{Fic BTS} Legacy [KookV] #Legacykookv

  • 200% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 142,505 Views

  • 7,459 Comments

  • 4,340 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    14,426

    Overall
    142,505

ตอนที่ 17 : บทที่ 17 ซลักฮอร์น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3873
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 549 ครั้ง
    18 พ.ย. 61


บทที่สิบเจ็ด

ซลักฮอร์น

 

“พวกอาจารย์แบ่งนักเรียนที่ได้รับโทษกักบริเวณแล้ว” ดันแคนประกาศในห้องนั่งเล่นรวมเช้าวันต่อมา สีหน้าเหมือนไม่ค่อยชอบใจในการแบ่งสรรนี้เท่าไหร่ “พาร์กินสันกับเพื่อนปีสี่ของนายทั้งหมด กักบริเวณกับศาสตราจารย์มักกอนนากัล พอตเตอร์ มัลฟอย และทีมควิดดิช กับศาสตราจารย์ลองบัตท่อม และฮามิลตัน พวกนายต้องไปกักบริเวณ หรือ..ถ้าพูดในอีกแง่หนึ่ง พวกนายได้รับคำเชิญจากศาสตราจารย์ซลักฮอร์น”

นักเรียนทุกคนรู้นิสัยของฮอเรซ ซลักฮอร์นดี เขาชื่นชอบนักเรียนที่เด่นดังและมีความสามารถมากเป็นพิเศษ ดังนั้นจึงไม่มีใครออกความคิดเห็นเรื่องที่เขาเลือกจะรับดูแลพี่น้องฮามิลตันทั้งสามที่กำลังเป็นที่จับตามองในช่วงนี้ หลายคนยังนึกแปลกใจด้วยซ้ำที่เขาไม่เชิญทั้งสามไปตั้งแต่เปิดเทอมวันแรก

ศาสตราจารย์คนนี้เป็นตาเฒ่าที่อยู่คู่กับฮอกวอตส์มาอย่างยาวนานคนหนึ่ง เขาเกิดในตระกูลซลักฮอร์น เป็นทายาทสายตรงเลือดบริสุทธิ์ผู้ชื่นชอบการคบหากับผู้คนที่มีชื่อเสียงหรือมีพรสวรรค์ เขามีสายตาที่กว้างไกลและเฉียบคมไปในมองและอ่านว่าเด็กนักเรียนคนไหนมีพรสรรค์

เขาได้ก่อตั้งสโมสรซลักขึ้น และรวบรวมเด็กนักเรียนที่เขาเห็นแววมาสังสรรค์ รับประทานอาหารและพูดคุย ความน่าเหลือเชื่อก็คือลูกศิษย์เหล่านั้นของเขาล้วนเติบโตขึ้นเป็นคนใหญ่คนโตในทุกๆวงการที่พวกเขาเข้าไป

แต่ฮอเรซ ซลักฮอร์นก็ไม่ใช่ว่าจะมีความสุขอยู่กับการใช้ชีวิตแบบนั้น เพราะบังเอิญว่าหนึ่งในอดีตนักเรียนที่เขาโปรดปรานที่สุดอย่างทอม ริดเดิ้ล ได้เติบโตและเดินเข้าสู่เส้นทางที่เขาไม่เคยคาดคิด และกลับมาในฐานะของลอร์ดโวลเดอมอร์ เจ้าแห่งศาสตร์มืดผู้เป็นอมตะ

เรื่องที่ซลักฮอร์นเสียใจที่สุดในชีวิต ก็คือการที่ความเป็นอมตะของลอร์ดโวลเดอมอร์ ส่วนหนึ่งเกิดจากข้อมูลที่ได้ไปจากตัวของเขาเอง ในการใช้ศาสตร์มืดสร้างฮอครักซ์...วัตถุเวทมนตร์ที่เกิดจากการที่พ่อมด ฉีกวิญญาณของตนเองออกส่วนหนึ่งแล้วบรรจุมันเข้าไป ศาสตร์มืดที่ชั่วร้ายซึ่งต้องแลกหนึ่งวิญญาณต่อการสร้างหนึ่งชิ้น ไม่ว่าลอร์ดโวลเดอมอร์จะตายไปแล้วกี่ครั้ง เขาจะยังไม่ถือว่าตายตราบใดที่ยังมีฮอครักซ์เหลืออยู่

และด้วยข้อมูลที่ซลักฮอร์นให้ไปนี้ แม้จะโดยการถูกหลอกล่อก็ตาม ทำให้ลอร์ดโวลเดอมอร์มีฮอครักซ์ถึงเจ็ดชิ้น!

