os/sf hunhan ♡

ตอนที่ 1 : OS : Where were you in the morning?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 59
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    1 พ.ย. 63




          “ขอโทษนะครับ แต่ผมไม่จูบ”


          “ทำไม?”


          “กลิ่นเหล้าที่คุณดื่ม..”


          “...”


          “..ผมไม่ชอบ”








          “อื้ออ..อึก! ..คุณ!”




          “เซฮุน เรียกผม”






          “..อ๊ะเซฮุน!!! เบา..หน่อย”


          “แล้วคุณชื่อ?”


          “..ความลับครับ”








          “อ๊ะ..อ้าส์!!!”












          “ที่บอกว่าชอบ ผมไม่ได้พูดเล่นนะครับ





10.00 am.


          แสงแดดสีอ่อนในเวลาสายๆ สอดส่องผ่านกระจกห้องและม่านที่ปิดไม่สนิทของเจ้าของห้อง ภายในห้องนอนของคอนโดหรูชั้นที่สี่สิบเก้ามีร่างของใครบางคนกำลังงัวเงียลุกขึ้นจากเตียงนอนไซส์คิงของตนอยู่ ร่างสูงมองไปรอบๆ ห้องที่มีเสื้อผ้ากระจัดกระจายอยู่บนพื้นห้อง พลันภาพเมื่อคืนที่เขาพาใครบางคนจากผับมานอนถึงคอนโดที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขา


          ใครบางคน..ที่เขาเพิ่งบอกชอบไปก่อนจะหลับ

          ใครบางคน..ที่อยู่ร่วมรักกับเขาบนเตียงนี้เมื่อประมาณ 6 ชั่วโมงก่อน

          ใครบางคน..ที่ไม่บอกแม้กระทั่งชื่อของตัวเองให้เขาได้รู้

          ใครบางคน..


          !!

          เสื้อผ้าบนพื้นมีแต่ของเขาเพียงคนเดียว

          ไวทันความคิดร่างสูงหยิบบ็อกเซอร์มาใส่ลวกๆ ก่อนจะรีบออกจากห้องนอนเพื่อหาใครบางคนที่เขาพามาเมื่อคืน ใช้เวลาไม่นานร่างสูงก็ค้นหาทุกห้องของคอนโดครบแล้ว แต่ก็ไม่เจอใครบางคน..

     ..ที่ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ไหน


          ร่างสูงเดินกลับเขามาในห้องนอนก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองแล้วไปนั่งที่โต๊ะทำงาน เขาลองเลื่อนดูรายชื่อเพื่อนในไลน์เผื่อเมื่อคืนพวกเขาจะขอคอนแทคกันไว้ แต่ก็ไม่เลย ไม่มีอะไรที่สามารถติดต่อคนที่เขาพากลับมาที่คอนโดได้เลย เขาหายตัวไปเหมือนไม่เคยมีอยู่จริง แต่เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อคืนคือเรื่องจริง ทุกสัมผัส ทุกคำพูด ทุกความลึกซึ้ง เซฮุนจำได้ดี

          เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน

          ..หรือเขาจะตกหลุมพรางของคำว่า one night stand แล้ว?



          “หื้ม?” หลังจากนั่งอยู่กับตัวเองสักพักสายตาของร่างสูงก็ดันไปสะดุดกับกระดาษแผ่นเล็กที่โผล่พ้นหนังสือเล่มหนาที่เขาไม่ได้อ่านมานานแล้ว และเขาก็ไม่รู้ด้วยว่าหนังสือเล่มนี้มาว่างบนโต๊ะได้ยังไง แต่เรื่องนั้นคงต้องเอาไว้ก่อน มือหนาเลื่อนไปหยิบกระดาษแผ่นเล็กที่แนบอยู่ในหนังสือออกมาก่อนจะพบว่าบนกระดาษมีเนื้อความสั้นๆ เขียนไว้อยู่

          ที่บอกว่าหาผมให้เจอ ผมก็ไม่ได้พูดเล่นเหมือนกันครับ :)



          “ที่บอกว่าชอบ ผมไม่ได้พูดเล่นนะครับ” ร่างสูงพูดกับคนในอ้อมกอด


          “ถ้าชอบผมจริง งั้นก็หาผมให้เจอสิครับ” ร่างบางพูดพร้อมกับยิ้มบางๆ ให้


          “หื้ม..ก็เจอแล้วนี่ไงครับ” ร่างสูงว่าพร้อมกับกระชับกอดร่างบางเพิ่มมากขึ้น


          “อ่าครับ..” ร่างบางว่าแค่นั้นก่อนจะมองอีกคนที่หลับตาพร้อมเข้าสู่ห้วงนิทรา


          และพูดต่ออีกว่า “ผมหมายถึงหลังจากนี้ต่างหากล่ะครับ ที่เซฮุนต้องหาผม”



          ให้เจอ..



_


11.00 pm.



