{Fic BTS} Legacy [KookV] #Legacykookv

  • 200% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 143,067 Views

  • 7,463 Comments

  • 4,356 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    14,988

    Overall
    143,067

ตอนที่ 31 : บทที่ 8 บนรถไฟ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3672
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 493 ครั้ง
    8 พ.ย. 61


บทที่แปด

บนรถไฟ

 

ควันสีขาวปกคลุมไปทั่วทั้งชานชาลาที่เก้าเศษสามสี่ เสียงจ้อกแจ้กจอแจของนักเรียนและผู้ปกครองดังระงมไปทั่วบริเวณ ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทยืนเคียงข้างกันอยู่ริมเสาต้นหนึ่งขณะที่พวกเด็กๆเอาข้าวของขึ้นไปเก็บและจองที่นั่งบนรถ ความภูมิฐานและหล่อเหลาของพวกเขาดึงดูดสายตาของผู้คนให้เมียงมองมาได้เป็นระยะ

“นายคิดอะไรอยู่ถึงได้ให้ลิน่าไปตีสนิทแม่ของเด็กกริฟฟินดอร์คนนั้น” เดรโกถามเพื่อนด้วยความสงสัยที่ทนเก็บงำเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป เขามองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของเพื่อนพลางเขม่นตามองอย่างคนต้องการจะเค้นความจริง “นายไปแอบได้ยินความคิดอะไรของเจ้าหล่อนมางั้นใช่ไหม”

“ก็นิดหน่อย” ฮาดิยอมรับอย่างง่ายดายผิดคาด ชายหนุ่มล้วงมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋ากางเกงพลางเอนตัวพิงเสาอิฐด้วยท่าทางสบายๆ “สุภาพสตรีคนนั้นรู้สึกผิดกับการที่ไม่สามารถสร้างสภาพแวดล้อมอันเอื้ออำนวยต่อตัวลูกชายของเธอได้ ลึกๆเธอแอบหวังไว้ว่าลูกชายอาจเกิดมาเป็นสควิบ แต่ปรากฏว่าเขากลับเกิดมาเป็นเด็กชายที่มีอำนาจเวทมนตร์แทน แถมยังค่อนข้างจะทรงพลังด้วยสิ เธอเลยกังวลและครุ่นคิดถึงการหาจุดยืนในโลกเวทมนตร์ให้ลูก โชคร้ายตรงที่เธอหนีออกจากบ้าน เป็นคนทรยศของตระกูล แม้แต่ตัวเธอเองยังไม่มีจุดยืนอะไรใรโลกของผู้วิเศษเลย”

“ด้วยความใจบุญสุนทานของนาย ก็เลยคิดจะหาลู่ทางสู่ความยิ่งใหญ่ในโลกผู้วิเศษให้เด็กคนนั้น?” เดรโกเลิกคิ้วสูง

“ก็ไม่เชิง” ฮาดิอมยิ้ม “ฉันไม่ได้แค่อ่านใจแม่ของเด็กคนนั้นออก เดรโก ฉันอ่านใจเด็กคนนั้นออกด้วย...เขาชอบลูกชายของฉัน”

“เฮ้ย วาเลอเรียสน่ะนะ?” เดรโกสะดุ้งโหยงทันที

“ฉันก็มีลูกชายอยู่คนเดียว” ฮาดิกล่าวเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะวางมือลงบนไหล่ของเพื่อน “วางใจเถอะ วาเลอเรียสเองก็พอจะรู้อยู่ แต่เขาก็มีความคิดของเขา ฉันอุตส่าห์สอนให้ลูกรู้จักคิดเองทำเองมาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นฉันจะไม่เข้าไปก้าวก่ายความคิดของเขาเป็นอันขาด”

“นายนี่มัน...” เดรโกถึงกับส่ายหน้าวืดทันที เขาลังเลเล็กน้อย ก่อนจะกระแอมแล้วถามว่า “ว่าแต่..อะแฮ่ม ลูกชายของฉัน..เขามีคนที่ชอบอยู่บ้างไหม นายช่วยดูให้หน่อยสิ”

คราวนี้ฮาดิถึงกับขำพรืดออกมาเลยทีเดียว “สกอร์เปียสน่ะเหรอ เขาต้องมีคนที่เขาชอบอยู่แล้ว ใครจะไปเอาแต่เย่อหยิ่งจองหองเดินกร่างทั่วโรงเรียนอย่างนายล่ะ”

เดรโกไม่สนใจวาจาเสียดสีของอีกฝ่าย รีบถามด้วยความร้อนใจว่า “ใคร เขาชอบใคร?”

