จบแล้ว {Fic BTS} The Flower {KookV} #Flowerkookv

ตอนที่ 19 : Chapter 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,232
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 343 ครั้ง
    30 เม.ย. 62


Chapter 19

 


“ดูเหมือนว่าผู้แสวงหาของพวกเจ้าจะตามหาผู้หลบซ่อนเจอแล้ว” เฮลล่าเพิ่งจะเอ่ยจบประโยค โต๊ะไม้ตัวยาวสีดำกลางห้องโถงก็พลันสลายกลายเป็นผุยผงไปต่อหน้าต่อตา โฮซอกที่นั่งเท้าคางอยู่แทบจะหน้าทิ่ม โชคดีที่นัมจุนหันมาคว้าตัวเขาเอาไว้ทัน ทุกคนมองดูฝุ่นสีดำบนพื้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มในชุดคลุมสีดำสองคนที่ปรากฏตัวออกมาจากความว่างเปล่าและกำลังจ้องเขม็งไปยังราชินีแห่งเฮลไฮล์ม

“แทฮยอง” ซอกจินรีบเดินเข้าไปหาเขาทันที ทางหนึ่งตรวจสอบดูว่าเขาบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ทางหนึ่งก็จับไหล่เขาเอาไว้เป็นเชิงปรามไม่ให้ทำอะไรบุ่มบ่าม

พวกเขายังจำเป็นต้องให้เฮลล่าช่วยเปิดประตูไปยังนิฟล์ไฮล์ม

“ในเมื่ออกมากันครบแล้ว เฮลล่า หวังว่าท่านจะทำตามที่ได้ลั่นวาจาเอาไว้” นัมจุนฉวยโอกาสนี้ลุกขึ้นยืนแล้วหันไปเอ่ยกับเฮลล่าด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างถึงที่สุด ราวกับไม่ต้องการจะเปิดโอกาสให้นางบิดพลิ้ว ตอนแรกเขาก็คิดว่าเฮลล่าที่เป็นถึงเทพเจ้า คงจะไม่เสียเวลาเล่นลูกไม้อะไรกับพวกเขา แต่ดูจากการที่นางแก้แค้นแทฮยองเมื่อกี้แล้ว เขาก็ไม่คิดจะไว้ใจนางอีกต่อไป

“ข้าทำตามที่ได้ลั่นวาจาเอาไว้แน่ ผู้สรรค์สร้าง” เฮลล่าเองก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน “โดยปกติแล้วเทพเจ้าจะเดินทางไปยังอีกดินแดนหนึ่งโดยการบินไป ยกเว้นว่าเป็นการเดินทางระหว่างแอสการ์ดสู่มิดการ์ด เพราะระหว่างโลกทั้งสองเชื่อมไว้ด้วยกันโดยสะพานสายรุ้งที่ชื่อว่าไบฟรอสต์  เพราะแอสการ์ดกับมิดการ์ดเป็นสองดินแดนที่เชื่อมถึงกันได้ สำหรับเฮลของข้าก็เช่นกัน มันเชื่อมกับนิฟล์ไฮล์ม นรกเยือกแข็งหรือที่ในบางความเชื่อของมนุษย์เรียกมันว่าโลกันตร์ ดินแดนนั้นหนาวเหน็บ มีเพียงน้ำแข็งและหมอกขาว นรกภูมิที่ต่ำที่สุดในบรรดาโลกทั้งเก้า ข้าเปิดประตูส่งพวกเจ้าไปที่นั่นได้ แต่ข้าขอถาม พวกเจ้าวางแผนจะจัดการนิดฮอกก์อย่างไรและจะรับมือกับดินแดนที่แสนอันตรายเช่นนั้นอย่างไร”

“เราไม่มีปัญหากับความหนาวเพราะมีเสื้อคลุมที่ทอโดยฟริกก้า” นัมจุนเอ่ยตอบอย่างรวดเร็ว “และกับนิดฮอกก์เราย่อมมีแผนรับมือเตรียมเอาไว้แล้ว เราจะไปช่วยอิกดราซิล ไม่ได้เตรียมตัวไปตาย”

น้ำเสียงประชดประชันไร้ความเกรงใจนั้นบ่งบอกได้เป็นอย่างดี ว่าความเคารพยำเกรงที่เขามีต่อนางในฐานะเทพีแห่งความตายสูญสลายไปสิ้นนับตั้งแต่รู้ว่านางแทรกแซงห้องปริศนาและกลั่นแกล้งน้องชายของเขา

ชาติก่อนพวกเขาอาจไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรมากไปกว่าศิษย์พี่และศิษย์น้อง

แต่ในชีวิตนี้ พวกเขาเกี่ยวข้องกันทางสายเลือด เติบโตมาด้วยกัน วิ่งเล่นมาด้วยกัน น้องชายคนเล็กของเขาคนนั้นเขาย่อมไม่ยินดีให้ใครมารังแกโดยเด็ดขาด

