西施 ข้าเป็นบุตรีของตัวร้าย (ล็อคตอนแล้ว) EBOOK

ตอนที่ 30 : บทที่ ๒๙

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 59,202
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,970 ครั้ง
    12 พ.ค. 63

เนื่องจากทุกคนน่ารัก เลยมาอัพให้อ่านจุก ๆ ไปเลยจ้ะ

 

 

 

 

 

หลังจากที่อีกฝ่ายใช้สิ่งของประหลาดรักษาเสี่ยวซือจนมันกลับมามีชีวิตอีกครั้งก็ยอมปล่อยให้นางกลับมา มู่หรงอี้เทียนมองหน้านางทีไรเขาก็หลุดขำออกมาเบา ๆ เพราะนางที่ตาบวม ปากซีดแห้งแตก ทำหน้าไม่สบอารมณ์ดูแล้วช่างทำให้เขาบันเทิงใจจริง

 

มู่หรงอี้เทียนไม่ใช่ประเภทรักหยกถนอมบุปผา เขาปล่อยนางทันทีที่พูดเรื่อง ‘ข้าเป็นบุรุษต้องสาป สตรีแตะแล้วดับอนาถทุกราย’ จบ ทำเอานางล้มลงไปนอนกับพื้น สภาพดูไม่ได้

 

พยัคฆ์ทมิฬ หญ้ามรกต เป็นสิ่งของหายากจริง ๆ แต่นางลองชั่งน้ำหนักในใจดูแล้ว มู่หรงอี้เทียนจะมาหานางเพื่อเอาคำตอบ...นางจะต้องหาวิธีเป็นพันธมิตรกับเขาให้ได้!

 

เรื่องดวงชะตาของมู่หรงอี้เทียนนางไม่รู้ด้วยซ้ำ แต่มั่นใจว่ามู่หรงอี้เทียนมีจุดจบที่ดีกว่านางแน่นอน

 

คิดถึงตรงนี้เสิ่นซีซือก็อยากเอาหัวตัวเองโขกผนังรถม้า ทำไมไม่ยอมอ่านต่อกันนะ จะได้รู้ว่าจริง ๆ แล้วเซียวอ๋องนิสัยแบบไหน ขอบเขตอำนาจมากมายแค่ไหนกันแน่

 

แล้วเรื่องจะดำเนินไปทางไหน

 

อย่าบอกนะว่ามู่หรงอี้เทียนจะหลงรักนางเอกในเรื่อง แตะตัวนางเอกแล้วนางเอกดันไม่ตาย ก็เลยคิดว่านางเอกเป็นเนื้อคู่ที่สวรรค์ประทานมาให้ สุดท้ายเลยเกิดศึกชิงรักหักสวาทกับพระเอก แล้วก็รับบทพระรองที่ยอมปกป้องนางเอกตลอดไป

 

อ้วกกกกกกกกกกกก!

 

หรือว่าเงื่อนไขนี้ถูกกำหนดขึ้นมาเพราะนังนักเขียนหวงมู่หรงอี้เทียน? อืม…เป็นไปได้

 

แต่การที่ให้ตัวละครที่รักที่สุดขึ้นคานตายนี่มันไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอ

 

นังนักเขียนใจบาปนั่น ต่อให้เขียนให้นางเอกโดนตัดแขนก็คงไม่รู้สึกอะไรหรอก เสิ่นซีซือสาปนักเขียนในใจ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะรับรู้หรือไม่ แต่จะให้หยุดด่า…นางทำไม่ได้จริง ๆ

 

นางใช้เวลาทบทวนเรื่องราวบนรถม้าอยู่พักใหญ่ มู่หรงอี้เทียน – เซียวอ๋อง ตัวละครที่นักเขียนรักมากที่สุดแท้จริงก็อยู่ใกล้แค่เอื้อมมือเท่านั้น เป็นนางที่คิดไม่ได้เอง ตอนที่อ่านถึงบทเซียวอ๋องเพิ่งจะออก นักเขียนบรรยายรูปลักษณ์เขายาวยิ่งกว่านางเอกเสียอีก นางจึงอ่านผ่าน ๆ และจำไว้แค่ว่า‘หล่อโคตร’ เท่านั้น เรื่องสีตาก็ไม่ได้จำ…

 

พอได้เห็นตัวจริง หากพูดถึงหน้าตาเขา ก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมฝีมือการสร้างตัวละครของนักเขียน เขาหล่อคล้ายกับเทพบนสวรรค์อย่างไรอย่างนั้น

 

แต่เป็นเทพที่กลายเป็นมารไปแล้วน่ะนะ

 

เสิ่นซีซือคิดทบทวนไปมา นังนักเขียนไม่มีทางยอมปล่อยให้มู่หรงอี้เทียนมาเข้าใกล้นางแน่ แต่ทำไมนางถึงได้พบกับเขาล่ะ

 

เรื่องบังเอิญ?

 

ไม่สิ…ไม่มีทาง

 

มันอาจจะเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ แปลว่าหากนางใช้ชีวิตอยู่บนความไม่ประมาท แม้จะมีภัยก็สามารถเอาตัวรอดได้สินะ

 

ที่แท้ผู้สร้างก็ไม่สามารถควบคุมทุกอย่างได้ตามใจชอบ อย่างน้อยมู่หรงอี้เทียนก็คือหนึ่งในนั้น ดูจากตอนที่เขาสามารถทำให้นางรอดพ้นจากการถูกฟ้าผ่า...เขาเป็นกุญแจที่อาจจะทำให้นางรอด!

