่ต้อนจนต้องหงายหลังลงจากเรือ

ทันใดนั้นอาร์กัสก็ขยายร่างขึ้น ขาสองข้างเหยียบพื้นสมุทรเอาไว้ ช่วงอกของเขาพ้นน้ำขึ้นมา เขายื่นมือทั้งสองข้างมายังลำเรือ ปลายนิ้วแข็งแกร่งคว้าลำเรือเอาไว้ทำให้เรือทั้งลำสั่นคลอน ตามมาด้วยเสียงของแผ่นไม้และโลหะถูกกำลังมหาศาลบีบ

เกรเกอรี่หน้าเปลี่ยนสี่ “ระวัง เขากำลังจะทำลายเรือเรา”

เนเรอุสมีสีหน้าเย็นชา เขาก้าวออกจากเรือ ทันใดนั้นร่างของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้นมาเช่นกัน ทั้งยังสูงใหญ่ยิ่งกว่าอาร์กัสเสียอีก ยามเหยียบพื้นสมุทรไว้เช่นเดียวกันน้ำทะเลกลับสูงเพียงสะโพกของเขาเท่านั้น เขาใช้มือข้างหนึ่งผลักอาร์กัสออก ก่อนจะใช้มืออีกฝ่ายผลักดันลำเรือให้ถอยห่างออกไป

ฮาลีมีไหวพริบ รีบบังคับสมอให้ถอนขึ้นจากพื้น เรือจึงถูกพลังของเทพเจ้าผลักให้พุ่งฉิวห่างออกไป ก่อนที่เนเรอุสจะยกฉมวกยักษ์แทงใส่อาร์กัสอย่างแรง

ยักษ์ร้อยตาต่อให้เห็นทุกความเคลื่อนไหวของเนเรอุส แต่เมื่อยืนอยู่ในน้ำ เขาย่อมไม่มีความคล่องตัวพอจะรับมือ จึงถูกฉมวกแทงโดนเต็มๆ ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดออกมา

“อาร์กัสเหมือนเด็กน้อยไปเลยพอมาอยู่เบื้องหน้าตาเฒ่าของพวกเรา” ฮาลีอดพึมพำออกมาไม่ได้

ธีรอนได้ยินคำพูดของเขาแล้วกลับเบิกตาขึ้น “ช้าก่อน มีบางอย่างไม่ถูกต้อง!”

“อะไรไม่ถูกต้อง“ ฮาลีย้อนถามขณะที่กางใบเรือออกเตรียมแล่นห่างออกไปอีก “เราไม่ต้องห่วงเนเรอุสอยู่แล้วนี่ พริบตาเดียวเขาก็ตามเรือพวกเราทันแล้ว”

กลับเป็นคลาอัสที่ตามความคิดของธีรอนทัน “อาร์กัสอาจเป็นเพียงเหยื่อล่อ”

“ล่อใคร” เจซถาม

“ล่อเนเรอุส” ธีรอนเอ่ยเสียงเครียด เขามองดูท้องฟ้าที่ยังคงดูไม่เป็นปกติ ก่อนจะตัดสินใจในฉับพลัน “เตรียมป้องกันเต็มกำลัง จะต้องมีการโจมตีระลอกที่สองแน่”

เด็กหนุ่มเพิ่งจะเอ่ยได้ไม่นานก็พบว่ามีเรือปีศาจนับสิบลำกำลังแหวกห้วงสมุทรขึ้นมา บนลำเรือเมื่อมองไป สามารถมองเห็นโครงกระดูกในชุดเกราะอย่างนักรบกำลังชูอาวุธและแผดเสียงหัวเราะแหลมสูงชวนขนหัวลุก ยังมีโครงกระดูกอีกหลายตัวกำลังกวัดแกว่งอาวุธมาทางพวกเขาอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ เรือนับสิบลำที่บรรทุกกองทัพโครงกระดูกกำลังมุ่งหน้าตรงมาหาพวกเขา ท้องฟ้าถูกเมฆดำปกคลุมจนมืดมิด ลูกไฟสีแดงที่ลุกอย่างลึกลับอยู่บนเรือเหล่านั้นกลับดูเหมือนดวงดาวสีแดงที่กำลังส่องประกาย