เฮลล่าเองก็ฟังออกได้ถึงความไม่พอใจในน้ำเสียงของเขา เจ้าหล่อนเพียงโคลงศีรษะเล็กน้อยแล้วถอดกำไลสีดำวงหนึ่งที่แขนออกมา จากนั้นโยนมันลงบนพื้น

กำไลวงนั้นพลันขยายขนาดใหญ่ขึ้นในแนวตั้ง จนกระทั่งเกิดเป็นประตูทรงกลมสูงราวสองเมตร ไอเย็นแผ่ซ่านออกมาจากอีกฟากฝั่งของประตูพร้อมกับหมอกขาวที่คืบคลานเข้ามาในห้องโถงของพระราชวังแห่งเฮลไฮล์ม

“เข้าไปเถิด เมื่ออิกดราซิลรอดพ้นจากวิกฤติครั้งนี้แล้ว เขาจะเป็นผู้ที่ส่งพวกเจ้ากลับบ้านด้วยตัวเอง” เฮลล่าเอ่ยพลางผายมือเป็นเชิงให้พวกเขาเข้าไป

ชายหนุ่มทั้งเจ็ดคนมองหน้ากัน ก่อนที่จะเรียงแถวกันเดินเข้าไปทันทีโดยไม่มีใครลังเลหรือรีรอ เมื่อพวกเขาเข้ามาจนครบแล้ว ประตูทรงกลมก็หายวับไป แต่ละคนกระชับเสื้อคลุมสีดำที่ห่มกายอยู่อย่างพร้อมเพรียง รู้สึกว่าในเมื่อมีผ้าผืนนี้แล้วพวกเขายังรู้สึกหนาวจนตัวสั่น หากไม่มีเสื้อคลุมเล่าจะหนาวถึงเพียงไหน

“สมแล้วกับที่เป็นดินแดนแห่งหมอกและน้ำแข็ง”

จีมินลอบยื่นมือออกไปสัมผัสอากาศ “บรรยากาศเหมือน Ghost Town นิดหน่อยนะว่าไหม”

“บางตำนานก็เรียกที่นี่ว่านรกน้ำแข็ง เพราะมันมีแต่วิญญาณที่ทำผิด หมอก น้ำแข็ง และความมืดเท่านั้น” นัมจุนผู้ศึกษาเรื่องของโลกทั้งเก้าอย่างละเอียดที่สุดถอนหายใจ ควันสีขาวพุ่งออกมาจากปากของเขากลุ่มใหญ่จนตัวเขาเองยังต้องผงะ “นี่อุณหภูมิมันต่างกันขนาดไหนล่ะเนี่ย”

“ต่างกันขนาดนี้ไง” จีมินยื่นมือข้างที่เขาลองยื่นออกไปแตะอากาศเมื่อครู่ส่งถึงหน้านัมจุน มือของเขามีชั้นน้ำแข็งปกคลุมอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ “ถ้าร่างกายของฉันไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวกับน้ำ ฉันบอกได้เลยว่าตอนนี้มือของฉันหลุดออกจากตัวไปนานแล้วเพราะเซลล์ทุกอย่างมันถูกความเย็นแช่แข็งจนตายหมด”

ยุนกิรีบคว้ามือของเขาไปแล้วใช้พลังความร้อนละลายน้ำแข็งให้ทันที สีหน้าฉายแววหงุดหงิดไม่น้อย “แล้วนายจะยื่นมือเปล่าออกมาทำไมเล่า รูนล่ะ ทำไมไม่ใช้รูน”

ท่ามกลางเสียงหัวเราะแห้งๆของจีมิน ทูตคนอื่นๆต่างก็รีบวาดอักษรรูนซีเกลเพื่อความอบอุ่นและแสงสว่างโดยพร้อมเพรียงกัน มีเพียงมินยุนกิคนเดียวที่ร่างกายของเขาเป็นส่วนหนึ่งของไฟจึงไม่จำเป็นต้องกลัวหนาว

“เอาล่ะ อย่าเสียเวลาอีกเลย” นัมจุนเรียกทุกคนให้กลับมาโฟกัสที่ภารกิจ “ซีกเกอร์นายหาตำแหน่งน้ำพุ ไฮเดอร์ตรวจสอบสภาพอารมณ์ของนิดฮอกก์ คนอื่นๆเตรียมวอร์มอัพพลังไว้ให้พร้อม แผนของเราไม่มีแผนสำรอง ต้องสำเร็จในครั้งเดียว”

“ทำไมฉันรู้สึกเหมือนเรากำลังอยู่ในหนังฟอร์มยักษ์ค่ายดังสักเรื่องเลยนะ” โฮซอกพึมพำลอยๆขณะที่เหลือบซ้ายแลขวา พลังนิมิตของเขาดูเหมือนจะเสถียรมากขึ้นกว่าตอนอยู่ที่มิดการ์ดเล็กน้อย แต่เท่านั้นก็เพียงพอให้เขาเกิดความมั่นใจในภารกิจครั้งนี้มากยิ่งขึ้นแล้ว

