นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

[Short Fic BTS] Blue Lineage #fromJKtoVday #Kookv

เรื่องราวของเทพอสูรในตำนาน...การพบพานขององค์ชายสิบสี่จองกุกแห่งพิภพมังกรและประมุขน้อยแทฮยองแห่งเผ่ากิเลน เรื่องสั้นร่วมโปรเจกต์บ้านกุกวี #fromJKtoVday

ยอดวิวรวม

6,064

ยอดวิวเดือนนี้

67

ยอดวิวรวม


6,064

ความคิดเห็น


56

คนติดตาม


804
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  22 ก.ย. 62 / 05:42 น.
นิยาย [Short Fic BTS] Blue Lineage #fromJKtoVday #Kookv

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

ว่ากันว่าในจักรวาลมีมหาพิภพมากมายเกิดและดับ 
บ้างเชื่อมต่อบ้างเป็นเอกเทศต่อกัน
ณ ที่แห่งหนึ่งของจักรวาล มีพิภพแห่งหนึ่งปกครองโดยเผ่าพันธุ์มังกร
จึงถูกขนานนามว่า พิภพมังกร

เผ่ามังกรเชื่อว่าสีของเกล็ดบ่งบอกพรสวรรค์พิเศษของมังกรแต่ละตน
หากเกิดมาไร้สี...ร่างกายเป็นสีขาวปลอด นั่นคือมังกรที่สวรรค์ไม่เมตตา
ไร้พรสวรรค์ และไร้คุณสมบัติในการชิงบัลลังก์ราชามังกร
หากแต่ 'จองกุก' ที่เป็นถึงทายาทของราชามังกรกลับเกิดมาเป็นมังกรสีขาว

เพื่อเป้าหมายในใจ เขาจึงเดินทางตามคำแนะนำของพี่น้อง 
มุ่งหน้าสู่พิภพกิเลน เพื่อหาประตูมิติไปยังโลกมนุษย์ 
หวังแสวงหาโชคในมิติที่ว่ากันว่าไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้
แต่แล้วในที่แห่งนั้น เขากับได้พบสมาชิกเผ่ากิเลนที่มีชื่อว่า 'แทฮยอง'...


tb

เนื้อเรื่อง อัปเดต 22 ก.ย. 62 / 05:42



Blue Lineage

Jungkook x Taehyung

.

.

.

.

 

เล่าขานกันแต่นานมา อันว่ามวลธาราล้วนไหลสู่บูรพาทิศ จากนั้นจึงตกลงสู่ห้วงสมุทรกว้างมิอาจหยั่งคะเนถึง

สายธารแห่งสรรพชีวิตก็เป็นเฉกเช่นเดียวกัน

ว่ากันว่าเมื่อวางวาย ดวงวิญญาณจะนั่งนาวาลำน้อยลอยอยู่ในกระแสธารล่องหน จากนั้นจึงเดินทางสู่จักรวาลอันเร้นลับ บ้างหวนกลับคืนถิ่นที่พลัดพราก บ้างแตกดับสูญเป็นละอองดาวไปตลอดกาล

แม้แต่ในพิภพของเผ่าเทพอสูรเองก็เชื่อเช่นนั้น

ชายหนุ่มอายุราวยี่สิบปียืนนิ่งอยู่ที่ริมแผ่นผา เบื้องล่างที่ตรงหน้าคือมหานครอันละลานตาไปด้วยแสงจากโคมไฟหลากสี เหนือศีรษะของเขาคือดวงจันทราสีเงินสามดวงที่ลอยเด่น แสงสีเงินยวงอาบลงบนเส้นผมสีขาวที่ยาวสยายของเขาจนคล้ายกับเรืองแสงได้ ใบหน้าของชายหนุ่มงดงามประณีต ดวงตาดอกท้อค่อนข้างกลมและคล้ายมีหยดน้ำหล่อเลี้ยงอยู่ภายใน ดูอ่อนเยาว์หล่อใสเกลี้ยงเกลา ไหล่สมส่วนซ่อนอยู่ภายใต้อาภรณ์สีดำ สายรัดเอวสีเงินเผยให้เห็นช่วงเอวสอบ แม้เขาดูร่างโปร่งบางหากสังเกตดีๆจะเห็นได้ว่าเรือนร่างของเขาเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อทรงพลังที่ซ่อนสภาวะแข็งแกร่งของเผ่าพันธุ์เทพอสูรเอาไว้

ชายหนุ่มผู้นี้มีนามว่าจองกุก ถือกำเนิดขึ้นในเผ่ามังกรซึ่งเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่มีอำนาจสูงสุดในบรรดาสัตว์อสูรทั้งมวล ครอบครองพลังอำนาจเรียกลมฝน บันดาลพายุ ในเผ่าพันธุ์เดียวกันเขาถูกจัดให้อยู่ในระดับสมาชิกผู้สูงศักดิ์ มีคุณสมบัติในการขึ้นเป็นพญามังกรองค์ต่อไป แต่ทว่าด้วยเหตุบางประการ เขากลับถูกผู้อาวุโสกีดกันออกจากตำแหน่งรัชทายาทมังกรนั้น

ผู้อาวุโสเหล่านั้นกล่าวอ้างว่ามังกรเกล็ดขาวนั้นเป็นมังกรที่ไม่สมบูรณ์

เผ่าพันธุ์มังกรเมื่อแรกกำเนิดจะไม่สามารถคงรูปลักษณ์มนุษย์ไว้ได้ แต่จะเผยร่างจริงและสีของเกล็ดที่บ่งบอกพลังเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมังกรตนนั้นๆ ออกมา และตัวเขา...ที่เกิดมาพร้อมเกล็ดสีขาวไร้ประกาย ถูกจัดอยู่ในประเภทของผู้ไร้พรสวรรค์ แม้เทียบกับมังกรทั่วไปแล้วพลังของเขาย่อมไม่ต่ำทราม สายเลือดบริสุทธิ์สูงส่ง แต่ไม่อาจเทียบคนรุ่นเดียวกันที่เกล็ดมีสีสันเฉพาะได้เลย

“หากเจ้าลำบากใจ ไม่สู้ลองออกเดินทางแสวงโชคดู?” น้ำเสียงเย็นเยียบดังขึ้นที่ด้านหลัง จองกุกหันไปมองแวบหนึ่ง ก็ได้เห็นชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำซึ่งรวบผมเป็นหางม้าสูงก้าวเข้ามาใกล้ ผิวของเขาขาวสะอาดราวกับหิมะ ใบหน้าหล่อเหลางดงามเย็นชาอย่างถึงที่สุด นัยน์ตาสีน้ำเงินสงบเยือกเย็นมองเขาอย่างเฉยชาพลางเอ่ยต่อว่า “ในเมื่ออยู่ต่อไปเรื่อยๆเช่นนี้ก็ไร้ประโยชน์”

“ท่านก็แค่อยากไล่ข้าออกไปจากที่นี่” จองกุกคร้านจะต่อล้อต่อเถียงกับอีกฝ่าย เขาดึงสายตากลับมา แสดงท่าทางราวกับไม่อยากสนใจอีกฝ่ายเลยแม้เพียงวินาทีเดียว

“ยุนกิไม่ได้อยากไล่เจ้าหรอก พูดกันตามตรง เผ่ามังกรไม่มีวิธีที่จะช่วยให้เจ้าเพิ่มพรสวรรค์สายเลือดมังกรของเจ้าได้ แต่ในจักรวาลมีมหาพิภพอยู่มากมาย เจ้าแน่ใจได้อย่างไรว่าในโลกอื่นจะไม่มีหนทางช่วยให้เกล็ดของเจ้ามีสีสันขึ้น” เสียงอ่อนหวานของบุรุษดังขึ้น ชายหนุ่มอีกคนปรากฏกายขึ้นที่ข้างกายของยุนกิ เขามีร่างที่ค่อนข้างเล็ก ใบหน้าหวานล้ำรับกับนัยน์ตาเรียวยาวที่แฝงเสน่ห์ เส้นผมสีเขียวมรกตถักเป็นหางเปียยาวที่ขยับไหวยามเขาเคลื่อนกาย ดูเปี่ยมชีวิตชีวาและเสน่ห์ที่ยากจะต้านทาน

“จีมิน แม้แต่เจ้าก็มาเกลี้ยกล่อมข้าด้วยอย่างนั้นหรือ” จองกุกไม่ต้องหันมามองก็รู้ว่าเจ้าของเสียงนั้นเป็นใคร เขาถอนหายใจเฮือก ค่อยๆ หันกายกลับมาเผชิญหน้าสหายร่วมเผ่าพันธุ์ทั้งสอง เขารู้ดี ทั้งสองคนนี้ต่างก็อยู่ในระดับเดียวกับเขา คนหนึ่งมีเกล็ดสีดำประกายเพชร คนหนึ่งมีเกล็ดสีมรกตสดใส ล้วนเป็นผู้มีสิทธิ์ขึ้นรับตำแหน่งรัชทายาทมังกรด้วยกันทั้งสิ้น

“แม้คำพูดของยุนกิจะค่อนข้างแรงเกินไปบ้าง แต่ความหมายก็นับว่าถูกต้อง ในเมื่ออยู่ที่นี่ต่อไปล้วนไม่ได้อะไรขึ้นมา ไม่สู้ลองออกเดินทางแสวงโชคดูสักครั้ง” จีมินกล่าวยิ้มๆ “ข้าได้ยินมาว่าที่โลกมนุษย์มีผู้คนที่สามารถเปลี่ยนร่างข้ามเผ่าพันธุ์ได้ ฝึกเคล็ดวิชาต่างสังกัดได้ บางคนถึงขั้นมีอำนาจเทียบเคียงเผ่าเทพอสูรอย่างพวกเรา ไม่แน่หากเจ้าไปที่นั่น อาจมีหนทางทำให้เกล็ดของเจ้ามีสีได้เช่นกัน”

ฟังถึงตรงนี้ จองกุกไม่อาจไม่ยอมรับว่าจิตใจของเขาเกิดความหวั่นไหวแล้ว

หลังชั่งใจอยู่นาน เขาค่อยถามขึ้นมาลอยๆว่า “เท่าที่ข้ารู้มา พิภพมังกรไม่มีประตูมิติที่สามารถเปิดตรงไปที่โลกมนุษย์ได้โดยตรง มีเพียงระดับพญามังกรเท่านั้นจึงจะสามารถเปิดประตูมิติไปที่นั่นได้โดยไม่ต้องเสี่ยงตาย”

“แต่พวกเผ่ากิเลนมี” ยุนกิเอ่ยเสียงเรียบ นัยน์ตาปรากฏแววพึงพอใจไม่น้อยที่เห็นอีกฝ่ายเกิดความสนใจขึ้นมาแล้ว “พิภพมังกรมีประตูมิติเชื่อมไปยังพิภพของพวกกิเลน เจ้าไปที่นั่นก่อน แล้วค่อยเดินทางต่อไปยังโลกมนุษย์ก็ได้แล้ว”

จองกุกถอนหายใจออกมา เขาเองย่อมสังเกตเห็นปฏิกิริยาลิงโลดของสหายร่วมเผ่าพันธุ์ทั้งสองคน สุดท้ายจึงตัดสินใจถามอย่างคนที่ไม่มีอะไรจะเสียว่า “ถ้าเช่นนั้น...ประตูมิติไปพิภพของพวกกิเลนนั่นอยู่ที่ใด?”

 

-----------------------

 

การเดินทางข้ามมิติเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่งสำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์ ในห้วงจักรวาลมีเรื่องเหนือความคาดหมายมากมาย อีกทั้งกระแสพลังผันผวนเป็นอย่างมาก มีมนุษย์จำนวนมากที่เอาชีวิตมาทิ้งไว้ในห้วงจักรวาลเหล่านี้โดยไม่สามารถแม้แต่จะพาร่างเดินทางสู่พิภพที่หมาย ทว่าสำหรับเผ่ามังกรแล้ว การเดินทางเช่นนี้เป็นเรื่องง่ายดายยิ่ง

สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะร่างกายของพวกเขาแข็งแกร่งทนทาน สามารถใช้ผิวหนังเปล่ารับแรงโจมตีของพลังงานที่ผันผวนในห้วงมิติได้โดยง่าย สาเหตุที่สองนั้นเป็นเพราะว่าเผ่ามังกรสามารถจำแลงปีกที่ช่วยในการโผบิน ทำให้สามารถโบยบินในห้วงจักรวาลได้ยามคับขัน ต่อให้หลุดจากเส้นทางมิติที่หมาย ก็ยังสามารถใช้ปีกที่ทรงพลังบินหาทางออกใดสักแห่งเพื่อพักฟื้นแล้วจึงเดินทางใหม่ได้

จองกุกเคยเดินทางผ่านประตูมิติมาแล้วหลายครั้ง ดังนั้นหลังใช้เวลาเพียงหนึ่งวัน เขาก็มาถึงพิภพกิเลนอย่างปลอดภัย

ทันทีที่ก้าวเท้าออกมาจากประตูมิติ สายตาจำนวนมากก็พุ่งตรงมาที่เขา

ด้วยรูปโฉมหล่อเหลา ร่างกายที่สูงและสมส่วน กอปรกับเส้นผมสีขาวราวกับหิมะของเขา ย่อมต้องตกเป็นจุดสนใจ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่ากลิ่นอายบนร่างของเขายังเต็มไปด้วยเอกลักษณ์ของเผ่ามังกรที่น่าเกรงขามและยากจะพบเห็นผู้ใดทรงพลังเทียบเคียงได้ในพิภพกิเลนแห่งนี้

“ระวัง!

ตุบ!

เสียงร้องเตือนดังขึ้นจากด้านหลัง ก่อนที่จองกุกจะรู้สึกคล้ายมีอะไรบางอย่างกระทบถูกแผ่นหลังของเขาอย่างแผ่วเบา เมื่อเหลียวหน้ากลับไปมองก็พบชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังกุมหน้าผากพลางเซถอยหลังไปสองก้าว นัยน์ตาสีฟ้าสดมีน้ำตาคลอขณะที่ตวัดสายตาขึ้นมองเขา แม้จะแฝงความไม่พอใจอยู่ไม่น้อย แต่ก็ยังเอ่ยออกมาว่า “ขออภัย พี่ชาย ข้าไม่คิดว่าจะมีคนยืนอยู่หน้าประตู”

จองกุกขยับตัวออกห่างจากที่ที่ตนเองยืนอยู่ ดูเหมือนว่าเขาจะยืนเหม่ออยู่หน้าประตูมิตินานเกินไป คนที่เพิ่งเดินทางมาทีหลังพุ่งออกมาจากประตูมาจึงชนเขาเข้าให้เต็มๆ

เขาไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย ทว่าคนที่ชนเขาเข้ากลับดูอาการสาหัสมากทีเดียว

“บาดเจ็บมากหรือไม่ ให้ข้าดูหน่อย” จองกุกดึงร่างของชายหนุ่มคนนั้นให้ขยับออกห่างจากประตูเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุซ้ำรอย พลางเอ่ยถามด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย

“เจ็บมาก! หลังเจ้าแข็งเป็นบ้า สมแล้วที่เป็นพวกมีเขา เอ๊ย มีเกล็ด!