“รู้สึกจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่ชื่อเซเรน เอสต้า แต่เขาก็ยังไม่ยอมรับความรู้สึกนั้นหรอกนะ”

“ค่อยยังชั่ว...” เดรโกถอนหายใจอย่างโล่งอก “ไม่ใช่ตระกูลเลือดบริสุทธิ์ก็โอเคแล้ว”

“...” ฮาดิมองท่าทางของเพื่อนแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจตาม ใครจะคิดว่าเด็กชายที่เที่ยวด่าลูกมักเกิ้ลว่าเลือดสีโคลนเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนคนนั้น มาถึงวันนี้กลับนั่งโล่งใจที่ลูกชายไม่ได้อยากจะมีความสัมพันธ์กับตระกูลเลือดบริสุทธิ์

มุมมองของเดรโกเปลี่ยนไปจากแต่ก่อนมาก ทว่าตัวของฮาดิเองก็เช่นกัน ดังนั้นเขาจึงได้แต่ทอดมองกลุ่มเด็กชายที่กำลังเดินกลับออกมาจากรถไฟด้วยดวงตาที่อ่อนโยนและต้องการจะปกป้อง

วาเลอเรียสยังคงตัวติดกับจามิลเป็นตังเม ขณะที่สกอร์เปียสกับเกรเซียสก็กำลังถกปัญหาบางอย่างกันอย่างจริงจัง ทั้งสี่เดินเข้ามาหาผู้ปกครองทั้งสอง ก่อนที่จามิลจะเอ่ยว่า “โชคร้ายจริงๆที่วันนี้มาถึงช้า ที่นั่งก็เลยไม่ค่อยจะมีแล้ว แต่พวกพอตเตอร์จองตู้ไว้ตั้งสามตู้ พวกเขาก็เลยจะแบ่งให้เราตู้หนึ่งเพราะเห็นแก่อัลบัสและวาโล”

“เรื่องอัลบัสฉันพอจะเข้าใจอยู่หรอก” เดรโกขมวดคิ้ว “แต่ทำไมต้องวาเลอเรียสด้วยล่ะ”

“เพราะวาเลอเรียสสนิทกับคีแรน และคีแรนก็สนิทกับพวกพอตเตอร์” สกอร์เปียสตอบพ่อของเขาด้วยท่าทางระมัดระวัง “พ่อคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม...”

เดรโกมองผ่านควันสีขาวกรุ่นไปยังชายผมดำสวมแว่นตาที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนที่เขาจะส่ายหน้าเบาๆ “ไม่ พ่อไม่ว่าอะไรหรอก”

ในตอนนั้นเอง หญิงสาวผมดำคนหนึ่งก็ก้าวเข้ามาหาพวกเขา มือของเธอจูงเด็กหนุ่มที่พวกวาเลอเรียสคุ้นหน้าคุ้นตาดีมาด้วย เส้นผมของเธอตัดสั้น ใบหน้างอง้ำมีท่าทางเกรงอกเกรงใจ เมื่อมาใกล้พอเธอก็ปล่อยมือจากลูกชายแล้วทักทายชายหนุ่มทั้งสอง

“สวัสดี เดรโก สวัสดี ฮาดิ”

“ไง แพนซี่” เดรโกทักเธออย่างไม่กระตือรือร้นนัก แพนซี่ พาร์กินสันรีบส่งรอยยิ้มให้เขาอย่างเอาอกเอาใจก่อนจะเอ่ยว่า “ฉันพาลูกชายมาขอโทษ เรื่องที่เขาชอบหาเรื่องลูกชายของเธอน่ะ เดรโก”

ทุกคนเลื่อนสายตาไปมองแพทริคที่มีสีหน้าบูดบึ้งขั้นสุด ก่อนจะหันกลับมามองแพนซี่ด้วยสายตาราวกับจะถามว่าเธอเอาจริงเหรอ?

แม้แต่เดรโกยังไม่รู้จะรับมืออย่างไรกับเรื่องนี้ดี เขาได้แต่หันไปมองฮาดิอย่างขอความคิดเห็น

“เรื่องแบบนี้น่ะ แพนซี่” ฮาดิกล่าวเสียงนุ่ม “ให้เด็กๆเขาจัดการกันเองเถอะ ผู้ใหญ่อย่างเราเข้าไปจัดการอะไรมากไม่ได้หรอกนะ”

“แต่จากที่ได้ยินมา แพทริคเขา...” แพนซี่คิดจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็เงียบเสียงลงทันควันเมื่อเห็นสายตาของเดรโกที่ตวัดฉับมองมาอย่างเย็นชา ไม่อนุญาตให้เธอพูดอะไรอีก

“ฉันเห็นด้วยกับฮาดิทุกประการ” เดรโกกล่าวเสียงเรียบ พลางเลื่อนสายตาไปสบกับเด็กหนุ่มที่มองมาทางเขาอย่างเกลียดชัง มุมปากของเขาปรากฏรอยยิ้มเยาะขึ้นแวบหนึ่งก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว “เรื่องของพวกเด็กๆ ก็ให้พวกเด็กเขาจัดการไปน่ะถูกต้องที่สุดแล้ว โดยเฉพาะ..กับเด็กประเภทนี้”

