จบแล้ว {Fic BTS} The Flower {KookV} #Flowerkookv

ตอนที่ 2 : Chapter 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,474
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 754 ครั้ง
    8 ต.ค. 61


Chapter 2

 


“พลังของนางไม่มีอะไรมากไปกว่าความตาย”

เฮือก!

ดวงตาของจองกุกเบิกกว้าง เสียงที่เขาได้ยิน ภาพที่เขามองเห็นผ่านหน้ากาก ความรู้สึกช่างแปลกประหลาดราวกับกำลังรับชมภาพยนตร์เรื่องหนึ่งอยู่ แต่จองกุกก็รับรู้ได้ถึงตัวตนของตัวเองชัดพอที่จะบอกตัวเองว่านี่คือร่างกายของเขา

ถ้าเช่นนั้นเกิดอะไรขึ้น เขาอยู่ที่ไหน และนั่นเสียงของใคร?

“แต่ความตายซึ่งเป็นพลังของนางก็ไม่สมควรทำลายโลกมนุษย์ทั้งใบ” ใครบางคนเอ่ย จองกุกหันหน้าไปมองที่ด้านข้าง ก่อนจะต้องสะดุ้งอย่างแรงอีกครั้งเมื่อเห็นชายในชุดผ้าคลุมสีดำสวมหน้ากากสีขาวอยู่ข้างตัวเขา มันเป็นหน้ากากสีขาวล้วนไร้อัญมณีประดับ รูปทรงค่อนข้างมีเหลี่ยมมุมแปลกตา เขาไม่รู้เลยว่าคนคนนี้มาถึงเมื่อไหร่ ไม่รู้เลยว่ามีคนยืนอยู่ข้างๆมาตลอด

“แม้แต่อาจารย์ก็ยังตายหลังจากเพียงแค่สนทนากับนาง อำนาจของนางบริสุทธิ์มากและทรงพลังอย่างที่สุด เพียงเข้าใกล้ พูดคุยด้วย ก็อาจตายได้ทันที”

“อันตรายอย่างมาก”

“เพราะเป็นเช่นนั้นจึงปล่อยให้นางออกไปสู่โลกภายนอกไม่ได้”

บทสนทนาดังขึ้นรอบตัวของจองกุกดังกังวานอย่างประหลาด มันคล้ายดังขึ้นในหัวของเขา จองกุกพยายามเบิกตามองสถานที่รอบตัว ก่อนจะต้องตกใจเมื่อพบว่าเขายืนอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง

มันคือ Dead tree ไม่ผิดแน่ เขาจำตำแหน่งและลักษณะของมันได้แม่น เพียงแต่...ใบไม้เขียวชอุ่มเป็นพุ่มอยู่บนต้น ร่มเงากว้างใหญ่ไพศาลชวนให้รู้สึกปลอดภัย แสงแดดสดใสจากบนท้องฟ้าอาบถนนทั้งเส้นจนสะท้อนกลายเป็นสีทอง

นี่ไม่ใช่ Ghost Town ที่จองกุกรู้จัก

นี่คือภาพ...หรือบางทีอาจจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต

“หากนางออกไปจากเมืองนี้ นางก็จะนำความตายไปกับนางด้วย ประตู...จะเปิดออกกว้าง คนเป็นจะต้องตาย และคนตายก็จะหวนกลับสู่โลกนี้ สมดุลทุกอย่างจะพังทลาย”

“เราต้องกักนางเอาไว้ที่นี่”

“แต่นั่นจะหมายถึง...” จู่ๆจองกุกก็พบว่าริมฝีปากของตนเองขยับ ทั้งยังเปล่งเสียงพูด “การที่พวกเราจะต้องสละซึ่งดวงวิญญาณของตนเองไปเพื่อกักขังนางเอาไว้”

“ถ้าเพื่อโลก เราจะไม่ทำหรือ” ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างเขาหันมา แม้จะไม่เห็นใบหน้าที่แท้จริงของอีกฝ่าย แต่จองกุกกลับรู้สึกได้ว่าเขารู้จักคนคนนี้ ทั้งยังรู้จักดีอีกด้วย “เพียงวิญญาณของพวกเราทั้งเจ็ดคน แลกกับโลกทั้งใบ ข้าคิดว่ามันเพียงพอแล้วและคุ้มค่าเหลือแสน”

