จบแล้ว {Fic BTS} The Flower {KookV} #Flowerkookv

ตอนที่ 7 : Chapter 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,480
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 516 ครั้ง
    13 ธ.ค. 61


Chapter 7

 

“นายมีเรื่องอะไรไม่สบายใจอยู่หรือเปล่า” แม้แทฮยองจะดีใจที่ได้เจอสหายเก่าเมื่อครั้งอดีต แต่เขาก็ไม่ได้ลืมสิ่งที่เขารับรู้ก่อนจะเข้ามา เด็กหนุ่มถอยหลังกลับไปยืนข้างจองกุกอย่างเป็นธรรมชาติ สีหน้าที่บูดบึ้งของจองกุกก็เริ่มดีขึ้นมาทันตา พัคจีมินสังเกตเห็นแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรเรื่องนั้น กลับตอบคำถามของแทฮยองไปว่า “นายก็รู้ว่ามีคนคนเดียวในโลกที่ทำให้ฉันไม่สบายใจได้”

แทฮยองอ้าปากค้าง มือข้างหนึ่งเลื่อนไปจับแขนเสื้อของจองกุกไว้อัตโนมัติ จองกุกขมวดคิ้วก้มลงมองมือข้างนั้น หากแต่เขาก็ไม่ได้ปัดออก ทั้งยังไม่ได้มีท่าทีรำคาญหรือตกใจแต่อย่างใด เขาเพียงเกิดความรู้สึกประหลาดใจ แต่กลับรู้สึกชื่นชอบอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ถึงขั้นพออกพอใจขึ้นมาที่แทฮยองทำเช่นนี้

เด็กหนุ่มเริ่มแน่ใจแล้วว่าความสัมพันธ์ของตนเองกับแทฮยองในสมัยก่อนต้องไม่ธรรมดาแน่ เพียงแต่ตัวของเขาเองยังจำไม่ได้เท่านั้น

“เขา..นายเจอเขาแล้ว?” แทฮยองถามเสียงสั่น ท่าทางหวาดกลัวลนลานขึ้นมาไม่น้อย

“...เขาเคยเรียนที่นี่ แต่จบไปแล้ว ตอนนี้อยู่มหาวิทยาลัย” พัคจีมินกล่าว ก่อนจะค่อยๆเผยรอยยิ้มแห้งอันแสนจืดเจื่อนออกมา ขณะที่ลดเสียงลงแล้วกระซิบว่า “แถมเขายังเกิดมาเป็นลูกพี่ลูกน้องของฉันด้วย”

”อะไรนะ” แทฮยองอุทาน

“ใคร” จองกุกถามขึ้นด้วยความไม่เข้าใจ “พวกนายหมายถึงใคร คุณทรอย?”

แทฮยองหันควับมามองเขาทันที “นายจำเขาได้แล้วเหรอ จองกุก”

คิ้วของจองกุกขมวดเข้าหากันจนแน่น คิดทบทวนในใจ ก่อนจะส่ายหน้า “ไม่นับว่าจำได้ทั้งหมด แต่ก็พอจะนึกออกรางๆ นายกลัวคุณทรอยที่สุดมาตลอด และเขาก็เป็น...” คิ้วของจองกุกขมวดแน่นขึ้นเมื่อพบว่าตัวเองจำเนื้อหาส่วนนั้นไม่ได้ “เป็นอะไรบางอย่างกับดีเฟนเดอร์”

พัคจีมินถอนหายใจเฮือกก่อนจะเอ่ยว่า “การที่นายสองคนโผล่มาด้วยกัน แปลว่าพวกนายกำลังเริ่มรวบรวมผู้ครอบครองหน้ากากทั้งหมดแล้วน่ะสิ งั้นตามฉันมาเถอะ ฉันจะพานายไปหาพี่ยุนกิ..”