          เสียงเพลงที่ดังอย่างต่อเนื่องกับไฟแสงสีตอนนี้บ่งบอกถึงสถานที่ให้ความบันเทิงนี้ได้เป็นอย่างดี แก้วที่บรรจุเครื่องดื่มในมือหนาพร่องลงไปเพียงเล็กน้อยหากเทียบกับเวลาที่ร่างสูงอยู่ในสถานที่แห่งนี้ สายตาคมยังคงมองไปรอบๆ เฉกเช่นช่วงแรกที่มาถึงสถานที่แห่งนี้ เขาสนใจรอบข้างมากกว่าเหล้าในแก้วเสียอีก ก็เขาไม่ได้มาเพื่อดื่มแล้วเขาจะดื่มมากมายให้เมาได้ยังไงกัน



Rrrrr Rrrrr



          สัญญาสั่นจากโทรศัพท์ของร่างสูงสั่นขึ้นก่อนที่เขาจะหยิบขึ้นมาดูว่าเป็นสายจากใคร หลังจากรู้ว่าเป็นใครโทรมาร่างสูงจึงพาตัวเองออกจากร้านเพื่อไปคุยโทรศัพท์เพราะทางออกใกล้กว่าการที่จะเดินไปคุยที่ห้องน้ำ นิ้วเรียวยาวปัดรับสายอีกคนทันทีที่เดินออกจากร้านได้

          “ฮัลโหล มีไร” เซฮุนเอ่ยกับปลายสายหลังจากกดรับแล้ว

          [“มีคนบอกว่าเห็นมึงที่ XX”]

          “อืม”

          [“มึงไปอีกแล้วหรอวะ”]

          “ทำไม”

          [“มึงไปรอเจอเขาที่นั้นเป็นเดือนแล้วนะ.. เขาคงไม่มาแล้วล่ะ”]

          “อืม ไม่เจอก็ไม่เป็นไร”

          [“เออ ไม่เมาใช่ไหม”]

          “อือ ไม่ได้ดื่ม”

          [“เค งั้นมึงก็รีบกลับได้แล้วอีกไม่กี่วันมึงก็เริ่มทำงานล่ะ เตรียมตัวซะบ้าง”]

          “เออ ขอบใจที่เป็นห่วง” เซฮุนว่าแค่นั้นก่อนจะกดว่างสาย


          ใช่อย่างที่ปลายสายว่าเลย เขามาที่นี้ทุกวันและมาได้เป็นเวลาเดือนกว่าๆ แล้วแต่กลับไร้วี่แววของใครอีกคนที่เขากำลังตามหาอยู่ และก็ใช่อีกที่ว่าอีกไม่กี่วันเขาจะเริ่มทำงานหลังจากเรียนจบ เพื่อนๆ ของเขาต่างก็มีวี่แววว่าได้งานตั้งแต่ยังไม่จบ พอจบออกมาก็ได้งานกันอย่างที่คิดเอาไว้ซึ่งต่างจากเขาที่ต้องทำงานสานต่อจากคนที่บ้านโดยที่เขาขอเวลาพักก่อนจะเริ่มงานจริงๆ จังๆ ราวๆ สองเดือนได้ จริงๆ เขาอยากมีเวลาเป็นปีๆ ซะมากกว่าสองเดือนเสียอีก แต่แค่สองเดือนพ่อเขาก็บ่นแล้วว่าเมื่อไหร่จะเข้าไปช่วยงานทั้งๆ ที่ตัวเองก็ยังฟิตขนาดนี้ตัวเขาคงไม่มีประโยชน์อะไรขนาดนั้นหรอกมั้ง


          “เห้อ..” ร่างสูงถอนหายใจครั้งนึงก่อนจะกลับเข้าไปเช็กบิลค่าเหล้าที่ตัวเองสั่งมาดื่ม


          วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่เขาไม่เจอคนที่ตามหา เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแค่ไม่กี่ชั่วโมงที่อยู่ด้วยกันจะทำให้เขาชอบได้ขนาดนี้ ชอบขนาดที่ทำในสิ่งที่เป็นกฎเหล็กของตัวเองด้วยซ้ำ น่าขำขันซะจริงผ่านผู้คนมามากมายดันตกหลุมพรางที่ซ่อนอยู่ตลอด แต่ก็ช่างเถอะ หลังจากนี้เขาคงมีเวลาน้อยลงความรู้สึกก็คงจะน้อยลงไปเอง ตัวเขาเองคงจะตามหาจนกว่าจะเลิกชอบไปเองนั่นแหละ






10.00 am.

          กลิ่นหอมของกาแฟคั่วบดกับเสียงผู้คนพูดคุยกันในร้านกาแฟแบบนี้มันทำให้รู้สึกอารมณ์ดีอย่างที่ควรจะเป็น นัยน์ตาสวยมองบรรยายด้านหน้าที่เป็นท้องถนนและผู้คนเดินไปมา ริมฝีปากเล็กยกยิ้มให้ภาพตรงหน้าไม่ใช่เพราะมีเรื่องราวน่าประทับใจอะไรแต่อย่างใดแต่เป็นเพราะเขาอยากยิ้มเท่านั้นเอง ในวันหยุดแบบนี้เขาควรจะดื่มด่ำบรรยายดีๆ ไว้สิ

          “ยิ้มอะไรคนเดียวน่ะแอล” เสียงร้องทักจากเพื่อนเอเชียเพียงคนเดียวของเขา

          “มีความสุขก็ต้องยิ้มสิเบย์ลี” แอลลิสหนุ่มเอเชียเช่นเดียวกับกับเบย์ลีเอ่ยตอบเพียงเท่านั้นก่อนจะยกยิ้มให้อีกฝ่ายเชิงบอกว่า ‘จริงไหมล่ะ’

          “ใช่หรอ ไม่ใช่เคย์มาง้อนายหรอกหรอ” เบย์ลีก็ยังคงพูดต่อ

          “หึ ก็ตกลงกันไปแล้วนี่ว่าจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน” แอลตอบตามตรงเพราะเขาไม่ได้สนคำแซวของเพื่อนตัวเล็กสักเท่าไหร่

