จบแล้ว {Fic BTS} The Flower {KookV} #Flowerkookv

ตอนที่ 1 : Chapter 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,972
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 804 ครั้ง
    7 ต.ค. 61


Chapter 1

 

เสียงสายลมหวีดหวิวดังอยู่ที่ภายนอกหน้าต่าง ไอหมอกหนาสีขาวขุ่นบดบังทิวทัศน์ทั้งหมดไปจนเห็นเพียงสีขาวโพลน อุณหภูมิที่ไม่หนาวเย็นมากแต่กลับสามารถทำให้ผู้คนหายใจออกมาเป็นไอได้ คือจุดเด่นของเมืองเล็กๆทางตอนเหนือที่มีชื่อว่า Ghost Town แห่งนี้

เด็กหนุ่มคนหนึ่งทรุดตัวลงนั่งบนเตียง ในมือของเขาคือจดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศ ข้อความในจดหมายระบุว่ายินดีรับนายจอนจองกุกเข้าศึกษาในภาคปีการศึกษาหน้า

นี่เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างที่สุดสำหรับเด็กที่กำลังจะเรียนจบไฮสคูลในอีกไม่กี่เดือนอย่างเขา ทว่าจองกุกกลับมีสีหน้าลังเลปรากฏขึ้น แค่เด็กหนุ่มลองจินตนาการถึงการเดินทางออกจากเมืองเมืองนี้ ใจของเขาก็เริ่มระส่ำระส่ายขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกไม่สบายใจที่เอ่อล้นในอกแล้ว ราวกับบางสิ่งบอกเขาว่าเรื่องไม่ดีจะเกิดขึ้นหากเขาไปจากที่นี่

มันเป็นเช่นนี้มาตลอดตั้งแต่เขายังเด็ก

จองกุกจำได้ว่าตอนที่เขาคิดจะไปเข้าโรงเรียนใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเมืองข้างเคียง เขาก็เกิดความรู้สึกนี้ขึ้น มันคือความรู้สึกที่แปลกประหลาดและยากจะบรรยาย คล้ายกับว่าบางสิ่งฉุดรั้งและพยายามกักขังเขาเอาไว้ไม่ให้ไปจากที่นี่ ดังนั้นจองกุกจึงไม่เคยก้าวเท้าออกจากเมืองเมืองนี้เลยแม้เพียงก้าวเดียว

Ghost Town เป็นเมืองที่เล็กที่สุดในประเทศนี้ เล็กชนิดที่ว่าผู้คนทั่วทั้งเมืองรู้จักกันหมด ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวภายในหุบเขาที่ล้อมรอบด้วยภูเขาลูกใหญ่สามลูก วันทั้งวันท้องฟ้าจะถูกปกคลุมด้วยไอหมอกขาวที่กระจุกตัวอยู่กับที่ไม่ขยับไปไหน ช่วงเวลาเดียวที่ชาวเมืองจะมองเห็นแสงอาทิตย์อันสดใสได้บ้างคือหน้าร้อน และภาพรอบตัวจะสามารถมองเห็นอย่างชัดเจนได้เฉพาะวันที่ฝนตกเท่านั้น

หากทว่าแม้จะเป็นเช่นนั้น เมืองแห่งนี้ก็ยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงระดับโลกเมืองหนึ่ง

ด้วยภูมิประเทศที่แปลกประหลาด ชื่อเมืองที่ชวนให้รู้สึกถึงสิ่งลึกลับเหนือธรรมชาติ และหมอกหนาจัดที่ปกคลุมตลอดทั้งปี ทำให้ผู้คนสนใจมาเยือนยังเมืองแห่งนี้ไม่เว้นวัน และบางคนก็มาที่นี่เพียงเพื่อจะได้ถ่ายรูปกับต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง

ต้นไม้ที่เหี่ยวเฉาและแห้งตายอยู่ตรงนั้นมานานนับร้อยปี

ชาวเมืองเรียกมันว่า Dead Tree มันคือจุดศูนย์กลางของตำนานเก่าแก่ตำนานหนึ่งที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนยังเมืองแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี

คนเฒ่าคนแก่มักจะเล่าให้ลูกหลานฟังว่าครั้งหนึ่งเมืองแห่งนี้ไม่ได้มีชื่อว่า Ghost Town แต่ชื่อว่า Bruheria บรูเฮเรีย มันเคยสวยงาม เขียวขจีไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ และต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นที่ใจกลางของเมืองก็ผลิใบเขียวชอุ่ม เป็นความร่มเย็นอันแสนสุขใจของชาวเมือง จนกระทั่งวันหนึ่ง...หญิงสาวผู้หนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้นในเมืองเมืองนี้ ใต้ต้นไม้ต้นนั้น...