จองกุกกับแทฮยองมองหน้ากัน พวกเขาเห็นพัคจีมินที่กลับไปมีสีหน้าอมทุกข์ก้มลงเก็บข้าวของ หยิบเสื้อแจ็คเก็ตมาสวมทับเสื้อกล้ามตัวในที่เขาใส่ในการซ้อมเต้น ก่อนจะกลับมาหาพวกเขา จีมินกวาดสายตามองพวกเขาสลับกันไปมาก่อนจะถามว่า “ใครตามหาใครเจอก่อนน่ะ”

“บังเอิญเจอกัน” จองกุกตอบไปตามความจริง เขาบังเอิญได้เจอกับแทฮยองที่ใต้ต้นอิกดราซิลพอดี ทว่าหลังจากเอ่ยไปแล้วเขาก็ชะงักไป

การพบกันใต้ต้นไม้แห่งโชคชะตาคงไม่มีทางเป็นเรื่องบังเอิญได้หรอก

“แล้วนี่พวกนายเจอกี่คนแล้ว” จีมินยังคงตั้งคำถามเรื่อยๆขณะที่พวกเขาเดินเคียงข้างกันออกมาจากอาคารเรียนหลังนั้น แทฮยองชูมือพร้อมนิ้วทั้งห้าขึ้นมาก่อนจะตอบว่า “นายคือคนที่ห้า ถ้าพี่ยุนกิของนายคือคุณทรอย เราก็ขาดแค่ The Dreamer แค่คนเดียว”

“เร็วจังเลย” จีมินอดประหลาดใจไม่ได้

“เพราะเมืองนี้มันเล็กนิดเดียว” แทฮยองยืมคำพูดของจองกุกมาใช้ ก่อนที่เขาจะหันไปยิ้มให้จองกุกแล้วเอ่ยว่า “และเพราะฉันโชคดีที่มีพี่ชายสองคนคือเพรย์กับครีต พอได้เจอจองกุกทุกอย่างหลังจากนี้ก็คงง่ายไปหมด”

“หาตัวเจอน่ะง่าย แต่จะทำภารกิจสำเร็จไหมต่างหากที่ยากแสนยาก” จีมินถอนหายใจ เขาชะงักไปก่อนจะถามแทฮยองว่า “แล้วชื่อของนายคือ?”

“คิมแทฮยอง” แทฮยองบอกชื่อของตัวเองเสร็จก็หยุดเดินเอาดื้อๆ เด็กหนุ่มก้มลงมองพื้นดิน ท่าทางระมัดระวังราวกับกำลังแอบฟังอะไรบางอย่าง “เธอกำลังพูด...” แทฮยองกระซิบพลางตั้งใจฟังมากขึ้น

ทั้งจีมินและจองกุกต่างก็รู้ว่า เธอ ที่แทฮยองพูดถึงคือ เฮลล่า ราชินีแห่งเฮลไฮล์มที่ถูกผนึกเอาไว้ใต้พื้นดิน

“เธอรู้แล้วว่าพวกเรากำลังจะรวมตัวกันครบ เธอบอกว่า...” สีหน้าแทฮยองแปรเปลี่ยนเป็นโมโห “เธอบอกว่าพวกเราหยุดสิ่งที่ทำร้ายอิกดราซิลไม่ได้หรอก...”

“สิ่งที่ทำร้ายอิกดราซิล?” จีมินจับสังเกตขากคำพูดของแทฮยองได้ สีหน้าไม่พอใจปรากฏขึ้นมาไม่ต่างไปจากแทฮยอง “แปลว่ามีอะไรบางอย่างกำลังทำร้ายรอกของอิกดราซิลที่อยู่ในเฮลไฮลม์ และแทนที่นางจะบอกเราตั้งแต่แรก นางกลับเอาแต่นั่งยิ้มแล้วก็ทำให้คนตายเนี่ยนะ”

จองกุกไม่เข้าใจว่าทำไมทั้งสองถึงต้องโมโหขนาดนั้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความทรงจำของเขาเพิ่งจะเริ่มกลับมาหรือเพราะเขาไม่อินกับเรื่องนี้มาตั้งแต่แรก ทว่าคิดไปคิดมา จองกุกกลับพอจะเข้าใจได้ว่าทำไมเฮลล่าถึงเพิ่งจะมาบอกพวกเขาเอาป่านนี้

แต่ไหนแต่ไรมา ที่เฮลล่าไม่ชอบมีอยู่สองสิ่ง สิ่งแรกคือบรรดาเทพเอซีร์บนแอสการ์ด สิ่งที่สองคือมนุษย์ในมิดการ์ด

คิดๆดูแล้ว บางทีที่เจ้าหล่อนเอาแต่นั่งยิ้มไม่ใช่ชอบที่นี่ แต่เพราะมีความสุขที่โลกกำลังจะถูกทำลายลงมากกว่า

