{Fic BTS} Legacy [KookV] #Legacykookv

  • 200% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 142,536 Views

  • 7,459 Comments

  • 4,340 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    14,457

    Overall
    142,536

ตอนที่ 77 : บทที่ 13 ดาบต้องสาป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2246
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 465 ครั้ง
    19 มี.ค. 62


บทที่สิบสาม 

ดาบต้องสาป

 

เมื่อวาเลอเรียสดันประตูให้เปิดออก ภาพที่เขาเห็นก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปจากห้องที่เขาเห็นเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย แตกต่างเพียงตรงที่เคยมีเรเวนคลอและสลิธีรินนั่งประชันหมากรุกกันอยู่ถูกแทนที่ด้วยแท่นหินขนาดใหญ่ ด้านบนมีดาบอัศวินเล่มหนึ่งวางเอาไว้ ครอบด้วยกระจกที่มีฝุ่นเกาะจนไม่อาจมองทะลุได้อย่างชัดเจน

บารอนเลือดและสุภาพสตรีสีเทาต่างก็ลอยอยู่ที่คนละฝั่งของแท่นหิน เมื่อเห็นวาเลอเรียสก้าวเข้ามา สีหน้าต่างก็ปรากฏร่องรอยของความดีใจขึ้นมาพร้อมกัน

วาเลอเรียสอมยิ้ม เขารู้ว่าจะอย่างไรทั้งสองก็ต้องคาดหวังว่าเขาจะสามารถผ่านด่านทดสอบสุดท้ายมาได้

อย่างที่เขาเคยบอกพวกจามิลนั่นแหละ คนอย่างบารอนเลือดหรือกระทั่งคนอย่างเฮเลน่า พวกเขากลับมาจากความตายได้ จะไม่อยากได้พลังเวทมนตร์กลับมาได้อย่างไร

“คุณชาย ท่านได้พบกับ...” เมื่อวาเลอเรียสเดินเข้ามาใกล้ บารอนก็ค้อมกายถามอย่างสุภาพ สีหน้าไม่อาจปกปิดความอยากรู้ระคนตื่นเต้นจางๆที่พยายามควบคุมเอาไว้ได้

“ผมได้พบแล้วครับ ทั้งสองคนเลย” วาเลอเรียสเสริมพลางส่งรอยยิ้มให้เฮเลน่าด้วย เขาเลื่อนสายตาลงไปยังแท่นหิน มองสำรวจด้วยความสนใจโดยไม่ยอมใช้มือของตนเองแตะต้อง ท่าทางระมัดระวังของเขาทำให้สุภาพสตรีสีเทาเผยรอยยิ้มที่ยากจะได้เห็นออกมา

เฮเลน่าเห็นแล้วว่าความฉลาดเฉลียวของเขามีอยู่มาก ไม่แปลกถ้าแม่ของเธอจะให้เขาผ่านด่านทดสอบ ยิ่งได้มาเห็นท่าทางของเขายามสำรวจดาบ ไม่มีแม้กระทั่งความคิดที่จะใช้มือสัมผัส ยิ่งบ่งบอกได้ถึงความฉลาดและรอบคอบของเขาอย่างชัดเจน

“ของแถวๆนี้คงแตะต้องมั่วซั่วไม่ได้เลยสินะครับ” วาเลอเรียสถาม

“ที่จริงก็ไม่ได้มีอันตรายขนาดนั้นหรอก เจ้าจะลองแตะดูก็ได้”

วาเลอเรียสเลิกคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดของเฮเลน่า เขาก้าวเข้าไปก่อนจะใช้ปลายนิ้วแตะลงบนกระจกใสอย่างระมัดระวัง ปรากฏว่านิ้วของเขากลับไม่อาจสัมผัสอะไรได้เลย

