西施 ข้าเป็นบุตรีของตัวร้าย (ล็อคตอนแล้ว) EBOOK

ตอนที่ 10 : บทที่ ๙

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55,646
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,431 ครั้ง
    4 พ.ค. 63

 

 

เสิ่นอู๋เยี่ยคือแม่ทัพผู้พิทักษ์แผ่นดิน ตัวสูงใหญ่ เส้นผมเป็นสีน้ำตาลดำเข้ม นัยน์ตาสีเขียวมรกต ริมฝีปากหนา ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย กลิ่นอายของบุรุษเพศรุนแรง อายุสามสิบเอ็ดปี มีบุตรชายสองคนคือเสิ่นซินและเสิ่นเซ่า…และบุตรีเพียงคนเดียวคือเสิ่นซีซือ

 

ร่างสูงองอาจลงจากหลังอาชาสีดำของตนเอง เหล่าบ่าวสกุลติงต่างรีบออกมาต้อนรับ คุกเข่าลงต่อหน้านายท่านใหญ่ของตระกูลเสิ่นผู้เป็นนาย

 

“นางอยู่ไหน” น้ำเสียงทุ้มทรงพลังเอ่ยถาม

 

เขาต้องการที่จะเดินทางกลับให้เร็วที่สุด แค่เรื่องที่นางถูกส่งมาที่นี่ก็เป็นหนึ่งปัญหาที่ต้องจัดการในจวนแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นส่งนางมาที่นี่โดยไม่แม้แต่แจ้งข่าวถามเขาก่อนสักคำ เป็นเรื่องวุ่นวายน่ารำคาญเหลือเกิน

 

“คุณหนู…คุณหนูอยู่จวนตระกูลสีเจ้าค่ะ”

 

ติงมามากล่าวตอบ ไม่กล้าเงยหน้าสบตาเสิ่นอู๋เยี่ย บุรุษที่ทั้งหล่อเหลาร้ายกาจในตำนาน ไม่บ่อยนักที่จะได้พบตัวจริง ในชีวิตติงมามาเคยพบแค่เสิ่นอู๋เยี่ยในวัยเด็ก ตอนนี้เขากลายเป็นบุรุษเต็มตัวนานแล้ว ได้เห็นกับตาก็อดรู้สึกใจสั่นไม่ได้!

 

ติงหลันเองที่เพิ่งจะเป็นสาว เห็นนายท่านใหญ่ที่แท้จริงก็หัวใจละลาย เชยชมใบหน้าของบุรุษไม่กลัวตาย ไหนจะเหล่าพลทหารของตระกูลเสิ่นที่กำลังจะร่วมขบวนเดินทางกลับด้วยอีก…หนุ่มหล่อ หนุ่มหล่อเต็มไปหมด

เสิ่นอู๋เยี่ยไม่ได้กล่าวอะไรต่อ บุตรชายคนโตที่อยู่ข้างกายเองก็มีนัยน์ตาสีเขียวเข้ม หน้าตาคล้ายคลึงกัน อายุเพียงสิบสี่ปีเท่านั้น เขามาเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการลงสนามรบที่แท้จริงกับบิดา พอรู้ว่าต้องมารับน้องสาวเพียงคนเดียวก็ยังรู้สึกเฉย ๆ แต่ไหนแต่ไรก็ไม่ได้พบหน้ากันบ่อยนัก นอกจากผมสีขาวโพลนของนาง ใบหน้าก็แทบจะจำไม่ได้แล้ว แทบจะจินตนาการไม่ออกว่าตอนนี้นางเป็นดรุณีน้อยเช่นไร

 

เช่นเดียวกับเสิ่นอู๋เยี่ย เขาเองก็พยายามลืมใบหน้านั้นไปหมดแล้วเช่นกัน

 

“บุตรีของเจ้าเองก็ยังมีคนคบค้าสมาคม” คนที่พูดก็ไม่ใช่ใคร เป็นรองแม่ทัพคนสนิทของเสิ่นอู๋เยี่ยมีนามว่าเฟิงหย่ง