แม้แต่จองกุกยังคิดได้เช่นนี้ จีมินกับแทฮยองย่อมต้องคิดออกเช่นกัน ดังนั้นสีหน้าของพวกเขาจึงย่ำแย่ยิ่งกว่าเก่าเสียอีก แทฮยองฉุดแขนจีมินกล่าวว่า “เราจะเสียเวลาไม่ได้แล้ว จีมิน นายไปพาตัวพี่ยุนกิของนายมา ฉันกับจองกุกจะไปตามหาดรีม แล้วพวกเราไปเจอกันที่พิพิธภัณฑ์ประจำเมืองเวลาสองทุ่มตรง”

“โอเค” จีมินรู้ว่าเรื่องนี้ชักช้าไม่ได้ จึงแยกกับพวกแทฮยอง วิ่งตรงไปหาลูกพี่ลูกน้องของเขาทันที

แทฮยองหันมาหาจองกุก สีหน้าและแววตาเต็มไปด้วยความเชื่อใจในขณะที่เอ่ยว่า “นำทางฉันที”

จองกุกพยักหน้ารับ ราวกับนั่นเป็นคำสั่งที่เขาได้ยินมานับพันนับหมื่นครั้ง เมื่อได้ยินเสียงและคำพูดนั้น ร่างกายก็หันไปยังทิศทางที่ถูกต้อง ออกเดินนำอีกฝ่ายไปราวกับทำเช่นนี้มานับล้านครั้งแล้วเช่นกัน

ขณะที่เดินไปด้วยกันบนถนน จองกุกอดไม่ได้ที่จะถามว่า “เมื่อก่อน...เราเป็นอะไรกันกันแน่”

แทฮยองเหลือบมองจองกุก ถามกลับยิ้มๆว่า “อยากรู้จริงๆเหรอ”

“หมอผี...คบกันเองได้ด้วยเหรอ” คำถามที่จองกุกโพล่งสวนกลับมาแทบจะทำแทฮยองสะดุดหัวทิ่ม เขาหัวเราะจนไหล่สั่น แต่เมื่อเห็นสีหน้าสงสัยจริงจังของจองกุกก็ได้แต่พยายามข่มกลั้นความขบขันแล้วตอบว่า “จะเรียกว่าคบก็ไม่ถูกนะ จองกุก สมัยก่อนเราเรียกกันว่า คู่บำเพ็ญ”

“คู่บำเพ็ญ...” เมื่อจองกุกสงสัย ไม่นานนักคำตอบก็ค่อยๆปรากฏในความทรงจำของเขา คู่บำเพ็ญก็คือการที่หมอผีสองคน ตัดสินใจใช้ชีวิตหรือออกเดินทางร่วมกัน พวกเขาจะช่วยเหลือเกื้อกูลกันในการปฏิบัติภารกิจ หรือฝึกฝนวิชาอาคมต่างๆ คล้ายๆกับคู่แต่งงานของมนุษย์ทั่วไป

“แต่พวกเรายังไม่ได้ถึงขั้นตกลงเป็นคู่บำเพ็ญกันหรอกนะ” แทฮยองเสริมเมื่อเห็นสายตาที่จองกุกมองมาทางตนเริ่มจะส่อแววแปลกไป เด็กหนุ่มโบกไม้โบกมือก่อนจะเอ่ยต่อว่า “พูดในภาษาปัจจุบันก็คือเราไม่ได้เป็นแฟนหรือคู่รักกันหรอก แต่ฉันก็เคยบอกนายแล้วนี่ว่าพวกเราออกเดินทางด้วยกันอยู่ช่วงหนึ่ง”

“ทำภารกิจเหรอ”

“ใช่ ก็เหมือนตอนนี้นั่นแหละ” แทฮยองสบตากับเขา ยิ้มน้อยๆก่อนจะเอ่ยว่า “ภารกิจรวบรวมทูตคนอื่นๆไงล่ะ”

จองกุกนิ่งงันไปคล้ายกำลังรื้อฟื้นความจำ ไม่นานนักเขาก็ถามขึ้นมาอีกว่า “จีมินกับคุณทรอย...”