 

แต่พลังอำนาจของนังนักเขียนก็ไม่ธรรมดาแน่

 

เสิ่นซีซือยกยิ้มมุมปากระหว่างใช้ความคิด

 

นางจะไม่แพ้

 

เสิ่นซีซือมาถึงจวนตระกูลเสิ่น นางถามฝูหยวนถึงเวลาการกลับมาของเสิ่นอู๋เยี่ย จากนั้นจึงพาเสี่ยวซือไปพักผ่อนที่เรือน บังคับให้บ่าวรับใช้คนอื่นเฝ้าอย่างแน่นหนา นางไม่อยากห่างเสี่ยวซือแม้แต่ก้าวเดียว แต่สุดท้ายก็ต้องไปที่โถงใหญ่เพราะเรื่องทะเลาะวิวาทกับเสิ่นปิงปิงและออกจากจวนโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

ส่วนเรื่องผ้าคลุมสีดำนางเก็บไว้ในกล่องเป็นอย่างดี ตอนแรกคิดว่าจะเผาทิ้ง แต่นางพอจะรู้เรื่องผ้าอยู่บ้าง นี่เป็นผ้าชั้นดีของแคว้นเฉิงฮั่น ราคาแพงมาก ตอนแรกนางจะซื้อให้บิดา แต่เพราะนางยังต้องใช้เงินทำอย่างอื่นอีก จึงต้องพับเก็บความคิดไว้ก่อน

 

ตอนนี้คงจะไม่เป็นอะไรแล้ว นางได้ผ้าผืนนั้นมาอยู่ในมือ ผ้าสีดำที่ไม่มีลายปักราชวงศ์อะไรนั่น ไม่ใช่ของอันตราย หากใครถามก็บอกว่าเอามาจากร้านตระกูลเจียว

 

เอามาตัดทำถุงเท้าให้ท่านพ่อดีไหมนะ?เสิ่นซีซือคิดในขณะที่ก้าวเท้ามาทางโถงใหญ่ของตระกูล

 

ในโถงจวนตระกูลเสิ่น เสิ่นปิงปิงที่เพิ่งจะฟื้นกำลังร้องห่มร้องไห้กอดมารดาของตัวเอง สาวใช้ที่โดนตบก็นั่งประดับซ้ายขวา มีบิดายืนปลอบอยู่ข้าง ๆ อีกทั้งยังมีครอบครัวสายสามยืนอยู่ไม่ไกล เป็นฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นที่นั่งรออยู่บริเวณแท่นที่นั่ง ใบหน้าขึงขังโกรธเกรี้ยว เสิ่นซินที่เพิ่งจะกลับมาจากการฝึกซ้อมกระบี่และเสิ่นเซ่าที่กลับมาจากสำนักศึกษาก็อยู่ด้วย

 

ทันทีที่นางก้าวมาใกล้ระยะของฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น สิ่งของใดอยู่ใกล้มือหญิงชราก็ล้วนถูกเขวี้ยงใส่นางอย่างแรง

 

เพล้ง!

 

แม้ว่าถ้วยชาจะทำให้ร่างกายนางมีแผล หรือจะมีรอยฟกช้ำ นางก็ไม่หลบ ปล่อยให้ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นลงมืออีกทั้งยังจ้องมองฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นโดยไม่หลบตา นัยน์ตาสีเขียวมรกตดื้อดึงไม่ยอมแพ้ ช่างคล้ายกับแววตาของเสิ่นอู๋เยี่ยในวัยเด็กเหลือเกิน

 

เสิ่นอู๋เย่าแม้จะโกรธเสิ่นซีซือที่ทำร้ายเสิ่นปิงปิง แต่เขารู้ว่าบุตรสาวของตนเองเริ่มก่อนจึงไม่อาจกล่าวอะไรไปมากกว่านี้ได้ มีเพียงฮูหยินผู้เฒ่าเท่านั้นที่แสดงออกว่าเสิ่นปิงปิงไม่สมควรถูกกระทำขนาดนี้

 

เสิ่นซีซือถึงกับกล้าทำลายโฉมสตรีที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของตนเอง!

 

“นังปีศาจร้าย เจ้าจะสร้างเรื่องไปถึงเมื่อใด! เหตุใดจึงทำร้ายปิงเอ๋อร์ได้ลงคอ!” ฮูหยินผู้เฒ่าตะคอกด้วยความเกลียดชัง

 

เสิ่นซีซือที่ทรุดตัวอยู่กับพื้นพูดด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยวไม่ต่างกัน นางจะไม่ก้มหัวให้นังเฒ่าไร้สมองอีกต่อไป!

 

นางทำอะไรผิด เสี่ยวซือทำอะไรผิด มีใครตอบได้หรือไม่

 

“หากเสิ่นปิงปิงไม่ทำร้ายเสี่ยวซือของข้าก่อน มีหรือข้าจะกล้าลงมือกับนาง เทียบกับเสี่ยวซือแล้ว เสิ่นปิงปิงก็เป็นแค่เศษสวะ! ลงมือทำร้ายผู้ที่อ่อนแอกว่าไม่เกรงกลัวฟ้าดินจะลงโทษ!”

