จบแล้ว {Fic BTS} The Flower {KookV} #Flowerkookv

ตอนที่ 24 : Special Chapter 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,178
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 141 ครั้ง
    19 พ.ค. 62


Special Chapter 3

 

แสงตะวันบนท้องฟ้าร้อนแรงกว่าทุกวัน ราวกับว่าเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์กำลังอารมณ์ไม่ดี แม้กระทั่งในสถานที่ที่มีบรรยากาศเยือกเย็นตลอดเวลาอย่างวิหารหลวงเองก็ยังถูกอาการร้อนอบอ้าวนี้ทำเอาความเย็นภายในวิหารสลายหายไป พระสังฆราชไซทัสใช้ผ้าเช็ดหน้าซับหยาดเหงื่อบนหน้าผาก ขณะที่ราชานิโคลัสซึ่งยืนอยู่ข้างเขาขยับคอเสื้อไปมาอย่างอึดอัด

ที่ตรงใจกลางของห้องโถงเล็ก มีคนสามคนยืนอยู่ หนึ่งคือชายชราผู้มีกลิ่นอายของความเหนือมนุษย์ ส่วนอีกสองคนคือชายหนุ่มที่ดูแตกต่างกันคนละขั้ว จนดูราวกับว่าไม่น่าจะมาอยู่ร่วมกันได้

แต่พวกเขาก็มา และนั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้บรรยากาศในวิหารหลวงวันนี้แตกต่างออกไปจากทุกวัน

“วันนี้ที่เรียกพวกเจ้ามาพร้อมหน้าก็เพื่อมอบภารกิจให้กับพวกเจ้าทั้งสองคน” จอมปราชญ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆราวกับมองไม่เห็นบรรยากาศแปลกๆที่ปกคลุมลูกศิษย์ทั้งสองอยู่ “ทะเลทรายทางตอนใต้ปรากฏปีศาจกลุ่มใหญ่ ข้าต้องการให้พวกเจ้าทั้งสองรีบเร่งไปจัดการพวกมันก่อนที่พวกมันจะเข้าใกล้เขตที่อยู่ของมนุษย์”

ชายหนุ่มผู้สวมเสื้อผ้าป่านสีดำแลดูทะมัดทะแมงถามขึ้นว่า “ปีศาจกลุ่มใหญ่ที่ว่ามีกี่ตัวกันขอรับ”

“ร้อยกว่าตัว”

“ถ้าเช่นนั้นข้าไปคนเดียวก็พอขอรับ ท่านอาจารย์” เดสทรอยเยอร์กล่าวพลางส่งรอยยิ้มให้กับชายหนุ่มผู้สวมชุดศึกสีขาวที่ยืนอยู่ด้านข้าง “ไม่จำเป็นต้องให้ศิษย์น้องไปกับข้าหรอก”

ดีเฟนเดอร์เผยสีหน้าราวกับเขารู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายต้องเอ่ยเช่นนี้ เขาจ้องมองกลับไปอย่างดื้อดึงดัน กล่าวว่า “เจ้าไปคนเดียวไม่มีทางรอดหรอก มีข้าไปด้วยดีกว่า”

เขาไม่มีทางยอมให้อีกฝ่ายได้หน้าไปคนเดียวหรอก

แม่ทัพแคว้นศัตรูที่กลายมาเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมกับคนของจักรวรรดิคู่แค้นเลิกคิ้วสูง รอยยิ้มไม่ยินดียินร้ายบนใบหน้าของอีกฝ่ายชวนให้ดีเฟนเดอร์อยากชกหน้าเขาสักครั้ง แต่ก็ไม่อาจทำได้ เนื่องเพราะสถานะของพวกเขาในตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว

เขาก็ยังดำรงตำแหน่งนายพลแห่งกองอัศวินศักดิ์สิทธิ์ประจำวิหารหลวง แต่แม่ทัพปีศาจไม่ใช่แม่ทัพปีศาจอีกต่อไปแล้ว แม้จะยังห่มคลุมร่างหายด้วยอาภรณ์สีดำ แต่เขาละทิ้งสถานะแม่ทัพของตนเอง หันหน้าเข้าสู่เส้นทางแห่งการเป็นทูตผู้รับใช้เทพีแห่งโชคชะตาในการปกปักษ์รักษาสรรพสิ่ง

เขาวางแผนให้ตัวเองตายไปในสงครามครั้งล่าสุดระหว่างทั้งสองอาณาจักร ดีเฟนเดอร์เองก็ฉวยโอกาสนี้กระทำการอย่างเดียวกัน

ผู้คนทั้งแผ่นดินจึงเข้าใจว่าพวกเขาฆ่ากันและกันตายไปแล้ว

มีเพียงคนของวิหารหลวงจึงจะรู้ว่านายพลของพวกเขายังไม่ตาย แต่กำลังทำภารกิจใหม่เพื่อราชา ส่วนแม่ทัพคนนั้นตายไปแล้วจริงๆ...

โชคดีที่น้อยคนจะรู้จักใบหน้าของแม่ทัพ ดังนั้นตัวเขาที่ตอนนี้อาศัยอยู่ในวิหารหลวงของอาณาจักรศัตรูจึงไม่มีใครนึกเชื่อมโยงไปสู่แม่ทัพปีศาจที่ฆ่าคนเป็นผักปลาได้เลย เดสทรอยเยอร์ห่างไกลจากคำว่าโหดเหี้ยมอำมหิต

หรืออย่างน้อยๆ ต่อหน้าคนที่นี่เขาก็แสดงออกเช่นนั้น

แต่เมื่อใดก็ตามที่อยู่ต่อหน้าศัตรู เขาก็ยังคงเป็นนักรบผู้โหดเหี้ยมเช่นเคย และคงไม่มีใครเหมาะกับภารกิจกวาดล้างทัพปีศาจเล็กๆนั้นได้ดีไปกว่าเขาอีกแล้ว

ส่วนเหตุผลที่อาจารย์ของพวกเขาให้ดีเฟนเดอร์ตามไปด้วยนั้น เกรงว่าคงมีแต่ตัวอาจารย์เองที่ล่วงรู้

ชายชราท่านนี้มักจะมีภารกิจต่างๆนานามาให้กับพวกเขาทำ บ้างให้ออกเดินทางเป็นคู่ บ้างให้ออกเดินทางคนเดียว แต่เพราะทั้งนิโคลัสและไซทัสต่างก็มีภาระหน้าที่ติดพัน ภารกิจในช่วงนี้ทั้งหมดจึงเป็นหน้าที่ของสองนักรบและอีกหนึ่งพ่อค้าใหญ่ผู้ร่ำรวย ศิษย์น้องคนที่ห้าของพวกเขา ซึ่งสะดวกในการออกเดินทางไปไหนมาไหน

เรื่องหนึ่งที่แม้แต่คนฉลาดอย่างสองผู้นำอย่างนิโคลัสกับไซทัสเองก็ยังขบคิดหาคำตอบไม่เข้าใจ นั่นก็คือทำไมถึงเป็นแม่ทัพไกรอัสกับนายพลมิเนเลียนเสมอ แทนที่จะเป็นมิเนเลียนกับเฮเซล-ดรีมเมอร์ที่ค่อนข้างเข้าขากันได้

“เจ้าคิดจริงๆหรือว่าการที่เจ้าไปกับข้าจะเป็นเรื่องที่ดี?” ไกรอัสถามยิ้มๆ

“แล้วเจ้าคิดจริงๆหรือว่าการที่เจ้าไปโดยไม่มีข้าจะเป็นเรื่องที่ดี?”มิเนเลียนสวนกลับทันที

“นั่นสินะ” ไกรอัสพยักหน้าพลางกระตุกรอยยิ้มจางๆที่มุมปาก “บางทีมีเจ้าไปด้วยอาจจะดีกว่าจริงๆก็ได้”