“เป็นคู่บำเพ็ญกัน” แทฮยองพยักหน้ารับ ก่อนจะมีสีหน้าลังเล “ดูจากท่าทางของเดฟ...ฉันหมายถึงจีมิน พวกเขาคงมีเรื่องบางอย่างให้ไม่สะดวกใจหรือจำกันไม่ได้ ฉันก็ไม่อยากคาดเดามั่วซั่วหรอก ไว้เดี๋ยวเจอก็รู้เองนั่นแหละว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเขา ว่าแต่..นี่เรากำลังจะไปไหนกัน”

จองกุกชี้ตรงไปยังชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปอีกไม่กี่ช่วงถนน

เมือง Ghost Town แห่งนี้จะเล็กอย่างไรก็ยังเป็นเมืองท่องเที่ยว แม้ธุรกิจส่วนใหญ่จะเป็นของตระกูลคิมไปเสียหมด ทว่ายังคงมีกิจการยิ่งใหญ่อยู่กิจการหนึ่งที่พอจะสู้กับอิทธิพลของตระกูลคิมได้

สวนสนุก Hope World ของตระกูลจอง...

แทฮยองมองสถานที่แห่งนั้นก่อนจะถอนหายใจกล่าวว่า “ช่างเป็นที่ที่เหมาะกับผู้ครอบครองหน้ากาก The Dreamer เสียจริง”

 

 

เสียงฝีเท้าตึกตักแสนเร่งรีบดังขึ้น ก่อนที่ประตูห้องจะถูกคนกระชากเปิดออก ชายหนุ่มผู้ที่กำลังนั่งเท้าคางพลางแตะนิ้วลงบนแป้นเปียโนหไปเรื่อยๆ หันมามองทางประตูแวบหนึ่ง ก่อนจะถามว่า “จีมินเหรอ มีเรื่องอะไรให้ต้องรีบร้อนขนาดนั้น”

“วันนี้ไฮด์กับซีกมาหาฉันที่โรงเรียน” จีมินบอกกับญาติผู้พี่เสียงหอบ ดวงตาคู่เรียวยามจับจ้องชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มที่กำลังนั่งอยู่หลังเปียโนนั้นฉายแววแห่งความคาดหวังจางๆ “พี่ยุนกิ พวกเราไปหาคนอื่นๆกันเถอะ”

มินยุนกิขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินฉายาอันแสนคุ้นหูทั้งสองนั้น เขาส่ายหน้าโดยไม่แม้แต่จะหันมามองญาติผู้น้องตรงๆ กล่าวว่า “ไม่ไป”

“ทำไมล่ะครับ” จีมินถามเสียงดังขึ้นพลางก้าวเข้าไปใกล้อีกฝ่าย “เหลือแค่ดรีมเมอร์อีกคนเดียวที่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน พวกเราทั้งเจ็ดก็จะพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้วนะ”

นิ้วเรียวกดลงบนแป้นเปียโนอย่างไม่เป็นทำนอง ปากก็เอ่ยไปอย่างเย็นชาว่า “ไม่รวมตัวกันเป็นดีที่สุด”

“ทำไมพี่ถึงพูดอะไรแบบนั้น แล้วภารกิจของพวกเราในฐานะทูต..”

“ตอนนี้ฉันก็ไม่ใช่ทูตอะไรนั่นแล้วนี่ จีมิน” ยุนกิเอ่ยอย่างเย็นชายิ่ง เย็นชาเสียจนหัวใจของจีมินปวดแปลบไปหมด “แค่หน้ากากยอมรับเรา ไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องกลายเป็นทูตไปเหมือนในอดีต หน้ากากก็เพียงแค่บรรจุความทรงจำของเจ้าของเก่าเท่านั้น ไม่เห็นเกี่ยวข้องอะไรกับเราตรงไหน ทุกวันนี้ก็ใช้ชีวิตอย่างมนุษย์ไปมีความสุขดีแล้วไม่ใช่เหรอ”

”แต่เฮลล่ากำลังจะฟื้นขึ้นมาแล้วนะครับ” จีมินยังพยายามแย้งด้วยเหตุผล “ต่อให้ไม่ได้เป็นทูตแล้ว พี่จะอยู่เฉยๆปล่อยให้ความตายกัดกินโลกทั้งเก้าเหรอครับ”

มินยุนกิค่อยๆหันมาเผชิญหน้ากับพัคจีมินและสบตากับเขาเป็นครั้งแรก ดวงตาของชายหนุ่มมีเปลวไฟหมุนวนอยู่ภายในอย่างน่าครั่นคร้าม “แล้วถ้าฉันคิดจะทำอย่างนั้น นายจะทำยังไง”