 

ตรงจุดนี้นางแอบด่าผู้สร้างสารเลวไปหนึ่งครั้ง

 

ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นไม่เข้าใจ โดยปกตินางก็มีอคติกับเสิ่นซีซืออยู่แล้ว ต่อให้เสิ่นซีซือจะอ้างอะไร นางก็จะให้เสิ่นซีซือเป็นคนผิดอยู่ดี

 

“เจ้ากล้า…เจ้ากล้านำสัตว์เดรัจฉานตัวหนึ่งมาเทียบกับลูกพี่ลูกน้องของเจ้าหรือ!” ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นชี้มือมาทางเสิ่นซีซือ เพราะโกรธมากจนตัวสั่นเทิ้มจึงไม่สามารถควบคุมมือให้ไม่สั่นได้

 

“ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น เพราะว่าท่านเป็นคนหรือถึงกล้าที่จะทุบตีสัตว์เดรัจฉานตัวหนึ่ง เช่นนั้นจะต่างอะไรกับพวกใจวิปริตเลวทราม แม้กระทั่งสัตว์ตัวเดียวที่ไม่เคยทำอะไรให้ยังทำได้ลงคอ ท่านพ่อนำเสี่ยวซือมาให้ข้าเลี้ยง ข้าไม่เคยรังแกมันแม้แต่ครั้งเดียว มันข่วนข้า ข้าไม่เคยโกรธ ไม่เคยจะตีมันสักครั้ง แต่เสิ่นปิงปิงเป็นตัวอะไร! บุกเข้ามาทำร้ายมันถึงในเรือนข้า ท่านยังหาความผิดมาโยนใส่ข้าได้! ต้องให้เสิ่นปิงปิงทำร้ายข้าจนตายก่อนใช่หรือไม่ท่านถึงจะมีความยุติธรรมบ้าง…”

 

เป็นไปไม่ได้หรอก

 

เสิ่นปิงปิงทำร้ายนางก่อนเสมอ แต่ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นเองก็ไม่เคยให้ความยุติธรรม!

 

“นังเด็กชั่ว! เจ้ายังไม่เข้าใจอีกรึ รูปโฉมของสตรีมีค่ามากมายเพียงใด แต่เพราะเดรัจฉานตัวหนึ่งเจ้ากับกล้าลงมือร้ายนาง นางเป็นบุตรสาวของน้องชายบิดาเจ้า! หากวันนี้ข้าไม่สั่งสอนให้เจ้าหลาบจำ ข้าคงทุกข์ใจจนไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้แล้ว!” ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นยันตัวเองลุกจากที่นั่งตะโกนเสียงดัง“จับมันไว้ โบยห้าสิบไม้! หากเจ้ากล้าเบามือแม้แต่ครั้งเดียวข้าจะโบยพวกเจ้าเยอะกว่าเป็นสิบเท่า!”

 

บ่าวรับใช้ในเรือนต่างหวาดผวา โบยห้าสิบไม้นี่ ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นไม่อยากให้คุณหนูสี่มีชีวิตรอดแล้วหรือ เหตุใดจึงมากมายถึงเพียงนี้

 

“ท่านย่า!!!” เสิ่นซินและเสิ่นเซ่าตะโกนขึ้นมา ก้าวเท้ามาตรงหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น จากนั้นคุกเข่าลง พวกเขาขอร้องเสียงสั่น

 

“ท่านย่า อย่าลงโทษน้องสี่เลย นางเพียงโกรธเพราะรักเสี่ยวซือมากเท่านั้น” เสิ่นซินอธิบายถึงเหตุผล เขาไม่อาจปล่อยให้น้องสาวต้องถูกตีได้ ท่านพ่อ ท่านแม่ และพวกเขาดูแลประคบประหงมนางมากเพียงใด เรื่องที่นางไม่ผิด เหตุใดต้องก้มหน้ายอมรับด้วย!

 

เสิ่นเซ่ากล่าวเสริม“หากเสิ่นปิงปิงไม่ทำร้ายเสี่ยวซือก่อน นางคงไม่เป็นแบบนี้ ท่านย่าได้โปรดคิดถึงเหตุผลของน้องสี่ด้วย เรื่องนี้อย่างไรนางก็ไม่ผิด”

 

ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นเห็นหลานชายที่รักทั้งสองปกป้องเด็กปีศาจก็ไม่อาจทนไหว ความโกรธทวีคูณมากกว่าเดิม ง้างมือขึ้นสูงจากนั้นตบเข้าที่หน้าหลานชายทั้งสองไม่ยั้งแรงมือ

 

เพี๊ยะ!

 

“เจ้าหลานสารเลว เลี้ยงเสียข้าวสุกจริง! เจ้ากล้าปกป้องมันแล้วรึ! พวกเจ้ากล้ารึ! หากขัดขวางแม้แต่ก้าวเดียว ข้าจะไม่เห็นพวกเจ้าเป็นหลานของข้าอีกต่อไป!”

 

เสิ่นซินกับเสิ่นเซ่าหน้าชา ทั้งคำพูดของฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นและความเจ็บปวดตรงแก้ม ท่านย่าเคยกล่าวว่ารักพวกเขาที่สุดและอยากให้เติบโตได้ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับบิดา…จะตีสักครั้งท่านย่าก็ไม่เคยลงมือ

 

“พวกเจ้าสำนึกไว้เสียเถิด…หากพวกเจ้าไม่มีนังแก่แบบข้า พวกเจ้าจะยังได้เกิดมาเป็นลูกของเสิ่นอู๋เยี่ยหรือไม่!!!”