 

รองแม่ทัพผู้ที่หากจับทวนไล่ฟาดฟันศัตรูก็ดุร้ายราวกับสัตว์ป่า แต่เมื่อใดที่วางอาวุธก็เป็นบุรุษขี้เล่นยิ้มง่าย นัยน์ตาดอกท้อน่าหลงใหลนั้นทำให้เหล่าสาวใช้หัวใจอ่อนแอไปตาม ๆ กัน

 

“หุบปาก”

 

เสิ่นอู๋เยี่ยตอบเพียงเท่านั้น จนกระทั่งได้ยินเสียงวิ่งของคน สายตาหันไปจับจ้องมองทางจวนสกุลสี สตรีทั้งสองนางวิ่งกระหืดกระหอบมาจากนั้นคุกเข่าลงกับพื้น

 

“คารวะนายท่านใหญ่เจ้าค่ะ!”

 

เป็นสาวใช้ทั้งสองของเสิ่นซีซือ แต่รอเพียงไม่นานนักก็มีคนเดินตามออกมา

 

ดรุณีน้อยสวมอาภรณ์สีฟ้าอ่อน ไม่ได้สวมเครื่องประดับ ริมฝีปากบาง ใบหน้าขาวเจือสีชมพูระเรื่อเพราะดูเร่งรีบ นัยน์ตาสีเขียวมรกตเหมือนถอดแบบมาจากเสิ่นอู๋เยี่ยและเส้นผมสีขาวที่เหมือนกับมารดาของนางไม่มีผิดเพี้ยน!

 

พลทหารหลายคนกลั้นหายใจไปชั่วขณะ ใบหน้างดงามราวกับปีศาจตั้งแต่ยังเป็นดรุณีน้อย ข่าวลือที่ว่าเสิ่นอู๋เยี่ยมีบุตรีผมขาวนั้นแน่นอนว่าลือลั่นไปทั่วทั้งเมืองหลวง แต่เพิ่งจะเคยได้พบจริง ๆ ก็ครั้งนี้เอง พอเหล่าพลทหารได้จ้องมองใบหน้าดรุณีน้อยก็เข้าใจ

 

งามถึงเพียงนี้ แล้วมารดานางเล่า เสิ่นอู๋เยี่ยผู้เป็นบุรุษจะอดใจไหวหรือ?

 

ถึงจะมีผมสีขาวก็เถอะ…

 

“คารวะท่านพ่อ”กิริยางดงามอ่อนช้อยของเสิ่นซีซืออยู่ในสายตาของทุกคน นางไม่เหมือนกับเด็กน้อยวัยกำลังซุกซนแต่กลับเป็นดรุณีที่ถูกอบรมสั่งสอนมาอย่างดี

 

พยัคฆ์ไม่มีทางออกลูกเป็นสุนัขอย่างแน่นอน! เหล่าทหารเอ่ยชมในใจ

 

ไม่มีใครสังเกตเห็นแววตาสั่นระริกของเสิ่นอู๋เยี่ยนอกจากเสิ่นซีซือที่แอบจ้องมอง ไหนจะมือไม้ที่เหมือนจะอ่อนแรงชั่วขณะนั่นอีก

 

หมายความว่าอย่างไร? เสิ่นอู๋เยี่ยเกลียดเสิ่นซีซืองั้นหรือ?

 

แม้แต่เสิ่นซินก็ยังตกตะลึงในรูปโฉมและกิริยาท่าทางของน้องสาวต่างมารดา เสิ่นอู๋เยี่ยไม่รอให้ผู้ใดเพ่งพิจารณาบุตรีของตนไปมากกว่านี้ กล่าวคำสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

 

“ขึ้นรถม้า”

 

“เจ้าค่ะ”

 

เสิ่นซีซือพยักหน้า จื่ออี๋เก็บข้าวของให้นางมาแล้ว พวกนางทั้งสามเดินไปขึ้นรถม้าอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังไม่ลืมที่จะพยักหน้าทักทายผู้อื่นด้วย เหล่าพลทหารเองก็ยิ้มตอบ ไม่ว่าจะมีผมสีขาวหรือเป็นปีศาจ แต่ถ้าเป็นลูกของท่านแม่ทัพ พวกเขาก็ต้องเคารพรัก!