ชายหนุ่มตาฟ้าโอดครวญพลางลดมือที่กุมหน้าผากลงแล้วเงยหน้าขึ้นให้เขาดู จองกุกจึงได้เห็นโฉมหน้าของอีกฝ่ายเต็มๆตา อีกฝ่ายสูงเกือบจะเท่าเขาเลยทีเดียว ใบหน้าของอีกฝ่ายมีเครื่องหน้าที่สมบูรณ์แบบ ดวงตาทรงเมล็ดอัลมอนด์เป็นสีฟ้าสด เส้นผมยาวจรดเอวที่มัดรวบอย่างลวกๆไว้ที่ท้ายทอยเป็นสีฟ้าอมเขียวเย็นตา ผิวของอีกฝ่ายมีความเข้มเล็กน้อยคล้ายคนที่ออกเดินทางเผชิญลมแดดบ่อยครั้ง มองดูแล้วหล่อเหลาบาดตาไม่แพ้สหายในเผ่ามังกรแต่ละคนของเขาเลย

แต่จากกลิ่นอายใสกระจ่างราวสายลมเย็น ให้ความรู้สึกแข็งแกร่งทว่าอ่อนโยนเป็นมิตรเช่นนี้ อีกฝ่ายน่าจะเป็นสมาชิกเผ่ากิเลนซึ่งอยู่ในระดับสูงเป็นแน่

น่าเสียดายที่บัดนี้ใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายมีรอยแดงปื้นใหญ่ปรากฏอยู่ที่กลางหน้าผาก จองกุกอดรู้สึกไม่ได้ว่าตนช่างเป็นผู้ที่ทำลายความงามของอีกฝ่ายโดยแท้ ฝ่ามือจึงยกขึ้นทาบบนหน้าผากของอีกฝ่าย ถ่ายเทพลังรักษาเข้าไปอย่างใส่ใจ เมื่อละฝ่ามือออกมา หน้าผากของอีกฝ่ายจึงนวลเนียนเกลี้ยงเกลาเหมือนเก่า

ชายหนุ่มเผ่ากิเลนลูบหน้าผากเบาๆ เมื่อพบว่าหายเจ็บแล้วก็ส่งรอยยิ้มกว้างให้จองกุก “ขอบคุณมากพี่ชายมังกร”

“จะว่าไป...เจ้าเองก็เป็นสมาชิกเผ่ากิเลนนี่?” จองกุกเห็นรอยยิ้มสดใสของอีกฝ่ายแล้วอดไม่ได้ที่จะยกมุมปากขึ้น พลางเอ่ยถามลอยๆออกมา

“ใช่แล้ว ข้าเป็นสมาชิกเผ่ากิเลน ชื่อแทฮยอง แทฮยองหัวเราะร่า ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นสายตาของพี่ชายมังกรผมขาวตรงหน้ากวาดมองร่างของเขาขึ้นลง รอยยิ้มพลันจืดเจื่อนลงขณะที่ถามกลับไปว่า “มีอะไรหรือ พี่ชาย”

“แม้ร่างกายของข้าจะแข็งแกร่งไปบ้างเมื่อเทียบกับเผ่ากิเลน แต่ที่เจ้าพูดมาเมื่อครู่ก็ไม่ถูกต้องกระมัง” จองกุกกอดอกพลางชี้แนะว่า “ไม่ว่าจะเป็นพวกมีเขา หรือพวกมีเกล็ด มังกรกับกิเลนต่างกันด้วยหรือ?”

แทฮยองอึ้งค้าง ...ดูเหมือนจะไม่มีอะไรแตกต่างจริงๆด้วยแฮะ

แม้เผ่ากิเลนจะเก่าแก่ไม่แพ้เผ่ามังกร แต่ก็ไม่ได้ถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในเผ่าเทพอสูงที่แข็งแกร่งที่สุด เพราะกิเลนเป็นเผ่าเทพอสูรที่รักสงบไม่ทำร้ายผู้ใด แต่หากทว่ามองด้วยคุณสมบัติด้านสัตว์อสูรแล้วล่ะก็ กิเลนไม่มีตรงไหนเทียบเผ่ามังกรไม่ได้ ตรงกันข้าม...พวกเขาจัดเป็นเผ่าที่วิวัฒน์มาจากเผ่ามังกรเสียด้วยซ้ำ!

ถ้าหากมองเพียงส่วนหัวกิเลนกับมังกรแทบไม่มีอะไรแตกต่างกันเลยแม้แต่น้อย จะหนวดหรือเขาล้วนมีเหมือนกันหมด บนร่างก็มีเกล็ดไม่ต่างกันอีกด้วย! เพียงแต่มังกรมีลำตัวเป็นงู กิเลนมีลำตัวเป็นกวาง นั่นจึงจะเป็นความแตกต่างที่เห็นได้ชัด

“เอ่อ ฮ่าๆๆๆ เพราะไม่ทันได้คิด ถึงได้พูดโพล่งเรื่องโง่ๆออกไป พี่ชายมังกรท่านนี้อย่าได้ถือสาข้าเลย” แทฮยองหัวเราะเสียงแห้ง พลางรีบเปลี่ยนเรื่อง “จริงสิ พี่ชายมังกรท่านนี้ ท่านมาที่พิภพกิเลนครั้งแรกกระมัง มีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่ เห็นแบบนี้ข้าก็กว้างขวางในพิภพกิเลนไม่น้อยเลยนะ”

“อืม ข้าต้องการเดินทางไปโลกมนุษย์” จองกุกกล่าวจุดประสงค์ให้อีกฝ่ายฟัง ดูท่าทางแทฮยองคล่องแคล่วเป็นมิตร น่าจะช่วยเขาได้ไม่น้อยในการหาประตูมิติที่จะเชื่อมไปโลกมนุษย์

“โลกมนุษย์!?” แทฮยองอ้าปากค้าง ก่อนจะรีบปรับสีหน้าเมื่อได้สติ เขาหัวเราะเบาๆ “พี่ชายมังกร ประตูสู่โลกมนุษย์มีอยู่ก็จริง แต่ไม่อาจเปิดพร่ำเพรื่อหรอกนะ”

คิ้วของจองกุกขมวดเข้าหากันทันที “เพราะเหตุใด”

“เฮ้อ เรื่องนี้ไม่ควรมายืนพูดกันอยู่ที่ตรงนี้” แทฮยองชี้ให้เห็นสายตาสอดรู้สอดเห็นจำนวนมากของชาวบ้านเผ่ากิเลนที่เมียงมองมาทางชายหนุ่มรูปงามทั้งสองคนเป็นระยะ “ข้าดูจากราศีแล้วก็การแต่งกายของท่าน ต้องไม่ใช่ชนชั้นธรรมดาของเผ่ามังกรแน่ๆ ดังนั้นคิดจะไปโลกมนุษย์ก็น่าจะมีจุดประสงค์ใช่ไหม ท่านตามข้ามาก่อนดีกว่า แล้วข้าจะอธิบายเรื่องประตูมิติไปโลกมนุษย์ให้ท่านฟัง”

จองกุกฟังแล้วก็ได้แต่พยักหน้าแล้วเดินตามแทฮยองไป ถึงตอนนี้เขาจึงได้สังเกตเห็นเครื่องแต่งกายของอีกฝ่ายชัดถนัดตา เสื้อตัวยาวสีหยกเนื้อผ้าดูบางเบาทว่ามีความแข็งแกร่ง ชายเสื้อปักลวดลายบงกชสีฟ้าเอาไว้อย่างอ่อนช้อยงดงาม กางเกงขายาวสีดำช่วยให้เขาก้าวเดินอย่างคล่องแคล่ว เมื่อรวมกับเส้นผมสีฟ้าอมเขียวที่ยาวจรดเอวนั้น ช่างเป็นการจับคู่สีที่แสนสบายตาชวนให้คนมองรู้สึกจิตใจผ่อนคลายจริงๆ

ไม่นานนักแทฮยองก็พาเขามาถึงอาคารหลังหนึ่ง ที่นี่สร้างจากไม้ราคาแพง ประดับประดาด้วยธงขาวที่ปักลายดอกบัวสีฟ้าเอาไว้ คล้ายสัญลักษณ์พิเศษบางอย่าง ที่เผ่ามังกรของเขาก็มีสัญลักษณ์เช่นนี้ อย่างธงประจำตัวของยุนกิเป็นสีดำปักลายดาวห้าแฉกสีเงิน หรือของจีมินที่เป็นสีเขียวมรกตปักลายสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด

บนตัวของแทฮยองก็สวมใส่เสื้อผ้าที่มีลายดอกบัวสีฟ้าเช่นนี้ หากเขาไม่ได้เป็นคนในสังกัดของกลุ่มอิทธิพลของพิภพกิเลน เช่นนั้นตัวของเขาเองก็น่าจะเป็น...

“ประมุขน้อยแทฮยอง” เสียงเรียกขานดังขึ้น แทฮยองที่เพิ่งจะก้าวเข้าไปในตึกถึงกับต้องยกมือขึ้นอุดหูเมื่อชายหญิงหลายสิบคนกรูกันเข้ามาแล้วทำความเคารพเขา ภาพที่เห็นทำเอาจองกุกรู้สึกทึ่งไม่น้อย

คิดไม่ถึงว่าพอมาถึงพิภพกิเลน เขาจะได้พบกับประมุขน้อยคนหนึ่งของเผ่ากิเลน

ตำแหน่งประมุขน้อยนี้...เทียบกับตำแหน่งองค์ชายของเผ่ามังกรได้เลยทีเดียว!

“เอาล่ะๆ วันนี้ข้ามีแขกมาด้วย พวกเจ้าทำอะไรอยู่ก็กลับไปทำต่อซะ” แทฮยองโบกมือไล่คนเหล่านั้น ก่อนหันมายิ้มให้จองกุกที่ยืนอยู่ด้านหลัง “พี่ชาย เชิญตามข้ามา”

จองกุกเดินขึ้นชั้นสองของตึกตามหลังอีกฝ่าย มองดูเส้นผมสีงามสะบัดไหวอยู่เบื้องหน้า พลันเอ่ยออกไปโดยไม่ทันรู้ตัวว่า “จองกุก”

“หืม?”

“ทายาทสายตรงลำดับที่สิบสี่แห่งเผ่ามังกร จองกุก” ครั้นรู้ตัวว่าหลุดปากไปแล้ว จองกุกก็ไม่คิดปิดบังตัวตน ชิงเอ่ยแนะนำตัวออกไปทันที แทฮยองอึ้งไปเล็กน้อย เขาเปิดประตูห้องห้องหนึ่ง กลิ่นหอมของสมุนไพรบางอย่างลอยออกมาให้ความรู้สึกสดชื่น เขาผายมือให้จองกุกนั่งลงก่อนจะเอ่ยว่า “ที่แท้เป็นองค์ชายเผ่ามังกรนี่เอง ข้าก็ว่าอยู่ รัศมีพลังบนตัวท่านกับความแข็งของแผ่นหลังไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปในเผ่ามังกรจะมีได้ เช่นนั้นข้าขอแนะนำตัวใหม่อีกรอบ ประมุขน้อยลำดับที่สามแห่งเผ่ากิเลน แทฮยอง ยินดีที่ได้รู้จักองค์ชายสิบสี่”

จองกุกยิ้มตอบอีกฝ่ายอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ ที่จริงแล้วเขาไม่ใช่คนชอบยิ้ม แต่รอยยิ้มของอีกฝ่ายช่างเจิดจ้าเหลือเกิน เจิดจ้าเสียจนมุมปากของเขากระตุกยิ้มตอบไปเอง บุคลิกของแทฮยองผู้นี้แตกต่างจากทุกคนในเผ่าที่เขาเคยพบ ดังนั้นเขาจึงไม่อาจห้ามตัวเองไม่ให้เกิดความสนใจได้

“อย่าเรียกข้าว่าองค์ชายเลย เรียกจองกุกเถอะ” จองกุกบอกพลางนั่งลง “เจ้าเห็นรูปลักษณ์ข้าแล้ว น่าจะพอมองออกว่าฐานะในเผ่าของข้าใช่ว่าจะยิ่งใหญ่อะไร”

สายตาของแทฮยองตกลงบนเส้นผมสีขาวสะอาดของอีกฝ่าย ลังเลเล็กน้อยก่อนจะถามว่า “ท่านเกิดมาเกล็ดสีขาวหรือ?”

จองกุกพยักหน้ารับ

“อา...” คิ้วของแทฮยองขมวดเข้าหากัน คล้ายพอจะเดาที่มาที่ไหนของการปรากฏตัวของจองกุกได้บ้างแล้ว “ท่านคงไม่ได้คิดจะไปแสวงโชคฝึกวิชาพิสดารที่พวกมนุษย์คิดค้นขึ้นกระมัง?”

“อืม”

“ที่จริงแล้ว...” แทฮยองมีสีหน้าลังเลเล็กน้อย เขามองซ้ายมองขวา ทั้งยังสาดพลังออกมาสายหนึ่งราวกับต้องการตรวจสอบว่ามีผู้ใดแอบฟังหรือไม่ จนกระทั่งเขาแน่ใจแล้วว่าที่นี่มีเพียงเขากับชายหนุ่มผมขาวสองคน เขาจึงโน้มตัวมาป้องปากเอ่ยว่า “เห็นแก่ที่ข้าถูกชะตากับท่านนะ จองกุก ที่จริงแล้วข้าเคยแอบหนีไปเที่ยวที่โลกมนุษย์มาก่อน มันอันตรายกว่าที่ท่านคิดเยอะ แต่ใช่ว่าจะไม่มีหนทางสร้างปาฏิหาริย์ได้เสียทีเดียว”

นัยน์ตาสีเงินของจองกุกเปล่งประกายความหวังขึ้นมาทันที แทฮยองเห็นประกายตาของอีกฝ่ายก็นิ่งอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อว่า “ประตูมิติของเผ่ากิเลนจะเปิดออกเมื่อถึงเวลาที่กิเลนจะลงไปส่งสัญญาณต่อมนุษย์เท่านั้น ซึ่งนั่นยังต้องใช้เวลาอีกราวร้อยกว่าปีจึงจะถึงฤกษ์ที่ว่า แต่ยังมีหนทางอื่นอีกที่จะสามารถพาท่านไปยังโลกมนุษย์ได้”

“ต้องทำอย่างไร?”

แทฮยองมีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยว่า “ในตำหนักของท่านพ่อข้ามีประตูมิติอยู่บานหนึ่ง มันไม่ใช่ประตูมิติธรรมชาติ แต่เป็นของวิเศษที่ว่ากันว่าเทพบรรพกาลเป็นผู้สร้างขึ้น ตอนเด็กๆข้าก็แอบใช้มันนั่นแหละ เดินทางไปโลกมนุษย์ ต่อมาท่านพ่อข้าตามมาลากตัวข้ากลับไป เขาก็ลงอาคมใส่ประตูนั่นไว้ นอกจากเขาแล้วก็ไม่มีใครใช้ได้ ข้าเองก็ถูกลงโทษอยู่เกือบร้อยปีเพราะเรื่องนี้”

“เจ้าสามารถพาข้าไปที่ประตูนั้นได้หรือไม่?”

“ท่านมีความมั่นใจกี่ส่วนว่าจะสามารถทำลายอาคมของราชากิเลนได้?”

ดวงตาสองสีสบกันไปมา คล้ายหยั่งเชิงอีกฝ่าย พวกเขาเพิ่งรู้จักกันวันแรก แม้จะถูกชะตาต่อกันไม่น้อย แต่กับเรื่องสำคัญถึงเพียงนี้ ล้วนไม่มีผู้ใดยอมช่วยเหลืออีกฝ่ายโดยง่ายทั้งๆที่เพิ่งรู้จักกัน

แทฮยองไม่มีความจำเป็นใดๆเลยที่จะต้องพาองค์ชายมังกรที่ไม่มีตำแหน่งในเผ่าเข้าไปให้ตำหนักของราชากิเลน เขาไม่มีบุญคุณความแค้นกับใคร อย่างมากที่บาดเจ็บเพราะเดินชนอีกฝ่าย อีกฝ่ายก็ช่วยรักษาให้เขาแล้ว ต่อให้ตัดสินใจช่วยพาเข้าไปเพราะความเห็นใจ แต่หากทำลายอาคมไม่สำเร็จแล้วถูกราชากิเลนจับได้ แทฮยองก็รู้ดีว่าต่อให้เขาจะเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงใด งานนี้ต้องโดนลงโทษอย่างหนักแน่นอน

“ถ้าหากข้าสามารถทำลายอาคมนั่นลงได้...” จองกุกเปรยขึ้น

“เงื่อนไขก็คือต้องให้ข้าไปโลกมนุษย์พร้อมกันกับเจ้าด้วย” แทฮยองตอบทันที “คราวก่อนทิ้งของสำคัญเอาไว้ต้องไปเอาคืนมา อีกทั้งหากช่วยเจ้าแล้วตัวข้ายังอยู่แถวนั้น มีหวังโดนท่านพ่อเชือดทิ้งแน่นอน ไม่สู้หนีไปอีกสักรอบ คราวนี้เขาไม่มีทางตามตัวข้าเจอได้ง่ายๆแน่”

จองกุกอดไม่ได้ที่จะถามว่า “ดูเจ้าอยากไปที่นั่นมาก ทั้งๆที่บอกว่ามันอันตราย”

“เผ่ากิเลนรักสงบ แต่ข้ารักสนุก อยู่ที่นี่น่าเบื่อยิ่งนัก ข้าชอบโลกมนุษย์มากกว่า วุ่นวายซับซ้อน เต็มไปด้วยการแก่งแย่งแข่งขัน ที่สำคัญคือข้าไม่อยากเป็นราชากิเลนด้วย” แทฮยองเบ้หน้าเล็กน้อยเมื่อพูดถึงตำแหน่งที่ในเผ่ามังกรของจองกุกมีแต่คนแย่งชิง

แม้แต่ตัวจองกุกเองยังแสวงหาความเปลี่ยนแปลงให้สีเกล็ดของตัวเองเพื่อสิทธิ์ในการแย่งชิงตำแหน่ง คิดไม่ถึงว่าประมุขน้อยเผ่ากิเลนที่เขาบังเอิญเจอคนนี้กลับคิดจะหนีจากตำแหน่งนั้นสุดชีวิต

“เอาล่ะ เจ้าลองบอกข้าคร่าวๆมาก่อนว่าอาคมนั่นเป็นเช่นไร”

สุดท้ายแล้วจองกุกก็ยังคงอยากจะลองเสี่ยงดูสักตั้ง สายตามุ่งมั่นของเขา สั่นคลอนความคิดของแทฮยองที่กำลังจ้องมองเขาอยู่ ชายหนุ่มหลุบตาลงเล็กน้อย ค่อยๆเอ่ยออกมาว่า “ที่จริงแล้ว มีอีกวิธีหนึ่ง เจ้าไม่จำเป็นต้องไปโลกมนุษย์ ข้าสามารถหาหนทางทำให้เกล็ดของเจ้ามีสีได้”

เขาเปลี่ยนไปเรียกจองกุกว่า เจ้า แทนคำว่า ท่าน โดยไม่รู้ตัว

“...เจ้า พูดจริงหรือ”

จองกุกไม่อยากเชื่อหูตนเองในสิ่งที่ได้ยิน แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักไปเมื่อนึกถึงมาได้ว่าอีกฝ่ายเคยลงไปเที่ยวเล่นในโลกมนุษย์มาก่อน บางทีอาจได้วิชาอะไรมาไม่มากก็น้อย ดังนั้นจึงมองอีกฝ่ายอย่างคาดหวังทันที

แม้จะเพิ่งรู้จักกันวันแรก แต่เขากลับมีความรู้สึกอย่างแรงกล้าว่าคนคนนี้ไม่มีทางทำร้ายเขา

“ข้าไม่รู้เรื่องของเผ่ามังกรมากนัก แต่เรื่องของเผ่ากิเลนข้าค่อนข้างแตกฉาน” แทฮยองเกริ่นขึ้นมาก่อน “สายเลือดของพวกเรามีความใกล้เคียงกัน อย่างเรื่องสีของเกล็ดก็เหมือนกันด้วย”

“เคยมีกิเลนสีขาวล้วนบ้างหรือไม่?” จองกุกรีบถามทันที

“มีสิ เยอะแยะไป ดังนั้นข้าจึงไม่แปลกใจที่เห็นเจ้าในตอนแรก แต่ข้าเข้าใจ หากเจ้าเป็นมังกรทั่วไปก็ช่างเถิด ทว่าเจ้าเป็นองค์ชาย เช่นนั้นสีเกล็ดของเจ้าก็ทำให้เจ้าไม่มีคุณสมบัติเพียงพอจะชิงตำแหน่งรัชทายาทใช่หรือไม่ ข้าได้ยินมาว่าพญามังกรมีลูกเต็มไปหมด ดูเจ้าเองยังอยู่ลำดับที่สิบสี่ หลังจากเจ้าไปยังไม่ทราบมีพี่น้องอีกเท่าไหร่” แทฮยองส่ายหน้าเบาๆ คล้ายเห็นใจในความซับซ้อนของอีกเผ่าพันธุ์หนึ่ง “ที่จริงแล้วสีเกล็ดของเผ่ากิเลนสามารถเปลี่ยนได้ คิดว่าเผ่ามังกรคงไม่ต่างกัน”

“เปลี่ยนได้อย่างไร” จองกุกถามต่อ

“วิวัฒนาการ” แทฮยองตอบตามตรง

คำว่าวิวัฒนาการทำให้จองกุกอึ้งไป สำหรับเผ่าพันธุ์สัตว์อสูรทั้งหลายแล้ว คำว่าวิวัฒนาการไม่ใช่คำที่แปลกเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่สำหรับเผ่าพันธุ์โบราณอย่างพวกเขาแล้ว โอกาสในการวิวัฒนาการต่ำเตี้ยเรี่ยดิน สาเหตุเป็นเพราะว่าพวกเขาแทบจะอยู่ในจุดสูงสุดของห่วงโซ่แล้ว ไม่จำเป็นต้องวิวัฒนาการเพื่อต่อสู้หรือเอาชีวิตรอด ดังนั้นจึงยากจะเกิดปัจจัยและสภาวะที่ชักนำให้ทำการวิวัฒน์

ทว่าดูจากคำพูดของแทฮยอง คล้ายกับว่าเขารู้วิธีที่สามารถทำให้สัตว์อสูรระดับเทพอย่างพวกเขาวิวัฒน์ได้

แทฮยองมองออกว่าเขาสงสัย จึงยื่นมือออกมาแล้วถามว่า “ขอข้าสำรวจพลังในตัวเจ้าได้หรือไม่ รากปราณของเจ้าธาตุอะไร?”

จองกุกยื่นมือออกไป แทฮยองจึงจับข้อมือของเขาแล้วส่งพลังเข้าไปสำรวจ เขาอุทานด้วยความแปลกใจก่อนจะปล่อยมือแล้วเอ่ยว่า “แปลกจริง ขอข้าดูเกล็ดของเจ้าหน่อยได้ไหม”

จองกุกไม่ได้อิดออดกับคำขอของอีกฝ่าย เขาพลิกมือคว่ำลง ที่หลังมือของเขาปรากฏเกล็ดงูสีขาวสะอาดขึ้นทันที แทฮยองก้มลงสำรวจอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วแตะลงบนเกล็ดของเขาด้วยความสนใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเขาพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง “ยินดีด้วย!

“หืม?” จองกุกถึงกับจับต้นชนปลายไม่ถูก แทฮยองยินดีกับเขาเรื่องอะไรกัน?

“จุ๊ๆ เผ่ามังกรนี่ตาถั่วจริงๆ จองกุก ข้าจะบอกให้นะ เจ้าไม่ได้เกิดมาไร้เกล็ดสีอัตลักษณ์หรอก สภาพของเจ้าทุกวันนี้ ให้ข้าเดานะ ถ้าไม่นับเรื่องสีของเกล็ด พลังของเจ้าก็ยังจัดอยู่ในอันดับต้นๆของเผ่าเลยใช่ไหม” รอจนจองกุกพยักหน้า แทฮยองก็เอ่ยต่ออย่างดีใจว่า “ถ้าเช่นนั้นก็ชัดเจนแล้ว เจ้าสามารถวิวัฒน์ได้! ร่างของเจ้าในตอนนี้เป็นร่างมังกรที่ยังไม่เติบโตสมบูรณ์!

จองกุกตกตะลึง เขามองใบหน้าที่เกลื่อนด้วยรอยยิ้มของอีกฝ่ายอย่างมึนงง เนิ่นนานทีเดียวกว่าจะตั้งสติได้ เขาคว้าแขนอีกฝ่ายไว้แน่น “เจ้าบอกว่า ที่จริงแล้วเกล็ดของข้าไม่ได้ไร้สี ข้าเพียงแต่ยังเติบโตไม่เต็มที่ และสามารถวิวัฒน์ได้ด้วย?”

แทฮยองพยักหน้าอย่างแรง “ใช่ วางใจเถอะ เห็นข้าดูอายุน้อยแบบนี้ แต่ก็เป็นชนชั้นปรมาจารย์แห่งเผ่ากิเลน ข้าไม่มีทางดูผิดแน่นอน”

“ถ้าอย่างนั้น...ข้าต้องทำอย่างไรจึงจะหาทางวิวัฒน์ได้” จองกุกผุดรอยยิ้มกว้างขึ้นบนใบหน้าอย่างหาได้ยาก เขาจำไม่ได้แล้วว่ากี่ร้อยปีแล้วที่เขาไม่ได้ยิ้มด้วยความดีใจเช่นนี้ สายตาที่เขามองแทฮยองแทบจะเรืองแสงได้ ทั้งยังรู้สึกประทับใจในตัวประมุขน้อยเผ่ากิเลนผู้นี้ขึ้นมาอย่างรุนแรงอีกด้วย

“ข้าขอบังอาจถามละลาบละล้วงได้หรือไม่ แม่เจ้า...เป็นมังกรสายพันธุ์ใด?”

น้ำเสียงของแทฮยองเจือความเกรงใจเอาไว้หลายส่วนทีเดียว

รอยยิ้มของจองกุกชะงักไปดังที่คาด แทฮยองเห็นแล้วต้องลอบถอนหายใจ เขารู้ดีว่าในเผ่าที่มีการแข่งขันสูงเช่นนี้ องค์ชายที่เกิดมามีเกล็ดสีขาวย่อมไม่ได้มีสถานะที่มั่นคง มารดาที่ให้กำเนิดต้องยิ่งมีสถานะเลวร้ายเข้าไปใหญ่ เพียงแต่การจะวิวัฒนาการได้นั้น จำต้องรู้เสียก่อนว่าสายเลือดที่อยู่ในตัวเขาเป็นมังกรประเภทใด

“แม่ของข้าเป็นธิดาของพญามังกรแดง”

หากแทฮยองจำไม่ผิด ราชามังกรนั้นมีเกล็ดสีทองตระการตา เป็นเชื้อสายเทพมังกรทองผู้เกรียงไกร นับเป็นสายเลือดบรรพกาลระดับสูงสุด ไม่แปลกที่เขาจะกลายมาเป็นราชามังกรได้ พญามังกรแดงเองก็สืบเชื้อสายโบราณเช่นกัน แม้ไม่อาจเทียบเท่ามังกรเกล็ดทอง แต่ก็ถือว่าเป็นมังกรระดับสูง สายเลือดของจองกุกสูงส่งมากทีเดียว

“ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็สมควรเป็นมังกรธาตุไฟไม่ก็ธาตุทอง...” แทฮยองขมวดคิ้วเล็กน้อย “แต่ตอนที่ข้าตรวจรากปราณของเจ้า คล้ายกับว่าเป็นธาตุน้ำนี่นา...”