ราวกับว่าทั้งหมดตรงหน้านั้นเป็นภาพลวงตาที่ถูกเสกขึ้นมา

“นั่นคือสาเหตุที่จำเป็นต้องมีทั้งข้า..และนาง ในการเข้ามาตามหาดาบ” บารอนเลือดกล่าว เขายังคงมีท่าทางอึดอัดใจยามต้องเอ่ยถึงหญิงสาวตรงหน้า ดังนั้นสายตาทั้งคู่จึงมองแต่วาเลอเรียสตลอดเวลา “หากเงื่อนไขไม่ครบ ใครก็หยิบดาบเล่มนี้ไปไม่ได้อยู่ดี”

“อ้าว แต่ตอนนี้พวกคุณก็มากันครบนี่ครับ ทำไมยังจับดาบไม่ได้ล่ะ” วาเลอเรียสวาดมือไปมา มือของเขาทะลุผ่านของทุกอย่างกระทั่งแท่นหินไป ให้ความรู้สึกที่แปลกประหลาดเป็นอย่างมาก

บารอนเลือดได้ยินดังนั้นก็ขยับมือของเขาไปวางบนกระจก มือของซึ่งน่าจะทะลุสิ่งของทุกอย่างในโลกกลับสามารถวางบนกระจกนั้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ดวงตาของวาเลอเรียสหรี่ลง “ผีจับต้องได้ คนเป็นจับต้องไม่ได้ หรือว่าคาถาที่ลงเอาไว้จะมีไว้เพื่อ...”

“เป็นความคิดของซัลลาซาร์ที่จะใช้มนตร์ดำบทหนึ่งลงไว้เป็นปราการด่านท้ายสุดของห้องลับแห่งนี้ มันเป็นเวทมนตร์โบราณที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์ของความตาย มนตร์บทนั้นสามารถเสกให้สิ่งของในโลกคนเป็นข้ามไปสู่มิติของคนตายได้ ดังนั้นวิญญาณเท่านั้นจึงจะจับต้องของที่ถูกร่ายมนตร์ดำบทนั้นเอาไว้” เฮเลน่าอธิบาย เธอขยับเข้ามาใกล้ก่อนจะวางมือลงบนฝากระจกนั้นเช่นกัน “ตอนนี้ วาเลอเรียส เจ้าสามารถเข้ามาหยิบดาบออกไปได้แล้ว”

วาเลอเรียสเอื้อมมือออกไป มือของเขายื่นทะลุผ่านกระจกใส ความรู้สึกราวกับม่านเย็นๆระผ่านมือของเขาไป คล้ายกับเวลาที่เผลอเดินทะลุร่างของพวกผีในปราสาท ทว่าเมื่อเอื้อมมือเข้าไปถึงด้านในและแตะลงที่ตัวดาบ เขากลับพบว่าตัวเองสามารถแตะต้องดาบเล่มนั้นได้

วาเลอเรียสกำด้ามดาบเอาไว้ก่อนจะออกแรงยกดาบอัศวินที่หนักอึ้งขึ้นมา

มันเป็นดาบทรงอัศวินที่ตีด้วยโลหะสีดำ บนใบดาบสลักลวดลายอักษรรูณโบราณเอาไว้ วาเลอเรียสเพ่งมองมันอยู่นานแต่ก็ไม่อาจทำความเข้าใจความหมายของมันได้ โกร่งดาบและด้ามจับเป็นสีเงินแวววาวประดับด้วยอัญมณีสีเขียวสดขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือ น้ำหนักของมันทำเอาวาเลอเรียสซวนเซจนเขาไม่อาจถือมันเอาไว้ได้ ต้องปักด้ามของมันค้ำเอาไว้กับพื้นแล้วประคองจับด้ามดาบเอาไว้แทน

“บารอน ดาบอัศวินปกติแล้วหนักขนาดนี้เลยเหรอครับ”

“ดาบอัศวินในยุคกลางใหญ่และหนักทุกเล่มขอรับ คุณชาย เนื่องจากมีไว้เพื่อฟันให้ศัตรูตกตายในดาบเดียว แตกต่างจากดาบในยุคปัจจุบันมากมายนัก” บารอนตอบ เขาใช้ดวงตาสีขาวขุ่นมองภาพของเด็กหนุ่มที่เท้าแขนข้างหนึ่งลงบนด้ามดาบ แม้ดาบจะหนักไปบ้างแต่ก็ดูเข้ากับวาเลอเรียสดีราวกับว่ามันเป็นของเขา

