จบแล้ว {Fic BTS} The Flower {KookV} #Flowerkookv

ตอนที่ 25 : Special Chapter 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 952
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 139 ครั้ง
    20 พ.ค. 62


Special Chapter 4

 

“ถึงแล้ว”

หลังใช้ชีวิตอยู่ใต้น้ำมาหนึ่งวันหนึ่งคืน นักรบทั้งสองก็มาถึงทะเลทรายอันเวิ้งว้างห่างไกล ไม่ว่าจะกวาดสายตามองไปทางไหนก็เห็นเพียงผืนฟ้าสีฟ้าเข้มและผืนทรายสีเหลืองไร้ที่สิ้นสุด พวกเขาทั้งสองไม่ได้ใช้อูฐในการเดินทาง แต่กลับเพียงใช้เท้าของตัวเองเดินสบายๆไปบนพื้นทรายโดยที่เท้าไม่ได้จมลงไปในทรายเลยแม้แต่น้อย

“ไปทางไหนต่อ?” ไกรอัสหันไปถามคนชุดขาวที่ยืนอยู่ข้างๆ พลางสังเกตดูอีกฝ่ายที่กำลังถือลูกแก้วสีฟ้าใสที่สร้างจากน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ ข้างในนั้นไม่ทราบว่าปรากฏภาพหรือแผนที่อะไร เพราะดูเหมือนกับว่าจะมีเพียงมิเนเลียนที่มองเห็นได้อยู่คนเดียว

“ถ้าข้าไม่ได้มาด้วยเจ้าจะทำเช่นไร” มิเนเลียนถามเสียงเรียบพลางเงยหน้าขึ้นมาจากลูกแก้วในมือ

“ก็คง...กวาดให้เรียบ?”

“หา?” มิเนเลียนถูกคำตอบเชิงถามย้อนของอีกฝ่ายทำเอาอึ้งงันไปเล็กน้อย เขามองท่าทางไม่ยี่หระต่อสิ่งใดของไกรอัสก่อนจะถามว่า “ทำยังไง?”

ไกรอัสหันมายิ้มให้เขาพร้อมกับเปลวไฟที่ลุกโหมในมือ ใบหน้าหล่อเหลา รอยยิ้มกระจ่างใส และเปลวไฟที่ลุกโชติช่วงสะท้อนกับดวงตาสีดำของเขา จนมันดูราวกับเป็นอัญมณีที่มีเปลวไฟลุกอยู่ภายใน ภาพนั้นส่งผลให้มิเนเลียนชะงักมองอย่างเหม่อลอย

ไกรอัสเดินเข้ามาใกล้เขาพลางสลายเปลวไฟในมือ มิเนเลียนจึงดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว เขารีบก้าวถอยหลังเพื่อสร้างระยะห่าง ก่อนจะชี้นิ้วไปในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ “พวกมันอยู่ทางนั้น”

คิดจะกลบเกลื่อนเว้นระยะห่างจากเขา? ไกรอัสเลิกคิ้วสูง

เขาไม่ยอมหรอก

“งั้นไปกันเลย” เอ่ยจบก็เอื้อมแขนไปคว้าเอวอีกฝ่าย ตวัดแขนดึงร่างเข้ามาจนชิด เท้าทั้งสองข้างของเขาระเบิดพลังไฟออกมา เท้าทั้งสองข้างวิ่งด้วยความเร็วสูงไปยังทิศทางที่อีกฝ่ายบอก

“เจ้า เจ้า เจ้า...” มิเนเลียนคว้าไหล่เขาเอาไว้พลางส่งเสียงร้องอย่างแตกตื่น ความใกล้ชิดกะทันหันบวกกับความเร็วในการเคลื่อนที่ที่เหนือความคาดหมายทำเอาสติสัมปชัญญะของเขากระเด็นหายไปชั่วขณะ แม้กระทั่งตอนนี้ตัวเองเป็นฝ่ายเกาะอีกฝ่ายแน่นก็ไม่ได้อยู่ในห้วงความตระหนักคิดเลยแม้แต่น้อย

“ทำไมหรือ” ไกรอัสถามพลางเหลือบสายตามองอีกฝ่ายเล็กน้อย ขาทั้งสองข้างยังคงพุ่งไปด้านหน้าโดยไม่ได้ลดความเร็วลง ทว่าความรู้สึกยามได้โอบกระชับร่างอีกฝ่ายเอาไว้กับตัวเป็นความรู้สึกดีที่ยากจะบรรยายจริงๆ

“อะ เอ่อ...” มิเนเลียนเองเมื่อถูกถามก็อึ้งไปชั่วขณะ แน่นอนว่าเขาเกิดความรู้สึกขัดเขิน แต่เขาจะกล้าพูดออกไปได้อย่างไรเล่าว่าเขากำลังเขินอยู่!

