{Fic BTS} Legacy [KookV] #Legacykookv

  • 200% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 142,500 Views

  • 7,459 Comments

  • 4,339 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    14,421

    Overall
    142,500

ตอนที่ 73 : บทที่ 9 สองคำถาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4010
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 556 ครั้ง
    6 มี.ค. 62


บทที่เก้า

สองคำถาม



“บททดสอบของข้า ไม่มีระยะเวลากำหนด” บารอนเลือดกล่าวขณะที่ลอยหันหลังกลับไป ท่าทางราวกับต้องการจะให้โอกาสวาเลอเรียสได้ไปเตรียมตัวเสียก่อนจะเริ่มบททดสอบนี้ ทว่าวาเลอเรียสกลับจ้องแผ่นหลังโปร่งแสงของเขาเขม็ง สีหน้าเคร่งเครียดจริงจังจนแม้แต่จามิลยังต้องเกิดความรู้สึกกังวล บารอนเลือดเองก็ทำได้เพียงผินหน้ามองแววตาของเด็กหนุ่มด้วยความประหลาดใจ

แววตาคู่นั่นแปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง

และทำให้บารอนรู้สึกว่าจิตใจไม่สงบมั่นคงขึ้นมาได้อย่างไร้สาเหตุ

เนิ่นนานทีเดียวที่วาเลอเรียสไม่ขยับเขยื้อนหรือละสายตาไปไหน จามิลเองก็ไม่กล้าพูดอะไรขึ้นมา วาเลอเรียสในขณะนี้ราวกับทะเลสาบที่ผิวน้ำสะงบนิ่งทั้งยังสะท้อนเงาของสรรพสิ่งอย่างเงียบงัน จามิลหวาดกลัวการทำให้ผิวน้ำที่นิ่งสงัดนั้นเกิดรอยกระเพื่อมไหว

หลายนาทีผ่านไป จนฝ่ามือของจามิลหลั่งเหงื่อเย็นเฉียบออกมาด้วยความกดดัน วาเลอเรียสก็พลันคลายสีหน้าเคร่งขรึมลง ยิ้มอย่างเหนื่อยอ่อนแล้วเอ่ยว่า “ผมยังคิดวิธีที่จะทำให้คุณยอมรับไม่ออกเลยครับ ไว้พรุ่งนี้ผมจะกลับมาใหม่”

เอ่ยจบก็จูงแขนจามิลจากไป ทิ้งวิญญาณบารอนที่เหม่อลอยเอาไว้เบื้องหลัง

จามิลมองวาเลอเรียสอย่างมึนงง “นายทำอะไรของนายน่ะ”

“ใช้จิตวิทยากดดันเขา” วาเลอเรียสตอบยิ้มๆ ท่าทางไม่ได้จนปัญญาอย่างที่แสดงออกเมื่อครู่ ทว่าเค้าของความเหนื่อยอ่อนบนใบหน้าของเขาไม่ได้จางหายไปไหน “แต่ฉันก็ยังคิดไม่ออกจริงๆ เขาไม่ใช่คนธรรมดา หมายถึง...ก่อนเขาจะตายน่ะนะ เขาไม่ได้เป็นอัศวินหรือพ่อมดธรรมดาทั่วไป แต่เป็นถึงบารอน นายคิดว่าคนแบบนั้นจะยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆเหรอ”

“ไม่มีทาง”

“ก็นั่นน่ะสิ ฉันเลยต้องตักตวงเวลาให้คุ้มค่าที่สุด ขอกลับไปทำการบ้านก่อนแล้วค่อยกลับมาจัดการเขา” วาเลอเรียสเอ่ยพลางหยุดยืนพิงราวบันไดเมื่อพวกเขาลงจากหอดูดาวมาไกลพอสมควรแล้ว เขาเอียงศีรษะครุ่นคิด มองจามิลไปพลางเอ่ยถามว่า “นายว่า คนที่สลิธีรินคัดเลือกมาเป็นลูกศิษย์รุ่นแรก อารมณ์ร้อน เวลาโมโหขาดสติลงมือฆ่าคนได้ คนแบบนั้นจะยอมรับคนประเภทไหนเป็นเจ้านาย”   

จามิลเกาศีรษะแกรก เอ่ยเสียงอ่อยว่า “ก็ต้องเป็นคนที่แข็งหรือร้ายกว่าเขาน่ะสิ”

วาเลอเรียสชี้เข้าหาตัว ถามว่า “ฉันดูเหมือนคนประเภทนั้นเหรอ”

จามิลส่ายหน้าทันที

“เพราะงั้นฉันเลยต้องถอยมาตั้งหลักก่อน แล้วค่อยๆหาทางเอาชนะเขา บารอนเลือดเป็นผี จะท้าสู้แล้วเอาชนะเขาย่อมไม่มีทางเป็นไปได้ จะอาศัยตัวฉันกดข่มเขายิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ ฉันยังไม่อายุสิบสี่เต็มเลยด้วยซ้ำ จะไปสู้ผีอายุพันปีได้ยังไง” วาเลอเรียสเองก็ส่ายหน้า เขายิ้มจางๆให้จามิล ก่อนจะเอ่ยว่า “กลับกันก่อนดีกว่า ฉันอยากคุยกับคีแรนแล้วก็โนเอลสักหน่อยเรื่องบารอนเลือด”

“อะ อืม” จามิลพยักหน้ารับ ก่อนจะตามวาเลอเรียสลงบันไดกลับไปยังห้องนั่งเล่นรวมของพวกเขาที่อยู่ในชั้นใต้ดิน