          “อ่า นั่นสินะ เมื่อสามเดือนก่อนที่นายกลับจากเกาหลีนายก็มีคำตอบที่ชัดเจนให้เคย์เลยนี่น้า.. ที่เกาหลีมันมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นหรอ” เบย์ลียกเรื่องเมื่อสามเดือนก่อนมาพูดอีกครั้งเพราะเขาเองก็รู้สึกว่าเพื่อนคนนี้ยังเล่าอะไรให้เขาฟังไม่ครบ

          “คนที่ไม่ไปด้วยกันต้องรู้ด้วยหรอ” แอลแกล้งตัดพ้อเพื่อตัดประโยคตรงนี้ซะ มันไม่ใช่เขาไม่อยากเล่าแต่ถ้าเล่าไปแล้วจะโดนแซวอีก ก็ไว้เล่าให้ฟังครั้งหน้าก็ไม่สาย

          “โหแอล มันไม่ใช่ตั๋วฉันนี่ อีกอย่างฉันก็ดันไม่ว่างด้วย ถ้ารู้ว่าไปแล้วเพื่อนเจออะไรดีๆ แล้วไม่บอกฉันก็อยากจะไปเห็นกลับตาตัวเองเหมือนกันนะ” เบย์ลีโอดครวญเหมือนที่ทำทุกครั้งที่อยากรู้ความเป็นไปของเพื่อนตอนอยู่เกาหลี เขาล่ะเสียดายจริงๆ ที่ไม่ได้ไปด้วย ก็นะ การไปเที่ยวครั้งนั้นของแอลก็ดูเหมือนว่าแอลจะได้อยู่กับตัวเองมากขึ้นหรือไม่ก็มีอะไรดีๆ เกิดขึ้น จึงทำให้แอลตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กับเคย์ที่มาง้อแอลหลายต่อหลายครั้งหลังจากกลับจากเกาหลีละมั้ง

          “เห้ๆ นายขำอะไรของนายน่ะเบย์ลี ไม่ใช่นินทาฉันอยู่หรอกใช่ไหม” แอลที่เห็นเพื่อนเหมือนคิดอะไรและแอบขำอยู่คนเดียวจึงทักท้วงขึ้น

          “ถูกต้องเลยแหละ ฉันกำลังนินทานายอยู่เลยแอลลิส ข้อหาไม่บอกอะไรดีๆ ให้ฉันฟังไงล่ะ” เบย์ลีว่าอย่างภาคภูมิใจ

          “มันจะมีอะไรดีๆ ได้ล่ะ ฉันโดนแฟนทิ้งก่อนไปเที่ยวไม่กี่วันเองนะ” แอลว่าเพียงเท่านั้น มันจริงไหมล่ะ ตั๋วที่ซื้อกับแฟน ที่พักที่จองไว้ด้วยกันแพลนหนึ่งสัปดาห์สำหรับเที่ยวครั้งนั้นล่มไม่เป็นท่า จะมีอะไรดีได้ล่ะ

          “แซ่บไหมหนุ่มเอเชียคนนั้น” เบย์ลีว่าพลางอมยิ้มเล็กน้อยและนั่งรอคำตอบจากเพื่อนที่อยู่หน้าก็เกิดแดงขึ้นมา “เห้ๆ อะไรกัน ฉันทักแค่นี้นายไม่เห็นต้องหน้าแดงเลยนี่” เบย์ลีว่าหลังจากเห็นท่าทางของเพื่อนตัวเอง

          “อะไรของนาย หนุ่มเอเชียคนไหน” แอลลิสพูดเสียงแข็งกลบเกลื่อนอาการที่เป็นอยู่

          “ไม่เห็นต้องเขินฉันเลยนี่ ฉันแค่ถามว่าเขาแซ่บไหม ฉันรู้นะ” เบย์ลียังคงพูดแหย่เพื่อนอยู่อย่างนั้น

          “เลอะเทอะแล้วนะนายน่ะ”

          “เลอะเทอะที่ว่า หมายถึงคืนนั้นของนายกับเขาหรอ” เบย์ลียิ้มขำให้กับอาการของเพื่อนที่ตอนนี้หน้าแดงจนเก็บไม่อยู่แล้ว

          “นายนี่มันยังไงนะ!”

          “โอเคๆ ไม่แกล้งล่ะ” เบย์ลีว่าแค่นั้นก่อนจะจิบกาแฟในแก้วตัวเอง และหันไปกระซิบกับเพื่อนว่า “วันนั้นฉันเห็นนะ รอยที่คอนายน่ะ”

          “แบคฮยอน!” แอลลิสที่หลุดชื่อเพื่อนเป็นสำเนียงเกาหลีออกมาหลังจากได้ยินประโยคนั้น อะไรกันเขาทำรอยไว้ด้วยหรอเนี่ย

          “ว่าไงลู่หาน.. ทำตาโตไปได้ นายนี่น้า อยู่กับฉันก็เบ๊อะบ๊ะ อยู่กับคนอื่นนี่ขรึมเชียว” เบย์ยังยิ้มขำกับภาพตรงหน้าไม่หาย เขาล่ะเหลือเชื่อจริงๆ น้อยคนนะที่จะเห็นท่าทางแบบนี้ของเพื่อนเขา