ไม่สิ เพราะเจ้าของแต่เดิมของดาบเล่มนั้นคือซัลลาซาร์ ดังนั้นดาบเล่มนี้จึงเป็นมรดกชิ้นหนึ่งที่ตกทอดมาสู่มือของวาเลอเรียสอย่างถูกต้อง มันเป็นของของเขาโดยชอบธรรมอยู่แล้ว

วาเลอเรียสเองก็กำลังคิดเรื่องเดียวกันกับบารอนอยู่ เขาใช้สายตามองสำรวจดาบอีกหลายรอบ อดพึมพำไม่ได้ว่า “ดาบต้องสาป...”

เขาเคยเห็นภาพตัวเองกำลังถือดาบเล่มหนึ่งมาโดยตลอด แต่เขาไม่อาจมองเห็นได้ว่ามันมีลักษณะแบบใด จนตอนนี้เขาถึงได้เข้าใจกระจ่างว่าเพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น

ดาบเล่มนี้ถูกลงคาถาเอาไว้ให้กลายสภาพเป็นเหมือนวิญญาณ ซึ่งพลังนิมิตของวาเลอเรียสไม่สามารถมองเห็นวิญญาณได้ เขาเห็นตัวเองได้ครอบครองมัน แต่ก็ไม่อาจเห็นรูปร่างหน้าตาของมันได้โดยละเอียด มาบัดนี้คือมันเอาไว้ในมือ ภาพนิมิตที่เห็นก็เด่นชัดสมบูรณ์ขึ้นมาทันที

“แล้ว...ผมจะสามารถใช้มันได้ยังไงครับ” วาเลอเรียสถามออกไปโดยไม่เจาะจง

เมื่อได้ยินคำถามนี้กลับเหลือเพียงความเงียบ ไม่มีเสียงตอบรับจากวิญญาณทั้งสองดวง วาเลอเรียสเงยหน้าขึ้นมองพวกเขา คิดไปคิดมาก็ยิ้มพลางส่ายหน้า “บารอน คุณเป็นคนตอบผมก็ได้”

เพราะไม่ได้ถามแบบเจาะจง ทั้งคู่จึงไม่มีใครกล้าเอ่ยปาก วาเลอเรียสรู้จักผีทั้งสองมาไม่ใช่แค่วันสองวัน เขาย่อมเดาได้ว่าเหตุที่ทั้งสองไม่ยอมพูดจา เพราะฝ่ายหนึ่งเกรงใจอีกฝ่าย ส่วนอีกฝ่ายก็ไม่พึงใจอีกฝ่าย บารอนย่อมคิดว่าสุภาพสตรีควรเป็นฝ่ายได้พูด ส่วนเฮเลน่าก็คิดว่าเธอไม่จำเป็นต้องพูดในเมื่อมีบารอนอยู่ บรรยากาศกระอักกระอ   วนถึงได้เกิดขึ้นมา

วาเลอเรียสไม่เสียเวลาสงสัย ตัดสินใจเลือกบารอนให้ตอบคำถาม ในสายตาของเฮเลน่า นี่ถือเป็นคุณสมบัติที่ดีของคนเป็นผู้นำ เข้าใจสถานการณ์ มีปฏิภาณไหวพริบ รู้จักเลือกใช้คน

“คุณชายคงจะเคยได้ยินเรื่องดาบของกริฟฟินดอร์มาบ้างแล้ว ดาบเล่มนั้นจะปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเด็กที่กริฟฟินดอร์ยอมรับเท่านั้น” บารอนเกริ่นขึ้นมา เมื่อเห็นว่าวาเลอเรียสพยักหน้ารับจึงได้เอ่ยต่อ “ดาบของสลิธีรินเล่มนี้...ก่อนหน้าที่จะกลายเป็นดาบต้องสาป ก็มีเงื่อนไขในตัวของมันเองอยู่ก่อนแล้ว นั่นคือจะยอมรับใช้เพียงคนที่ผู้สร้างของมันยอมรับ คุณชายผ่านด่านทดสอบสุดท้ายเมื่อครู่ เท่ากับว่าได้รับการยอมรับจากอาจารย์ของข้าแล้ว เพียงแต่...หลังจากต้องคำสาปแล้ว...”