เช้าวันรุ่งขึ้นโนเอลกับคีแรนซึ่งเหนื่อยล้าจากการซ้อมควิดดิชถูกวาเลอเรียสกักตัวเอาไว้ก่อนไปเข้าเรียนคาบแรกของภาคเช้า ทั้งสองฟังวาเลอเรียสเล่าบทสนทนาระหว่างเขากับบารอนเลือดให้ฟังจบแล้วต่างคนก็ต่างจมอยู่ในห้วงความคิด จามิลมองทั้งสองคนสลับไปมาก่อนจะสะกิดวาเลอเรียสแล้วกระซิบว่า “พวกเขาจะช่วยนายได้เหรอ”

“พวกเขาฉลาดออก อย่างน้อยก็ต้องมีความคิดเห็นอะไรบ้างแหละ” วาเลอเรียสกล่าวอย่างไม่จริงจังนัก ดูราวกับว่าไม่ได้คาดหวังจะได้รับวิธีดีๆจากทั้งสองในทันที เพียงคาดหวังความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะคร่าวๆเท่านั้น

โนเอลเอ่ยขึ้นมาว่า “ฟังจากที่เขาพูดแล้ว ฉันว่าเงื่อนไขของแบบทดสอบมีช่องโหวเต็มไปหมด แถมยังเปิดกว้างเสียจนตัดสินใจลำบากไม่น้อยเลย คำว่าทำให้ยอมรับ มันแปลได้หลายแง่มุมมาก ปัญหาคือนายจะเอาอะไรเป็นสิ่งที่ทำให้เขายอมรับ และนายมีโอกาสกี่ครั้งในการทำให้เขายอมรับ”

“เท่าที่ดู กี่ครั้งก็น่าจะได้ ตราบใดที่วาโลยังไม่ถอดใจจะตามหาดาบ” คีแรนหันไปมองโนเอล “ส่วนเรื่องทำให้ยอมรับ ฉันคิดว่ามันไม่ได้ยากอย่างที่พวกเรากังวลกัน”

“หมายความว่ายังไง” โนเอลเลิกคิ้วสูง

“หมายความว่าไม่จำเป็นต้องเอาชนะเขา แต่ทำให้เขายอมรับต่างหากล่ะ” คีแรนชี้ให้เห็นถึงเงื่อนไขสำคัญ “ถ้าถามฉันนะ ฉันคิดว่ามันคือการที่เราต้องแสดงจุดแข็ง จุดเด่น หรือข้อได้เปรียบอะไรก็ตามของเราออกมา ที่ต้องให้ความสำคัญคือไอ้สิ่งที่ว่านี้ เราต้องมั่นใจว่าคนอย่างบารอนจะยอมรับได้”

“ถ้านายพูดแบบนั้น แค่เขาเป็นทายาทแห่งสลิธีริน บารอนเลือดก็ต้องเกรงใจเขาหลายส่วนอยู่แล้ว” โนเอลเถียง ก่อนจะชะงักไป

วาเลอเรียสเป็นทายาทแห่งสลิธีริน ใครๆก็รู้ คนทั้งโลกต่างก็รู้เรื่องนี้ ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่บารอนเลือดจะไม่รู้ ยิ่งคิดทบทวนดู โนเอลก็ยิ่งค้นพบว่าบารอนเลือดปฏิบัติกับวาเลอเรียสดีกว่าที่ปฏิบัติกับนักเรียนคนอื่นๆมากจริงๆ

คำถามคือ นอกจากสายเลือดหรือฐานะที่เป็นทายาทแล้ว ในตัววาเลอเรียสยังมีความสามารถอะไรอีกที่จะทำให้บารอนยอมรับได้

คีแรนไม่สนใจโนเอลที่จมอยู่ในห้วงความคิดอีก เขาเพียงแต่หันไปยิ้มให้วาเลอเรียส ก่อนจะเอ่ยว่า “ฉันเชื่อว่านายสยบเขาได้อยู่แล้ว พญางูโอโรโบรอสยังต้องเรียกนายว่านายท่าน นับประสาอะไรกับลูกศิษย์สลิธีรินคนหนึ่ง ต่อให้เขาเป็นผีอยู่มานานเป็นพันปีแถมยังนิสัยไม่ค่อยน่ารัก แต่เขาคงไม่ปราบยากไปกว่าโอโรโบรอสหรอก”

“ปัญหาคือโอโรโบรอสสัมผัสพลังฉันได้และยอมรับในทันที บารอนบอกให้ฉันต้องผ่านด่านทดสอบก่อน” วาเลอเรียสกล่าว

“นายบอกว่านายเล่นจิตวิทยากับเขา ไม่คิดบ้างเหรอว่าบางทีเขาเองก็อาจเล่นจิตวิทยากับนายอยู่ก็ได้” คีแรนกลับพูดออกมาง่ายๆด้วยสีหน้าที่เกลื่อนไปด้วยรอยยิ้ม “ทำให้นายคิดมาก สับสน และลังเล สุดท้ายจะคิดมากจนพลาดไป ฉันว่านะ จริงๆแล้วนายก็แค่เป็นตัวของนาย ไปหาเขาและทำให้เขารู้ว่านายเป็นใคร เป็นคนแบบไหน และโลกแบบไหนที่นายคิดจะนำชุมชนผู้วิเศษไป เชื่อเถอะ เขาจะต้องยอมรับนายแน่ นอกจากสลิธีรินก็ไม่มีใครจะทำแบบนายได้อีกแล้ว”

คำพูดของคีแรนไม่เพียงทำให้วาเลอเรียสอึ้งไป โนเอลกับจามิลเองต่างก็อึ้งไปเช่นกัน

ต้องใช้ความเชื่อมั่นขนาดไหนถึงพูดออกมาราวกับเป็นเรื่องง่ายดายขนาดนี้ได้

ไม่สิ

ต้องรู้จักวาเลอเรียสดีขนาดไหน ถึงรู้ว่าตัวตนของวาเลอเรียสนั่นแหละคือสิ่งที่จะสามารถทำให้บารอนเลือดยอมรับได้