“เจอแล้ว”

ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายใช้ความเร็วขนาดไหนในการพุ่งทะยานมาถึงที่นี่ แต่มิเนเลียนรู้สึกราวกับว่าเวลามันผ่านไปรวดเร็วมาก เขาไม่รู้ว่าไกรอัสสามารถใช้เวทมนตร์ทำให้ตัวเองวิ่งเร็วได้ขนาดนี้ ในตอนที่อีกฝ่ายปล่อยเขาให้ยืนบนพื้น เขายังต้องลอบมองเท้าทั้งสองข้างของอีกฝ่ายที่มีควันจางๆลอยออกมาด้วยความสงสัยอยู่เลย

“ไฟของข้าเป็นพลังงานบริสุทธิ์ประเภทหนึ่ง อาจารย์เคยชี้แนะแนวทางเอาไว้ว่ามันทำได้มากกว่าแค่เผาไหม้สรรพสิ่ง หลายวันก่อนข้ามองเห็นคนของวิหารหลวงนำโคมกระดาษลอยขึ้นฟ้าในวันงานประจำปี ข้าถึงได้คิดค้นวิธีการใช้ไฟเช่นนี้ขึ้นมาได้” ไกรอัสอธิบายออกมาเองโดยที่ไม่ต้องให้มิเนเลียนขอ

“ข้าไม่ได้อยากรู้” คนชุดขาวรีบออกตัว

“อืม แต่ข้าอยากบอกให้เจ้ารู้”

ไกรอัสยื่นมือมาจับเส้นผมที่ชื้นเหงื่อให้พ้นไปจากใบหน้าเกลี้ยงเกลาของอีกฝ่าย พลางเอ่ยยิ้มๆว่า “เผื่อเจ้าจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้”

พลังของพวกเขาคล้ายกัน ร่างของพวกเขาเป็นหนึ่งเดียวกับน้ำและไฟ ดังนั้นวิธีการและรูปแบบของการใช้พลังจึงคล้ายคลึงกัน บางทีนั่นอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่อาจารย์ให้พวกเขาอยู่ด้วยกันบ่อยๆก็เป็นได้

มิเนเลียนพยายามควบคุมหัวใจที่เต้นแรงของขึ้นตัวเอง เขาหรี่ตามองไปยังทิศทางตรงหน้า ห่างออกไปบนเนินทรายอีกลูกหนึ่ง กลุ่มก้อนสีดำกำลังมุ่งหน้าใกล้เข้ามา หน้าตาของพวกมันแปลกประหลาด เป็นสัตว์สี่เท้า เขี้ยวและกรงเล็บแหลมคม มองไปคล้ายสุนัขป่าที่ตัวสูงใหญ่ ทว่าที่อุ้งเท้าของพวกมันกลับมีเปลวไฟสีเขียวลุกอยู่ตลอดเวลา

เป็นสัตว์ปีศาจธาตุไฟ?

“มิน่าเล่า อาจารย์จึงอยากให้เจ้ามากับข้าด้วย” ไกรอัสมองดูสัตว์ปีศาจกองนั้น คิ้วเลิกสูงขึ้นเล็กน้อย “ถ้าเป็นธาตุไฟ ข้าคนเดียวยากจะจัดการจริงๆ”

มิเนเลียนส่งเสียงหึออกมาเบาๆ “แต่ข้าคนเดียวจัดการได้อย่างสบายๆ”

“ไหนเจ้าลองทำให้ข้าดูหน่อย”