“แอรีส” ฮาลีผู้เคยใกล้ชิดกับเหล่าทวยเทพแห่งโอลิมปัสรู้ทันทีว่านี่คือลูกสมุนของใคร “เทพแห่งสงครามก็เข้ามาร่วมวงด้วย? อ้อ จริงสินะ เขาเป็นลูกชายของเฮร่ากับซุส ดูเหมือนพี่ชายผู้เป็นลูกเมียหลวงก็อยากจะช่วยแม่ของเขากำจัดลูกเมียน้อยเหมือนกัน”

ในดวงตาของคลาอัสฉายแววเครียดขึ้นมา เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเทพที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเดินทางของเขาจะไม่ได้มีเพียงเฮร่า อพอลโล เฮอร์มีสและโพไซดอนเท่านั้น ตอนนี้ยังลากเอาเนเรอุส หรือแม้แต่เทพสงครามแอรีสเข้ามาด้วย แล้วมนุษย์กึ่งเทพที่ตอนนี้กลับไปไร้พลังอย่างเขาจะต้านทานกองทัพนี้ที่เทพสงครามส่งมาอย่างไร

แม้แต่ฮาลีเองก็ยังต้องกุมขวานในมือแน่น พลางส่งเสียงเรียกคนที่น่าจะมีแผน “ธีรอน?”

คลาอัสกับคนอื่นๆ ที่เหลือเองก็มองไปทางเด็กหนุ่มในอาภรณ์สีฟ้าเช่นกัน

เด็กหนุ่มไม่ได้หันมามองหรือเอ่ยตอบพวกเขาในครั้งนี้ นัยน์ตาสีฟ้าใสของเขาดูราวกับถูกฉาบด้วยแผ่นน้ำแข็งบางๆ หนึ่งชั้น ทั้งร่างดูเหมือนส่งไอเย็นยะเยียบออกมา ทันใดนั้นเขาก็กระโดดขึ้นไปยืนบนหัวเรือแล้วหลับตาลง

ท่ามกลางสายตาสับสนของทุกคน ทันใดนั้นในท้องทะเลก็มีเสียงแหลมสูงสะท้อนขึ้นมาจากผิวน้ำเช่นกัน สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่สีดำที่ถูกฮาลีเรียกว่าวาฬก่อนหน้านี้ราวสามสิบพลันกระโจนสูงพ้นผิวน้ำขึ้นมา แล้วพุ่งเข้าโจมตีเรือรบ ร่างขนาดใหญ่โตของพวกมันสามารถทำให้เรือรบผุพังเหล่านั้นแตกออกได้อย่างง่ายดาย โครงกระดูกที่ตกลงไปในน้ำพากันว่ายน้ำหนี แต่ก็ถูกฉลามขาวตัวใหญ่ที่แหวกว่ายเข้ามาเป็นฝูงใช้ขากรรไกรอันทรงพลังงับจนโครงกระดูกหักเป็นท่อนๆ

ทะเลพลันกลายเป็นสมรภูมิของฝูงปลานักล่ากับนักรบโครงกระดูก โดยที่คนบนเรือได้แต่เกาะขอบเรือมองอย่างอึ้งๆ สายตาของทุกคนอดมองไปทางเด็กหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่บนหัวเรือไม่ได้

เจซพลันพึมพำขึ้นมา “ไหนก่อนหน้านี้บอกว่าคนที่ควบคุมปลาในมหาสมุทรทั้งหมดให้เชื่อฟังได้มีแต่โพไซดอนกับเนเรอุสที่เป็นเทพเจ้าแห่งท้องทะเลไง”

เรื่องที่ธีรอนคุยกับปลาได้นั้นทุกคนรู้กันมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่เด็กหนุ่มก็ไม่เคยแสดงให้เห็นว่าเขาทำอะไรได้มากไปกว่าเล่นกับฝูงปลาเล็กกับเรียกปลากระเบนมาเป็นพาหนะ อีกทั้งก่อนหน้านี้ก็ยังพูดเอาไว้ว่าคนที่บงการฝูงปลาให้ทำได้อย่างใจมีแค่สมุทรเทพ