หัวใจของมิเนเลียนกระตุกวูบ เขาเสกลบเกลื่อนอาการชะงักงันของตัวเองโดยการหันไปหาไซทัสและนิโคลัส “พระสังฆราช ฝ่าบาท ยังคงต้องให้พวกท่านช่วยกลบเกลื่อนเรื่องภารกิจอีกเช่นเคย”

“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอก เจ้าไปทำภารกิจอย่างสบายใจเถิด” นิโคลัสกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เรื่องการออกเดินทางของพวกเจ้าให้ข้ากับไซทัสจัดการเอง”

“ขอบพระทัยฝ่าบาทมากพะย่ะค่ะ”

“ข้าก็บอกหลายทีแล้วว่าตอนนี้พวกเราฐานะเสมอกันแล้ว ไม่ต้องเรียกพวกข้าแบบนั้นก็ได้” ไซทัสกล่าว พลางมองอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างอ่อนใจ

“ตราบใดที่พวกท่านทั้งสองยังอยู่ในฐานันดรศักดิ์ ข้าก็จะเรียกพวกท่านเช่นนี้ขอรับ”

“หัวดื้อ” เสียงเปรยเบาๆของไกรอัสดังขึ้น

“...” มิเนเลียนคร้านจะตอบเขา เขาเพียงแต่หันไปกล่าวลาอาจารย์ว่าจะไปเตรียมตัว จากนั้นก็เดินออกไปจากห้องโถง

“ทรอย” จอมปราชญ์เรียกไกรอัส บนใบหน้าของชายชราปรากฏรอยยิ้มรู้เท่าทัน “เจ้าก็อย่าแกล้งเขาให้มากนักเลย ด้วยนิสัยของเขา หากเจ้าแกล้งมากเข้า อาจจะกลายเป็นเกลียดเจ้าไปเลยก็ได้”

“เขาเกลียดข้าไม่ลงหรอก อาจารย์” ไกรอัสเผยรอยยิ้มราวกับคนที่มีแผนการในใจบางอย่าง จากนั้นก็เดินอย่างไม่รีบไม่ร้อนออกจากวิหารหลวงไปอีกคน

“พวกเขาจะไม่ฆ่ากันตายนะหว่างทางใช่ไหมขอรับ” นิโคลัสพึมพำอย่างเป๊นกังวล

”สายตาเจ้ามองเห็นได้ไม่ยาวไกลเลยนะ ครีเอเตอร์” จอมปราชญ์หรี่ตามองลูกศิษย์ของตนเองยิ้มๆ สายตาเลื่อนไปทางไซทัสที่มีสีหน้าจืดเจื่อนก่อนจะส่ายศีรษะไปมา “และขณะเดียวกันเจ้าก็มองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ใกล้ๆเลยด้วย”

“...ขอรับ?” นิโคลัสมองเขาด้วยสายตามึนงง

“ช่างเถอะ” จอมปราชญ์โบกมือ “ข้าจะไม่อยู่สักพัก พวกเจ้าก็คอยตามข่าวสองคนนั้นระหว่างที่ออกเดินทางด้วยก็แล้วกัน”

“ท่านจะไปที่ใดหรือขอรับ” ไซทัสถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ

“ขึ้นเหนือ ไปยังดินแดนที่มีแร่ในดินสินในน้ำ หาศิษย์น้องคนที่หกของพวกเจ้า”

 

ปกติแล้วหากจะเดินทางจากจักรวรรดิใหญ่ไปยังดินแดนทางตอนใต้จะต้องเดินทางด้วยม้านานถึงแปดวันแปดคืน จากนั้นต้องเปลี่ยนพาหนะไปเป็นอูฐแล้วเดินทางต่อจนถึงเขตที่มีปีศาจปรากฏตัว น่าจะใช้เวลาอีกหลายวันเมื่อไม่มีแผนที่ ทว่าสำหรับเหล่าทูตแล้ว อาจใช้เวลาเพียงสามวันเท่านั้น