“ท่านยายของข้ามีสายเลือดของมังกรฟ้า” จองกุกตอบ

“โอ้ มิน่าเล่า” แทฮยองพยักหน้ารับ สีหน้าแปลกพิกลเมื่อได้ยินคำว่ามังกรฟ้า ก่อนจะรีบกลบเกลื่อนพลางหัวเราะเสียงแห้งก่อนจะเอ่ยว่า “เช่นนั้นข้าก็รู้แล้วว่าจะทำอย่างไรให้เจ้ามีการวิวัฒนาการ วันนี้เจ้าพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้ข้าค่อยพาเจ้าไป”

“ข้ายังไม่รู้เลยว่าต้องทำอย่างไรจึงจะวิวัฒนาการได้” จองกุกรีบกล่าวเมื่อเห็นแทฮยองทำท่าจะออกไปที่อื่น

“ต้องกระตุ้นให้เจ้าตกอยู่ในสภาวะกระเสือกกะสน พูดง่ายๆว่าอยู่ระหว่างความเป็นและความตาย บีบให้สายเลือดและสัญชาตญาณของเจ้าต้องพาเจ้าเข้าสู่ขั้นตอนวิวัฒนาการเพื่อความอยู่รอด แต่เจ้าไม่ต้องกังวล มีข้าอยู่เจ้าไม่มีทางพลาดพลั้งตายไปโดยง่ายแน่ นอกเสียจากว่าเจ้าจะถอดใจทำให้การวิวัฒนาการล้มเหลวด้วยตัวเอง” แทฮยองส่งรอยยิ้มให้เขา “ข้าจะให้คนไปจัดห้องให้เจ้า ในตึกหลังนี้เจ้าจะเดินไปที่ไหนก็ได้ตามใจเจ้า แต่อย่าออกไปเดินบนถนนดีกว่า ข้าเองก็ใช่ว่าจะไม่มีศัตรูเลยในพิภพกิเลนแห่งนี้ ขืนเจ้าทะเล่อทะล่าไปเจอพี่ใหญ่ของข้าเข้า เฮ้อ เกรงว่าการที่ข้าพามังกรหนุ่มเข้าบ้านได้กลายเป็นข่าวใหญ่แน่ๆ”

จองกุกอึ้งไป “ทำไมถึงเป็นข่าวใหญ่เล่า”

แทฮยองกะพริบตาปริบๆ เขามองจองกุกด้วยสีหน้าประหลาดใจ “องค์ชายสิบสี่ที่เคารพ ท่านไม่รู้หรือว่าเพราะเหตุใดเผ่ากิเลนถึงได้มีประชากรน้อยแสนน้อย แม้แต่ราชากิเลนยังมีบุตรไม่ถึงห้าคน?”

“ไม่ใช่เพราะว่าพวกเจ้าเป็นเผ่ารักสงบหรอกหรือ”

“จะเป็นเพราะเรื่องนั้นได้ไงเล่า” แทฮยองหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ “ที่ประชากรน้อยเพราะเผ่ากิเลนเก้าในสิบส่วนเป็นบุรุษอย่างไรเล่า กิเลนหญิงมีเพียงหยิบมือเดียว ดังนั้นแล้วปกติคู่ของเผ่ากิเลนจึงเป็นเพศชาย”

เอ่ยถึงตรงนี้ก็ตบไหล่จองกุกเบาๆ พลางเอ่ยเสียงเย้าว่า “เจ้าหล่อเหลาถึงเพียงนี้ ทั้งยังเป็นเผ่ามังกรที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่ง จุ๊ๆๆ มีครั้งหนึ่งคุณชายบ้านขุนนางใหญ่ควงมังกรหนุ่มล่ำบึ้กกลับมาบ้านหลังเดินทางไปเที่ยวพิภพมังกร ผู้คนเล่าลือกันว่ามังกรหนุ่มล่ำบึ้กคนนั้นอึดมาก! สิบกว่ารอบต่อคืนไม่มีปัญหา ทำเอาคุณชายบ้านนั้นเอวแทบหัก! แต่แทนที่จะกลัวดันมีแต่คนอิจฉา ดังนั้นสามีเผ่ามังกรจึงค่อนข้างเป็นที่นิยมทีเดียวในพิภพกิเลนนี้ หากพี่ชายข้าเห็นเจ้ากับข้าอยู่ด้วยกันแล้วล่ะก็ เขาต้องเข้าใจว่าเจ้าถูกข้าล่อลวงมาเป็นสามีแน่ๆ แล้วหากเขาเอาไปโพนทะนาชื่อเสียงที่สั่งสมมาของข้าต้องย่อยยับไม่เหลือซาก ดังนั้นทางที่ดีอยู่แต่ในตึกนี้เท่านั้นนะ”

จองกุกตัวแข็งทื่อ มองดูเจ้าของเรือนผมสีฟ้าเดินจากไป หลายอึดใจต่อมา ใบหน้าพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงขึ้นมาวูบหนึ่ง

ไม่รู้เพราะอะไร เขากลับค่อนข้างรู้สึกถูกใจประโยคที่บอกว่า เขาถูกอีกฝ่ายล่อลวงมาเป็นสามีไม่น้อยเลยทีเดียว

ที่จริงแล้วพิภพมังกรใช่ว่าจะไม่มีการจับคู่ระหว่างเพศชายกับชายด้วยกัน เพียงแต่ไม่ได้เป็นที่นิยมมากนัก เพราะบุรุษให้กำเนิดบุตรไม่ได้ ดังนั้นสตรีจึงยังมีความจำเป็นมากกว่า นอกเสียจากว่าจะมีรักแท้ต่อกันจริงๆ มังกรเพศชายจึงจะแต่งงานอยู่กินด้วยกันโดยไม่คำนึงถึงเรื่องสืบสายเลือดอีก

คิดถึงตรงนี้ จองกุกก็อดนึกถึงประมุขน้อยแทฮยองไม่ได้

กิเลนมีร่างคล้ายกวาง แน่นอนว่าบุรุษเผ่ากิเลนในร่างมนุษย์ส่วนใหญ่ย่อมมีรูปร่างสูงโปร่งเพรียวบาง ในความสง่างามมีความอ่อนโยนนุ่มนวล อย่างแทฮยองเองก็มีรูปร่างสัดส่วนงดงามล่อตาล่อใจไม่น้อยเลย ใบหน้าของเขาหล่อเหลางดงามอยู่แล้ว เอวเล็ก ช่วงขาเรียวยาว ผิวเนียนนุ่มน่าสัมผัส ไม่แปลกที่บุรุษเผ่ามังกรหลายคนต้องใจคุณชายเผ่ากิเลนจนย้ายมาอยู่ด้วย ส่วนเรื่องความอึดของเผ่ามังกรนั้น...จองกุกคิดแล้วอดยิ้มขำไม่ได้ เรื่องนี้เขาย่อมรู้ว่าเป็นความจริง

ไม่นานนัก บ่าวรับใช้คนหนึ่งก็เข้ามาเชิญเขาไปห้องพัก จองกุกทำตามคำแนะนำของแทฮยองแต่โดยดี อยู่แต่ในห้องไม่ออกไปไหน เขายังขอให้บ่าวรับใช้ช่วยเล่าสถานการณ์ของพิภพกิเลนและสถานะของแทฮยองให้ฟังอีกด้วย

 

เช้าวันรุ่งขึ้น แทฮยองมาเคาะประตูห้องเขาด้วยท่าทางสดใสร่าเริง เขาเปลี่ยนจากชุดสีหยกท่าทางคล่องแคล่วเป็นอาภรณ์หรูหราสีน้ำทะเลที่ปักลวดลายดอกบัว ที่กลางหน้าผากของเขายังใช้หมึกสีน้ำเงินวาดสัญลักษณ์ดอกบัวเอาไว้ ส่งผลให้ใบหน้าที่แต่เดิมงดงามอยู่แล้วเพิ่มความหวานเข้าไปอีก สายตาจองกุกวนเวียนอยู่แถวดอกบัวน้อยที่สอดรับลงตัวกับดวงตาสีฟ้าใสคู่นั้นบ่อยครั้งอย่างอดไม่ได้

“ได้ข่าวว่าเจ้ารั้งตัวบ่าวของข้าเอาไว้ทั้งคืน อย่างไรกัน? สนใจอยากรับหนุ่มน้อยเผ่ากิเลนไปเป็นอนุ?” แทฮยองกล่าวแซวขึ้นมาเมื่อทั้งสองขึ้นรถม้าซึ่งแทฮยองสั่งให้คนเตรียมไว้เป็นการพิเศษเนื่องจากไม่กล้าพาเขาเดินไปตามถนน

“ที่ข้ารั้งเขาเอาไว้ก็เพื่อถามเรื่องของเจ้า น่าเสียดาย คนที่ข้าสนใจอยากรับไปเป็นอนุดูเหมือนจะสูงศักดิ์เกินไป” จองกุกที่เริ่มสนิทกับอีกฝ่ายแล้วไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองโดนเล่นงานฝ่ายเดียว เขาต่อปากต่อคำกับพี่น้องนิสัยแย่ๆมาทั้งชีวิต แทฮยองถึงกับถูกเขาย้อนอย่างเจ็บแสนจนอ้าปากค้าง

“โอ เจ้าพูดมาเช่นนี้ข้าไม่รู้จะตอบโต้อย่างไรเลยทีเดียว” สุดท้ายก็หัวเราะเสียงแห้งกล่าวว่า “เจ้าอย่าไปพูดเช่นนี้ต่อหน้าประมุขน้อยคนอื่นๆของเผ่ากิเลนสุ่มสี่สุ่มห้าเชียว แม้แต่ท่านพ่อข้าก็ไม่ได้”

“เพราะอะไร”

“เพราะพวกเขาคงจะรีบยกข้าให้ไปเป็นชายาของเจ้าอย่างยินดีปรีดาเลยน่ะสิ” แทฮยองถอนหายใจ “พวกเขาอยากให้ข้าแต่งงานมานานแล้ว จะแต่งเข้าหรือแต่งออกก็ได้ จะเพศไหนก็ได้ พวกเขากลัวว่าข้าจะป่วยเป็นโรคประหลาด ปกติอายุเท่าข้าล้วนต้องมีประสบการณ์กันมาบ้างแล้วทั้งนั้น เฮ้อ ก็ข้ายังไม่เจอใครที่ถูกใจนี่ ใช่ว่าเอะอะจะขึ้นเตียงกับใครก็ได้เสียหน่อย”

จองกุกมองเขาอย่างประหลาดใจ “นี่เจ้ายัง...”

“โอ้ เจ้าดูนั่นสิ นั่นก็คือพี่ชายรองของข้าเอง ดูเหมือนเขาจะกลับมาจากพิภพเต๋าแล้ว” แทฮยองตะโกนเสียงดังพลางแหวกม่านออกแล้วชี้ให้ดูที่ด้านนอก จองกุกรู้ว่าเขาตั้งใจเปลี่ยนเรื่อง ทว่าสิ่งที่อยู่นอกหน้าต่างก็ดึงความสนใจของเขาไปจนหมดจริงๆ

ที่กำลังโลดแล่นอยู่บนท้องฟ้าคือกิเลนสีดำขนาดยักษ์ตัวหนึ่ง กีบเท้าทั้งสี่เหยาะย่างอยู่บนริ้วเมฆอย่างสง่างาม มุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออก แวบแรกที่เห็นจองกุกรู้สึกว่าอีกฝ่ายคล้ายยุนกิ ทว่าเมื่อมองดูดีๆจะเห็นได้ว่าเกล็ดสีดำของเขามีประกายสีม่วงทองอยู่ประปราย ยามสะท้อนแสงแดดให้กลิ่นอายสูงศักดิ์ลึกลับไม่เบา แทฮยองที่อยู่ด้านข้างอธิบายว่า “พี่รองคือผู้ที่จะได้เป็นราชากิเลนคนต่อไป”

“ไม่ใช่พี่ชายใหญ่ที่เจ้าพูดถึงหรอกหรือ”

“พี่ชายใหญ่...นิสัยของเขาไม่เหมาะจะเป็นราชายิ่งกว่าข้าเสียอีก เจ้าคิดดูเถอะ คนที่ขอแค่เห็นน้องชายอยู่กับบุรุษเผ่าอื่นสักแวบเดียวเป็นต้องโมเมว่าน้องชายกำลังจะมีสามีเป็นคนเช่นไรกันแน่ ดังนั้นข้าคิดว่าพี่นัมจุนเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ส่วนพี่ซอกจินน่ะปล่อยเขาไปเถอะ”

“แล้วเขาไปทำอะไรที่พิภพเต๋า?”

“เป็นตัวแทนเผ่าไปร่วมฉลองอายุครบสามหมื่นปีของท่านเทพอสูรเต่านิลฮยุนมูนั่นอย่างไรเล่า” แทฮยองตอบ ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย “แล้วนี่ข้าจะตอบเจ้าทำไมเนี่ย นี่เรื่องในเผ่าของข้าเชียวนะ”

จองกุกหัวเราะออกมาเบาๆ เขาอารมณ์ดีมากจริงๆเวลาอยู่ใกล้ๆแทฮยองเช่นนี้

“ว่าแต่ เจ้ากำลังจะพาข้าไปเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายที่ไหนหรือ”

“ขึ้นเหนือไปสักสามชั่วยาม จะเจอกับดินแดนน้ำแข็ง เจ้าจะต้องทำการวิวัฒน์ที่นั่น” แทฮยองกล่าว สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาเมื่อพูดถึงการวิวัฒนาการที่สำคัญ “ฟังนะจองกุก การวิวัฒนาการมีความเสี่ยง แต่ข้ามองออกว่าเจ้ากล้าได้กล้าเสียมากพอ ไม่เช่นนั้นคงไม่คิดลงไปเสี่ยงโชคในโลกมนุษย์ ทว่าการวิวัฒน์นั้นยากคาดเดาผลลัพธ์ รู้เพียงแต่ว่ามันจะทำให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้น แต่เจ้าจะวิวัฒนาการไปเป็นมังกรแบบไหนนั้นข้าไม่อาจรู้ได้เลย รู้เพียงแต่ว่าตราบใดที่อยู่ในเขตดินแดนน้ำแข็ง และมีข้าอยู่ด้วย เจ้าจะไม่มีวันตายโดยเด็ดขาด”

จองกุกพยักหน้ารับ “ข้าเชื่อเจ้า”

แทฮยองชะงัก “เจ้ารู้หรือ”

“รู้อะไร”

“รู้ว่าข้าเป็นกิเลนสายพันธุ์ไหน”

“ข้าไม่รู้” จองกุกส่ายหน้าเล็กน้อย “แต่คิดว่าคงเกี่ยวกับธาตุน้ำ ดูจากที่เจ้ามั่นใจว่าจะคุ้มครองข้าระหว่างวิวัฒนาการได้ในดินแดนน้ำแข็ง”

แทฮยองพยักหน้ารับอย่างเงียบงัน เขาไม่ได้เอ่ยอะไรขึ้นอีก ราวกับว่าหัวข้อเรื่องสายพันธุ์สำหรับเขาเองก็เป็นเรื่องที่อ่อนไหว ดังนั้นแล้วจองกุกจึงพลอยเงียบลงไปด้วย

ท่ามกลางความเงียบที่ต่างฝ่ายต่างก็เข้าสมาธิเดินลมปราณโดยไร้บทสนทนา ในที่สุดไอหนาวก็เริ่มกล้ำกรายเข้ามาจากภายนอก เมื่อจองกุกเลิกผ้าม่านขึ้นอีกครั้ง เขาก็เห็นละอองหิมะเกล็ดหนึ่งปลิดปลิวเข้ามาในรถ ลมหายใจเปลี่ยนเป็นควันขาว โลกภายนอกเป็นสีขาวโพลน ราวกับเขาได้ข้ามมิติมาอีกโลกหนึ่งแล้วอย่างไรอย่างนั้น