มิเนเลียนเป็นคนใจเย็น ทว่าเมื่อมีไกรอัสเป็นคู่สนทนา เขามักจะนิสัยเปลี่ยนไปเป็นคนละคนอยู่เสมอ หากเป็นในยามปกติเขาคงส่ายหน้าพลางยิ้มแล้วบอกให้ลองดูลาดเลาก่อน แต่เมื่อไกรอัสเอ่ยปาก เขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะอ้าแขนออกแล้วเรียกมวลน้ำมหาศาลออกมาจากในร่างกาย

ในทะเลทรายอันเวิ้งว้าง ย่อมยากจะหาน้ำมาให้เขาใช้ ทว่ามิเนเลียนไม่ใช่พ่อมดธรรมดา เขาคือทูตผู้ครอบหน้ากาก เขาไม่จำเป็นต้องหาแหล่งน้ำเพื่อใช้น้ำในการต่อสู้ เพราะน้ำอยู่กับเขาเสมอในทุกที่ทุกเวลาอยู่แล้ว

มวลน้ำม้วนตัวขึ้นสูงภายใต้การควบคุมของทูตแห่งการปกป้อง ราวกับพายุหมุนขนาดยักษ์ที่สร้างเงาดำทะมึนทอดยาวจนแทบบดบังดวงตะวันเอาไว้ มิเนเลียนกระแทกฝ่ามือออกไป เกิดเสียงครืนดังสนั่น เม็ดทรายปลิวว่อนไปทั่วทั้งบริเวณ แล้วพายุหมุนวารีลูกนั้นก็โถมทุ่มลงใส่กองสัตว์ปีศาจอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดังตูมใหญ่เม็ดทรายลอยขึ้นสูงฝุ่นตลบอบอวลไปหมด

ไกรอัสกับมิเนเลียนไม่ได้มีผู้ใดขยับตัว พวกเขารู้ว่านั่นยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของภารกิจนี้

“อย่างน้อยๆเจ้าก็เหมาะจะเป็นผู้ทำลายล้างอยู่บ้าง” ไกรอัสกล่าวชมลอยๆ ในมือของเขามีลูกไฟเล็กๆปรากฏอยู่ “แต่ถึงแม้พลังของน้ำจะรุนแรงแค่ไหน ประสิทธิภาพในการทำลายก็สู้ไฟไม่ได้อยู่ดี”

“วารีโหมแรงโค่นนาวาได้”

“อัคคีไฟผลาญนาวาเร็วกว่า”

ไกรอัสกล่าว มองดูสัตว์ปีศาจที่มึนงงจากการถูกมวลน้ำกระแทกเริ่มสะบัดหัวลุกขึ้นมา มีบางส่วนที่ตายจากแรงกระแทกนั้น แต่ก็ยังมีตัวที่เหลือรอดอีกกว่าครึ่ง ไกรอัสยกยิ้ม ดีดลูกเพลิงลูกนั้นออกไปจากนิ้วของเขาราวกับดีดลูกแก้ว

ฟุ่บ

ทันทีที่ลูกไฟดวงจิ๋วสัมผัสเข้ากับผิวกายของสัตว์ปีศาจ เปลวไฟก็พลันลุกพรึบ แล้วโหมกระหน่ำลามผลาญไปทั่ว จากตัวหนึ่งสู่อีกตัว ภายในเวลาไม่กี่วินาทีกองเพลิงขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นใจกลางทะเลทรายแห่งนี้

ไกรอัสไม่ได้สนใจผลลัพท์อีกแล้ว เขาหันมามองมิเนเลียน แววตาเปล่งกระกายราวกับมีดวงไฟเต้นรำอยู่ภายใน รอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้นบนริมฝีปากขณะที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะว่า “เจ้ารู้ใจข้าเสมอ”

มิเนเลียนหน้าแดงวูบ เขาเม้มริมฝีปาก เบือนหน้าหนีอย่างไม่ยอมรับ

เขาก็ไม่รู้ว่ามันใช่ความรู้ใจหรือไม่

เพียงแต่โดยส่วนใหญ่แล้ว เขามักรู้ได้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้พูดมันออกมาเลยก็ตาม

อย่างเมื่อครู่นี้ แม้ว่าพวกเขาจะเหมือนต่อล้อต่อเถียงกัน ทว่าน้ำที่เขาใช้ออกไปนั้นไม่ใช่น้ำธรรมดา เขาผสมน้ำมนต์ที่พกมาเข้าไปด้วย

