จบแล้ว {Fic BTS} The Flower {KookV} #Flowerkookv

ตอนที่ 13 : Chapter 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,476
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 363 ครั้ง
    25 เม.ย. 62


Chapter 13

 

การเดินทางผ่านวงแหวนอาคมที่เปิดประตูมาสู่เฮลไฮล์มให้ความรู้สึกคล้ายกับวันที่พวกเขาทำพิธีคืนวิญญาณ ความแตกต่างก็คือครั้งนี้พวกเขาไม่ได้ถูกกระชากไปเพียงดวงวิญญาณ แต่ร่างทั้งร่างได้ถูกกระชากให้เดินทางข้ามไปด้วย จองกุกรู้สึกอยากจะเปรียบเทียบกับอะไรสักอย่าง ทว่าโชคร้ายที่เขาไม่ค่อยมีประสบการณ์การเดินทางมากนัก เพราะไม่เคยออกไปจากเมือง แต่ถ้าให้ลองนึกๆดู เขาคาดว่ามันคงคล้ายกับการที่เครื่องบินกำลังบินขึ้นจากลานบิน

หรือบางที...มันอาจเป็นความรู้สึกตอนที่เครื่องบินกำลังเสียศูนย์และกำลังตกลงไปยังแผ่นดินเบื้องล่างอย่างไร้การควบคุมก็เป็นได้ เพราะตอนนี้ร่างของเขากำลังร่วงหล่นลงไปยังพื้นดินเบื้องล่างอย่างไร้การควบคุมเช่นกัน

ร่างกายปะทะกับอากาศและสายลมเย็นให้ความรู้สึกเจ็บเบาๆตามผิวหน้า ร่างกายของเขาถูกห่อหุ้มด้วยผ้าคลุมสีดำที่ทำให้เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บตามตัวมากนัก จองกุกไม่ได้เสียสติเพราะหวาดกลัวการร่วงหล่นจากที่สูง ตรงกันข้าม เขามีสติดีมาก และกำลังกะเวลาที่เขาจะร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน

เมื่อถึงระยะที่เหมาะสม มือของเขาก็ยื่นออกไป ร่างกายที่ร่วงหล่นอย่างไร้สมดุลพลันพลิกกลับราวกับมีมือที่มองไม่เห็นยื่นเข้ามาช่วยพยุง จองกุกหมุนตัวใช้เท้าเหยียบลงบนพื้นอย่างมั่นคงและนิ่มนวล มีเพียงฝุ่นที่ตลบขึ้นจากการที่พลังเวทมนตร์ของเขากระแทกเท่านั้น

เหลียวหลังกลับไปมอง เขาก็เห็นว่าทูตคนอื่นๆต่างก็ลงมาถึงพื้นโดยสวัสดิภาพกันทุกคน เฮลล่ากำลังยืนกอดอกมองพวกเขาอยู่ห่างออกไปไม่ไกล ท่าทางใจเย็นและรอคอย ราวกับว่าการที่พวกเขามาที่นี่และกำลังจะเข้าไปฝ่าด่านห้องปริศนานั้นเป็นเรื่องที่ทำให้เธอยินดีเป็นนักหนา

“ตามข้ามาเถิดทูตทั้งเจ็ดเอ๋ย สู่พระราชวังแห่งความตายของข้า”

ภายใต้การนำทางของเฮลล่า ทูตทั้งเจ็ดสาวเท้าผ่านประตูวังที่สูงเสียดฟ้า ทองคำและอัญมณีที่ประดับอยู่บนประตูให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด จองกุกเห็นพวกมันแล้วนึกถึงหน้ากากของเขาเอง

“นายว่ารูปแบบของการตกแต่งปราสาทนี้มัน...” แทฮยองที่ก้าวขึ้นมาเดินข้างเขาเพิ่งจะเอ่ยออกมา เฮลล่าก็หันกลับมากล่าวว่า “ข้ารู้ว่าพวกเจ้าสงสัยอะไร คำตอบคือใช่แล้ว”

“ใช่แล้ว?” นัมจุนทวนคำ เขาสบตากับซอกจินที่เดินอยู่ข้างกายก่อนจะถามย้อนกลับไปว่า “ขออภัย ราชินีเฮลล่า แต่..ท่านหมายความว่าอย่างไรที่บอกว่า ใช่แล้ว”

“เสื้อคลุมที่ทอโดยฟริกก้า หน้ากากที่สร้างโดยโลกิ เจ้าไม่รู้สึกหรอกหรือว่าของเล่นที่อยู่บนกายของพวกเจ้าเป็นอะไรที่สองมารดาและบุตรผู้เชี่ยวชาญเวทมนตร์คาถาอาคมที่สุดในเก้าโลกสมควรเป็นผู้สร้างอย่างไม่มีข้อสงสัย ไม่หรือ? ข้าเห็นแววตาของพวกเจ้า ผู้ไม่รู้อะไรเลย แต่...นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผิดหรอก ผู้ไม่รู้ไม่ใช่ผู้ที่ผิด แต่เป็นผู้โง่เขลาเบาปัญญา”