 

เสิ่นซีซือสั่นสะท้าน นางก้มหน้ามองพื้น นัยน์ตาแววโรจน์ รีบพูดแทรกขึ้นมา ไม่ให้โอกาสเสิ่นซินและเสิ่นเซ่าได้พิจารณาคำพูดของฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นไปมากกว่านี้

 

“พี่ใหญ่ พี่รอง หากท่านย่าอยากตีข้าให้ตาย ก็ให้ตีเถอะ” เสียงของเสิ่นซีซือสั่นคล้ายคนจะร้องไห้ แม้จะเป็นแค่การแสดงแต่กลับไม่มีใครดูออกแม้แต่คนเดียว!

 

ดรุณีน้อยนั่งตัวตรง บ่าวรับใช้ที่ถือไม้อยู่ข้างหลังนั้นยังไม่กล้าลงมือ เสิ่นซีซือมองตรงไปทางฮูหยินผู้เฒ่า แววตาสั่นระริก

 

ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น เดิมพันครั้งนี้ข้าเป็นผู้ชนะอย่างแน่นอน

 

ข้าให้โอกาสท่านแล้ว แต่ท่านกลับเลือกเข้าข้างเสิ่นปิงปิง!

 

“โบยมันสิ!” ฮูหยินผู้เฒ่าสั่งด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด ทันใดนั้นเสิ่นเซ่าที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าก็ลุกขึ้น พุ่งตัวไปทางเสิ่นซีซือ ตะโกนเสียงดังไม่ต่างกัน

 

“ห้ามใครแตะต้องน้องสาวของข้า!”

 

“ถอยออกไปให้หมด!” เสิ่นซินที่คุกเข่าอยู่พูดด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยม เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับฮูหยินผู้เฒ่า นัยน์ตาเต็มไปด้วยความผิดหวังและเสียใจ

 

เรื่องที่ท่านพ่อไม่ได้ตั้งใจให้พวกเขาเกิดมา คิดว่าพวกเขาไม่รู้งั้นหรือ

 

“พวกเจ้า…เนรคุณ…พวกเจ้ามันอกตัญญู!”

 

“เสิ่นซิน เสิ่นเซ่า ถอยออกมา อย่าทำให้ท่านย่าของพวกเจ้าต้องเสียใจไปยิ่งกว่านี้เลย!” เสิ่นอู๋เย่าที่เงียบอยู่นานกล่าวออกมาบ้าง เขารีบพุ่งตัวเข้าไปประคองมารดาของตนที่คล้ายจะหายใจไม่ออกขึ้นทุกที

 

เสิ่นอู๋หยาง นายท่านสามของบ้านยกยิ้มมุมปาก จ้องหน้าพี่ชายคนรองของตนเองคล้ายกำลังมองตัวโง่งม จากนั้นจึงละสายตาไปจากสถานการณ์ตรงหน้า

 

อย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับครอบครัวเขา

 

ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นทั้งโมโหและปวดใจ เหตุใดหลานชายที่นางเลี้ยงดูมาหลายปีจึงได้เข้าข้างนังปีศาจตัวนี้

 

“ท่านอา ท่านไร้เหตุผลเกินไปแล้ว เป็นบุตรสาวของท่านที่หาเรื่องนางก่อน เหตุใดมีนางลงโทษแต่เพียงผู้เดียว!” เสิ่นเซ่าพูดด้วยน้ำเสียงที่เจือปนไปด้วยอารมณ์โมโห“หากจะโบยนางก็โบยเสิ่นปิงปิงด้วย หรือไม่ก็โบยข้าจนตายไปก่อน ค่อยคิดที่จะโบยน้องสาวข้า!”

 

“ได้! ได้! พวกเจ้าไม่ใช่หลานข้าอีกต่อไปแล้ว!” เพราะฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นกำลังโกรธจึงพูดออกมาอย่างไม่คิด หันไปสั่งบ่าวรับใช้ให้ลงมืออีกครั้ง“โบยมันทั้งสามคน หากไม่สำนึกก็ห้ามหยุดมือ!”

 

เสิ่นเซ่ากอดเสิ่นซีซือไว้แน่นในอ้อมกอด จากนั้นเป็นเสิ่นซินที่เข้าไปกอดไม่ให้น้องชายและน้องสาวต้องโดนตี เขาโตที่สุด แค่ห้าสิบไม้อาจจะไม่เป็นอะไรมาก น้องชายกับน้องสาวของเขายังเป็นเด็ก ทั้งคู่ไม่ควรจะเจ็บปวด

 

ภาพสามพี่น้องกอดกันทำให้บ่าวรับใช้หลายคนต้องเบือนหน้าหนี คุณหนูคุณชายรักและดูแลกันดีมากเหลือเกิน

 

“หยุดมือ!”

 

เสียงของฟางลี่ผิงดังขึ้นเมื่อบ่าวรับใช้ทำท่าเหมือนจะโบยบุตรชายและบุตรสาวของนางจริง ๆ

 

ใบหน้าของฟางลี่ผิงที่ปกติเอาแต่หลบตาผู้อื่น ไร้ซึ่งความองอาจกล้าหาญเหมือนบุตรสาวตระกูลแม่ทัพ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นโกรธขึงและโมโห

 

“สะใภ้ใหญ่…เจ้ากล้าเหิมเกริมกับข้ารึ” ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นโมโหยิ่งกว่าเดิม นางหายใจเข้าออกรวดเร็วคล้ายกับว่าโมโหจนทนไม่ไหว เสิ่นอู๋เย่ารีบเรียกสาวใช้มาปรนนิบัติพัดวีให้

 

“ท่านแม่ไปพักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ ข้าเป็นนายหญิงของตระกูลเสิ่น เรื่องนี้ข้าจะจัดการเอง” ฟางลี่ผิงตอบอย่างใจเย็น นางไม่อยากให้เหตุการณ์ย่ำแย่ไปมากกว่านี้แล้ว

 

ไม่งั้นมันจะไม่เป็นผลดีต่อตัวฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นเอง อย่างไรหญิงชราก็เป็นมารดาของเสิ่นอู๋เยี่ย...