แพทริคเดินกระแทกเท้าจากไปทันทีโดยไม่สนแม่ของตัวเองอีก พวกวาเลอเรียสเลิกคิ้วสูงแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เด็กชายผมทองเพียงแต่เงยหน้าสบตาพ่อของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยว่า “งั้นพ่อครับ พวกเราไปขึ้นรถไฟก่อนนะ”

“แล้วเจอกันช่วงคริสมาสต์นะ” ฮาดิลูกศีรษะลูกชายเบาๆ ก่อนจะรับการกอดจากจามิล เกรเซียสเองก็ก้มศีรษะบอกลาเขาเงียบๆ ก่อนที่เด็กชายทั้งสี่คนจะวิ่งไปขึ้นรถไฟที่ใกล้จะเคลื่อนตัวออกจากชานชาลาแล้ว

“เอาล่ะ แพนซี่” เดรโกที่โบกมือลาลูกชายแล้วก็หันกลับมาหาหญิงสาวผมสั้นที่มองเขาอย่างรอคอย “เธอสืบได้ความอะไรมาบ้าง รายงานให้ฉันฟังที”

 

“ทำไมคุณนายพาร์กินสันถึงได้หลงพ่อของนายจังนะ” จามิลถามอย่างอดไม่ได้เมื่อพวกเขากลับเข้าไปในตู้รถไฟเรียบร้อยแล้ว อัลบัสที่กำลังเปิดเช็คการบ้านอยู่ด้านในเงยหน้าขึ้นมองพวกเขาด้วยสายตาตั้งคำถาม เกรเซียสจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ให้อีกฝ่ายฟัง ก่อนที่สกอร์เปียสจะตอบว่า “มันเป็นเรื่องตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว เธอชอบพ่อของฉันมาตั้งแต่ตอนนั้น แต่พ่อก็เลือกแต่งงานกับแม่ที่เป็นรุ่นน้อง ไม่ได้เลือกเธอ”

“ได้ข่าวว่าเธอก็หย่ากับสามี?” เกรเซียสถาม

“ใช่ คือ..เธอแต่งงานก็เพื่อให้มีทายาทสืบสกุล เธอไม่ได้รักผู้ชายคนนั้นอยู่แล้วนี่ และพอผู้ชายคนนั้นรู้ว่าเธอลืมพ่อฉันไม่ได้ก็เป็นฝ่ายขอหย่าเองเลย แล้วเธอก็ยึดเจ้าแพทริคไว้กับตัว ให้ใช้นามสกุลของบ้านตัวเอง เป็นพาร์กินสันเลือดบริสุทธิ์อีกคน” สกอร์เปียสเล่าด้วยน้ำเสียงเหยียดๆ “พอแม่ของฉันตาย เธอก็เริ่มเข้าหาพ่ออย่างเปิดเผยมากขึ้น คงประมาณว่าฉันเลิกกับสามี ภรรยาของเธอก็ตาย เรามาอยู่ด้วยกันไหม อะไรแบบนั้น”

“นายคงฆ่าตัวตายถ้าต้องเป็นพี่น้องกับเจ้าแพทริค” วาเลอเรียสเอ่ยยิ้มๆ

“ฉันหนีออกจากบ้านแน่ๆถ้าพ่อคิดจะทำอย่างนั้น” สกอร์เปียสเอ่ยเสียงดัง

“หนีไปไหน บ้านฉันเหรอ” เกรเซียสเลิกคิ้ว

“ไม่ได้ บ้านพวกนายพ่อฉันตามไปได้...” สกอร์เปียสนิ่วหน้า ก่อนจะทุบกำปั้นลงบนฝ่ามืออย่างเพิ่งคิดอะไรได้ เขาชี้ไปที่อัลบัสก่อนจะเอ่ยว่า “ฉันจะหนีไปบ้านพอตเตอร์ รับรองพ่อไม่ตามไปแน่”

อัลบัสยิ้มแห้ง “ฉันว่าพ่อนายยินดีบุกมาเลยล่ะ เขาจะได้มีข้ออ้างเล่นงานพ่อฉันไง เหมือนที่พยายามทำมาตลอดตั้งแต่เขายังอายุสิบเอ็ด”

“จะว่าไปแล้ว คีแรนล่ะ?” จามิลหันไปถามวาเลอเรียสด้วยความประหลาดใจที่ไม่เห็นเจ้าหนุ่มกริฟฟินดอร์นั่นมาคอยตามติดญาติของเขา วาเลอเรียสตอบง่ายๆว่า “อยู่กับพวกกริฟฟินดอร์”

“หืม?”

“ดูเหมือนเขาจะสนิทกับเจมส์นะ ช่วงนี้” อัลบัสเปรยขึ้นมาลอยๆ ทว่าสายตากลับมองมาทางวาเลอเรียส “ไม่รู้ไปสนิทสนมกันตอนไหน ระวังเขาจะเรียนรู้นิสัยแย่ๆจากเจมส์ไปล่ะ ถึงตอนนั้นเขาอาจจะไม่ใช่เพื่อนที่น่าคบแล้วก็ได้”

ครืด!