น้ำมนต์ของไซทัสไม่ใช่น้ำมนต์ธรรมดาที่หาได้ตามโบสถ์ทั่วไป แต่เป็นน้ำมนต์ที่เมื่อมองด้วยตาจิตจะเห็นแสงเรืองรองราวกับสายรุ้งกระจายตัวออกมา เป็นน้ำวิเศษที่มีคุณสมบัติในการชำระล้างสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์มืดทั้งหมดได้

และที่สำคัญคือมีคุณสมบัติคล้ายน้ำมัน นั่นคือสามารถติดไฟได้

ตัดศีรษะแม่มดเฒ่าแล้วราดน้ำมนต์ตาม จากนั้นจุดไฟเผา ไฟที่ถูกจุดนั้นจะทำหน้าที่ผลาญทำลายปีศาจทุกชนิดได้โดยสมบูรณ์ ป้องกันการรักษาตัวที่รวดเร็วของพวกมันหรือป้องกันการหลบหนีรอดชีวิตและการถือกำเนิดใหม่จากซากศพได้อีกด้วย

มองดูเพลิงกาฬผลาญปีศาจทั้งฝูง เมื่อหันกลับมาอีกทีกลับพบว่าไกรอัสยังมองตนเองอยู่ มิเนเลียนขมวดคิ้วถามว่า “มีอะไร?”

“เราออกทำภารกิจด้วยกันมากี่ครั้งแล้วนะ?”

“ข้าไม่เคยนับ”

“จำไม่ได้?”

“ไม่คิดจะจำ”

“อืม แต่ข้าจำ ขอข้านับดูก่อน...ดูเหมือนจะสิบสี่ครั้งกระมัง ครั้งนี้เป็นครั้งที่สิบห้า” ไกรอัสนับนิ้ว “เราสู้กับในสนามรบมาสิบห้าครั้ง ทำภารกิจด้วยกันสิบห้าครั้ง...”

มิเนเลียนนิ่วหน้า “ก็แล้วอย่างไร?”

“ข้าชอบอยู่กับเจ้าแบบนี้” ไกรอัสกล่าวพลางลดมือที่นับนิ้วลง

คำพูดของเขาทำให้มิเนเลียนชะงัก นายพลผู้เก่งกาจมองแม่ทัพปีศาจอย่างตะลึงงัน สีหน้าเหมือนรู้สึกว่าตัวเองหูฝาดไป

“เจ้าพูดว่าอะไรนะ?”

“ข้าพูดว่าข้าชอบเจ้า”

“เฮ้ย ไม่ใช่สิ เมื่อกี้เจ้าไม่ได้พูดเช่นนี้” มิเนเลียนหน้าแดงวูบ ถลึงตาจ้องมองอีกฝ่ายอย่างดุร้าย ทว่ากลับเรียกได้เพียงรอยยิ้มที่กว้างขึ้นของไกรอัสเท่านั้น

“ข้าชอบอยู่กับเจ้าแบบนี้” ไกรอัสกล่าวย้ำ “ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เจอกันในสนามรบในฐานะศัตรู หรือตอนที่ทำภารกิจด้วยกันในฐานะของทูต ข้าชอบอยู่กับเจ้ามาตั้งแต่วันที่เราพบเจอกันนอกกำแพงเมือง ข้าชอบการได้เดินเล่นกับเจ้า ดื่มสุรากับเจ้า พูดคุยกับเจ้า เพราะการอยู่กับเจ้าในช่วงเวลานั้นคือช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดในชีวิตของคนอย่างข้า...ของทหารเดนตายอย่างข้า”

ไกรอัสเดินเข้ามาใกล้มิเนเลียนด้วยฝีเท้าอันหนักแน่นมั่นคง จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ในระยะที่ห่างกันเพียงคืบเดียว ใกล้ชิดเสียจนแทบจะแลกลมหายใจซึ่งกันและกัน

“ข้ารู้ว่าเจ้าจะไม่มีวันยอมรับในความรู้สึกนี้ ที่เจ้าเองก็มีต่อข้า แต่ไม่เป็นไร ข้าเข้าใจว่าเจ้าเติบโตมาในจักรวรรดิที่การรักชอบบุรุษด้วยกันเป็นเรื่องต้องห้าม ไม่อย่างนั้นไซทัสคงจะไม่ต้องแสร้งทำหน้าขรึมทั้งวันเวลายืนข้างนิโคลัสเช่นนั้น ดังนั้นข้าจึงไม่ขอเรียกร้องอะไรกับเจ้า ไม่กระทั่งขอให้เจ้ายอมรับหรือบอกรักข้า...”

