{Fic BTS} Legacy [KookV] #Legacykookv

  • 200% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 140,939 Views

  • 7,429 Comments

  • 4,300 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    12,860

    Overall
    140,939

ตอนที่ 75 : บทที่ 11 ปัญญาคือ...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2107
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 381 ครั้ง
    11 มี.ค. 62


บทที่สิบเอ็ด 

ปัญญาคือ...

 

“ปัญญาคืออะไร?”

“นี่คือคำถามเหรอ” คีแรนเลิกคิ้วสูง

“ใช่ นั่นคือคำถาม” วาเลอเรียสพยักหน้ารับก่อนจะส่ายหน้าทันทีจนคีแรนต้องถามเสียงกลั้วหัวเราะว่า “นายไหวใช่ไหม”

“ไหวสิ มันก็..ไม่ได้ยากหรอก”

“แต่หาคำตอบที่ถูกใจคนถามไม่ใช่เรื่องง่าย” คีแรนเอ่ยต่ออย่างเข้าใจ เด็กหนุ่มโยนก้อนหินลงใส่ผิวทะเลสาบ ก้อนหินของเขากระดอนไปบนผิวน้ำถึงสี่ครั้งติดกัน เรียกรอยยิ้มพอใจให้ปรากฏบนใบหน้าของเขาได้

วาเลอเรียสนั่งอยู่บนพื้น สายตาทอดมองผิวน้ำที่กระเพื่อมไหว ดวงตาสีเขียวเป็นประกายระยิบระยับ สีหน้าคล้ายกับจะยิ้มแต่ก็ไม่ได้ยิ้มออกมา เขาสูดลมหายใจลึกพลางกล่าวว่า “คำถามประเภทนี้ไม่มีคำตอบที่ตายตัว เราจะตอบอะไรก็ได้ เพราะมันคือการตอบตามแต่ที่เราจะคิด ปัญหาเดียวคือสิ่งที่เราคิดมันตรงกับที่คนถามคิดไหม คำตอบในแบบของเรานั้นจะทำให้เขายอมรับเราได้ไหม นั่นคือส่วนที่ยาก”

“มันก็คงไม่ยากเกินระดับมันสมองของนายหรอกมั้ง วาโล” คีแรนเดินกลับมานั่งลงข้างกายอีกฝ่าย เด็กหนุ่มปัดๆมือทั้งสองข้างก่อนจะเอ่ยยิ้มๆว่า “แค่ตอบคำถามคำถามเดียว ง่ายกว่าสิ่งที่นายเคยกังวลไว้ตั้งเยอะ นายไม่ต้องหาทางพิสูจน์ตัวเอง ไม่ต้องไปประลองตอบคำถามเชาว์ปัญญาอะไรทั้งนั้น ก็แค่บอกเธอไปว่าสำหรับนายแล้วปัญญาคืออะไร”

“บางครั้งสิ่งที่ดูเหมือนง่ายก็เป็นสิ่งที่ยากที่สุด”

“หรือบางทีอะไรที่มันดูเหมือนไม่ได้เรียบง่าย จริงๆแล้วอาจเป็นอะไรที่เรียบง่ายที่สุด” คีแรนโยนกระเป๋าหนังสือไว้ด้านหลัง แล้วเอนตัวลงใช้หนุนต่างหมอน ท่าทางไม่สะทกสะท้านต่อไอน้ำเย็นๆบนสนามหญ้าแม้แต่น้อย

วาเลอเรียสขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดของเขา “นายหมายความว่ายังไง”

คีแรนใช้สายตาเป็นประกายวิบวับมองเขา ไม่ได้ตอบคำถามในทันที แต่กลับเป็นฝ่ายถามว่า “วาโล 1+1 เท่ากับเท่าไหร่”

“หา?” วาเลอเรียสไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรอีกฝ่ายถึงถามอะไรแบบนี้ออกมา เขามองคีแรนทั้งๆที่คิ้วขมวดเข้าหากันแน่นอยู่เช่นเดิม อีกทั้งยังไม่ได้ตอบคำถามออกไปในทันที

1+1 คำตอบย่อมเป็น 2

หรือบางทีมันจะมีอะไรซ่อนอยู่ในคำถามนี้มากกว่าเพียงตัวเลข?

หรือบางทีมันอาจมีความนับลึกซึ้งอะไรซ่อนอยู่ในคำถามนี้?

คีแรนปล่อยให้วาเลอเรียสครุ่นคิดอยู่นานหลายนาที ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือมาจับมือของวาเลอเรียสเอาไว้ แล้วเอ่ยเสียงนุ่มนวลว่า “วาโล 1+1 คำตอบก็คือ 2 นายคิดมากเกินไปแล้ว”

วาเลอเรียสหัวสมองว่างเปล่าไปชั่วขณะ เขาก้มลงมองมืออีกฝ่ายที่กุมมือของเขาเอาไว้อยู่ คีแรนเห็นดังนั้นก็สอดมือเข้ามาจับมือของเขาเอาไว้แล้วกระชับแน่นขึ้น

“จุดอ่อนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคนฉลาดก็คือความฉลาด” เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงเบาขณะที่ละสายตาจากเด็กหนุ่มผมบลอนด์แล้วมองออกไปยังผืนทะเลสาบที่เริ่มมีไอหมอกปรากฏหนาขึ้นเรื่อยๆ “ยิ่งคิดมาก นายจะยิ่งห่างไกลออกจากคำตอบที่ถูกต้องไปเรื่อยๆ กับเรื่องบางเรื่อง นายไม่จำเป็นต้องคิดสี่รอบเพื่อหาคำตอบ แค่คิดหาคำตอบในครั้งแรก คิดทบทวนคำตอบในครั้งต่อมา แค่นั้นก็พอแล้ว”

“แต่...”