แทฮยองที่ลืมตาขึ้นมาแล้วยื่นมือออกมาแตะละอองหิมะ เสียงเปรี๊ยะดังขึ้นก่อนที่ละอองหิมะจะกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งรูปดอกบัวขนาดเท่าฝ่ามือ แทฮยองมอบดอกบัวน้ำแข็งให้เขา ก่อนจะเอ่ยว่า “มารดาของข้าเป็นมนุษย์”

จองกุกที่กำลังชื่นชมดอกบัวน้ำแข็งเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาตื่นตะลึง

“นางเป็นมนุษย์ที่มีรากปราณธาตุน้ำแข็งบริสุทธิ์ ดังนั้นข้าจึงมีความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดมาเป็นมนุษย์สูงมาก ทว่าโชคดี ข้าเกิดมาเป็นกิเลนฟ้า มีเกล็ดสีฟ้าที่หาได้ยากยิ่ง เพราะกิเลนเป็นสัตว์อสูรธาตุผสม ข้าที่เกิดมามีธาตุน้ำแข็งบริสุทธิ์จึงทรงพลังและแปลกแยกในขณะเดียวกัน บางที...ที่ข้าอยากช่วยเจ้าก็เพราะข้าเข้าใจว่าการถูกมองแตกต่างจากคนอื่นและมีคุณสมบัติไม่เข้าพวกนั้นเป็นเช่นไร”

“แล้ว...มารดาของเจ้าเล่า”

 “มนุษย์อายุขัยสั้นมาก นาง...ร่างของนางอยู่ที่นี่” แทฮยองมองดินแดนสีขาวโพลนด้วยสายตาเศร้าสร้อย “พอวางร่างนางลงไป ที่นี่ก็กลายเป็นดินแดนน้ำแข็ง กิเลนไม่ใช่สัตว์อสูรที่ทนความหนาวได้ ดังนั้นนอกจากข้ากับท่านพ่อแล้ว น้อยคนจะมาที่นี่”

รถม้าจอดลงอย่างเงียบเชียบเมื่อถึงจุดที่ไปต่อไม่ได้แล้ว แทฮยองก้าวลงจากรถม้า เส้นผมสีฟ้าของเขาโดดเด่นขึ้นมาท่ามกลางดินแดนน้ำแข็ง ในขณะที่จองกุกกลับดูกลมกลืนกับที่นี่เป็นอย่างยิ่ง

แทฮยองหันกลับมามองเขา อดเอ่ยเสริมไม่ได้ว่า “แม่ของข้ามีเส้นผมสีขาวราวกับหิมะเหมือนเจ้าไม่มีผิด”

จองกุกนิ่งอึ้งไป ก่อนจะสาวเท้าก้าวตามเมื่อเห็นแทฮยองเดินนำลุยหิมะเข้าไป คนของเขาที่ขับรถม้ายืนรออยู่ที่เดิม คล้ายกับว่าไม่อาจเข้าไปไกลกว่านี้ได้แล้ว

แปลกที่จองกุกเองก็ไม่รู้สึกหนาว อาจเป็นเพราะร่างกายของเขาเองก็มีธาตุน้ำอยู่ บวกกับที่เป็นมังกรซึ่งทานทนต่อทุกสิ่งไม่เว้นแม้แต่อุณหภูมิ ดังนั้นจึงยังสามารถเดินลุยหิมะตามร่างสีฟ้าสดใสด้านหน้าไปได้เรื่อยๆ ทว่ายิ่งเดินไปไกล ความหนาวก็ยิ่งเท่าทวี ในตอนที่แทฮยองเลี้ยวที่หลังผาหินแห่งหนึ่ง จองกุกรู้สึกได้ว่าหน้าของเขาชาไปหมดแล้ว

“ถึงแล้ว” เสียงของแทฮยองดังมา เมื่อจองกุกก้าวเลี้ยวตาม ก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นทะเลสาบขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง เหนือทะเลสาบมีชั้นน้ำแข็งปกคลุมอยู่ เขาเห็นแทฮยองหยุดยืนอยู่ริมขอบทะเลสาบ จากนั้นดีดนิ้วทีหนึ่ง ชั้นนำแข็งก็พลันปริแตกแล้วกระจายตัวออกจากกันทันที

เผยให้เห็นผิวน้ำที่มีไอหนาวสีดำสนิทไม่เห็นก้นบึ้ง

แทฮยองหันมายิ้มให้เขา “เอาล่ะ องค์ชายสิบสี่ เชิญลงน้ำได้”

แม้จองกุกจะเตรียมใจมาแล้วว่าจะต้องเจอกับเรื่องยากลำบาก แต่ทะเลสาบหนาวจัดขนาดนี้ อยู่ดีๆจะให้เขาลงไป เขาก็อดเกิดความละล้าละลังไม่ได้ แทฮยองเองก็ไม่ได้เอ่ยเร่ง เพียงแต่ยืนรอเงียบๆ

ผ่านไปหลายอึดใจ จองกุกพลันถอนหายใจออกมาอย่างคนที่ตัดใจได้แล้ว “ข้าต้องถอดเสื้อผ้าหรือไม่”

“ถ้าอยากมีเสื้อผ้าแห้งใส่กลับ ก็ควรถอด” แทฮยองตอบตามจริง

จองกุกได้ยินดังนั้นก็เห็นด้วย เขาลงมือถอดเสื้อผ้า ในตอนที่เสื้อท่อนบนหลุดออกจากร่างจนหมด เผยให้เห็นเรือนกายขาวที่มีมัดกล้ามงดงามลงตัว หางตาของเขาเห็นว่าแทฮยองกำลังหันหน้าไปอีกทาง ในหัวพลันนึกถึงเรื่องคุณชายกิเลนกับหนุ่มเผ่ามังกรนั่นขึ้นมาได้ จองกุกจึงหัวเราะเบาๆขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ทันที ความกังวลพลันลดลงไปไม่น้อย

ทว่าเสียงหัวเราะในลำคอนั้นกลับส่งผลให้คนที่ยืนอยู่ห่างออกไปหน้าแดงวูบ

“เรียบร้อยแล้ว” จองกุกประกาศหลังจากที่ถอดเสื้อผ้าออกจนหมด แทฮยองหมุนตัวกลับมาทำท่าจะเอ่ยอะไร พอเห็นร่างเปลือยเปล่าของเขาก็ชะงักกึกทันที สีแดงแผ่กระจายเต็มใบหน้า จองกุกเห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะแซวว่า “ประมุขน้อย ท่านใจเย็นๆ หากข้าวิวัฒนาการสำเร็จแล้ว ท่านอยากสำรวจ ลูบคลำ หรือทดสอบความแข็งแกร่งของเผ่ามังกรอย่างไรก็ได้”

“ไร้สาระ!” แทฮยองหันหน้าไปทางอื่นพลางกล่าวเสียงดัง “ตัวเจ้าแข็งเป็นหินขนาดนั้น ลูบไปจะรู้สึกดีแค่ไหนกันเชียว เอาล่ะ อย่าเพิ่งแกล้งข้าตอนนี้ ฟังให้ดีนะ พอเจ้าลงไปแล้วข้าจะควบคุมอุณหภูมิในทะเลสาบให้เย็นขึ้นเรื่อยๆ เจ้าต้องดำอยู่ใต้น้ำ ไม่ต้องห่วงว่าจะขาดอากาศตาย ข้ารับรู้ได้ถ้าเจ้าเป็นอะไรไป จะรีบช่วยขึ้นมาทันที แต่ทางที่ดีที่สุด เพื่อการวิวัฒนาการของเจ้าเอง ข้าจะยื้อจนลมหายใจสุดท้ายของเจ้าถึงจะช่วย ตกลงไหม”

จองกุกพยักหน้ารับ

“ดี ถ้าอย่างนั้นเชิญลงไปได้เลย” แทฮยองที่ยืนอยู่ห่างออกไปขยับตัววูบ วินาทีต่อมาเขาก็ปรากฏตัวที่ด้านหลังจองกุกพลางหมุนตัวถีบเข้าที่กลางหลังของเขาอย่างจัง แรงมหาศาลส่งร่างของเขาลอยคว้างก่อนหล่นตูมลงไปในทะเลสาบน้ำแข็ง

วินาทีที่ผิวหนังแตะกระทบถูกน้ำเย็นจัด จองกุกรู้สึกปวดแปลบไปทั้งร่างราวกับโดนเข็มนับหมื่นแสนเล่มทิ่มแทงพร้อมกัน จากนั้นจึงกลายเป็นความปวดร้าวอย่างประหลาด ร่างของเขาจมดิ่งลงในน้ำ อุณหภูมิเย็นจัดอย่างรวดเร็ว ร่างของเขาแทบจะไร้ความรู้สึก แขนขาขยับไม่ได้อย่างใจ ปอดบีบรัดแน่นจนรู้สึกเหมือนจะขาดใจตาย

ทุกอย่างนี้เกิดขึ้นเร็วมากจนเขาตื่นตระหนก

สัญชาตญาณบอกให้ร่างกายปัดป่ายขึ้นสู่ผิวน้ำ ทว่าคำพูดของแทฮยองก่อนหน้านี้บอกเขาว่าให้อยู่ข้างใต้ จองกุกแข็งใจฝืนทน ร่างกายของเขาเกร็งกระตุกไปหมด ทว่าเมื่อคิดถึงผลที่จะตามมาหลังวิวัฒนาการสำเร็จ จองกุกได้แต่เทหมดหน้าตัก เขากัดฟัน ปล่อยให้อากาศในปอดค่อยๆหมดไป ปล่อยให้ร่างกายถูกความเย็นจู่โจม วินาทีนี้แม้แต่เกล็ดมังกรก็ยังผุดพรายขึ้นมาบนผิว แต่ไม่อาจต้านทานความหนาวลึกถึงกระดูกเหล่านี้ได้

เมื่ออากาศเหลือน้อยลงเรื่อยๆ สติของเขาก็เริ่มรางเลือน ทว่าความมุ่งมั่นของเขายังคงอยู่ จองกุกอดทนอยู่ใต้น้ำ เขาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว หรือบางทีเวลาอาจยังไม่ผ่านไปสักเท่าใด เพียงแต่ความทรมานทำให้รู้สึกว่าช่างแสนนาน

เขาฝืนทน ฝืนแข็งใจ จนกระทั่งเริ่มรู้สึกว่ารอบตัวมืดลง จนกระทั่งเขาไม่อาจทนลืมตาใต้น้ำได้อีกต่อไป

วินาทีที่ดวงตาของเขากำลังจะปิดลง เขาคล้ายเห็นแสงสีฟ้าสว่างเจิดจ้าแสงหนึ่งปรากฏขึ้นเหนือผิวน้ำ จากนั้นพลังที่อ่อนโยนสายหนึ่งก็พลันพุ่งแทรกเข้ามา ขับไล่ความหนาวเย็นเสียดแทงออกไป

มือคู่หนึ่งจับไหล่ทั้งสองข้างของเขาไว้ ริมฝีปากอบอุ่นประทับลงบนริมฝีปากที่แทบจะไร้ความรู้สึกของเขา พลังปราณสายหนึ่งถูกส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ไม่นานนักสติของเขาก็กลับคืนมา ร่างกายก็กลับมามีความรู้สึกอีกครั้ง

จองกุกยื่นมือออกไปจับเอวของอีกฝ่ายเอาไว้ตามสัญชาตญาณ

แทฮยองผละริมฝีปากออกทันทีเมื่อมือของเขาวางมือลงไป ท่ามกลางสายน้ำที่โอบล้อมพวกเขา อีกฝ่ายดูไม่เหมือนกิเลนเลยสักนิด แต่เหมือนพรายน้ำแสนสวย แทฮยองสวมเพียงกางเกงสีขาวตัวหนึ่ง เผยให้เห็นเรือนร่างสะโอดสะองงดงาม เส้นผมสีฟ้าสยายอยู่รอบตัวราวกับดอกไม้ทะเลที่ไม่รู้ชื่อ นัยน์ตาสีฟ้าสดใสจับจ้องเขาแน่นิ่ง ก่อนที่เสียงของอีกฝ่ายจะดังขึ้นในหัวของเขาว่า “เจ้าต้องดิ้นรนต่อความตาย ไม่ใช่ยอมรับต่อความตาย”

จองกุกพยักหน้ารับ ยังคงจ้องมองอีกฝ่าย จ้องจนแทฮยองต้องขมวดคิ้วถามว่า “มีอะไรหรือเปล่า”

“ข้า...” จองกุกส่งเสียงตอบกลับผ่านพลังปราณ ทว่ากลับไม่รู้จะพูดอะไรดี สุดท้ายจึงเอ่ยไปว่า “ข้าอยากให้เจ้าอยู่ตรงนี้ด้วย จะได้หรือไม่”

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ตอนที่มือของเขาวางอยู่บนเอวคอดของอีกฝ่าย เขากลับไม่อยากปล่อยมือขึ้นมาเสียอย่างนั้น แทฮยองคล้ายไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ จึงครุ่นคิดอย่างจริงจังแล้วตอบว่า “ถ้ามีข้าอยู่ เจ้าจะไม่ดิ้นรนเพื่อวิวัฒนาการเพราะรู้ว่ามีข้าช่วยน่ะสิ”

จองกุกส่ายหน้า มือที่แต่เดิมวางอยู่บนเอวของอีกฝ่ายเคลื่อนไปยังแผ่นหลังของอีกฝ่ายทันควัน โอบรั้งเอาไว้ไม่ยอมให้เขาขยับไปไหน แทฮยองเบิกตากว้าง เขาบิดตัวดิ้นรน แต่กลับไม่อาจเอาชนะกำลังของเผ่ามังกรได้เลย

“นี่เจ้า...”