“ดาบที่ดี” เสียงของโอโรโบรอสดังขึ้น วาเลอเรียสก้มลงมองกำไลที่แขนของตนเองแวบหนึ่ง ถามย้อนไปว่า “รู้จักหรือ”

“รู้จัก เป็นวัตถุเวทมนตร์ที่ดี”

“แล้วมันใช้ยังไง”

“ใช้เหมือนเวลาที่นายท่านต้องการสาปใครสักคน”

“ใช้เหมือนเวลาที่ต้องการสาปใครสักคน?” วาเลอเรียสเลิกคิ้วสูง เขาหันไปมองบารอนเลือดกับเฮเลน่า เพราะทั้งสองไม่อาจเข้าใจภาษางู จึงได้แต่มองวาเลอเรียสด้วยสายตาตั้งคำถาม เด็กหนุ่มยิ้มพลางอธิบายว่า “โอโรโบรอสบอกว่ารู้จักดาบแบบนี้ ผมเลยลองถามวิธีใช้จากเขา เขาบอกว่าให้ใช้เหมือนเวลาที่ต้องการสาปใครสักคน”

“หมายความว่าต้องคิดให้สิ่งนั้นเป็นความปรารถนาจากใจจริงๆ” เฮเลน่าลอยเข้ามาใกล้ “แตะดาบลงบนไหล่ของข้าแล้วใช้เวทมนตร์ให้เหมือนกับเวลาที่ร่ายคำสาป เพียงเปลี่ยนจากไม้กายสิทธิ์เป็นดาบเล่มนั้น”

วาเลอเรียสก้มลงมองดาบที่เขาเท้าแขนเอาไว้ เด็กหนุ่มหลับตาลง ควานหาสัมผัสของวัตถุเวทมนตร์ พ่อของเขาสอนวิธีนี้ให้เขากับตอนเขายังเด็ก เป็นพื้นฐานง่ายๆของการใช้เวทมนตร์คาถาโดยที่ไม่มีไม้กายสิทธิ์ในมือ ในโลกผู้วิเศษมีวัตถุเวทมนตร์หลากหลายตามแต่พ่อมดแม่มดจะรังสรรค์หรือเลือกใช้ เมื่อตั้งสมาธิพ่อมดจะสามารถสัมผัสได้ว่าวัตถุเวทมนตร์ชิ้นนั้นมีพลังมากน้อยแค่ไหน

ทันใดนั้นพลังเวทมนตร์ก็ไหลทะลักเข้ามาจนวาเลอเรียสแทบล้มทั้งยืน เขารีบลืมตาขึ้น หัวเราะเสียงแห้งพลางพึมพำว่า “วัตถุเวทมนตร์ของซัลลาซาร์ บวกกับเลือดของพ่อมดและแม่มดที่โดดเด่นสองคน มิน่า ถึงมีคนมากมายอยากครอบครอง”

วัตถุเวทมนตร์ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายมักบรรจุเวทมนตร์บทเดียวเอาไว้ พลังเวทมนตร์ในวัตถุนั้นๆก็ไม่นับว่ามาก ยกตัวอย่างเช่นกุญแจนำทาง พวกมันบรรจุเวทมนตร์เคลื่อนย้ายที่สามารถพาพ่อมดแม่มดจำนวนมากเดินทางไปยังสถานที่ห่างไกลได้ หรือดาบของกริฟฟินดอร์เองก็มีคุณสมบัติในการดูดซับพลังหรือเวทมนตร์ที่ทรงอานุภาพเอาไว้ในดาบได้ ว่ากันว่าตอนที่แฮร์รี่ พอตเตอร์ใช้มันแทงบาสิลิสก์มันจึงดูดเอาพิษของบาสิลิสก์ ซึ่งเป็นพิษที่ร้ายแรงที่สุดในโลกเอาไว้ในใบดาบด้วย