ประตูตู้รถไฟถูกเลื่อนเปิดออก เด็กสาวผมดำในชุดคลุมสลิธีรินคนหนึ่งยื่นศีรษะเข้ามา เธอมองพวกเขาก่อนจะประกาศว่า “หาตัวตั้งนานแหนะ” ก่อนจะเดินเข้ามาแล้วลากประตูปิด

“เกิดอะไรขึ้น?” สกอร์เปียสเงยหน้าถามเพื่อนร่วมรุ่นด้วยสีหน้าสงสัย

“ทำไมไม่มีใครเตือนฉันเลยว่าปีนี้เจมส์ได้เป็นพรีเฟ็ก! เซเรนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แทบจะใกล้เคียงกับเสียงตะโกน สีหน้าหวาดผวาเหมือนเพิ่งเจอผีกลางทางเดิน “เมื่อกี้ฉันออกมาจะซื้อขนมที่รถเข็นเพิ่งจะเข็นผ่าน ฉันกำลังทะเลาะกับแพทริคที่แซงคิวฉัน แล้วอยู่ดีๆเขาก็โผล่มา! ไล่แพทริคไปด้วยการอวดข่มเรื่องตราพรีเฟ็ก แล้วก็พยายามจะเดินไปส่งฉันที่ตู้ ฉันก็เลยบอกเขาว่าจะมาหาพวกนายเขาก็เลยชี้ทางมาและ...

ครืด...

ประตูตู้รถไฟเลื่อนออกอีกครั้ง เจมส์ยื่นหน้าเข้ามาพลางทักทายทุกคนในตู้อย่างร่าเริง “ไง เพื่อน วันหลังมีอะไรเดือดร้อนเรียกให้ฉันช่วยได้นะ โดยเฉพาะกับเจ้าพาร์กินสัน”

“โธ่ นายช่วยไสหัวไปก่อนจะได้ไหม” เซเรนผลักเขาออกไปจากตู้พลางเลื่อนประตูปิดอย่างรวดเร็ว เธอยังชักไม้กายสิทธิ์ออกมาร่ายคาถาใส่ประตูซ้ำ เพื่อกันไม่ให้เขาเปิดเข้ามาได้อีกด้วย

ผลคือนายเจมส์ พอตเตอร์ก็ทำการแนบหน้ากับกระจก ฝากรอยจูบกวนๆเอาไว้ที่หน้าประตูก่อนจะเดินหัวเราะจากไป...

“วาโล นายต้องเตือนคีแรนให้อยู่ห่างๆจากเขาเอาไว้นะ” จามิลเอ่ยเสียงเครียดทันที

“เธอมาจะหลบอยู่กับพวกเราก็ได้ เขาไม่กล้าทำอะไรมากนักหรอกถ้าพวกเราอยู่ด้วยกันหลายคนขนาดนี้” อัลบัสเสนอ ด้วยความที่รู้นิสัยของพี่ชายตัวเองดี

“แน่นอน ฉันคงจะต้องทำตัวติดกับพวกนายหน่อยล่ะช่วงนี้” เซเรนถอนหายใจ ขณะที่นั่งลงข้างวาเลอเรียสเพราะฝั่งตรงข้ามมีเพื่อนร่วมรุ่นทั้งสามของเธอนั่งกันเต็มแล้ว “แต่แพทริคดูพาลกว่าปกติ พวกนายไม่ได้ไปมีเรื่องกันใช่ไหม”

“เธอก็รู้ เราไม่หาเรื่องหมอนั่นก่อนหรอก”

“หมอนั่นคงโมโหแม่ตัวเองมากกว่า”

“เมื่อกี้ก็เรียกได้ว่ามีเรื่องที่ทำให้เขาสมควรโมโหอยู่หรอก” วาเลอเรียสกล่าวอย่างใจเย็นที่สุดในห้องนี้ “ปัญหาครอบครัวน่ะ คิดว่าด้วยเหตุนั้นเขาจะพาลและเอามาลงที่พวกฉันอย่างแน่นอน เพราะงั้นอยู่กับพวกเราถึงเธอจะหลบเจมส์ได้ แต่เธอก็จะต้องมีเรื่องกับแพทริคไปกับพวกเราด้วย...”