จองกุกเลิกคิ้วสูง นี่คงเป็นครั้งแรกในชีวิตของนัมจุนที่มีใครสักคนด่าเขาว่าโง่

“ทูต! คำสั้นๆที่มีความหมายมากมาย และยังสื่อได้ถึงอะไรอีกมากมายเหลือเกิน” เฮลล่าหยุดยืนกลางห้องโถงท้องพระโรงที่ว่างเปล่า เธอหันกลับมา อาภรณ์บนเรือนร่างของเธอเปลี่ยนเป็นชุดกระโปรงสีดำยาวที่มีประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวบนท้องฟ้ายามราตรีประดับอยู่ “เคยสงสัยบ้างหรือไม่ เพราะเหตุใดมนุษย์ที่ไม่เคยได้ดื่มน้ำจากน้ำพุแห่งความเยาว์วัยบนแอสการ์ด เหตุใดเมื่อได้รับการยอมรับจากโนร์นว่าเป็นทูตแล้วจึงไม่แก่ชราลงอีกเลย”

“คำถามในหัวพวกเรามีเป็นล้านคำถามแล้ว และฉันไม่คิดว่าเราจำเป็นจะต้องอยากรู้คำตอบมากเสียจนแลกเปลี่ยนคำสัญญาอะไรกับพวกเทพเจ้า โดยเฉพาะ..เทพีแห่งความตายอย่างเธอ” น้ำเสียงของมินยุนกิให้ความรู้สึกเชือดเฉือนเย็นชาอย่างยิ่ง

“ไม่สนุกเลย ผู้ทำลายล้าง แต่เห็นแก่ความฉลาดเล็กน้อยของเจ้า ข้าอยากรู้จริงเชียวว่าเจ้าจะสามารถทำลายอาคมของเทพเจ้าแห่งเวทมนตร์โลกิได้หรือไม่” เฮลล่าเผยรอยยิ้มเจิดจ้าที่ดูอันตรายอย่างยิ่งออกมา นางโบกมือ แล้วประตูเจ็ดบานก็พลันปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าชายหนุ่มทั้งเจ็ดคน “ประตูเหล่านี้คือเส้นทางสู่ห้องปริศนา ข้ารู้ พวกเจ้าไม่อยากชักช้าเสียเวลา เพราะยิ่งถ่วงเวลาออกไป รากของอิกดราซิลก็คงถูกนิดฮอกก์กัดกินมากขึ้นเรื่อยๆ ข้าอาจเป็นเทพีแห่งความตายและข้าเคียดแค้นปู่ของข้าโอดิน แต่ข้าไม่ได้อยากให้จักรวาลทั้งหมดพังทลาย ดังนั้นจงรีบเข้าไปแล้วกลับออกมาเสีย แต่จงจำไว้ว่าหากออกมาไม่ได้ เจ้าก็จะติดอยู่ในนั้นตลอดกาล หรือจนกว่าจะมีผู้มีความสามารถเพียงพอช่วยนำทางเจ้าออกมาได้”

มินยุนกิวางมือบนไหล่ของจีมินก่อนจะเอ่ยว่า “งั้นก็อย่าเสียเวลากันอีกเลย มาเริ่มกันเถอะ”

เอ่ยจบเขาก็เป็นคนแรกที่เดินมุ่งไปยังประตูที่ตั้งอยู่เบื้องหน้า ชายหนุ่มเปิดบานประตูออกจากนั้นก็ก้าวเข้าไปอย่างใม่รีบร้อน นัมจุนถอนหายใจก่อนออกคำสั่งเสียงขรึม “ไปเถอะ แล้วเจอกัน” เขาดูจนแน่ใจแล้วว่าทุกคนเดินเข้าไปหมดแล้ว ตนเองจึงค่อยเดินเข้าไป เขาวางมือลงบนลูกบิดประตู สายตาตวัดมองเฮลล่าแวบหนึ่ง ก่อนจะเปิดประตูออกแล้วก้าวเท้าเข้าไป

“หากท่านเล่นลูกไม้ล่ะก็ เทพี อย่าหาว่าข้าไม่เคารพทวยเทพก็แล้วกัน”

นี่คือคำที่เขาทิ้งเอาไว้ก่อนที่ประตูจะปิดลง

 

“ไสหัวไป เจ้าเด็กโสโครก!

พลั่ก

จองกุกกลิ้งหลุนๆไปกับพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัวกับแรงกระแทกที่ทำเอาซี่โครงของเขาเจ็บแปลบ ท่ามกลางความมึนงงของเขาที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก เสียงถ่มน้ำลายก็ดังขึ้นพร้อมกับหยดน้ำที่กระเด็นมาใส่หน้าของเขา ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้น เขาใช้แขนเสื้อเก่าขาดเช็ดน้ำลายออกจากใบหน้า สมองอื้ออึงไปด้วยความตื่นตระหนก

มองดูผู้คนรอบกายที่แต่งตัวแบบโบราณ เสียงกีบเท้าม้า กีบเท้าวัว และล้อเกวียนบดพื้นถนนดินดังอยู่ข้างหู จองกุกยันตัวขึ้นนั่งอย่างช้าๆ เหม่อมองภาพรอบตัวอย่างคนที่ยังไม่อาจฟื้นคืนสติสัมปชัญญะได้เต็มที่

เพราะเหตุใดจึงเป็นที่นี่

เพราะเหตุใดถึงกลับมาที่นี่ได้?