          และทั้งคู่ก็ยังคงพูดคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยเนื่องจากทั้งคู่ไม่ได้ทำงานที่เดียวกันนานๆ จะเจอกันที่เพราะบางสัปดาห์ก็มักจะมีใครคนหนึ่งไม่ว่าง อีกทั้งเมื่อก่อนแอลมีแฟนเวลาส่วนมากเลยมักจะให้แฟนหนุ่มไปมากกว่าจะออกมาเจอเพื่อน แต่หลังจากเลิกลากันไปคงได้เจอเพื่อนตัวเล็กบ่อยขึ้นแล้วล่ะเพราะดูท่าแล้วคงอีกนานกว่าที่เขาจะมีรักใหม่ทั้งเขาและเพื่อน เพราะในตอนนี้งานพวกเขาเยอะทั้งคู่เลยล่ะ


          ว่าแต่นะ หนุ่มเอเชียงั้นหรอ


          แอลลิสนึกขันตัวเองที่บอกให้อีกคนหาเขาให้เจอ ถ้าหาเจอแล้วจะเป็นยังไงหรอ ใจเขาจะยังเต้นแรงเหมือนครั้งแรกที่เจอกันไหม แต่ก่อนอื่นเซฮุนจะหาเขาไหม จะชอบเขาอย่างที่ปากบอกหรือเปล่า ยอมรับตรงๆ เลยว่าเขาเองก็ไม่เคยพัฒนาความสัมพันธ์จาก one night stand เพราะเคยเจอประเภทที่เรื่องบนเตียงจบแต่ความรู้สึกไม่จบ อยากสานสัมพันธ์ต่อแต่ตัวเขาไม่โอเคที่จะสานต่อแล้วก็เป็นปัญหาที่เขาไม่อยากจะเจอด้วย เขาจึงมีกฎเหล็กของตัวเองที่จะไม่ให้ข้อมูลการติดต่อใดๆ กับคนที่มีความสัมพันธ์บนเตียง แต่กับเซฮุนก็คงต้องให้ระยะเวลาที่ห่างกันคงช่วยบอกได้นะว่าความรู้สึกจะตรงกันไหม หรือจะตรงกันจนกว่าโลกจะโคจรให้เราเจอกันอีกครั้งหรือเปล่า

          เมื่อถึงเวลานั้นเขาจะใช้ความรู้สึกตัดสินเอง






_




4 years later


10.00 pm.

          ภายในห้องนอนในคอนโดหรูมีร่างของใครบางคนกำลังนอนหลับตานิ่งๆ ทั้งๆ ที่ยังคงไม่ได้ชำระร่างกายเลย เปลือกตาถูกเปิดขึ้นพร้อมกับการถอนหายใจมือหนาล้วงเข้าไปหยิบเครื่องมือสื่อสารในกางเกงที่สั่นอยู่ข้างตัว เมื่อเห็นรายชื่อว่าเป็นใครโทรมาก็กดรับทันที

          “มีไร” เนื้อเสียงทุ้มกรอกไปให้ปลายสายได้ยิน

          [“ออกมาดริ้งๆ มา ชานยอลเลี้ยง”]

          “ตอนนี้? สี่ทุ่ม” เซฮุนว่าหลังจากยกนาฬิกาข้อมือเรือนหรูขึ้นมาดูเวลา

          [“เออ พวกกูติดต่อหามึงตั้งแต่สองทุ่มล่ะ ไม่รับสายเอง”]

          “โทษทีว่ะ ตอนนั้นไปกินข้าวกับลูกค้า” เซฮุนพูดไปตามจริง วันศุกร์สุดสัปดาห์แบบนี้ลูกค้าชอบนัดไหนจะพ่อเขาอีกที่ชอบเรียกไปคุย

          [“เออๆ รีบมา”]

          “อืม เจอกัน” หลังจากว่างสายร่างสูงก็ถอนหายใจอีกครั้ง ไปสักหน่อยไม่ได้เจอเพื่อนนานแล้วเหมือนกัน ดูท่าคงจะเลี้ยงฉลองอะไรสักอย่าง




11.30 pm.

          ใช้เวลาสักพักใหญ่ๆ กว่าเขาจะอาบน้ำแต่งตัวและพาตัวเองมายังสถานที่นัดหมายที่เป็นอันรู้กันกับเพื่อนสมัยเรียน คงจะดูแปลกไปหน่อยที่เขามาเที่ยวดึกขนาดนี้เขาหวังว่าเพื่อนคงจะไม่เมาหัวทิ่มไปก่อนที่เขาจะได้บอกกล่าวเรื่องสำคัญหรอกนะ ร่างสูงเดินเข้าไปในร้านและเดินมุ่งไปที่โต๊ะหลังจากแชทถามเพื่อนแล้ว ระหว่างทางที่เขาเดินไปนั้นเขาก็มัวแต่มองรอบๆ จนไม่ทันได้มองว่ามีคนมาขอชนแก้วกับเขาทั้งๆ ที่เขาเพิ่งเข้ามาและไม่มีแก้วของตัวเอง ดูท่าแล้วเธอคงกำลังกรึ่มๆ ไม่ก็เมาได้ที่หากถูกตาต้องใจส่วนมากก็เป็นช่วงเวลานี้ที่เขาจะหิ้วแต่วันนี้เขาไม่ได้มาหิ้วใครขึ้นไปชั้นสองของผับแห่งนี้เสียหน่อย หรือจะเรียกว่าเขาไม่ได้หิ้วนานมากๆ แล้ว ตั้งแต่เริ่มทำงาน ไม่สิตั้งแต่เจอคนคนนั้น ใจเขามันก็ไม่เป็นของเขาอีกต่อไป

          “เห้ยๆ เพิ่งมาถึงอย่างรีบหิ้วใครได้ไหมวะ มานั่งกับเพื่อนก่อน” เป็นเสียงของจงอินเพื่อนสมัยเรียนเอ่ยทักทายและดึงอีกคนไปนั่ง