 

 

ความประทับใจแรกเจออะไรมันไม่มีอยู่จริง

 

เสิ่นซีซือ—นางอุตส่าห์แย้มยิ้มน่ารักออกมา แม้แต่ไมตรียิ้มตอบของผู้เป็นบิดายังไม่มี

 

นางไม่รู้ว่าต้องทำตัวแบบไหนถึงจะถูกใจเสิ่นอู๋เยี่ย ตัวนางเองไม่เคยถูกรัก การที่จะทำให้พ่อรักลูกมันยากซะยิ่งกว่ายาก

 

ลองคิดเล่น ๆ วิธีแบบในนิยายที่ชอบทำกัน

 

รับดาบแทน

 

เสิ่นอู๋เยี่ยเป็นถึงแม่ทัพผู้พิทักษ์แผ่นดิน เด็กผู้หญิงก้าวขวบจะทะเล่อทะล่าออกไปบังดาบให้แล้วโดนแทงแทน ฟังดูเจ๋งสุด ๆ ไปเลยนี่นา…แต่โคตรไม่สมเหตุสมผล!

 

ดูแล เอาใจใส่

 

ประทานโทษนะ หน้าเสิ่นซีซืออีกฝ่ายมองยังไม่ถึงสองนาทีด้วยซ้ำ ออกปากคำเดียว ขึ้นรถม้า! ไปดูแลจะไม่โดนหักคอตายหรอกหรือ

 

ทำตัวน่ารัก ๆ

 

เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ลองจิตนาการว่า ปะป๊าขา ซีซือคิดถึงปะป๊าจังเลย

 

เหมือนได้ยินเสียงกร็อบยังไงก็ไม่รู้

 

กระดูกคอถูกหักอีกแล้ว

 

ต้องคาดเดาคุณค่าของเสิ่นซีซือในใจของเสิ่นอู๋เยี่ยดูซะก่อน

 

จริง ๆ จะแกล้งไปกระโดดน้ำตายหรือกระโดดลงจากรถม้าก็ได้ แต่คนดี ๆ ที่ไหนจะอยากเจ็บตัวล่ะ..

 

“คุณหนูปวดเมื่อยหรือไม่เจ้าคะ”

 

“ไม่”

 

เสิ่นซีซือตอบกลับเข่อเจียที่ถามด้วยความเป็นห่วง รถม้าคันนี้ค่อนข้างกว้าง ถึงจะไม่ได้สบายเท่ารถในยุคปัจจุบันแต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร

 

เท่าที่รับรู้มาการเดินทางไม่ได้ใช้เวลานาน สามวันก็ถึงแล้ว วันที่สองขบวนจะหยุดพักที่เมืองใกล้ ๆ เมืองหลวง

 

ไหนบอกว่ารีบไง หยุดพักทำไม!

 

คืนแรกที่นอนพักนั้น เสิ่นซีซือกับสาวใช้นอนในรถม้าเพราะพวกเขาพักกลางป่าเขา เมื่อตื่นเช้าในวันถัดมาขบวนก็เริ่มออกเดินทางแล้ว

 

รถม้าโคลงเคลงไปตามทาง จนกระทั่งได้ยินเสียงสนทนาของผู้คนดังเซ็งแซ่ เสิ่นซีซือก็ลืมตาขึ้นมา

 

“ถึงเมืองหลวงแล้วหรือ?”