“ทำไมที่นี่ไม่เห็นมีวิญญาณสักดวง”

“ที่นี่จะยังไม่มีวิญญาณมาอยู่หรอก จนกว่าแรคนาร็อกจะเกิดขึ้นจริงๆ” นัมจุนตอบคำถามนั้นอย่างคนที่ทำการบ้านมาดี “ที่นี่จะมีไว้ใช้เก็บวิญญาณร้ายที่ทำบาปทำกรรมไว้เยอะหลังเกิดแรคนาร็อกแล้วคนตายกันหมด นักรบที่ตายจะได้ไปอยู่ในวัลฮาลา คนธรรมดาที่ตายจะไปอยู่ที่เฮล ส่วนคนชั่วร้ายก็จะมาอยู่ที่นี่ คนที่ทำความดีความชอบมหาศาลก็อาจได้ไปเกิดใหม่บนแอสการ์ดหรือวานาไฮล์มสักที่ จากนั้น...ก็ต้องรอโลกทั้งหลายฝืนตัวขึ้นใหม่จากศูนย์”

“แล้วอิกดราซิลล่ะ”

“เท่าที่ฉันรู้คืออิกดราซิลจะไม่มีวันตาย ต่อให้โลกทั้งเก้าพังพินาศ อิกดราซิลจะยังคงอยู่ แม้จะเสียหายจนดูเหมือนใกล้ตาย อย่างเช่นตอนนี้ แต่จิตวิญญาณที่แท้ของอิกดราซิลจะไม่มีวันตาย เขาจะฟื้นฟูได้ด้วยวิธีการใดสักอย่าง จากนั้นก็กลับมาทำหน้าที่เป็นต้นไม้แห่งชีวิตที่โอบอุ้มโลกทั้งหลายเอาไว้อีกครั้ง”

“ครีต เจอแล้ว” จองกุกรายงาน “เดินทางขึ้นเหนือไปอีกไม่ไกล จะมีบ่อน้ำอยู่หนึ่งบ่อ และฉันลองตรวจหาดูแล้วมันน่าจะเป็นบ่อน้ำแห่งเดียวในดินแดนนี้ นับว่าเฮลล่ายังใจดีอยู่ที่ส่งเรามาใกล้จุดหมายมากทีเดียว”

“ส่วนนิดฮอกก์กำลังอารมณ์เสีย” แทฮยองยังคงหลับตาอยู่ “มันเหมือนเป็นอสุรกายที่ไร้สติปัญญาและมีแต่สัญชาตญาณ ในหัวมันมีแต่ความหงุดหงิด ความโกรธเกรี้ยว และความหิว เหมือนมันคิดแต่จะกัดกินอะไรก็ตามที่ขวางอยู่ตรงหน้า”

“งั้นเราก็มาถูกทางแล้ว” นัมจุนพยักหน้ารับ สีหน้าเพิ่มความมั่นใจขึ้นหลายส่วนทีเดียว “เพราะถ้านิดฮอกก์ฉลาดอีกสักหน่อยล่ะก็ พวกเราก็คงลงมือไม่ง่ายแล้ว”

“ทุกคนมาดูนี่” โฮซอกเดินเข้ามาจับมือของนัมจุนเอาไว้แล้วหลับตาลง คนอื่นๆจึงก้าวเข้ามาจับมือต่อกันเป็นทอดๆเพื่อแบ่งปันภาพในนิมิตด้วยกัน

พวกเขาเห็นลำต้นของต้นไม้ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่าน รากขนาดใหญ่เส้นหนึ่งซึ่งหยั่งลงไปในบ่อน้ำ ข้างๆรากเส้นนั้นมีพญางูที่ตัวใหญ่พอๆกันกับรากไม้กำลังพันตัวรอบโคนต้น ปลายหัวของมันที่มีฟันแหลมคมนับร้อยซี่กำลังกัดรากของอิกดราซิลอยู่ และรากไม้ก็เสียหายไปกว่าครึ่งแล้ว

“จะปล่อยให้มันกัดรากขาดไม่ได้เด็ดขาด”

“รีบไป ไม่มีเวลาแล้ว”

ทั้งเจ็ดคนมองหน้ากัน จากนั้นทั้งเจ็ดร่างก็หายวับไปจากที่ที่ยืนอยู่เมื่อครู่ในทันที ร่างของพวกเขาวูบไหวไปพร้อมกับสายลมที่ทำเอาไอหมอกแหวกเป็นทาง เสื้อคลุมสีดำสะบัดไปด้านหลังจนเกิดเสียงสะบัดดัง เสียงนั้นเรียกความสนใจจากอสุรกายที่มีลักษณะกึ่งมังกรกึ่งงูที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลได้ ทว่านั่นไม่อาจทำให้มันยุติการกัดกินรากไม้ที่สร้างความหงุดหงิดใจให้แก่มันรากนั้น

เมื่อทั้งเจ็ดเข้ามาใกล้ พวกเขาก็ถูกขนาดของทั้งต้นไม้และมังกรนิดฮอกก์ทำเอาตกตะลึงไปชั่วขณะ