          “เมากันแล้วหรอ” เซฮุนเอ่ยถาม

          “หึ” เป็นชานยอลที่ส่ายหน้าปฏิเสธ

          “ก็ดี มีเรื่องจะบอกนิดหน่อย” เซฮุนพูดเกริ่นๆ ดูปฏิกิริยาเพื่อนก่อนที่จงอินจะแย้งขึ้น

          “มาถึงก็มีประเด็นเลยหรอ”

          “เถอะ เดี๋ยวพวกมึงเมาก่อน” เซฮุนว่าแค่นั้นก่อนจะเข้าประเด็นที่ต้องการจะพูด “สัปดาห์หน้าจะไปลอนดอน 1 เดือน”

          “1 เดือนเลยหรอวะ” เป็นชานยอลที่เอ่ยถามและเป็นจงอินที่กำลังนั่งรอคำตอบ

          “เออ ไปงานฉลองโรงแรมที่เป็นหุ้นส่วนสองวันกับพ่อ นอกนั้นกูไปพักผ่อนหลังจากกูทำงานแบบไม่มีวันหยุดมาสี่ปีเต็ม” หลังจากเซฮุนบอกเหตุผลไปก็เห็นใบหน้าเพื่อนที่บ่งบอกว่าเข้าใจ

          “ไม่เจอหน้าเพื่อนอีกเดือนนึงล่ะ มันเป็นเศร้าๆ ใจจังวะ” จงอินบ่น

          “ไปทำงานไม่ได้ไปตาย ว่าแต่พวกมึงนั่งอยู่นี่นานยัง” เซฮุนเอ่ยถามหลังจากนึกได้ว่ามีเรื่องสำคัญอีกอย่าง

          “ทำไม มึงยังตามหาเขายังอยู่หรอ” ชานยอลเอ่ยถามพร้อมกับกระดกเครื่องดื่มในมือ

          “อืม”

          “นั่งตั้งแต่สามทุ่มล่ะ ไม่เจอหรอก และนี่ก็สี่ปีแล้ว มึงยังไม่ลืมอีกหรอ” ชานยอลเอ่ยถามอีกครั้ง

          “อืม แค่อยากเจอ”

          “มึงไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนะ ชอบมากหรอ” ยังคงเป็นชานยอลที่ถามต่อ เขาเห็นเพื่อนของเขามองหาใครคนคนนั้นทุกครั้งที่มาที่นี้ใครคนนั้นคนที่เพื่อนเขาพาไปคอนโดเมื่อสี่ปีก่อน แต่ก็นะ คงต้องยั้งคำถามที่ว่าไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนไว้ซะแล้วเพราะเพื่อนของเขาไม่ได้เพิ่งเป็นแบบนี้ แต่เซฮุนน่ะเป็นแบบนี้ตั้งแต่เจอคนนั้นเป็นตั้งแต่เจอกันและพาไปคอนโดแล้ว คอนโดที่ไม่มีคู่นอนคนไหนได้เหยียบนอกจากแฟนเก่าที่เคยคบหา คนนอกที่เคยขึ้นคอนโดนั้นต้องมีศักดิ์เป็นคนรักซะก่อนถึงจะได้ขึ้น แล้วคนนั้นเป็นใครถึงทำให้เพื่อนเขาเป็นถึงขนาดนี้

          “อืม ชอบและตามหามาตลอด” เซฮุนตอบแค่นั้นก่อนจะกวาดสายตามองหาคนที่เขาอยากเจอมากที่สุดอีกครั้ง

          “ตามใจมึงละกัน ว่าแต่ไฟลท์กี่โมง” ชานยอลถาม

          “วันศุกร์ห้าทุ่ม จะไปส่งก็มา” เซฮุนว่าแค่นั้นก่อนจะกระดกเหล้าที่จงอินชงให้


          หลังจากนั้นพวกเขาก็พูดคุยกันไปพลางจนกระทั่งเวลาตีหนึ่งครึ่งจึงแยกย้ายกันกลับเพราะตอนเช้ายังคงต้องทำงานกันเหมือนเดิม



_



At London

09.00 am.

          ภายในรถคันหรูที่กำลังขับเคลื่อนบนถนนด้วยความเร็วสม่ำเสมอมีร่างของชายหนุ่มวัยยี่สิบหกที่กำลังมองไปนอกกระจกรถอย่างอ่านความคิดไม่ออกกับชายวัยกลางคนที่ยังคงดูดีและนิ่งสุขุมและสารถีขับรถพร้อมกับผู้ดูแลที่ทางนี้เขาจัดมาให้กำลังมุ่งหน้าไปยังที่หมายตามกำหนดการที่นัดหมายกันไว้คือโรงแรมที่ใช้จัดงานในคืนนี้

          ในเวลาไม่นานก็มาถึงที่หมายอย่างปลอดภัย พนักงานต้อนรับและผู้ดูแลอีกคนออกมาต้อนรับหุ้นส่วนรายใหญ่ด้วยความกระตือรือร้น ก่อนจะพาทั้งคู่ไปห้องรับรองแขกที่จัดเตรียมไว้ ร่างสูงเดินตามทางที่มีคนนำทางพลางสำรวจที่นี้ด้วยสายตาอย่างเงียบๆ ตัวเลขที่บอกจำนวนชั้นตอนนี้บอกได้เป็นอย่างดีว่าเรากำลังเคลื่อนตัวขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานลิฟต์ก็พามาถึงชั้นที่ต้องการขาเรียวยาวก้าวตามทางไปเรื่อยๆ พร้อมกับคนอื่นๆ จนมาถึงหน้าห้องที่คิดว่าเป็นจุดนัดพบกันระหว่างพ่อเขาและหุ้นส่วนคนอื่นๆ ประตูถูกเปิดออกโดยพนักงานที่มีผู้ดูแลเอ่ยขออนุญาตก่อนหน้านี้แล้ว