วาเลอเรียสเอ่ยถึงตอนนี้ก็เงียบเสียงลง พลางจ้องไปที่ด้านนอกตู้ของพวกเขา เซเรนเลิกคิ้วก่อนจะมองตามไป แล้วเด็กสาวก็ต้องขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นกลุ่มรุ่นพี่ปีห้ากลุ่มใหญ่ยืนออกันอยู่ที่หน้าตู้ของพวกเธอ สีหน้าพร้อมหาเรื่องพวกเธอเต็มที่

“ไม่ทันขาดคำเลยแฮะ” วาเลอเรียสเอ่ยยิ้มๆ ก่อนจะหันไปมองในห้องเป็นเชิงขออนุญาต ก่อนที่เขาจะเป็นคนลุกไปเปิดประตูที่ถูกลงคาถาเอาไว้ออก ในมือของเขาคือไม้กายสิทธิ์ที่ชักออกมาได้รวดเร็วเกินกว่าที่ใครจะทันสังเกตเห็น แม้แต่แพทริคที่ยืนอยู่หน้าประตูก็ยังผงะไปเมื่อพบว่าไม้ของอีกฝ่ายถูกยกขึ้นจ่อมาทางเขาเรียบร้อยแล้ว

ทว่าวาเลอเรียสกลับยิ้มแล้วเก็บไม้ใส่กระเป๋า พลางให้เหตุผลว่า “ไม่ต้องตกใจ ฉันไม่ใช้ไม้กายสิทธิ์หรอก เดี๋ยวเผลอระเบิดพวกนายกระเด็นออกจากรถไฟแล้วจะเป็นเรื่องใหญ่ ฉันไม่รู้จะไปหาเด็กผู้ชายหน้าตาอย่างนายมาจากที่ไหนเพื่อชดใช้ให้แม่ของนายด้วยสิ”

แพทริคมีจุดอ่อนให้เล่นมากมาย ทว่าจุดอ่อนที่ยิ่งใหญ่และเด่นชัดที่สุดของเขาก็คือเรื่องแม่

ซึ่งวาเลอเรียสก็เลือกที่จะโจมตีเขาทางจุดอ่อนนั้นอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย

“ว่าแต่ มีอะไรกับพวกเราเหรอ พาร์กินสัน” เกรเซียสเอ่ยถามเสียงเรียบขณะที่มือทั้งสองข้างกำลังแกะซองขนมอยู่อย่างไม่ใส่ใจกับคำตอบที่ตัวเองจะได้รับนัก นอกจากวาเลอเรียสที่ลุกมาเปิดประตูแล้ว คนอื่นๆต่างก็นั่งอยู่ในที่ของตัวเองด้วยท่าทางสบายๆ ไม่มีใครคิดจะลุกขึ้นมาหรือเตรียมตัวรับมือกับเด็กปีห้าทั้งกลุ่มเลยแม้แต่น้อย

“พวกแกคนไหนไปฟ้องแม่ของฉัน” แพทริคกระชากเสียงถาม

“ฟ้องแม่ของนาย?” ทุกคนมีสีหน้างุนงง อัลบัสกล่าวว่า “เราเพิ่งเคยเจอแม่ของนายครั้งแรกวันนี้ จะไปฟ้องอะไรได้?”

“ไม่ต้องมาทำไขสือ ถ้าไม่ใช่พวกนายแล้วใครจะกล้าเอาเรื่องฉันไปพูดกับแม่! ทำให้แม่สั่งลงโทษกักบริเวณฉันตลอดช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ขังฉันเอาไว้ในบ้านขณะที่เธอก็ไปทำงานตามคำสั่งที่พ่อผู้เสพความตายของแกสั่งให้ไปทำน่ะ มัลฟอย!

สกอร์เปียสไม่ใช่คนที่มีจุดอ่อนให้เล่นงานมากมายอะไร แต่หากจะหาเรื่องเขาแล้วล่ะก็ เรื่องที่ผู้คนกล่าวหาพ่อของเขาว่าเป็นผู้เสพความตายก็เป็นหัวข้อที่ร้ายแรงพอๆกับการพูดเรื่องแม่ของแพทริคนั่นแหละ

ดังนั้นเด็กหนุ่มผมบลอนด์จึงเด้งตัวลุกจากที่นั่งทันที “ไหนนายลองพูดซ้ำอีกทีซิ พาร์กินสัน”

“คำไหนล่ะ? ผู้เสพความตายน่ะเรอะ”

ผลัวะ!

หมัดลุ่นๆของสกอร์เปียสเตรียมจะถูกปล่อยออกไปแล้ว ทว่าคนที่ลุกขึ้นมาต่อยหน้าแพทริคกลับไม่ใช่เขา แต่เป็นเซเรนที่นั่งอยู่ใกล้ประตูที่สุด ขณะที่แพทริคกุมจมูกหงายหลังไป คนอื่นๆในตู้รวมทั้งนอกตู้ต่างก็มองเธอด้วยสายตาตกตะลึง

เซเรนสะบัดมือที่เจ็บแปลบของตัวเองพลางถลึงตาใส่แพทริคอย่างรังเกียจ “เจ้าคนโง่ไร้สมอง! ขี้เกียจสันหลังยาว! หน้าตาอย่างกับม้าปีศาจเคลปี! ฉันอดทนกับความกักขฬะของนายมาสี่ปีเต็มๆแล้วแพทริค พาร์กินสัน! ไอ้ความชอบเหยียดและรังแกคนอื่นของนายมันไม่ได้ทำให้นายดูเจ๋งเลย! แต่มันทำให้นายดูน่าสมเพศยิ่งกว่าหมูที่รอเชือดในเล้าแล้วเอาแต่ส่งเสียงร้องงี๊ดๆเพราะไม่อยากตาย!