จีมินตอบคำถามนี้ไม่ได้ เด็กหนุ่มได้แต่มองอีกฝ่ายด้วยแววตาเจ็บปวดรวดร้าว

คนคนนี้จำความสัมพันธ์ของพวกเขาสมัยก่อนไม่ได้ก็แล้วไปเถอะ จีมินเชื่อว่าสักวันความทรงจำและความรู้สึกเหล่านั้นก็ต้องหวนกลับมาในสักวัน แต่เพราะเหตุใด...คนคนนี้ถึงได้อาการหนักขนาดนี้กันนะ ได้รับหน้ากากมาหลายปีแล้วแท้ๆ เขาไม่เพียงไม่ยอมฟื้นคืนความทรงจำ ยังไม่ยอมแม้แต่จะใส่หน้ากากอีกเป็นหนที่สอง

ในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องให้ทูตเจ็ดคนร่วมมือกัน ขาดคนใดคนหนึ่งไปไม่ได้เช่นนี้ กลับมีคนคนหนึ่งที่ไม่อยากให้ความร่วมมือขึ้นมาเสียอย่างนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนคนนั้นดันเป็นถึง The Destroyer กำลังสำคัญผู้มีพลังในการต่อสู้สูงที่สุดในบรรดาทูตทั้งเจ็ดอย่างมินยุนกิคนนี้

จีมินกัดริมฝีปาก เขาโยนสัมภาระของตัวเองลงบนพื้น มือข้างขวาถูกยกขึ้นมา พร้อมกับแสงสีฟ้าที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเป็นตัวอักษร  

“นายจะสู้กับฉันเหรอ จีมิน” มินยุนกิถามพลางหันมาทางเขา ตัวอักษรรูน < สีส้มที่ราวกับถูกวาดขึ้นด้วยเปลวไฟปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา อำนาจของรูนทั้งสองปะทะกันกลางอากาศอย่างไม่มีใครยอมใคร 

พลังของจีมินคือน้ำ พลังของยุนกิคือไฟ อักษรรูนที่พวกเขาถนัดเรียกใช้สร้างเวทมนตร์ที่สุดย่อมเป็นอักษร ลากู แห่งธาตุน้ำ และอักษร เคน แห่งธาตุไฟ

เมื่อจอนจองกุกใช้อักษรเคน สิ่งที่เขาได้รับคือการนำทาง แต่เมื่อผู้ที่ใช้มันคือมินยุนกิ สิ่งที่เขาได้คือเปลวเพลิงร้อนแรงที่ลุกไหม้อย่างโชติช่วงที่สุด นี่คือความลึกลับของศาตร์แห่งรูนที่หมอผีแต่ละคนเรียกใช้ได้แตกต่างกัน

พลังไฟของยุนกิรุนแรง ทว่าพลังน้ำของจีมินก็ต้านทานพลังไฟของเขาเอาไว้ได้

โชคดีที่ยุนกิไม่ยอมฝึกฝนทั้งยังไม่ยอมฟื้นความทรงจำ จีมินจึงได้เปรียบเขาในเรื่องของการใช้รูนอยู่บ้าง แม้ว่าในความจริงแล้ว แต่ก่อนพวกเขามีพลังทัดเทียมกันก็ตาม

หากเป็นในสถานการณ์ปกติ จีมินย่อมไม่มีทางต่อสู้กับมินยุนกิโดยเด็ดขาด แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ เขารู้ดีว่าการลงมือของเขาและการพามินยุนกิไปพบทุกคนให้ได้นั้นสำคัญเพียงไหน ความทรงจำของเขามีมากพอจะรู้ได้ว่าเมื่อรวมตัวกันครบเจ็ดคน พวกเขาจะสามารถประกอบพิธีกรรมสำคัญได้

พิธีคืนวิญญาณ

ความทรงจำ ความสามารถ และดวงวิญญาณเก่าก่อนจะถูกหลอมรวมอย่างสมบูรณ์กับร่างใหม่ในปัจจุบัน และหลังจากผ่านพิธีคืนวิญญาณแล้ว พวกเขาจะได้ฐานะทูตกลับคืนมา พวกเขามีหน้ากาก แต่ไร้ซึ่งอาภรณ์แห่งทูตที่โนร์นประทานให้ เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขาได้มันกลับมา จะใช้เวทมนตร์ในการต่อสู้นั้นง่ายดายเพียงกระดิกนิ้ว ไม่จำเป็นต้องร่างอักษรรูนสื่อเวทมนตร์ให้ยุ่งยากอีกต่อไป