จองกุกเองก็เบิกตากว้าง เขามองลักษณะของต้นไม้ยักษ์ตรงหน้า พลันหวนนึกถึงวันที่ทำพิธีคืนวิญญาณขึ้นมา ตอนนั้นเขาก็นั่งอยู่บนกิ่งของต้นไม้ต้นนี้

ที่แท้...นี่ก็คืออิกดราซิลต้นจริง

“ลงมือ” เสียงของนัมจุนคล้ายดังมาจากที่ห่างไกล สายลมหวีดหวิวดังเสียจนพวกเขาแทบไม่ได้ยินเสียงของกันและกัน ยุนกิเป็นคนแรกที่เคลื่อนไหว เขาพุ่งวูบเข้าไปใกล้ก่อนจะหยุดยืนอยู่บนรากไม้รากหนึ่งไม่ไกลจากส่วนหัวของนิดฮอกก์ เปลวไฟพวยพุ่งออกมาจากมือทั้งสองข้างของเขา โจมตีเข้าใส่มังกรนิดฮอกก์ทันที

ก๊าซซซซซ

เปลวเพลิงร้อนระอุที่กระแทกเข้ามาส่งผลให้นิดฮอกก์คำรามลั่น แทฮยองถึงกับแทบหงายหลังเมื่อเจอคลื่นเสียงกระแทกเข้าไป แต่เขาก็ตั้งสติได้ทันท่วงที แล้วพุ่งขึ้นไปยืนบนรากไม้ที่อยู่ใกล้กับหัวของนิดฮอกก์ เด็กหนุ่มวางมือลงบนหน้ากากที่ตนเองสวมใส่อยู่ ก่อนจะหลับตาลง

วูม!!!

ทันใดนั้นแทฮยองก็ระเบิดคลื่นพลังจิตออกมาเต็มกำลัง พลังของเขาทำเอานิดฮอกก์ถึงกับต้องอ้าปากปล่อยรากของอิกดราซิลแล้วกรีดร้องดังลั่นด้วยความทรมาน ลำตัวของมันขดเข้าหากัน หางอสรพิษสะบัดวูบก่อนจะฟาดลงบนพื้นจนแผ่นดินสะเทือน

ยุนกิเห็นดังนั้นก็โหมเปลวไฟกระแทกเข้าไปอีกครั้ง คราวนี้เล็งที่หัวของมัน ไฟร้อนระอุนั้นแท้จริงแล้วไม่ได้ระคายผิวของอสุรกายร้ายตัวนี้ เพราะเกล็ดของมันสามารถต้านทานไฟได้ เพียงทำให้มันรู้สึกร้อนจนทรมานได้เท่านั้น

เพียงแต่ว่าดวงตาของมันไม่มีเกล็ดที่สามารถกันไฟได้ และแม้ตามตำนานจะบอกว่านิดฮอกก์ตาบอดอยู่แล้ว แต่ยุนกิก็ยังตัดสินใจใช้ไฟเผาที่ลูกตาของมัน

เขาต้องการให้มันรู้สึกเจ็บปวดที่สุด จะได้โกรธแล้วออกห่างจากรากไม้นั้น

และเขาก็ทำสำเร็จ

นิดฮอกก์คำรามพลางหมุนตัวมายังทิศที่เขายืนอยู่ มันมองไม่เห็นร่างเล็กจ้อยของยุนกิ แต่มันพอจะรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณบางอย่างว่าผู้ที่เข้ามาทำร้ายมันอยู่ตรงไหน หัวที่มีลักษณะเหมือนมังกรของมันฉกวูบเข้าหายุนกิทันที

ตึง!

สายน้ำจากในน้ำพุไหลวนเข้ามารวมตัวเป็นโล่ปราการขนาดใหญ่ตั้งขวางอยู่หน้ายุนกิ จีมินที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็นว่าเข้าไปยืนอยู่กลางบ่อน้ำตั้งแต่เมื่อไรยกสองมือของเขาขึ้นสูง บังคับมวลน้ำให้กลายสภาพเป็นงูยักษ์อีกตัวแล้วรัดร่างของนิดฮอกก์เอาไว้

นิดฮอกก์ดิ้นรนอย่างรุนแรง ร่างของมันที่บิดไปมาพร้อมกับหางที่ฟาดพื้นเท่าเอาพื้นดินสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่องจนคนอื่นๆแทบจะทรงตัวกันไม่อยู่

นัมจุนรวบตัวซอกจินที่ยืนอยู่ข้างๆแล้วพาอีกฝ่ายขึ้นไปบนรากใหญ่ของอิกดราซิลที่หยั่งลงไปในน้ำ ก่อนจะวางร่างของอีกฝ่ายลงเหนือตำแหน่งของรากที่เสียหาย ซอกจินมองเขาด้วยสายตาต่อว่าเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้าลง มือทั้งสองข้างของเขาแตะลงบนรากไม้อย่างแผ่วเบา