เด็กสาวลดเสียงของตัวเองลงก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแดกดันที่เพิ่มกระแสเย็นชามากกว่าเดิม “และคราวหลังก่อนที่นายจะไปชี้หน้าด่าพ่อแม่ใครว่าเป็นผู้เสพความตาย กลับบ้านไปค้นประวัติศาสตร์หรือหนังสือพิมพ์เล่มเก่าๆดูบ้าง ว่าแม่ของนายน่ะ พยายามจะให้แฮร์รี่ พอตเตอร์ตายเพื่อที่ลอร์ดโวลเดอร์มอร์จะได้ไว้ชีวิตตัวเองกับพรรคพวก อ้อ แล้วแม่ของนายก็ภูมิใจมากกว่าพ่อของสกอร์เปียสเสียอีกตอนที่รู้ว่าเขาถูกเลือกโดยลอร์ดโวลเดอมอร์ให้เข้าร่วมเป็นผู้เสพความตาย เธอเองยังอยากจะเข้าร่วมด้วย! นายเคยรู้เรื่องนี้หรือเปล่าล่ะ ขนาดฉันยังรู้เรื่องเลย อย่าน้อยๆพ่อของสกอร์เปียสก็ไม่ได้ขายแฮร์รี่ พอตเตอร์ให้ลอร์ดโวลเดอมอร์ เขาไม่เคยขายเพื่อนร่วมโรงเรียนของเขาให้เจ้าแห่งศาสตร์มืด แต่แม่ของนายทำ!

“พอแล้ว! หุบปากของเธอซะ เพ็ตตริฟิคัส โททาลัส! 

“โพรเทโก! วาเลอเรียสที่ไม่มีใครทันสังเกตว่าหยิบไม้กายสิทธิ์กลับมาไว้ในมืออีกครั้งตั้งแต่ตอนไหนกระดกไม้พลางร่ายคาถาเกราะวิเศษเสียงเรียบ

แสงสะท้อนทำให้คาถาส่งผลกลับไปยังผู้ใช้ ทำให้ร่างของแพทริคยืดตัวตรงแน่วในท่าคล้ายทหารทำวันทยาหัตถ์ก่อนจะหงายหลังล้มตึงลงไปนอนกับพื้นท่ามกลางกลุ่มเพื่อนของเขาที่พากันหลบแบบไม่มีใครรับร่างของเขาเอาไว้เลย เด็กหนุ่มนอนตัวแข็งอยู่กับพื้น พลางถลึงตามองวาเลอเรียสอย่างโกรธแค้น

“มีเรื่องอะไรกัน” เจมส์ พอตเตอร์โผล่หน้าออกมาจากตู้ที่อยู่ถัดออกไปเพียงสองตู้ เขามองกลุ่มเด็กสลิธิรินที่ออกันอยู่ มองร่างแพทริคที่นอนบนพื้น และมองเซเรนกับวาเลอเรียสที่ยืนอยู่ตรงประตูตู้ห้องโดยสาร ก่อนจะก้าวออกมาพร้อมกับยืดอกอวดตราพรีเฟ็กเงาวับแล้วกล่าวว่า “ในฐานะของพรีเฟ็ค ฉันขอสั่งให้พวกนายเอาพาร์กินสันกลับไปนั่งที่ของเขาซะ แล้วอย่าออกมาวุ่นวายยืนขวางทางเดินบนรถไฟอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะสั่งหักคะแนนบ้านของพวกนาย...”

รอจนพวกปีห้าสลิธีรินหิ้วแพทริคจากไปแล้ว เจมส์จึงค่อยหันมาส่งรอยยิ้มเป็นมิตรให้วาเลอเรียสกับเซเรนก่อนจะกล่าวว่า “ล้อเล่นนะ ฉันไม่หักคะแนนบ้านพวกนายหรอก” แล้วกลับเข้าตู้ของตัวเองไป

เซเรนกับวาเลอเรียสมองหน้ากัน ก่อนที่เด็กชายผมทองจะเลื่อนประตูปิดแล้วกลับเข้ามานั่งที่เดิม

“ขอบใจ เซเรน” สกอร์เปียสกล่าวกับเด็กสาวผมดำอย่างจริงใจ “ขอบใจที่ต่อยหมอนั่นแทนฉัน”

“ไม่เป็นไรหรอก สกอร์เปียส” เด็กสาวยิ้มจางๆให้เขาก่อนจะเอ่ยเสียงเบาว่า “นายไม่ใช่คนเดียวที่ต้องแบกรับเรื่องพ่อของตัวเองเคยเข้าร่วมกับผู้เสพความตาย...ฉันเองก็ใช้นามสกุลแม่เหมือนกับแพทริคนั่นแหละ เพราะว่าเธอไม่ต้องการให้ฉันถูกผู้คนรังเกียจ ...จริงๆแล้วฉันมาจากตระกูลเอเวอรี่...ชื่อตอนแรกเกิดของฉันก็คือเซเรน เฮสเทีย เอเวอรี่ ฉันเองก็มาจากตระกูลของผู้เสพความตายเหมือนกับนายนั่นแหละ”




Talk.