“ตอนฉันหาคำตอบกับตัวเองว่ารู้สึกยังไงกับนายฉันก็ทำแบบนี้แหละ” อยู่ดีๆคีแรนก็พลันเปลี่ยนเรื่องเอาดื้อๆ ทำเอาวาเลอเรียสที่กำลังซึมซับความหมายของประโยคก่อนหน้าชะงักกึก ทว่าคีแรนไม่เพียงไม่หันมามองสีหน้าอีกฝ่าย ยังเอ่ยต่อไปอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวว่า “ฉันอยากอยู่ใกล้ๆนายตลอดเวลา อยากคุยกับนาย อยากรู้เรื่องนาย อยากให้นายไว้ใจ อยากให้นายยอมรับ อยากให้นายเห็นฉันสำคัญ บางทีก็ไม่ชอบให้คนอื่นๆอยู่ใกล้นายเกินไปด้วย แม้แต่จามิลก็ตาม ฉันก็เลยไปนั่งถามตัวเองว่านี่มันคืออะไร จากนั้นฉันก็สรุปได้ว่าฉันชอบนาย”

วาเลอเรียสมองเสี้ยวหน้าของคนที่นอนอยู่ข้างตัว มือจับมือของเขาเอาไว้ไม่ปล่อย เด็กหนุ่มอ้าปากขึ้นคล้ายอยากจะพูดอะไร แต่ก็ตัดสินใจปิดปากลงเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยต่อไปอีกว่า “ฉันยังไม่มั่นใจในใจคำตอบทีแรกว่าถูกต้องจริงหรือเปล่า ฉันเลยใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ๆในการทบทวนคำตอบ คิดแล้วคิดอีกว่าหรือจริงๆแล้วฉันก็แค่อยากเป็นเพื่อนกับนาย หรือจริงๆแล้วฉันก็แค่อยากให้คนเจ๋งๆอย่างนายยอมรับ แต่ว่าสุดท้ายแล้วคำตอบก็ยังเหมือนเดิม คือฉันชอบนาย...”

“นายเคยได้ยินชื่อกระจกเงาแห่งแอริเชดไหม”

“เคย” วาเลอเรียสพยักหน้ารับ “แต่มันถูกทำลายไปแล้ว พร้อมกับรัดเกล้าของเรเวนคลอ และของมีค่าอื่นๆในห้องต้องประสงค์ ในสงครามฮอวกอตส์ครั้งที่แล้ว”

“งั้นนายก็รู้ว่ากระจกบ้านนั้นมีอำนาจในการสะท้อนความปรารถนาที่ซ่อนลึกที่สุดอยู่ในหัวใจของคนที่ส่องมัน” คีแรนพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง เขาขยับเข้ามาใกล้วาเลอเรียสมาขึ้นพลางยึดมือของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น ดวงตาของเขาทอประกายยามสบกับดวงตาสีเขียวงดงามของอีกฝ่าย “ถ้าฉันบอกว่าตระกูลเซเออร์มีของที่คล้ายๆกันอยู่ชิ้นหนึ่ง แล้วเมื่อฉันมองมัน ฉันมองเห็นตัวฉันเองยืนเคียงข้างนายล่ะ”

หัวใจของวาเลอเรียสเต้นผิดจังหวะ เด็กหนุ่มรู้สึกว่าอากาศร้อนอบอ้าวแม้ว่าหมอกจะลงจัดและอุณหภูมิกำลังลดต่ำลงในทุกชั่วขณะ ใบหน้าของเขาเองก็ปรากฏสีชมพูจางๆบนแก้ม ขณะที่เขากระแอมแล้วพยายามจะชักมือออกจากอุ้งมือของอีกฝ่าย

“อะแฮ่ม กระจกมันบอกความปรารถนาของคนที่ส่องมัน ไม่ได้สะท้อนภาพความจริง หรือ..อนาคตที่เกิดขึ้นได้จริง” วาเลอเรียสกล่าวเสียงเบา เขาเหลือบสายตามองรอบด้าน หวาดระแวงว่าจะมีใครปรากฏตัวเข้ามาในบริเวณนี้แล้วพบเห็นท่าทางของพวกเขา

“ฉันรู้ แต่มันเป็นการตอกย้ำความจริงหนึ่งข้อ นั่นก็คือคำตอบที่ฉันหาให้ตัวเองเป็นความจริง ฉันชอบนาย” คีแรนกล่าวดวงตาค่อยๆฉายประกายจริงจังมากยิ่งขึ้น “และฉันยังรู้ด้วย ความนายมองเห็นอนาคตของฉันกับนาย ในหลายๆรูปแบบ ฉันอยาก...”