“มันไม่ใช่แค่เราที่ต้องเสียสละ เมืองเมืองนี้เองก็จะต้องเสียสละด้วยเช่นกัน” จองกุกยังคงพูดตอบราวกับไม่ใช่ตัวของเขาเอง “นางจะถูกทำให้หลับใหลไปชั่วคราวเท่านั้น มันต้องมีวิธีที่ดีกว่านี้สิ”

“น่าเสียดายที่อาจารย์ไม่อยู่แล้ว” ใครบางคนกล่าวขึ้น “ไม่อย่างนั้นเขาจะต้องมีบางสิ่งที่บอกให้เราทำได้แน่”

“แต่ตอนนี้เราก็ทำได้เพียง ทำในสิ่งที่เราทำได้ไม่ใช่หรือ” ชายหนุ่มข้างกายจองกุกยังคงมุ่งมั่นที่จะทำบางสิ่ง “มาเถิด ศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งหลาย ข้าหาหวาดกลัวความตายไม่ ยิ่งเมื่อความตายของข้าสามารถแลกได้กับความตายของคนทั้งโลก ข้ายินดีและถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง”

เหล่าทูตทั้งเจ็ดตัดสินใจแล้ว จองกุกรับรู้ได้ถึงพลังบางอย่างที่กำลังเอ่อล้นในร่าง และเสียงสวดคาถาก็ดังกระหึ่มขึ้นในหัวของเขา ริมฝีปากของเขาขยับตามราวกับสามารถท่องจำทุกวรรคตอนของมนตร์คาถานั้นได้

วินาทีต่อมาเขารู้สึกคล้ายดวงวิญญาณของตัวเองถูกกระชากออกเป็นเสี่ยงๆ

“แฮกๆๆ”

จองกุกลืมตาขึ้น หน้ากากหลุดออกจากใบหน้าของเขาก่อนจะหล่นลงไปบนพื้น ดวงตาทั้งสองข้างของเด็กหนุ่มเรืองแสงสีขาวขึ้นมาก่อนจะจางหายไป จองกุกกะพริบตาพลางกุมทรวงอกที่สะท้อนขึ้นลงราวกับเขาเพิ่งสูญเสียเรี่ยวแรงจำนวนมหาศาลไป

ขณะเดียวกันเขาก็ค่อยๆหรี่ดวงตามองแสงสีขาวที่เรืองรองเป็นจุดๆบนท้องฟ้า

ดวงดาว...จองกุกได้คำตอบโดยที่เขาก็ไม่รู้ว่าเขารู้ได้อย่างไร แต่เขามั่นใจว่ามันคือตำแหน่งของดวงดาว เป็นแผนที่ลายแทงซึ่งจะนำเขาไปสู่บางสิ่ง

แกรก..

เสียงที่ดังขึ้นเรียกให้จองกุกลดสายตาจากท้องฟ้าลงมามองเบื้องหน้า เด็กหนุ่มคิมแทฮยองที่เมื่อครู่หายตัวไปปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเขา พลางกำลังก้มลงเก็บหน้ากากที่เขาทำหล่นลงบนพื้นขึ้นมา

“อย่าทิ้งขว้างแบบนี้สิ นี่ของสำคัญนะ” คิมแทฮยองเอ่ยก่อนจะยื่นหน้ากากคืนให้เขา จองกุกกลับผงะถอยหลังและลังเลที่จะรับมัน

“นาย...เป็นใครกันแน่”

คิมแทฮยองก้มลงมองหน้ากากในมือของเขาก่อนจะเอ่ยว่า “ฉันเป็นคนเมืองนี้นี่แหละ ไม่ต้องกังวลว่าฉันจะเป็นผีหรือว่าประสงค์ร้ายต่อนาย ที่นายไม่เคยรู้จักฉันมาก่อน ก็เพราะว่าฉันไม่เคยออกมาเดินให้ใครเห็นบ่อยนัก”

