จบแล้ว {Fic BTS} The Flower {KookV} #Flowerkookv

ตอนที่ 26 : Special Chapter 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,428
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 177 ครั้ง
    20 พ.ค. 62


Special Chapter 5

 

เสียงดนตรีคลาสสิกดังออกมาจากในร้านอาหารแห่งหนึ่ง คิมซอกจินเงี่ยหูฟังขณะรออาหารที่เขาเพิ่งจะสั่งไป ที่ฝั่งตรงข้ามของเขา คิมนัมจุนกำลังนั่งไขว่ห้างอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าวันนี้ด้วยสีหน้าสนอกสนใจ เส้นผมของอีกฝ่ายเซ็ตปัดไปด้านหนึ่ง เผยให้เห็นใบหน้าเคร่งขรึมที่กำลังสนใจเนื้อหาที่อ่าน ดวงตาที่ซ่อนอยู่หลังแว่นเป็นประกาย

ใบหน้าขณะที่ตั้งใจทำอะไรสักอย่างของคิมนัมจุนน่ามองเสมอ

คิมซอกจินจ้องมองเขาอยู่ได้ไม่นานนักก็เบนสายตาก้มลงมองดูมือของตนเองอย่างคนไม่มีอะไรทำ เขาไม่ได้ติดโซเชียลมีเดีย และไม่มีรสนิยมชื่นชอบเล่นเกมในโทรศัพท์มือถือ สำหรับเขาซึ่งเป็นคนแรกในตระกูลที่ได้รับความทรงจำคืนมาจากหน้ากาก เขามักมีด้านที่เงียบงันไม่กล่าววาจาอยู่บ่อยครั้ง

อดีตของเขา...มีทั้งด้านที่ดีและไม่ดีแตกต่างกันไป

วันนี้เมื่อมองย้อนกลับไปหลายร้อยกว่าปีก่อน เขารู้สึกได้ว่าตนเองตัดสินใจทำอะไรที่ผิดพลาดลงไปมากมาย แม้ว่าจะไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้แต่ก็รู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อยเช่นกัน

ในตอนนั้นเองที่ชายหนุ่มซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามลดหนังสือพิมพ์ลงแล้วถามเขาว่า “นี่เพลงอะไรน่ะ”

ซอกจินตอบอย่างไม่อิดออดว่า “Vivaldi Four Season - Spring

“อะไรนะ?” คิมนัมจุนหันมามองคนที่ในชาตินี้มีศักดิ์เป็นญาติผู้พี่ของตนเอง “วิวาล...อะไรสปริงนะ?”

Vivaldi (วิวัลดี้) เป็นชื่อของนักประพันธ์เพลง ส่วน Four Season เป็นชื่อเพลง Spring เป็น อืม ใช้คำว่าเป็นส่วนหนึ่งของเพลงก็แล้วกัน นายจะได้เข้าใจ” ซอกจินเล่นเปียโนมาตั้งแต่ยังเล็ก เขารู้สึกเพลงคลาสสิกมากมายทั้งยังสามารถเล่นได้เป็นอย่างดี ตรงข้ามกับคิมนัมจุนที่มาสายวิชาการตั้งแต่เด็ก เขาอาจฟังเพลงบ้าง แต่ดนตรีคลาสสิกน่ะ...แค่แยกระหว่างไวโอลิน วิโอลา และเชลโล่ออกก็บุญแล้ว

“เพราะดี มันหมายถึงอะไร”

“อืม ฤดูใบไม้ผลิยังไงล่ะ”

หลังจากซอกจินตอบออกไปแล้ว พวกเขาก็มองหน้ากันเงียบๆอยู่นานหลายอึดใจเลยทีเดียว

“พี่เป็นอะไรหรือเปล่า ท่าทางแปลกๆนะ” นัมจุนตั้งข้อสังเกตพลางพับหนังสือพิมพ์แล้วโยนไปบนโต๊ะข้างๆที่ไม่มีคนนั่งอยู่ เขาหันกลับมามองพี่ชายด้วยสายตาสังเกตระคนกำลังสงสัย ซอกจินเบือนหน้าหนีเขาราวกับกลัวว่าจะถูกอ่านใจก่อนจะตอบว่า “ฉันแค่ยังไม่ชินกับเมืองในตอนนี้”

คิมนัมจุนมองดูทิวทัศน์เขียวขจี ท้องฟ้ากระจ่างพิสุทธิ์ แสงแดดสะท้อนเมืองทั้งเมืองจนเรืองรองไปด้วยแสงสีทอง ผู้คนเดินกันอย่างขวักไขว่บนทางเท้า ชี้ชวนกันให้มองดูต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านมีใบสีเขียวชอุ่มเต็มต้น