 

ชีวิตนางที่แต่งเข้าจวนตระกูลเสิ่นมา นอกจากบุตรชายทั้งสอง สิ่งใดก็ไม่สามารถทำให้นางมีความสุขได้เลยแม้แต่น้อย…แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เกิดจากความเต็มใจของบิดา แต่เพราะนางให้กำเนิดพวกเขาออกมาแล้ว อย่างไรก็ไม่มีทางทอดทิ้ง

 

การแต่งงานของนางกับเสิ่นอู๋เยี่ยนั้น นางกล่าวเองว่าไม่ต้องการให้เขาแตะต้องนาง เพียงแค่ให้นางใช้ชีวิตอิสระโผบิน นางกับเขาเป็นสหายกันก็เพียงพอ

 

ขอเพียงแค่แต่งงานกับนางได้หรือไม่

 

เสิ่นอู๋เยี่ยปฏิเสธ เพราะมีคนรักอยู่แล้ว แต่สมรสพระราชทานจากตระกูลฟางที่เพิ่งทำความดีความชอบมาจะปฏิเสธได้หรือ? สุดท้ายก็ต้องแต่งฟางลี่ผิงเข้าจวน และทิ้งให้นางอยู่ผู้เดียวตามที่นางร้องขอเอาไว้

 

ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นมักจะยกเรื่องนี้มาต่อว่านางเสมอ กล่าวว่านางไม่มีปัญญามัดใจเสิ่นอู๋เยี่ยไว้ได้ จนต้องให้ฮูหยินผู้เฒ่าใช้วิธีสกปรกซ้ำสอง

 

ส่วนครั้งแรก...นางใช้ความเสียใจของเสิ่นอู๋เยี่ยและความมึนเมาของเขา บอกเขาว่านางคือสตรีนางนั้น..เรื่องนี้เป็นนางที่ผิดเอง นางสมควรตาย

 

และมันก็เกิดเรื่องผิดพลาดขึ้น นางตั้งท้องเสิ่นซิน

 

เสิ่นอู๋เยี่ยเกลียดนางและเสิ่นซินมาก คล้ายกับว่าอยากให้ตายไปซะ แต่เมื่อเขากลับคืนสู่สนามรบและกลับมาอีกครั้ง เขาไม่ได้คิดที่จะสังหารนางกับลูกอีก

 

แต่ครั้งนั้นที่เขากลับมา…ฮูหยินผู้เฒ่ากลับลงมือ!

 

เมื่อตื่นขึ้นมาบนเตียงเดียวกับสามีที่นางเคยทำผิดพลาดด้วย เสิ่นอู๋เยี่ยไม่พูดอะไร เขาโกรธจนไม่สามารถเปล่งคำพูดออกมาได้แม้แต่คำเดียว…

 

สิบสี่และสิบเอ็ดปีที่แล้วนั้น เขาเป็นบุรุษโง่งม!

 

เขาโกรธตัวเองที่โง่งมจนโดนหลอกซ้ำซ้อนถึงสองครั้ง

 

แต่โกรธยิ่งกว่าที่ตัวเองเชื่อใจสตรีทั้งสองที่เขาคิดว่าไม่มีวันจะทำร้ายเขา!

 

ทุกสิ่ง…เป็นเพราะความเชื่อใจ

 

ความเชื่อใจทำให้ถูกแทงข้างหลัง เพราะอย่างนั้นเสิ่นอู๋เยี่ยจึงไม่เชื่อใจใครอีก แม้กระทั่งตัวเอง

 

วันหนึ่งเขาอาจจะเลือกทางเดินที่ตัวเองคิดว่าไม่มีวันทำ

 

เรื่องราวที่ผิดพลาด ไม่ว่าจะสุราหรือยาปลุกกำหนัด มันแย่ต่อสุขภาพอย่างไร ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นคิดบ้างหรือไม่ มีบุตรชายคนโตแล้วยังไม่พออีก ยังต้องการให้ความสัมพันธ์ระหว่างเสิ่นอู๋เยี่ยและสตรีคนรักพังทลายลง ไม่อาจให้แต่งเข้าจวนมาได้!

 

วันนั้นเขาทะเลาะกับฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นยกใหญ่ เมื่อหญิงชราโดนบุตรชายของตนเกลียด มีหรือจะกล้าด่าทอบุตรชาย นางเอาทุกอย่างมาลงกับฟางลี่ผิง บังคับให้ต้องอยู่ใต้อำนาจของเผิงมู่เจียสะใภ้รองผู้มากเล่ห์ จะกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมของตัวเองยังต้องขอสะใภ้รอง จะกระทำอะไรก็ต้องบอกสะใภ้รองก่อน ตอนที่เสิ่นซินยังเด็ก ฮูหยินผู้เฒ่าถึงกับกล้าบอกให้เสิ่นซินเรียกนางว่าฟางซื่อ ไม่ต้องเรียกท่านแม่! ชีวิตน่าอดสูเช่นนี้นางจะไม่ยอมอีกต่อไปแล้ว!