อย่างไรก็ตาม ความละอายและอยากหลบหนีของซลักฮอร์นกลับถูกความดีในตัวของเขารั้งเอาไว้ หลังจากพานักเรียนบ้านตัวเองหนีออกไปจากปราสาทอย่างปลอดภัยในวันที่เกิดสงครามฮอกวอตส์ เขากลับมาและเผชิญหน้ากับลอร์ดโวลเดอมอร์ ต่อสู้กับเขาด้วยความกล้าหาญ

การต่อต้านศาสตร์มืดและยืนหยัดต่อสู้กับความถูกต้องของเขา นั่นทำให้ชื่อเสียงของสลิธีรินดีขึ้นมากเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปีเลยทีเดียว

แต่อย่างไรก็ดี พวกวาเลอเรียสยังจำได้ว่าในรายชื่อตระกูลทรยศของศิษย์สลิธีรินนั้นมีชื่อตระกูลซลักฮอร์นอยู่ด้วย เขาอาจไม่สนับสนุนลอร์ดโวลเดอมอร์ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะญาติดีกับพวกฮามิลตันหรือเปล่านะ?

วาเลอเรียสกับจามิลเดินเคียงข้างกันตามหลังเกรเซียสไปยังห้องทำงานของศาสตราจารย์ซลักฮอร์น เสียงฝีเท้าของพวกเขาสะท้อนบนทางเดินปราสาทในยามหัวค่ำ เพราะอากาศที่หนาวผู้คนจึงกลับไปที่ห้องนั่งเล่นรวมกันเร็วกว่าในเวลาปกติ

“นายว่าเขาจะให้เราทำอะไร ฉันได้ยินมาว่ามักกอนนากัลจะใช้พวกพาร์กินสันทำความสะอาดจากชามแทนเอลฟ์ประจำบ้าน” จามิลถามวาเลอเรียสด้วยน้ำเสียงนึกสนุก ไม่ได้กังวลแม้แต่น้อยกับการลงโทษในครั้งนี้ “และฉันว่ามันต้องมีชามเป็นพันๆใบแน่ในโรงครัว”

ความจริงแล้วจามิลก็แทบไม่เคยกังวลกับอะไรเลย นอกจากเรื่องครอบครัวของตัวเองที่กำลังเกิดปัญหาอยู่ในตอนนี้

“ไม่รู้สิ” วาเลอเรียสไม่ได้ใช้พลังของตัวเองมองอนาคตในเรื่องนี้ “บางทีอาจให้เรานั่งแยกไข่กบก็ได้ใครจะรู้”

เกรเซียสถอนหายใจ “เขามีเรื่องอยากคุยกับพวกเรามากกว่า คงไม่ได้ตั้งใจจะเรียกเรามาใช้งานหรอก ไม่งั้นทำไมไม่เรียกอัลบัสกับสกอร์เปียสมาด้วยล่ะ ดันแคนอีก มีแต่คนเด่นๆดังๆแต่เจาะจงพวกเราแค่สามคน”

“นายได้ยินความคิดเขาดังมาถึงตรงนี้เลยเหรอ” จามิลมีท่าทางประหลาดใจระคนตกใจ “พลังของนายแข็งแกร่งขึ้นนี่นา!

“มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วเมื่ออายุมากขึ้น” เกรเซียสกล่าวอย่างไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ แม้ว่ามันจะทำให้เขาค่อนข้างลำบากอยู่เหมือนกัน “สักวันฉันจะควบคุมมันได้เหมือนที่วาโลทำได้ และไม่ต้องทนฟังเสียงความคิดคนอื่นๆไปทั่วอีกแล้ว”

“นายทำได้อยู่แล้ว เกรเซียส” วาเลอเรียสให้กำลังใจเขา พอดีกับที่พวกเขามาถึงหน้าห้องทำงานของฮอเรซ ซลักฮอร์น เกรเซียสยกมือเคาะประตู ก่อนจะมีเสียงตะโกนตอบมาว่า “เข้ามาได้เลย!

ทั้งสามเดินเข้าไป ก่อนจะต้องเบิกตากว้างเมื่อพบว่าที่รอพวกเขาอยู่ไม่ใช่ถังใส่ไข่กบ หรือสิ่งที่ต้องปัดกวาดเช็ดถู แต่เป็นโต๊ะปิกนิคตัวหนึ่งที่เต็มไปด้วยขนมปัง เค้ก และของหวานอีกหลายชนิด

ฮอเรซ ซลักฮอร์นยืนอยู่หลังโต๊ะตัวนั้น เขาผายมือออกก่อนจะเอ่ยว่า “เดาว่าพวกเธอคงกินมื้อเย็นกันมาแล้ว ฉันเลยเตรียมของว่างหลังอาหารเอาไว้ให้ ทีนี้พวกเธอนั่งลงได้ เลือกที่นั่งได้ตามสบายเลย อยากกินอะไรก็กินได้เลย”

เด็กชายฮามิลตันทั้งสามมองหน้ากัน ก่อนจะแยกย้ายกันนั่งลงแบบเรียงหน้ากระดาน เผชิญหน้ากับศาสตราจารย์วิชาปรุงยาผู้ซึ่งกำลังกินขนมหวานอย่างมีความสุข ชายชราร่างอ้วนดูไม่เหมือนคนที่ครั้งหนึ่งเคยจับไม้ลุกขึ้นสู้กับลอร์ดโวลเดอมอร์เลย แต่พวกวาเลอเรียสก็ไม่ใช่คนประเภทตัดสินใครจากภายนอกอยู่แล้ว พวกเขาได้แต่กวาดตามองของหวานมากมายบนโต๊ะ แต่ไม่มีใครกล้าแตะต้องของพวกนั้นเลย