“ผ่านมาเป็นเดือนแล้วยังไม่ชินอีกหรือ มันก็แค่กลับไปเหมือนที่ควรจะเป็น ไม่ใช่เปลี่ยนไป แต่แค่กลับไปเป็นเหมือนเดิม”

“นั่นมันเหมือนกับพวกเราเลยใช่ไหมล่ะ” ซอกจินถามพลางยิ้มรับเมื่อพนักงานนำอาหารรองท้องมาเสิร์ฟ “ไม่ได้เปลี่ยนไป แค่กลับไปเป็นเหมือนเดิม”

“พูดอะไรน่ะ ผมไม่ได้เป็นราชาแล้วเสียหน่อย”

“ฉันก็ไม่ใช่พระสังฆราชแล้ว”

“แล้วพี่หมายถึงอะไร?” นัมจุนเลิกคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ เขาบรรจงตักซุปเห็ดเข้าปาก ก่อนจะพยักหน้าด้วยความพึงพอใจอย่างมาก “รสชาติดี”

ร้านอาหารร้านนี้เพิ่งถูกเปิดใหม่ โดยเจ้าของก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นจอนจองกุกที่ตอนนี้กำลังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยชั้นปีที่หนึ่ง ดูเหมือนว่าปู่ของเขาจะทิ้งเงินก้อนโตเอาไว้ให้ ระบุไว้ในพินัยกรรมโดยเฉพาะว่าให้หลานชาย ไม่ให้ลูกชายของตัวเองแม้แต่เหรียญเดียว ขณะที่พ่อกับแม่ของจองกุกออกเดินทางไปทำงานที่เมืองอื่นเหมือนเช่นเคย จอนอจองกุกที่แม้จะสามารถออกนอกเมืองได้แล้วก็ตัดสินใจจะเข้ามหาวิทยาลัยที่นี่พร้อมกับแทฮยอง ทั้งยังเอาเงินลงทุนนั้นมาเปิดร้านอาหาร เด็กหนุ่มบอกว่าเป็นความฝันของปู่เมื่อนานมาแล้วแต่พ่อไม่ยอมให้ปู่ได้ทำ

“เราไม่ใช่พระสังฆราชกับราชาอีกแล้ว แต่ฉันก็ยังไม่อาจลบตัวตนของนายได้ทั้งหมด เพราะครั้งหนึ่งนั่นคือตัวตนของพวกเรา และบางครั้ง...ฉันอิจฉาเด็กๆพวกนั้นที่สามารถยอมรับในสถานะของตนเองได้อย่างง่ายดายไม่ว่าในชาติก่อนหรือชาตินี้”

“พี่ก็แค่ไม่เรื่องที่ยังไม่อาจปล่อยวาง”

“ฉันมีเรื่องที่ยังปล่อยวางไม่ได้จริงๆนั่นแหละ”

“แล้วมันคือเรื่องอะไร” นัมจุนถามต่อด้วยความสงสัย

“อืม อธิบายยากมากเลย”

“ลองบอกมาให้ผมฟัง”

“ชีวิตของฉันในชาติที่แล้ว อุทิศตัวให้กับสองสิ่งเท่านั้น คือศาสนากับตัวนาย” ซอกจินกล่าวช้าๆอย่างไม่รีบร้อน เขาคนซุปข้าวโพดของตัวเองไปพลาง ค่อยๆช้อนเนื้อซุปขึ้นบนช้อนอย่างสง่างามพลางเอ่ยว่า “มันเป็นเหมือนปณิธานอันแรงกล้าจนกลายเป็นแรงขับเคลื่อนในการใช้ชีวิต ต่อมาพอเจออาจารย์ ปณิธานก็เลยเปลี่ยนเป็นเพื่อโนร์นและนาย”

คิมนัมจุนพยักหน้าอย่างพอเข้าใจได้ “แล้วไงต่อ”

“ปณิธานพวกนั้นฝังตรึงอยู่ในจิตวิญญาณของฉัน มาเกิดใหม่ชาตินี้ ฉันก็ยังคงคิดทำเพื่อนายอยู่เหมือนเดิม ที่เปลี่ยนไปอีกอย่างก็คือคราวนี้ฉันทำเพื่ออิกดราซิลด้วย”

คิมนัมจุนวางช้อนลง ถามว่า “พี่จะบอกว่าเรื่องที่ยังไม่เคยปล่อยวางได้ก็คือเรื่องผม?”