สถานที่ที่เขาไม่อยากหวนกลับคืนมาอีกแล้ว

“จูเลียส!” เสียงตะคอกดังขึ้น พร้อมกับหัวไหล่ที่ถูกกระชากจนเจ็บแปลบ จองกุกรู้สึกว่าร่างของเขาลอยขึ้นมาจากพื้น ชายร่างยักษ์คนหนึ่งหิ้วคอเสื้อของเขา ยกร่างผอมแห้งของเขาขึ้นมาจากพื้นอย่างง่ายดาย อีกฝ่ายถลึงตาใส่พลางก่นด่าว่า “เจ้าเด็กโสโครก ข้าบอกให้เจ้าล้างคอกหมู เหตุใดถึงละเลยงานที่ข้าสั่งแล้วออกมาที่นี่ อยากตายนักหรือไง หา!?”

จองกุกมองเขาอย่างเหม่อลอย

นี่ไม่ใช่ดอร์กัสหรอกหรือ? นายจ้างที่เคยรับเขาเข้าทำงาน แต่สุดท้ายกลับใช้แรงงานเปล่าโดยไม่ให้ค่าแรง เพียงให้กินขนมปังเพื่อยังชีพและพอมีแรงเท่านั้น สุดท้ายแล้วเขาถูกอีกฝ่ายทำร้ายร่างกายแล้วไล่ออก ทำให้เขาต้องกลายเป็นขอทานในท้ายที่สุด

เขาควรตอบไปอย่างไรดีนะ? ขออภัย นายท่าน? หรือเงียบไว้แล้วรอให้อีกฝ่ายระบายอารมณ์ใส่เขาให้เต็มที่ไปเลย เขาลังเล สับสน ไม่รู้ว่าสมควรทำอย่างไรดีในสถานการณ์เช่นนี้

ตอนนั้นเขาทำอย่างไร? คุกเข่าขอโทษใช่หรือไม่

“เงียบทำไม พูด! เพราะเหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่!!” ดอร์กัสเขย่าคอเสื้อของเขาอย่างแรงจนจองกุกรู้สึกเหมือนหัวแทบจะหลุดออกจากบ่า เขาฝืนดึงคอเสื้อของตัวเองเอาไว้ใม่ให้รัดคอจนเขาหายใจไม่ออก ก่อนจะตอบเสียงเบาว่า “ข้าไม่ได้ตั้งใจจะมาที่นี่”

ใช่ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้

“อ้อ อย่างนั้นเรอะ” ดอร์กัสพยักหน้า จากนั้นใช้มือข้างเดียวเหวี่ยงเขาข้ามรั้วไม้เข้าไป ร่างของเขาตกลงข้างเล้าหมูที่โกโรโสโร กระแทกลงกลางมูลสุกรพอดิบพอดี

นานแสนนานมาแล้วที่เขาไม่ได้รับรู้ถึงกลิ่นนี้ ชั่วขณะนั้นจองกุกรู้สึกคลื่นเหียนจนแทบจะอาเจียนออกมา

เขาตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากกองมูลสัตว์ มือข้างหนึ่งคว้าจับเสาไม้ใกล้ตัวเอาไว้ พยายามดึงสติกลับมา ขณะที่เขากำลังรู้สึกล่องลอยไร้จุดหมายแปลกๆนั้นเอง ในหัวของเขาก็กำลังยุ่งเหยิงไปด้วยพร้อมกัน

เขาเป็นใคร?

จูเลียส?

จองกุก?

เขามาทำอะไรที่นี่?

หรือเขาอยู่ที่นี่มาตลอด แล้ว...บางทีที่ผ่านมาอาจเป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่ง?

ไม่ใช่

ไม่ใช่ความฝันตื่นหนึ่ง นั่นคือความจริง

ถ้าอย่างนั้นนี่ก็คือความฝัน?

ก็ไม่ใช่

มันเหมือนจริง ไม่ มันเป็นความจริงที่เคยเกิดขึ้นแล้ว

คิดสิ เรามาที่นี่ได้ยังไง?

ก่อนหน้านี้เราอยู่ที่ไหน

ทริสทานล่ะ...

แทฮยองล่ะ แทฮยองอยู่ที่ไหน?

ใครคือแทฮยอง...

ในตอนนั้นเอง แขนของเขาก็แสบร้อนขึ้นมาราวกับว่าถูกบางสิ่งเผาไหม้ จองกุกถลกแขนเสื้อเก่าขาดของตัวเองขึ้นทันที ก่อนจะต้องสะดุ้งตกใจเมื่อเห็นข้อมือของตนเองมีร่องรอยของเปลวไฟที่ลุกไหม้ จากนั้นตัวอักษรสีดำที่ดูราวกับรอยสักก็พลันปรากฏขึ้นเต็มรอบข้อมือของเขาไปหมด

“นี่มัน...อะไรกัน?”