“อยากรู้ว่าฉันชอบนายบ้างไหมน่ะเหรอ” วาเลอเรียสย้อนถาม ก่อนที่เขาจะหัวเราะออกมาเบาๆ “เอาไว้จามิลกับโนเอลตกลงปลงใจกันเมื่อไหร่ฉันค่อยบอกนายละกัน”

“โหย! แบบนั้นฉันไม่ต้องรอจนนายได้ขึ้นเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์เลยเรอะ” คีแรนโวยวายทันที เห็นได้ชัดว่าในสายตาของเขา ความสัมพันธ์ของโนเอลกับจามิลคงเป็นอะไรที่ช้าที่สุดในสามโลก

วาเลอเรียสถึงกับหลุดหัวเราะเสียงดังเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ฮ่าๆๆ นายคิดผิดแล้ว”

“นายหมายถึงว่าอีกไม่นานพวกเขาจะตกลงปลงใจกัน หรือ หมายถึงว่านายจะไม่เป็นรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์” คีแรนเลิกคิ้วถาม ยังคงไม่ยอมปล่อยมือจนวาเลอเรียสขี้เกียจจะยื้อด้วยแล้ว เขาปล่อยให้คีแรนจับมือของเขาต่อไปก่อนจะเอ่ยว่า “ทั้งสองอย่างเลย”

“ทำไมล่ะ”

“นายหมายถึงว่าทำไมอีกไม่นานพวกเขาจะตกลงปลงใจกัน หรือ หมายถึงว่าทำไมฉันจะไม่เป็นรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์” วาเลอเรียสย้อนถาม

คีแรนยิ้ม “ทั้งสองอย่างเลย”

“เพราะฉันมองเห็นอนาคตของจามิล” วาเลอเรียสตอบ “และเพราะฉันเห็นว่ารัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ในอนาคตเป็นคนอื่น ไม่ใช่ตัวฉัน”

คีแรนได้ยินดังนั้นก็มีท่าทางเหม่อลอย ราวกับว่ากำลังขบคิดอะไรบางอย่าง อาจเป็นเรื่องของจามิลกับโนเอลหรือบางทีอาจเป็นเรื่องที่วาเลอเรียสไม่ได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ในอนาคต วาเลอเรียสปล่อยให้เขานั่งไปเงียบๆ ส่วนเขาเองก็จมสู่ห้วงภวังค์ของตนเองเช่นกัน

ถึงสุดท้ายจะออกทะเลมาไกล แต่เขาก็ยังจำหัวข้อแรกที่เขาลากคีแรนออกมานั่งสนทนากันที่นี่ได้

ปัญญาคืออะไร

คำชี้แนะที่คีแรนมีต่อเขา คือให้เขาไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องคิดให้ซับซ้อนจนสับสน แค่ตอบไปตามสิ่งที่เขามีในหัวก็พอ เพราะนั่นย่อมเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด

1+1 ย่อมเท่ากับ 2

หึๆ การคิดอะไรแบบนั้นคงมีเพียงเด็กบ้านกริฟฟินดอร์เท่านั้นกระมังที่จะยกตัวอย่างเช่นนี้ขึ้นมาได้

แต่ไม่มีคำตอบไหนจะถูกต้องไปยิ่งกว่านั้นอีกแล้ว เรียบง่าย ไม่มีความซับซ้อน เด็กกริฟฟินดอร์ก็เป็นคนแบบนั้นกันทุกคน หากเดินไปถามพวกเขาว่า 1+1 เท่ากับเท่าไหร่ พวกเขาก็จะโพล่งว่า “ก็ 2 สิวะ” ออกมาได้อย่างไม่ลังเล บางทีฮัฟเฟิลพัฟก็คงจะตอบว่าสองทันทีเลยเหมือนกัน

แต่หากเป็นเด็กสลิธีรินกับเรเวนคลอ คำตอบย่อมไม่หลุดมาจากปากพวกเขาโดยง่ายแน่

หากเป็นสลิธีริน สิ่งแรกที่ทำก็คงจะเป็นการย้อนถามกลับไปด้วยความไม่ไว้วางใจว่า “ถามทำไม”

หากเป็นเรเวนคลอ อาจจะได้รับคำตอบประเภทว่า “คนเดียวหัวหาย สองคนรอดตาย” ก็เป็นได้

แน่นอน วาเลอเรียสย่อมไม่บ้าวิ่งไปหาเฮเลน่า เรเวนคลอแล้วตอบอีกฝ่ายว่า “ปัญญาคือความรู้ครับ” หรอก แม้ว่านั่นจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด เรียบง่ายที่สุดแล้วก็ตาม เพราะอีกฝ่ายคือเรเวนคลอ ไม่ใช่กริฟฟินดอร์ การตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมามีแต่จะลดคุณค่าตัวเองลงในสายตาของสุภาพสตรีท่านนั้น

ตัวอย่างของคีแรนเป็นเพียงการเปรียบเปรยเท่านั้น และโชคดี ที่มันทำให้วาเลอเรียสเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาในหัว บางทีมันอาจเป็นหนทางที่จะนำเขาไปสู่คำตอบก็เป็นได้

 

 