เอเวอรี่เป็นหนึ่งใน 28 ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ และเป็นสมาชิกผู้เสพความตายรุ่นแรกที่อยู่กับลอร์ดโวลเดอมอร์มาตั้งแต่สมัยที่เขายังเรียนอยู่ที่ฮอกวอตส์ (เป็นเพื่อนร่วมรุ่นของทอม ริดเดิ้ลนั่นเอง) และรุ่นถัดมาก็อายุมากกว่าพวกแฮร์รี่ไม่มาก คนคนนั้นก็คือพ่อของเซเรนนั่นเองค่ะ

แต่เซเรนไม่ได้เป็นเลือดบริสุทธิ์นะคะ และพ่อของเธอก็อยู่ในอัซคาบัน เป็นผู้เสพความตายที่ถูกจับกุม แม่เป็นฮาล์ฟบลัดที่สวยมากๆ พ่อของเซเรนคลั่งเลือดบริสุทธิ์ก็จริง แต่ความสวยของแม่ชนะทุกสิ่ง ก็เลยมีเซเรนเกิดมา55555

ถามว่าทำไมตัวละครเยอะจัง ทำไมต้องจ่ายบทให้ตัวละครมากมายขนาดนี้ เพราะว่าโครงเรื่องที่ยาวเวอร์วังนี้ จะสำเร็จได้โดยการใช้ตัวละครหลายๆตัวมาทำให้เรื่องเดินไปข้างหน้า และเพื่อความยิ่งใหญ่ของวาโลกับคีแรน พวกเขาจำเป็นต้องมีผู้ให้การสนับสนุนมากเพียงพอ เซเรนก็เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของวาเลอเรียสนั่นเองค่ะ ดังนั้นจึงต้องปูพื้นเพตัวละครให้ทุกคนรู้จักมากขึ้นอีกสักหน่อย 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 493 ครั้ง

64 ความคิดเห็น

  1. #7171 Suchaa_12247 (@MingKwanKung) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 02:39
    ชอบตรงพ่อเซเรนคชั่งเลือดบริสุทธิ์มากๆแต่ความสวยของเเท่เซเรนเอาชนะได้ น่ารักอ่ะะะ
    #7171
    0
  2. #6839 bulporn2018 (@bulporn2018) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 12:08

    ชั้นชอบเซเรนมากคร่ะเเม่ นี้เเหละนิสัยที่ชั้นชอบห้าวๆโหดๆเย็นชาๆหยิ่งเบาๆ กิ้สสสสส

    #6839
    0
  3. #5813 PaiiKanj (@PaiiKanj) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:51
    เซเรนสวยเผ็ชมากค่ะ
    #5813
    0
  4. #5429 Irin Rak taetae <3 (@Little_Sky) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 12:00
    เซเรนสุดยอด ประทับใจนิสัยและการด่าของเซเรน555
    #5429
    0
  5. #5365 b9zazagtz (@b9zazagtz) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 20:22

    อยากเห้นหน้าแม่เซเรน5555555

    ตัวละครเยอะ(มาก)ก็จริง แต่ก้ชอบความตัวละครเยอะๆเพราะมันคงจะยิ่งใหญ่พอๆกับความยิ่งใหญ่ของวาโลกับคีแรนสิน้าาา คิ้กค้ากกกกกก เดี๋ยวเชื่อเถอะว่ากูต้องจำชื่อใครสลับกันไปมาหรือไม่ก้จำไม่ได้ว่าอีนี่ใครวะ 55555555