ซลักฮอร์นก็ไม่ได้มาคะยั้นคะยอให้พวกเขากิน แต่ดูดนิ้วที่เลอะคราบน้ำตาลเสียงดังก่อนจะเอ่ยว่า “ฉันก็เคยเลี้ยงขนมปู่ของพวกเธอแบบนี้แหละ ตอนนั้นฉันยังหนุ่มแน่น และเชอร์ล็อค ฮามิลตันก็เป็นเด็กหนุ่มที่เปี่ยมเสน่ห์ เธอคล้ายเขามากนะ จามิล ส่วนเธอเกรเซียส เธอเหมือนย่า ย่าของเธอดูเหมือนจะมาจากตระกูลลองบัตท่อมใช่ไหม ฉันไม่ได้สอนพ่อของพวกเธอ เจเรมี่ แต่ได้ข่าวว่าเขาแต่งงานกับโอเรออน แมคมิลลัน แต่ฉันได้สอนพ่อของเธออยู่หนึ่งปีนะ วาเลอเรียส ฮาดิเป็นลูกศิษย์ที่ฉลาดและข่างถ่อมตัว ถ้าฉันจำไม่ผิด แม่ของเธอดูเหมือนจะมาจากตระกูลกรีนกราสนี่ใช่ไหม?”

“ครับ เวโรลิน่า กรีนกราส แม่อายุมากกว่าพ่อสองปี เพราะงั้นอาจารย์เลยไม่ได้สอนแม่ของผมเหมือนกัน แม่เรียนจบไปแล้วตอนที่อาจารย์กลับมาสอนที่นี่อีกครั้ง” วาเลอเรียสตอบอย่างสุภาพ ไม่ได้พยายามจะอธิบายด้วยความเหนื่อยอกเหนื่อยใจว่าอย่าสืบสาววงศ์ตระกูลของเขาเลย เพราะยังไงตระกูลเลือดบริสุทธิ์ทั้งหมดก็เกี่ยวดองกันหมดอยู่แล้ว แค่นี้เขากับสกอร์เปียสก็นับญาติกันแทบไม่ถูกแล้ว ดีไม่ดีเขากับซลักฮอร์นเองก็เป็นญาติกันด้วยซ้ำไป

เพราะแม่ของเขานามสกุลกรีนกราส แม่ของสกอร์เปียสก็นามสกุลกรีนกราส แค่นี้พวกเขาก็ถือได้ว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องกันแล้ว แต่พีคตรงที่แม่ของเขาก็สืบสายมาจากตระกูลมัลฟอยด้วยอีกเหมือนกัน ผมสีบลอนด์นี่เขาก็ได้มาจากแม่ วาเลอเรียสไม่รู้จริงๆว่าถ้าพวกเขาคิดจะนับลำดับญาติขึ้นมา สกอร์เปียสอาจกลายเป็นลุงของเขาก็ได้

“สมัยเรียน ปู่เป็นยังไงบ้างเหรอครับ” จามิลผู้พกเสน่ห์ความน่าเอ็นดูมาด้วยถามซลักฮอร์นด้วยความสนใจใคร่รู้ เขาไม่ค่อยได้ยินเรื่องของปู่มากนัก เพราะปู่มักจะบอกว่าช่วงเวลาที่ฮอกวอตส์ของเขาราบเรียบและไม่มีเรื่องระทึกใจอะไรเลยแม้แต่น้อย

แน่นอนว่าเสน่ห์ของจามิลได้ผลกับฮอเรซ ซลักฮอร์นเป็นอย่างดี

“เขาเป็นศิษย์คนโปรดคนหนึ่งของฉันเลยล่ะ และแน่นอน ขอแค่ฉันอยากจะได้ส่วนผสมอะไรที่หายากในการปรุงยา ขอแค่ส่งจดหมายหาเขา เขาก็จะส่งของพวกนั้นมาให้เสมอ แน่นอนว่าฟรีด้วย ฉันก็อยากจะตอบแทนเขาด้วยการดูแลลูกๆของเขาให้ดีอยู่หรอก แต่สถานการณ์ช่วงนี้มันก็ทำให้จะทำอะไรก็ลำบากไปหมดเลย” ซลักฮอร์นถอนหายใจพลางยกถ้วยชาขึ้นจิบ “เขาปรุงยาเก่งที่สุดในรุ่น แน่ล่ะ ไม่ต้องสงสัยเลย อาจจะไม่ได้เก่งเท่าเซเวอรัส สเนป รายนั้นสูตรเป๊ะมาก ไม่เคยปรุงอะไรผิดพลาด ส่วนเชอร์ล็อคน่ะ เขา..เขามักคิดค้นตัวยาใหม่ได้เองเสมอ และนั่นคือความอัจฉริยะของเขา น่าเสียดายที่เขาไม่เปิดเผยสูตรยาพวกนั้นแล้วจดลิขสิทธิ์ เขาคงทำเงินได้มหาศาลและมีชื่อเสียง ฉันก็จะ อะแฮ่ม บอกใครต่อใครได้ว่าเขาเป็นลูกศิษย์ของฉันเอง”