เชื่อกันว่าเธอคือเจ้าหญิงจากต่างเมือง งดงามราวกับภาพวาด ผู้คนในเมืองต่างก็ต้อนรับขับสู้เธอเป็นอย่างดี แต่ทว่า...เรื่องร้ายกลับเกิดขึ้นอยู่รอบตัวเธอราวกับเธอคือพาหะของเชื้อโรคร้าย

ผู้คนรอบตัวเธอค่อยๆตกตาย ขณะที่หญิงสาวกลับงดงามขึ้นในแต่ละวัน เธอมักจะนั่งยิ้มอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ มองเมืองแห่งนี้จากบนเนินราวกับมองบ้านแสนรัก ชาวเมืองหวั่นใจแต่ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น จนกระทั่งวันหนึ่งหมอผีเฒ่าผู้หนึ่งเดินทางมาที่นี่ ประกาศก้องว่าเขาไล่ตามกลิ่นไอของ “ราชินีแห่งความตาย” มา

ชาวเมืองได้ยินดังนั้นก็ปักใจเชื่อแล้วว่าหญิงสาวผู้นั้นคือราชินีแห่งความตาย พวกเขาหวาดกลัว และร้องขอให้หมอผีเฒ่าช่วยเหลือ ทว่าหมอผีเฒ่าไม่ยอมตกปากรับคำในทันที เขาไปพบกับหญิงสาวนางนั้น แล้วบอกให้นางคืนวิญญาณของผู้คนในหมู่บ้านแห่งนี้มา

“ข้าคืนให้มิได้หรอก พ่อเฒ่า” นางตอบเสียงเศร้า “ข้ามิได้พรากลมหายใจของพวกเขา เป็นพวกเขามอบลมหายใจให้กับข้าเอง”

หมอผีเฒ่าเพียงแต่พยักหน้ารับแล้วกลับที่พักไป วันรุ่งขึ้นมีคนพบเขานอนตายไร้วิญญาณอยู่บนเตียง ร่างกายแห้งเหี่ยวราวกับท่อนไม้ที่ขาดน้ำ ทว่ากลับมีกระดาษแผ่นหนึ่งวางซุกที่ใต้หมอนของหมอผีเฒ่า เขียนเอาไว้ว่า “นางเลือกที่แห่งนี้ เพราะประตูของโลกหลังความตาย เชื่อมอยู่กับเมืองเมืองนี้ มันเป็นบ้านของนางแล้ว และเพราะความตายเป็นนิรันดร์ มิอาจทำลายสังหารลง ทำได้เพียงกักขังนางเอาไว้ ให้นางหลับใหลอยู่ที่นี่ ตามหาทูตทั้งเจ็ด พวกเขาจะช่วยพวกเจ้า”

ชาวเมืองหลายคนขันอาสาออกเดินทางตามหาทูตทั้งเจ็ด จนกระทั่งผ่านไป60ปีจึงตามพบทั้งหมด ทูตทั้งเจ็ดล้วนแต่มาจากต่างถิ่นต่างเมือง ทว่าพวกเขาครอบครองสิ่งเดียวกัน มันคือหน้ากากแปลกๆที่มีลวดลายไม่ซ้ำ ประดับประดาด้วยทองคำและอัญมณีอย่างหรูหรา ทั้งยังแผ่กลิ่นอายบางอย่างออกมาตลอดเวลา

ทูตทั้งเจ็ดต่างก็ห้อมล้อมหญิงสาวเอาไว้ พวกเขาสวมใส่หน้ากากที่พกติดกายมา และทำพิธีกรรมบางอย่าง