ไกรอัสกับมิเนเลียนออกเดินทางโดยเรือ พวกเขาล่องไปตามแม่น้ำสายใหญ่ด้วยความรวดเร็วโดยไม่จำเป็นต้องกังวลถึงเรื่องการคมนาคมที่อาจพลุกพล่านเพราะการค้าอันเจริญรุ่งเรือง

เหตุเพราะเรือของพวกเขาสามารถแล่นใต้น้ำได้

ไกรอัสนอนเอนกายอย่างสง่างามอยู่บนเรือ ใช้แขนทั้งสองข้างของตนเองต่างหมอน สายตามองดูทองเรือสำเภาขนสินค้าขนาดเล็กที่แล่นผ่านเหนือพวกเขาไป แววตาของเขาเปี่ยมชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยความสนอกสนใจ ท่าทางผ่อนคลายเสียจนชายหนุ่มอีกคนที่นั่งอยู่ไม่ไกลกันนั้นต้องลอบอึดอัดใจอยู่คนเดียว

ไกรอัสที่กำลังเหม่อมองภาพบนผิวน้ำอยู่เห็นท่าทางทุกอย่างของเขาผ่านทางหางตาโดยที่มิเนเลียนไม่ได้รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย

เขามองเสี้ยวหน้างดงามที่งอง้ำ สายตามองค้อนที่เหลือบมาทางเขาเป็นระยะ ก่อนจะสะบัดหน้ากลับไปฮึดฮัดอยู่คนเดียว ภาพเหล่านี้เขามองเท่าไรก็ไม่มีวันเบื่อ เพราะมันช่างน่ารักเสียเหลือเกิน

เขาทำไมจะไม่รู้ว่าท่านนายพลคิดอย่างไรกับเขา

อีกฝ่ายเองต่างหาก ที่ดูเหมือนจะไม่ได้รับรู้เลยว่าเขาเองก็รู้สึกเช่นเดียวกันกับอีกฝ่าย

ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นจากวันนั้น วันที่เขาเป็นเพียงนายทหารคนหนึ่ง ซึ่งกำลังจะลอบเข้าไปในเขตกำแพงของจักรวรรดิเพื่อสืบหาข้อมูลในเมืองชายแดน เขาเป็นทหารรุ่นใหม่ที่เบื้องบนจับตามอง เขามีพรสวรรค์และฝีมือมากกว่าทหารคนอื่นๆในรุ่นเดียวกัน หากเขาสามารถแสดงฝีมือทำผลงานได้ดี ตำแหน่งของเขาก็จะขยับสูงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

วันเดียวกันนั้นเอง มิเนเลียนที่เพิ่งมาประจำการที่เมืองชายแดนเป็นวันแรกนึกครึ้มออกมาเดินเลยที่เขตนอกกำแพงเมือง พบเข้ากับเขาที่สวมเครื่องแต่งกายหน่วยทหารลาดตระเวรของจักรวรรดิเพื่อปลอมตัว และชวนเขาคุยอย่างเป็นมิตร

อีกฝ่ายสวมชุดทหารระดับกลางของกองทัพศักดิ์สิทธิ์ เขาระแวดระวังไปหมด รู้ว่าคนคนนี้จะต้องมีฝีมือสูงกว่าทหารทั่วๆไปเป็นแน่ ไม่เมื่อสังกัดกองทัพศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่เพื่อต่อต้านเวทมนตร์มืดได้ แต่ก็จำต้องฝืนพูดคุยกับอีกฝ่ายเพื่อความแนบเนียนไปก่อน

มิเนเลียนเป็นคนที่มีจิตใจดีอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นทหาร เขาดูไม่เหมือนคนที่จะสามารถลงมือฆ่าใครได้ สดใส ค่อนข้างร่าเริง มักจะมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าเสมอ พวกเขาอาจจะกลายเป็นสหายกันจริงๆก็ได้หากเขาไม่ได้เป็นทหารในสังกัดของแคว้นศัตรู