“ใช่”

ความเงียบค่อยๆปกคลุมพวกเขาอีกครั้งอย่างช้าๆ ชายหนุ่มสองคนประสานสายตากัน บรรยากาศกดดันประหลาดแผ่ออกมาจากตัวของพวกเขาสองคน ทำเอาพนักงานที่เข้ามาเสิร์ฟอาหารต้องรีบวางจานแล้วเผ่นหนีไปทันที

คนรวยสองคนทำท่าจะมีเรื่องกัน เขาไม่กล้าอยู่เป็นก้างขวางคอ

“ผมเป็นตัวถ่วงพี่หรือเปล่า?”

“เปล่า”

“ผมเป็นภาระที่พี่อยากโยนทิ้งไหม?”

“นายไม่เคยเป็น”

“พี่เคยคิดอยากไปจากผมไหม?”

“ฉันคงไม่มีวันทำอย่างนั้น”

“งั้นพี่ก็ไม่ต้องคิดมากหรอก เพราะถึงแม้ว่าผมจะเป็นผู้สรรค์สร้าง แต่ผมไม่เคยคิดจะสร้างวันเวลาที่ไม่มีพี่อยู่ด้วยให้กับตัวของผมเองเลย” นัมจุนเลื่อนจากอาหารที่เป็นของซอกจินไปที่ตรงหน้าของเขา “ที่พี่พูดมาทั้งหมดก็คือในมุมมองของพี่ ผมจะบอกมุมมองของผมให้พี่รู้ ผมไม่อาจเป็นราชาอยู่ได้ด้วยซ้ำในตอนนั้นหากไม่มีพี่อยู่ด้วย และพอมาเป็นทูต ถ้าไม่มีพี่อยู่ด้วย ผมก็คงแย่เหมือนกัน พี่ช่วยชีวิตผมมานับครั้งไม่ถ้วยระหว่างภารกิจของพวกเรา และในตอนนี้ แม้จะพูดได้ว่าเราอยู่ในโลกที่ไม่จำเป็นต้องคอยป้องกันตัวจากอันตรายแบบสมัยนั้นแล้ว แต่ผมเคยชินไปแล้วที่มีพี่อยู่ด้วย ยิ่งความทรงจำทั้งหมดกลับคืนมาผมยิ่งคุ้นชิน เพราะงั้นหากพี่ทำท่าทำทางประหลาดแบบนี้ พูดถึงเรื่องผมที่ปล่อยวางไม่ได้พวกนี้ พี่จะพูดยังไงก็ได้ ตาห้ามพูดเด็ดขาดว่าจะทิ้งผมไป”

“ทิ้งนายไป?” ซอกจินถามเสียงสูง ก่อนจะหัวเราะเหอะๆออกมา “นั่นคงเป็นสิ่งสุดท้ายในโลกที่ฉันจะทำ”

“ถ้าอย่างนั้นพี่เป็นอะไร”

“ฉันเป็นห่วงนาย”

“หืม?” นัมจุนมีสีหน้ามึนงงอีกครั้ง คนฉลาดอย่างเขามักจะกลายเป็นคนโง่เสมอเมื่ออยู่ต่อหน้าคิมซอกจิน ไม่ว่าจะในชีวิตไหนก็ตาม ทั้งไซทัสทั้งซอกจินมักจะมีคำพูดที่ทำให้เขาต้องเกิดคำถามอยู่เสมอ

“ถ้าฉันไม่อยู่แล้วนายจะทำยังไง”

นัมจุนแทบจะทิ้งมีดหั่นสเต็กที่อยู่ในมือทันที “ไหนพี่บอกว่าจะไม่ทิ้งผมไป”

“ฉันไม่ได้จะทิ้งนายไป ฉันจะออกไปทำภารกิจ”

“ภารกิจอะไร”

“มีหมู่บ้านหนึ่ง ห่างออกไปประมาณเก้าร้อยไมล์จากที่นี่ กำลังป่วยด้วยโรคระบาดปริศนา อ่านข่าวดูแล้วน่าจะเพราะปีศาจ ไม่ใช่เชื้อไวรัส” ซอกจินบรรจงตักสลัดเข้าปาก เคี้ยวละเอียดจนกระทั่งกลืนลงไปแล้วจึงได้เอ่ยต่อว่า “ฉันจะไปทำการฆ่าเชื้อโรคสักหน่อย นี่ผ่านมาเป็นเดือนแล้วนับตั้งแต่เรากลับมาจากเฮลไฮล์ม แต่พวกเรายังไม่มีใครเริ่มทำหน้าที่ทูตกันอีกครั้งอย่างจริงจังเลย”