แล้วเหตุใดในยามนี้ ธีรอนเองกลับสามารถบงการฝูงปลาเพชฌฆาตได้ ทั้งยังบงการเสียเหี้ยมหาญอีกด้วย

หากสิ่งที่ฝูงปลาบุกจู่โจมไม่ใช่โครงกระดูกแต่เป็นมนุษย์ ภาพตรงหน้าจะต้องเป็นเหตุการณ์ที่นองเลือดยิ่งกว่ายามที่ต่อสู้กับเรือโจรสลัดก่อนหน้านี้เสียอีก

วินาทีนั้นทุกคนต่างก็อดเกิดคำถามขึ้นมาในใจไม่ได้ ที่แท้ธีรอนเป็นใครกันแน่

“เขาไม่ได้บงการพวกมันได้หรอก” ในตอนนั้นเอง ที่เสียงของเนเรอุสดังขึ้นด้านหลังพวกเขา เทพแห่งท้องทะเลกลับขึ้นเรือมาตอนไหนก็ไม่มีใครทราบได้ มือข้างหนึ่งถือฉมวกคู่ใจ อีกข้างหนึ่งหิ้วอาร์กัสในร่างเท่ามนุษย์ปกติที่สลบไสลไม่ได้สติและมีเลือดทั่วตัวเอาไว้ “เขาโกรธ มหาสมุทรก็เลยตอบรับความพิโรธของเขา กระตุ้นให้ปลานักล่าเหล่านั้นมา”

“ก็รู้อยู่หรอกว่าเขาเป็นที่รักของมหาสมุทร แต่ก็ไม่คิดว่า...” ฮาลีกลืนน้ำลาย เขาเองเป็นบุตรแห่งสมุทรเทพคนหนึ่ง แต่กลับไม่มีความสามารถในการสื่อสารกับพวกสัตว์ทะเล เขาคิดว่าบางทีแม้แต่ไทรทันเอง ถ้าไม่ได้ถือตรีศูลที่โพไซดอนให้ บางทีสัตว์ทะเลก็คงไม่ฟังคำสั่งของเขาเช่นกัน

พลังของฝูงปลานักล่าน่าพรั่นพรึงยิ่ง แค่ไม่นานเรือรบสิบลำก็กลายเป็นเพียงเศษซากที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ นักรบโครงกระดูกสูญเสียพลังกลายเป็นเศษกระดูกลอยเคว้งคว้างอยู่อย่างไร้กำลัง ความเงียบเข้าปกคลุมผืนสมุทร ราวกับว่าเทพสงครามเองก็ไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรต่อไปเช่นกัน

ธีรอนที่ยืนหลับตานิ่งมาสักพักพลันลืมตาขึ้นกล่าว “ขอบคุณ”

เขาไม่ได้เอ่ยเจาะจงว่าขอบคุณผู้ใด ทว่าเหล่าวาฬกลับส่งเสียงแหลมสูงมาให้เขา พวกมันกระโดดตีลังกาบนผิวน้ำ โบกสะบัดครีบให้เด็กหนุ่มอย่างเป็นมิตร ก่อนจะจากไปเมื่อหมดหน้าที่ เช่นเดียวกับเหล่าฉลามที่ว่ายมาวนเวียนข้างลำเรือราวกับจะบอกลาแล้วจึงค่อยจากไป

ในที่สุดการโจมตีหลายระลอกติดก็สงบลงอย่างแท้จริง เมฆดำค่อยๆ เบาบางลงในที่สุด แต่ท้องฟ้ากลับยังไม่ใสกระจ่าง สายลมยังคงพัดมาอย่างต่อเนื่อง ดูเหมือนว่าพายุจะยังไม่ปล่อยพวกเขาไปง่ายๆ แต่การโจมตีนั้นคงจะพักยกแล้วอย่างแท้จริง เฮร่าเองก็คงต้องใช้เวลาในการวางแผนต่อไปเช่นกัน