หญิงสาวนางนั้นนอนลงบนพื้น จากนั้นจึงค่อยๆจมหายลงไปในพื้นดิน ในตอนนั้นเองที่ต้นไม้ใหญ่พลันแห้งเหี่ยวลงอย่างช้าๆจนกระทั่งมันตาย ทูตทั้งเจ็ดต่างก็สูญสลายไปเกิดเป็นไอหมอกหนาทึบปกคลุมเมือง เหลือไว้เพียงหน้ากากทั้งเจ็ดใบที่ไร้ผู้เป็นเจ้าของ

นับจากนั้นเมืองแห่งนี้ก็ไม่เคยกลับคืนสู่สีสันของธรรมชาติอีกเลย

ปู่ของจองกุกเล่าเรื่องพวกนี้ให้เขาฟังตั้งแต่ยังเด็ก ชายชราเชื่อว่าสิ่งทั้งหมดนี้เกิดจากคำสาปของราชินีแห่งความตาย และเพราะต้องใช้วิญญาณของผู้แข็งแกร่งถึงเจ็ดคน จึงจะสามารถกักขังนางเอาไว้ได้ แม้จะหลับใหลใต้พิภพทว่าคำสาปยังวนเวียนอยู่เฉกเช่นเดียวกับวิญญาณของทูตทั้งเจ็ด บางครั้งผู้คนในเมืองก็พบเห็นภูตผีตามข้างทาง เป็นดวงวิญญาณของผู้คนที่นี่ที่ได้ตายลงหลังราชินีแห่งความตายปรากฏตัว ทำให้คนรุ่นหลังขนานนามเมืองนี้ว่า Ghost Town

ลึกๆในใจนั้น จองกุกมีความฝันเหมือนเด็กหนุ่มวัยรุ่นคนอื่นๆ เขาอยากออกไปจากเมืองนี้ สู่โลกกว้างใหญ่อันแสนสดใส แต่ขณะที่เฝ้ามองเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันทยอยเดินทางจากเมืองนี้ไป จองกุกกลับพบว่าเขาไม่สามารถไปจากที่นี่ได้

เด็กหนุ่มโยนจดหมายลงบนหมอนก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียดออกมา ควันขาวลอยละล่องในอากาศก่อนจะค่อยๆสลายไป

“จองกุก!ทันใดนั้นเสียงร้องของผู้เป็นแม่ของเขาก็ดังขึ้นมาจากชั้นล่างของตัวบ้าน “จองกุก! รีบลงมาเร็ว! ปู่ของลูกน่ะ!!

ทันทีที่ได้ยินคำว่าปู่ จองกุกก็ผุดลุกขึ้นยืนแล้วรีบวิ่งลงบันไดไปยังห้องชั้นล่างทันที เมื่อเลี้ยวเข้าไปในห้องนอนห้องหนึ่ง เขาก็พบชายชราท่าทางอ่อนแรงกำลังนอนอยู่บนเตียง มือข้างหนึ่งต่อสายน้ำเกลือเอาไว้ ข้างเตียงมีชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับจองกุกยืนอยู่ ข้างกายเขามีเจ้าของเสียงร้องเรียกจองกุกยืนให้กำลังใจ

ปู่ของเขาอาการไม่ดีมาหลายวันแล้ว ทุกคนในบ้านต่างก็หวาดหวั่นว่าปู่จะจากไปในไม่ช้า จองกุกซึ่งสนิทสนมกับปู่เสียยิ่งกว่าพ่อแม่แท้ๆแทบจะใจหายวูบทันทีที่ได้ยินแม่ของของเรียก

“ปู่ครับ” จองกุกรีบเดินเข้าไปย่อตัวคุกเข่าลงข้างเตียงของชายชราทันที เขาส่งสายตาตั้งคำถามไปทางพ่อและแม่ ก่อนจะค่อยๆบรรจงจับมือปู่เอาไว้ “มีอะไร เกิดอะไรขึ้นครับ”

“เมื่อกี้เขา...เขาหยุดหายใจไปแวบหนึ่ง”

จองกุกสบตาที่อ่อนล้าของปู่ เด็กหนุ่มขยับเข้าไปใกล้ขึ้นเพื่อที่จะได้เอ่ยกับปู่ของเขา พูดออกไปด้วยถ้อยคำจากใจ “ปู่ครับ...ถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืนเลยนะครับ พักผ่อนเถอะ”