ยิ่งอีกฝ่ายดิ้นรน จองกุกกลับเริ่มรู้สึกว่าภายในร่างมีพลังบางอย่างกำลังก่อตัว เขารีบบอกแทฮยอง “แทฮยอง ข้ารู้สึกแปลกๆ”

“หา?” แทฮยองสะดุ้ง ก่อนจะรู้ตัวว่าเข้าใจผิดเมื่อเห็นแววตาที่ยังใสกระจ่างของอีกฝ่าย เขารีบถามว่า “เกิดอะไรขึ้น”

“มีขุมพลังบางอย่างก่อขึ้นในตัวข้า” จองกุกยื่นมือให้แทฮยอง ฝ่ายหลังรีบคว้าจับแล้วส่งพลังเข้าไปสำรวจทันที สีหน้าของแทฮยองแปรเปลี่ยนไป เขามองจองกุกด้วยสายตาหวาดหวั่นจนจองกุกตกใจ “ทำไม มีอะไรหรือ”

“ไม่...ไม่มี” แทฮยองรีบส่ายหน้า “เอ่อ ข้าว่าวิธีนี้คงไม่ได้ผลแล้วล่ะ พวกเราขึ้นไปข้างบนกันก่อน แล้วคิดหาวิธีกระตุ้นใหม่ดีไหม”

“เจ้า...” จองกุกหรี่ตามองแทฮยองมีอยู่ดีๆก็มีท่าทางร้อนรน เขาโคจรพลัง จับสังเกตพลังในร่าง

ดูเหมือนพลังนี้...จะก่อตัวขึ้นหลังจากที่แทฮยองส่งพลังปราณให้เขา และมีปฏิกิริยาขึ้นมาหลังจากที่เขาแตะต้องอีกฝ่ายสินะ? และดูจากท่าทางร้อนรนอยากจะหนีไปของแทฮยองแล้ว คล้ายกับว่า...พลังที่จู่ๆก็ก่อตัวขึ้นในร่างของเขานี้จะเกี่ยวข้องกับอีกฝ่าย

แทฮยองเห็นสีหน้าและแววตาของจองกุกที่มองมาก็รู้ว่าตัวเองย่ำแย่เป็นแน่แล้ว เขารีบเผยรอยยิ้มจืดเจื่อน กล่าวว่า “พี่ชายมังกรใจเย็นๆก่อน ข้า ข้าอธิบายเอง คือว่า...มันก็มีบางที่ เอ่อ พลังหรือพรสวรรค์ยกระดับขึ้นได้ผ่านการ...ผ่านการฝึกวิชาคู่ หรือ...หรือถ่ายทอด หรือกระตุ้นพลังผ่านการ เอ่อ...เพียงแต่ว่าเรื่องแบบนั้น...ข้า...”

จองกุกพลันเข้าใจได้ในทันที เขามองสีหน้าร้อนรนระคนกระดากอายของอีกฝ่าย ก่อนจะค่อยๆกล่าวว่า “แทฮยอง เจ้าก็รู้ใช่หรือไม่ว่าการวิวัฒนาการนั้นสำคัญกับข้ามากแค่ไหน”

“ใช่ ข้ารู้” แทฮยองยอมรับ “แต่ข้าก็ไม่ได้สนิทกับเจ้าถึงขั้นต้องช่วยทำให้สำเร็จนี่”

“เจ้าเข้าใจผิดแล้ว” จองกุกส่ายหน้า “เพื่อให้ข้าได้วิวัฒนาการและเกล็ดมังกรของข้าเกิดสีสันขึ้น ข้ายอมทำได้ทุกอย่าง แม้แต่เสี่ยงตายข้ามมิติไปโลกมนุษย์ หรือเสี่ยงตายบุกเข้าตำหนักราชากิเลนเพื่อของวิเศษชิ้นที่เจ้าบอก ตอนนี้ข้าพบว่าวิธีที่จะทำให้ข้าวิวัฒนาการปรากฏขึ้นตรงหน้าแล้ว ซ้ำยังง่ายกว่าที่คิด อีกทั้งยังไม่ต้องเสี่ยงตาย ระหว่างเดินทางข้ามจักรวาลหรือต่อสู้กับราชากิเลน การลงแรงจัดการเจ้าดูเหมือนจะง่ายกว่าอย่างเห็นได้ชัด”

แทฮยองหน้าเปลี่ยนสี รีบส่ายหน้ากล่าวว่า “ใจเย็นๆ ใจเย็นๆ เจ้าคิดจะทำอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจา ตอนนี้เจ้าอยู่ในทะเลสาบน้ำแข็ง หากข้าถอนพลังออกเมื่อไหร่ เจ้าจะกลับไปแข็งทื่อปางตายเหมือนเดิม อื้อ!

เอ่ยยังไม่ทันจบดี องค์ชายมังกรผู้มีเป้าหมายในใจก็ไม่รอช้า ริมฝีปากประกบลงไปบนเรียวปากของอีกฝ่ายทันที แขนข้างหนึ่งรั้งเอวอีกฝ่ายเอาไว้ ฝ่ามืออีกฝ่ายประคองข้างแก้มของอีกฝ่ายเอาไว้ในอุ้งมือ ขาสองข้างเกี่ยวรัดขาอีกฝ่ายเอาไว้แน่น พริบตาเดียวร่างของพวกเขาก็พัวพันแนบชิดสนิทกัน พลังประหลาดที่กำลังก่อตัวในร่างของจองกุกพลันลุกฮือขึ้นมา จากนั้นวิ่งไปทั่วร่างของเขา ส่งผลให้ร่างของเขาร้อนผ่าว อารมณ์บางอย่างก็พุ่งพล่านตามไปด้วย ดวงตาที่ก่อนหน้านี้ยังใสกระจ่าง เริ่มปรากฏแรงปรารถนาที่ค่อนข้างคลุ้มคลั่งขึ้นมา

ร่างที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาช่างอ่อนนุ่ม สัมผัสตอนลูบผ่านทั้งเรียบเนียนและเย็นสบาย ยิ่งร่างของเขาร้อนมากขึ้นเท่าไร ร่างของแทฮยองก็ยิ่งเหมือนหยกเย็นจัดที่เขาไม่อยากผละจาก ริมฝีปากบดคลึงดูดเค้นอย่างโลภโมโทสัน ปลายลิ้นสอดแทรกเข้าไป หลอกเย้าลิ้นนุ่มเย็นจัดนั้น จากนั้นดูดกลืนปลายลิ้นอีกฝ่าย เขาขบเม้มริมฝีปากของอีกฝ่ายอย่างแรง โลหิตหวานหอมซึมออกมา จองกุกกลืนกินอย่างหิวกระหาย พลังในร่างของเขาโหมกระหน่ำไปทั่วเส้นลมปราณอย่างบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม ราวกับเลือดของแทฮยองเป็นโอสถชั้นเลิศสำหรับเขา

แทฮยองยึดไหล่ของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น เขาเองก็สัมผัสได้ว่าพลังในตัวของจองกุกตื่นขึ้นได้เพราะเขา เขาถึงขั้นระแคะระคายตั้งแต่รู้ว่าอีกฝ่ายมีสายเลือดมังกรฟ้าแล้ว กิเลนฟ้ากับมังกรฟ้ามีสายเลือดที่ใกล้เคียงกันมาก โดยเฉพาะเมื่อตัวของเขาคือกิเลนฟ้าที่มีธาตุน้ำแข็งบริสุทธิ์ ธาตุน้ำแข็งบริสุทธิ์นั้นทรงอำนาจกว่าธาตุน้ำ ดังนั้นเขารู้อยู่ก่อนแล้วว่าบางทีปัจจัยที่สามารช่วยให้จองกุกวิวัฒนาการได้คือตัวของเขาเอง

แม้เขาจะยอมรับว่าจองกุกเป็นชายหนุ่มที่ไม่เลว ทั้งเขายังรู้สึกถูกชะตาอย่างหาได้ยากยิ่ง แต่เขาย่อมไม่อยากทำอะไรเช่นนี้กับคนที่เพิ่งรู้จักเพียงสองวัน ทว่า...ไม่อยากก็ส่วนไม่อยาก ใครใช้ให้เขาไม่มีปัญญาดิ้นรนออกจากกรงเล็บมังกรของคนคนนี้กันเล่า

ตอนที่จองกุกผละริมฝีปากออกและหอบหายใจ แทฮยองทำได้เพียงถลึงตามองเขาอย่างโกรธแค้น ริมฝีปากแดงที่ชอกช้ำส่งผลให้ประมุขน้อยเผ่ากิเลนยิ่งดูเย้ายวนเกินต้านทาน หากไม่มีพลังของแทฮยองช่วยเอาไว้ เกรงว่าจองกุกต้องเผลอสูดลมหายใจเข้าลึก จากนั้นก็ถูกน้ำเย็นๆไหลเข้าปอดและตายเร็วขึ้นแน่

คิดถึงตรงนี้ ในเมื่อเขาไม่จำเป็นต้องเสี่ยงตายอยู่ใต้น้ำแล้ว อีกทั้งพลังในร่างก็พุ่งพล่าน จองกุกรัดร่างแทฮยองแนบอก จากนั้นระเบิดพลังส่งตัวเองขึ้นจากน้ำ เขาพาร่างแทฮยองร่อนลงที่ริมทะเลสาบ จากนั้นจึงกดร่างของอีกฝ่ายลงบนพื้นอย่างรวดเร็ว

“พี่ชายมังกร! องค์ชายสิบสี่! จองกุก!” แทฮยองเริ่มร้องโวยวายเมื่อขึ้นมาจากน้ำแล้วถูกกดลงบนพื้น “เดี๋ยวก่อน ช่วยใจเย็นๆแล้วฟังข้าก่อนได้ไหม เจ้าจะมาพรากความบริสุทธิ์ของข้าไปง่ายๆแบบนี้ไม่ได้นะ!

จองกุกตรึงสองแขนของเขาลงบนพื้นที่มีหิมะปกคลุม ความหนาวเย็นบนพื้นสู้ในน้ำไม่ได้ เมื่ออยู่ที่นี่ร่างที่แข็งแกร่งของเผ่ามังกรบวกกับความร้อนในร่างทำให้เขาไม่กริ่งเกรงความหนาวอีกต่อไป จองกุกโน้มใบหน้าลงไปจุมพิตแทฮยอง ถามเสียงเบาว่า “เช่นนั้นต้องทำเช่นไรเจ้าจึงยอมมอบความบริสุทธิ์ให้ข้า?”

“ไสหัวไป! ถามเช่นนี้จะให้ข้าตอบอย่างไร ความบริสุทธิ์ของข้าย่อมต้องมอบให้กับคนรัก ภรรยา หรือสามีของข้าอยู่แล้ว เรื่องอะไรจะมาอุทิศตัวช่วยเจ้าวิวัฒนาการ ฝันไปเถอะ!

“ข้าคิดว่าด้วยพลังฝีมือของเจ้า การจะสังหารข้าให้ตายไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรนัก แต่นอกจากดิ้นรนพอเป็นพิธีกับต่อว่าข้าแล้ว เจ้าก็ดูไม่ได้รังเกียจข้านี่ หากเจ้าไม่ได้รู้สึกอะไรกับข้าเลย เหตุใดจึงไม่กล้าลงมือ” จองกุกถาม พลางทิ้งน้ำหนักตัวลงไป ทาบทับอยู่บนร่างของแทฮยองไม่ให้ขยับไปไหนได้ ริมฝีปากแตะลงบนใบหูของเขาอย่างร้ายกาจ ทั้งยังฝากลมหายใจร้อนผ่าวเอาไว้จนใบหูของแทฮยองเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

เหตุใดจึงไม่กล้าลงมือน่ะหรือ...เขาก็ไม่รู้เหมือนกัน!

แม้จะบอกว่านิสัยของเขาไม่ใช่คนชอบการต่อสู้นั้นก็ไม่ใช่ จะบอกว่าเพราะเผ่ากิเลนรักสงบยิ่งแล้วใหญ่ ภายใต้สถานการณ์ที่แทบจะถูกข่มขืนโดยบุรุษต่างเผ่าอยู่รอมร่อเช่นนี้ ต่อให้รักสงบไม่ชอบสู้แค่ไหนก็ต้องสู้ตายกันสักยก แต่ไม่ว่าแทฮยองจะโกรธแค่ไหน เขากลับไม่มีความอยากลงมือทำร้ายอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

หากจะให้ยอมรับตามตรงอย่างหน้าไม่อายแล้วล่ะก็ เขายังต้องบอกว่าสายเลือดในตัวเขามันก็กำลังพุ่งพล่าน โหยหาความร้อนที่ปะทุอยู่ในร่างของอีกฝ่ายด้วยเหมือนกัน!

นี่ก็คือการตอบรับกันของสายเลือด ซึ่งแทฮยองเคยอ่านผ่านตาในตำราโบราณเท่านั้น!

พูดอีกอย่างก็คือ สายเลือดมังกรฟ้ากับกิเลนฟ้ากำลังร้องหากัน กระตุ้นกันและกัน เพื่อการวิวัฒน์ที่เท่าเทียม นั่นยิ่งเป็นการตอกย้ำข้อสันนิษฐานของเขาที่ว่า...หากเขากับจองกุกร่วมสัมพันธ์กันแล้วล่ะก็ ทั้งเขาและจองกุกจะยกระดับความเข้มข้นของรากปราณในร่างและพลังแฝงของสายเลือดที่ส่งผลต่อสีของเกล็ดด้วยกันทั้งคู่

แต่แทฮยองรู้ดี เขาวิวัฒนาการไม่ได้ เพราะเขามีความเป็นมนุษย์อยู่ครึ่งหนึ่ง การมีสัมพันธ์กับจองกุกเพียงแต่ทำให้พลังฝีมือของเขาสูงขึ้นเท่านั้น คนที่ได้ประโยชน์จริงๆยังคงเป็นองค์ชายมังกรที่ไม่อาจเรียกได้ว่าสหายด้วยซ้ำ มารดามันเถอะ แถมเจ้าองค์ชายมังกรคนนี้ ดูทรงแล้วหลังจากวิวัฒนาการสำเร็จจะต้องรีบกลับพิภพมังกรไปแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาทมังกรทันที เขามีค่าเป็นเพียงเครื่องมือช่วยวิวัฒนาการเท่านั้นเอง

คิดถึงตรงนี้ แทฮยองตัดสินใจไม่ทนอีกต่อไปแล้ว

เขายกฝ่ามือขึ้นทาบลงบนหน้าอกของจองกุก พลังปราณสีฟ้าสว่างวาบ จองกุกไหวตัวทันอย่างไม่น่าเชื่อ เขาพลิกตัวออก ใช้มือข้างหนึ่งจับข้อมือของแทฮยองเอาไว้แน่น กดมือทั้งสองข้างของเขาลงบนพื้นหิมะอีกครั้งอย่างแน่นหนาแล้วพลิกตัวกลับมาคร่อมเอาไว้อีกครั้ง นัยน์ตาสีเทาเงินเรืองรองขึ้นมาด้วยความโกรธ

“แทฮยอง คิดทำร้ายข้าอย่างนั้นหรือ เจ้าเตรียมรับผลที่จะตามมาเอาไว้แล้วหรือยัง?”