ธีรอนกระโดดลงมาจากหัวเรือ ก่อนที่เขาจะซวนเซคล้ายคนหน้ามืด คลาอัสที่มองเขาอยู่ตลอดมีปฏิกิริยารวดเร็วกว่าเนเรอุสเสียอีก เขาคว้าเอวธีรอนเอาไว้ก่อนจะพยุงอีกฝ่ายขึ้นมาให้ทิ้งน้ำหนักตัวลงบนร่างของเขา

“เกิดอะไรขึ้น” คนอื่นๆ ห้อมล้อมเข้ามา โจนาสก็คิดจะตรวจสอบอาการให้ธีรอนว่าเขาป่วยหรือไม่ แต่เนเรอุสกลับทิ้งร่างอาร์กัสและฉมวกที่ถือติดมามาตลอดแล้วก้าวเข้ามาวางมือลงบนศีรษะของธีรอน ทำให้ทุกคนต้องชะงักไม่กล้าขยับตัว จะมีก็เพียงคลาอัสที่มองเนเรอุสและถามว่า “เขาเป็นอะไร”

เนเรอุสเหลือบมองคลาอัสแวบหนึ่งก่อนจะดึงมือออก “ไม่มีอะไร”

“สิ่งมีชีวิตอย่างเขาป่วยได้ด้วยหรือ” คลาอัสกลับไม่ยอมรับคำตอบที่ขอไปทีเช่นนี้ เขามองธีรอนที่หน้าซีดพิงอยู่กับตัวเขาด้วยความกังวล “ธีรอน เจ้าได้ยินเสียงข้าหรือไม่”

ธีรอนพยักหน้าอย่างอ่อนแรง “ข้าไม่ได้ป่วย” เสียงของเขายังเป็นปกติดี แค่เจือความอ่อนล้าเอาไว้ ทำให้คลาอัสรู้สึกเบาใจขึ้น แต่คำพูดต่อมาของเขากลับทำให้คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอีกครั้ง “เพียงแค่เวียนหัวนิดหน่อย อาการปกติน่ะ เป็นอยู่บ่อยๆ เวลาที่...”

“ไปนอนพัก” เนเรอุสเอ่ยตัดบทก่อนที่เขาจะกล่าวจบ ธีรอนเงยหน้าขึ้นมองเทพเจ้าแห่งท้องทะเลแวบหนึ่ง ก่อนจะหลบสายตาแล้วทิ้งน้ำหนักลงบนร่างของคลาอัสมากขึ้น “คลาอัส เจ้าช่วยพาข้าไปได้หรือไม่”

เจ้าของร่างสูงไม่ได้เอ่ยอะไร แต่ก้มลงสอดแขนใต้ข้อพับของเด็กหนุ่มแล้วช้อนตัวอุ้มร่างของเขาขึ้นมาทันที ธีรอนหลับตาลง ซบศีรษะลงบนบ่ากว้าง ปล่อยให้คลาอัสอุ้มตนเองไปยังห้องพัก จนกระทั่งถูกวางร่างลงบนเตียงนอน เขาถึงได้ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง และต้องประหลาดใจเมื่อมองไปรอบตัว

“คลาอัส ที่นี่มันห้องของเจ้าไม่ใช่หรือ”

คลาอัสนั่งลงที่ข้างเตียง มือหนาที่ค่อนข้างหยาบกร้านจากการจับอาวุธปัดเส้นผมสีทรายที่ปรกหน้าผากของเด็กหนุ่มผู้งดงามออก “เตียงที่นี่นอนสบายที่สุดบนเรือ”

ธีรอนยิ้มอย่างอ่อนแรง “ขอบคุณ”

“วันนี้เป็นเจ้าที่ปกป้องข้าเอาไว้ ข้าต่างหากที่เป็นฝ่ายควรจะขอบคุณ” คลาอัสมองดูอีกฝ่าย เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปที่แถบผ้าที่ใช้รัดชุดตัวยาวของธีรอนตรงช่วงเอว เขาแกะสายรัดออกให้อาภรณ์ของอีกฝ่ายคลายตัวเพื่อหวังจะให้อีกฝ่ายนอนอย่างสบายตัวยิ่งขึ้น