“ออกไป...” ริมฝีปากของชายชราขยับอย่างแผ่วเบา

“อะไรนะครับ” จองกุกเอียงศีรษะเข้าไปใกล้เพื่อที่จะได้ได้ยินเสียงของปู่ได้ถนัดยิ่งขึ้น

“ให้พวกเขาออกไปก่อน”

คิ้วของเด็กหนุ่มขมวดเข้าหากัน แต่จองกุกก็ยังเงยหน้าขึ้น เอ่ยกับพ่อและแม่ของตนว่า “พ่อครับ แม่ครับ ช่วยออกไปก่อนแป๊บหนึ่งได้ไหมครับ”

ผู้เป็นพ่อและแม่ของเด็กหนุ่มมองหน้ากัน แต่พวกเขาก็ตัดสินใจยอมเดินออกไป พวกเขารู้ดีว่าสองปู่หลานสนิทสนมกันมาก และคงมีเรื่องที่ปู่อยากจะสั่งเสียกับจองกุกเป็นการส่วนตัว

“จองกุก..” ชายชราเอ่ยเสียงแหบแผ่ว

“ครับปู่ ผมอยู่นี่”

“รับนี่ไป...”

จองกุกก้มลงมองหน้ากากใบหนึ่งที่อยู่ในมือของปู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ด้วยสีหน้ามึนงงระคนตกใจ เขารับหน้ากากใบนั้นมาพลางมองมันด้วยสายตาตื่นตระหนก “นี่มัน...”

“หลานต้องแก้คำสาปให้ได้นะ จองกุก”

“ครับ?”

“แล้วปู่จะกลับมา..”

“อะไรนะครับ...”

“จง..จงแสวงหาหนทางล้างคำสาป” ชายชราเอ่ยเพียงเท่านี้ก็พลันแน่นิ่งไป ดวงตาทั้งสองข้างปิดลงอย่างสงบ ท่าทางราวกับว่าเขาพึงพอใจแล้วที่ได้เอ่ยกับหลานชายของตนเองเช่นนี้

จองกุกรู้สึกคล้ายโลกทั้งใบอยู่ดีๆก็เอียงกระเท่เร่ เขามองร่างที่ไร้วิญญาณของปู่ ไออุ่นที่มือของปู่กำลังค่อยๆจางหายไป เฉกเช่นเดียวกับความเย็นที่ส่งออกมาจากหน้ากากในมือ เขาชาวาบไปทั้งร่าง หนาวยะเยือกเข้าไปถึงในจิตวิญญาณ เส้นขนทั้งร่างลุกชันด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เขาอธิบายไม่ถูก

“ปู่ครับ..” เด็กหนุ่มมองร่างที่แข็งทื่อของชายชราด้วยสายตาเคว้งคว้าง เขาไม่ได้ร้องไห้ออกมา แต่ข้างในใจของเขากลับรู้สึกได้ถึงการสูญเสียคนสำคัญในชีวิตไปอย่างไม่อาจมีวันหวนกลับ

“จองกุก” เสียงเรียกดังขึ้นเบาๆพร้อมกับประตูที่ถูกเปิดออก จองกุกรีบยัดหน้ากากเข้าไปไว้ในเสื้อแจ็กเก็ตที่สวมอยู่ เขาค่อยๆหันไปมองสบตาผู้เป็นพ่อก่อนจะเอ่ยว่า “ปู่ไม่หายใจแล้วครับ”

“เขาบอกอะไรกับลูกอย่างนั้นหรือ” ผู้เป็นพ่อถามด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง ราวกับเขาไม่แน่ใจว่าตนเองควรจะถามคำถามนี้ออกไปดีหรือไม่

เขากับภรรยาทำงานที่เมืองอื่น จองกุกลูกชายคนเดียวของพวกเขาเติบโตมาในGhost Townโดยมีปู่คอยเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังเล็ก เขารู้ดีว่าจองกุกรักปู่ของตัวเองมาก และขณะเดียวกันนั้น เขาก็รู้ด้วยว่ามันมีสายใยบางอย่างที่เชื่อมโยงจองกุกกับปู่เอาไว้ด้วยกัน

เป็นสายใยบางอย่างที่เขาเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร และไม่เข้าใจอะไรเกี่ยวกับมันเลย

จองกุกยันตัวลุกขึ้นยืนอย่างระมัดระวังก่อนจะเอ่ยว่า “ปู่บอกว่า..แล้วเขาจะกลับมาครับ”