พวกเขาเดินเล่นนอกกำแพงเมืองด้วยกันทุกคืน นานเกือบครึ่งเดือน มิเนเลียนถูกเขาหลอกถามเอาข้อมูลไปมากมายโดยไม่รู้ตัวเลย

นั่นคือจุดเริ่มต้นของความโกรธแค้นที่อีกฝ่ายมีต่อเขากระมัง

เพราะถูกเขาหลอกใช้

ถูกคนที่ชอบหลอกใช้คงเป็นอะไรที่เจ็บปวดมากเลยทีเดียว...

เขารู้ว่ามิเนเลียนชอบเขามานานแล้ว รู้เพราะมีวันหนึ่งที่เขามอมเหล้าอีกฝ่ายจนเมา แล้วคนหน้าตางดงามแต่กลับชอบดื่มเป็นชีวิตจิตใจคนนั้นก็พล่ามทุกอย่างออกมาหมดเปลือกตอนที่เมาจัด

เขารู้แต่ก็ทำเหมือนไม่เคยล่วงรู้มาก่อน

เพราะเขารู้ว่าด้วยฐานะของอีกฝ่ายแล้ว หากไม่เมาในคืนนั้น เรื่องนี้ก็จะถูกเก็บเป็นความลับไปตลอดชีวิตของเขา เพราะในจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่เกรียงไกรของอีกฝ่าย คนที่รักเพศเดียวกัน...จะต้องโทษประหารชีวิต

ช่างแตกต่างกับอาณาจักรของเขาที่บุรุษนิยมบุรุษเป็นเรื่องที่น่าเชิดชู

ใช่แล้ว นั่นเองก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่อาณาจักรของพวกเขาทั้งสองตั้งตนเป็นศัตรูกันมาช้านาน มันเป็นเรื่องที่ยาวนานและขัดแย้งหยั่งลึกไปจนกระทั่งเรื่องความเชื่อและค่านิยม เรื่องของศาสนาและปรัชญา ดังนั้นเมื่อเขาจะมาเป็นศิษย์น้องของราชาและพระสังฆราชแห่งจักรวรรดิ เขาจึงต้องละทิ้งตัวตนเดิมไป ทำเหมือนว่าตนเองได้ตายไปแล้ว เพื่อไม่ให้ตนเองกลายเป็นบ่อเกิดของสงครามที่รุนแรงกว่าที่เคยมีมา

วันที่มิตรภาพระหว่างเขากับมิเนเลียนขาดสะบั้นลง คือวันนี้แม่ทัพในสมัยนั้นยกทัพเข้ามาในเขตหมู่บ้าน โดยมีเขาเป็นผู้สังหารเวรยามทั้งหมดแล้วเปิดประตูเมือง

เขาจดจำใบหน้าโกรธเกรี้ยวของมิเนเลียนได้ดี สายตาที่เหมือนอยากจะใช้ดาบฟันเขาให้ขาดเป็นสองท่อน แต่สุดท้ายก็ปล่อยให้หน่วยทหารรักษาดินแดนต่อสู้กันไปแล้วหันหลังกลับ ไม่พูดอะไรออกมาเลยแม้แต่คำเดียว

หลังจากนั้นราวสองเดือน พวกเขาก็พบกันอีกครั้งในสนามรบ

จากเหตุการณ์ที่เขาลอบเปิดกำแพงเมืองทำให้จักรวรรดิตัดสินใจโต้ตอบ พวกเขาส่งกองทัพทหารราบและทัพย่อยของนักรบศักดิ์สิทธิ์มาถล่มค่ายทหารของทัพศัตรู