ทว่าดาบเล่มต้องสาปเล่มนี้...เห็นได้ชัดว่าไม่ได้บรรจุเอาไว้แค่คำสาป ยังมีเวทมนตร์บางอย่างที่สลิธีรินจงใจร่ายเอาไว้ คนที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุดก็คงไม่พ้นคนที่เคยใช้มันมาก่อนอย่างบารอนเลือด

“คุณสมบัติพิเศษของดาบเล่มนั้นคือมันสามารถดูดเอาคำสาปประเภทศาสตร์มืดเก็บไว้ได้ ในอดีตพ่อมดส่วนใหญ่ยังคงต้องพกดาบนอกเหนือไปจากไม้กายสิทธิ์โดยไม่จำเป็นว่าเขาจะเป็นอัศวินหรือไม่ ในยุคสมัยนั้นยังไม่มีกระทรวงเวทมนตร์ ไม่มีกฎบัญญัติที่เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน ดังนั้นพ่อมดหากต้องต่อสู้กับมักเกิ้ล เพื่อรักษาความลับจึงต้องใช้วิธีทั่วไปในการเอาชนะ นั่นก็คือใช้อาวุธ ทั้งกริฟฟินดอร์และอาจารย์ล้วนแต่มีดาบที่ถูกตีขึ้นด้วยกรรมวิธีที่พิเศษ”

บารอนกล่าวอธิบายออกมาตามคาด “ข้าได้รับมันมาจากอาจารย์ก็ใช้มันในการต่อสู้หลายครั้ง มันมีประโยชน์ยิ่งแม้ในยามที่ประมือกับพ่อมดด้วยกันเอง เพราะคุณสมบัติพิเศษของมันเทียบกับคาถาเกราะวิเศษแล้วยังดีกว่า เพียงแต่ด้วยความที่ก่อนหน้านี้มันดูดซับคำสาปบางอย่างเอาไว้ หลังเกิดเหตุการณ์ที่...ทำให้เลือดของข้ากับเฮเลน่าสัมผัสดาบ มันจึงกลายเป็นว่าดาบเล่มนั้นดูดกลืนเอาคำสาปบทหนึ่งไว้”

“ถึงจะได้ชื่อว่าดาบต้องสาป แต่เห็นได้ชัดว่าที่บรรจุเอาไว้ข้างในไม่ใช่คำสาป แต่เป็นเวทมนตร์โบราณบทหนึ่ง” เฮเลน่าเอ่ยแทรกขึ้น “พ่อมดสมัยก่อนมีวิธีมากมายที่จะคิดค้นคำสาปของตัวเองขึ้นมา เพราะไม่มีโรงเรียน คาถาหลายบทส่วนใหญ่แล้วพ่อมดแม่มดจึงมักประดิษฐ์กันเอง ศาสตร์มืดก็ถือได้ว่ารุ่งเรือง เวทมนตร์ที่เกี่ยวกับความตายก็ใช่ว่าจะไม่เป็นที่รู้จัก แต่น้อยคนจะมีอำนาจพอที่จะใช้มันได้”

วาเลอเรียสถอนหายใจ “แต่ก็เห็นได้ชัดนะครับ ว่าสลิธีรินใช้ได้”

“และนั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมเจ้าจึงเป็นผู้ที่เหมาะสมจะรับช่วงต่อดูแลดาบเล่มนั้น รวมทั้งเจ้าเองก็จำเป็นจะต้องใช้มันด้วย” เฮเลน่ามองดาบในมือของวาเลอเรียสเขม็ง “หากเจ้าไม่รังเกียจ ก็ลองใช้มันกับข้าเถอะ”

ไม่ใช่แค่วาเลอเรียสที่ชะงักไป บารอนเลือดเองก็ชะงักไปเหมือนกัน

“เฮเลน่า” บารอนเลือดตัดสินใจหันไปหาหญิงสาวในที่สุด ราวกับว่าเขาไม่อาจไม่พูดเรื่องนี้ “เจ้าก็รู้ว่าอาจารย์ของข้าเคยเตือนไว้ ดาบเล่มนั้นอาจจะ...”