ขณะที่แทฮยองคิดจะโต้ตอบ คนที่อยู่ด้านบนก็ก้มลงมา กัดลงบนหัวไหล่ของเขา แทฮยองสะดุ้งเฮือก ผิวเจ็บแปลบจนต้องเบ้หน้า “อะ โอ๊ย จองกุก! เจ้าบังอาจกัดข้า”

“ใครเริ่มก่อนกันแน่”

“ใครคิดขืนใจข้าก่อนกัน”

“แล้วใครเป็นฝ่ายจูบข้าก่อนเล่า?” จองกุกย้อนอย่างรวดเร็ว “อย่าบอกว่าเจ้าทำไปเพื่อถ่ายพลังปราณช่วยชีวิตข้า จูบก็คือจูบ เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนอย่างไรกัน ข้าพูดจริงทำจริงเสมอ”

“มันไม่เกี่ยวว่าเจ้าจะพูดจริงทำจริงหรือไม่ ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการพลัง ต้องการให้เกล็ดมีสี แต่ข้าเองก็มีศักดิ์ศรีของข้า ข้าเป็นประมุขน้อยแห่งเผ่ากิเลน เป็นองค์ชายที่ฐานะไม่ได้ด้อยศักดิ์ไปกว่าเจ้า ด้วยเกล็ดสีฟ้าของข้า ข้ายังมีฐานะสูงกว่าเจ้าด้วยซ้ำ! แล้วทำไมข้าต้องยอมให้เจ้าทำเรื่องแบบนี้กับข้า โดยที่สุดท้ายแล้วมีแต่เจ้าที่ได้ประโยชน์”

จองกุกชะงักไปเมื่อได้ยินแทฮยองตะโกนใส่ เขามองดูใบหน้าไม่ยินยอมพร้อมใจของอีกฝ่าย มองดูคนงามใต้ร่างที่เส้นผมแผ่สยายอยู่บนหิมะขาว ใบหน้าหล่อเหลางดงามทั้งเสียใจโกรธแค้นและเจ็บปวด วินาทีนั้นพลังที่บ้าคลั่งอยู่ในร่างเขาพลันสงบลงวูบราวกับถูกน้ำเย็นสาดเข้าใส่

เขาค่อยๆปล่อยมือออกจากข้อมือของอีกฝ่าย จากนั้นจึงลูบแก้มของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนทำให้แทฮยองที่อารมณ์หลากหลายอัดแน่นในอกตัวแข็งทื่อ วินาทีต่อมาจองกุกก็ก้มหน้าลงมา จุมพิตริมฝีปากของเขาอีกครั้งอย่างแผ่วเบา

“ข้าขอโทษ” เขาค่อยๆซบหน้าลงบนร่างของแทฮยอง เอ่ยเสียงแผ่วอย่างไร้เรี่ยวแรง “ข้าเพียงแต่...เห็นแก่ตัวเกินไป กระหายอำนาจเกินไป...ข้าขอโทษ แทฮยอง”

เส้นผมสีขาวกลืนไปกับหิมะ หล่นระลงมาสัมผัสร่างของผู้ที่นอนอยู่บนพื้น แทฮยองแตะเส้นผมของอีกฝ่าย เกี่ยวปอยผมสีขาวพิสุทธิ์ขึ้นมาไว้ในมือ

“เจ้า...จำเป็นต้องขึ้นเป็นรัชทายาทมังกรให้ได้?”

จองกุกได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย เขาค่อยๆยันตัวขึ้นนั่ง ฝ่ามือโบกวูบเดียว กางเกงที่เขาถอดเอาไว้ก็ลอยเข้ามือ เขาลุกขึ้นยืน สวมใส่กางเกงให้เรียบร้อยทั้งที่ยังก้มหน้าอยู่ ทำให้แทฮยองไม่อาจเห็นสีหน้าของเขา ทว่าหลังจากที่สวมกางเกงแล้ว เขาก็หันมาประคองแทฮยองลุกขึ้น หยิบเสื้อผ้ามาช่วยสวมใส่ให้แทฮยองราวกับบ่าวปรนนิบัติเจ้านาย การกระทำของเขาทำเอาแทฮยองตกตะลึง

หลังจากช่วยแทฮยองผูกสายคาดเอวเสร็จแล้ว เขาจึงเงยหน้าขึ้นแล้วเอ่ยว่า “มารดาข้าถูกฆ่าตายเพราะให้กำเนิดข้า ข้าจำเป็นต้องมีอำนาจเพื่อแก้แค้น”

ถูกฆ่าตายเพราะให้กำเนิดเขา?

แทฮยองเบิกตากว้าง มองดูชายหนุ่มผมขาวที่ดูอ้างว้างยิ่งกว่าดินแดนน้ำแข็งแห่งนี้ด้วยสายตาตกตะลึง นัยน์ตาของอีกฝ่ายแดงก่ำ อัดแน่นไปด้วยความโศกเศร้า แค้นเคือง และเสียใจ เขาเอื้อมมือมาจับข้อมือของแทฮยองเอาไว้ เอ่ยว่า “แทฮยอง ข้าขออภัยจริงๆสำหรับความไร้มารยาทและไร้ยางอาจที่ทำลงไปเมื่อครู่”

มองเห็นท่าทางของเขาแล้ว แทฮยองพลันรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา ในอกของเขาคล้ายมีความรู้สึกปวดแปลบเบาๆ เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นเอื้อมมือมาคว้ากุมหัวใจของเขาเอาไว้แล้วค่อยๆกำมือบีบรัดอย่างช้าๆ สายเลือดในกายของเขาเองก็หยุดดิ้นรนแล้ว ทว่านั่นกลับทำให้เขารู้สึกเคว้งคว้าง เขาพลิกมือเป็นฝ่ายกุมมือของอีกฝ่ายเอาไว้แทน

“เล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่ เรื่องมารดาของเจ้า”

จองกุกเล่าออกมาทันที ราวกับเขาปรารถนาจะมีใครสักคนที่รับฟังความอัดอั้นในใจของเขามาแสนนานแล้ว “มารดาของข้าเป็นธิดาของพญามังกรแดง ด้วยชาติกำเนิดของนาง สมควรเป็นชายาของพญามังกรองค์ไหนก็ได้ เป็นราชินีองค์ต่อไปของเผ่ามังกรแดงก็ได้ แต่เพราะนางหลงใหลในตัวราชามังกร...บิดาข้า นางดื้อดึงลดตัวมาเป็นพระสนม ใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะตั้งครรภ์ ทว่ากลับให้กำเนิดลูกมังกรสีขาวปลอดออกมาตัวหนึ่ง ราชินีมังกร...ฉวยโอกาสที่มารดาเสียใจเรื่องข้า ยุยงให้มีปากเสียงกับราชามังกร ทะเลาะกันใหญ่โต สุดท้ายป้ายสีนางว่าคบชู้ สายเลือดสูงส่งระหว่างมังกรแดงกับมังกรทองจะให้กำเนิดมังกรไร้สีออกมาได้อย่างไร ดังนั้นนางจึงถูกประหาร...ตอนนั้นข้าเพิ่งจำความได้ ก็ได้เห็นนางกลายเป็นละอองดาวปลิวหายไปต่อหน้าต่อตาแล้ว”

แทฮยองนิ่งงันไป เขาหลุบตาลง มือที่กุมมือของอีกฝ่ายเอาไว้กระชับแน่นขึ้น

“ข้าเสียใจด้วย เรื่องมารดาของเจ้า” แทฮยองกล่าวเสียงเบา

“ไม่เป็นไร เพียงแต่นั่นทำให้ข้าแค้นมาตลอด แค้นที่ตัวเองเกิดมาไร้สี กลายเป็นต้นเหตุให้มารดาต้องตาย ดังนั้น...เพื่อให้ตัวเองมีสี ข้าทำทุกวิถีทางแล้ว ที่จริง...ด้วยนิสัยของข้า ข้าสมควรจับเจ้ามัดเอาไว้ จากนั้นทำตามที่ตั้งใจโดยไม่ต้องสนใจความรู้สึกของเจ้า แต่ว่า...ข้าทำไม่ได้” จองกุกใช้มือข้างที่ว่างอยู่ลูบหน้าของแทฮยองเบาๆ “ข้าว่าข้าต้องชอบเจ้าเข้าแล้วเป็นแน่ ข้าไม่กล้าลงมือต่อเจ้า กลัวว่าจะกลายเป็นทำให้เจ้าเกลียดข้า กลัวจะเป็นการทำลายศักดิ์ศรีของเจ้า”

แทฮยองก้มหน้าลง ทันใดนั้นเขาก็ยกมือขึ้น ในขณะที่จองกุกไม่ทันได้ตั้งตัว เขาก็เห็นแทฮยองเสกมีดขึ้นมาจากน้ำแข็ง แล้วแทงเข้าใส่หน้าอกของตัวเองในตำแหน่งหัวใจอย่างรวดเร็ว!

พรวด!

แทฮยองดึงมีดออก หยดเลือดสีน้ำเงินพลันไหลทะลักออกมาจากตำแหน่งหัวใจของเขา เขาใช้นิ้วปาดเลือดนั้นขึ้นมา ยัดนิ้วใส่ปากจองกุกที่กำลังตกตะลึง

ประมุขน้อยเผ่ากิเลนกัดฟันแน่น เสกน้ำแข็งขึ้นมาปิดปากแผลเอาไว้ เขาทาบมืออีกข้างลงบนอกของจองกุก แสงสีฟ้าพลันระเบิดออกมาแล้วพุ่งวูบเข้าไปในร่างของอีกฝ่ายโดยฉับพลัน ร่างของจองกุกลอยคว้างขึ้น จากนั้นปลิวตกลงไปในทะเลสาบอีกครั้ง

จองกุกรู้สึกได้เพียงว่าพลังที่บ้าคลั่งปรากฏขึ้นในร่างของเขาอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงกว่าก่อนหน้ามาก เลือดของแทฮยองที่ไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาก็ราวกับยาพิษ มันแผดเผาลำคอของเขา เขารู้สึกว่าทั้งร่างเจ็บปวดไปหมด ราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

แทฮยองที่อยู่ริมฝั่งทรุดตัวลงนั่งอย่างช้าๆ เขาหลับตาลงอย่างอ่อนล้า รอยยิ้มจางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา

ทันใดนั้น ผิวน้ำที่สงบนิ่งของทะเลสาบพลันระเบิดออก มังกรสีขาวตัวหนึ่งทะยานขึ้นมาจากน้ำ ร่างใหญ่โตบิดไปมาอยู่กลางอากาศพลางร้องคำรามด้วยความเจ็บปวด เกล็ดทั้งร่างมีเลือดสีแดงไหลซึม ราวกับว่าร่างกายกำลังปริแตก ท้องฟ้าปั่นป่วน เมฆฝนรวมตัว สายฟ้าแปลบปลาบราวกับเป็นสัญญาณของพายุ แม้แต่ผิวน้ำยังเดือดพล่าน หิมะหยุดร่วงหล่น พลังธรรมชาติฟ้าดินที่ไหลเวียนในดินแดนน้ำแข็งผันผวนปรวนแปรไปหมด

แทฮยองใช้มือกดแผลที่หน้าอกไว้ โบกมือคราหนึ่ง กำแพงสีฟ้าก็พลันปรากฏขึ้นทั้งสี่ทิศของดินแดนน้ำแข็ง ปิดกั้นสภาพปั่นป่วนภายในที่แห่งนี้เอาไว้ ไม่ให้คนภายนอกรับรู้

ที่บนท้องฟ้า มังกรสีขาวหิมะขดตัวเป็นวง ระหว่างรอยแยกของเกล็ดเลือดสีแดงหายไปตั้งแต่ตอนใดไม่อาจทราบได้ แทนที่ด้วยแสงสีท้องเจิดจ้า และเลือดสีน้ำเงินที่คุ้นตาไหลซึมออกมาแทนที่ ในตอนนั้นเองที่สีน้ำเงินค่อยๆไหลซึมเข้าไปในเกล็ดสีขาวสะอาด ตามด้วยแสงสีทองเคลือบทับลงไปอีกชั้น ร่างสีขาวค่อยๆถูกสีน้ำเงินและสีทองเข้ากลืนกิน

พายุสายฟ้าขนาดมหึมารวมตัวอยู่ด้านบนร่างมังกรที่กำลังเปลี่ยนสี คล้ายพร้อมกระหน่ำฟาดลงมาทุกเมื่อ แทฮยองรู้ว่านั่นคือภัยพิบัติอันเกิดขึ้นมาเทพอสูรทำการวิวัฒน์ เขาลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก แสงสีฟ้าปกคลุมร่างของเขาเอาไว้ พริบตาต่อมา ร่างของสัตว์อสูรสีฟ้าอมเขียวก็พลันปรากฏขึ้นบนฟากฟ้าเหนือร่างของมังกร กิเลนฟ้าอ้าปากร้องคำราม พลังมหาศาลพุ่งแผ่ออกมาจากร่างที่วิจิตรงดงามนั้น กระแทกพายุสายฟ้าอย่างแรง ไม่ยอมปล่อยให้สายฟ้าได้ฟาดลงโดนมังกรที่กำลังอยู่ในขั้นตอนวิวัฒนาการได้โดยเด็ดขาด

ชั้นน้ำแข็งผุดขึ้นกลางท้องฟ้า ปิดกั้นไว้ราวกับเป็นเพดานโปร่งใส สายฟ้าที่อ่อนแรงลงบ้างแล้วฟาดกระหน่ำลงมา ทุกครั้งที่ชั้นน้ำแข็งแตกไปจะถูกสร้างขึ้นใหม่แทนที่ในทันที กิเลนฟ้ายืนคุมเชิงอยู่กลางอากาศ กีบเท้าย่ำบนเมฆอย่างนุ่มนวล สายตาแข็งกร้าวจับจ้องภัยพิบัติแน่นิ่ง

ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร กิเลนฟ้าคล้ายเริ่มไม่อาจทานทนรับได้ ศีรษะที่เชิดสูงเริ่มตกลง ขาเรียวทั้งสี่ข้างเริ่มสั่นสะท้าน แทฮยองก้มลงมองเบื้องล่าง กลับมองไม่เห็นว่าจองกุกวิวัฒนาการไปถึงไหนแล้ว รอบกายมังกรมีไอหมอกสีทองบดบังเอาไว้จนมิด

เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า รับรู้ได้ว่าตนเองรับต่อไปไม่ไหวแล้ว เขาเสียพลังไปมากกับการช่วยให้จองกุกวิวัฒนาการ

ในตอนที่สายฟ้ากลุ่มใหม่จะฟาดลงมานั้นเอง พลังสายหนึ่งก็พุ่งขึ้นมาจากด้านล่าง ผ่านร่างของกิเลนฟ้าไป กระแทกเข้าใส่พายุสายฟ้าอย่างจัง

พลังสายนั้นถึงกับสลายพายุสายฟ้าทั้งลูกไปในคราเดียว!