“ข้าไม่...ประเดี๋ยวก่อน เมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะ? พระสังฆราช ไซทัส...เขา...?”

ไกรอัสหัวเราะในลำคอ “เขาชอบนิโคลัส”

“อะ..อะไรนะ” ใบหน้าของมิเนเลียนที่ก่อนหน้านี้ยังเป็นสีแดงก่ำพลันเปลี่ยนเป็นขาวซีดในทันทีเพราะความตกใจ ไกรอัสมองสีหน้าซีดขาวทันควันของเขาแล้วอดไม่ได้ที่จะใช้มือไปลูบแก้มอีกฝ่ายเบาๆ สีชมพูระเรื่อจึงค่อยกลับคืนมาอีกครั้ง มิเนเลียนขยับตัวออกห่างจากเขาด้วยความกระดาก “เจ้าอย่าเข้าใจผิด ข้า...”

เอ่ยถึงตรงนี้เขาก็นิ่งงันไป ก่อนจะเป็นฝ่ายยอมรับออกมาเสียเองว่า “จริงๆเจ้าเข้าใจถูกแล้ว ข้าชอบเจ้า”

ไกรอัสพยักหน้ารับ เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงหลายส่วนว่า “ช้ารู้”

“แต่...”

“คู่บำเพ็ญ”

“อะไรนะ?”

“ข้าเคยถามอาจารย์ด้วยความสงสัยก่อนหน้านี้ ว่าทูตแต่งงานได้หรือไม่ อาจารย์บอกว่าได้ ข้าจึงถามต่อว่าแล้วทูตแต่งงานกับทูตได้ไหม อาจารย์ตอบว่าไม่ได้” ไกรอัสกล่าวพลางใช้นิ้วโป้งของเขาลูบข้างแก้มที่เป็นสีแดงของอีกฝ่ายเบาๆ “แต่สามารถเป็นคู่บำเพ็ญกันได้”

“คู่บำเพ็ญคืออะไร”

“คู่บำเพ็ญใช้เรียกทูตสองคนที่ตัดสินใจว่าจะออกเดินทางด้วยกัน ทำภารกิจด้วยกัน อยู่ด้วยกันไม่ว่าไปที่ไหน ข้าคิดว่าจริงๆแล้วก็เหมือนคู่แต่งงาน เพียงแต่...อาจารย์ใช้คำว่า สิ่งที่จะยึดเหนี่ยวทูตสองคนเข้าไว้ด้วยกันมันไม่ใช่ความรักเหมือนอย่างที่คู่แต่งงานเป็น แต่เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก ความรักเป็นปัจจัยหนึ่ง ชะตาลิขิตเป็นปัจจัยหนึ่ง ธรรมชาติจึงเป็นปัจจัยหลัก

การอยู่ร่วมกันของทูตไม่ใช่เพียงการตอบสนองต่อความรักใคร่อย่างถูกชอบด้วยประเพณี แต่เป็นการผูกดวงวิญญาณของทูตเข้าด้วยกันโดยเป็นไปตามครรลองของธรรมชาติ ข้าก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอก แต่เท่าที่ฟังดูแล้ว เหมือนอาจารย์จะรู้อยู่แล้วว่าเราเกิดมาคู่กัน เพื่อที่จะเป็นคู่บำเพ็ญของกันและกัน”

มิเนเลียนมองเขาด้วยสายตาจริงจัง “เจ้าคิดจะให้ข้าเป็นคู่บำเพ็ญกับเจ้า?”

“อืม เจ้าจะว่าอย่างไร”

“ข้า...”

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าจริงๆแล้วข้าจะไม่สละตำแหน่งแม่ทัพมาอยู่ที่นี่ก็ได้”

“ข้า...”

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าแผลเป็นที่ข้อมือตรงนี้ข้าได้มาเพราะลงโทษตัวเอง”

“...”