เด็กหนุ่มลูบรอยที่แขนของตัวเองอย่างงุนงง เขารู้สึกว่าตัวเองรู้จักพวกมัน แต่ในชั่วขณะนั้นกลับคล้ายนึกไม่ออกว่ามันเอาไว้ทำอะไรขึ้นมาอย่างกะทันหัน

“ทำงานสิ อย่าให้ข้าเห็นเจ้าอู้อีก ไม่อย่างนั้นข้าจะฆ่าเจ้าเสีย!” เสียงตะคอกของดอร์กัสดังมาจากนอกรั้ว จองกุกสะดุ้ง รีบลนลานคว้าหยิบเครื่องมือสำหรับตักมูลขึ้นมาลงมือทำงานอย่างร้อนรน ท่ามกลางสมองที่สับสนมือสองข้างกลับทำงานสกปรกนี้อย่างคุ้นเคย

ครั้งหนึ่งเขาเคยทำหน้าที่นี้จริงๆ เคยตกต่ำถึงเพียงนี้

จองกุกรู้สึกว่าแขนทั้งสองข้างอ่อนล้า เขาพักมือชั่วครู่ จากนั้นเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามเย็นที่เป็นสีส้มสลับม่วง ดวงตาของเขาค่อยๆเบิกกว้างอย่างช้าๆ ยามมองเห็นสิ่งที่ไม่สมควรจะปรากฏอยู่บนท้องฟ้าได้

มันคือแผนที่ดวงดาว...

แต่...เขารู้ได้อย่างไรเล่าว่านั่นคือแผนที่ดวงดาว เด็กที่เติบโตในสลัมอย่างเขารู้จักของที่มีเพียงชนชั้นสูงเท่านั้นที่จะได้ศึกษาเล่าเรียนได้อย่างไร

“เดี๋ยวก่อน” จองกุกขมวดคิ้วเข้าหากัน “ทำไมฉัน...”

เขาไม่สมควรจะมาอยู่ที่นี่นี่นา นี่มันเป็นอดีตของเขา เป็นแค่ความทรงจำฉากหนึ่งเท่านั้นไม่ใช่หรือ

ใช่ เขาจำได้แล้ว

ตอนนั้นเขาคุกเข่าขออภัยนายจ้าง ผลคือถูกโยนใส่กองขี้หมู จากนั้น...

จากนั้นเขาก็นั่งร้องไห้ เป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดและสิ้นหวังที่สุดในชีวิต วันนั้นเป็นวันเกิดครบสิบเอ็ดปีของเขา เด็กชายคนอื่นๆ ได้รับเสื้อผ้าใหม่ ได้ของขวัญจากพ่อแม่ เขาแค่คิด...แค่เกิดความคิดชั่ววูบขึ้นมาว่าเขาควรหาอะไรให้ตัวเองสักอย่าง แต่กลับพบว่าวันนั้นคือวันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต

ถูกพ่อค้าเร่เตะจนซี่โครงร้าว ถูกนายจ้างโยนใส่กองชี้หมู ไม่มีเสื้อผ้าใหม่ใส่ ไม่มีเงินซื้ออาหารดีๆสักมือ ไม่มีใครสนใจหรือรับรู้ว่าเขามีตัวตนอยู่ในโลกในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง

เขาเป็นเหมือนขยะกากเดนที่ผู้คนใช้เท้าเขี่ยด้วยความรังเกียจเมื่อเดินผ่าน ฐานะไม่ได้ต่ำเท่ากับทาสที่ถูกร่างสัญญาซื้อขายราวสินค้า แต่สภาพความเป็นอยู่ก็ไม่ได้ดีกว่ากันมากสักเท่าไหร่นัก

ตอนนั้นเขาถามตัวเองว่าในเมื่อชีวิตมันแย่ขนาดนี้ เขาจะยังมีชีวิตอยู่ไปทำไม

เขาไม่มีอะไรที่เป็นของตัวเองเลย นอกจากชื่อและร่างกายผอมแห้งขาดสารอาหารนี้ ไม่มีบ้าน ไม่มีที่ไป ไม่มีงานที่สามารถได้รับค่าตอบแทน และอีกไม่กี่สัปดาห์หลังจากนี้ เขาก็จะถูกดอร์กัสขับไล่ราวกับหมา ต้องหนีไปอยู่อีกถนนหนึ่ง ทำตัวเป็นขอทานที่น่าสมเพศ ขอเศษเงินหรืออาหารเก่าๆของคนอื่นมาประทังชีวิต

จากนั้นราวครึ่งปี...อาจารย์ก็เดินทางมา

จองกุกลูบอักษรรูนที่ตอนนี้มีครบทั้ง24ตัวบนข้อมือของตัวเองอย่างแผ่วเบา

“อาจารย์ ทริสทาน ทูตทั้งเจ็ด เฮลล่า” จองกุกเอ่ยถึงสิ่งที่เขาค่อยๆรำลึกได้ทีละอย่างอย่างช้าๆ “เฮลไฮล์ม พระราชวัง และ...ห้องปริศนาของโลกิ!