“ก็พวกเขายังเรียนไม่จบ”

“เพราะงั้นเลยเหลือแค่ฉัน นาย และโฮซอกไงล่ะ” ซอกจินขมวดคิ้ว “โฮซอกช่วงนี้กำลังปรับปรุงสวนสนุกใหม่อยู่ คงวุ่นจนยังปลีกตัวไม่ได้ นายเองก็กำลังปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ใหม่ ดังนั้นเลยมีแค่ฉันที่ว่างพอจะไปจัดการได้ ขืนรอต่อไปคงได้ตายกันทั้งหมู่บ้านพอดี”

นัมจุนเองก็ขมวดคิ้วเช่นกัน เขาลังเลอยู่หลายอึดใจก่อนจะบอกว่า “ผมไปด้วย”

“ไม่ได้”

“ได้สิ ปรับปรุงพิพิธภัณ์ส่วนใหญ่แล้วเป็นงานก่อสร้าง” นัมจุนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ส่วนที่สร้างเสร็จแล้วก็แล้วไป ส่วนที่ยังสร้างไม่เสร็จ...ผมสามารถสร้างให้เสร็จได้ด้วยตัวคนเดียวภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง”

“เฮ้ ทำแบบนั้นมันจะผิดสังเกตนะ” ซอกจินเอ่ยเตือน รู้สึกปวดหัวขึ้นมาเล็กน้อย “เก้าร้อยไมล์ไม่ไกลมาหรอก ไปไม่กี่วันก็กลับมาแล้ว”

“ตั้งแต่เรารู้จักกันมา เราไม่เคยห่างกันไกลเกินสิบใมล์เลยนะ ไม่ว่าจะในชาติไหน” นัมจุนกล่าว

“ใช่ เพราะชาติที่แล้วเราสองคนถูกขังเอาไว้ในปราสาททั้งแต่เด็กยันโต พอเป็นทูตก็เดินทางด้วยกันตลอด พอมาเกิดที่นี่เมืองก็เล็กแค่นี้ แถมยังออกไปไหนไม่ได้อีก”

“แล้วพอออกไปได้ พี่ก็จะทิ้งผมไป?”

“เฮ้ย ก็บอกว่าไม่ได้ทิ้งไง”

“พี่ทำแบบนี้เพราะมีจุดประสงค์แอบแฝงใช่ไหม?” นัมจุนถาม

“จุดประสงค์อะไร” ซอกจินถามกลับ น้ำเสียงสงสัยติดจะรำคาญไม่น้อย

“เพราะผมไม่ค่อยสนใจพี่ พี่เลยตั้งใจจะทำให้ผมรู้ว่าจริงๆแล้วผมอยู่โดยขาดพี่ไม่ได้” นัมจุนรู้สึกว่าสเต็กที่แสนอร่อยนี้อยู่ดีๆก็เปลี่ยนเป็นไร้รสชาติ เมื่อคิดว่าเขาจะต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีคนตรงหน้าไปอีกหลายวัน “ผมกับพี่ก็เหมือนติดยานั่นแหละ ถ้าไม่กินทุกวัน ก็คงจะลงแดงตาย”

“ถามจริง” ซอกจินแทบจะหลุดหัวเราะเมื่อได้ยินคำเปรียบเปรยนั้น “ฉันไม่ใช่ยาของนาย นัมจุน นายไม่กินฉันไม่กี่วันนายไม่ตายหรอก แล้วพูดก็พูดไปนะ นายไม่เคยกินฉันเลยด้วยซ้ำ”

พอพูดออกไปแล้ว ก็รู้สึกว่าคำพูดเมื่อกี้ค่อนข้างสองแง่สองง่ามไปสักหน่อย ขณะที่อ้าปากคิดจะแก้ไขคำพูดเสียใหม่ ก็พบสีหน้าครุ่นคิดอย่างจริงจังของอีกฝ่ายปรากฏอยู่ตรงหน้า

“อืม...” นัมจุนส่งเสียงในลำคอขณะที่ครุ่นคิดไปด้วย

“เฮ้ย นัมจุน”

“ครับพี่”

“ก็แต่เก้าร้อยไมล์” ซอกจินย้ำ

“ผมเคยทำอะไรให้พี่ไม่พอใจหรือเปล่า?”