คิดไม่ถึงว่าคนที่นอนอยู่กลับถามว่า “จะถอดชุดของข้าหรือ”

คลาอัสชะงัก “เปล่า”

“อ้อ” เด็กหนุ่มหัวเราะเสียงเบา “ข้าก็คิดว่าเจ้าไม่ใช่คนเช่นนั้น”

คลาอัสส่ายหน้า ช่วงอีกฝ่ายคลายอาภรณ์ให้หลวมขึ้นเสร็จแล้วก็ขยับตัวเตรียมจะลุกออกไป แต่กลับถูกมือที่ไม่ค่อยจะมีเรี่ยวแรงดึงเอาไว้ ชายหนุ่มหันกลับมามอง เมื่อสบเข้ากับดวงตาสีฟ้าคู่นั้นหัวใจก็สั่นไหวอย่างรุนแรง ยอมขยับร่างกลับลงนั่งที่ขอบเตียงตามเดิมอย่างไม่อาจต้านทานความต้องการของอีกฝ่ายได้ หรือบางที…อาจเป็นความต้องการของเขาเองเช่นกันที่อยากจะอยู่ที่นี่ต่อ

ธีรอนกล่าวว่า “ข้าไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับชาติกำเนิดของตัวเอง ทุกครั้งที่กำลังจะนึกขึ้นได้หรือพยายามเค้นสมองนึกถึงมัน ก็จะมีอาการอย่างตอนนี้”

“ชาติกำเนิดของเจ้า ไม่ใช่เหมือนพวกพรายน้ำแบบที่ฮาลีบอกจริงๆ สินะ” คลาอัสมองความไม่ชอบมาพากลออกมาตั้งนานแล้ว เพียงแต่นิสัยไม่ชอบถามของเขาทำให้เขาเลือกจะคอยสังเกตดูทุกอย่างเงียบๆ 

“ข้าไม่ใช่พรายน้ำอย่างแน่นอน” ธีรอนเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าทำไมถึงบอกเรื่องนี้กับคลาอัส เขาเพียงแต่ไม่อยากปิดบังสาเหตุของอาการในยามนี้ของตนเอง รวมทั้งไม่อยากปิดบังสาเหตุที่แท้จริงที่เขาเลือกพาคลาอัสเดินทางไปยังคาบสมุทรเหนือด้วย “ที่จริงแล้วข้าเองก็หวังจะได้คำตอบนั้น จึงเลือกเดินทางขึ้นเหนือพร้อมกับเจ้า เรื่องชาติกำเนิดของข้า เนเรอุสก็คงรู้ แต่เขาไม่ยอมพูดถึง บางทีคงมีสาเหตุอะไรบางอย่างให้พูดไม่ได้กระมัง ข้าเอง...ก็เห็นได้ชัดว่าถูกคนปิดผนึกไม่ก็ลบความทรงจำตอนแรกกำเนิดออกไป ตอนที่ลืมตาขึ้นก็อยู่บนธารน้ำแข็งแล้ว แต่สิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นเองจากธรรมชาติเหมือนพวกภูตนั่นไม่ใช่ชาติกำเนิดแรกเริ่มของข้าอย่างแน่นอน”

คลาอัสพยักหน้ารับ เขารับฟังสิ่งที่ธีรอนเอ่ยโดยไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติมไปมากกว่านั้น ธีรอนเองพอพูดสิ่งที่อยากพูดออกไปแล้วก็ไม่ได้ขยายความเล่าเรื่องอื่นเพิ่มเติมอีก เพียงเหม่อมองใบหน้าหล่อเหลาของคลาอัสอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงโพล่งว่า “วันนี้เจ้าทำได้ดีมาก บุตรแห่งท้องฟ้า”