 

“ยังเจ้าค่ะ…ที่นี่เมืองซื่อฉู่ อยู่ห่างจากเมืองหลวงเล็กน้อย คืนนี้ขบวนจะพักที่โรงเตี๊ยมเจ้าค่ะ” เข่อเจียตอบอย่างรู้งาน นางรู้ว่าคุณหนูของตนเองต้องสงสัยแน่นอนจึงแอบไปถามพี่ทหารมาแล้ว

 

เสิ่นซีซือพยักหน้ารับ

 

ไม่นานนักก็ต้องลงจากรถม้า เป็นพี่ชายใหญ่ เสิ่นซินเดินตรงเข้ามาหานางหน้ารถม้า ยืนผ้าสีดำให้จากนั้นพูดเสียงเรียบ

 

“คลุมศีรษะไว้”

 

เสิ่นซีซือยิ้ม“ขอบคุณพี่ชาย”

 

คล้ายกับคำว่า‘พี่ชาย’ นั้นเป็นมนต์สะกด ใบหน้าของเสิ่นซินแดงระเรื่อ แม้ว่าเขาจะถูกลูกพี่ลูกน้องหญิงคนไหนเรียกว่าพี่ชายใหญ่ก็ไม่อาจรู้สึกแบบนี้ได้เลย

 

เป็นครั้งแรกที่น้องสาวของเขาคุยด้วย

 

ตอนแรกไม่คิดว่านางจะพูดได้ด้วยซ้ำ

 

“อยู่ที่นั่น เจ้าคงลำบากมาก”

 

“ท่านย่าอยากให้ข้ามาพักผ่อน ไม่ได้ลำบากมากมายอะไรหรอกเจ้าค่ะ”

 

เสิ่นซีซือจงใจเน้นคำว่าท่านย่าให้รู้ว่าเป็นคำสั่งของฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น ไม่ได้ลำบากมากมายอะไรแต่เมื่อร่างเล็กเดินผ่านสตรีที่เดินเข้าออกโรงเตี๊ยมก็แสดงให้เห็นว่าชุดอาภรณ์สีฟ้าของน้องสาวดูเก่าพิกล ไม่เหมือนคุณหนูจากตระกูลใหญ่

 

ท่านย่ารังแกกันมากเกินไปหรือไม่… เสิ่นซินคิด

 

หากเสี่ยวซือที่อยู่ในร่างเสิ่นซีซือได้ยินความคิดของเสิ่นซินคงอยากจะเดินไปเขย่าหัวจากนั้นบอกว่า นังแก่นั่นบ้าไปแล้ว รังแกเด็กเก้าขวบที่ถูกแย่งของ คนดี ๆ ที่ไหนเขาจะทำกันเล่า ปัดโธ่เอ๊ย!

 

ความสัมพันธ์ของเสิ่นซินผู้เป็นพี่ชายใหญ่กับเสิ่นซีซือคล้ายว่าจะดีขึ้นเล็กน้อย…แต่กับผู้เป็นบิดาอย่างเสิ่นอู๋เยี่ยเรียกได้ว่า..เงียบสงบดุจป่าช้า

 

“ห้องพักของเจ้าอยู่ชั้นหก…อยู่ตรงกลางระหว่างห้องของข้ากับท่านพ่อ” เสิ่นซินบอก เห็นน้องสาวพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายก็อุ่นใจ

 

ชั้นหกเลยรึ? เสิ่นอู๋เยี่ยคงรวยน่าดู ห้องที่อยู่สูงและบรรยากาศดีขนาดนั้นคงราคาแพงมาก ดูเหมือนว่าจะขึ้นไปก่อนแล้วด้วย เสิ่นซีซือจึงตัดสินใจก้าวขึ้นตามไป

 

มันก็เหนื่อยเหมือนกันนะ…ลิฟท์ก็ไม่มี!

 

ทุกย่างก้าวที่เสิ่นซีซือก้าวนั้นดูงดงามดุจเทพธิดา จนกระทั่งมาอยู่ข้างเสิ่นอู๋เยี่ยที่กำลังจะเข้าห้องของตนเอง

 

เหมือนกับว่าร่างกายแข็งเกร็งโดยไม่รู้ตัว นางจะหันไปทักบิดาดีหรือไม่?