จามิลเติบโตมาด้วยกันกับวาเลอเรียส หลายครั้งที่เขาได้ยินคำพูดของคีแรนแล้วต้องถามตัวเองด้วยความสงสัย ว่าทำไมวาเลอเรียสในสายตาของคีแรน จึงได้แตกต่างกับวาเลอเรียสในสายตาของเขานัก

จริงอยู่ เขาเองก็เชื่อมั่นในตัววาเลอเรียสมาก ถึงขั้นที่ว่าหากวาเลอเรียสบอกให้เดินไปทางซ้าย เขาก็จะไม่มีทางเดินไปทางขวาอย่างแน่นอน

แต่คีแรนกลับเป็นคนที่เดินไปทางซ้ายแต่แรก โดยที่บางครั้งวาเลอเรียสยังไม่ทันได้สั่งเลย ราวกับทุกๆความรู้สึกนึกคิดของพวกเขาเชื่อมกันเอาไว้

อีกอย่าง...วาเลอเรียสในสายตาคีแรน ยิ่งใหญ่ขนาดไหนกันแน่

วาเลอเรียสเคยบอกจามิล ว่าคีแรนเป็นเหมือนดวงอาทิตย์ที่ยิ่งใหญ่ คอยสนับสนุนเขา ค่อยมอบแสงสว่างให้เขา ถ้าไม่มีดวงอาทิตย์ ดาวพฤหัสดวงนั้นจะไม่มีวันเปล่งแสงเจิดจรัสอยู่กลางนภาได้

แล้วในสายตาของดวงอาทิตย์นั้น ดาวพฤหัสคืออะไรกันนะ?

โนเอลมองคีแรนกับวาเลอเรียสที่กำลังสบตากัน ก่อนที่สายตาของเขาจะเลื่อนมาทางจามิลที่มีสีหน้าเหม่อลอย เด็กหนุ่มบ้านเรเวนคลอลังเลอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่เขาจะวางมือลงบนไหล่ของจามิลเบาๆ

จามิลสะดุ้ง เงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูงกว่า สิ่งที่เขาพบคือแววตานิ่งสงบที่หยั่งไม่ถึงของโนเอล

“เรื่องบางเรื่อง ต่างคนคิด คำตอบย่อมแตกต่าง” โนเอลเอ่ยสั้นๆ ก่อนที่เขาจะตบไหล่จามิลเบาๆอีกสองครั้ง แล้วขอตัวไปเข้าเรียนวิชาแรกก่อน ทิ้งจามิลให้มองตามแผ่นหลังเขาไปเงียบๆ

หัวไหล่คล้ายยังมีสัมผัสน้ำหนักมือของใครบางคนหลงเหลืออยู่เลย



หอดูดาวเป็นพื้นที่ส่วนที่อยู่สูงที่สุดในปราสาท คราวก่อนที่วาเลอเรียสมาเยือนที่นี่ก็เป็นการวิ่งสุดชีวิตเพื่อปลดปล่อยโอโรโบรอสให้ทันท่วงที คราวต่อมาเขาก็เดินมาที่นี่กับจามิลเพื่อพบบารอนเลือด ทว่าค่ำคืนนี้...หลังจากที่เขากลับไปขบคิดอย่างหนักอยู่เกือบหนึ่งสัปดาห์ เด็กหนุ่มก็กลับมายังเส้นทางที่ทอดสู่หอดูดาวอีกครั้ง แต่ละฝีเท้ามั่นคงหนักแน่น สีหน้าปลอดโปร่งสบายใจ สาวเท้าทีละก้าว ทีละก้าว มุ่งหน้าไปพบบารอนเลือดอีกครั้ง

ครั้งนี้ไม่เหมือนคราวก่อนที่เขาเคร่งเครียดกดดัน เด็กหนุ่มไพล่มือทั้งสองข้างไว้เบื้องหลัง ยามพบเจอวิญญาณศิษย์แห่งสลิธีรินก็เพียงแต่ทักยิ้มๆว่า “สายันณ์สวัสดิ์ครับ บารอน”

บารอนเลือดมองวาเลอเรียสด้วยสายตานิ่งๆ สีหน้าของเขาเรียบเฉย แต่จิตใจกลับไม่ค่อยสงบนัก

นับตั้งแต่วาเลอเรียสจากไปเป็นเวลาเกือบสัปดาห์ วิญญาณอย่างเขา หรือแม้แต่ผีตนอื่นๆอย่างมาร์ลอนหรือไลโอเนลล้วนนั่งไม่ติดที่

พวกเขารอคอยการกลับมารับการทดสอบของวาเลอเรียส

หากจะบอกว่าพวกเขาไม่คาดหวังก็คงเป็นไปไม่ได้

ดาบเล่มนั้นถูกเก็บรักษามานานเป็นพันปี แท้จริงแล้วของสิ่งนั้นไม่ได้เป็นของอาถรรพ์หรือของต้องห้ามแต่อย่างใด มันเป็นเพียงวัตถุเวทมนตร์ชิ้นหนึ่ง เพียงแต่ผลลัพธ์ของเวทมนตร์บทนั้นมีค่ามหาศาล ไม่อาจปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือของคนชั่วได้ ยิ่งไม่ควรตกอยู่ในมือของพ่อมดศาสตร์มืด ดังนั้นสลิธีรินกับเรเวนคลอจึงทุ่มกำลังและสติปัญญาหาทางเก็บรักษามันเอาไว้