“มามุขนี้อีกแล้วเรอะ” ซอกจินถึงกับกุมขมับ “ฉันไม่ได้จะทิ้งนายไปไหนโว้ย”

“ผมรู้” นัมจุนพยักหน้ารับ เขามองอีกฝ่ายด้วยสายตาจริงจัง ในแววตาที่ชาญฉลาดของเขาฉายประกายประหลาดที่ซอกจินไม่เคยมองเห็นมาก่อน ท่าทางเช่นนั้นของอีกฝ่ายทำให้เขาหวาดระแวงจนถึงกับต้องถามว่า “อะไร...”

“พี่อยากลองออกไปใช้ชีวิตโดยไม่มีผมสักครั้งใช่ไหม”

“...” พอคำพูดนี้ถูกเอ่ยออกมา ซอกจินก็เงียบกริบเป็นครั้งแรก ประกายตาของนัมจุนสาดประกายคมกริบมากยิ่งขึ้นเมื่อเขารับรู้ว่าตนเองเดาได้ถูกต้อง

“พี่ทำไม่ได้หรอก”

“...เพราะอะไร” เพราะอะไรนายถึงพูดแบบนั้น

“เพราะพี่เองก็ไปจากผมไม่ได้ พี่ทนอยู่โดยไม่มีผมไม่ได้หรอก” นัมจุนกล่าวอย่างมั่นใจ เขาเอื้อมมือมาจับมือของซอกจินที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วกำเอาไว้แน่น

ซอกจินถูกการกระทำโดยกะทันหันของอีกฝ่ายทำเอาสะดุ้ง ขณะที่จะดึงมือออก กลับพบว่าดึงออกมาไม่ได้ พลังเวทมนตร์ของพวกเขากระจายตัวออกมา คนหนึ่งพยายามทุกวิถีทางที่จะเอามือของตัวเองออกมา ส่วนคนหนึ่งให้ตายอย่างไรก็ไม่ปล่อยมือ โต๊ะอาหารของพวกเขาสั่นกึกกักขึ้นมาทันที

“ปล่อยมือฉัน”

“ผมไม่ปล่อยจนกว่าผมจะพูดจบ” นัมจุนกล่าวอย่างดื้อดึง

แทฮยองกับจองกุกที่เพิ่งมาถึงกำลังจะเดินเข้ามาหาทั้งสองเห็นฉากนี้เข้าไปก็ชะงัก เด็กหนุ่มทั้งสองคนมองตากัน ก่อนที่พวกเขาจะรีบกันพนักงานร้านและลูกค้าใหม่ที่กำลังเข้ามาในร้านให้เดินไปนั่งในอีกโซนทันที เพราะตอนนี้ข้าวของกระทั่งจานอาหารบนโต๊ะนั้นเริ่มลอยขึ้นมาแล้ว

“พูดมา นายต้องการจะพูดอะไรล่ะ” ซอกจินถามด้วยความหงุดหงิด

“พี่โกรธก็เพราะว่ารักผมแต่พูดมันออกมาไม่ได้งั้นใช่ไหม”

เพล้ง!

พลังเวทมนตร์ของซอกจินหายวับไปเพราะผู้ควบคุมตกใจจนไม่อาจดำรงสติเอาไว้ได้ จานชามล้วนหล่นร่วงกลับมาบนโต๊ะ มีเพียงแก้วน้ำหนึ่งใบที่หล่นลงไปแตกบนพื้น ซอกจินถูกเสียงนั้นทำให้สะดุ้งซ้ำอีกรอบ รีบฉวยโอกาสที่นัมจุนเองก็สลายเวทมนตร์ไปเพราะตกใจเสียงแก้วน้ำชักมือตัวเองกลับมา

“นาย...ฉัน...”

“ถ้าเป็นเพราะเรื่องนั้นจริงๆแล้วล่ะก็ ผมเองก็ไม่อยากแกล้งโง่อีกต่อไปแล้วเหมือนกัน” นัมจุนเอ่ย ไม่ใส่ใจแก้วน้ำที่หล่นลงบนพื้นอีก เพราะต่อให้มันแตกไปแล้ว เขาก็สร้างใบใหม่ชดเชยให้จองกุกได้เป็นสิบใบอยู่ดี “พระสังฆราชไซทัส เจ้าคิดว่าตัวข้าผู้เป็นราชาอ่านความรู้สึกของเจ้าไม่ออกเช่นนั้นหรือ เจ้าเก่งกาจในทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องที่เป็นบาป และการโกหกของเจ้าก็ไม่เคยแนบเนียนเลยสักครั้ง”