แสงสีขาวจากร่างของเขาเจิดจ้าขึ้น ก่อนที่พลังแสงศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดจะถูกแปลงให้เป็นพลังในการเยียวยา ส่งเข้าไปในรากที่ได้รับความเสียหายเส้นนั้น

“พี่นัมจุน ช่วยสร้างมือถือให้ผมสักร้อยเครื่องได้ไหม” แทฮยองที่หลับตาอยู่ตะโกนถาม

นัมจุนไม่ได้ย้อนถามว่าจะเอาไปทำอะไร เขาสร้างของที่น้องชายต้องการให้ทันที โทรศัพท์ร้อยเครื่องที่เขาสร้างขึ้นถูกพลังบางอย่างควบคุมให้ลอยอยู่รอบหัวของอิกดราซิล จากนั้นหน้าจอของโทรศัพท์มือถือทั้งร้อยเครื่องก็พลันเรืองแสงขึ้นมาพร้อมกัน

“ต้องขอบคุณเฮลล่าสำหรับไอเดียนี้ ประหยัดพลังได้เยอะเลย” แทฮยองเผยรอยยิ้มที่ดูเหนื่อยอ่อนอยู่ภายใต้หน้ากาก เขาสั่งให้โทรศัพท์ทั้งหมดนั่นปล่อยคลื่นพลังออกมา โดยใช้พลังจิตของเขาเองเป็นตัวควบคุมคร่าวๆ จากนั้นจึงแบ่งพลังจิตอีกส่วนหนึ่งของตัวเองไปที่เคี้ยวที่มีขนาดใหญ่เท่าแขนของเขานับร้อยซี่ในปากของอิกดราซิล

แทฮยองกำหมดแน่น ก่อนจะเค้นพลังที่เหลือทั้งหมดในตัวแล้วทุ่มเทไปที่เขี้ยวเหล่านั้น

“สลาย!!

เด็กหนุ่มกระแทกเสียง ฟันในปากของนิดฮอกก์ก็พลันสลายกลายเป็นผุยผงไปในทันที นิดฮอกก์ที่ถูกคลื่นโจมตีไปพร้อมกับที่ต้องต่อสู้กับทั้งพลังน้ำและไฟไม่ได้รับรู้เลยว่าเขี้ยวของตนเองสลายหายไปแล้ว มันคำรามอย่างเกรี้ยวกราด ฟาดหัวฟาดหางต่อไป

เห็นได้ชัดว่ามันแข็งแกร่ง แต่แผนของพวกเขาก็ดูเหมือนจะได้ผลดีเช่นกัน

“ในเมื่อฆ่าไม่ไหวก็ต้องหาทางทำให้มันสิ้นฤทธิ์แทน” วันที่วางแผนการนัมจุนกล่าวเอาไว้เช่นนี้

“นายรู้ได้ยังไงว่าเราจะฆ่ามันไม่ไหว” ยุนกิถามอย่างข้องใจ เขาไม่เชื่อว่าจะมีอะไรที่เขาทำลายไม่ได้

“ก็ถ้าระดับพวกเราฆ่ามันได้ พวกเทพเจ้าข้างบนนั้นจะฆ่ามันไม่ได้เลยเหรอ แล้วทำไมพวกเขาต้องปล่อยให้นิดฮอกก์มีชีวิตอยู่ล่ะ ในเมื่อฆ่ามันทิ้งเสียก็จบ ไม่เห็นต้องให้อิกดราซิลใช้รากกักมันเอาไว้ที่นี่ หรือนายคิดว่าพวกเทพเจ้าเลี้ยงเจ้านี่เอาไว้ให้กินซากศพให้ กำจัดขยะที่ทำลายสิ่งแวดล้อมในนรกงี้เหรอ”

ดังนั้นแผนการของพวกเขาในวันนี้จึงไม่ใช่การสังหารนิดฮอกก์ แต่เป็นการทำให้มันไม่อาจกัดรากของอิกดราซิลได้ อย่างน้อยก็ในระยะหนึ่ง

ดังนั้นเขาจึงแบ่งทีมออกเป็นสามทีม ทีมหลอกล่อ ทีมรักษา และทีมปิดงาน

ทีมหลอกล่อประกอบไปด้วยแทฮยอง จีมิน และยุนกิ

ทีมรักษาประกอบไปด้วยซอกจินกับนัมจุน

และแน่นอน ทีมปิดงานจึงเป็นหน้าที่ของโฮซอกและจองกุก

 “นายดูนี่สิ นัมจุน” ซอกจินดึงแขนเสื้อคนที่ยืนระวังหลังให้เขาอยู่ก่อนจะชี้ให้ดูรากไม้ตรงหน้า “อิกดราซิลสามารถสมานตัวเองได้ และค่อนข้างเร็วมากทีเดียว ก่อนหน้านี้ยังดูแย่อยู่เลย แต่พอพลังของฉันเข้าไปกระตุ้น รากเส้นนี้ก็เริ่มกระบวนการรักษาตัวเองทันที มันกำลังดูดน้ำขึ้นมาเพื่อหล่อเลี้ยงตัวเอง”