“เจ้ากลับมาเร็วกว่าที่ข้าคิดเอาไว้”

วาเลอเรียสหยุดยืนอยู่ที่ขั้นหนึ่งบนบันไดวนที่ทอดขึ้นสู่หอคอยเรเวนคลอ ที่ด้านหลังของเขามีโนเอล จามิล เกรเซียส และคีแรนยืนอยู่ด้วย

เด็กหนุ่มผมบลอนด์ยามนี้อยู่ในชุดเสื้อถักไหมพรมสีดำกับกางเกงนอนสีเทาเข้ม ทำให้วาเลอเรียสดูเหมือนเด็กผู้ชายปกติคนหนึ่งมากกว่าในเวลาปกติ เส้นผมสีบลอนด์ของเขายังมีความชื้นและหยดน้ำติดอยู่ บ่งบอกว่าเขาเพิ่งจะอาบน้ำเปลี่ยนชุดนอนแล้วจึงมาที่นี่

ท่าทางสบายๆของเขากลับไม่ได้ดูขัดตาเลยแม้แต่น้อย แม้แต่จะทำให้เฮเลน่ารู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ให้เกียรติเธอที่แต่งตัวเช่นนี้ยังไม่อาจกระทำได้ วิญญาณสุภาพสตรีสีเทาจึงได้แต่ถามเขาว่า “คำตอบของเจ้าคืออะไรหรือ วาเลอเรียส ฮามิลตัน”

“เมื่อตอนยังเด็กผมเชื่อมาเสมอว่า ปัญญา คือสิ่งที่เกิดจากการเรียนรู้และความคิด” วาเลอเรียสกล่าวพลางถอนหายใจออกมา “ทว่าความจริงแล้วของสิ่งหนึ่งต่อให้บรรจุความรู้นับสหัสวรรษเอาไว้ย่อมไม่อาจเรียกว่าเป็นบ่อเกิดของปัญญาได้ ปัญญาที่แท้คือขุมทรัพย์ที่มีเพียงเราเท่านั้นจะบ่มเพาะขึ้นมาได้ บางครั้งปัญญาก็ไม่ได้เกิดแค่จากการเรียนรู้เท่านั้น ปัญญายังเกิดจากความเข้าใจด้วย”

เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองวิญญาณหญิงสาวที่ลอยสูงกว่าระดับสายตาของเขา ก่อนจะเอ่ยต่อไปว่า “แต่จริงๆแล้วพอโตมาผมก็ได้ค้นพบ ว่าปัญญา คือ ความระลึกรู้”

“ความระลึกรู้อย่างนั้นหรือ?” เฮเลน่ามีน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความประหลาดใจกับสิ่งที่ได้ยิน

“ครับ ความระลึกรู้ที่จะใช้ชีวิตและแก้ไขปัญหา ดังนั้นสำหรับผม ปัญญา...มันก็คือ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากที่เรามีสติ สติก่อให้เกิดปัญญา ดังนั้นผมจึงถือว่าปัญญาคือความระลึกรู้

เพราะสำหรับผมแล้ว บางครั้งปัญญาไม่ได้เกิดขึ้นจากสิ่งที่ผมเคยเรียนรู้มาก่อน มันเกิดขึ้นมาเอง บางครั้งแทบจะเรียกได้ว่าไร้ที่มาที่ไป มันเพียงผุดขึ้นมาในห้วงความคิดหนึ่ง ผุดขึ้นมาจากความไม่มี เหมือนกับว่าอยู่ๆก็รู้มันขึ้นมาได้เอง ดังนั้นผมจึงเรียกมันว่าความระลึกรู้”

เฮเลน่านิ่งฟังเด็กหนุ่มอธิบายความหมายของปัญญา ดวงตาของเธอวาวโรจน์ขึ้นเมื่อได้ยินเขากล่าวพาดพิงถึงรัดเกล้าแห่งเรเวนคลอ แรกเริ่มเธอนึกขัดเคืองใจที่เขากล่าวราวกับต่อว่าเธอ ที่หลงคิดว่าการครอบครองของวิเศษชิ้นนั้นจะทำให้ตนเองกลายเป็นผู้ทรงปัญญา

แต่เมื่อเธอได้ฟังคำพูดต่อๆมา เธอก็ทำได้เพียงซึมซับสิ่งที่เขาเอ่ย

ปัญญากับความรู้ สองสิ่งนี้...ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน อย่างน้อยๆในฐานะของธิดาแห่งเรเวนคลอพวกมันก็ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน และวาเลอเรียสก็เข้าใจในความคิดจุดนั้นของเธอเป็นอย่างดี

ในอดีตเธอเคยตั้งคำถามนี้กับคนหลายคน บ้างเหมารวมว่าปัญญาคือความรู้ บ้างเข้าใจว่าปัญญาคือความฉลาด คนเหล่านั้นล้วนไม่มีค่าคู่ควรให้เธอต้องเหลือบแล เพราะพวกเขาไม่มีความสามารถพอจะแยกแยะสิ่งที่แตกต่างออกจากกันได้

ทว่าคนที่แยกแยะได้ว่าปัญญากับความรู้มิใช่สิ่งเดียวกัน ย่อมไม่อาจทำให้เธอยอมรับได้ หากเขาอธิบายไม่ได้อยู่ดีว่าปัญญาคืออะไร