“ทุกวันนี้เขาก็ยังทำตัวเหมือนคนแก่ว่างงานอยู่ที่บ้านนั่นแหละครับ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่กระทรวงบุกมาแล้วพาตัวเขาไป” จามิลเอ่ยถึงตรงนี้ก็ถอนหายใจด้วยความเศร้า “ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพวกเขาต้องเล่นงานเราด้วยประเด็นเรื่องทายาทสลิธีรินอะไรนั่นด้วย”

“แต่สักวันโลกก็จะต้องรู้อยู่ดี ว่าพวกเธอคือทายาทที่แท้จริงกลุ่มสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ของซัลลาซาร์ สลิธีรินไม่ใช่เหรอ” ซลักฮอร์นเอ่ยคำพูดที่ทำเอาเด็กชายทั้งสามต้องเบิกตากว้างมองเขาขึ้นมา “ไม่เอาน่า มองฉันด้วยท่าทางอย่างนั้นคืออะไร ตระกูลซลักฮอร์นกับฮามิลตันน่ะเป็นคู่แข่งกันเรื่องปรุงยามาหลายศตวรรษแล้ว เจตจำนงศิษย์ของสลิธีริน เรื่องพรรค์นี้มันสืบต่อกันมาในตระกูลจากรุ่นสู่รุ่นถูกไหมล่ะ!

“ถึงเรื่องทายาทสลิธีรินจะเป็นความจริง แต่พวกเราไม่ได้เป็นผู้เสพความตายหรือเกี่ยวข้องกับโวลเดอมอร์นะครับ ศาสตราจารย์ ในเมื่อคุณรู้เรื่องนี้ แล้วคุณพอจะรู้ไหมครับว่าใครอยู่เบื้องหลัง อะไรคือเหตุจูงใจให้พวกเขาลงมือกับตระกูลของพวกผม” วาเลอเรียสถามทันที เขาสัมผัสได้ว่าซลักฮอร์นจะต้องรู้อะไรบางอย่างแน่ และเขาจะต้องไม่พลาดโอกาสสืบถามเอากับคนคนนี้

หรือบางที...ซลักฮอร์นอาจจะจงใจเรียกพวกเขามาพูดเรื่องนี้อยู่แล้วก็เป็นได้

“จุ๊ๆ เรื่องพวกนี้พูดเสียงดังมากไม่ได้หรอกนะ มันเป็นเรื่องสมัยปู่ของเธอนี่ล่ะ คือตอนนั้นมันมีคำทำนายหนึ่งหลุดออกมาในหมู่ศิษย์ของสลิธีริน อันเป็นเหตุให้ศิษย์สลิธีรินจำนวนมาก..โดยเฉพาะในสายทรยศอย่างตระกูลของฉันไม่พอใจ”

คำว่าคำทำนายทำให้เด็กชายทั้งสามหูผึ่ง วาเลอเรียสรีบถามต่อทันที เขารู้แล้วว่าตัวเองกำลังจะได้ข้อมูลสำคัญ “คำทำนายอะไรเหรอครับ”

“ฉันก็ไม่เคยได้ยินทั้งหมดหรอก แต่ใจความมันประมาณว่า ทายาทคนสุดท้องของสลิธีรินจะถือกำเนิดขึ้นด้วยสายเลือดที่เข้มข้นที่สุด และจะเป็นผู้สืบทอดมรดกทั้งหมดของสลิธีริน เพื่อใช้มันนำพานามของสลิธีรินไปสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง” ซลักฮอร์นหรี่ตามองวาเลอเรียส “มันมีต่ออีก แต่ฉันไม่รู้แล้ว รู้แค่ว่ามันหมายถึง...ใครก็ตามที่อยู่ในคำทำนายนี้จะได้เป็นเหมือนซัลลาซาร์ สลิธีรินในยุคถัดไป เป็นหนึ่งในสี่พ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ของสหราชอาณาจักร ไม่ว่าคำพยากรณ์ที่แท้จริงจะเป็นยังไง แต่มีคนไม่พอใจแน่ พวกเธอคงไม่หัวทึบถึงขั้นมองไม่ออกหรอกนะว่าคนในคำทำนายคือคนในตระกูลของพวกเธอ”

แต่จามิลกับเกรเซียสหันไปมองวาเลอเรียสแล้ว จามิลได้เล่าคำพูดของเอเดรียนให้เกรเซียสฟัง แล้วเมื่อได้ยินซลักฮอร์นพูดแบบนี้พวกเขาก็ยิ่งมั่นใจว่าคนในคำทำนายนั่นคือวาเลอเรียส

ตระกูลก๊อนท์สิ้นสุดลงที่ลอร์ดโวลเดอมอร์ ส่วนทายาทคนสุดท้องของฮามิลตันในตอนนี้ก็มีเพียงวาเลอเรียสคนเดียว แม้พวกเขาจะไม่แน่ใจถึงเรื่องสายเลือดที่เข้มข้นที่สุดอะไรนั่น แต่พวกเขาก็คิดไม่ออกอีกแล้วว่าจะเป็นใครคนอื่นไปได้