“ข้าไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว บารอน” เฮเลน่าเองก็หันไปเผชิญหน้ากับบารอนเช่นกัน วาเลอเรียสเลิกคิ้วมองดูวิญญาณทั้งสองประจันหน้ากัน รู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ผิดที่ผิดทางขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“เจ้าก็รู้ว่าผลลัพธ์จากคำสาปบนดาบเป็นเพียงการคาดคะเนจากการทดลองของอาจารย์ข้า มันอาจมอบอำนาจให้กับวิญญาณได้จริง แต่หากผิดพลาด จักกลับกลายเป็นว่า...” บารอนเลือดจ้องมองอีกฝ่าย “กลับกลายเป็นว่าเจ้าจักกลับคืนเป็นมนุษย์!

วาเลอเรียสที่กำลังฟังอยู่สะดุ้งสุดตัว “บารอน ไม่มีเวทมนตร์คาถาใดในโลกนำพาคนตายกลับสู่โลกคนเป็นได้”

“แต่ถ้ามีสิ่งใดที่ทำได้ สิ่งนั้นอาจเป็นมนตร์ดำที่ชั่วร้ายที่สุด” บารอนเลือดกล่าวเชิงเห็นด้วยแม้สีหน้าจะระบายความไม่สบายใจเอาไว้เต็มเปี่ยมก็ตาม

“และต่อต้านขัดแย้งกับธรรมชาติอย่างที่สุด” คิ้วของวาเลอเรียสขมวดเข้าหากันจนแน่น

วัตถุเวทมนตร์มากมายบนโลกของผู้วิเศษที่มีทั้งถูกสร้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกไปจนถึงทำเรื่องที่ยิ่งใหญ่ วัตถุเวทมนตร์ที่เป็นที่รู้จักระดับตำนานกลับมีอยู่เพียงไม่กี่ชิ้น และหนึ่งในนั้นก็เป็นสิ่งที่วาเลอเรียสเคยสัมผัสจับต้องมาแล้วอย่างผ้าคลุมล่องหนของครอบครัวพอตเตอร์

ทว่าหากจะพูดถึงวัตถุเวทมนตร์ฝ่ายมืดที่โด่งดังที่สุด สิ่งที่ว่าคงหนีไปพ้น ฮอครักซ์

วัตถุเวทมนตร์ที่ดำรงรักษาความเป็นอมตะของเจ้าของ โดยการที่พ่อมดฉีกกระชากวิญญาณของตนเองออกแล้วบรรจุลงในวัตถุชิ้นที่เลือก และพ่อมดคนนั้นๆจะสามารถอาศัยเสี้ยววิญญาณนี้ในการคืนชีพได้แม้จะตายไปแล้วก็ตาม

วัตถุเวทมนตร์ชิ้นใดเกี่ยวข้องกับวิญญาณและความตาย วัตถุเวทมนตร์ชิ้นนั้นอาจถูกจัดเป็นวัตถุฝ่ายมืดได้ในทันที

ดาบในมือของเขาเล่มนี้...หากสามารถทำให้วิญญาณกลายเป็นมนุษย์ได้ นั่นย่อมแลกมากับอะไรบางอย่างที่มีค่ามหาศาลแน่ ถ้าทำเพียงมอบพลังเวทมนตร์คืนให้วิญญาณก็แล้วไปเถิด แต่การทำให้กลับคืนเป็นมนุษย์ ฟังดูก็รู้ว่าไม่มีทางเป็นสิ่งสวยงามแน่

โดยเฉพาะเมื่อคนผู้นั้นมีอายุขัยเป็นพันๆปีแล้ว

หากร่างกายกลับคืนมา นั่นย่อมไม่ได้หมายถึงการได้เริ่มชีวิตใหม่ แต่หมายถึงการตายอย่างถาวร

ทันทีที่ร่างกายถูกพากลับมา อายุขัยความโรยราเสื่อมโทรมจะกัดกินร่างกาย เกรงว่าเฮเลน่าคงยังไม่ทันได้ตั้งตัว เธอคงกลายเป็นเศษละอองไปแล้ว

และหากเป็นเช่นนั้น บารอนเลือดก็คงคลุ้มคลั่ง...

“ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่มีอะไรจะเสีย” เฮเลน่ากล่าวเสียงเรียบแทรกความคิดของเด็กหนุ่มขึ้นมา “หากเจ้าใม่มีความมั่นใจจะใช้มัน เจ้าจะเพียงแต่เก็บรักษามันเอาไว้ก็ได้ แต่หากทำแบบนั้นจริงก็คงน่าเสียดายมาก”

วาเลอเรียสสบตากับสุภาพสตรีสีเทา เด็กหนุ่มถอนหายใจก่อนจะก้มหน้าลงเอ่ยกับกำไลบนแขนเสียงเบา “โอโรโบรอส ดาบเล่มนี้...”

“ไม่มีเวทมนตร์คาถาใดในโลกทำให้วิญญาณกลับกลายเป็นคนเป็นได้ นายท่าน” พญางูกินหางตอบกลับ ในกระแสเสียงเจือแววขำขันเอาไว้ “ท่านเชื่อว่ามันมอบพลังเวทมนตร์ให้วิญญาณ มันก็จะมอบพลังเวทมนตร์ให้ เวทมนตร์คาถาทุกบทอยู่ที่ใจพ่อมดคิดอยู่ที่จิตพ่อมดสั่ง”

วาเลอเรียสพยักหน้าเห็นด้วย เด็กหนุ่มหลับตาลง ดาบในมือถูกยกขึ้นอย่างง่ายดายราวกับไร้น้ำหนัก เขาพาดดาบลงบนบ่าของวิญญาณเฮเลน่า เรเวนคลอที่คุกเข่าลงรออยู่ก่อนแล้ว ดวงตาของเขาพลันมีสีเข้มขึ้น เปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตเฉกเช่นเดียวกับอัญมณีที่อยู่บนดาบ

ริมฝีปากของเด็กหนุ่มขยับเอ่ยคาถาที่ตนเองไม่เคยรู้มาก่อนออกไปด้วยน้ำเสียงอันมั่นใจ

“เรเวเทตเตอร์”

วาเลอเรียสไม่รู้ว่าคาถานี้ผุดขึ้นมาจากที่ไหน แต่เมื่อเอ่ยออกไปแล้วเขากลับเข้าใจความหมายของมันได้ในทันที

...จงกลับคืน

แสงสีเขียวเรืองรองสว่างวาบออกจากตัวดาบ อาบห้องลับทั้งห้องเป็นสีมรกตเรืองรอง

และแล้วดาบต้องสาป...ก็ได้คืนอำนาจแด่ผู้วายขนม์

 

 

 

 Talk.