          “อ้าว คุณโอ สวัสดีครับ” เป็นชายวัยกลางคนอีกคนที่ลุกขึ้นพร้อมกับกล่าวทักทาย ภายในห้องเป็นห้องกว้างๆ ที่ถูกตกแต่งด้วยภาพวาดจากศิลปินหลายๆ ท่านและกลางห้องมีโซฟาตัวใหญ่เนื้อดีไว้รับรองแขก ภายในห้องถูกแบ่งเป็นโซนๆ เพื่อให้ความเป็นส่วนตัวของแขกคนพิเศษ

          “สวัสดีครับ” โอ อินซา ตอบรับคำทักทายก่อนจะเชคแฮนด์เพื่อเป็นการทักทายอีกฝ่าย


          ตึก ตึก

          กลิ่นนี้..

          ตึก ตึก

          เขาจำได้ จำได้แม่น

          ตึก ตึก


          สายตาคมจ้องมองแผ่นหลังที่เดินย่ำฝีเท้าผ่านเขาไปเมื่อครู่ ไม่ผิดแน่ เขาจ้องมองอีกคนที่กำลังวางแก้วน้ำตามจำนวนคน ก่อนที่คนนั้นจะส่งถาดที่ใช้วางแก้วน้ำมาให้พนักงานแถวนั้นเอาไปเก็บ เซฮุนมองทุกการกระทำของคนนั้นจนกระทั่งเขาหันหน้าให้เห็นชัดๆ


          และ


          ใช่..คนที่เขาตามหามาตลอดสี่ปี



          “อ่า ผมขอแนะนำลูกชายให้รู้จักนะครับ โอ เซ–”

          “วิลลิส โอ ครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณ?” เป็นเซฮุนเองที่พูดตัดบทพ่อตัวเองเพียงเพราะเหตุผลเดียวที่แสนจะไร้สาระของเขา

          “คาร์สันครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ และผมขอแนะนำให้รู้จักกับเลขาของผม แอลลิส” คุณคาร์สันเอ่ยแนะนำตัวเองก่อนจะแนะนำเลขาตัวเองพร้อมกับเบี่ยงตัวให้เลขาเล็กน้อย

          “ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณคาร์สัน และคุณ..แอลลิส” เซฮุนว่าพร้อมกับจับมือเชคแฮนด์คาร์สันและหันไปเชคแฮนด์กับแอลลิสด้วยรอยยิ้มบางๆ

          “..น้อยนะครับที่เลขาจะเป็นผู้ชาย แบบนี้ก็แปลว่าคุณแอลลิสต้องทำงานเก่ง” โอ อินซาเอ่ยทักท้วงตามที่คิดและไม่ลืมที่จะชมบุคคลที่ถูกพูดถึง

          “แอลลิสเก่งครับ เป็นคนละเอียดรอบคอบและที่สำคัญ..โสดด้วยครับ” คาร์สันเอ่ยชมเลขาส่วนตัวให้หุ้นส่วนฟังโดยที่ไม่ลืมโปรโมทเลขาไปในตัวด้วยและไม่ลืมที่จะกระซิบกับโอ อินซาอีกว่า         “ลูกชายคุณดูจะสนใจเลขาผมเข้าแล้วล่ะครับ ฮ่าฮ่า” คาร์สันว่าพลางเสตาเป็นจุดนำสายตาโอ อินซาไปทางวิลลิสที่ตอนนี้กำลังจ้องเลขาของเขาและไม่ลืมที่หัวเราะปิดท้าย ส่วนคนที่ถูกชมก็ได้แต่ยิ้มเขินพร้อมกับผงกหัวเล็กน้อย

          “มัวแต่คุยกันเพลิน เชิญนั่งครับ แอลลิสพาคุณวิลลิสไปเดินดูรอบๆ หน่อยสิ” เป็นคาร์สันที่พูดและเปิดทาง

          “ฝากแนะนำเยอะๆหน่อยนะครับ เดี๋ยวอีกไม่นานเขาคงต้องมาทำแทนผมทุกอย่างแล้ว” อินซาพูดขึ้นก่อนจะนั่งลงที่โซฟารับรองหลังจากยืนพูดคุยกันจนลืมนั่ง

          “ครับ” แอลลิสขานรับก่อนจะนำทางไปยังชั้นที่จัดงาน



          ตอนนี้ทั้งคู่เข้ามาอยู่ในลิฟต์ตัวใหญ่ที่มีลูกค้าท่านอื่นอยู่ร่วมด้วยเซฮุนเลยยังไม่ทันได้พูดในสิ่งที่อยากจะพูดแต่เซฮุนก็แสดงท่าทีเข้าหาอย่างเห็นได้ชัด แต่กับอีกคนแทบไม่แสดงอะไรออกมาเลยมีเพียงสีหน้าตกใจให้เห็นเพียงเสี้ยววิจนเขาคิดว่ามันคือความจริงไหม อีกคนยังจำเขาได้ไหม จำสิ่งที่บอกกับเขาได้ไหม หรือลืมไปหมดทุกอย่างแล้วและก็กลายเป็นเขาที่รู้สึกคิดถึงและโหยหาอยู่ฝ่ายเดียว?