แทฮยองวางใจในที่สุด แสงสีฟ้าสว่างวาบ กิเลนฟ้าขนาดยักษ์พลันกลับคืนสู่ร่างมนุษย์ ใบหน้าหล่อเหลาเผือดซีดไร้สีเลือด แม้การแทงหัวใจตัวเองจะไม่ทำให้เทพอสูรระดับสูงอย่างเขาตาย แต่ก็ทำให้บาดเจ็บหนักมากทีเดียว

หมอกสีทองกระจายตัวออก มังกรตัวหนึ่งทะยานฟ้าขึ้นมา เกล็ดสีไพลินเปล่งกระกายสีทองระยิบระยับ นัยน์ตาสีแดงราวกับโกเมนจับจ้องเขาอย่างลึกซึ้ง งดงามสง่าน่าเกรงขาม ขุมพลังที่อีกฝ่ายมีคล้ายมากกว่าตอนเป็นสีขาวหลายเท่า แทฮยองรับรู้ได้ทันทีว่าต่อให้ตอนนี้เขาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด ก็สู้มังกรตัวนี้ไม่ได้แน่

เขายิ้มให้อีกฝ่ายอย่างอ่อนแรง

แสงสีทองสว่างวาบ จองกุกในร่างมนุษย์ขยับเข้ามาโอบเอวกอดร่างเขาเอาไว้ ฝ่ามือทาบทับลงบนอกเสื้อที่เปื้อนเลือดพร้อมถ่ายเทพลังรักษา แทฮยองจับจ้องใบหน้าหล่อเหลาที่ดูแปลกตาด้วยความสนใจ

แม้ว่าใบหน้าและรูปร่างของจองกุกจะเหมือนเดิมทุกประการ แต่เส้นผมของอีกฝ่ายไม่ใช่สีขาวอีกต่อไปแล้ว มันเป็นสีน้ำเงินเข้มคล้ายผืนฟ้ายามแรกรัตติกาล แทรกไว้ด้วยประกายสีทองประหลาดที่สะท้อนแสงอาทิตย์ นัยน์ตาของอีกฝ่ายก็ไม่ใช่สีเงิน กลับกลายเป็นสีแดงราวอัญมณี ขับรูปลักษณ์ของเขาให้ดูลึกลับน่าหลงใหล

จองกุกรับรู้ว่าตนเองถูกจ้องมอง เขาสบตาแทฮยอง ก่อนจะเอ่ยว่า “เจ้าไม่ยอมมีอะไรกับข้า แต่กลับยอมเอามีดแทงหัวใจเพื่อเอาเลือดให้ข้า เจ้า...ตกลงแล้วเจ้าคิดอย่างไรกันแน่”

“ฮ่าๆๆ” แทฮยองฝืนหัวเราะ “เพราะเจ้าบอกว่าชอบข้า และข้าเข้าใจที่เจ้าอยากมีพลัง ข้าจึงสละเลือดในหัวใจให้เจ้าใช้เป็นฐานในการวิวัฒนาการ หากเปลี่ยนเป็น...สมมติว่าเจ้ากับข้ารู้จักกันมานานกว่านี้ แล้ววันนี้เจ้าบอกว่ารักข้า ข้าก็อาจเปลี่ยนเป็นยอมมอบความบริสุทธิ์ให้เจ้าก็ได้”

เขาเคยบอกจองกุกก่อนหน้านี้แล้ว ว่าวิธีที่จะทำให้ขุมพลังเลื่อนขั้นนั้นมีมากมายหลากหลาย

การร่วมรักเป็นเพียงหนึ่งในหลายวิธี แต่นับเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดเช่นกัน นอกจากวิธีนี้แล้ว การใช้เลือดจากหัวใจของสัตว์อสูรในเผ่าเดียวกัน หรือมีสายเลือดใกล้เคียงแต่เข้มข้นกว่าก็สามารถใช้เป็นตัวกระตุ้นการวิวัฒนาการได้ ส่วนวิธีที่รุนแรงและน่ากลัวที่สุดที่แทฮยองรู้ก็คือ การกลืนกิน

เขาย่อมไม่คิดจะให้จองกุกจับเขากินแล้วสูบพลังจากเลือดเนื้อของเขาไปเป็นฐานในการวิวัฒน์ และเขาก็ยังยืนยันที่จะไม่ยอมมีอะไรกับคนที่เพิ่งรู้จักกันสองวัน

ดังนั้น...ในเมื่อใจร้อนรนอยากจะช่วยอีกฝ่าย เขาจึงตัดสินใจใช้วิธีที่พอรับได้ที่สุด นั่นคือมอบเลือดจากหัวใจของตัวเองให้อีกฝ่าย ด้วยคิดแค่ว่า...อย่างน้อยด้วยระดับความแข็งแกร่งของประมุขน้อยเช่นเขา คงไม่ถึงกับตาย

เลือดจากหัวใจกิเลนฟ้า ย่อมสามารถกระตุ้นขุมพลังที่ซ่อนอยู่ในตัวของจองกุกขึ้นมาได้ บวกกับเขามอบพลังปราณธาตุน้ำแข็งของตัวเองให้อีกฝ่ายไปไม่น้อย กระตุ้นให้พลังอะไรก็ตามที่ยังไม่ยอมตื่นในกายของอีกฝ่ายจำต้องลุกขึ้นมาต่อต้านพลังปราณน้ำแข็งแปลกปลอมออกไป สุดท้ายก็ชักนำจองกุกเข้าสู่การวิวัฒนาการได้สำเร็จ

“เจ้าทำเพื่อข้าไม่น้อยจริงๆ” จองกุกใช้ดวงตาสีแดงมองเขา คล้ายรู้เท่าทันบางอย่าง มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มขณะที่ประคองร่างแทฮยองลงมาบนพื้น เขาโน้มใบหน้าลงจุมพิตริมฝีปากของแทฮยองอีกครั้ง เอ่ยทั้งที่ริมฝีปากยังบดเบียดกับอีกฝ่ายว่า “ชอบข้าเข้าแล้วเหมือนกันใช่หรือไม่”

แทฮยองไม่ตอบ เขาเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ก่อนจะถามว่า “ตอนนี้เจ้าวิวัฒนาการสำเร็จแล้ว จะกลับเผ่ามังกรเลยหรือไม่”

“ไม่อยากเห็นหน้าข้าแล้วหรือ” จองกุกจับคางเขาให้หันกลับมา “แทฮยอง ข้าบอกเจ้าไปแล้วว่าข้าชอบเจ้าเข้าแล้ว”

“ข้ารู้แล้ว” แทฮยองไม่ได้ปกปิดสีหน้าที่แดงเรื่อขึ้นเล็กน้อยของตนเอง เขายิ้มเจื่อนก่อนเอ่ยว่า “แต่เจ้ามีเป้าหมายเป็นรัชทายาทมังกร เพื่อเป็นราชามังกรองค์ต่อไป นั่นหมายความว่า...”

หมายความว่าเขาจำเป็นต้องแต่งงานกับมังกรเพศหญิงเท่านั้น

สำหรับแทฮยองแล้ว เขายอมรับว่าเหมือนตนเองจะชอบอีกฝ่ายเข้าแล้วจริงๆ แต่ความรักครั้งนี้ คล้ายถูกกำหนดมาให้เป็นไปไม่ได้แล้วตั้งแต่แรกเริ่ม

จองกุกออกแรงรั้งร่างนุ่มเข้ามาในอ้อมกอด เขาลูบเส้นผมสีฟ้างดงาม เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “แค่รัชทายาทมังกรก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องเป็นราชา”

“หืม?”

“แค่ขึ้นเป็นรัชทายาทมังกรได้ ก็เพียงพอให้แก้แค้นแล้ว” จองกุกกล่าว “แก้แค้นเสร็จแล้ว...ข้าก็ไม่สนตำแหน่งราชามังกรอีกต่อไป”

“...” แทฮยองเงยหน้ามองเขา สีหน้าฉายแววสับสนระคนตั้งคำถาม

จองกุกประทับริมฝีปากลงบนดอกบัวสีน้ำเงินที่ถูกวาดไว้กลางหน้าผากของอีกฝ่ายอย่างอดใจไม่ไหว เขากระซิบว่า “ด้วยพลังของข้าตอนนี้ เกรงว่าอาคมของราชากิเลนคงไม่สามารถขวางข้าได้ ไม่สู้...พวกเราไปเที่ยวโลกมนุษย์กันสักสิบยี่สิบปี ข้าค่อยพาเจ้าไปพิภพมังกร ให้เจ้าเป็นพยานดูข้าแก้แค้นพวกขุนนางชั่วกับราชินีต่ำช้านั่น จากนั้น...ถึงตอนนั้นข้าจะถามเจ้าอีกที ว่ายังอยากได้สามีเผ่ามังกรอยู่หรือไม่ หากเจ้าอยากได้...องค์ชายสิบสี่แห่งพิภพมังกรก็จะมาสมัครเป็นลูกเขยของราชากิเลนอย่างถูกต้องตามธรรมเนียม เจ้าคิดว่าแผนนี้เป็นอย่างไร?”

แทฮยองได้แค่อ้าปากค้าง กว่าจะได้สติกลับมา องค์ชายมังกรก็เดินนำออกไปก่อนแล้วอย่างอารมณ์ดี ทำเอาเขาต้องรีบเร่งฝีเท้าเดินตามไปโดยที่ใบหน้ายังเป็นสีแดงเรื่ออยู่

เขาก็คาดไม่ถึงหรอก ว่าอีกร้อยปีให้หลัง...พิภพกิเลนแห่งนี้จะมีเรื่องมงคลใหญ่ ราชากิเลนจะจัดงานเลี้ยงฉลองสิบวันสิบคืน เพื่อรับขวัญราชบุตรเขยผู้มีศักดิ์เป็นถึงองค์ชายเผ่ามังกรจริงๆ

 

 

 

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ ฮูหยินพันปี

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

56 ความคิดเห็น

  1. #56 Seal-eat-fish (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 18:31
    แงงงง โคตรดีเลย ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องสั้นหรือยาวแต่ว่าอยากให้แต่งต่ออีกมากๆๆๆไเลย แบบกี้ด โคตรดี
    #56
    0
  2. #55 Kookv_Vkook12 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 23:14
    สนุกมากเลยยยยยย
    #55
    0
  3. วันที่ 9 กันยายน 2563 / 21:30
    พึีงเห็นเรื่องนี้ ขอเรื่องยาวได้มั้ยยย ภาคต่อก็ได้ไรท์~~
    #54
    0
  4. #53 VenitaKq
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 14:27

    คือดีมากกกกกกกกกกกกกกก อยากอ่านอีกกกกกกกกกกกกก ขอเรื่องยาวเลยได้ไหมคะ>< แต่ไม่เป็นไร เรื่องสั้นก็ฟินนนนนนนนนนนนนนนนนน

    #53
    0
  5. #52 Natnichx (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 21:52
    งุ้ยยยยย อ่านไปเขินไป บรรยายได้เห็นภาพมากๆเลย
    #52
    0
  6. #51 kookvante (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 15:46
    เริ่ดจังเลยค่ะ ชอบจังเลย ถ้าสมมติมีตอนพิเศษ ก็จะเริ่ดเริ่ดไปอีกกก ภาษาสวยงามมากเลยตัวเอง พล็อตน่าสนใจมากๆค่ะ
    #51
    0
  7. #50 Kimtaekooki (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 16:19
    สนุกมาก ทำเป็นเรื่องยาวๆได้เลยนะคะ แบบนี้ก้อสนุกไปอีกแบบดีค่ะ
    #50
    0
  8. #49 MUMEW2947
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 21:29
    แต่งดีมากเลยค่ะ ชอบที่สุดเลยยย
    #49
    0
  9. #48 pacific60cm (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 09:42
    เรื่องนี้น่ารักมากค่ะ โอ้ย ถ้าแต่งเป็นเรื่องยาวน่าจะสนุกมากๆ แต่เท่านี้เราก็สดชื่นนนนน
    #48
    0
  10. #47 meenthch
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 10:00
    นี่อ่านเกือบ10รอบล่ะ ชอบมาก><
    #47
    0
  11. #46 gxddxn_ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:12
    สุดยอดมากๆๆๆไปเลยค่ะ แนวเรื่องดีม้าก แง
    #46
    0
  12. #45 gxddxn_ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:12
    สุดยอดมากๆๆๆไปเลยค่ะ แนวเรื่องดีม้าก แง
    #45
    0
  13. #44 tiger tae
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:53
    กลับมาอ่านอีกรอบแล้วอะ ชอบมากกก แอบอยากให้มีภาคต่อ555555
    #44
    0
  14. #43 เดือน
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:23

    อะเฮือกกกกรุนแรงเหลือเกิน~~

    #43
    0
  15. #42 Ver_a
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:14
    ฮืออชอบมากๆๆ ขอบคุณคุณไรท์นะคะ
    #42
    0
  16. #41 Jkrinnda
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:25
    จะมีต่อใช่มั้ยรอน้าค้าบบบ
    #41
    0
  17. #40 kwanggang
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 23:18

    แงงงมันดีมากเลยเป็นเขินไปหมดบรรยายดีมากแต่งดีมากกกกกเลยค่ะสนุกชอบมากๆเลยขอบคุณที่แต่งเรื่องดีๆแบบนี้มาให้ได้อ่านกันนะคะ????????

    #40
    0
  18. วันที่ 18 มกราคม 2563 / 19:29
    สนุกมากๆค่ะ ชอบนิยายทุกเรื่องของคุณเลย
    #39
    0
  19. #38 ENDU_m (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 17:48
    อมกกกก ดีงามมาก รอติดตามต่อนะคะ!
    #38
    0
  20. #37 pnnx
    วันที่ 31 ธันวาคม 2562 / 23:26
    ทำไมเพิ่งได้อ่านTT สนุกและดีมากๆๆๆๆๆๆเลยค่ะ มันดีมากจริงๆค่ะฮื่อ พูดมั่ยถุกแร้วแต่คิดถึงไรต์มากๆ รอเสมอนะคะ เป็นกำลังใจให้ไม่ว่าจะเรื่องอะไรนะค้า
    #37
    0
  21. #36 KanyapatchLekkla (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 02:30
    ฮื่ออออ สนุกมากกกกก คือเป็นเขินไปหมด แงงง ชอบมากๆเลย บรรยายดีมากกกก ดีจนไม่รู้จะดียังไงแล้วแงงงง สู้นะค้าบบบ ดีมากจริงๆ
    #36
    0
  22. #35 KanyapatchLekkla (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 02:30
    ฮื่ออออ สนุกมากกกกก คือเป็นเขินไปหมด แงงง ชอบมากๆเลย บรรยายดีมากกกก ดีจนไม่รู้จะดียังไงแล้วแงงงง สู้นะค้าบบบ ดีมากจริงๆ
    #35
    0
  23. #34 takasang (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 19:20
    แงง้ตอนจบ น่ารัก
    #34
    0
  24. #33 ckchatchen42 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 20:35
    สนุกดี เนื้อเรื่องแปลกใหม่ดีครับ
    #33
    0
  25. วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 13:03
    ทำไมเนื้อหาไม่ขึ้นอะ

    เมื่อเช้ายังอ่านได้อยู่เลยT_T
    #32
    0