กับพวกพ่อมดฝ่ายมืด ย่อมไม่อยากให้ได้เอาไป แต่กับทายาทสายตรงของสลิธีริน มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

พวกคนรุ่นหลังในตระกูลต่างๆอาจไม่รู้ถึงความลับของตระกูลฮามิลตัน แต่ผู้คนในยุคเดียวกันกับต้นตระกูลฮามิลตันอย่างมาตินย่อมรู้ถึงที่มาที่ไปของคนตระกูลนี้ ดังนั้นเรื่องที่แท้จริงแล้วตระกูลฮามิลตันสืบสายเลือดเดียวกับซัลลาซาร์ สลิธีริน พวกเขาเองย่อมรู้ดีเช่นกัน

บารอนกับมาติน...แน่นอนว่าพวกเขาไม่เพียงรู้จัก ยังเป็นเพื่อนร่วมรุ่น!

ร่ำเรียนด้วยกันมาเป็นระยะเวลาเจ็ดปีเต็มไปฮอกวอตส์ ยามเมื่อพบเจอคนของฮามิลตันในตระกูลบารอนย่อมแสดงท่าทีดีต่ออีกฝ่าย กับวาเลอเรียสก็ไม่มีข้อยกเว้น ไม่เช่นนั้นตอนเกิดเรื่องที่วาเลอเรียสถูกลากเข้าไปพัวพันกับอัลบัส พอตเตอร์ซึ่งถูกใส่ร้าย บารอนเลือดคงไม่ออกหน้าช่วยเป็นพยานให้ว่าพวกเขาบริสุทธิ์

อย่างไรก็ตาม บารอนไม่อาจใช้ความสัมพันธ์เก่าก่อนเนิ่นนานนั้นมาช่วยเหลือวาเลอเรียส กฏกติกาล้วนถูกตั้งไว้ชัดเจนแล้ว แม้ผู้ที่ต้องการดาบเล่มนั้นจะเป็นทายาทสายตรงของสลิธีริน เขาก็ยังจะต้องผ่านด่านทดสอบไปให้ได้

ดังนั้นบารอนเลือดและผีตนอื่นๆจึงรอคอย และคาดหวังอยู่ในใจ

ดาบเล่มนั้น...หากถูกนำออกมาใช้ในที่สุด ใครกันเล่าที่ทายาทแห่งสลิธีรินจะมอบอำนาจคืนให้หากไม่ใช่พวกเขาเอง

ทว่าการเอาใจช่วยก็ส่วนหนึ่ง การต้องมอบบททดสอบให้อีกฝ่ายก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งเช่นกัน

“เจ้าพร้อมแล้วรึ วาเลอเรียส ฮามิลตัน” บารอนเลือดถามเด็กหนุ่มตรงหน้า

“ที่จริงผมพร้อมนานแล้ว ที่จริงแล้วผมไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเตรียมตัวเลย แต่ว่า...ด้วยความโง่เขลาของผม และประสบการณ์ที่น้อยนิด ทำให้ผมหลงผิดคิดว่าตัวเองไม่พร้อมในทีแรก” วาเลอเรียสกล่าวยิ้มๆ “บารอน คุณคงทราบอยู่แล้วว่าผมมีความสามารถพิเศษในการมองเห็นนิมิตภาพอนาคต แต่พอเป็นเรื่องของผู้วายชนม์กลับไม่สามารถมองเห็นอย่างชัดเจนได้เลย”

“เพราะผีนั้นไร้ชะตาชีวิต”

“นั่นไม่จริงหรอกครับ” วาเลอเรียสส่ายหน้าไม่เห็นด้วยกับที่เขากล่าว “ถึงผมจะไม่รู้วันเดือนปีเกิดของคุณ แต่ผมรู้ว่าพวกผีไม่ได้ไร้ชะตาชีวิต ตรงกันข้าม พวกเขามีชะตาชีวิตที่แข็งแกร่ง ที่เด็ดขาดกว่าคือพวกเขายังแข็งแกร่งกว่าชะตาชีวิตเสียอีก แม้แต่ดวงวิญญาณของตนก็ยังเอากลับคืนมาจากความตายได้”

คำพูดเหล่านี้ของวาเลอเรียสลึกซึ้ง หากเอ่ยกับผีประจำบ้านกริฟฟินดอร์อย่างนิกหัวเกือบขาดอาจจะทำให้เขาต้องยืนงงเป็นไก่ตาแตก ทว่าภาพนั้นไม่เกิดขึ้นกับบารอนเลือด แม้ว่าเขาจะเป็นคนเลือดร้อนหัวรุนแรงเพียงไหน สติปัญญาของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าใครในบรรดาศิษย์ที่สลิธีรินเลือกสรรค์เข้ามาเรียน

วาเลอเรียสกำลังยกยอปอปั้นเขา แต่พูดได้มีหลักการยิ่งนัก ฟังดูแล้วยิ่งใหญ่ยิ่งนัก และนั่นก็ทำให้คนฟังรู้สึกดีขึ้นมาได้ไม่ยาก

ศิษย์สลิธีรินคนไหนไม่ชอบการถูกยกยอปกปั้นบ้าง? ใครในโลกนี้ไม่ชื่นชอบคำชมบ้าง?

บารอนเลือดเองก็ย่อมไม่มีข้อยกเว้น ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังทำหน้าขรึมเอ่ยว่า

“นี่คือวิธีที่เจ้าคิดว่าจะทำให้ข้ายอมรับในตัวเจ้าอย่างนั้นรึ?”