“ก็แค่โกรธจนเอาชนะคำสาปได้ชั่วคราวเท่านั้น” คลาอัสเองก็ได้วิเคราะห์ถึงสภาพของตัวเองก่อนหน้านี้ดูแล้ว เขารู้ว่าตัวเองโกรธจนสิ้นสติถึงได้ผลักดันใช้พลังข่มคำสาปลงชั่วคราวได้ “น่าเสียดายที่ไม่แข็งแกร่งพอจะทำลายคำสาปได้ถาวร”

“ถ้าเจ้าทำเช่นนั้นได้ เราก็ไม่ต้องเดินทางไปตามหาดวงใจสมุทรแล้ว” ธีรอนเอ่ยยิ้มๆ เขาดูเหมือนกำลังฟื้นฟูขึ้นทีละน้อย สีหน้าก็ไม่ได้ซีดเซียวเท่าหลายนาทีก่อนหน้าแล้ว

“ดูเหมือนไม่ว่าอย่างไร ก็มีคนอยากให้เราสองคนไปให้ถึงคาบสมุทรเหนือ” คลาอัสผู้ชาญฉลาดกล่าวเสียงเรียบ “ข้าเป็นเหตุผลที่ผลักดันเจ้าไปที่นั่น ใครก็ตามที่วางแผนเอาไว้ต้องไม่ยอมให้ข้าถอนคำสาปได้ก่อนพาเจ้าไปถีงจุดหมายแน่”

คลาอัสเพิ่งจะกล่าวจบ ทันใดนั้นก็มีแสงสีขาวสว่างวาบที่ด้านนอกเรือ ตามมาด้วยเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหว ชายหนุ่มตัวสั่นสะท้านทันที เขาพยายามหลบซ่อนความหวาดหวั่นในดวงตาโดยการหันหน้าไปทางอื่น ขาสองข้างกลับแข็งทื่อ ทำให้เขาไม่สามารถพาตัวเองไปจากที่นี่ได้

เขาไม่อยากเผยท่าทางน่าสมเพศของตัวเองในเวลานี้ให้ธีรอนเห็นเลย

อาการของคำสาปกลับมากำเริบ เขาถูกเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าทำให้หวาดกลัวจนตัวสั่น คลาอัสรู้สึกราวกับในใจถูกคมมีดกรีดลงไป ต่อหน้าเด็กหนุ่มที่เขาจำต้องยอมรับว่าตนเกิดความรู้สึกดีๆ ด้วย กลับต้องแสดงท่าทางที่ไม่ได้เรื่องเช่นนี้ออกมา ความเกลียดชังที่เขามีต่อเฮร่าดูเหมือนจะยิ่งเพิ่มพูนขึ้น

ทว่าในขณะที่เขากำลังจะฝืนใจพาร่างของตัวเองลุกขึ้น อ้อมแขนหนึ่งกลับกอดรัดเอวเขาจากด้านหลัง 

ธีรอนที่เค้นเรี่ยวแรงเพื่อลุกขึ้นนั่ง ใช้สองแขนกอดเขาพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยน

“ไม่ต้องกลัวนะ คลาอัส”

“มีข้าอยู่ตรงนี้...” ธีรอนเว้นไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อว่า “ต่อให้เฮร่ามาด้วยตัวเอง นางก็จะไม่มีทางแตะต้องเจ้าได้อย่างแน่นอน”

ร่างที่สั่นเทาของคลาอัสพลันชะงักงัน ชายหนุ่มเหลียวไปมองคนที่กอดเขา ทว่าเมื่อเห็นรอยยิ้มอบอุ่นที่อีกฝ่ายส่งมา หัวใจก็พลันหยุดเต้นไปชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเต้นแรงขึ้นกว่าเดิมทันที

ชายหนุ่มดึงแขนที่กอดเอวของตนออก ขณะที่ธีรอนมองเขาอย่างประหลาดใจนั้น เขาก็หันกายกลับแล้วขยับขึ้นไปนอนบนเตียง ใช้สองแขนของตนเองโอบกอดร่างเด็กหนุ่มเอาไว้แทน