สำหรับเฮเลน่า ปัญญาไม่ใช่ความรู้ แต่เป็นการรู้แจ้ง

“ความรู้เสาะแสวงหาได้ แต่ปัญญาเกิดขึ้นเองได้เพียงจากตัวเรา” ประโยคสรุปปิดท้ายที่วาเลอเรียสเอ่ยขึ้นมา เรียกรอยยิ้มจางๆให้ปรากฏบนใบหน้าของสุภาพสตรีสีเทาผู้เคร่งขรึมได้เป็นครั้งแรก

พวกจามิลที่ยืนรออยู่ด้านหลังพลันรู้สึกราวกับว่าในที่สุดก็สามารถยกภูเขาออกจากอกได้สำเร็จ

“ก่อนแม่ของข้าจะตาย ท่านก็เคยพูดกับข้าว่าปัญญาคือขุมทรัพย์ที่มีเฉพาะในตัวบุคคล ไม่อาจช่วงชิงได้ หรือส่งมอบได้ ข้าเพิ่งเข้าใจ ณ ตอนนั้นว่าที่ขโมยรัดเกล้าหนีไปเป็นเรื่องที่โง่เขลาเบาปัญญาเพียงไหน หากข้าเป็นผู้ทรงปัญญาจริง ข้าคงไม่มีทางคิดกระทำเรื่องนั้นขึ้นมาตั้งแต่แรก ข้าไม่อาจเทียบแม่ของข้าได้เลย ทว่าน่าเสียดาย ข้าตาสว่างในยามที่ไร้หนทางหวนคืนสู่ชีวิตและแม่ก็กำลังจะลาจากโลกนี้ไป” เฮเลน่ากล่าวพลางถอนหายใจออกมาอย่างโศกเศร้า “สิ่งที่ข้าพอจะทำเพื่อชดใช้ได้ คืออยู่ที่นี่ ดูแลปราสาทและเฝ้าดาบเล่มหนึ่งเอาไว้ ข้าอ่อนแอและโง่เขลาซ้ำสองที่มอบรัดเกล้าให้ทอม ริดเดิ้ลไป แต่ข้าจะไม่เบาปัญญาจนถึงขั้นยอมรับคนผิดอีก”

“คำตอบของผมเป็นอย่างไรบ้างครับ” วาเลอเรียสถามกลับอย่างสุภาพ ไม่ได้มีท่าทีร้อนใจหรือเร่งรัดเอาคำตอบเลยแม้แต่น้อย เขายังคงดูสบายๆเหมือนเมื่อเดินมาถึง และนั่นแสดงให้เฮเลน่าเห็นถึงตัวตนของเขา ว่าเขาไม่ได้รับความกดดันใดๆเลย ราวกับมั่นใจในคำตอบของตนเองมากว่ามันจะต้องถูกต้อง

“ยอดเยี่ยมและเรียบง่ายในตัวของมันเอง” เฮเลน่าพยักหน้าพลางกล่าวชื่นชมจากใจจริง “คนที่จะเข้าใจในคำว่าปัญญาได้ดีที่สุดก็คือผู้ที่มีมัน เจ้าคือผู้ทรงปัญญาที่ข้าสามารถยอมรับได้ วาเลอเรียส ฮามิลตัน”

“ถ้าเช่นนั้น..เรื่องดาบต้องสาป”

“วันพรุ่งนี้เวลาห้าทุ่มสิบนาที ข้าจะรอเจ้าที่หน้าทางเข้าชั้นเรียนวิชาปรุงยา” สุภาพสตรีสีเทากล่าวเสียงเรียบขณะหมุนตัวกลับและเริ่มลอยขึ้นไปตามบันไดเวียน “ห้องลับไม่ได้อยู่ในคุกใต้ดิน แต่...เอาเป็นว่าหากสงสัยอะไร เจ้าสามารถถามจากเขา...จากบารอนได้ ซัลลาซาร์ สลิธีรินเป็นคนเลือกสถานที่ ดังนั้นเขาจึงรู้ดีที่สุด”

วาเลอเรียสมองเฮเลน่าลอยทะลุกำแพงจากไป ที่ด้านหลังของเขา จามิลโผเข้ามาก่อนจะร้องอย่างตื่นเต้นว่า “วาโล นายทำได้!

“เขาต้องทำได้อยู่แล้ว” คีแรนเอ่ยยิ้มๆ ไม่ได้พูดเอาความดีความชอบเข้าตัวแต่อย่างไร แม้ว่าตัวเขาจะเป็นคนออกความคิดเห็นให้วาเลอเรียสหาคำตอบเจอได้ก็ตาม

“นั่นเป็นครั้งแรกในรอบพันปีที่นางเอ่ยถึงข้า” เสียงเย็นชาที่ไม่ได้คงความเย็นชาเอาไว้เฉกเช่นในยามปกติดังขึ้น ก่อนที่โนเอลจะต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อร่างสีเทาอาบเลือดร่างหนึ่งลอยผ่านตัวเขาขึ้นมาจากใต้บันได บารอนเลือดโค้งให้วาเลอเรียสก่อนจะเอ่ยว่า “วันพรุ่งนี้ข้าจะรอรับคุณชายที่ห้องนั่งเล่นรวมตอนห้าทุ่มสี่สิบนาที”

วาเลอเรียสพยักหน้ารับ เขาครุ่นคิดถึงวันพรุ่งนี้ ครุ่นคิดถึงดาบที่เขาตามหา ก่อนจะหันกลับไปหาคนอื่นๆที่ยืนอยู่ด้านหลังแล้วถามว่า “คืนพรุ่งนี้ พวกนายว่าง...”