เขากำลังอยู่ในห้องปริศนาของโลกิ ด่านที่เขาต้องฝ่าไปให้ได้ตามคำท้าทายของเฮลล่า!

วูบ...

ภาพรอบด้านดับวูบไปราวกับมีใครมากดปิดสวิตซ์ จองกุกเพิ่งกะพริบตาก็พบว่าตนเองกำลังเผชิญหน้าอยู่กับบุรุษผู้หนึ่ง เขารูปงาม งามอย่างร้ายกาจ ดวงตาของเขาเป็นสีเขียวเรืองรอง เส้นผมหยักศกยาวถึงกลางหวังเป็นสีของเปลวเพลิงที่สามารถปรับเปลี่ยนสีสันได้ ราวกับว่าขอเพียงมีเงาสักเล็กน้อยเส้นผมของเขาก็จะกลายเป็นสีดำ หากต้องแสงสว่างสักแวบหนึ่งก็สามารถเห็นมันเป็นสีแดง

อาภรณ์ของเขา...คล้ายกับหลุดออกมาจากภาพวาดของเทพเจ้า มีสีฟ้าอมเขียวถักทอจากบางสิ่งที่ดูไม่เหมือนผ้าแต่ดูราวกับเป็นเกล็ดของอสรพิษ จองกุกสบตาเขาวินาทีเดียวร่างกายก็เกร็งขึ้นเพราะรับรู้ได้ถึงอันตรายจากคนผู้นี้อย่างชัดเจน

“ข้ามั่นใจ ว่าสร้างของเล่นชิ้นนี้ได้อย่างไร้ช่องโหว่” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ช้าไม่เร็ว ราวกับว่าไม่ได้สงสัยอะไรนักแต่กลับมีความต้องการคำตอบอย่างรุนแรงปะปนอยู่ในน้ำเสียงของเขาด้วย “ตอบข้า ผู้แสวงหา เหตุใดเจ้าจึงหลุดจากอาคมของข้าได้ง่ายดายเพียงนั้น”

ที่แท้เขาก็คือเทพเจ้าแห่งการหลอกลวง

จองกุกถอนหายใจ เขาปรับสภาพจิตใจของตัวเองอย่างรวดเร็ว จากนั้นตั้งสติตอบกลับไปว่า “เพราะข้าก็คือผู้แสวงหา”

คิ้วของโลกิเลิกสูงขึ้น

“ถ้าหากข้าเข้าใจไม่ผิด ห้องนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อดึงใครก็ตามเข้าไปสู่เหตุการณ์ช่วงหนึ่งที่เจ็บช้ำที่สุดในชีวิต หรืออาจเป็นช่วงเวลาที่ล้มเหลวที่สุดในชีวิต บางทีอาจเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากหรือหวาดกลัวที่สุดในชีวิต ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ยากจะก้าวข้าม ทำให้สูญเสียสติสัมปชัญญะ หากร้ายแรงหน่อยก็อาจถึงขั้นเสียสติได้เลยกับการได้พบแผลในใจเช่นนั้นอีกครั้ง” จองกุกกล่าววิเคราะห์อย่างช้าๆ ไม่ได้แสดงท่าทางเหนือกว่าหรือพึงพอใจกับสิ่งที่ตนเองค้นพบแต่อย่างใด

“เจ้าเข้าใจได้ถูกต้อง”

“ที่ข้าหลุดได้อย่างรวดเร็ว เพราะข้าเป็นคนที่มีความปรารถนาจะเดินหน้าต่อมากกว่าใครทั้งหมด” จองกุกให้คำตอบอย่างเคร่งขรึม “ซีกเกอร์ ที่ข้าได้ชื่อนี้เพราะข้ามักเสาะแสวงหาหนทางรอดของตัวเองเสมอ มันไม่ใช่ความรู้สึกที่ว่ายอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้แล้วจมปลักอยู่กับสิ่งนั้น ข้าเจ็บปวดจริง ข้าเสียใจจริง แต่สุดท้ายข้าจะยอมรับมันแล้วก้าวต่อไปอีกครั้ง ข้าไม่ใช่ราชาผู้สูงส่ง ไม่ใช่นักบวชผู้บริสุทธิ์ขาวสะอาด ไม่ใช่แม่ทัพไร้พ่าย ข้าเป็นเพียงข้า ที่ล้มลุกคลุกคลานมานับครั้งไม่ถ้วน ข้าไม่มีศักดิ์ศรีให้พังทลาย ไม่มีหุบเหวให้ตก มีเพียงล้มแล้วปัดฝุ่นที่เลอะเสื้อผ้าออกจากนั้นลุกขึ้นยืนมาใหม่เท่านั้น”