 

ไม่ดี

 

ครืด…

 

เสียงเลื่อนประตูทั้งสองห้องพร้อมกัน เสิ่นซีซือและเสิ่นอู๋เยี่ยต่างคนต่างเข้าห้องของตนเอง เพราะว่าเสิ่นซีซือคิดถึงเรื่องอื่นอยู่จึงไม่ได้เห็นแววตาของผู้เป็นบิดาที่หมองหม่นเพียงแวบเดียว…

 

เข่อเจียและจื่ออี๋ที่ตามหลังมาอย่างเงียบเชียบรับรู้ได้ถึงความอึดอัดของทั้งสองคนจึงไม่กล้ากล่าวอะไรมากมาย อาภรณ์ที่แวะซื้อมาก็ถูกจัดเตรียมให้เสิ่นซีซือเรียบร้อยแล้ว

 

เสี่ยวซือในร่างเสิ่นซีซือนั้นรู้สึกเหนื่อย แต่ก็ไม่ได้ยอมแพ้… ไม่รู้ว่าชะตาชีวิตจะเป็นยังไงต่อ แต่เสิ่นอู๋เยี่ยในตอนนี้ก็ไม่ได้ดูเหมือนคนที่จะสังหารลูกของตัวเองได้ง่าย ๆ

 

เพราะห้องชั้นหกมีระเบียง เสี่ยวซือจึงออกไปยืนคิดอะไรเล่นอยู่คนเดียว ไม้ที่กั้นระเบียงไว้นั้นสลักลายงดงาม เป็นโรงเตี๊ยมที่หรูหราไม่เบา

 

แล้วเมืองหลวงจะหรูหราขนาดไหนกัน?

 

เสิ่นอู๋เยี่ยรักเสิ่นซีซือบ้างไหมนะ?

 

หากว่าเขารัก นางจะใช้ชีวิตนี้เพื่อยืนหยัดข้างบิดาดีหรือไม่?

 

คำถามหลายคำถามเกิดขึ้นในหัว นางลองคิดเล่น ๆ หากตนเองกระโดดลงไปคงจะตลกน่าดู

 

มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะทำให้ตัวเองเจ็บตัว

 

“บ้าจริง ๆ” เสิ่นซีซือพึมพำออกมา จากนั้นเอื้อมมือไปจับราวระเบียงไม้สลัก…แต่มันกลับยึดติดไม่มั่นคง

 

“คุณหนู!!!”

 

เสียงกรีดร้องของจื่ออี๋ที่หันมาเห็นดังลั่น ร่างเล็กของเสิ่นซีซือ กำลังจะร่วงหล่นลงสู่พื้น นางพลิกตัวหันกลับมาแต่ก็ไม่ทัน ร่างกายทิ้งตัวร่วงหล่นลงสุููู่พื้นอย่างรวดเร็ว แม้จะรวดเร็วมาก แต่เทียบกับในความรู้สึกของผู้ที่ร่วงหล่นนั้นเวลาและภาพทุกอย่างผ่านไปช้าเหลือเกิน...

 

โง่เง่ามาก จะมาตายเพราะตกระเบียงกาก ๆ ในโรงเตี๊ยมโง่ ๆ นี่หรือ?

 

ยัยนักเขียนนั่นคงกำลังหัวเราะเยาะกันอยู่สินะ…

 

 

ชั่วขณะที่กำลังจะหลับตาลง นางเห็นเสิ่นอู๋เยี่ยที่มองลงมาจากข้างบน ใบหน้าตกตะลึง คล้ายกับว่ากำลังใจสลาย

 

อะไรกัน บิดาของเสิ่นซีซือมีสีหน้าแบบนั้นด้วยรึ?

 

ตาฝาด?