“คุณชาย” บารอนเลือดเอ่ยขัดขึ้น เขามองพวกจามิลแวบหนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อว่า “ทางลับเส้นนั้นท่านเข้าไปได้คนเดียว”

คิ้วของวาเลอเรียสยกตัวสูงขึ้น แต่ก็กลับสู่ตำแหน่งปกติแทบจะในทันที “เพราะคนที่คุณกับเฮเลน่ายอมรับมีแค่ผม คนที่จะสามารถเข้าไปเอาดาบได้จึงมีแค่ผม ถูกไหม”

บารอนพยักหน้า จากนั้นก็ส่ายหน้า “ข้างในนั้นยังมีบททดสอบบทสุดท้ายอีกหนึ่งด่าน นั่นจึงเป็นเหตุให้มีแค่ท่านคนเดียวที่จะเข้าไปได้ขอรับ”

จามิลกับคีแรนมองหน้ากัน ต่างก็เห็นความคิดที่ตรงกันจากดวงตาของอีกฝ่าย ทว่าก่อนที่พวกเขาจะกล่าวท้วงเรื่องให้วาเลอเรียสเข้าไปในห้องลับที่เก็บดาบคนเดียว เกรเซียสกลับจับไหล่ของพวกเขาทั้งสองคนเอาไว้แล้วเอ่ยว่า “นายไปอย่างสบายใจได้เลย วาโล พวกเราเชื่อว่านายจะกลับมาอย่างปลอดภัย”

ดวงตาของวาเลอเรียสกับจามิลเบิกกว้างขึ้นเมื่อได้ยินเช่นนั้น

“นาย..เปลี่ยนไปนะ” วาเลอเรียสกล่าวยิ้มๆกับเกรเซียส ราวกับนึกขึ้นมาได้ว่าเพราะอะไรเกรเซียสถึงได้เอ่ยเช่นนี้ ทว่าเขาก็ดีใจที่เกรเซียสพูดเช่นนั้นออกมา

วาเลอเรียสหันไปมองบารอนเลือดก่อนจะเอ่ยว่า “ตกลงครับ บารอน พรุ่งนี้ตอนห้าทุ่มสี่สิบผมจะไปเจอคุณที่ห้องนั่งเล่นรวม ที่เหลือคงต้องวานพรีเฟ็กแล้วให้ช่วยไล่นักเรียนคนอื่นๆเข้าหอนอนไปให้หมด”

“ผมรอที่จะได้เจอมันแทบทนไม่ไหวแล้ว ดาบต้องสาปนั่น”

 



Talk.

ก่อนอื่นขออนุญาตขำความมีคนทักว่าติดสำนวนนิยายจีนมา 

คือสมัยเขียนฟิคชุนเทียนอ่ะ ติดสำนวนนิยายจีนกว่าตอนนี้อีกนะ แต่พยายามจะใส่ภาษาที่เข้าใจง่ายเข้าไปแทน นักอ่านจะได้อ่านกันชิลๆไปไม่ต้องเป็นพีเรียดจ๋าให้มันซีเรียส แต่ตะวันแรกฟ้าจะยัดความจีนไว้เยอะมากๆแทน

พอเขียนพวกกาลนิรันดร์ อีสปอร์ตก็หันกลับมาใช้ภาษาสมัยใหม่เต็มตัวอ่ะ จนเริ่มกลัวตัวเองว่าแบบ ชิบหายละ ถ้าต่อจากนี้จะเขียนนิยายจีนแล้วสำนวนมันไม่มาทำไงวะ ปรากฏว่ามาจับงานแปลนี่แหละ เอ้า สรุปว่าตอนนี้เอาสำนวนจีนมาเขียนฟิคแนวพ่อมดแทนไปอี๊ก55555555555555555555

ช่างเรื่องสำนวนไปก่อน เพราะเรารู้ว่ายังไงทุกคนก็อ่านรู้เรื่อง 

จะบอกว่าที่เขียนตอนนี้นานนี่ไม่ใช่อะไรนะคะ เขียนแล้วแก้ เขียนแล้วแก้ตลอด เพราะด้วยความเบลอหลังจากหายไปหนึ่งเดือนคือทุกครั้งที่พิมพ์คีแรนนิ้วจะลั่นไปพิมพ์ว่าจองกุก ส่วนเวลาจะพิมพ์จามิลนิ้วก็พาไปหาจีมินอยู่เรื่อย พิมพ์ลบพิมพ์ลบจนหัวเสียอ่ะ555555 แต่สุดท้ายก็เขียนออกมาจนได้ นานกว่าปกติไปนิดนึง อย่าว่าเรา เราพยายามจัดเวลาเต็มที่แล้ว T T