ร่างของซอกจินสั่นสะท้านขึ้นเมื่อนัมจุนใช้น้ำเสียงของนิโคลัสเอ่ยขึ้นมาเช่นนั้น

“แม้อาจารย์จะเอ่ยแซว ผมก็ต้องแกล้งโง่ แม้ว่าพี่จะพยายามไม่แสดงออกแค่ไหน แต่ผมก็จำเป็นต้องสังเกตเห็น เพราะผมสังเกตพี่เสมอ โดยที่ผมต้องทำเป็นเหมือนไม่ใส่ใจพี่ เพราะถ้าผมใส่ใจพี่มากเกินไป พวกขุนนางจะพุ่งเป้าไปเล่นงานพี่หนักขึ้น ผมไม่อยากให้พี่ต้องเหนื่อย” นัมจุนกลับมาพูดภาษาปัจจุบันเช่นเคย เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ กล่าวเสริมว่า “เดิมทีพอความทรงจำกลับมาแล้วก็อยากจะบอกพี่อยู่เหมือนกัน แต่สถานการณ์มันกระชั้นชิด กลับมาที่เมืองนี้ก็วุ่นแต่กับงาน ไม่มีเวลาเหมาะๆที่จะพูดกับพี่เรื่องนั้นเสียที ไม่คิดเลยว่าจะทำให้พี่ถึงกับคิดจะออกไปทำภารกิจโดยไม่มีผมไปด้วย งั้นผมไม่แกล้งโง่ต่อไปแล้วดีกว่า”

“....” ซอกจินรู้สึกว่าตนเองสูญเสียความสามารถในการพูดจาไปแล้ว

เรื่องที่อีกฝ่ายพูดมาเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลย

จะแสดงได้แนบเนียนเกินไปแล้ว!

“พี่เรียนวิชาการแสดงมาแท้ๆนะ ยังแสดงสู้ผมไม่ได้เลย” นัมจุนส่ายหน้าพลางยื่นมีดกับส้อมที่หล่นไปบนโต๊ะฝั่งเขาวางกลับใส่จานของซอกจินตามเดิม

“นาย...”

“ผมขอสั่ง ไม่ให้พี่ไปทำภารกิจคนเดียว”

“มันก็แค่เก้าร้อยไมล์...”

“คู่บำเพ็ญไม่มีใครออกเดินทางคนเดียวโดยไม่มีอีกฝ่ายไปด้วย”

“เราสองคนไม่เคยเป็นคู่บำเพ็ญกัน...”

นัมจุนหรี่ตามองเขาจากหลังกรอบแว่น คำพูดที่เหลือของซอกจินก็พลันหายวับอีกครั้ง เขาอ้าปากพะงาบๆแต่กลับไม่มีเสียงอะไรหลุดรอดออกมาเลย

“นอกจากยังไม่เคยทำพิธีกับยังไม่เคย...ทำเรื่องนั้นแล้ว” นัมจุนเลิกคิ้วสูง “มีตรงไหนที่เราสองคนไม่เหมือนคู่บำเพ็ญอีกหรือ”

ซอกจินหลุบตาลงมองจานอาหารของตนเอง

“นายรักฉันหรือเปล่าล่ะ”

“พี่เป็นมากกว่าความรักสำหรับผม” นัมจุนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ผมขาดความรักได้ มนุษย์ที่ไม่มีความรักไม่มีใครดำรงชีวิตอยู่ไม่ได้ แต่ถ้าผมขาดพี่ไปผมต้องทนอยู่ไม่ได้แน่ มันไม่ใช่ว่าเพราะมีพี่อยู่จนเคยชินอย่างที่ผมอ้างเมื่อกี้ แต่เพราะพี่คือส่วนหนึ่งของชีวิตผม เหมือน...เหมือนเป็นลมหายใจสำหรับผม มันไม่ใช่คำเปรียบเปรย พี่เข้าใจไหม มันหมายความตามนั้นจริงๆ”

“...”

“ครั้งหนึ่งอาจารย์เคยบอกผมว่าธรรมชาติสร้างสรรพสิ่งมาให้คำรงอยู่โดยมีคู่เสมอ เหมือนที่มีแสงสว่างก็ต้องมีความมืด มีฟ้าก็ย่อมมีดิน ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้เป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นทุกอย่างจะพังทลายไร้สมดุล เหมือนที่ต้องมีผู้แสวงหาและผู้หลบซ่อน เหมือนที่ต้องมีผู้ทำลายและผู้ปกป้อง”

“...ฮึก”