 

“สะใภ้ใหญ่คงจะลำเอียงเข้าข้างนังเด็กนี่เพราะเอาใจนายท่านใหญ่มากกว่ากระมัง!” เผิงมู่เจียทนไม่ไหว จะตีก็ไม่ได้ตีสักที นางอยากเห็นเลือดของนังเด็กปีศาจไหลนองแทบรอไม่ไหวแล้ว ตีให้ตายไปเลยก็ยิ่งดี!

 

เสิ่นซีซือก้มหน้ามองพื้น

 

นางนับหนึ่งถึงสามในใจ

 

หนึ่ง...

 

สอง...

 

สาม!

 

รอยยิ้มแสยะที่ไม่มีใครมองเห็น นอกจาก‘มัน’ ที่เฝ้ามองดูนางอยู่ตลอดเวลา!

 

เสียงฝีเท้าของอาชาและเสียงของเหล่านายทหารที่ใกล้เข้ามาทุกทีจนเด่นชัดในประสาทรับรู้ของทุกคน เสียงนั้นทำให้หัวใจของฮูหยินผู้เฒ่าคล้ายร่วงไปอยู่กับพื้น

 

ไม่นะ…

 

เหตุใดจึงได้มาตอนนี้?

 

ใช้เวลาไม่นาน ประตูโถงใหญ่ของจวนตระกูลเสิ่นก็เปิดออก ร่างสูงกำยำของเสิ่นอู๋เยี่ยก้าวเท้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าโกรธเกรี้ยว จิตสังหารรุนแรง นัยน์ตาสีเขียวมรกตจ้องมาที่ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น และมองไปรอบโถง

 

บ่าวรับใช้ที่ถือไม้อยู่ตัวสั่นเมื่อเสิ่นอู๋เยี่ยเดินเข้ามาใกล้ นายท่านใหญ่ตระกูลเสิ่นตัวสูงมากที่สุด เวลาอีกฝ่ายมองลงมาคล้ายกับว่าพญามัจจุราชกำลังจ้องมอง

 

มือข้างหนึ่งของเสิ่นอู๋เยี่ยยกขึ้นสูง

 

เพี๊ยะ!

 

ฝ่ามือหนาตบหน้าบ่าวรับใช้อย่างแรงจนทรุดลงไปกับพื้น แรงจากความโกรธของแม่ทัพไร้พ่ายนั้นรุนแรงแค่ไหน ไม่มีใครกล้าขอพิสูจน์!

 

บ่าวคนอื่นเห็นเลือดที่ไหลออกจากปากบ่าวรับใช้ผู้โชคร้ายนั้นก็ตัวสั่นเทิ้ม รีบคุกเข่าเอาศีรษะโขกกับพื้นขอความเมตตา

 

เสิ่นอู๋เยี่ยกล่าวออกมาช้า ๆ เสียงดังไปทั่วโถงใหญ่จวนตระกูลเสิ่น!

 

“ข้าเตือนแล้วใช่หรือไม่!”

 

ประโยคนี้เขาพูดกับทุกคนในเรือน

 

“อู๋เยี่ย…อู๋เยี่ย…ไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิด…” ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นกล่าวเสียงสั่น ลุกขึ้นจากที่นั่งจากนั้นเดินเข้าไปหาบุตรชายคนโตแต่ก็ต้องทรุดตัวลงเพราะเดินต่อไปไม่ไหว

 

เสิ่นอู๋เยี่ยจ้องมองมารดาของตนเอง แววตาห่างเหินเช่นเดิม เขาก้าวเข้าไปใกล้บุตรชายและบุตรสาว เสิ่นซินและเสิ่นเซ่าเห็นว่าบิดามาแล้ว พวกเขาปลอดภัยแล้ว! ทั้งสองคลายอ้อมกอดออก ทำให้เสิ่นอู๋เยี่ยได้เห็นบุตรสาวของตัวเองเต็มสองตา

 

เสิ่นซีซือตัวสั่นเทิ้มอยู่บนพื้น บนตัวมีรอยฟกช้ำที่นางแอบลงมือหยิกตัวเอง บางจุดก็ถูกกระเบื้องบาดจนเลือดออก ใบหน้างามที่ร้องห่มร้องไห้มาหลายชั่วยามดูแล้วน่าสงสารจับใจ เสิ่นอู๋เยี่ยอุ้มบุตรสาวตนเองขึ้นมา เช็ดน้ำตาให้นางอย่างแผ่วเบา มือของเขาสั่นเล็กน้อย

 

ผู้อื่นกล้าทำกับนางถึงเพียงนี้? ไม่เห็นหัวเขาแล้วใช่หรือไม่!

 

เสิ่นซีซือซบลงบนไหล่ของเสิ่นอู๋เยี่ย หลับตาลงช้า ๆ คล้ายกับว่าเหนื่อยอ่อน

 

เสิ่นอู๋เยี่ยหันไปมองทางฝั่งครอบครัวสายรอง พูดกับเผิงมู่เจียเสียงไม่ดังไม่เบา

 

“หมดเวลาของเจ้าแล้ว”

 

หมดเวลา

 

หมายความว่าอย่างไร?

 

เผิงมู่เจียสั่นสะท้าน เสิ่นอู๋เย่าที่เข้ามาประคองฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นกำลังงุนงง มองสลับภรรยาและพี่ชายของตนเองไปมา

 

เสิ่นอู๋เยี่ยยิ้มเหี้ยม เอ่ยคำสั่งออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร

 

“ส่งฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นไปที่อารามฮุ่ยฉือซะ! อำนาจในจวนให้ลี่ผิงจัดการแต่เพียงผู้เดียว สาวใช้ของเสิ่นปิงปิง โบยหนึ่งร้อยไม้แล้วขายพวกนางออกไป หากตายก็ส่งศพคืนญาติ หากไม่มีญาติก็เฉือนเนื้อให้สุนัขกิน!”