ทันทีที่เห็นหน้าเขา มิเนเลียนไม่ลังเลเลยที่จะยกดาบเข้ามาต่อสู้กับเขา นั่นเป็นครั้งแรกที่พวกเขาต่อสู้กัน และเขาก็ต้องประหลาดใจที่ได้เห็นมิเนเลียนต่อสู้ได้อย่างดุดันและรุนแรง ทุกครั้งที่ลงดาบและเขาต้านรับ ให้ความรู้สึกเหมือนที่อีกฝ่ายถือเอาไว้ไม่ใช่ดาบแต่เป็นก้อนหินหนักพันชั่ง แรงกระแทกแต่ละครั้งทำเอาเขาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง และไม่ช้าเขาก็ค้นพบว่าแรงกระแทกของดาบนั้นสะเทือนไปถึงหัวใจของเขาด้วย

นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาตระหนักได้ว่าตัวตนของมิเนเลียนในใจของเขาไม่ธรรมดา

และแรงแขนของอีกฝ่ายที่ค่อนข้างผอมบางก็ไม่ได้รุนแรงอะไร แต่เป็นตัวของเขาเองที่รู้สึกไม่ยินยอมอย่างรุนแรงกับการที่พวกเขาต้องมาหันดาบเข้าใส่กัน

เพราะไม่อยากยอมรับว่าอีกฝ่ายกำลังฟาดดาบใส่เขา เขาจึงรู้สึกว่าแรงของดาบที่ฟาดฟันลงมานั้นรุนแรงเสียจนดาบของเขาเองแทบจะหลุดมือ

เพราะเขาไม่อาจเค้นแรงขึ้นมาต่อสู้ได้

เพราะเขาไม่อาจลงมือทำร้ายอีกฝ่ายได้

โชคดีที่ในวันนั้นมิเนเลียนถูกเบี่ยงเบนความสนใจไปจากเขาโดยการที่แม่ทัพของหน่วยทหารราบฝ่ายจักรวรรดิถูกแม่ทัพของเขาสังหาร อีกฝ่ายตัดสินใจผละไปสมทบกับรองแม่ทัพฝ่ายนั้นตามคำสั่งของนายกองที่เป็นผู้บังคับบัญชา ทำให้เขาหลุดพ้นจากสถานะยากลำบากของตนเอง

เมื่อดาวข่มของเขาจากไปแล้ว เขาจึงได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงเสียที

มันนั้นเขาฆ่าคนไปไม่ต่ำกว่าร้อยคน หยาดเลือดชโลมไปทั้งกาย สองทัพสะบักสะบอมและประกาศพักรบเพื่อเก็บเอาศพของทหารฝ่ายตนเองกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา เขาได้เลื่อนขั้น และต่อมาก็ได้ยินข่าวว่ามิเนเลียนเองก็ได้เลื่อนขั้นเช่นกัน

หลังจากนั้นพวกเขาก็พบกันในสนามรบเสมอ ราวกับว่าโชคชะตาเล่นตลก เมื่อใดก็ตามที่เป็นการต่อสู้กับจักรวรรดิ อีกฝ่ายจะต้องมาปรากฏตัวในกองทัพ และไม่ว่าเขาจะไต่เต้ายศขึ้นไปสูงแค่ไหน อีกฝ่ายก็ไล่ตามมาติดๆอย่างไม่เคยยอมแพ้

ทว่าทุกครั้งที่ได้พบกัน เขามองเห็นประกายตาโหยหาภายใต้สีหน้าดุดันโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่ายเสมอ และนั่นก็ทำให้หัวใจที่เย็นชาตายด้านจากการกรำศึกมานานอ่อนยวบลงได้เสมอ

แม่ทัพปีศาจผู้โหดเหี้ยมอำมหิต

นายพลเทวะผู้หนักแน่นเฉียบขาด

ใครเล่าจะรู้ ว่าคนคนนั้นคือความอ่อนโยนเพียงหนึ่งเดียวในสนามรบที่อาบไปด้วยเลือดซึ่งเขารอคอยปนหวาดกลัวทุกครั้งที่ออกศึกว่าจะต้องพบเจอ