“ผู้สรรค์สร้างกับผู้สวดภาวนา ตัวแทนของรูปธรรมและนามธรรม พี่เข้าใจไหม คิมซอกจิน พี่ก็คืออีกส่วนหนึ่งนั้นที่จำเป็นต้องดำรงอยู่คู่กันผม ขาดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปไม่ได้เป็นอันขาด”

นัมจุนเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาของซอกจินอย่างแผ่วเบา

“พี่ห้ามไปนะ โอเคไหม”

“อืม”

“ผมจะสร้าง ไม่สิ ถ้าพี่บอกว่าไม่ควรทำผมก็จะไม่ทำ ผมจะสั่งพักงานไว้ก่อนหนึ่งวัน เราจะให้จองกุกส่งเราไปที่นั่นแล้วรับเรากลับมาโดยวงแหวนสำหรับวาร์ป”

“อืม”

“พอกลับมาแล้วเราก็หาเวลาทำพิธีกัน?”

ซอกจินหัวเราะทั้งน้ำตา ก่อนจะส่ายหน้าวืด “ไม่เอา ไม่ทำพิธีกับนาย”

“ทำไมล่ะ”

“ฉันต้องอยู่อย่างคนเจ็บปวดหัวใจมาตั้งกี่ร้อยพันปี? นายเพิ่งมาสารภาพก็จะให้ฉันเข้าพิธีด้วยเลย? ฝันไปเถอะ คิมนัมจุน รอไปอีกสักร้อยปีนะ แล้วเราค่อยว่ากันเรื่องนั้น”

นัมจุนได้ยินแล้วถึงกับหลุดหัวเราะออกมาอีกคน แม้ว่าในใจของเขาจะมีเลือดไหลซิบๆกับคำพูดนี้ก็ตาม

“ผมทนได้หมด ขอแค่พี่ไม่ไปไหน”

“ฉันไม่มีวันไหนโดยไม่มีนาย” ซอกจินหัวเราะเสียงดังขึ้น เอ่ยว่า “เพราะถ้าสมมติฉันทิ้งนายไป แล้วนายเกิดตายจริงๆขึ้นมา ฉันไม่ใช่อาจารย์จะได้มีความสามารถรู้ล่วงหน้าว่านายจะไปเกิดที่ไหน เป็นใคร เพราะงั้นคงไม่มีปัญญาไปตามหานายแน่ จองกุกจะหานายเจอหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะงั้นจะให้นายตายไม่ได้เป็นอันขาด”

“พี่ไม่คิดบ้างเหรอว่าถ้าผมตายแล้วผมจะเป็นฝ่ายกลับมาหาพี่”

“นายหาฉันไม่เจอหรอก”

“ทำไมล่ะ”

“เอ้า” ซอกจินเอ่ยเสียงสูง “ก็นายมันผู้สรรค์สร้างไม่ใช่ผู้แสวงหานี่หว่า”

“พี่...”

“พอแล้ว เลิกคุย กินข้าว ฉันหิวมากแล้ว”

“...”

นัมจุนมองดูคนที่เจริญอาหารขึ้นมาทันที เขาไหวไหล่ให้ตัวเอง ก่อนจะลงมือกินอาหารต่อเช่นกัน

ขอแค่ซอกจินไม่ทำหน้าอย่างเมื่อครู่นี้อีก ไม่พูดจาเหมือนเบื่อขี้หน้าเขาอีก จะให้เขาทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น ต่อให้เขาต้องไปหาโอดินที่แอสการ์ดเพื่อขอให้มาเป็นประธานในพิธีแต่งงาน เอ้ย พิธีปฏิญาณคู่บำเพ็ญ เขาก็ยอม

แต่ว่านะ...อีกฝ่ายไม่ใช่คนเดียวที่ต้องทนเก็บความรู้สึกมานานเสียหน่อย

ก็เขาน่ะ...

ตกหลุมรักเด็กผู้ชายผมทองที่วิหารหลวงคนนั้น ตั้งแต่ตอนที่พวกเขายังไม่ทันได้รู้จักชื่อกันและกันเลยน่ะสิ

 

  

Talk.