เอ่ยจบเด็กหนุ่มก็เบี่ยงตัวหลบผู้เป็นพ่อก่อนจะเดินย่ำเท้าออกไปนอกบ้าน เด็กหนุ่มกระโดดข้ามรั้วไม้เตี้ยๆที่หน้าบ้าน เท้าทั้งสองพาเขาจ้ำอ้าวไปตามถนน สวนทางกับกลุ่มนักท่องเที่ยวหลายกลุ่มที่กำลังเดินถ่ายรูปเก็บภาพบรรยากาศ หลายคนชี้ชวนให้เพื่อนมองดูเด็กหนุ่มหน้าตาดีที่เดินสวนมา

หากเป็นในยามปกติจองกุกคงจะยิ้มทักทายหรือเสนอตัวช่วยถ่ายรูปแล้ว แต่หากในยามนี้เขาล่องลอยเกินกว่าจะสังเกตเห็นได้ว่ามีคนเดินสวนมาเสียด้วยซ้ำ

อันที่จริงในใจของจองกุกตอนนี้ไม่ได้คิดอะไรอยู่เลย ไม่รู้กระทั่งว่ากำลังจะก้าวเท้าเดินไปที่ไหน

เขารู้เพียงแต่ว่าไม่อยากจะรับฟังคำพูดของใครอีกแล้ว แค่อยากออกไปจากที่ตรงนั้น ไปหาที่ตั้งหลักแล้วค่อยเรียบเรียงความคิดว่าเกิดอะไรขึ้น

อุณหภูมิเย็นเฉียบของหน้ากากทะลุเสื้อมาถูกร่างกายของเขา สติที่กระเจิดกระเจิงของจองกุกค่อยๆกลับมาอย่างช้าๆ จนกระทั่งใจของเขาค่อยๆสงบลงอีกครั้ง

เด็กหนุ่มสูดลมหายใจแล้วเงยหน้าขึ้น

สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือกิ่งก้านสาขาของต้นไม้ใหญ่ที่เป็นสีดำสนิทและไร้วี่แววของความมีชีวิต

“นี่เรา...เดินมาถึง Dead tree เลยเหรอ” จองกุกพึมพำกับตัวเองอย่างมึนงง เขาลูบหน้าผากที่ชุ่มเหงื่อของตัวเอง ก่อนจะลดระดับสายตาลงมายังป้ายศิลาที่ให้ความรู้สึกเหมือนป้ายหน้าหลุมศพที่ตั้งอยู่ตรงหน้าเขา

ข้อความบนศิลาเป็นตัวอักษรสีทองที่ค่อนข้างซีดจางไปบ้างแล้ว

“ดวงวิญญาณแห่งทูตจะสถิตอยู่ในที่แห่งนี้ชั่วกาล”

มันเป็นเหมือนข้อความสรรเสริญ ทว่าในขณะเดียวกัน มันก็เป็นเหมือนข้อความไว้อาลัยที่ถูกจารึกไว้แด่ชายทั้งเจ็ดผู้สลายร่างลง ณ ที่แห่งนี้

สายลมเย็นระลอกหนึ่งพัดผ่านมา จองกุกรู้สึกหนาวขึ้นมาเมื่อร่างที่ชุ่มเหงื่อของเขาสัมผัสกับสายลม ความอัศจรรย์ใจที่ไม่มีที่แห่งไหนในโลกเหมือนเมืองนี้ ก็คือไม่ว่าลมจะพัดมาแรงแค่ไหน หมอกเหล่านี้ก็ไม่เคยถูกพัดพาออกไปเลย ราวกับว่ามันเป็นเพียงภาพหลอนสายตาที่ไม่มีอยู่จริง

“ดูนั่นสิ นั่นไงป้ายศิลาที่ชาวเมืองทำเอาไว้เพื่อบูชาทูตทั้งเจ็ด”

“หา? บูชาใครก็ไม่รู้ที่อยู่ดีๆก็สลายเป็นหมอกน่ะนะ?”