“ไม่ใช่หรอกครับ” วาเลอเรียสโบกมือปฏิเสธ “วันนี้ผมมาเพื่อที่จะถามคำถามคุณสองข้อ ข้อแรก..” วาเลอเรียสมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาสีเขียวลึกลับคู่นั้น ถามด้วยใบหน้าที่คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มว่า “คุณคิดว่าผมเป็นคนยังไงครับ”

บารอนเลือดอึ้งไป เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าอีกฝ่ายจะเริ่มด้วยการตั้งคำถามเช่นนี้ออกมา

ทว่าคำถามนั้นน่าสนใจจริงๆ บารอนเลือดต้องอดไม่ได้ที่จะขบคิดตามคำถามของอีกฝ่าย

วาเลอเรียส ฮามิลตัน เป็นคนอย่างไร

เขาไม่รู้ แต่กลับพอจะดูออกอยู่บ้าง

เด็กหนุ่มคนนี้เป็นลูกชายของฮาดิ หลานชายของเชอร์ล็อค ใบหน้าหล่อเหลา ท่าทางสง่างามเหมือนคุณชายที่ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี ทว่านั่นเป็นเพียงเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น

ที่สำคัญคือน้ำเสียง สีหน้า และแววตาของเด็กคนนี้ต่างหาก

ยามอยู่ท่ามกลางกลุ่มเพื่อน เขาดูคล้ายเด็กหนุ่มทั่วไป ยิ้มบ้าง หัวเราะบ้าง หยอกล้อบ้าง บึ้งตึงบ้าง แต่ในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับเขาหรือสถานการณ์หนักหนา สิ่งที่เด็กหนุ่มคนนี้แสดงออกมีเพียงความเยือกเย็นและแววตาอันเฉียบคมราวกับรับรู้ในทุกสิ่งก่อนอยู่แล้ว

ซึ่งวาเลอเรียสก็รับรู้ถึงทุกสิ่งล่วงหน้าได้จริงๆ

ทว่าเด็กหนุ่มอายุสิบกว่าปี ต่อให้รับรู้เหตุการณ์ต่างๆล่วงหน้าได้ ก็ยังต้องมีหวั่นไหวหรือตื่นตระหนกบ้าง วาเลอเรียสที่สุขุมเย็นชาได้ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน แท้จริงแล้วมีจิตใจที่ซับซ้อนกว่าคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกันมากนัก

ขณะนี้ยามสบตากับอีกฝ่ายที่มองมาอย่างสงบนิ่ง หัวใจที่หยุดเต้นมาแสนนานของบารอนพลันคล้ายสามารถเต้นขึ้นมาอีกครั้ง

ราวกับว่าเขาพบเห็นซัลลาซาร์ฟื้นคืนชีพกลับมายืนต่อหน้าเขาอีกครั้งอย่างไรอย่างนั้น!

อาจารย์ใหญ่ท่านนั้นก็มีท่าทางคล้ายกันนี้ แม้ตอนพบหน้าอีกฝ่ายจะค่อนข้างมีอายุ ทว่าเขาจดจำเค้าโครงหล่อเหลาลึกลับที่หลงเหลืออยู่บนร่างของอาจารย์ได้ พ่อมดผู้มีแนวทางความคิดเป็นของตนเอง ลึกลับจนทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าเขาอันตราย เขาเองก็มักจะมีท่าทีเช่นนี้ สงบนิ่ง เย็นชา หยิ่งผยองอยู่ในทีระคนสูงส่ง

ราวกับอสรพิษผู้งดงามและน่าหวาดหวั่นเพราะฉลาดและเปี่ยมพิษร้าย

บารอนสงบสติอารมณ์ของตัวเองลง จากนั้นดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นอย่างอดไม่ได้

เด็กหนุ่มตรงหน้าเพิ่งจะเอ่ยคำถามเขาออกมาประโยคเดียว พริบตาเดียวก็ถึงกับทำให้เขาหวนรำลึกถึงอาจารย์ใหญ่ผู้จากไปนานแล้วได้ ทั้งยังคิดว่าทั้งสองคล้ายกันแล้วอย่างนั้นหรือ?

วาเลอเรียสมองสีหน้าแววตาที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของบารอนเลือด ไม่มีใครรู้ว่าเด็กหนุ่มล่วงรู้ได้หรือไม่ว่าวิญญาณผู้อาวุโสตรงหน้ากำลังคิดเช่นไร เขาเพียงแต่สบดวงตาที่วูบไหวของอีกฝ่ายแล้วกล่าวว่า “ส่วนคำถามที่สองที่ผมอยากจะถามก็คือ คุณคิดว่าคนอย่างผม จะสามารถนำโลกผู้วิเศษใบนี้ ไปในทิศทางไหน?”

คนอย่างผมจะสามารถนำโลกผู้วิเศษใบนี้ไปในทิศทางไหน

ประโยคนี้ช่างจองหอง ช่างยโสโอหัง ช่างทะเยอทะยานอย่างร้ายกาจ

หากคำถามแรกนำพาบารอนย้อนอดีตไปไกลถึงสมัยที่เขาเป็นนักเรียน คำถามที่สองก็ปลุกเลือดร้อนระอุที่มอดดับในใจของบารอนให้หวนกลับคืนมาอีกครั้ง

ครั้งหนึ่งเขาก็เคยพูดประโยคคล้ายกันนี้กับผู้เป็นอาจารย์

“อาจารย์ใหญ่ ท่านคิดว่าคนอย่างข้า จะสามารถเปลี่ยนแปลงโลกผู้วิเศษให้เข้าใจถึงปณิธานของท่านได้หรือไม่”