“แล้วนาย..รู้เรื่องหน้ากากนั่น ได้ยังไง” จองกุกถามด้วยความหวาดระแวง

“นั่นเป็นคำถามที่ดีแต่ก็ตอบยากมากเลย เอาเป็นว่า...” คิมแทฮยองยกมือขึ้น ก่อนที่ในมือของเขาจะมีหน้ากากใบหนึ่งปรากฏขึ้น มันเป็นหน้ากากสีขาวล้วนที่มีรูปแบบค่อนข้างเหลี่ยมและมีเค้าโครงเด่นชัด แบบเดียวกับที่ชายหนุ่ม..ผู้ซึ่งยืนอยู่ข้างจองกุกตอนที่ใส่หน้ากากคนนั้นใช้ “การครอบครองเจ้าสิ่งนี้ทำให้ฉันสามารถหายตัวได้ และทำอะไรได้อีกหลายอย่าง ส่วนนี่..คือหน้ากากของนาย นายจะต้องไม่กลัวในพลังที่ตนเองครอบครองนะ จอนจองกุก”

“นายรู้จักชื่อของฉันได้ยังไง” แทนที่จะรับหน้ากากของตนเองกลับมา จองกุกกลับโพล่งคำถามที่แลดูโง่เง่าออกไปโดยไม่รู้ตัว กว่าเขาจะรู้ว่าตัวเองถามคำถามปัญญาอ่อนมากออกไป ก็ตอนที่คิมแทฮยองหัวเราะแล้วตอบว่า “ก็เมืองนี้มันเล็กนิดเดียวนี่นา จริงไหมล่ะ”

“อา..” จองกุกตัดสินใจยื่นมือไปรับหน้ากากของตนเองกลับคืนมา สัมผัสเย็นเฉียบของมันทำให้ใจของเขาสงบลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ “แล้วเมื่อกี้..ฉันว่าฉันเห็นภาพอดีตของเจ้าของหน้ากากใบนี้”

“มันเตือนนายถึงหน้าที่ของเจ้านายของมัน” แทฮยองเอ่ยพลางทำให้หน้ากากในมือหายไป เด็กหนุ่มล้วงมือทั้งสองข้างลงในกระเป๋ากางเกง “ตามฉันมาสิ จองกุก แล้วฉันจะพานายไปหาคำตอบของคำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวของนาย”

“อะไรคือคำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวของฉัน” จองกุกถามออกไป ก่อนจะรู้สึกว่าตัวเองโง่มากอีกแล้ว

“นายกำลังสงสัยว่าใครคือเจ้าของหน้ากากทั้งเจ็ดใบนี้ และพวกมันมีเอาไว้ทำอะไรกันแน่ มาเถอะ ฉันไม่พานายไปฆ่าหรอกน่า เรื่องบางเรื่อง...ไม่ว่าสุดท้ายแล้วนายจะตัดสินใจจะทำอย่างไรกับหน้ากากใบนั้นมันก็เรื่องของนาย แต่ฉันคงปล่อยให้นายกลับบ้านไปพร้อมกับความไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับสิ่งที่นายครอบครองไม่ได้หรอก”

 

เส้นทางที่คิมแทฮยองนำพาจองกุกให้เดินไปไม่ใช่เส้นทางที่แปลกตาเลยแม้แต่น้อย อันที่จริง..สำหรับชาวเมืองแล้วก็ไม่มีถนนเส้นไหนที่พวกเขาไม่รู้จักหรอก

ถนนเส้นที่เขากับแทฮยองกำลังก้าวเดินอยู่นี้มีชื่อว่า Main Street เป็นถนนสายหลักที่ตัดตรงตั้งแต่ทิศเหนือจรดทิศใต้ของเมือง สองข้างทางเต็มไปด้วยอาคารใหญ่โตที่เป็นสถานที่สำคัญของเมือง รวมไปถึงเป็นจุดศูนย์กลางความเจริญของเมืองด้วยเช่นกัน

สิ่งปลูกสร้างส่วนใหญ่ทำจากวัสดุจากธรรมชาติ ปูนเปลือย ไม้ และก้อนหิน ความแตกต่างที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวและมีกลิ่นอายของตัวเองของวัสดุทางธรรมชาติเหล่านี้ส่งผลให้เมืองGhost Town ดูเหมือนฉากในภาพยนตร์ย้อนยุคมากกว่าจะเป็นเมืองที่มีผู้คนอยู่อาศัยจริง