          “แอลลิส” เซฮุนเอ่ยเรียกอีกคนหลังจากที่ลูกค้าในลิฟต์ออกไปหมดแล้ว

          “ครับ?” แอลลิสหันมาขานรับที่อีกคนเรียก

          “..จำผมไม่ได้หรอครับ?” คำถามที่อยากได้คำตอบในทางบวกถูกถามออกไป

          ติ๊ง!

          “ถึงแล้วครับ ชั้นนี้เป็นชั้นที่สามสิบห้าที่เอาไว้เปลี่ยนลิฟต์เพื่อขึ้นจนไปถึงชั้นที่เจ็ดสิบ และเราจะเปลี่ยนลิฟต์กันที่ชั้นนี้นะครับ แต่สำหรับลูกค้า VIP จะมีลิฟต์พิเศษที่ขึ้นจากชั้นที่หนึ่งถึงชั้นที่เจ็ดสิบได้เลยครับ ต้องขออภัยคุณวิลลิสนะครับที่พามาลิฟต์ธรรมดาแต่ผมอยากให้ดูความทั่วไปก่อนครับ แล้วตอนลงจะพาลงลิฟต์ VIP นะครับ” แอลลิสอธิบายในสิ่งที่ได้รับมอบหมายมาตามหน้าที่ก่อนจะพาอีกคนเข้าลิฟต์อีกตัว

          “เซฮุน เรียกผม” เซฮุนพูดพร้อมกับจ้องอีกคนที่เป็นเหตุผลของเขา เหตุผลที่แสนจะไร้สาระ



          “..อ๊ะเซฮุน!!! เบา..หน่อย”


          อยู่ๆ สมองไม่รักดีก็ดันพลันไปนึกถึงเรื่องคืนนั้นทำให้หน้าร้อนแบบไม่มีสาเหตุทั้งๆ ที่อาการก็ไม่ได้ร้อน

“อ๊ะ! ในเวลางาน ผมไม่สามารถครับคุณวิลลิส” แอลลิสสะดุ้งโหยงเมื่ออีกคนแตะที่ไหล่เบาๆ



โอเค

          อย่างน้อยๆ การที่อีกคนตอบเขาแบบนี้นั่นมันก็แปลว่ายังจำเขาได้และหวังว่าจะจำคำทิ้งท้ายตัวเองได้นะครับ :)











09.00 pm.

              ภายในโดมชั้นที่เจ็ดสิบที่เป็นสถานที่จัดงานในค่ำคืนนี้ถูกตกแต่งภาพวาดเช่นเดียวกับห้องรับรองนั่น ในคืนนี้แขกที่มาร่วมงานล้วนแต่เป็นนักธุรกิจมากหน้าหลากตาที่ต่างก็พาลูกชายลูกสาวผู้ที่จะเป็นคนสืบสานต่อไปมาที่งานด้วย งานถูกดำเนินไปเรื่อยๆ ตามสคริป นักธุรกิจต่างพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกัน แต่สำหรับเซฮุนแล้วเขาไม่ต้องการที่จะพูดคุยกับใครไม่ว่าใครและดูเหมือนว่าลุคของเขาที่ใครต่อใครก็ว่าหยิ่งยโสทำให้ไม่มีใครเข้ามาพูดคุยกับเขามากนักนั่นถือเป็นเรื่องดีที่เขาจะมองคนบางคนที่ครั้งนี้เขาสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าจะไม่ปล่อยให้หายไปไหนอีกแล้ว

          ร่างสูงเดินตามที่คนที่จ้องมองอยู่นานออกไปด้านนอกดูเหมือนว่าคนที่เขามองอยู่นานจะขอเวลาส่วนตัวมากกว่าขอมาทำธุระส่วนตัวเพราะตอนนี้ร่างบางกำลังยืนมองดวงจันทร์ที่สวนด้านนอกโดม ร่างสูงยืนมองอีกคนอยู่สักพักก่อนจะเดินมายืนอยู่ด้านหลังของอีกคนซึ่งห่างกันไม่ถึงก้าว คนตัวสูงหลับตารับลมเย็นอย่างที่อีกคนทำก่อนจะเอื้อนเอ่ยคำบางคำที่เขาอยากจะพูดมันในทุกๆ ครั้งที่ไปที่ผับ ทุกๆ ครั้งที่ไหนไปแล้วหวังว่าจะพบกันอีกครั้ง

          “เจอแล้วครับ” ร่างสูงว่าพร้อมกับเข้าไปสวมกอดอีกคนที่ยืนนิ่งให้เขากอดอยู่อย่างนั้น

          “..หึ” ร่างบางยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย

          “ผมหาคุณเจอแล้–”

          “ลู่หาน”

          “...”