คราครั้งนั้นเขายังหนุ่มแน่น เพิ่งจบการศึกษา เลือดในกายช่างร้อนระอุ เป้าหมายของเขาสูงส่งเทียมฟ้า อยากทำให้โลกทั้งใบเห็นถึงความยิ่งใหญ่ที่ตนเองเป็น ทว่าน่าเสียดายนัก ความฝันอันยิ่งใหญ่ยังไม่ทันได้ถูกสานต่อจนสำเร็จ ชีวิตของเขาก็ถูกปลิดเปลื้องลงด้วยน้ำมือของตนเอง

ตนเองที่ยามนั้นชอกช้ำ สูญเสีย และบ้าคลั่งจากการตายของผู้หญิงที่เขาตกหลุมรัก

ผู้หญิงที่ไม่แยแสสิ่งใดเลยนอกจากปัญญาและการเอาชนะ

บารอนเลือดฉุดความคิดของตนเองกลับมา พลางจับจ้องร่างของเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่วางตา เขารับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในร่างของเด็กหนุ่มอายุน้อยตรงหน้า

ตัวตนที่คล้ายกับอาจารย์ ปณิธานที่คล้ายคลึงกับตัวเขา

มิน่าเขาจึงกล้ากล่าวว่า ‘ที่จริงผมพร้อมมานานแล้ว’ ออกมาได้อย่างปลอดโปร่ง

เพราะเขาพร้อมมานานแล้วจริงๆ

บารอนเลือดลอยเข้ามาใกล้ วาเลอเรียสก็ไม่ได้ก้าวถอยหนี เขาเงยหน้ามองอีกฝ่าย เอ่ยว่า “คุณมีคำตอบไหมครับ หรืออยากให้ผมลองพูดอะไรให้คุณฟังอีกสักหน่อย เผื่อจะช่วยประกอบการตัดสินใจได้”

“เอาสิ” บารอนอยากรู้ว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะกล่าวอะไรออกมาอีก

“ผมคิดว่าบางที การที่ผมมีนิสัยแตกต่างกับเด็กคนอื่นๆ อาจเป็นเพราะการที่ครอบครัวพยายามอบรมสั่งสอนผมมากเป็นพิเศษ ทว่าที่จริงแล้วนั่นเป็นเพียงเหตุผลส่วนเดียว” วาเลอเรียสกล่าวอย่างไม่เร่งร้อน น้ำเสียงเบาสบายเช่นก่อนหน้า “มันเป็นเพราะผมรู้มาตั้งแต่ต้น ว่าผมมีหน้าที่อย่างไร ผมเลยเดินไปในเส้นทางเบื้องหน้าได้โดยไม่มีความลังเล”

“เส้นทางเบื้องหน้าของเจ้าเป็นเช่นไร” บารอนถาม

“เส้นทางเบื้องหน้าของผม คือเส้นทางที่บรรพบุรุษได้เคยกรุยทางเอาไว้ เพียงแต่ยังเดินไปไม่ถึงจุดสิ้นสุด หน้าที่ของผมคือไปต่อจนถึงจุดหมาย”

“ถ้าเช่นนั้นจุดหมายของเจ้าคือสิ่งใด”

“ผมเป็นชนรุ่นหลัง แต่ขณะเดียวกันก็เป็นผู้สืบทอด ตั้งแต่จำความได้ ผมก็ได้รู้ฐานะของตัวเองแล้วว่าผมคือทายาทของสลิธีริน สิ่งที่ทายาทคนอื่นๆไม่เคยคิดทำให้สำเร็จ ผมจะเป็นคนทำมันเอง”

ดวงตาของวาเลอเรียสทอประกายเจิดจ้า สายตานั้นราวกับจะสาดส่องให้บารอนได้มองเห็นเส้นทางที่เด็กหนุ่มกล่าวถึงได้จริงๆ

“ทิศทางของโลกผู้วิเศษที่ผมจะนำไป ผมไม่อาจรับประกันได้ว่าเหมือนกับทิศทางที่ซัลลาซาร์อยากให้เป็น แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรับประกันได้ คือทุกคำครหาที่ผู้วิเศษมีต่อสลิธีริน ผมจะลบมันทิ้งไปจนกลายเป็นหน้ากระดาษเปล่า และผมจะเขียนประวัติศาสตร์ขึ้นมาใหม่ด้วยมือของผมเอง”

หอดูดาวพลันตกอยู่ในความเงียบอันเนิ่นนานคล้ายกับเวลาผ่านไปชั่วกาล

บารอนเลือดตะลึงมองเด็กหนุ่มตรงหน้าอยู่นานเช่นกัน

หลายนาทีต่อมา ร่างของบารอนผู้สูงส่งพลันโค้งลง แสดงท่าทีอ่อนน้อมยอมลงแด่ผู้ที่เขายอมรับภักดี

ช่างเหมือนยิ่งนัก แต่ขณะเดียวกันก็แตกต่าง

ใช่แล้ว เป็นความเหมือนที่แตกต่าง ของหนึ่งผู้เริ่มตำนาน และอีกหนึ่งทายาท...ผู้ว่ากันว่าจักเป็นคนสุดท้ายแล้วในสายตระกูลนี้

มาถึงยามนี้ บารอนไม่มีเหตุผลอื่นใดที่เขาจะไม่ยอมรับในตัววาเลอเรียส

อีกฝ่ายกล่าวไว้ได้ถูกต้อง เขาพร้อมอยู่แล้วที่จะเป็นผู้นำคนต่อไปของโลกผู้วิเศษ ตัวเขาเองนั่นแหละคือสิ่งที่สามารถทำให้ผู้อื่นยอมรับได้

ไม่ว่า วาเลอเรียส ฮามิลตัน คิดจะนำโลกผู้วิเศษไปในทิศทางไหน บารอนผู้นี้จะขอใช้ความตายอันเป็นนิรันดร์ของตนตามไปจนกว่าลมหายใจของอีกฝ่ายจะหยุดเต้นเฉกเช่นเดียวกันกับเขา