ยิ่งเมื่อดวงตะวันเริ่มจะลาลับขอบฟ้า ร้านรวงต่างๆจะเริ่มทยอยกันเปิดไฟหน้าร้าน อวดสีสันฉูดฉาดหลากสีสันที่เมื่อมองผ่านกลุ่มหมอกขาวก็ดูราวกับอาคารแต่ละหลังกำลังเรืองแสง เสียงดนตรีคลาสสิคถูกส่งออกมาจากลำโพงที่ติดอยู่ตามเสาไฟ ส่งผลให้ถนนทั้งเส้นยิ่งดูราวกับดินแดนที่ไม่มีอยู่จริงเข้าไปอีก

คิมแทฮยองสองมือล้วงกระเป๋า เขาเดินอย่างไม่เร่งรีบเยื้องอยู่ด้านหน้าของจองกุก ดวงตาสอดส่องแสงไฟรอบตัวด้วยความชื่นชม

“เมืองของเขาเนี่ย ไม่เหมาะกับชื่อ Ghost Townเลยนะ นายว่าไหม” จู่ๆคิมแทฮยองก็หันมาเอ่ยเช่นนี้ ดวงหน้าของเขาสะท้อนกับแสงหลากสีแล้วพลันยิ่งทวีความลึกลับเฉพาะตัวของเขาให้มากยิ่งขึ้นไปอีก “มันควรจะสวยงามและมีชีวิตชีวามากกว่านี้”

“แล้วนายคิดว่ามันควรจะเป็นยังไง” จองกุกรู้สึกว่าเมื่อเขาอยู่ต่อหน้าเด็กหนุ่มตรงหน้า เขาค่อนข้างตามความคิดของอีกฝ่ายไม่ทันอยู่เสมอ

บรูเฮเรีย เดิมทีชื่อของเมืองนี้มีที่มาจากภาษาโบราณที่สาบสูญ รากศัพท์ของมัน..แท้จริงแล้วแปลว่าเวทมนตร์คาถา ซึ่งนั่นก็หมายความว่า เมืองแห่งนี้คือดินแดนแห่งเวทมนตร์ไงล่ะ” คิมแทฮยองอธิบายด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างร่าเริง ราวกับการได้พูดกับจองกุกเป็นเรื่องที่เขาดีใจมากอย่างหนึ่ง “นายเคยสงสัยไหมล่ะ ว่าพวกทูตทั้งเจ็ดเขาเป็นใคร ศึกษาวิชามาจากไหน ปกติแล้วพวกเขาทำหน้าที่หรืออาชีพอะไร”

“คือ..” จองกุกลูบหน้ากากที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้ออย่างอดไม่ได้ “ฉันก็เพิ่งรู้เมื่อกี้ว่าพวกทูตมีตัวตนอยู่จริงๆ ไม่ใช่แค่ในนิทาน”

“นาย..เป็นอะไรหรือเปล่า” คิมแทฮยองหยุดเดินแล้วหันมามองจองกุกด้วยสีหน้ากังวลระคนห่วงใย “คลื่นรอบตัวของนายมันระส่ำระส่ายอยู่ตลอดเวลา เหมือนรากแก่นของวิญญาณนายไม่มั่นคง”

จองกุกเองก็หยุดฝีเท้าลง เขาหลุบสายตามองพื้นก่อนจะกล่าวว่า “วินาทีที่ฉันได้รับหน้ากากใบนี้มา คือช่วงเวลาไม่กี่วินาทีก่อนที่ปู่ของฉันจะตาย ตอนนี้เขาน่าจะถูกพาไปประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว และฉันก็...อยากอยู่ใกล้ๆเขาแต่ก็หวาดกลัวเกินกว่าจะกลับไปเห็นเขาในสภาพร่างไร้วิญญาณ”

“อีกเดี๋ยวปู่ของนายก็จะกลับมา” คิมแทฮยองกลับเอ่ยประโยคเหนือความคาดหมายนี้ออกมาราวกับเพิ่งจะบอกเขาว่าเดี๋ยวพระอาทิตย์ก็จะต้องตกดิน

“นาย..ว่ายังไงนะ” จองกุกเพิ่งจะพูดไปได้ไม่ทันจบประโยคดี คำพูดก่อนตายของปู่เขาก็แล่นวาบกลับเข้ามาในหัว

“แล้วปู่จะกลับมา...”