          “ผมชื่อลู่หานครับ เซฮุน” คนตัวเล็กว่าแค่นั้นก่อนจะหันกลับมาประจันหน้ากับอีกคนพร้อมกับคลียิ้มหวานให้คนด้านหน้า “ในที่สุด คุณก็หาผมเจอนะครับ”

          “ตลอดสี่ปี..คุณคิดถึงผมบ้างไห–”

          “ตลอดสี่ปีเลยครับ”

          “..คุณคงจะไม่หายไปแล้วใช่–”

          “ถามเยอะจังครับ เป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันครับ”

          “ตั้งแต่เจอคุณ”

          “ครับ ถ้าความรู้สึกตรงกันผมจะไม่หายไปไหน” ลู่หานเอ่ยตอบคำถามที่ถูกถามมาก่อนหน้านี้

          “...” เซฮุนไม่ได้ถามอะไรต่อ ทำแค่เพียงมองเข้าไปนัยน์ตาอีกคนที่มีภาพสะท้อนเป็นเขาอยู่ตอนนี้ ความรู้สึกที่เรามีให้กันตอนนี้มากกว่าคำพูด

          ขาเล็กก้าวเข้าไปหาร่างสูงพร้อมกับใบหน้าน่ารักที่ค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้อีกคนที่ยืนนิ่ง มือเล็กยกขึ้นทาบกับหน้าอกข้างซ้ายที่เป็นมัดกล้ามของอีกคนแต่ต่อให้กล้ามเนื้อจะมากแค่ไหนก็ไม่อาจปิดกั้นอัตราการเต้นของหัวใจได้ เสียงเต้นของหัวใจที่เป็นจังหวะเดียวกัน พวกเขาทั้งคู่ก็ตื่นเต้นกับการได้พบกันไม่แพ้กันเลย ดวงตาคู่สวยที่สะท้อนภาพของคนที่คิดถึงตลอดสี่ปีปิดลงพร้อมกับประทับริมฝีปากบนริมฝีปากของคนตัวสูง เซฮุนมองภาพนั้นนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะเปลี่ยนแปลใช้ลิ้นร้อนของตัวเองสอดแทรกเข้าไปในปากเล็ก ลิ้นร้อนชื้นหยอกล้อกับลิ้นเล็กที่ตวัดตอบโต้เล็กน้อย มือเล็กที่วางทาบที่อกอีกคนในตอนนี้เปลี่ยนไปกำสูทนอกพร้อมกับดึงทึ้งเบาๆ จนแทบยับเพราะเขาเริ่มหายใจไม่ทันแล้ว

          “..อื้อออ”

          ร่างสูงถอนจูบโดยที่ไม่ลืมที่จะดูดชิมริมฝีปากล่างของอีกคนด้วย

          “ยัง..มักมากเหมือนเดิมเลยนะครับ” ลู่หานเอ่ยพร้อมกับมองมืออีกคนที่เขี่ยริมฝีปากเขาเบาๆ

          “แค่เป็นคุณ เท่าไหร่ก็ไม่พอครับ” เซฮุนว่าพร้อมยกยิ้ม

          “แต่ไหนคุณบอกไม่จูบไงล่ะครับ” เซฮุนเอ่ยถามต่อเพราะจำได้ว่าอีกคนจะไม่จูบด้วยถ้าหากดื่มมาซึ่งในงานเขาก็ดื่มมาพอควร

          “มันเป็นแค่กฎข้อนึงของผมที่จะไม่จูบกับ one night stand นี่ครับ แต่ตอนนี้คุณทำลายมันแล้วนะครับ” ลู่หานว่าแค่นั้น

          “อืม คุณก็ทำลายกฎของผมตั้งแต่วันแรกเลยครับ แค่เวลาไม่กี่ชั่วโมงคุณก็ทำให้ผมตามหาคุณมาตลอดสี่ปี คุณทำได้ยังไงกันครับ”

          “ถามใจคุณดีกว่าครับว่าทนตามหาผมได้นานขนาดนี้ได้ยังไง”

          “เพราะใจผมมันเป็นของคุณไปแล้วนี่ครับ”

          “เหมือนกันแหละครับ และผมกลับเข้างานดีกว่าครับ” ลู่หานพูดก่อนจะเดินออกจากตรงนี้แต่เซฮุนดันทักขึ้นมาก่อน “เวลาส่วนตัวของคุณหมดแล้วหรอครับ”

          “เวลาส่วนตัวที่ผมสร้างให้คุณหมดแล้วครับ แล้วพบกันใหม่ครับ” ลู่หานตอบคำถามอีกครั้งก่อนจะเตรียมเดินออกอีกครั้ง

          “หลังจากนี้หนึ่งเดือนผมว่างนะครับ” เซฮุนเอ่ยออกไปให้คนที่หันหลังให้เขาฟัง

          “เห้? คุณไม่ได้กลับพรุ่งนี้หรอครับ” ลู่หานนึกขอบคุณตัวเองที่หันหลังให้อีกคนแล้ว เพราะไม่อย่างนั้นเซฮุนอาจจะเห็นหน้าตาเบ๊อะบ๊ะของเขาแน่ๆ

          “ผมมีแพลนอยู่ต่อเดือนหนึ่งครับ”

          “...” แล้วโอกาสที่เขาสร้างให้เราได้คุยกันล่ะ เป็นเพียงเพราะเขาคิดว่าอีกคนจะกลับในวันพรุ่งนี้และจะไม่มีโอกาสได้พูดคุยกันเลยเขาถึงขอเวลาส่วนตัวเพื่อพบอีกคนเพราะเขารู้ว่าเซฮุนต้องเฝ้ารอเวลาที่จะคุยกับเขา ให้ตายเถอะ แบคฮยอนรู้ต้องล้อเขาแน่ๆ

          “...”

          “โอเคครับ แล้วเจอกันพรุ่งนี้ :) ”


_


END 



_




talk

แหะๆ ยาวกว่าเดิมอีก ยังไม่ตรวจคำผิดนะคะ

ลงใน read a write ด้วยนะคะ ติดตามและติชมกันได้ ขอบคุณค่า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น

  1. #1 Aaamoo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 22:44
    คัยกันที่เซฮุนต้องหาให้เจอ
    #1
    0