“ข้าเจ็บปวดหัวใจในวันที่หักหลังเจ้าวันนั้น จนต้องแทงข้อมือตัวเอง”

“...”

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าวันที่เจ้าลอบมาหาข้าที่อาณาจักรวันนั้น ในวันที่เจ้ารู้ข่าวว่าข้าจะวางมือ ข้าดีใจเพียงไหน”

“ข้า...”

“เจ้ารู้หรือไม่เล่า ว่าข้าชอบมองท่าทางของเจ้าเวลา...”

มิเนเลียนยกมือขึ้นปิดปากไกรอัส เขาถลึงตาใส่อีกฝ่ายอย่างโกรธจัด ขณะที่ใช้นิ้วอีกข้างอีกหน้าอีกฝ่ายกล่าวเสียงดังว่า

“แล้วเจ้ารู้หรือไม่เล่า เจ้าแม่ทัพปีศาจปัญญาอ่อน ว่าข้าก็กำลังจะตอบตกลงกับเจ้าตั้งแต่ประโยคแรกแล้ว ข้าชอบเจ้ามานานกว่าที่เจ้าชอบข้าอีก ข้าจะปฏิเสธไปทำไมเล่า”

ไกรอัสดึงมือของเขาที่ปิดปากตนอยู่ออก แล้วจับเอาไว้แน่น “เจ้าชอบข้าก่อน แน่ใจหรือ?”

“เจ้าเริ่มชอบข้าตอนไหน” มิเนเลียนถามกลับ

“อืม วันที่สามที่เดินเล่นด้วยกัน?”

“เฮอะ ข้าน่ะ ชอบเจ้าตั้งแต่วันแรกที่พบหน้ากันแล้ว”

“จริงหรือ?”

“ข้าจะโกหกทำไม?”

“ถ้าเช่นนั้น..” ไกรอัสลูบหัวของอีกฝ่ายเบาๆด้วยความรู้สึกเอ็นดูที่ไม่อาจกักเก็บเอาไว้ได้อีกต่อไป เขาเอ่ยยิ้มๆว่า “ในที่สุดก็มีหนึ่งเรื่องที่เจ้าก้าวล้ำหน้าข้าไปก่อน ขอแสดงความยินดีด้วย ท่านนายพล”

มิเนเลียนนิ่งอึ้งไป

ที่แท้แล้ว...ก็มีเรื่องนั้นอยู่จริงๆแฮะ

เรื่องที่เขาก้าวนำหน้าอีกฝ่ายไปก่อนก้าวหนึ่ง

แต่ใครเล่าจะคิด เรื่องนั้นดันเป็นเรื่องที่หน้าอายถึงเพียงนี้!

ท่านนายพลขณะนั้นคิดจะเอ่ยต่อปากต่อคำต่อ ทว่าเขากลับไม่มีโอกาสนั้นเสียแล้ว

เพราะคนบางคนฉวยโอกาสปิดปากเขาไปแล้ว ด้วยจุมพิตแห่งความอัดอั้นอันไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ต่อต้านหรือกระทั่งจะหยุดพักหายใจ

 

 

 

“พี่ยุนกิ”

“หืม?”

“คิดเรื่องอะไรอยู่น่ะ”

มินยุนกิที่นั่งเหม่อลอยอยู่หน้าเปียโนหันกลับไปมองพัคจีมินที่กำลังเดินเข้ามาหาเขา ในมือของอีกฝ่ายถือจดหมายฉบับหนึ่งเอาไว้ ประกายตาที่วาววับของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความดีใจจนเขามองออกแทบจะในทันทีว่ามีเรื่องน่ายินดีเกิดขึ้นแล้ว

“กำลังคิดถึงเรื่องเมื่อก่อน”

“เมื่อก่อนไหน”

“ตอนที่ฉันขอนายเป็นคู่บำเพ็ญกลางทะเลทรายและเศษซากศพสัตว์ปีศาจที่ปลิวว่อน...”