คู่ต่อสู้ที่พวกเขาต้องสู้ด้วยไม่ได้ปีศาจทั่วไป แต่เป็นถึงราชินีเฮลล่าแห่งเฮลไฮล์ม หากไม่ให้ทูตทั้งเจ็ดร่วมมือกัน มนุษย์ตัวแทนเทพอย่างพวกเขาไม่มีทางโค่นล้มเทพีตัวจริงเสียงจริงแล้วส่งนางกลับไปที่เฮลได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่จะตามลงไปช่วยเหลือรากของอิกดราซิลเลย

ดังนั้นในวินาทีนี้ จีมินจึงไม่มีทางเลือกอื่นอีกนอกจากต้องกัดฟันลุกขึ้นสู้กับมินยุนกิสักตั้ง

จีมินยกมือทั้งสองข้างขึ้น เขาใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางในการควบคุมกระแสน้ำที่ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า เมื่อเด็กหนุ่มหมุนมือตามเข็มนาฬิกา สายน้ำก็กลืนกินเปลวไฟของมินยุนกิไปพร้อมกับลบล้างอักษรรูนที่เขาสร้างขึ้น สายน้ำพุ่งตรงโอบรัดรอบตัวของยุนกิ ก่อนจะกักเขาไว้ภายใน

ดวงตาของมินยุนกิเบิกกว้างขึ้น เขาพยายามจะดิ้นรนให้หลุดออกจากคุกน้ำนี้ แต่ก็จนปัญญา

“ผมขอโทษนะครับ พี่ยุนกิ” จีมินบอกกับญาตผู้พี่เสียงเศร้า “ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตามที่พี่ไม่ยอมใส่หน้ากากนั่นอีกครั้ง แต่เรามีภารกิจที่สำคัญมากรออยู่ ครั้งหนึ่งพวกเราเคยยอมตายมาแล้วเพื่อทำสิ่งนี้ ครั้งนี้ผมไม่เชื่อหรอกว่าจะมีสิ่งไหนมาทำให้พี่เปลี่ยนใจไม่ยอมลงมือ”

เอ่ยจบเด็กหนุ่มก็เรียกหน้ากากขึ้นมา เขาพึมพำคาถาบทหนึ่งออกมา มือขวาก็ควบคุมสายน้ำให้พาร่างของมินยุนกิพุ่งเข้ามาอยู่ในหน้ากากของเขา

พัคจีมินลดมือลง ก้มลงมองหน้ากากของตัวเองพลางถอนหายใจ “ไม่เคยนึกเลยว่าจะมีวันที่ได้จับพี่ใส่เอาไว้ในคุกน้ำของผม เพราะปกติแล้วพี่เป็นคนโยนคนอื่นเข้ามาใส่ในคุกนี้นี่นา”

เด็กหนุ่มหอบข้าวของของตัวเขาเองที่โยนทิ้งไว้เมื่อสักครู่ขึ้นมา ก่อนจะหันหลังแล้วเดินออกจากห้องซ้อมดนตรีแห่งนั้น เท้าทั้งสองข้างพาเขามุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่แทฮยองกับเขาได้นัดหมายกันเอาไว้

พิพิธภัณฑ์Ghost Townของตระกูลคิม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 516 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,141 ความคิดเห็น

  1. #1063 Apollon~kv (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 18:30
    ลุ้นเลย อยากรู้เลยว่าทำไม
    #1,063
    0
  2. #1033 boahammock (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 20:27
    จีมินต้องลำบากใจขนาดไหนกันนลูกเอ้ยย พี่ไม่อยากจำว่าแย่แล้ว พี่ต่อต้านยิ่งเจ็บผวดดด
    #1,033
    0
  3. #891 tomyongsw (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 19:22
    อ่า พอเก็ทแล้ว คู่บำเพ็ญ?? แอบเสียดายที่ไม่ได่ตกลงกันอย่างจริงจัง คิดว่าคงเพราะเกิดเรื่องขึ้นก่อนรึป่าวเลยยังไม่ได้มีอะไรคืบหน้า? เราก็เดาไปเรื่อย5555 ส่วนของยุนกิ ทำไมพี่ถึงไม่ยอมใส่หน้ากากอีกครั้งนะ? เราว่ามันต้องมีเบื้องหลังแน่ๆ และเป็นเบื้องหลังที่สำคัญด้วย สู้ๆนะจีมิน
    #891
    0
  4. #866 @S_CB (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 18:11
    แงง จีมินอาา ㅠㅠ
    #866
    0
  5. #859 YuparatSoanglam (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 09:38
    จีมินอาาา