 

เสิ่นซีซือไม่ใช่นางเอก ไม่มีผู้ชายคนไหนมารับตัวนางได้ทันเวลาอย่างแน่นอน

 

ต้องพึ่งตัวเองเท่านั้น

 

ในหัวสมองนึกถึงวิธีเอาตัวรอด ถ้าไม่มีใครช่วยก็ต้องเจ็บน้อยที่สุด นางพลิกคว่ำตัวเองกลับมาในท่าเดิมกลางอากาศ เป็นการใช้หน้าดิ่งลงกับพื้น หากเอาหลังกระแทก...นางกลัวว่าตนเองจะพิการไปก่อน ร่างกายนางในยุคนี้ยังไม่โตเต็มที่และไม่ได้มีมีวรยุทธ์

 

สิ่งสำคัญที่สุดคือการเก็บคาง เอาคางชิดไว้ เพราะล้มไปด้านหน้าจึงต้องกางมือไว้กว้างที่สุด งอศอกเล็กน้อย เมื่อใกล้ล้มลงโก่งบั้นท้ายไว้ ให้สะโพกถึงพื้นเป็นจุดสุดท้ายเพื่อลดแรงปะทะ

 

แต่นางคิดผิด

 

แม้ว่าชีวิตนี้จะไม่ใช่ ‘นางเอก’ แต่ก็เป็น‘บุตรีของตัวร้าย’

 

ในขณะที่เสิ่นซีซือพยายามจะทำให้ตัวเองบาดเจ็บน้อยที่สุด บุรุษที่เป็นบิดาของนางเสิ่นอู๋เยี่ยกระโดดลงมาจากระเบียง เพราะว่าแรงดีดตัวและพลังที่แข็งแกร่งของบุรุษเช่นเขาทำให้มาถึงตัวดรุณีน้อยอย่างรวดเร็ว ท่อนแขนที่แข็งแกร่งคว้าตัวเสิ่นซีซือเข้ามาในอ้อมกอด พลิกตัวเองไว้ข้างล่างเพื่อรับแรงปะทะ

 

วินาทีนั้นเสี่ยวซือในร่างเสิ่นซีซือไม่อาจเยือกเย็นได้อีกต่อไป

 

ตึง!

 

เมื่อร่างของเสิ่นอู๋เยี่ยตกลงมากระทบพื้น เสียงกรีดร้องของผู้คนที่อยู่ข้างล่างก็ดังขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

***พูดคุยกับมะม๊าของน้องซือซึ่งก็คือไรท์ผู้เป็นภรรยาปะป๊า

 

ไหนใครยังไม่นอน มาทอล์กกันจ้าาาาา

 

ใครบอกว่าพ่อไม่รักหนูคะน้องซีซือ!!

 

น้องซือใจเย็นมากค่ะลูก เป็นไรท์คือปล่อยตัวเองตาย สวดมนต์ขอชาติหน้าเกิดมาอยู่ท่ามกลางผู้ชายหล่อใจดี

 

แต่ท่าที่นางเอกทำมันกันล้มได้จริงๆนะคะ ทำให้บาดเจ็บน้อยลง ทุกคนลองไปหัดล้มตามดูนะ (หยอกกก)

 

ทุกคนอ่านถึงตอนนี้คงรู้แล้วแหละว่าเสิ่นอู๋เยี่ยรักลูก แต่เหตุผลที่ฆ่าก็คือ.... รออ่านจ้ะ จะค่อยๆเฉลยไปทีละนิด

 

งดทวงพระเอกเวลาปะป๊าอยู่ บ้านนี้พ่อดุ อิอิ

 

ไรท์กำลังปั่นมือหงิกมืองอ ใดๆก็คือขอบคุณกำลังใจคอมเมนต์ทุกคนเลยจ้ะ อยากจับมาหอมรายคน แต่พอคิดได้ว่าบางคนกำลังจะแย่งผู้ชายของไรท์.... เราไม่ควรจะแย่งผู้กันเลยนะ!!!!