“อี๋” จีมินร้องหยีขึ้นมาก่อนเมื่อนึกย้อนกลับไป แต่แล้วก็เป็นฝ่ายหัวเราะพรวดออกมาก่อน “พี่เลือกที่สารภาพรักได้โคตรอนาถเลย”

“ใช่ แต่ก็มีคนแถวนี้เขินจนแข้งขาอ่อน ทำให้ฉันต้องแบกนายกลับเข้าเมือง”

“ผมแข็งขาอ่อนเพราะซากไหม้ๆนั่นมันน่าสะอิดสะเอียนหรอกน่า”

“ถามจริง? ไม่ใช่เพราะว่าลิ้นของฉันทำนายหมดแรง?”

“พี่ยุนกิ!” จีมินร้องเสียงดังด้วยความเชินที่พุ่งวูบขึ้นมา เขาปาจดหมายในมือใส่อีกฝ่ายอย่างอดไม่ได้ ทั้งยังมีมวลน้ำปรากฏขึ้นในมือของเขาด้วยแล้ว ยุนกิคว้าจับจดหมายเอาไว้ พลางเดินเข้ามาโอบเอวคนอายุน้อยกว่าแล้วนั่งลงบนโซฟาก่อนจะรั้งอีกฝ่ายให้นั่งลงมาบนตักของเขา

“มหาวิทยาลัยตอบรับแล้ว?” เขาถามพลางคลี่จดหมายฉบับนั้นออกอ่าน “อืม...ต้องไปไกลเลยแฮะ ฉันต้องหาเงินเพิ่มสักหน่อยแล้ว”

“พี่จะหาเงินทำไม” จีมินที่ยังหน้าแดงอยู่ถามด้วยความสงสัย

“ไปอยู่ในเมืองใหญ่อย่างนั้น ค่าเช่าห้องคนแพงมาก นายเองก็ยังต้องเรียนอีกหลายปี ก็ต้องหาค่าเช่าห้องนี่จริงไหม เอาไว้นายทำงานพาร์ทไทม์แล้วค่อยมาหารกันดีไหมล่ะ”

“เดี๋ยว เดี๋ยวนะ พี่จะไปด้วยงั้นเหรอ” จีมินถามด้วยความประหลาดใจ

เขาได้รับจดหมายตอบกลับจากมหาวิทยาลัยศิลปะชื่อดังของประเทศ และในเมื่อตอนนี้เขาสามารถออกจากเมืองได้แล้ว เขาจึงส่งอีเมลพร้อมคลิปวีดีโอการเต้นของตัวเองไปสมัครทันที ผลก็คือเขาได้รับจดหมายตอบกลับมาแล้วจากมหาวิทยาลัยนั้น

แต่เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าพี่ยุนกิจะไปกับเขาด้วย

“อะไร” ยุนกิขมวดคิ้ว สีหน้าเริ่มมีความไม่พอใจปรากฏ “นายใช้ชีวิตอยู่ในยุคปัจจุบันจนสมองเพี้ยนไปแล้วหรือไง มันจะเป็นไปได้ยังไงที่นายจะไปอยู่ที่อื่นนานสี่ปี นายเป็นคู่บำเพ็ญของฉันนะ”

จีมินกะพริบตาปริบๆ

“มันก็มีลืมไปบ้าง...”

ยุนกิสบถคำหยาบพลางยกร่างของอีกฝ่ายขึ้นทันที จุดมุ่งหมายคือเตียงนอนขนาดห้าฟุตของเขา

“เฮ้ย พี่ยุนกิ พี่จะทำอะไร”

“เวลามันผ่านมานานแล้ว นายคงจำไม่ค่อยได้ว่าสมัยก่อนเราใกล้ชิดกันขนาดไหน และหลังจากตกลงเป็นคู่บำเพ็ญกันแล้วก็ไม่เคยห่างกันเลยแม้แต่ก้าวเดียว” ยุนกิวางร่างของจีมินลงบนเตียงก่อนจะขยับรอยยิ้มประหลาดที่ดูคล้ายคลึงกับจอมทัพปีศาจคนนั้นมากทีเดียว

“ชาตินี้...ยี่สิบกว่าปีแล้วที่เราสองคนใช้ชีวิตอยู่ราวกับไม่ใช่คู่บำเพ็ญกัน ฉันก็ผิดด้วยส่วนหนึ่ง แต่ก็นั่นแหละ ให้ฉันได้ชดใช้ความผิดโดยการทำให้นายได้รู้สึกถึงวันเวลาที่เราเคย ใกล้ชิดกันมากๆสักหน่อยก็แล้วกัน”