 

จนกระทั่งสายตาของเขามาหยุดอยู่ที่เสิ่นปิงปิงและเผิงมู่เจีย เขาเหลือบตามองน้องชายคนรองของตนเองที่มีใบหน้าซีดขาวสับสนมึนงง มองเขาด้วยสายตาโง่งม

 

“ตามข้ามา”

 

เรื่องสกปรกพรรค์นี้เขาไม่จำเป็นต้องให้บุตรสาวลงไปขุดคุ้ยมันด้วยตนเอง

 

เรื่องเสิ่นปิงปิง ตั้งแต่ครั้งนั้นที่ทำให้เสิ่นซีซือบาดเจ็บ เขาก็ไม่ได้คิดจะเก็บนางไว้อีกต่อไป!

 

เสิ่นอู๋เยี่ยหันหลังกลับเดินออกไป พร้อมกับบุตรชายทั้งสองและฟางลี่ผิงที่รออยู่หน้าประตูก่อนแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นทรุดอยู่กับพื้น หอบหายใจ รู้สึกเหมือนตนเองกำลังพ่ายแพ้และถูกทอดทิ้ง

 

หญิงชราหลั่งน้ำตาออกมา โทษฟ้าโทษดิน โกรธทุกสิ่งอย่างยกเว้นตัวเอง หัวใจของนางแตกสลาย บุตรชายคนโตทอดทิ้ง สามีก็ตายไปในสนามรบ เหตุใดเทพโชคชะตาจึงใจร้ายกับหญิงแก่อย่างนางนัก ส่งนังเด็กปีศาจนั่นเข้ามาซ้ำเติมชีวิตนาง นางเจ็บปวดเหลือเกิน

 

นางได้แต่เฝ้าถามตนเองซ้ำไปมา

 

นางผิดอะไร…เหตุใดอู๋เยี่ยยังไม่ให้อภัยนาง…เรื่องของฟางลี่ผิงนางมีเหตุผล! แต่…แต่เรื่องนั้น…เรื่องนั้นนางไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย มันผ่านมาเกือบสิบปีแล้ว เหตุใดจึงยังไม่ลืมไปอีก!

 

นางเงยหน้าขึ้นมามองแผ่นหลังของบุตรชายคนโตแต่สิ่งที่เห็นกลับเป็น…นังปีศาจตัวนั้น

 

เสิ่นซีซือลืมตาขึ้นมา เพราะว่าใบหน้าเกยไหล่ของเสิ่นอู๋เยี่ยทำให้เห็นสีหน้าของนางชัดเจน นัยน์ตาสีเขียวมรกตของนางส่องประกายแพรวพราว แสยะยิ้มร้ายมองฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น

 

จากนั้นขยับปากพูดไร้เสียง...ช้า ๆ

 

‘นัง-แก่-เฮง-ซวย’

 

“นังปีศาจ…นังแพศยา มารยา! นังเด็กชั่ว!!!!”

 

ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นกรีดร้องเสียงดัง ร่างกายเกร็งจนชัก บ่าวรับใช้ต่างวิ่งวุ่นวายไปตามหมอมาดูอาการ...น่าเสียดายที่วันนี้ไม่มีหมอคนไหนว่างจะมาดูหญิงชรา เสิ่นอู๋เยี่ยผู้เป็นบุตรชายก็ไม่หันหลังกลับมา

 

ภาพหญิงชราดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้น กรีดร้องเสียงดัง จ้องมองเสิ่นซีซือด้วยความโกรธแค้นไม่ได้ทำให้คนที่ถูกจ้องรู้สึกกลัวเลยแม้แต่น้อย

 

เสิ่นซีซือหัวเราะในใจ

 

สมน้ำหน้า!

 

 

 

 

 

***พูดคุย

ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นย่าอะเนอะ จะให้หนักหนาสาหัสกว่านี้ จะแย่ต่อชื่อเสียงตระกูล

สุดท้ายฮูหยินผู้เฒ่าก็ไม่เหลือใคร พี่ชายทั้งสองก็เข้าข้างน้อง น้องไม่ผิดค่ะ

ตอนนี้คงคลายปมในใจหลาย ๆ คนไปได้บ้าง ว่าทำไมท่านพ่อรักลูกไม่เท่ากัน ทำไมท่านพ่อมีเมียหลายคน ทำไมแม่ฟางถึงเห็นท่านพ่อเหมือนเพื่อนแล้วตอนนี้

เสิ่นอู๋เยี่ย จริง ๆ เป็นตัวละครที่เจ็บปวดมากกว่าใครในเรื่องเลยนะคะ กว่าจะแข็งแกร่งกลายเป็นแม่ทัพใหญ่แบบ 'จริงๆ' ได้ เป็นตัวร้ายโหดเหี้ยม โดนมาเยอะค่ะ ทั้งในและนอก

 

เพราะงั้นอย่าลืมให้กำลังใจปะป๊ากันเยอะ ๆ น้า

 

(ไม่อยากคิดวันที่น้องแต่งออก ทุกคนคิดว่าปะป๊าจะรีแอคยังไง 5555)

 

ตอนหน้าก็จบปมตระกูลเสิ่นแบบจริงจังแล้ว ไรท์ก็จะอัพเหมือนที่บอกไว้ตอนก่อนหน้านี้

 