 

เราต้องรักกันแบบพี่น้อง

 

กาสะลอง ซ้องปีป

 

 

 

ใครสงสัยเรื่องที่เรียกว่าคุณหนูสี่ มีคำตอบในบทถัดๆไป ครอบครัวเป็นแบบกงสีจ้า มีสายรองกับสายสามอีก

 

 

จะอธิบายเรื่องที่ตัวคุณพ่อตกก่อนลูก ตอนแรกไรท์เขียนว่ามีน้ำหนักมากกว่า แต่หลายๆคนไม่สบายใจเพราะไม่สมเหตุสมผล กลัวจะสร้างความเข้าใจผิด ไรท์ขอเอาสรุปมาลงเป็นความรู้เพื่อรับผิดชอบต่อสังคมนะคะ 55555555555

 

ไม่ว่าเราจะปล่อยก้อนหินที่มีน้ำหนักมากหรือปล่อยขนนกที่เบาหวิว ลงมาจากที่ที่มีความสูงเท่า ๆ กัน วัตถุทั้งสองก็จะตกถึงพื้นในเวลาพร้อมกัน แต่มีเงื่อนไขว่า จะต้องปล่อยในที่ที่ไม่มีแรงต้านหรือปล่อยในห้องทดลองสุญญากาศเท่านั้น จึงจะทำให้ผลการทดลองนี้เป็นจริง

 

CR : https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/70992/-blo-sciphy-sci-

 

ป.ล. นิยายไรท์เป็นแฟนตาซี ไม่สมจริงอะไรหรอกค่ะ เหาะเหินเดินอากาศได้ พลังความกดดันจากดวงตา นางเอกเรืองแสง 55555555 แต่ด้วยความที่หลายๆคนกังวลถึงจุดนี้ ไรท์ขอใช้พื้นที่ตรงนี้อธิบายนะคะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.431K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14,537 ความคิดเห็น

  1. #12718 Aeypanrada9464 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 23:51
    ป๊าป๋าาาาาาา หืออ 🥺
    #12,718
    0
  2. #11873 Junekup (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 12:27
    แม่น้องผใขาวแสดงว่าพ่อไม่ได้รังเกียจผมน้อง
    #11,873
    0
  3. #11313 Sriploy Ktn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 21:31
    ตอนที่น้องคิดในใจว่าอยากเขย่าพี่55555555 น้องใจเย็นน้าาาา
    #11,313
    0
  4. #11051 Starry Moon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 02:54
    จังหวะเลื่อนประตูพร้อมกันคือซิทคอมมาก มันเป็นอึดอัดอึกอัก ทำตัวไม่ถูกทั้งพ่อทั้งลูก555555555555
    #11,051
    0
  5. #11012 JADEMERIT (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 20:39

    รอเฉลยปมค่าา

    #11,012
    0
  6. #10969 PLOYSOIYXX (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 22:16
    จริงๆพ่อรักซินะ ตอนแรกคิดว่าหน้าเหมือนแม่พ่อเลยมีปมอะไรรึป่าว
    #10,969
    0
  7. #10947 Kuroko Pai (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 16:22
    ปัป๊าแวะค้างคืนทุกวัน ทั้งๆที่รีบ กลัวร้องซือเหนื่อยแหละ ดูออก
    #10,947
    0
  8. #10796 Lokasunder` (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 17:08
    นั่น!!!!! ชั้นว่าแล้วว่าคูมปะป๊าต้องมีเหตุผลอะไรที่ทำให้ฆ่าซีซือแน่ๆ ดังนั้นห้ามกลับลำเรือ!!!! เดินหน้าต่อไป!!! ความเชื่อใจป๊ะป๊าเพิ่มขึ้นแบบพุ่งปรี๊ดดดทะลุแม็ก!!!!!!!!!
    #10,796
    0
  9. #10760 Bao_Bao (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 12:59
    ปะป็าคะ ถ้าปะป๊าไม่ใช่จอมยุทธ ตายนะคะ ตายค่ะ ตายยยยยยย ชั้นหกนะตัว😂😂
    #10,760
    0
  10. #10567 แมวดื่อ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / 15:00
    เอ่อ...ชั้น6 ตกลงมาไม่ตายนี้ก็เหนือมนุษย์แล้ว ขนาดตกจากชั้น2-3 ไม่ตายก็พิการไปแล้ว😑 ประสาอะไรกับชั้น6 ถึงจะป้องกันตัวเองด้วยการเก็บส่วนสำคัญของร่างกายก็ตาม ตกลงมาก็ตายสิค่ะ😅
    #10,567
    0
  11. #10489 Earn___ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 00:11
    ปะป๊าาาาาาาดีมากกกก
    #10,489
    0
  12. #10112 tamtawax (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 14:42
    อยากได้มีมค่ะ ชอบอะ555555
    #10,112
    0
  13. #9921 Patsiri McNab (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 07:27
    โอยยย อ่านมาถึงตอนนี้แล้ว เค้าอยากเป็นแม่เลี้ยงนางเอก จริงๆแล้วอยากให้แม่นางมีชีวิตอยู่ อยากให้ท่านพ่อกลับมารักกับท่านแม่
    #9,921
    0
  14. #9900 pop_zaza (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 14:31