“ไม่ใช่สิแก มันเหมือนกับว่าพวกเขาสละวิญญาณของตัวเองเพื่อปิดผนึกราชินีแห่งความตายเอาไว้ที่นี่ไง”

จองกุกหันมองนักท่องเที่ยวที่ยืนกระซิบกระซาบกันอยู่ไม่ไกลจากเขา เด็กหนุ่มแตะหน้ากากในอกเสื้อ สมองที่คิดอะไรไม่ออกเมื่อครู่อยู่ดีๆก็หมุนเร็วจี๋ราวกับพบเรื่องที่ต้องขบคิดแล้ว

“หน้ากาก..ของทูต?”

สัมผัสบนผิวหน้ากากเรียบลื่นและเย็นจัด คล้ายทำจากดินเผา ทว่าก็ไม่คล้ายเสียทีเดียว ความรู้สึกราวกับว่ามันสามารถแตกสลายได้หากจับต้องอย่างรุนแรง แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกด้วยว่ามันจะไม่มีวันแตกสลาย

“ของจริงเหรอเนี่ย” จองกุกพึมพำ เขาไม่กล้าหยิบมันออกมาดู แต่ก็รู้ตัวว่าเมื่อครู่ตอนรับมันมาจากปู่ เขายังไม่ได้มองรูปร่างหน้าตาของมันอย่างชัดเจนเลยด้วยซ้ำไป

แต่..หากหน้ากากชิ้นนี้คือของจริง ปู่ของเขาไปได้มันมาได้ยังไงกัน

“แก ไปดูตรงนู้นกันเหอะ” เสียงนักท่องเที่ยวที่ด้านหลังของเขาพูดพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เดินห่างออกไปช่วยให้ความลังเลใจของจองกุกจางหาย เขาค่อยๆหยิบหน้ากากที่ยัดเอาไว้ออกมาดู

มันเป็นหน้ากากสีขาวที่มีรูปทรงเป็นแบบปกปิดทั้งใบหน้า มีช่องตรงดวงตาที่โดยรอบคล้ายถูกประดับด้วยทองคำและเพชรพลอยหลากสี มันสวยงามมาก แต่ก็น่าพิศวงเช่นกัน จองกุกเคยได้ยินตำนานเกี่ยวกับทูตผู้สวมหน้ากากมานานเท่าอายุของเขา แต่เขาไม่เคยแม้แต่จะคิดว่าวันหนึ่งนิทานที่ปู่เล่าอาจจะเป็นเรื่องจริง

และหน้ากากใบนี้ ที่ปู่ผู้ซึ่งหมดลมหายใจไปแล้วหนึ่งรอบถึงกับต้องฟื้นขึ้นมาใหม่เพื่อมอบมันให้เขา พร้อมตอกย้ำว่าเขาจะต้องหาทางแก้คำสาปให้ได้

มันหมายความว่ายังไงกันแน่

“หน้ากาก คำสาป...” จองกุกเอียงศีรษะมองหน้ากากในมือด้วยสีหน้าครุ่นคิด คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันจนแน่น โดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่า ที่ด้านหลังของเขา เด็กหนุ่มคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบงันจากความว่างเปล่าและกำลังก้าวเข้ามาใกล้เขาจนแทบชิด

“ทำไมไม่ลองใส่มันดูล่ะ” เสียงที่ดังขึ้นมาอย่างกะทันหันส่งผลให้จองกุกสะดุ้งสุดตัวก่อนจะหันไปมองด้านหลัง เขาพบเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เขาไม่คุ้นหน้าค่าตากำลังจ้องมองกับมาพร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆ

“นายเป็นใครน่ะ”

เด็กหนุ่มคนนั้นมีสีผิวค่อนข้างเข้ม ใบหน้าเรียวหล่อเหลาด้วยดวงตา ริมฝีปาก และจมูกที่ลงตัวสมบูรณ์แบบ เส้นผมสีน้ำตาลเข้มตัดสั้นไล่ระดับและมีเส้นผมด้านหน้าปรกหน้าผากเอาไว้ทำให้เขาดูทั้งหล่อเหลา น่ารักและลึกลับในเวลาเดียวกัน อีกฝ่ายสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงเอี๊ยมสีดำ

จองกุกรู้จักทุกคนในเมืองนี้ แต่เขากลับไม่เคยพบเห็นหรือรู้จักเด็กหนุ่มตรงหน้าเขามาก่อนเลย

“ฉันชื่อคิมแทฮยอง”

“นาย เอ่อ เป็นใครกันล่ะ”