“คนที่ไม่พอใจนี่ ตระกูลเซอร์เพนท์เหรอครับ” วาเลอเรียสมีสีหน้าเคร่งเครียดขณะที่ตั้งคำถามต่อไปทันที

“โอ้ เธอรู้จักชื่อนั้นด้วยเรอะ ก็ไม่เชิงหรอก วาเลอเรียส เพราะเซอร์เพนท์ในตอนนี้ไม่ได้หมายถึงตระกูลอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นคำที่ใช้เรียกกลุ่มคน พวกบูชางู ใช้ศาสตร์มืด ยิ่งกว่าตระกูลอย่างของพวกเราๆเสียอีก” ซลักฮอร์นนิ้วหน้าเล็กน้อย “ฉันมักจะไม่ชอบใจเวลาที่ต้องยอมรับว่ารู้เรื่องศาสตร์มืด แต่..เธอก็เห็นแล้วนี่ว่าฉันไม่ใช่ผู้เสพความตาย และฉันถึงกับเคยดวลกับลอร์ดโวลเดอมอร์มาแล้ว...ก่อนที่เขาจะไปสู้กับแฮร์รี่และตาย นั่นแหละ แต่มันคือความจริงที่ว่าตระกูลอย่างเราๆน่ะเกี่ยวข้องกับศาสตร์มืดกันทั้งนั้น คำถามที่สำคัญคือคุณจะจับใครสักคนเข้าอัซคาบันแค่เพราะเขารู้วิธีใช้คำสาปพิฆาตไหม ก็ไม่ล่ะ ไม่อย่างนั้นคงต้องจับพ่อมดทั้งโลกใส่คุกให้หมด เพราะใครๆก็รู้จัก อะวาดา เคดาฟรา กันทั้งนั้น”

เด็กชายฮามิลตันทั้งสามยิ้มแหยให้กับคำสาปโทษผิดสถานเดียวบทนั้น ซึ่งก็เป็นความจริงตามที่ซลักฮอร์นกล่าว มันคือคำสาปที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นเพื่อฆ่า ดังนั้นจึงเป็นคำสาปที่หากใช้แล้วจะมีโทษผิดอย่างร้ายแรงจนถึงขั้นถูกส่งเข้าอัซคาบัน พวกผู้เสพความตายชอบใช้คาถานี้ในการฆ่า จะไม่มีความเจ็บปวด หรือความทรมานใดๆ เพียงต้องถูกลำแสงสีเขียวของคำสาปนี้ก็จะตายในทันที

แน่นอน..เป็นศาสตร์มืดที่คงอยู่มานานตั้งแต่ก่อนยุคของลอร์ดโวลเดอมอร์เสียอีก และใครๆก็รู้จักมันกันทั้งนั้น

เพียงแต่คนจะร่ายสำเร็จนั้นมีน้อย เพราะปัจจัยหลักที่สำคัญที่สุดในการร่ายคาถานี้ คือจะต้อง..ปรารถนาในการฆ่าอีกฝ่ายให้ตกตายไปจริงๆ

“ทีนี้ พวกเซอร์เพนท์ก็เป็นคล้ายสโมสร อวดอ้างในการเป็นผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของสลิธีริน พวกเขาเชื่อ..แบบผิดๆ ว่าสิ่งที่สลิธีรินต้องการน่ะ คือการทำให้พวกลูกมักเกิ้ลที่มีเวทมนตร์หมดไปจากโลก แบ่งแยกโลกของผู้วิเศษกับโลกของมักเกิ้ลออกจากกันอย่างสมบูรณ์ ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกันอีกเลย”

“แบบนั้นพ่อมดก็สูญพันธุ์กันหมดสิครับ” จามิลถึงกับสั่นศีรษะรัว “ช่างเป็นความคิดที่งี่เง่ามากๆ”

“แต่ความคิดที่งี่เง่าเช่นนั้นกลับมีคนเห็นด้วยเกินสิบคนนะ จามิล” ซลักฮอร์นถอนหายใจ ราวกับเขาเองก็รู้สึกว่าความคิดเช่นนั้นเป็นเรื่องที่แสนงี่เง่ามากเช่นกัน “และเมื่อมีคำทำนายเช่นนั้นหลุดออกมา ว่าบางทีคนที่ยิ่งใหญ่คนต่อไปของโลกผู้วิเศษอาจมาจากตระกูลฮามิลตัน...พวกเลือดสีเทา! พวกที่ยอมรับมักเกิ้ลได้ถึงตัวเองจะเป็นเลือดบริสุทธิ์ก็ตาม พวกเธอคิดว่าพวกเขาจะยอมอยู่เฉยๆรอให้ทายาทคนสุดท้องของตระกูลฮามิลตันเติบโตขึ้นและนำโลกผู้วิเศษไปในทิศทางที่พวกเขาไม่ต้องการและเกลียดชังอย่างนั้นหรือ”