นัมจุนนั่งยองๆลงข้างเขา ก่อนจะก้มหน้าลงมองรากไม้ที่เมื่อก่อนหน้านี้ไม่กี่นาทียังแห้งเหี่ยวใกล้ตาย แต่ตอนนี้กลับเริ่มมีสัญญาณของชีวิตปรากฏขึ้นมาแล้วทั้งยังดูเหมือนจะสามารถฟื้นฟูตัวเองได้แล้วด้วยด้วยสีหน้าประหลาดใจ

เขาวางมือลงแทนตำแหน่งที่ซอกจินวางเมื่อครู่ จากนั้นจึงช่วยรากไม้โดยการสร้างส่วนที่ถูกกัดกินไปคืนให้ใหม่ด้วยพลังในการสร้างของเขา

รากไม้ที่เขาช่วยสร้างผสานเข้ากับรากเดิมของอิกดราซิลได้อย่างน่ามหัศจรรย์

“โฮซอก ตอนนี้แหละ!” นัมจุนตะโกน

จองกุกรีบคว้าโฮซอกที่กำลังจะหน้าทิ่มจากแรงสั่นสะเทือนที่นิดฮอกก์สร้างขึ้น แล้วพาอีกฝ่ายวาร์ปไปอยู่บนส่วนหัวนิดฮอกก์ทันที โฮซอกไม่รอช้า รีบโบกมือเป็นวงกลม แล้วทาบฝ่ามือลงบนผิวของนิดฮอกก์

ร่างของมังกรร้ายแข็งทื่ออย่างฉับพลัน ความโกลาหลทั้งหมดชะงักงันในทันที

โฮซอกมีเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้า แต่เพราะหน้ากากทำให้ไม่มีใครเห็นสภาพดูไม่จืดของเขา งานนี้เขาทุ่มพลังไปแทบหมดตัวเพื่อที่จะสร้างนิมิตฝังเอาไว้ในหัวของนิดฮอกก์

ทำให้มันหลับฝันแล้วเห็นภาพที่เขาต้องการให้มันฝันเห็น

บางทีมันคงจะกำลังเห็นตัวเองกินรากของอิกดราซิลจนหมดต้นกระมัง

ในตอนนั้นเอง แผ่นดินก็สั่นสะเทือนอีกครั้ง รุนแรงกว่าเมื่อครั้งที่นิดฮอกก์สะบัดหางฟาดพื้นเสียอีก จองกุกรีบพาโฮซอกลงมาจากบนหัวของนิดฮอกก์ เขาไปยืนข้างแทฮยองที่ตอนนี้นั่งแปะอย่างเหนื่อยอ่อนอยู่บนพื้น จีมินเองก็กระโดดขึ้นจากผิวน้ำแล้วมาหยุดยืนอยู่บนรากไม้เส้นเดียวกับยุนกิ

ภาพที่พวกเขาเห็นคือรากที่ก่อนหน้านี้นิ่งสนิทประหนึ่งกับไร้ชีวิตของอิกดราซิลกำลังขยับตัว พวกมันม้วนพัดรัดร่างของนิดฮอกก์ไว้อย่างแน่นหนา จากนั้นจึงถักทอเข้าด้วยกันเป็นตาข่ายแล้วตรึงร่างของนิดฮอกก์ลงบนพื้น กังขังมันเอาไว้ราวกับเป็นคุกที่แน่นหนาที่สุด โดยมังกรที่ไร้ฟันและกำลังเหม่อลอยก็ไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด

พวกเขาฆ่านิดฮอกก์ไม่ไหว แต่พวกเขามีพลังที่เพียงพอกับการทำให้มันหลับฝันไปชั่วคราว

ในวันหนึ่งข้างหน้า อาจอีกสักห้าสิบหรือร้อยปี มันอาจตื่นขึ้นมาพร้อมกับเขี้ยวที่งอกใหม่ แต่ตราบใดที่แรคนาร็อกจะยังมาไม่ถึง พวกเขาก็จะสามารถมาที่นี่เพื่อสยบมันไว้อีกครั้งได้อย่างแน่นอน

“ภารกิจ...สำเร็จแล้วใช่ไหม” เสียงอ่อนระโหยของแทฮยองดังขึ้น เด็กหนุ่มถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดที่ดูราวกับว่าเขาพร้อมจะเป็นลมหมดสติไปได้ทุกเมื่อ จองกุกรีบนั่งลงไปข้างๆเขาทันที

“นายไหวใช่ไหม”

“ไหน ให้ฉันดูอาการเขาหน่อย” ซอกจินรีบเดินเข้ามาหาพร้อมพลังลำแสงศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บทั้งหมดให้หายได้

แต่แล้วพวกเขาก็ต้องตัวแข็งทื่อเมื่อรากไม้ที่พวกเขากำลังนั่งอยู่ขยับเคลื่อนไหว

มันยกตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งยังสูงขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งพาพวกเขาพ้นหมู่เมฆขึ้นไป

แทฮยองจับแขนจองกุกไว้แน่น “มันจะพาเราไปไหน”

จองกุกเงยหน้าขึ้นมองห้วงอวกาศสีดำที่มีประกายของดวงดาววิบวับซึ่งรอพวกเขาอยู่ เขาตบแขนของแทฮยองเบาๆเป็นเชิงปลอบโยนก่อนจะเอ่ยเสียงเบาว่า “ฉันว่า...อิกดราซิลคงอยากพูดอะไรกับเรา”

มันก็คือที่แห่งนี้...