ต้นเดือน มิถุนายน อีบุ๊คจะมาค่ะ รอได้เลยย

 

เจอกันวันพฤหัสจ้า ขอบคุณทุกกำลังใจและข้อคิดมากๆๆๆเลยนะคะ ♥

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.97K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14,537 ความคิดเห็น

  1. #12266 Wan_NY (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2563 / 21:33
    กรี๊ดดด สะใจมากกค่าาาา
    #12,266
    0
  2. #11325 Sriploy Ktn (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 00:16
    ชอบอ่ะ เพิ่มอีกนิดให้น้องด่าเยอะกว่านี้ได้มั้ยคะ555555555555
    #11,325
    0
  3. #11065 Starry Moon (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 04:59
    ฉันสงสารปะป๊าาาา แง้ ถึงเวลาไปช่วยหม่าม๊ารึยัง เลือดหมดตัวแล้วมั้งนั่น กี่ปีแร้วไรท์คะ ;_____;
    #11,065
    0
  4. #10775 ศรีเธา (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 20:33
    แกให้พระเอกขึ้รคานเพราะอยากได้เขาเป็นผัวสินะ นังนักเขียนวิปริต!
    #10,775
    0
  5. #10768 Bao_Bao (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 15:49
    ดูปากณัชชา ชัดๆนะคะ

    สม-น้ำ-หน้า-อิ-แก่!!!

    แค่กๆโทษค่ะ อินเกินไป¥₩¥))
    #10,768
    0
  6. #10583 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 15:36
    โอ๋ๆท่านพ่อนะครับ เลิฟชู แต่เหนือสิ่งอื่นใดสะใจ อิอิ รอมาเนิ่นนาน
    #10,583
    0
  7. #10574 แมวดื่อ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 00:45
    1 คน มีชะตาต้องให้ตาย ส่วนอีก 1 คน มีชะตาต้องให้รอด[ขึ้นคาน(ไปบวชเถอะ😑)]
    #10,574
    0
  8. #10518 Earn___ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 20:15
    จะเอาผ้าคลุมท่านพี่มาตัดทำถุงเท้าไม่ด้ายยยย
    #10,518
    0
  9. #10316 เมมฟิส (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 15:05
    สะใจสุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ....โอ๊ย

    โดนใจ
    #10,316
    0
  10. #10032 fallinluvw/bed (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 09:42
    แซ่บไม่ไหวโอ้ยยยย ฟาดมากค่ะลูกก
    #10,032
    0
  11. #9935 Little_devil00 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 16:00
    สะใจคะ 😆😆
    #9,935
    0
  12. #9905 เมราเธียร์ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 17:15
    ฟางลี่ผิงงง ทำกับป๊าแบบนี้ได้ยังไง หลอกว่าเป็นคนรักเขาตอนเมาอีก 🙄🙄
    #9,905
    0
  13. #9879 nunpat (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 20:47
    ป๊านี่ใช่ลูกรักไรท์รึเปล่าคะ55
    #9,879
    0
  14. #9866 justjeen (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 17:03
    เรื่องนี้ตัวละครที่เรารักไม่ใช่พระนางแต่เป็นท่านพ่อท่านเจ็ขมาเยอะเกินไปแล้วมีความสุขเถิดท่านพ่อ
    #9,866
    0
  15. #9840 ziinaay (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 08:30
    เจ้า อ่านคำว่าไรท์เสียงยานๆ ซิ
    #9,840
    0
  16. #9602 barsantan (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 02:06
    ไรท์พูดเลยว่าดีย์ มันส์และสะใจมาก ความสัมพันธ์ของพี่น้องก็ดีมาก ไรท์ อยากกอดไรท์สักพันครั้งแน่นๆ เขียนเรื่องที่สนุกๆแบบนี้ออกมาได้ยังงายยยย
    #9,602
    0
  17. #9316 DreamWonder02 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 16:52
    สายสัมพันธ์พี่น้องทำเราน้ำตาคลอ
    #9,316
    0
  18. #9307 vviiwwyy (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 08:44
    สะใจเว้ยยย สมหน้าาา
    #9,307
    0
  19. #9060 chanchan123 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 16:26
    ร้องไห้เลยตอนนี้
    #9,060
    0
  20. #9012 [F.S]Fang_041 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 00:26
    หึๆ สะใจมาก สนุกค่ตตต ชอบบ้านสามมาก ลอยเหนือดราม่าทั้งปวง แต่ว่าจะดีหรือร้ายนะ
    #9,012
    0
  21. #8980 MC_B (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 15:43
    ทำไมในหัวมีภาพท่านพ่อยืนขวางประตูจ้องตากับลูกเขยอยู่น้าา 55555
    #8,980
    0
  22. #8834 wawa24 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 22:36
    หู้ยย จัดเต็มมากเด้อ
    #8,834
    0
  23. #8826 Sasiton539 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 15:17
    เมื่อถึงวันแต่งงานพ่อก็เข่าทรุดตาทอดมองไปที่เกี้ยวเจ้าสาวแล้วก็ กา กา กา อีกาบินผ่านหน้าจ้า555 ฟุฟุ
    #8,826
    0
  24. #8794 0825794143 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 10:25
    สมน้ำน้า สะใจมากๆเลยค่ะ
    #8,794
    0
  25. #8657 bobbyfowrer (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 02:56
    เอาซะ ไม่รู้ จะยกธงMVP ให้ใครเลย ยกให้ไรด์ละกัน เพราะไรด์ ต้าร้ากกกก
    #8,657
    0