สุดท้ายก่อนจะจากไปหาทางปั่นตอน 12 เห็นมีคนถามว่าเราจบอะไรมา 

เราจบ สำนักวิชา(คณะ) จีนวิทยา (Sinology) สาขา ภาษาและวัฒนธรรมจีน (Chinese Language and Culture) มางับ รหัส 57 เกิดปี 1996 จะเรียกพี่เรียกน้องก็ตามสะดวก เชื่อว่าเห็นคำว่า "สำนักวิชา" แล้ว คนเรียนม.เดียวกันจะรู้ทันทีว่าเราจบที่ไหนมา555555

เอาล่ะ พล่ามพอแล้ว ไปทำงานอื่นต่อละ ขอบคุณทุกคนมากๆเลยนะคะที่ยังรออยู่แม้ว่าเราจะหายแวบไปเป็นเดือน ยังไงก็ขอให้กัดฟันทนอยู่ด้วยกันจนจบ เพราะน่าจะอยู่กันอีกยาวกว่าน้องจะเรียนจบ5555 ก็ไว้เจอกันใหม่ตอนต่อไปค่า 



 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 381 ครั้ง

71 ความคิดเห็น

  1. #7162 Lucky_chocko (@chocky-ha) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 01:19
    คีแรนนางเท่อีกแล้วอ่ะ สว่างไสวจริงๆเลยน้า ด่านสุดท้ายจะเป็นอะไรกันนะ
    #7162
    0
  2. #7142 FERONY (@baifern19945210) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 13:05
    วลัยลักษณ์รึเป่างะ เห็นที่วลัยลักษณ์เรียกคณะว่าสำนักวิชา เดาๆนะ◐.̃◐
    #7142
    0
  3. #7026 นี่เราวาย (@mayparadise) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 20:23
    คีแรนคอยซับพอร์ตวาโลมากอ้ะ ดวงอาทิตย์ของคุณสุดๆเลย
    #7026
    0
  4. #7010 tomyongsw (@GUNDAMZ) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 03:46
    ตอนนี้น่ารักมากกก คีแรนแบบ เป็นเด็กฉลาด แล้วก็รู้จักพูดรู้จักเอาใจวาโลมากๆ เหมือนเป็นแสงอาทิตย์นำทางวาโลได้จริงๆ ปกติวาโลไม่เคยถูกชักนำเท่าไหร่ แต่คีแรนทำได้ และให้ฟีลเหมือนสอนเด็กยังไงยังงั้น ทำให้รู้สึกว่าเออ ความเป็นกริฟฟินดอร์ก็มีข้อดีจริงๆแฮะ เขินแทนวาโลเลย เอาใจช่วยคู่นี้นะ // ตอนตอบว่าปัญญาคืออะไร ก็ทึ่งมากๆ เราคิดตามตลอด เหมือนนั่งอยู่ในชั้นเรียนปรัชญา คุณไรท์เก่งมากๆเลยนะคะ อยากชมอีกร้อยรอบฮื่อ
    #7010
    0
  5. #6789 Kimtaetae01 (@Kimtaetae01) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 00:01
    ตอนคีแรนกับวาโลนี่มีความละมุนมาก;-; ชอบการที่คีแรนเป็นคนคอยแนะนำสิ่งต่างๆให้วาโลแบบนายคีแรนนายหล่อมากอุแงงง เหนืออื่นใดปลื้มกับคำตอบปัญญาคืออะไรของวาโลมากเลยมีความลึกซึ้งในความหมายสุดๆเลยค่ะ
    #6789
    0
  6. #6546 Taeiy (@35153barabara) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 15:05
    กราบไรท์เลย
    #6546
    0
  7. #6533 @S_CB (@sutattacb) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 22:23
    แงง สนุกตื่นเต้นมาก แต่งงเรื่องเวลานิดนึงอะ คือเฮเลน่าบอกห้าทุ่มสิบแล้วบารอนบอกห้าทุ่มสี่สิบ หรือเราอ่านผิดเองนะ 555555555
    #6533
    0
  8. #6427 ChompunutEksuk (@ChompunutEksuk) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 10:26
    ไรท์สู้แบบอ่านตอนนี้แล้วอึ้งมาก
    #6427
    0
  9. #6332 pnnx (@smilefinn12) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 00:15
    เพิ่งได้โหลดแอพกลับมาอ่าน แง ลบไปช่วงที่ไรต์ไม่ได้อัพ ตอนนี้ไรต์กลับมาแล้วว คิดถึงมากกก สนุกเหมือนเดิมเลยค่ะ เนื้อหาก็ตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆจริง แล้วอ่านตอนนี้ได้อะไรเยอะมากเลยค่ะ ช่วงนี้เรากำลังมีเรื่องให้คิดอยู่ พอมาเจอที่คีแรนพูดกับวาโลแล้วตัดสินใจเรื่องของตัวเองได้ด้วยเฉยเลย555555 ชอบมากค่ะ คีแรนน่ารักมากด้วยแง อะไรมันจะเปลี่ยนเรื่องได้น่าตีขนาดนี้ ส่วนวาโลเก่งมากๆเลย ฮือ ;-; ดีใจที่กลับมาต่อนะคะ ตารางแน่นจริงๆ เป็นกำลังใจให้ทุกเรื่องนะค้า <3
    #6332
    0
  10. #6314 amoniee (@rossamonie) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 16:33
    ชอบการมีอยู่ของคีแรนมากๆเลย เป็นคนที่มีวิธีคิดต่างกับวาโล เหมือนแบบเป็นคนที่มองในมุมกว้าง บางทีเหมือนมุมคนนอกทั้งๆที่คอยอยู่ข้างๆวาโลตลอด คำแนะนำของคีแรนมีประโยชน์มาก แล้วก็เป็นคนที่เข้าใจตัวตนของวาโลจริงๆอ่ะ สองคนนี้โคตรเกื้อหนุนกันเลยอ่ะ ในหลายๆเรื่อง สุดยอดมากๆ
    #6314
    0
  11. #6300 P99 (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 12:23