สถานที่ที่เขาได้มาในตอนที่ทำพิธีคืนวิญญาณ ลำต้นกว้างใหญ่เหลือคนาของอิกดราซิลเรืองแสงสีทองเปล่งประกายงดงามจับตาอยู่ตรงหน้า กิ่งก้านสาขาของต้นไม้ใหญ่แผ่ไปทุกทิศทุกทาง รากไม้พาพวกเขาสูงขึ้นไป ผ่านเกาะที่อยู่ตรงกลางลำต้น...มิดการ์ด โลกของพวกเขาขึ้นไป จากนั้นจึงปล่อยพวกเขาลงที่กิ่งไม้กิ่งหนึ่งซึ่งใหญ่กว่ากิ่งที่จองกุกเคยนั่งเสียอีก

ทูตทั้งเจ็ดถูกทิวทัศน์ที่งดงามของต้นไม้แห่งชีวิตและหมู่ดาวดึงดูดสายตาไปจนหมด ราวกับว่าภาพอันสวยงามเหนือจินตนาการเหล่านี้คล้ายจะยังสามารถดูดวิญญาณของคนมองไปได้อีกด้วย

เสียงกระพือปีกที่น่าจะมีขนาดมหึมาดังขึ้น สายลมหอบใหญ่พัดกรูเข้ามา เรียกความสนใจของทุกคนให้มองไป ก่อนที่พวกเขาจะพบนกอินทรียักษ์ตัวหนึ่งโผบินมาเกาะลงบนกิ่งไม้ที่พวกเขายืนอยู่

“นั่นใช่...เจ้าตัวนั้นหรือเปล่า ที่เราสงสัยว่ามันหายไปไหน....” โฮซอกพึมพำถาม

“อืม ฉันไม่คิดว่าบนอิกดราซิลจะมีนกอินทรีหลายตัวหรอก...” นัมจุนตอบเสียงค่อย ถูกความใหญ่โตน่าเกรงขามของนกอินทรีทำเอาไม่กล้าขยับตัว

เฮรสเฟลเกอร์ ยักษ์...ผู้อยู่ในรูปลักษณ์ของอินทรีและนั่งอยู่บนกิ่งของอิกดราซิล ณ ขอบโลก ผู้มีหน้าที่มองดูความเป็นไปในเฮลไฮล์มและคอยตรวจสอบนิดฮอกก์

ขณะที่ทุกคนกำลังสงสัยว่ามันจะกินพวกเขาหรือไม่ นกอินทรียักษ์ตัวนั้นก็พลันย่อขนาดเล็กลงเรื่อยๆ

มันไม่ได้ย่อขนาดจนกลายเป็นนกอินทรีที่มีขนาดตัวเท่านกอินทรีธรรมดา

แต่กลับกลายร่างเป็นคน

เป็นคนที่พวกเขาคุ้นหน้าคุ้นตาดีที่สุดคนหนึ่ง

คำพูดของโลกิย้อนเข้ามาในความทรงจำของจองกุกทันที

...นกอินทรีกับกระรอกตัวนั้นไม่ได้หายไปไหน มันทำหน้าที่ของมันอยู่อย่างแข็งขัน...

ทูตทั้งเจ็ดพลันโค้งกายลงเพื่อทำความเคารพบุคคลที่ชักนำเส้นทางของพวกเขาเข้าสู่วิถีแห่งทูตผู้นั้นอย่างนอบน้อม

“ท่าน...อาจารย์”

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 343 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,141 ความคิดเห็น

  1. #1075 Apollon~kv (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 13:23
    คิดไม่ถึงจริงๆนะเนี่ย ตกใจเเรงมากตอนรู้
    #1,075
    0
  2. #1045 boahammock (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 12:24
    โหหหหห คาดไม่ถึงจริงๆเลยค่ะ /อ้าปากหวอ
    #1,045
    0
  3. #903 tomyongsw (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 22:29
    อมก... คือตอนแรกว่าช็อคกับฉากอลังกาาตอนแรกแล้วนะ ไปๆมาๆ ช็อคกว่าเดิมที่เป็นอาจารย์.. ้ดดี๋ยวนะ คืือพีคมาก55555
    #903
    0
  4. #879 @S_CB (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 20:32
    พีคมั่กก กะแล้วจารย์ต้องมีอะไรซักอย่าง แงงงง
    #879
    0
  5. #833 MMP_P'M49 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 18:19
    โอ้มายก๊อช