จีมินคิดจะอ้าปากเถียง แต่เขาก็ไม่มีโอกาสได้เถียงอีกแล้ว

เหมือนกับวันนั้นไม่มีผิด

อา...ไม่สิ ไม่เหมือนกัน

จุมพิตในวันนี้ อ่อนโยนกว่าวันนั้นมากมายนัก ที่สำคัญ...คือแถวนี้ไม่ได้มีเศษศพปีศาจปลิวว่อนด้วย

“ชาตินี้ผมก็ชนะพี่อีกแล้ว” จีมินกระซิบเมื่อริมฝีปากของเขาเป็นอิสระ “เพราะผมก็รักพี่ก่อน จำพี่ได้ก่อนอีกแล้ว”

ยุนกิหัวเราะเบาๆ “จะกี่ชาติพี่ภพ นายก็คงชนะฉันได้แค่เรื่องนี้เรื่องเดียวแหละน่า”

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 139 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,141 ความคิดเห็น

  1. #1091 JkkkVVV (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 12:38
    โอโห้วววว ยุนมินนนน
    #1,091
    0
  2. #1018 PaiiKanj (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 08:52
    เขิลลลลลลลล
    #1,018
    0
  3. #1008 mininewy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 16:41
    ไม่ไหว รุนเเรงมากค่ะคู่นี้ ฮือ
    #1,008
    0
  4. #1000 vVv-Tae (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 08:24
    เขิลลลเด้อออออ
    #1,000
    0
  5. #996 @S_CB (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 10:04
    โอ้ยเข้ินมั่กกก แง้ พิมพ์ผิดพิมพ์ถูกไปหมด คุณแม่ทัะกรีาวใจมาก ดีใจด้วยนะจีมินที่ชนะพี่เขาได้ซักเรื่องน่ะ 555555
    #996
    0
  6. #993 Daduean (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 23:41
    เขินอะ เขินมากๆ แงงงงง เขินนนน ถึงจะขอท่ามกลางซากศพแต่แบบมันก็เขินค่ะ!
    #993
    0
  7. #988 kkkanunnn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 15:33
    แย่แล้ว เขินจนหน้าจะไหม้ อบอุ่นจังอ่ะแง ไม่ไหวๆๆๆ
    #988
    0
  8. #983 Yuemoon (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 10:34
    ขอเค้าเป็นคู่บำเพ็ญกลางซากศพ สมเป็นพี่ยุนกิจริงๆค่า
    #983
    0
  9. #981 Rusa (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 10:21
    เขินวนไปจ้า คู่นี้คือละมุนตลอด นุเขิล น้ผยีหบรด่กวกวก
    #981
    0
  10. #979 Fiw-w (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 10:00
    เขิลอ่าาาา ไม่ไหวแล้วววว
    #979
    0
  11. #978 noeyoey (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 09:50
    โหหหหห เป็นเขินนนน เป็นละมุนอะะ นี่มันอะไรกันนน -///-
    #978
    0
  12. #975 pnnx (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 08:45
    พี่ยุนกิ! แงงงง เขินมากค่ะ T////T
    #975
    0
  13. #972 MhyTaeYoΠ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 06:38
    งื้อออออออออ เขินวะ แงงงงง น่ารักมากกกก ชอบพี่ยุนกิ ขอเป็นคู่บำเพ็ญท่ามกลางซากศพ โถ่
    #972
    0
  14. #971 SeeYoo_Soon (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 06:30
    เขินมากกกกกกกกกก โว้ยยยยยยยยย
    #971
    0
  15. #970 tyoki (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 04:51
    อ๊ายยย เขิน ยุนมินน่ารักมากอ่ะ อยากอ่านตอนที่ใกล้ชิดกันจัง อิอิ
    #970
    0
  16. #969 AnY.an* (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 04:30
    ว้ากกกกกกกกฟหกกดเ้่่าสวงง ทรอยยยย ฮื้ออออพอหายซึนแล้วหวานเจี๊ยบบบ5555
    #969
    0
  17. #968 suphassorneww (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 04:03
    อัพดึกจังพี่แต่ที่ดึกกว่าคือตัวน้องเอง5555555555
    #968
    0