“ไม่ใช่แค่เมืองของเราที่ต้องคำสาปนะ จองกุก” แทฮยองขยายความ ดวงตาเศร้าหมองลงเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้าสับสนว้าวุ่นใจของจองกุก ราวกับความระส่ำระส่ายของวิญญาณจองกุกมีผลต่อตัวเขา “วิญญาณทุกดวง..ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์วันนั้นก็ล้วนถูกสาป เราไปจากที่นี่ไม่ได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ต่อให้ตายไปแล้ว..ก็จะต้องกลับมา อาจกลับมาในลักษณะของการถือกำเนิดใหม่ หรือกลับมาในลักษณะของดวงวิญญาณก็ได้ จากนั้นก็ปรากฏตัวให้ชาวเมืองเห็นเป็นครั้งคราว ก็เลยได้ชื่อว่าเป็นเมืองของภูตผียังไงล่ะ”

มิน่าเล่า..เขาถึงไม่เคยไปจากเมืองนี้ได้เสียที

แต่ว่า..นั่นหมายความว่าครั้งหนึ่ง เขาเองก็เคยเกิดหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์วันนั้นใช่ไหม วันที่พวกทูตผนึกราชินีแห่งความตายไว้ในผืนดิน...

“ฉันจะได้เจอเขาอีกใช่ไหม” จองกุกถามอย่างมีความหวัง เขามีอีกหลายเรื่องมากที่อยากพูดคุยกับปู่ และมีอีกหลายเรื่องที่อยากถาม การที่ได้รู้ว่าปู่จะกลับมาทำให้เขาสามารถปัดเรื่องวิญญาณของตัวเองที่ต้องคำสาปออกจากหัวได้อย่างรวดเร็ว

“ยิ่งนายครอบครองหน้ากากใบนั้น นายจะได้เจอเขาแน่” แทฮยองกล่าวอย่างมั่นใจ “ทีนี้...ถ้านายยังไม่อยากรีบกลับบ้านไปจัดพิธีศพ ก็มากับฉันเถอะ ถ้าเราช้ากว่านี้อีกนิดจะไม่ทันเวลาเอา”

จองกุกได้แต่เก็บความสงสัยที่มีอยู่เต็มอกเอาไว้แล้วไล่ตามคิมแทฮยองไป พวกเขามาหยุดยืนอยู่หน้าทางเข้าโรงละคร Ghost House โรงละครกึ่งบ้านผีสิงชื่อดังของเมือง

มันตั้งอยู่มานานแล้ว ว่ากันว่าแต่เดิมเป็นบ้านของเศรษฐีเก่าที่ตายและไร้ทายาทสืบทอด ก็เหมือนตำนานท้องถิ่นทั่วๆไปนั่นแหละ นานเข้าก็มีคนเห็นอดีตเจ้าของบ้านที่ตายไปนานแล้วปรากฏตัวขึ้น ใครก็ตามที่เข้ามาอยู่อาศัยก็เป็นอันต้องถูกหลอกหลอนจนหนีกันไปหมด

จนกระทั่งลูกชายคนโตของตระกูลคิมมาซื้อไป และเปลี่ยนมันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันน่าสนใจ ในเวลากลางวันบ้านหลังนี้จะถูกปิดเงียบเอาไว้ พอหัวค่ำจะเปิดการแสดงละครให้ซื้อบัตรเข้าชม บัตรเข้าชมของที่นี่พวกนักท่องเที่ยวต้องแย่งกันซื้อในอินเทอร์เน็ตล่วงหน้าเป็นเดือนกว่าจะได้มาครอบครอง หลังละครแสดงจบ บ้านผีสิงก็จะเปิดทำการให้ผู้คนเข้าไปลองสัมผัสกับความพรั่นพรึงของสิ่งลึกลับเหนือธรรมชาติที่ถูกปั้นแต่งขึ้นใหม่