“บททดสอบที่สองของท่าน ผ่านแล้วขอรับ คุณชายวาเลอเรียส” บารอนยืดตัวขึ้นพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง คำที่ใช้เรียกวาเลอเรียสก็เปลี่ยนไปทันที “ทว่ายังมีบททดสอบด่านที่สามรอท่านอยู่”

วาเลอเรียสยิ้มพลางถามว่า “ด่านต่อไปคืออะไร”

สีหน้าของบารอนพลันขรึมลง แววตาเองก็หม่นลงด้วย “ท่านจะต้องทำให้คนอีกคนยอมรับ แต่สตรีผู้นั้นไม่เคยยอมรับผู้ใด ข้ายังมีอาจารย์ที่ข้ายอมรับนับถือ ทว่านางนั้น...แม้แต่มารดาของนางเอง นางก็ยังไม่เคยคิดจะก้มหัวยอมรับเลยแม้แต่ครั้งเดียว”

“อ้อ ผมรู้แล้ว” วาเลอเรียสไม่ได้มีท่าทางแปลกใจ จนบารอนต้องถามด้วยความสงสัย “คุณชายรู้อยู่ก่อนแล้วหรือครับ”

“ดาบเล่มนั้นแต่เดิมก็เกี่ยวข้องกับคนของคน คือคุณ กับ สุภาพสตรีสีเทา” วาเลอเรียสกอดอก “ผมก็แอบคิดไว้อยู่เหมือนกันว่าถ้าแค่ด่านสองก็ต้องเอาชนะคุณ ด่านต่อไปก็ต้องยากกว่า งั้นก็มีความเป็นไปได้ที่จะต้องเจอกับคนที่ยากจะเอาชนะยิ่งกว่าคุณ นั่นก็คือเฮเลน่า เรเวนคลอ”

เมื่อเห็นสีหน้าของบารอน วาเลอเรียสก็เพียงแต่ยิ้มให้เขาแล้วเอ่ยว่า “ไม่ต้องกังวลหรอกครับ ผมมีวิธีเอาชนะใจเธอแน่ เส้นทางทอดยาวอยู่เบื้องหน้า กับแค่อุปสรรคไม่กี่อย่าง ผมต้องผ่านไปได้อยู่แล้ว”

ดวงตาของเด็กหนุ่มเรืองแสงสีเขียวจางๆ คล้ายกับทุกครั้งที่เขามองเห็นบางสิ่งล่วงหน้าในห้วงความคิด

“ต่อให้เป็นสตรีที่ดื้อแพ่งและฉลาดที่สุด ก็ย่อมต้องมีจุดอ่อนอยู่ดี”







Talk.

วันนี้ไม่มีอะไร มากไปกว่าแวะมาบอกว่า เล่ม 2 (ภาค3-4) เรามีนัดกันวันที่ 9 ก.พ. เวลา 18.00น.ทางทวิตเตอร์นะคะ รายละเอียดทุกอย่างเราลงไว้ในทวิตเตอร์หมดแล้วค่า

ส่วนเล่ม 1 ตอนนี้เรามีสต็อกอยู่ประมาณ 10 เล่มนะคะ ถ้าสนใจสามารถติดต่อมาทาง DM ได้ค่ะ // หนังสือล็อตหลังกำลังทยอยส่งแล้ว คืนวันพรุ่งนี้จะลงเลขแทร็คให้ในกูเกิ้ลชีทและหน้าทวิตเหมือนเดิมนะคะ

แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 556 ครั้ง

76 ความคิดเห็น

  1. #7154 Lucky_chocko (@chocky-ha) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 21:58
    โห ตอนคีแรนพูดคือขอบมาก ดูเป็นคนที่ฉลาดและเชื่อมั่นในตัววาโลมาก เป็นครที่มีพลังบวกจริงๆ ตอนวาโลคุยกับบารอนรู้สึกขนลุกมาก เราสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่นั้น
    #7154
    0
  2. #7008 tomyongsw (@GUNDAMZ) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 03:24
    ตอนนี้แบบ.. บอกตรงๆเลยค่ะ ขนลุกหนักมากกก รู้สึกแบบ เห้ย สุดจริงๆ ทุกๆอย่างของวาโลคือวิเศษมากๆ รู้สึกทึ่งแล้งทึ่งอีกในตัวละครตัวนี้ ผ่านบททดสอบได้แล้วนะ ไปต่อที่สุภาพสตรีสีเทา คิดไม่ออกเลยเนี่ยว่าจะทำยังไง
    #7008
    0
  3. #6768 Kimtaetae01 (@Kimtaetae01) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 22:54
    คีแรนก็เป็นพระอาทิตย์ของวาโลจริงๆฮืออน่ารักมากรู้ใจกันเก่ง วาโลก็คือเก่งมากเลย
    #6768
    0
  4. #6218 Preen14-07 (@Preen14-07) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 11:27
    วาโลเก่งมาก หอมหัวๆ ทึ่งกับนิยายเรื่องนี้จริงๆ หายากมากที่จะมีคนทำเป็นฮว.au แล้วสามารถสร้างผลงานออกมาได้ดีขนาดนี้ ㅠㅠㅠㅠㅠ
    #6218
    0
  5. #6171 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 00:33
    ก็ยังชอบในความเชื่อใจ รู้ใจกันของวาโลกับคีล อีกอย่างโนเอลนายปลอบใจจามิลหรออออ
    #6171
    0
  6. #6107 Wilnot (@Wilnot) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 17:50
    อมก อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกทึ้งกับวาโล แต่ที่เหนือกว่านั้นคือรู้สึกทึ้งกับไรท์ที่เขียนบรรยายได้ขนาดนี้
    #6107
    0
  7. #6004 Noeyoey (@Noeyoey) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 21:36
    อ่านแล้วน้ำตาคลอด้วยความปริ่มใจเว่อๆอะTTTT
    #6004
    0
  8. #5959 Nuey94 (@nuey_ricky1) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 14:57
    ไม่มีคำบรรยายใดๆ ดีโคตรรรรร ดีไปหมด ไรท์เก่งจัง สู้ๆนะคะ
    #5959
    0
  9. #5957 Plíða (@pothos_sh) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 07:20
    โอ้มาก้อด วาโลนายมันสุดยอดมากเราขอคารวะนาย
    #5957
    0
  10. #5943 เฮ้ๆๆๆๆ (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 23:42

    มันดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มากถึงมากที่สุด

    #5943
    0
  11. #5942 เฮ้ๆๆๆๆ (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 23:41

    ขนลุกอ่ะ คีล สู้ๆนะวาโล

    #5942
    0
  12. #5934 teagi95 (@teagi95) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:31
    สนุกมากก

    รอค่ะ
    #5934
    0
  13. #5921 Zaney_21 (@Zaney_21) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:50
    อยากอ่านต่อแล้วฮื้ออออออออออออ
    #5921
    0
  14. #5918 amoniee (@rossamonie) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:10
    คีแรนคือมองขาดมาก ตอนอ่านนี่ความรู้สึกเดียวกับจามิลเลย สุดยอดมาก
    #5918
    0
  15. #5894 @S_CB (@sutattacb) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:02
    แง้ อยากอ่านต่อแล้ว ตื่นเต้นๆๆๆๆ
    #5894
    0
  16. #5888 joshuabaev (@joshuabaev) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:03
    ยากร้องไห้งะ มันตื้นตันไปหมด TT ฮือ เก่งมากคับลูก
    #5888
    0
  17. #5887 OilMellOw (@chalottz) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:59
    อ่านแล้วรู้สึกได้ถึงความเข้มแข็งของวาโล ไรท์เขียนถ่ายทอดทุกตัวละคร ออกมาได้ดีมากๆ เลยค่ะ อ่านๆ อยู่ ภาพในหัวเด้งขึ้นมาเป็นฉากๆ รู้สึกสนุกตามไปกับเนื้อเรื่องเลยค่ะ
    #5887
    0
  18. #5884 kaTanghaeyo (@satang-hae-yo) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:03
    บอกตรงๆ ว่าตื้นตันและตื่นเต้นมาก น้องวาลเป็นคนเก่ง ถึงจะมีบางครั้งที่ไม่มั่นใจบ้าง ล้มบ้าง แต่สุดท้ายน้องก็ลุกได้เสมอ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือไรท์ที่กลั่นกรองความคิด จินตนาการ ถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้ถึงใจที่สุด ประทับใจมากๆค่ะ มันเหมือนโลกเวทมนตร์ที่เราคิดถึงถูกเปิดออกอีกครั้ง อาจบรรยายความรู้สึกไม่เก่ง แต่อยากให้รู้ว่า เราตื้นตันใจมากๆจริงๆค่ะ ขอบคุณไรท์มากๆเลยนะคะ รักเสมอ <3
    #5884
    0
  19. #5880 PaiiKanj (@PaiiKanj) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:10
    เจ้าวาโลสุดยอดเลยค่ะ
    #5880
    0
  20. #5875 KPSJM (@vpv0710) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:35
    วาโลสุดยอดจริงๆ ขนลุกเลย
    #5875
    0
  21. #5849 Maei_Ai (@natthamon2542) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:36
    แอบน้ำตาไหลตอนวาโลพูดให้บารอนยอมรับ มันตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก ฮื้ออออออออ
    #5849
    0
  22. #5837 Rusa (@rusaneeyakij) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:33
    คิดคาดแฮะ นึกว่าจะต้องใช้วิธีอะไรยากๆ แต่จริงๆวาลก็พร้อมมาตั้งแต่เเรกจริงๆนั่นแหล่ะ แล้วยิ่งวาลแสดงจุดยืน เป้าหมายของตัวเองออกมาตรงๆแบบนี้ มีหรอบารอนจะไม่ยอมรับได้

    คีแรนนี่ก็เพราะรู้จักวาลดี ถึงได้ชี้ให้วาลเห็นจุดแข็งที่ตัววาลอาจจะลืมไปได้อีก ฉันรักความสัมพันธ์ของตัวละคนเรื่องนี้&#9825;
    #5837
    0
  23. #5834 NNCT_2540 (@chonthicha7788) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:19

    ชอบการตั้งคำถามและคำตอบของวาโลมากเลย ไรท์สุดยอดเลยฮับ

    #5834
    0
  24. #5831 ีUN-KNOWN (@SomedaysS) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:12

    ผิดคาดมาก ตอนแรกเราคิดว่าน่าจะมีเหตุการณ์อะไรสักอย่างเกิดขึ้นแล้วน้องเข้าไปช่วยแก้สถานการณ์อะไรแบบนี้ แต่นี้น้องใช้แค่คำพูดอะแล้วก็จิตวิทยาเล็กๆน้อยๆก็ทำให้บารอนยอมรับได้อะ เล็กพริกขี้หนูจริงๆ เก่งจริงๆเลยนะตัวแค่นี้ &#128514;&#128514;&#128514;
    #5831
    0
  25. #5829 S-litch (@S-litch) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:23
    ไรต์เขียนได้สุดยอดมากกก
    แบบเข้าใจถึงอารมณ์แต่ละคัวละครสุดๆ
    #5829
    0