ลงตอนพิเศษให้ครบทั้งห้าตอนตามสัญญาแล้วนะคะ 

ขอบคุณมากค่ะ

แล้วเจอกันในเล่มนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 177 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,141 ความคิดเห็น

  1. #1137 นิวเองง (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 16:57
    อันนี้ว้าวสุดเลย เก็บความลับเก่งมากๆ5555
    #1,137
    0
  2. #1135 Wayvay_T (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 20:20
    ขอบคุณที่แต่งสเปทั้ง 5 ตอนให้เราได้อ่านนะค้าบ
    #1,135
    0
  3. #1111 Ingey (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 21:20

    เขินนนน

    #1,111
    0
  4. #1094 pjmmm. (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 22:48
    เขินมาก จะเปนลม ไม่ไหวแล้ว
    #1,094
    0
  5. #1022 kuroba kaito (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 18:21

    นอกจากสร้างของแล้วพี่ก็ต้องสร้างเรื่องเล่นละครด้วยเรอะพ่อผู้สร้างสรรค์

    #1,022
    0
  6. #1019 PaiiKanj (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 10:56
    มันดีจริงๆ รอเล่มแทบไม่ไหวเลยค่ะ
    #1,019
    0
  7. #1009 mininewy (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 17:05
    ชอบเรื่องนี้จริงๆนะ เเต่คือไม่มีตังซื้ออ่ะ :'(
    #1,009
    0
  8. #1002 np zaaa (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 21:34
    น่ารักกกก
    #1,002
    0
  9. #999 @S_CB (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 19:13
    โอ่ยยยยยพินัมจุนนนนน ;-;
    #999
    0
  10. #995 tiger tae (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 02:22
    เรามาแล้ววววววว เราเพิ่งว่างอ่านเองค่ะ อ่านสเปก่อนด้วยเนื้อยังอ่านไม่จบเลยแง ขอบคุณไรท์มากๆๆๆๆนะคะที่สร้างผลงานดีๆให้อ่านกัน ขอบคุณมากค่ะ
    #995
    0
  11. #994 Daduean (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 23:57
    ฮืออออออออ ชอบทุกคู่จริงๆ น่ารัก อยอุ่น ละทุนกันจริงๆ เขาขาดกันไม่ได้
    #994
    0
  12. #992 FERONY (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 18:55
    นิโคลัสสสสส ตกลงคือจริงๆผู้สร้างสรรค์ คือแกล้งโง่ตลอด โธ่ แต่แบบทุกคู่อะที่อ่านแล้วขนลุก แล้วแบบ ฟินนน งือออ
    #992
    0
  13. #990 SeeYoo_Soon (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 18:10
    อยากให้มีภาคต่อมากๆ มากๆๆๆๆๆ ฮือออออ อยากเห็นรูปเล่มแล้วอ่ะ
    #990
    0
  14. #989 kkkanunnn (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 15:44
    ขอร้อง ทำไมเรื่องนี้ทำเราเขินทุกคู่เลย เป็นเรื่องแรกที่เราอินไปกับทุกคู่จริงๆอะ เรื่องอื่นๆคืออืมน่ารักดี แต่เรื่องนี้เขินมาก แงงงงง
    #989
    0
  15. #986 meenthch (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 14:04
    นิโคลัส เธอมันร้าย
    #986
    0
  16. #985 Marco1997 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 11:20
    แงงงงง เขินมากก
    #985
    0
  17. #984 Rusa (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 10:38
    ตอนจบคือพีค คุณราชาไปหลงเขาตอนไหน!!!! รอเล่มเลยค่า ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะค้าาา
    #984
    0
  18. #982 Yuemoon (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 10:33
    พีคจริงๆ นัมจุนรู้มาตลอดสินะ ;-;
    #982
    0
  19. #980 noeyoey (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 10:03
    ชอบคู่นี้จังTTT มันดูอบอุ่นแบบมีออร่ามากๆเลยอะ ไรท์แต่งมาได้ดีมาก ฮือออ ขอบคุณนะคะ
    #980
    0
  20. #977 pnnx (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 09:17
    ตอนพิเศษคือพิเศษจริงๆค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะ ชอบมากกก
    #977
    0
  21. #976 TMN_shipper (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 08:47
    ตอนพิเศษคือดีมาก ดีมากๆๆๆๆ ดีมากแบบมากๆๆอ่ะ คือแบบแม่คะ หนูจะบรรลุธรรม พีคๆตรงนัมจุนมิดั้ยโง่ค่า อินี่ก็เผลอด่าว่าโง่ไปหลายรอบมาก ยุนมินคือดี๊ ยุนกิโหมดอบอุ่นคือตายจ้าแม่ กุกวีคือแบบ อหหหหห อหหหแม่คะ หนูฟินอยู่จะตาย หายใจม่ายออก
    #976
    0
  22. #974 Had ft TV (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 07:55

    น่ารักจุงง


    #974
    0
  23. #973 dreamTossakan (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 07:37
    คู่ป๊าม๊า ฮือออ กัดหมอนแน่น;_;
    #973
    0