    #5365
    0
  6. #5190 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 14:02
    ถ้าแม่สวยถึงขนาดนั้น แล้วเซเรนจะขนาดไหน ไม่แปลกที่จะมีหนุ่มๆเรียงคิวจีบขนาดนี้
    แต่ในเรื่องของนิสัยเองเซเรนก็เป็นผู้หญิงคนนึงที่จัดได้ว่านิสัยดีมากๆเลยนะ
    #5190
    0
  7. #5028 ChompunutEksuk (@ChompunutEksuk) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 19:22
    เซเรนเป็นผญ.ที่รู้สึกชอบมากอ่ะ
    #5028
    0
  8. #4407 Yellow (@netty25) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 13:36
    เซเรนให้ความรู้สึกที่แบบถ้าเป็นผช.คนนี้ก็คือแม่ของลูกไรเงี้ยะ ประทับใจมากๆๆ ว่าแต่เลือกใครเจมส์หรือเปียส?
    #4407
    0
  9. #3810 @S_CB (@sutattacb) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 23:58
    สาวโหดด ชอบๆ 55555555
    #3810
    0
  10. #3777 Ono SEiJi (@ecrips) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 19:03
    หญิงแกร่งยังงี้แม่ปราบปลื้มมมมม ซัดให้นางดั้งหักไปเลยค่ะลูกสาว สาแก่ใจอีช้อยนัก
    #3777
    0
  11. #3594 Preen14-07 (@Preen14-07) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 23:20
    เซเรนสุดยอดมาก สาวเท่ป้ะเนี่ย ชอบๆ5555
    #3594
    0
  12. #3589 Lala_Land (@Lala_Land) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 21:28
    ตอบคำถามได้ตรงใจที่สงสัยเลยค้ะ
    #3589
    0
  13. #3228 raina? (@numbea) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 21:35
    เซเรนสุดยอดมากๆ

    ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสกอร์เปียสถึงชอบ
    #3228
    0
  14. #2961 Keam_IFNT (@keambm-969) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 10:19
    เซเรนสุดยอดมาก555
    #2961
    0
  15. #2371 Taeiy (@35153barabara) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 11:54
    เอาเเล้วๆ วาโลยังไงๆ เซเรนเป็นหนึ่งใน28ตระกูล ใกล้ตัวมากๆ
    #2371
    0
  16. #2315 Daduean (@nickname05) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 22:03
    เซเรนคือสุดยอดไปเลยยยยยยย สมน้ำหน้าพาร์กินสัน ทำตีวกร่างแบบนี้โดนผู้หญิงต่อยน่าอายกว่าเป็นไหนๆ
    #2315
    0
  17. #2035 LFNii (@Nnok2012) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 23:32
    เซเรนคือบับ เป็นหญิงแกร่งมาก ความคิดของเธอสุดยอดเลย อยู่ปีไหนเอง ทำไมดูโตขนาดนี้ ส่วนพาร์กินสันก็ปล่อยแม่มไป คนพาลเก่ง
    #2035
    0
  18. #1925 Panisa Sonthiwong (@panisz) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 05:04
    ตอนนี้เซเรนเจ๋งมาก แบบ โอยยยย อยากลุกขึ้นปรบมือให้ตรงนั้น แพทริคคือจริงๆเลยอะ พาลมากๆ ใครเลือกพิเจมส์เป็นพรีเฟค นุ้งอยากรู้5555555 เกียดตรงมาจูบประตู นี่เป็นเซเรนคงเหน่ยกับนางมากๆ5555555 แล้วเอ๊ะ มัลฟอยใช้ให้พาร์กินสันสืบเรื่องอะไรหว่า เรื่องตัวเองหรือเรื่องคนปล่อยข่าว
    #1925
    0
  19. #1903 ขอบตาคล้ำ (@bamoonsri) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 21:11
    อยากบอกเซเรนว่าขอบพระคุณมากลงมือแทนทุกอย่างแล้วฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า
    #1903
    0
  20. #1893 Sarita Wine (@nyja555) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 15:23
    เซเรนเธอเท่มาก ตอนแพทริคโดนต่อยนี่สะใจ555555
    #1893
    0
  21. #1888 GamNT (@GamNT) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 13:25
    เริ่มชอบเซเรนแล้ววว เราเชียร์สกอเปียสกับเซเรนมากๆเลยนะ รู้สึกว่าสองคนนี้มีอะไรร่วมกัน อีกเหตุผลคือเราค่อนข้างหมั่นไส้เจมส์ 5555
    #1888
    0
  22. #1884 PPasavEE (@PPasavEE) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 08:44
    ตื่นเต้นมาก555555
    #1884
    0
  23. #1858 cookiessreading (@faiithikamporn) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 02:48
    ถึงตัวละครจะมีเยอะแต่ค่อยๆหยอดมาทีละคนสองคนทำให้ไม่จำสับสนเลยค่ะ ส่วนคีแรนกับวาโลตอนแรกก็นึกว่าจะเริ่มจากความเป็นเพื่อนกันและค่อยไปรู้สึกกันทีหลังแต่น้องคีแรนของเราดันชิงรู้สึกก่อนซะงั้น5555 แล้ววาโลนี่คิดยังไงน้า
    #1858
    0
  24. #1857 amoniee (@rossamonie) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 23:45
    สาวแกร่ง ปรบมือให้เซเรนเลย สุดยอด
    #1857
    0
  25. #1855 spinsong (@songsonglove2) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 23:22
    งื้ออออประวัติภูมิหลังของแต่ละคนที่เริ่มเปิดเผยคือแบบว้าวววว5555555 // สู้ๆนะคะไรท์สนุกมากกกกก
    #1855
    0