ขอโทษที่มาช้านะคะ คือเราป่วยมาหลายวันแล้วค่ะ เพิ่งหาย

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 465 ครั้ง

81 ความคิดเห็น

  1. #7431 jazzysam9 (@jazzysam9) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 14:39
    เริ่มแล้วๆๆๆๆๆ
    #7431
    0
  2. #7387 WilaipakK (@WilaipakK) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 10:57
    คืนอำนาจแล้วว พี่แต่งได้เห็นภาพดีมากๆๆเลยค่ะ
    #7387
    0
  3. #7187 zziipp (@zziipp) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 01:35
    อ่านไปแล้วก็ขนลุกกกกก
    #7187
    0
  4. #7165 Lucky_chocko (@chocky-ha) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 01:39
    สุดยอดไปเลยยยย ตรงตามคำพยากรณ์แล้ว คืนอำนาจแด่ผู้วายชนม์แล้ววว
    #7165
    0
  5. #7028 นี่เราวาย (@mayparadise) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 21:06
    กรี๊ดดดดดด คำพยากรณ์เริ่มแล้วววว
    #7028
    0
  6. #6969 Preen14-07 (@Preen14-07) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 16:33
    มายก้อดด ตามคำทำนายเปะๆ วาโลหนูเก่งจังเลยลูก หลงแล้ว
    #6969
    0
  7. #6867 Maei_Ai (@natthamon2542) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 17:06
    อีปิคมาก โหหหหหหหห ชอบบบบ
    #6867
    0
  8. #6797 Kimtaetae01 (@Kimtaetae01) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 00:34
    รับรู้ได้ถึงความยิ่งใหญ่ ชอบเนื้อเรื่องชอบภาษาชอบทุกๆอย่างเลยค่ะ//ไรท์สู้ๆนะคะ^^
    #6797
    0
  9. #6671 seejay13 (@seejay13) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 01:08
    ฮื่อออ น้ำตาจะไหลเลย มันยิ่งใหญ่มากๆ
    #6671
    0
  10. #6536 @S_CB (@sutattacb) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 22:47
    โห ยิ่งใหญ่มาก
    #6536
    0
  11. #6517 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 23:07
    ชอบบารอนนนน
    #6517
    0
  12. #6499 Lala_Land (@Lala_Land) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 08:44
    ว้าวววววววว
    #6499
    0
  13. #6424 จุดจบสายเผือก (@Yusari-san) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 08:00
    ขนลุกอ่ะะ
    #6424
    0
  14. #6423 Hosan23505 (@Hosan23505) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 00:07
    โอ๊ยยยย สนุกจนอยากอ่านไปเรื่อยๆ ภาษาดีมากเลย สู้ๆนะคะไรท์ รออ่านอยู่
    #6423
    0
  15. #6422 Hosan23505 (@Hosan23505) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 00:07
    โอ๊ยยยย สนุกจนอยากอ่านไปเรื่อยๆ ภาษาดีมากเลย สู้ๆนะคะไรท์ รออ่านอยู่
    #6422
    0
  16. #6415 PaiiKanj (@PaiiKanj) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 15:17
    โอ้ย~~สนุกมากค่ะ ลุ้นสุดๆๆๆๆๆ
    #6415
    0
  17. #6358 chalitawunzen (@chalitawunzen) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 23:36
    ก็คือมาเหนือ มีความเฟียส สู้ๆนะคะ รักส์~~~~
    #6358
    0
  18. #6357 someone_ssk (@someonessk) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 20:46
    ฮืออออออ หนูขนลุกๆๆๆๆ //ไรท์อย่าลืมกินยานะ!!
    #6357
    0
  19. #6356 -TVJ- (@tvj_toy) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 17:09
    ประโยคสุดท้ายนี่ขนลุกซู่เลยค่ะ สนุกมากๆๆ //รักษาสุขภาพด้วยคะ เป็นกำลังใจให้ค่าา
    #6356
    0
  20. #6355 sutitapiriyata (@sutitapiriyata) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 14:08
    ไรท์ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ รอเสมอค่าาา อ่านแล่วขนลุกเลยอะลุ้นมากๆๆเลยว่าจะเป็นยังไงต่อไรท์สู้ๆๆนะคะ
    #6355
    0
  21. #6353 _funfun_ (@_funfun_) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 12:55
    อมก ตื่นเต้นๆ5555 ปล.ดูแลสุขภาพด้วยนะไรท์
    #6353
    0
  22. #6347 magicwink_m (@VKz_) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 11:27
    ดูแลสุขภาพด้วยนะคะไรท์ รออ่านเสมอค่าา สู้ๆนะคะ วาโลได้ดาบแล้วว แอบขนลุกนิดหน่อย แต่สนุกมากก
    #6347
    0
  23. #6340 AnY.an* (@anyan) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 02:53
    ขนลุกเลยยยยย
    #6340
    0
  24. #6339 soju95 (@soju95) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 01:38
    ดูแลสุขภาพด้วยนะไรท์ รีดเป็นห่วง
    แต่ขนลุกตอนนี้มาไรท์. .ขอฝอยแปป คือว่าแบบ มันอ่านแล้วขนลุกมากๆเลยไรท์ เหมือนเรายืนอยู่ข้างบารอนเลือดแล้วดูเหตุการณ์ ละเอียดละออจนหลับตาแล้งเห็นภาพ ไรทผืเทพมากเลยอ่ะ สุดยอด
    #6339
    0
  25. #6338 610414052506 (@610414052506) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 01:00
    ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ เป็นห่วงไรท์
    #6338
    0