“เพราะแบบนั้นพวกเขาจึงลงมือ เริ่มจากการใส่ร้ายตระกูลของพวกผม ทำลายชื่อเสียง ทำลายโอกาส และบางทีอาจถึงขั้นทำลายได้ทั้งตระกูลถ้าหากว่าพวกเราแพ้คดีและถูกขังลืมในอัซคาบันจริงๆ” เกรเซียสหันมองน้องชายทั้งสองของเขา โดยเฉพาะวาเลอเรียสที่เขามองด้วยสายตาเป็นห่วงอย่างที่สุด “แต่เราจะต้องไม่แพ้คดี”

“ฉันเห็นลูกศิษย์ของฉันหลายคนกำลังวิ่งเต้นช่วยเหลือครอบครัวของพวกเธออยู่” ซลักฮอร์นกล่าว “ไม่ต้องห่วงหรอก พวกเขาเก่งพอ และอำนาจของพวกเขาในกระทรวงน่ะ มีมากกว่าฝั่งพวกเซอร์เพนท์อยู่แล้ว แต่ที่ฉันจะต้องเตือนพวกเธอ..ต้องเตือนให้ได้ คือแม้จะพ้นการพิจารณาคดีและรอดจากข้อหานี้มาได้ ครอบครัวของเธอก็ไม่ปลอดภัยอีกแล้ว และโดยเฉพาะเธอ วาเลอเรียส เธอเป็นทายาทคนสุดท้องของตระกูลตอนนี้ใช่ไหม”

“ใช่ครับ แต่..” วาเลอเรียสขมวดคิ้ว “ทำไมพวกเขาถึงไม่คิดว่าเป็นพ่อของผมล่ะครับ ก่อนหน้านี้พ่อของผมก็เป็นทายาทคนสุดท้อง ก่อนที่ผมจะเกิดมาน่ะ เพราะอาจารย์บอกว่าคำทำนายมันมีมาตั้งแต่รุ่นปู่”

ซลักฮอร์นโบกมือที่ถือขนมปังของเขาไปมา “โอ้ วาเลอเรียส เธอลองคิดให้ดีๆก่อนว่าพ่อของเธอสืบเชื้อสายมาจากใคร และเธอสืบเชื้อสายมาจากใครบ้าง”

คิ้วของวาเลอเรียสขมวดเข้าหากันหนักกว่าเก่าเสียอีก

“เอ้า อย่ามัวแต่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดกันเลย กินสิ นี่ฉันสั่งมาจากฮอกมีดส์เลยนะ เอาบัตเตอร์เบียร์หน่อยไหม พวกเธอปีหนึ่งต้องยังไม่เคยไปแน่” ซลักฮอร์นโบกไม้กายสิทธิ์ แล้วแก้วใส่บัตเตอร์เบียร์สามแก้วก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าทั้งสาม

คราวนี้พวกเขายอมดื่มมันเข้าไปแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรที่พวกเขาจะต้องไม่ไว้ใจซลักฮอร์นในเวลานี้ และยิ่งมีเกรเซียสที่อ่านใจคนได้อีก...

“เธอพยายามจะอ่านใจฉันอย่างนั้นหรือ เกรเซียส” ซลักฮอร์นหันไปถามเขาด้วยน้ำเสียงราวกับถามว่าบัตเตอร์เบียร์อร่อยไหม และเกรเซียสก็สำลักบัตเตอร์เบียร์อย่างรวดเร็ว

“แค่กๆๆ ผมขอโทษครับ ศาสตราจารย์ ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมคุมมันไม่ได้...” เกรเซียสสำลัก

“เอ๊ะ อาจารย์รู้ได้ยังไงครับ ว่าเขากำลัง..” จามิลรีบถามด้วยความตกใจ

“ฉันเป็นผู้ชำนาญการสกัดใจคนหนึ่งนะ จามิล เราจะรู้ได้ในทันทีถ้ามีใครสักคนพยายามจะล่วงล้ำความคิดของเราเข้ามาและปิดกั้นไว้ได้ในทันทีหรือให้เขาดูแค่ข้อมูลที่ฉันอยากให้เขาดู และในฐานะที่เป็นศิษย์ของสลิธีรินคนหนึ่ง ฉันแนะนำว่านั่นจะเป็นศาสตร์ที่สำคัญมาก การสกัดใจน่ะ พวกเธอควรฝึกเอาไว้..เพราะพ่อมดฝ่ายมืดจำนวนมากล่ะ ที่ชอบเข้าไปยุ่งกับความคิดของคนอื่นๆ ด้วยคาถาและพรสวรรค์ของพวกเขา และที่สำคัญเรื่องพลังพินิจใจของเธอ นั่นเป็นพรสวรรค์ที่ดีแต่มีดาบสองคม พรสวรรค์น่ะเป็นดาบสองคมเสมอแหละ ไม่เว้นแม้แต่พรสวรรค์ของฉันเอง...” ซลักฮอร์นมีท่าทางรำลึกถึงอดีต ไม่ได้สังเกตเลยว่าเด็กชายทั้งสามต่างก็สบตากันอย่างรวดเร็ว

เพราะพวกเขาต่างก็เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ที่แตกต่างกัน และพวกเขาล้วนปรารถนาให้มันไม่กลายเป็นดาบสองคมมาทำร้ายพวกเขาเองเลย