ใครเล่าจะรู้ ว่าที่ทัพของเขาไม่เคยชนะสงคราม มีแต่จะจบลงด้วยผลต่อสู้ที่คลุมเครือเสมอนี้ เป็นเพราะทั้งเขาทั้งมิเนเลียนต่างก็ไม่มีใครตัดใจสังหารผู้นำทัพของฝ่ายตรงข้ามลง

ไม่มีใครรู้ ว่าเขารอคอยมานานแค่ไหน กับการได้ทิ้งดาบในมือ และถอดชุดเกราะที่ติดกลิ่นคาวเลือดอย่างไม่มีวันลบล้างออกนี้ได้เสียที

ไม่มีใครรู้ ว่าเขาดีใจแค่ไหน กับการได้มาอยู่ใกล้ๆอีกฝ่าย โดยไม่มีสถานะของความเป็นศัตรูค้ำคอเช่นนี้

อ้อ ไม่สิ

มีอยู่คนหนึ่งที่ล่วงรู้

นั่นก็คือคนที่ช่วงปลดปล่อยเขาจากความอึดอัดนั้น คนที่ช่วยถอดชุดเกราะและพามิเนเลียนมายืนอยู่ข้างเขา...

...จอมปราชญ์ผู้หยั่งรู้ทุกสิ่งคนนั้นอย่างไรเล่า

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 141 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,142 ความคิดเห็น

  1. #1126 VenitaKq (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 13:15

    ขนลุกกกกกกกกก

    #1,126
    0
  2. #1017 PaiiKanj (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 08:42
    แอบรักกันทั้งคู่อ่ะ ฟินนนนนนน
    #1,017
    0
  3. #1007 mininewy (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 15:04
    เเง เขินมาก ทำไมน่ารักอย่างนี้คะ คู่นี้ ฮือ
    #1,007
    0
  4. #987 kkkanunnn (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 15:15
    โอ้ยเขินอ่ะ มันแบบเห้อ ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย
    #987
    0
  5. #967 Dem9ons9 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 02:26

    โอ้ยแบบบ จอมปราชญ์อิสจอมปราชญ์อะ คือรู้หมด แต่แบบ อ่านตอนที่จอมปราชญ์คุยกับนิโคลัสละอยากด่าอิโง่เหลือเกิน เธอช่างไม่เคยรู้อะไรบ้างเลย นิโคลัสเอ๋ย

    #967
    0
  6. #966 AnY.an* (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 01:59
    ฮื้อออขนลุกมากกกก แง้ๆๆๆ พี่อบอุ่นมากก
    #966
    0
  7. #965 Daduean (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 01:43
    ความสัมพันธ์ของคู่นี้แบบ ฮือออ เขินอะ เขารอมานานแล้วอะที่จะได้อยู่คู่กัน ฮืออออ เขิน
    #965
    0
  8. #964 Yuemoon (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 01:17
    คู่นี้คือซึนมากก
    #964
    0
  9. #962 >(MeeNoi)< (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 00:25
    เป็นความสัมพันธ์ที่น่ารักมากๆ เขินแทน555555
    #962
    0
  10. #961 Malangpor_Mangpor (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 23:38
    โห ประทับใจคู่นี้มาก ฮอลล
    #961
    0
  11. #960 Kinnaphat (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 23:03
    เต็มไปด้วยความเอ็นดู แงแอ นรๆๆๆๆ
    #960
    0
  12. #958 noeyoey (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 22:35
    โหหห ไกรอัสสสสสTTTT
    #958
    0
  13. #957 Rusa (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 21:56
    ฮือ มีแต่ความละมุน มิเนเลียนทำอะไรก็น่ารักในสายตาเธอทั้งนั้นแหละไกรอัส><
    #957
    0
  14. #956 SeeYoo_Soon (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 21:31
    เขิน เขินไปหมด มองเห็นแต่ความละมุนละไมของท่านแม่ทัพ 😻😻
    #956
    0
  15. #955 Fiw-w (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 20:12
    งื้ออ รักคู่นี้จัง
    สู้ๆค่ะไรท์
    #955
    0