“เป็นชาวเมืองนี้นี่แหละ” เด็กหนุ่มที่ชื่อคิมแทฮยองเอ่ยยิ้มๆราวกับรู้ว่าจองกุกกำลังหวาดระแวงเรื่องอะไร เขาพยักเพยิดไปทางหน้ากากในมือของจองกุกแล้วเอ่ยว่า “นายอาจมีหลายคำถามเกิดขึ้นในใจ ดูได้จากสีหน้าของนายตอนมองมัน ทำไมไม่ลองใส่มันดูล่ะ บางทีนายอาจได้คำตอบของอะไรหลายๆอย่างก็ได้นะ”

จองกุกกำลังจะถามกลับว่า “ทำไมฉันต้องเชื่อนายด้วย” แต่กลับพบว่าคิมแทฮยองคนนั้นหายตัวไปแล้ว

รอบกายของเขาว่างเปล่า ราวกับว่าไม่เคยมีใครปรากฏตัวขึ้นมาก่อนเลย

“...บ้าน่า” จองกุกมีท่าทีหวาดระแวงมากขึ้น “ผะ..ผีเหรอ?”

สายลมระลอกหนึ่งพัดผ่านมาราวกับหัวเราะในข้อสันนิษฐานอันโฉดเขลาของเขา จองกุกรีบสะบัดหน้าไล่ความคิดสะระตะที่เริ่มฟุ้งซ่านออกจากหัว เขาก้มลงมองหน้ากากในมือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นอ่านป้ายศิลาอีกครั้ง

“ดวงวิญญาณแห่งทูตจะสถิตอยู่ในที่แห่งนี้ชั่วกาล”

“ถ้าพวกท่าน..สถิตอยู่ในที่แห่งนี้จริง ก็ช่วยมอบคำตอบให้กับผมเถอะครับ ตอนนี้ผม..สับสนไปหมดแล้ว”

จองกุกเอ่ยจบ เขาก็ค่อยๆใช้มือขวาประคองหน้ากากขึ้นแล้วกดมันแนบกับใบหน้าของตนเองด้วยมือที่สั่นเทา

อีกด้านหนึ่งของต้นไม้ เด็กหนุ่มคิมแทฮยองปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เขาเมียงมองร่างที่แน่นิ่งของจอนจองกุกผ่านรอยแยกของกิ่งไม้ ก่อนที่จะยกโทรศัพท์มือถือในมือขึ้นแล้วกระซิบว่า “พี่ ผมว่าผมเจอเจ้าของหน้ากากอีกใบแล้วล่ะ ..ครับ ใช่ครับ ตอนนี้เขากำลังลองใส่มันตามที่ผมบอก ก็ไม่รู้เหมือนกันว่านั่นคือหน้ากากใบไหน แต่ผมว่าบางที..กงล้อโชคชะตาของเมืองนี้อาจจะเริ่มหมุนอีกครั้งแล้วก็ได้นะครับ”

 

 

 Talk.

สวัสดีค่า ลองเอาตอนที่ 1 มาลงให้อ่านกันดูก่อนนะคะ อ่านแล้วรู้สึกยังไง น่าสนใจไหม อย่าลืมบอกเราสักหน่อยให้ชื่นใจและหาทางไปถูกด้วยนะคะ อาจจะยังไม่ได้เริ่มลุยเขียนทันที เพราะยังปิดต้นฉบับฮีโร่ไม่เสร็จ (เหลือตอนพิเศษอีก) แต่ถ้าเคลียร์เสร็จเมื่อไหร่ก็จะมาลุยกับเรื่องนี้แล้วล่ะค่า

ฝากไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยน้า สัญญาว่าไม่ดาร์กเกิน แล้วก็ไม่ดราม่าแน่นอน 

แล้วเจอกันใหม่ในตอนต่อไปจ้า

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 804 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,142 ความคิดเห็น