หลังจากด่ำดิ่งกับความคิดในอดีตของตนเอง ซลักฮอร์นก็เปลี่ยนเรื่องและเริ่มพล่ามถึงบรรดานักเรียนในอดีตของเขาที่มีชื่อเสียงและยังติดต่อกับเขาอยู่ทางจดหมาย พร้อมทั้งประกาศกับทั้งสามว่าพวกเขาสามารถเข้าร่วมสโมสรซลักได้ทันทีหลังจากที่การพิจารณาคดีสิ้นสุดลงแล้ว

หลังผ่านไปหลายชั่วโมง เด็กชายทั้งสามก็ออกมาจากห้องทำงานของซลักฮอร์นพร้อมกับขนมเต็มกระเป๋าเสื้อคลุม ก่อนที่พวกเขาจะถูกมือที่มองไม่เห็นดึงชายเสื้อคลุมเอาไว้จนแทบหงายหลัง

“ใครน่ะ อัลบัส?” เกรเซียสซึ่งเคยชินกับเพื่อนของตัวเองที่มักจะสวมผ้าคลุมล่องหนเดินไปเดินมาในปราสาทมากที่สุดถามขึ้น ก่อนที่จดหมายฉบับหนึ่งจะถูกยื่นออกมาจากรอยแยกของอากาศ

เกรเซียสขมวดคิ้ว เขารับมันมาแล้วเปิดออกอ่านทันที

“กำหนดการวันพิจารณาคดีตัดสินโทษของตระกูลฮามิลตัน เป็นวันที่ 12 พฤศจิกายน โดยคณะศาลสูงวิเซนต์กาม็อต กระทรวงเวทมนตร์...”

“ดีเลย” วาเลอเรียสพึมพำ “เห็นได้ชัดว่าปีนี้เราจะยังได้ฉลองคริสมาสต์กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาที่บ้านนะ”

“นายเห็นจริงๆ หรือว่าแค่พูดไปงั้น” จามิลถาม จากนั้นก็ถูกวาเลอเรียสมองค้อนเข้าให้หนึ่งทีด้วยความขุ่นเคืองในคำถามนี้

“ฉันคิดว่า...พวกนายน่าจะได้ไปฟังการพิจารณาคดีด้วย” อัลบัสกระซิบบอกพวกเขา “พ่อบอกให้พวกนายรอรับการติดต่อจากคุณมัลฟอย เขาน่าจะเป็นคนที่มาพาพวกนายไป..เฮ้อ สกอร์เปียสต้องโวยวายแน่ๆที่เขาไม่ได้ไปด้วย”

“ฉันเองก็คิดว่า..” วาเลอเรียสพึมพำตอบเขา “ถึงเวลาแล้วเหมือนกันที่เราจะเล่าให้สกอร์เปียสฟังถึงเรื่องทั้งหมดที่พวกเราแอบทำโดยไม่มีเขา และหวังว่าเขาจะไม่ฆ่าพวกเราด้วยอะวาดา เคดาฟราหลังจากรู้เรื่องแล้ว”

จามิลเอ่ยด้วยเสียงกลั้วหัวเราะว่า

“เชื่อเถอะ ด้วยจิตใจของหมอนั่น คงทำได้แค่ให้ฉันเลือดกำเดาไหลเท่านั้นแหละ”

 

  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 549 ครั้ง

64 ความคิดเห็น

  1. #7143 Suchaa_12247 (@MingKwanKung) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 14:15
    ดูลงลึกขึ้นเรื่อยๆ ชอบมากที่แต่ละคนมีความสามารถเฉพาะตัวแตกต่างกันไป
    #7143
    0
  2. #7130 Ploysin_02 (@Stigma_ptp2002) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 18:17
    555555ฉากขำกรุบกริบก็คือน่ารัก
    #7130
    0
  3. #5746 boahammock (@boahammock) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:58
    นายเอกของเรามักมีเรื่องให้คาดไม่ถึงอยู่เสมอ ไม่เว้นแม้กระทั่งตอนนี้ ยิ่งใหญ่จนไม่กล้วจินตนาการเลยฮ้ะ
    #5746
    0
  4. #5733 PaiiKanj (@PaiiKanj) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:27
    ทำไมเอ็นดูเจ้าสกอร์เปียส 55555
    #5733
    0
  5. #5406 Booo_tata (@Booo_tata) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 00:24
    ฮืออออไกล้แล้วสินะติ่นเต้นรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่วาโลเลยนี่คิดว่ากลุ่มวาโลหมายถึงพี่น้องฮามิลตัน,อัลบัส, สกอร์เปียสใช้คำสาปอะวาดาได้แน่เลยสุดยอด
    #5406
    0
  6. #5100 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 19:57
    รู้สึกดีใจที่มีคนคอยสนับสนุนสามหนุ่มจริงๆนะ คือแบบ มันรู้สึกได้ว่า แม้จะเจอเรื่องแย่ๆแต่ก็ไม่โดดเดี่ยวอ่ะ มันดูมีกำลังใจในการต่อสู้ต่ออะไรๆได้อีกเยอะเลย
    #5100
    0
  7. #4359 Yellow (@netty25) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 02:27
    เปียสไม่ต้องงอนเพื่อนนะะะ แต่ถึงจะงอนก็ให้อัลไปง้อ โนะๆ ._. ละยิ่งใกล้จะรู้ความจริงยิ่งตื่นเต้น ขอให้ผ่านพ้นไปด้วยดีนะ
    #4359
    0
  8. #3684 Ono SEiJi (@ecrips) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 23:49
    สนุกมากกกกกกกกกกก อ่านแล้ววางไม่ลงอ่า ฮือออ!! ไม่ได้ทำหรอกงานน่ะ ติดฟิครัวๆขนาดนี้
    #3684
    0
  9. #3559 Preen14-07 (@Preen14-07) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 18:25
    monminมาแล้ววว
    #3559
    0
  10. #3537 Preen14-07 (@Preen14-07) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 19:08
    อะวาดา เคดาฟรา คำนี้ ไรท์เน้นจัง มีอะไรหรือป่าว(´⊙ω⊙`)
    #3537
    0
  11. #3309 Lala_Land (@Lala_Land) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 18:25
    สงสารสกอร์เปียนเหมือนกันนะ เป็นเราๆโกรธอ่ะ 5555
    #3309
    0
  12. #3189 raina? (@numbea) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 17:26
    เอ็นดูสกอร์​เปียสโดนเพื่อนปิดบังมากๆ ส่วนตัสชอบน้องตั้งแต่ภาคบทละครแล้ว