โลกิจับจ้องมนุษย์หนุ่มตรงหน้าที่ยังอยู่ในสภาพของเด็กน้อยผอมแกร็นด้วยสายตาสนอกสนใจ “เจ้าตัวเล็กนิดเดียว แต่มีหัวใจที่ใหญ่โตดีทีเดียว มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่เป็นแบบเจ้า ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเทพเจ้าหรือเผ่าพันธุ์อื่นๆในพิภพทั้งเก้าเลย พวกเขาเอาชนะด่านอาคมของข้าไม่ได้ ไม่เคยแม้แต่คนเดียว คงเพราะพวกเขามีศักดิ์ศรีมากไปกระมัง”

“นอกจากข้าแล้ว จะยังมีบางคนอีกที่สามารถออกมาได้ด้วยตนเอง”

“โอ้ เจ้าใช้คำว่าออกมาได้ด้วยตนเอง แปลว่าคนอื่นๆนั้นเจ้าจะไปช่วยเขาออกมาอย่างนั้นหรือ” โลกิมีท่าทางประหลาดใจอย่างแท้จริง “ซีกเกอร์เอ๋ย เจ้าจะเข้าไปในอาคมของข้าเพื่อช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างไรกัน”

“หากเป็นก่อนหน้านี้ที่ยังไม่ได้ทำพิธีคืนวิญญาณ ข้าย่อมไม่อาจทำได้ แต่ยามนี้ข้าคือผู้แสวงหาที่มีพลังสมบูรณ์ครบถ้วน ข้าย่อมทำได้ เพราะไม่มีอาคมหรือเขตแดนใดที่หน้ากากของข้าจะพาข้าผ่านเข้าไปไม่ได้ อืม..ไม่ใช่ว่าท่านเป็นผู้สร้างพวกมันขึ้นมาหรอกหรือ”

โลกิกะพริบตา “อา ดูเหมือนจะใช่”

“ท่านดูไม่มั่นใจนัก” จองกุกจับสังเกตได้

“หน้ากากทุกใบมีความหมายนะ ผู้แสวงหา” โลกิโบกไม้โบกมือ ห้องที่ดำมืดพลันเกิดแสงสว่างขึ้น ที่ด้านขวามือของจองกุก มีชั้นวางหน้ากากเจ็ดใบเรียงรายอยู่ ให้ความรู้สึกลึกลับและมีมนตร์ขลังอย่างน่าประหลาด “รูปแบบพวกนี้ เป็นของเล่นของมนุษย์ แต่บางทีทวยเทพก็จัดงานเลี้ยงเต้นรำสวมหน้ากากเช่นกัน หน้ากากแห่งทูต ใช่ ข้าเป็นคนสร้าง สร้างตามรูปแบบดั้งเดิมเจ็ดรูปแบบ แต่ผู้ที่มอบพลังให้มันไม่ใช่ข้า

แต่...ใช่ ข้ายอมรับว่าข้าอาจไม่มั่นใจนักว่าหน้ากากแต่ละอันมีความสามารถอะไรซุกซ่อนอยู่อีกบ้าง ทว่าหน้ากากของเจ้ามีความหมายที่ชัดเจนอยู่ มันเป็นหน้ากากที่ถูกออกแบบมาให้ปกปิดทั้งใบหน้า ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยทองคำและอัญมณี มันคือหน้ากากสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าประตูมาอย่างลึกลับและกลับออกไปอย่างเงียบงัน โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าใครที่อยู่หลังหน้ากากใบนั้น”

“ท่านตอบคำถามข้าละเอียดกว่าอาจารย์ของข้าเสียอีก” จองกุกกล่าวด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ เขามองโลกิอย่างระมัดระวัง ราวกับระแวงว่าอยู่ดีๆเทพเจ้าจะหลอกลวงอะไรเขาขึ้นมา

“โอ้ นั่นเป็นเพราะว่าเจ้าทำให้ข้านึกถึงตัวข้าเอง สมัยแรกถือกำเนิดขึ้นมา” โลกิลูบคางก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ “ข้าบางภาคมาพบเจ้า แต่ข้าอยู่นานไม่ได้ สงครามบนแอสการ์ดยืดเยื้อน่าขบขัน ยักษ์ไฟเหล่านั้นก็ช่างร้อนแรงกันเหลือเกิน ดังนั้นข้าจึงต้องรีบไปช่วยพี่น้องของข้าต่อสู้ อา..และสำหรับคำถามสองคำถามที่ติดอยู่ในหัวเจ้าแทบจะตลอดเวลา ใช่ จอนจองกุก หน้ากากถูกสร้างขึ้นหลังพวกเจ้าถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว และนกอินทรีกับกระรอกตัวนั้นก็ไม่ได้หายไปไหน มันทำหน้าที่ของมันอยู่อย่างแข็งขัน เดี๋ยวเจ้าก็จะเข้าใจเองว่าข้าหมายถึงอะไร”