คลาอัสไม่ได้พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว เขาเพียงกอดร่างของธีรอนเอาไว้แล้วหลับตาลง ที่ด้านนอกมีเสียงสายฝนและฟ้าร้องดังมาเป็นระยะ แต่กลับไม่ได้ทำให้ร่างกายของเขาสั่นเทาอีกแล้ว ในจมูกกลับสูดดมได้เพียงกลิ่นหอมใสกระจ่างจากร่างในอ้อมแขน ช่างเป็นกลิ่นที่ชวนให้จิตใจสงบและผ่อนคลายยิ่งนัก

ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยได้กลิ่นเช่นนี้บนร่างของธีรอน แต่ยามนี้เขาเข้าใจแล้วว่าที่พวกฮาลีพูดถึงนั้นเป็นเช่นไร

เจ้าตัวเล็กเช่นนี้ บอบบางเช่นนี้ จะปกป้องข้าอย่างนั้นหรือ?

ทว่า…ข้ากลับอยากเชื่อเจ้า

กอดเจ้าไว้ในอ้อมแขนเช่นนี้ ข้ารู้สึกสงบและเป็นสุขเหลือเกิน…

คลาอัสถึงกับผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว และบางทีนี่อาจเป็นครั้งแรกในรอบสิบกว่าปี ที่เขาสามารถนอนหลับสนิทได้โดยไม่กังวลถึงสิ่งใด กระทั่งเสียงฟ้าร้องอันน่าพรั่นพรึงจากคำสาปที่น่าชังนั่นก็ตาม

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 98 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

266 ความคิดเห็น

  1. #256 Midnight1010 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 23:27
    รู้ความรู้สึกตัวเองแล้วใช่ไหมคลาอัส5555
    #256
    0
  2. #242 AkazawaKirika (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 เมษายน 2564 / 21:30

    ดีมากกกกกกกกกกกกกกกกก เคมีดี้ดี ขอยาดเขินบิด
    #242
    0
  3. #227 somsriwa555 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มีนาคม 2564 / 08:40
    กรี๊สสสสสสสสสสสสส เรื่องนี้คือกิ๊กกุ๊กน่ารักมากรวมถึงเนื้อหาก็เข้มข้นด้วยยยยย มาต่อเร็วๆนะค้าาาา
    #227
    0
  4. #226 thanyalaktosem (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มีนาคม 2564 / 07:21

    อยากกรี๊ดเลย เป็นน่ารักแท้ ฮือออ
    #226
    0
  5. #225 M022211 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มีนาคม 2564 / 03:01
    กลับมาแน้ววสสสสสว
    #225
    0
  6. #224 0863538696 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มีนาคม 2564 / 00:33

    กลับมาแย้ววววววววว รอนานเลย
    #224
    0
  7. #223 iPrsc_9889 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มีนาคม 2564 / 00:08
    คิดถึงเรื่องนี้มาก ๆ ค่ะ >< อ่านแล้วสนุกจริง ๆ เฮร่ากัดไม่ปล่อยเลย ดีนะที่มีเนเรอุสกับธีรอน รวมถึงคนอื่น ๆ อยู่ด้วย เขินตอนเค้ากอดปลอบกัน มันน่ารักมาก ฮื่อออ
    #223
    0
  8. #222 PornchanokWiwit (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2564 / 22:36
    ยิ่งอ่านก็ยิ่งอยากรู้ว่าธีรอนเป็นใครกันแน่ เป็นฟิคแฟนตาซีที่อ่านแล้วมีความเขินนน เรื่องเกี่ยวกับการเดินทางและความรัก น่าติดตามค่าาาา
    #222
    0
  9. #221 KookV.real (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2564 / 22:35

    มาแย้ววว
    #221
    0
  10. #220 BDPOO1317221437 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2564 / 22:30
    แงงงงงมาแล้ว!แน่นอนว่าเมนเนเรอุส ถึงจะชอบคลาอัสก็เถอะ55555555 รอไปถึงคาบสมุทรเหนือไม่ไหวแล้ว(ใช่ไหมนะ?5555555)
    #220
    0