จอนจองกุกไม่เข้าใจเลยว่าเขามาทำอะไรที่นี่เวลานี้

เมื่อมองคิมแทฮยองที่เหลือบมองนาฬิกาข้อมือก่อนจะเดินนำเข้าไป จองกุกยิ่งรู้สึกไม่เข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันของตัวเขาเองมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

แต่แล้วขณะที่เขากำลังคิดจะหยุดเดินแล้วเรียกแทฮยอง ชายหนุ่มรูปหล่อในชุดสูทลูกฟูกสีเทาเข้มคนหนึ่งก็ก้าวออกมาพอดี เขามีเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนเส้นเล็ก ใบหน้าเรียวเป็นทรงสวยเหมือนกับแทฮยอง ดวงตาทรงเมล็ดอัลมอนด์เองก็เป็นสีน้ำตาลทองอ่อนๆ จอนจองกุกรู้จักคนคนนี้

คิมซอกจิน ลูกชายคนโตของตระกูลคิม เจ้าของโรงละครแห่งนี้

“นายมาทันเวลาพอดีเลย แทฮยอง จองกุก” คิมซอกจินเอ่ยพลางกวักมือเรียกจองกุกให้เข้าไปใกล้ๆ “ไง ฉันคงไม่ต้องแนะนำตัวหรอกนะ พอดีเมื่อกี้น้องชายของฉันโทรมาบอกว่าเขาต้องการที่หนังดีๆให้ไว้นาย”

จองกุกมองดูคิมแทฮยองที่ถูกเรียกว่า น้องชาย ของคิมซอกจินด้วยสีหน้ามึนงงเล็กน้อย

ที่แท้แล้วคนคนนี้ก็เป็นหนึ่งในทายาทของตระกูลคิมนี่เอง

ตระกูลคิมเป็นตระกูลเก่าแก่ตระกูลหนึ่งของ Ghost Town ว่ากันว่าพวกเขาอยู่กันมาตั้งแต่ยุคสมัยที่อัศวินยังคงสวมชุดเกราะควบม้าออกศึกต่อสู้ไปทั่วทั้งแผ่นดิน ต้นตระกูลคิมเองก็เป็นนักรบ พวกเขามั่งคั่งร่ำรวยกันมาหลายชั่วอายุคน และเป็นมหาเศรษฐีใหญ่ประจำเมือง

แต่ลูกชายคนเล็กของบ้านกลับเป็นคนที่หายตัวได้และไม่มีใครในเมืองรู้จักอย่างนั้นเหรอ? จองกุกอดรู้สึกไม่ได้ว่าเรื่องมหัศจรรย์เริ่มเกิดขึ้นรอบตัวของเขาถี่เกินไปแล้ว

“นี่..ผมจะต้องเข้าไปนั่งดูละครอย่างนั้นเหรอครับ”

“ก็ใช่น่ะสิ อย่าเสียเวลาเลย เดี๋ยวละครจะเริ่มซะก่อน ละครจะสนุกที่สุดถ้านายได้เริ่มชมมันตั้งแต่ต้นเรื่องนะ รู้หรือเปล่า” คิมซอกจินเอ่ยก่อนจะยัดบัตรใบหนึ่งใส่มือเขา “เอ้า รีบเข้าไป แล้วเดี๋ยวตอนที่คนอื่นๆถูกต้อนไปเข้าบ้านผีสิง ฉันจะให้แทฮยองเข้าไปรับนาย”

“แต่..”