    ตอนนี้อ้าปากค้างแร้ว
    #833
    0
  6. #802 Plíða (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 22:24
    เจอความจริงอาจารย์แล้ว ขนลุกอละก็ผงะไปเลย /อ้าปากหวอ
    #802
    0
  7. #790 PaiiKanj (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 16:01
    สนุกมากเลยค่ะไรท์ แถมเซอร์ไพรส์จากท่านอาจารย์อิก
    #790
    0
  8. #732 Fiercy Ottie (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 17:47
    ตอนนี้ กุกเเท กับก้ามินนี่มีสวีทกันเบาๆให้เราพอกรุบกริบมากกก นัมจุนก็เเต๊ะอั๋งพี่จินนนนกรี๊ดดด โฮซอกเท่มากกกก เเงงงงงงง เนื้อเรื่องเจ้มจ้นมากๆฮะ เเบบ ;-; ดีมากๆเลย
    #732
    0
  9. #725 nlull (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 14:09
    โหยยยยยยยยยยยย ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้ ขนลุกหนักมากกกก
    #725
    0
  10. #723 Kwzen_p (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 13:36
    นกอินทรีกลายเป็นท่านอาจารย์ไปแล้ววว แล้วยังงี้กระรอกจะเป็นมครละๆๆๆ ตอนต่อสู้ฉากนี้แบบสุดยอดมาก วางแผนกันมาดีมากๆๆ
    #723
    0
  11. #713 noeyoey (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 10:40
    โหหฟแดฟแฟดฟดดฟดฟแฟอ แมมมมมม๊ โคตรดีTTTTTTTTTTT
    #713
    0
  12. #697 --Black Rose (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 01:33

    โอ้ยยย มันมากค่าาาาา

    //พี่คะที่แทฮยองสลายฟันนั่นในปากของมังกรใช่ไหมคะ ไม่ใช่อิกดราซิล
    #697
    0
  13. #696 bjamm (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 01:32
    เอ๊ะ...พีค
    #696
    0
  14. #694 lazymint (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 00:46
    อื้อหือ อื้อหืออออออออออออออ ลุ้นมากเว่อร์ ทุกคนเก่งมากกกก+ไรท์ด้วย สู้ๆนะฮ้าบบบ
    #694
    0
  15. #693 AQUA DE VITA (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 00:44

    ว้าว สนุกมากและพีคมากด้วยเช่นกันค่ะ
    #693
    0
  16. #691 Panisa Sonthiwong (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 00:30
    พีคมากกกกกก...... ไม่คิดว่าจะเป็นอาจารย์เลยค่ะ;-----; ส่วนแผนที่วางกันไว้นี่คือฉลาดมากๆเลย อ่านแล้วก็แอบคิดถึงกาลนิรันดร์ตอนสู้กับลิเวียธานเหมือนกันนะคะ5555555555 ตลกแทฮยอง เฮลล่าให้ไอเดียเจ้าตัวเฉย ประหยัดพลังไปอีก ส่วนคุณดรีมเมอร์นี่งานหนักสุดเลย เก่งกันทุกคนเลยค่ะ ขนาดอินทรีย์ยังเป็นอาจารย์ แล้วกระรอกล่ะ....
    #691
    0
  17. #690 Daduean (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 00:19
    โอ้โห คือขนลุกมาก พีคจนอึ้งไปนานเลย
    #690
    0
  18. #689 BamBunnyy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 00:16

    โอ้ววว ตอนนี้อลังการมาก แบบว้าวเลยคับ พีค อาจารย์เป็นนกอินทรีย์ // กรี้ดดด สนุกกอ่ะ
    #689
    0
  19. #688 Phraev (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 00:13
    อ่าา อาจารย์แปลงไปเป็นมนุษย์เพื่อสอนทุกคนมาช่วยดูแลโลกทั้ง9หรอเนี่ยย หรือยังไงง ลุ้นๆๆๆ
    #688
    0
  20. #687 Ooo~ Ray~ooO (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 00:12
    ทะ ทะ ทะ ท่านอาจารย์!!!!!! เกินความคาดหมายมาก ไม่นึกว่าจะเป็นท่านอาจารย์
    #687
    0
  21. #686 Malangpor_Mangpor (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 00:11
    พีคอยู่นะ!!
    #686
    0
  22. #685 Yuemoon (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 00:05
    กรี๊ดดดด ท่านอาจารย์เป็นอินทรีละกระรอกเป็นใครล่ะคะเนี่ย
    #685
    0
  23. #684 FJK (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 23:59

    ะลังของไฮด์แบบว่าสุดยอดไปเล้ยยยยแล้วคือที่บอกทำหน้าที่ของมันคือเป็นคนบอกให้พวกทูตมาจัดการนิดฮอก?

    #684
    0
  24. #683 FernGamer1324 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 23:58
    ด่าไว้เยอะด้วยเวรละ
    #683
    0
  25. #682 _funfun_ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 23:43
    โอ้วววว ที่จริงไปเป็นอาจารย์นี่เอง
    #682
    0