โลกิโบกมือวูบอีกครั้งหนึ่ง บานประตูก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังจองกุก เทพเจ้าแห่งการหลวงลวงโยนกุญแจดอกหนึ่งให้เขาพร้อมกับเอ่ยว่า “ข้าเป็นคนชอบเล่นโกง แต่จะโกงเกมที่ตัวเองสร้างเพราะถูกใจเจ้าก็คงจะไม่สมควร เอาเช่นนี้ก็แล้วกัน ข้าย้ายห้องปริศนาอีกหกห้องที่เหลือกระจัดกระจายอยู่ทั่วปราสาทหลังนี้ เจ้าเป็นผู้แสวงหาก็จงหาสหายของเจ้าให้เจอ กุญแจดอกนั้นจะทำให้เจ้าสามารถเปิดประตูช่วยพวกเขาออกมาได้ และหากทำสำเร็จแล้วข้าอนุญาตให้เจ้าเก็บมันเอาไว้ มันจะทำให้เจ้าเข้าถึงทุกสถานที่ที่ลงกลอนเอาไว้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เวทมนตร์สะเดาะกลอนให้เสียเวลา”

เอ่ยจบก็หายวับไป ทิ้งจองกุกที่ตอนนี้กลับมาอยู่ในสภาพปัจจุบันของตัวเองเอาไว้ เด็กหนุ่มก้มลงมองกุญแจในมือราวกับมองอาวุธร้ายแรงก็ไม่ปาน เขาลูบหน้ากากที่กลับมาอยู่บนใบหน้าของตนเอง ก่อนจะถอดมันออกแล้วทำให้มันหายไป ในหัวของเขาปรากฏแผนที่ที่มีเพียงเขาคนเดียวที่สามารถมองเห็น หลังทำสมาธิพร้อมแล้วเด็กหนุ่มก็ก้าวไปยังประตู พร้อมกับกุญแจที่เทพเจ้ามอบให้ในมือ

คนแรกที่เขาจะมุ่งหน้าไปหาคือ คิมนัมจุน

หรือบางทีตอนนี้อาจจะต้องเรียกว่า ราชานิโคลัส ไปพลางๆก่อน

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 363 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,141 ความคิดเห็น

  1. #1131 Wayvay_T (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 22:11
    น้องสุดยอดมาก
    #1,131
    0
  2. #1121 VenitaKq (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 13:06

    cool~~

    ใครทำจองกุก- -+

    #1,121
    0
  3. #1102 CU68 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 18:41

    แงงงง จองกุกอ่า~ มาๆกอดๆน้า

    #1,102
    0
  4. #1084 mxngkhwxn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 10:49
    อดีตน่าเจ็บปวดมากๆแต่จองกุกก็เข้มแข็งมากเหมือนกัน เก่งมากจริงๆ
    #1,084
    0
  5. #1069 Apollon~kv (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 21:27
    อดีตของกุกคือน่าสงสารมากเป็นขอทาน โดนรังแกเป็นชีวิตที่รนทดมากแต่มีใจที่เข้มแข็ง มีใจที่ยิ่งใหญ่ไม่ยอมเเพ้ เเม้จะล้มกี่รอบก็ลุกขึ้นทุกรอบ ข้อคิดเยอะมากๆตอนนี้
    #1,069
    0
  6. #897 tomyongsw (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 21:06
    จองกุกT T น่าสงสารมากๆ พอมาได้เห็นสภาพในอดีต ถึงได้รู้เลยว่าทำไมโตมาถึงกลายเป็นคนขวานผ่าซากแล้วก็มีจิตใจมั่นคงที่จะเดินต่อไปขนาดนี้ เพราะว่าล้มมานับครั้งไม่ถ้วนจนมันไม่มีอะไรจะเสียนอกจากไปต่อ ต้องรู้ให้ได้แล้ว เก่งมากแล้วนะ ชอบจองกุกในเรื่องนี้มากๆเลย น้องแบบ เก่งและเข้มแข็งมากๆ แต่กว่าจะเก่งขนาดนี้ก้คงล้มลุกคลุกคลานมาเยอะมากๆ // รีบไปช่วยพี่ๆได้ให้หมดนะ!
    #897
    0
  7. #873 @S_CB (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 19:39
    จองกุกเรื่องนี้แบ่บ เท่มาก เก่งมาก แงงงงงงงง
    #873
    0
  8. #826 MMP_P'M49 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 13:40
    โอ้มายกอดจองกุกโคตรเท่เลยค่ะ ถวายตัวแป๊บ ฮืออ น้อง โคตรชอบคำที่ไรท์ใช้เลยอ่ะ จองกุกโคตรแข็งแกร่ง เท่ ฉลาด แล้วก็เก่งด้วย ฮื่อ รักนะคะ ฮรุก
    #826
    0
  9. #783 PaiiKanj (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 14:11
    อดีตของจองกุกน่าสงสารมากอ่ะ แต่ก้อเก่งมากๆๆๆที่ออกมาได้คนแรกเลย
    #783
    0
  10. #779 Plíða (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 13:19
    จองกุกอดีตน่าสงสารมากแต่ความคิดแกร่งและยิ่งใหญ่มากจริงๆนับถือเลย เป็นความคิดที่ชอบมากจริงๆอ่านซ้ำๆไม่เบื่อเลย
    #779
    0
  11. #752 ่Airino (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 23:19
    จองกุกเท่มากกกก ;-;
    #752
    0
  12. #699 nlull (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 03:05
    หยุดอ่านไม่ได้ ตื่นเต้น กำลังจะได้รู้อดีตของทุกคนแล้วว
    #699
    0
  13. #635 Moonlionz (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 21:12
    โห อดีตจองกุกน่าสงสารมากกก ผ่านมาได้ขนาดนี้คือเก่งจริงๆ แล้วก็เก่งมากที่ออกมาได้ด้วยตัวเองแถมคนแรกอีก
    #635
    0
  14. #621 sofar_fa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 11:24
    อีกคนนึงที่ออกมาได้ด้วยตัวเองนี่...แทแทรึเปล่านะ ไม่มั่นใจแต่ขออวยน้องไว้ก่อน แต่โดยปกติคนเรามักจะตามหาคนที่ตัวเองคิดว่าสำคัญที่สุดก่อนนี่นา
    #621
    0
  15. #546 pacific60cm (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 18:19
    จองกุกน่ากลัวจริงๆ แต่ก็เข้าใจได้ง่ายๆ เพราะไม่เคยมีอะไรเป็นของตัวเองมาก่อน จึงไม่ต้องกลัวสภาพปัจจุบัน ไม่ต้องกลัวการสูญเสีย แต่ต้องไขว่คว้า ก้าวไปข้างหน้าเอเอาตัวรอดต่างหาก
    #546
    0
  16. #544 Kwzen_p (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 16:55
    ตอนนี้ถือว่าเป็นตอนที่ให้จกุกโชว์สกิลเลยทีเดียว คือจองกุกมีสติมากๆแบบนายเท่มาก! แล้วก็ชอบความคิดจกุกมากเช่นกัน555 อยากรู้ว่าจะไปช่วยคนอื่นยังไงแล้วๆ และที่บอกว่ามีบางคนที่สามารถออกมาเองได้นี่ใครกันนะ น่าติดตามมากๆ ตื่นเต้นๆ
    #544
    0
  17. #520 jjintovyy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 23:30