    ป่าป๊าโคตรเท่อ่ะ

    #9,900
    0
  15. #9026 chanchan123 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 00:07
    โอ๊ย ลงเรือแด๊ดนี่แหละ แด๊ดดี๊ที่ไม่ได้แปลว่าพ่อของจริง ท่านพี่ก้อดูดี 555+
    #9,026
    0
  16. #8935 MC_B (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 10:23
    ท่านพ่ออออออ ม่ายน้าาาาา
    #8,935
    0
  17. #8540 BSmtb42 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 20:51
    จะไปหัดตามนะคะ ;_; บ้าจี้ทำตามก็เกินไป55555555
    #8,540
    0
  18. #8473 domeafavor (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 15:36
    บรรยากาศของเรื่องหลายๆอย่างกับพล็อตบางส่วนทำให้นึกถึงมังงะเรื่องอยู่ดีๆฉันก็กลายเป็นเจ้าหญิงเลยค่ะ น่ารักกกกกก
    #8,473
    0
  19. #8084 Prickfa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 13:53
    ชอบเอนาจี้ไรท์มากเลยค่ะ55555
    #8,084
    0
  20. #7765 WhatTheMelon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 14:59
    คิดอยู่นะ คือถ้าเกิดมาแบบน้องที่อยู่ท่ามกลางคนทั้งโลกที่เหยียดสีผิว ตรรกะป่วยจิต ไม่ว่าจะไปทางไหนก็ต้องมีแต่คนด่าหรือไม่ก็ทำร้าย จะเป็นไปได้มั้ยที่การที่พ่อฆ่าน้องเองด้วยเหตุผลว่าน้องจะได้ไม่ต้องทนเจ็บปวดกับพวกคนแบบนั้นอีก

    (อารมณ์แบบ คนที่รักจะตาย มีสองทางคือการยื้อชีวิตเอาไว้ทั้งๆที่ก็รู้ว่าไม่มีประโยชน์ กับปล่อยให้เขาจากไปอย่างสงบ ซึ่งคนส่วนใหญ่เลือกแบบที่1 แต่ในกรณีนี้ พ่อของน้องเลือกแบบที่2)
    #7,765
    0
  21. #7344 Little-$T@R (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 03:29
    นึกถึงท่าที่แงวทำเวลาตกจากที่สูง ต้องใช่แน่ๆ
    #7,344
    0
  22. #7343 Little-$T@R (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 03:25
    ซื้อพี่ชายได้แล้วว้อย!!!! นังหนูของเรานี่มันสุดยอดจริงๆ
    #7,343
    0
  23. #7187 CHJU (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 05:26
    ชอบอ่านทอล์คไรท์มากค่ะ ขำออกเสียง55555
    #7,187
    0
  24. #7095 Sistel2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 22:29

    กำลังคิดท่าที่น้องทำตอนกำลังตกลงมา...

    #7,095
    0
  25. #7064 acapybab (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 17:11
    เราว่านังติงหลันนี่คือไรท์ปลอมตัวมาแน่เลย5555+
    #7,064
    0