    TT
    #859
    0
  6. #853 taetan06518 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 03:59
    เหตุผลอะไรกันที่ยุนกิไม่ยอมใส่น่ากากอีกครั้ง
    #853
    0
  7. #820 MMP_P'M49 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 10:50
    ยุนกิมีเหตุผลอะไรอ่ะ อยากรู้จัง
    ปล.ฮื่อ จิมิงเก่งมากรู้ก
    #820
    0
  8. #774 PaiiKanj (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 12:53
    ยุนกิต้องเห็นอะไรตอนใส่หน้ากากครั้งแรกแน่เลย ถึงไม่ยอมใส่อีกอ่ะ
    #774
    0
  9. #765 Plíða (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 10:14
    ยุนกิต้องมีสาเหตุที่ไม่อยากร่วมด้วยแน่ๆ มันคืออะไรกันนะ? /ทำหน้าฉงน
    #765
    0
  10. #746 ่Airino (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 22:17
    มีเรื่องอะไรที่ทำให้ยุนกิไม่อยากใส่หน้ากากหรือเปล่านะ ;-;
    #746
    0
  11. #652 Preen14-07 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 09:50
    ยุนกิน่าจะโดนอะไรมาหรือป่าว นี่เดาล้วนๆ
    #652
    0
  12. #610 sofar_fa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 09:17
    มันต้องมีเหตุผลที่มินยุนกิไม่ยอมใส่หน้ากากเป็นครั้งที่สอง และไม่ยอมให้ความร่วมมือสินะคะ แต่มันคืออะไรกันหนออออ
    #610
    0
  13. #456 Moonlionz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 23:10
    เราต้องกลับมาอ่านใหม่เพราะจำไม่ได้ ._.
    #456
    0
  14. #432 Chutipa-oil (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 23:22
    พี่ยุนกิเกิดอะไรขึ้นน ต้องรู้ต้องเห็นอะไรมาแน่ๆเลย
    #432
    0
  15. #346 _funfun_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 13:27
    ไรท์จ๋าาา อยากอ่านต่อแน้ววว
    #346
    0
  16. #345 flaramy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 23:20
    สนุกกก สู้ๆนะไรท์!!!
    #345
    0
  17. #344 pacific60cm (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 18:43
    ตามมาติดบ่วงอีกเรื่องแน้ว ไรต์แพทกะคือหาปมเก่งมาก แง
    #344
    0
  18. #342 allga18 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 19:08
    อยากอ่านน
    #342
    0
  19. #340 BumbimTanyathip (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 16:18
    รอน้าไรท์~
    #340
    0
  20. #332 MindQueen (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:53
    ตื่นเต้นๆๆๆ
    #332
    0
  21. #329 แง้วๆ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 11:23

    จองกุกจะต้องมีความสามารถอื่นอีกแน่เลยยย อยากเห็นแล้ววววววว น่าสนุกอ่าา

    #329
    0
  22. #328 b9zazagtz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 19:15

    เอ๋-- มันมีอะไรมากกว่านี้ระหว่างยุนกิกับจีมิน ถูกม้ะ ดรีมคือจอง โฮซอก แฮะ ตอนแรกคิดว่าจะเป้นยุนกิ มาอัพต่อเร้วๆคร้ะะ พิ้แพทคนงามพระราม54321 (ตั้งให้เอง55555555555555)

    #328
    0
  23. #320 ChontichaLaorat (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 01:11
    รอนะคะไรท์ สู้ๆค่าาา
    #320
    0
  24. #319 SeeYoo_Soon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 10:09
    คงไม่ได้ร้ายแรงขนาดทำร้ายจีมินใช่ไหม ถึงไม่ยอมใส่ หรือไม่อยากให้จีมินต้องสลายไปเหมือนก่อนหน้านี้ แต่มันจะไม่มีปัญหาจริงดิ เป็นลูกพี่ลูกน้องกันนะ อยากให้เค้ารักกัน
    #319
    0
  25. #314 mintmintzar (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 22:40
    พึ่งได้มาตามอ่านคือเนื้อเรื่องน่าติดตามมากๆค่ะ กำลังสนุกเลย เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ // สู้ๆค่าา
    #314
    0