    กรี๊ดดดดดดดดดดดเท่ที่สุดในโลก!!!! ชอบจนไม่รู้จะพูดยังไงดีแง จองกุกแข็งแรงมากจริงๆแล้วก็ถือว่ามีสติมากนะเนี่ย สมกับเป็นซีกเกอร์ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะจองกุก! ไฟติ้งท์!! ส่วนตัวเราชอบตอนที่คุยกันคุณเทพโลกิมากๆเลยล่ะค่ะ รู้สึกว่าตัวเองได้อะไรหลายๆอย่างจากบทสนทนานั้น คำพูดจองกุกก็อิมแพคใจเรามากเลย คุณไรท์ก็สู้ๆนะคะ! ขอบคุณที่ผลิตผลงานที่ดีเยี่ยมแบบนี้ออกมา แล้วก็อย่าหักโหมจนเกินไปนะคะ เราเข้าใจว่างานดีๆแบบนี้ต้องใช้เวลา เรารอได้ค่ะ!

    #520
    0
  18. #518 Hanprim (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 17:46
    คือเราพึ่งมาไล่อ่านจนถึงตอนล่าสุด ไรท์เเต่งเก่งมากเลยนะคะคือเราอ่านจบตอนทีไรขนลุกทุกทีเลย55555555 รอลุ้นตอนต่อไปๆๆๆๆ กรี๊ดดดดดด
    #518
    0
  19. #517 _funfun_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 17:37
    ตอนแรกที่อ่านบรรยายเกี่ยวกับโลกิอ่ะ นี่แอบนึกถึงยอร์นในเกมส์rov 5555555555 จองกุกเก่งมากลูก ทำไมถึงได้เก่งแบบนี้นะ ถูมิใจจริงๆ /ปาดนํ้าตา
    #517
    0
  20. #515 FERONY (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 15:36
    ทำไมโลกิเท่อ่าาาาา ถ้าเป็นหนังเรื่องนึงคือชอบมากๆเลยนะะ
    #515
    0
  21. #514 Dem9ons9 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 13:08

    คือเห็นภาพมากเวอร์อะ ทำไมเราถึงรู้สึกว่าเฮลล่าแอบคล้ายมอร์แกนอะ555

    จองกุกคือสุดมากกกกก แอบกลัวว่าจะโดนหลอกแต่ออกมาได้ก็ดีแล้วลูก ช่วยคนอื่นไวๆแล้วกันนะจ๊ะ

    #514
    0
  22. #513 tiger tae (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 11:57
    เอาแล้วๆๆๆๆ เริ่มแล้วววว รอน้า มาส่งกำลังใจให้ไรท์ค่ะ😘
    #513
    0
  23. #512 vVv-Tae (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 11:29
    คือดี แบบโอ้ยยย แต่ก้กลัวหาแทไม่เจออ่ะ
    #512
    0
  24. #511 noeyoey (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 10:51
    โคตรขนลุกTTT มันดี ดีมากจริงๆTTTTT
    #511
    0
  25. #510 --Black Rose (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 03:45

    พี่อัพแล้ว~
    เรามารอพี่ที่ท่าฟิคทุกวันเลย~
    #510
    0