  1. #1141 Mew (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 00:01

    มันแปลกตั้งแต่ที่ปู่บอกว่าจะกลับมาแล้วนะ

    #1,141
    0
  2. #1138 yeenchy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 22:12
    น่าติดตามมากกกก
    #1,138
    0
  3. #1119 VenitaKq (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 14:57

    woww ว้าวววววววว

    #1,119
    0
  4. #1118 Meow1215 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 02:44
    😳 ลึกลับมากกก น่าติดตาม
    #1,118
    0
  5. #1106 bomza2528 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 23:49
    ลึกลับมากจริงๆด้วยอ่า
    #1,106
    0
  6. #1103 panitin (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 08:21
    น่าสนใจมากเลยค่ะ ติดตาม
    #1,103
    0
  7. #1093 peraya_1314 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 17:49
    สรุปแทฮยองเปนคนหรือผี???
    #1,093
    0
  8. #1088 JkkkVVV (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 20:57
    ชอบค่าาา
    #1,088
    0
  9. #1081 mxngkhwxn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 21:29
    น่าค้นหามาก
    #1,081
    0
  10. #1080 SRmonster_18 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 22:59
    โอะบะ ลึกลับมาก
    #1,080
    0
  11. #1056 Apollon~kv (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 14:04
    ลุ้นตามอ่าา งื้อมาก
    #1,056
    0
  12. #1054 ChompunutEksuk (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 08:22
    ตื่นเต้นมากกก
    #1,054
    0
  13. #1050 Ver_a (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 18:31
    ตื่นเต้นง่าา
    #1,050
    0
  14. #1028 boahammock (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 21:56
    แต่เห็นนามปากกาก็เชื่อหมดใจเลยฮ้ะ ว่าต้องออกมาดีมากกกๆๆแน่ๆ^^
    #1,028
    0
  15. #1024 JaneTadsawan99 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 21:36
    แอแงน่าสนใจมากมากค่า
    #1,024
    0
  16. #963 JUNIPINE (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 00:51
    แง เพิ่งมาเจอนอยายเปิดใหม่ของคุณไรท์ ดีใจมากค่ะ เนื้อเรื่องน่าสนใจอีกแล้ว เราจะตั้งใจซึมซับทุกสิ่งที่คุณไรท์ตั้งใจแต่งเลยค่ะ ขอบคุณที่สร้างสรรนิยายดีๆแบบนี้ออกมานะคะ
    #963
    0
  17. #918 Kamui_KV (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 10:51

    อ่านนิยายของไรท์ท่านนี้ทีไรท์ก็รู้สึกขนลุกทุกที ไม่ว่าจะเป็นการบรรยาย ภาษาที่ใช้ถือว่าดีมากเลย เราชอบนิยายคุณนะคะ ชอบทุกเรื่องเลยที่ติดตามมา หลังๆมานี้เราไม่ค่อยว่างมาอ่านเลย อภัยให้รีดคนนี้ด้วยนะคะ ที่ไม่ได้มาเป็นกำลังใจและคอมเม้นเลย

    ขอบคุณที่แต่งเรื่องดีๆมาให้อ่านนะคะ ❤
    #918
    0
  18. #905 butterr. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 18:06
    เอาแล้วววววววว ขนลุกกเลยยย อลังมากทุกเรื่องเลย ชอบสุดๆ
    #905
    0
  19. #847 taetan06518 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 02:08
    อ่านจบถึงกับขนลุกซู่ในทันที ภาษาไรท์ดีมาก ดีจริงๆ เนื้อเรื่องลึกลับน่าค้นหามากๆ
    #847
    0
  20. #844 YuparatSoanglam (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 20:15
    เยื้อเรื่องน่าสนมาดกกดดกหกกก ลึกลับ ภาษาสวยบรรยายเก่งมาก ๆ เลย
    #844
    0
  21. #841 Eimmamoa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 08:50
    ว้าวววว พล๊อตเรื่องน่าตื่นเต้นมากกกก
    #841
    0
  22. #806 kookvforever9795 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 08:45

    เป็นลุ้นมากกกกก

    #806
    0
  23. #797 MMP_P'M49 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 20:44
    โอ้มายกอด พล็อตสุดยอดมากค่ะ อ๊าก รู้สึกตื่นเต้น 555555
    #797
    0
  24. #759 Plíða (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 07:23
    ตอนแรกก็ตื่นเต้นสนุกขนาดนี้ พล็อตเรื่องสุดยอดอีกแล้ว สนุกแน่!
    #759
    0
  25. #743 PaiiKanj (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 22:04
    แค่ตอนแรกก้อสนุกแล้วอ่ะ ลุ้นตามจองกุกนิ้วเกร็งเลยค่ะ
    #743
    0