    ฮือ น้องง

    ส่วนวาโลนี่ฉายแววผู้นำสุด

    น้องโตขึ้นต้องเท่มากแน่ๆ

    แต่ไม่ไว้ใจเลย

    วันตัดสินจะมีอะไรมั้ยนะ
    #3189
    0
  13. #3033 นี่เราวาย (@mayparadise) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 11:19
    ตื่นเต้นอีกแล้สววว
    #3033
    0
  14. #2926 Keam_IFNT (@keambm-969) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 19:09
    รีบช่วยให้ได้นะ
    #2926
    0
  15. #1509 psychoboi (@tokyoismamood) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 03:03
    โหยยย ไรท์พูดงี้อยากได้เล่มเลยค่ะะ ><
    #1509
    0
  16. #1184 leemeso (@leemeso) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 10:22
    ขอให้ฮามิลตันชนะคดีทีเถอะ ฮื่ออ เพราะถ้าไม่ชนะน้องๆวาโล จามิลพี่เกรเซียสต้องตกที่นั่งลำบากแน่ๆแต่ที่รู้ๆคือน้อง งงง เป็นการแซวที่ฮามาก จิตใจของหมอนั่นคงทำได้แค่ให้ฉันเลือดกำเดาไหล ฮรื่อ ตลก ใครเค้าจะฆ่าหนูได้ลงล่ะหื้ออออ น่ารักขนาดนี้
    #1184
    0
  17. #1130 cookiessreading (@faiithikamporn) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 14:32
    ขำกับสองประโยคสุดท้าย55555
    #1130
    0
  18. #1082 jazzysam9 (@jazzysam9) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 07:12
    น้องวาโลไม่ธรรมดา
    #1082
    0
  19. #1052 Doublet0108 (@zazaji) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 22:30
    ไม่ธรรมดาจริงๆพี่น้องตระกูลฮามิลตัน แต่คำทำนายนี่วาโลชัดๆเลยรอติดตามว่า"สิ่งยิ่งใหญ่"ที่วาโลจะทำคืออะไร ไรต์พูดถึงหนังสือแบบนี้เราเก็บตังรอเลยค่ะ
    #1052
    0
  20. #1025 amoniee (@rossamonie) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 15:55
    ตื่นเต้นอ่ะ ใกล้จะได้เห็นน้องวาโลเผยตัวตนแล้ววว
    #1025
    0
  21. #1019 22CM (@22CM) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 15:22
    ว้าว ตั้งตารอเลยล่ะค่ะ!
    #1019
    0
  22. #999 Im your v (@taelapeepi) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 12:52
    รอรวมเล่มเลยค่ะ
    #999
    0
  23. #965 AQUA DE VITA (@Rulna) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 01:13
    ตื่นเต้นๆ อยากให้น้องเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่แล้ว และขอชมเหมือนเดิมจ้า ข้อมูลแน่นเว่อ สมกับเป็นผลงานของไรท์แพทจริงๆค่ะ สุดยอดมาก
    #965
    0
  24. #959 Chutipa-oil (@Chutipa-oil) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 21:35
    จะรอรวมเล่มนะคะะ&#9825; สู้ๆนะคะไรท์
    #959
    0
  25. #944 AbsTxz_ (@AbsTxz_) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 12:32
    เจ้มจ้นมักๆ จะได้ไปพิจารณาคดีแร้ว ขอให้ผ่านไปได้เถอะ ขอให้ชนะคดี

    // วงวานสกอเปียส ไม่รูอะไรเลยอ่า อย่าไปน้อยใจนะลูกก
    #944
    0