“ไม่ต้องห่วงหรอก จองกุก” คิมแทฮยองส่งรอยยิ้มน่ารักให้เขา “ฉันบอกแล้วไง ว่าคำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวของนาย จะต้องได้รับคำตอบแน่ ไม่ว่าจะเป็นคำสาปของเมือง ทูตทั้งเจ็ด หรือหน้ากากแห่งทูตทั้งหมดนั่น นายจะได้คำตอบอย่างแน่นอน อย่าเผลอลืมหายใจตอนดูก็แล้วกัน”

 

 


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 754 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,141 ความคิดเห็น

  1. #1139 yeenchy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 22:28
    อุบ๊ะะะ มันเปงลึกลับซับซ้อน
    #1,139
    0
  2. #1107 bomza2528 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 15:57
    ลึบลับสุดๆเลยอ่าอ่านแล้วลุ้นจนกลัว^^
    #1,107
    0
  3. #1104 panitin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 08:32
    ลึกลับมากกก งงไปกับกุ๊กกี้ด้วยเลย
    #1,104
    0
  4. #1096 Callmeyou (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 00:40
    กะแล้ววว
    #1,096
    0
  5. #1076 natkarnk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 22:03
    ตื่นเต้น
    #1,076
    0
  6. #1057 Apollon~kv (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 15:35
    ความรู้สึกลึกลับเต็มไปหมดดด ตื้นเต้น
    #1,057
    0
  7. #1051 Ver_a (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 19:03
    ตึ่งเต้น!!
    #1,051
    0
  8. #1048 JaneTadsawan99 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 18:31
    เย่มย้อด
    #1,048
    0
  9. #1001 -ซันชาย- (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 09:28
    ชอบบรรยากาศเรื่องมากๆเลยค่ะ
    #1,001
    0
  10. #920 Snoop (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 12:34
    ชอบบรรยากาศเรื่องจังเลยค่ะะ ชอบความลึกลับด้วย อยากรู้ที่มาที่ไปแล้ว
    #920
    0
  11. #906 butterr. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 18:22
    อ่านแล้วเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกนั้นด้วยเลย ไรท์ทำให้เราเป็นงี้ทุกเรื่อง อินมาก
    #906
    0
  12. #848 taetan06518 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 02:22
    ลึกลับสุดยอด
    #848
    0
  13. #845 YuparatSoanglam (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 20:26
    ลึกลับมากกก
    #845
    0
  14. #842 Eimmamoa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 09:04
    อ๊ายยย บทพี่น้องน่ารัก แต่ลึกลับ~
    #842
    0
  15. #813 MMP_P'M49 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 21:21
    ไรท์สร้างบรรยกาศเก่งมากเว่อ
    #813
    0
  16. #807 kookvforever9795 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 09:02

    ลุ้น!!!! จนจะลืมหายใจแร่ววว!!!!!

    #807
    0
  17. #760 Plíða (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 07:38
    ดูซ่อนเร้นลึกลับแบบหลอนๆ อ้ากกกกกกกก มันดีย์มากค่ะ
    #760
    0
  18. #745 PaiiKanj (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 22:14
    คือพี่น้องคิมนี่ดูลึกลับจังเลย
    #745
    0
  19. #740 ่Airino (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 21:22
    อ่านตอนกลางคืนละแอบกลัวอยู่นะคะเนี่ย ;-;5555
    #740
    0
  20. #532 Wilnot (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 11:40
    อมก ลึกลับสุด มีแต่ปริศนาเต็มไปหมด
    #532
    0
  21. #461 LoveHowHeRap (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 21:11
    น่ากลั๊ว~~
    #461
    0
  22. #395 Chutipa-oil (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 01:36
    ลึบลับที่สุดดด
    #395
    0
  23. #338 sofar_fa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:02
    บางทีก็แอบกลัวการเชื่อมโยงของพี่แพทอ่ะ 5555555
    #338
    0
  24. #322 b9zazagtz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 18:05

    เกร๊ดดดด นี่มันยังไง๊กันแน่-- มันเกิดเป้นคำถามในใจ เป้นความเงียบที่ดังข้างใน-- (?) โครตน่าค้นหาอ่ะ น่าค้นหายิ่งกว่าตอนครูสั่งให้ค้นหาข้อมูลแล้วเขียนเรียงความ4กระดาษเอสี่มาส่ง //เหมือนกูแค้นอ่ะ555555

    #322
    0
  25. #317 SeeYoo_Soon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 08:55
    เด็กต้อยกำลังหวาดกลัว
    แทแทนี่ลึกลับดีจริงๆ น่าค้นหา อ่านแล้วหยุดไม่ได้เลย 555
    #317
    0