    ไรท์แต่งได้เจังมากๆเลีย??‘???????‘?????

    #6300
    0
  12. #6264 Plíða (@pothos_sh) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 13:14
    ขอคาราวะไรท์คำตอบลึกซึ้งมากแบบผู้หยั่งรู้ที่แท้จริง
    #6264
    0
  13. #6258 Lala_Land (@Lala_Land) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 23:03
    อ่านคำตอบไปก็ต้องคืฝิดตาม อ่านวนๆๆๆ
    #6258
    0
  14. #6234 NNCT_2540 (@chonthicha7788) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 20:11
    คำตอบลึกซึ้งมาก ถ้านี่เป็นคนตอบคงยืนอึ้งตะลึงตั้งแต่โดนถาม 55555
    #6234
    0
  15. #6232 fridayisblue (@km-sungkyu) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 19:54
    แว้บแรกตอนคีแรนถาม1+1เท่ากับเท่าไหร่ ในใจตอนหน้าต่าง55555555555 มุขในวัยเด็กตัดมู้ดนิยายเฉย(ไม่รู้ไรท์เคยได้ยินมั้ยนะคะ555) ส่วนเนื้อหาก็ไม่มีอะไรที่ไม่ชอบเลย ประทับใจเหมือนเดิม เก่งขึ้นเรื่อยๆเลยค่ะ สุดยอดดดดด
    #6232
    0
  16. #6228 ่Airino (@matimon35) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 19:04
    ชอบคำตอบของคำว่าปัญญามากค่ะ ไรท์เก่งมากที่คิดอะไรแบบนี้ สุดยอดจริงๆค่ะ อันนี้ชมจริงๆนะคะ
    #6228
    0
  17. #6221 Preen14-07 (@Preen14-07) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 12:22
    ตอนที่คีแรนจับมือวาโลนี่บับ อบอุ่นมากกกก รู้สึกละมุนละไมทั้งๆที่ไม่มีอะไรมากไปกว่าการจับมือ ฮรื่อ

    /ขำไรท์อะ ความทะเลาะกับภาษาเขียนตัวเอง55555555
    #6221
    0
  18. #6202 Farohnie (@O-R-U-L8-2) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 09:08

    คอยสนับสนุนส่งเสริมให้กันและกันอยู่เสมอเลย น่ารักจัง❤️❤️❤️

    #6202
    0
  19. #6193 Maei_Ai (@natthamon2542) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 04:52
    สนุกมากค่าาาา
    #6193
    0
  20. #6180 tttem_ (@bellatrixx-19192) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 01:07

    ขอท้วงนิดนึงนะคะตัวเอง กระจกเงาแห่งแอริเซดนะคะ ไม่ใช่แอริเชด

    #6180
    0
  21. #6175 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 00:58

    ชอบอ่ะ ชอบเวลาคีลจับมือวาโลมันดูน่าปกป้อง
    #6175
    0
  22. #6174 Ono SEiJi (@ecrips) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 00:53
    กู๊ดจ็อบมากค่ะคีแรนน้อย ลาสบอสของวาโลฉลาดมั่ก
    #6174
    0
  23. #6170 kkkanunnn (@kkkanunnn) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 00:23
    จะสำนวนแบบไหนไรท์ก็ถ่ายทอดออกมาได้ดีทั้งนั้นเลยค่ะ
    #6170
    0
  24. #6169 rapbit+ (@jukialol) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 23:52
    แงงงงง ยินดีด้วยนะคะไรท์ จบเหมือนกัน แต่ไรท์เกิดหลัง ก็ขอเรียกไรท์ต่อไปนะคะ ชอบผลงานจริงๆ ค่ะ ทุกเรื่องเลย ชอบความอัพเร็วด้วย 555 ยังไงก็พักผ่อนดูแลสุขภาพด้วยนะฮับ ส่วนสำหรับตอนนี้ ชอบมาก ตอนนี้ก็เข้มข้น แต่เป็นเข้มข้นคู่พระนายนะคะ คีแรนมาทีทำเอาเขินตัวยิดเลย เรียบง่ายแต่ตรงใจคุณวาโลเขาแน่นอน (แซว) แล้วก็กำลังจะได้เจอกับดาบที่เฝ้าตามหาแล้วนะ
    #6169
    0
  25. #6168 SeeYoo_Soon (@SeeYoo_Soon) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 23:02
    สู้ๆนะคะ
    #6168
    0