ตอนที่ 4 : บทสาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36714
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3873 ครั้ง
    2 มิ.ย. 62



“ท่านเขียนมันเพื่อข้าหรือ”

ข้าถามเขา หากได้รับเพียงรอยยิ้มบางเบาจากเขากลับมาเท่านั้น ก่อนความเงียบจะเข้าปกคลุมพวกเราอย่างช้า ๆ 

“คุณหนู”เสียงเล็กแหลมบาดหูนั่นปลุกข้าขึ้นจากภวังค์นินทา ข้ากะพริบตากวาดสายตามองไปรอบห้องอันไม่คุ้นชิน สาวใช้ผู้หนึ่งรีบเข้ามาช่วยพยุงข้าขึ้น นางไล่สายตาสำรวจดวงหน้าที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลของข้าตามหน้าที่ ก่อนหลุบตาต่ำ แล้วก้มลงล้างเท้าให้ข้า

เมื่อวานข้าสลบไปบนรถม้าตั้งแต่ยังไม่ถึงจวน อาจเพราะความเหนื่อยล้าและความเครียดที่สะสมมานานของร่างนี้ รวมถึงความอ่อนแอบอบบาง หากข้าจะสลบไปคงไม่แปลกนัก 

“ฮูหยินใหญ่ต้องการพบคุณหนูหลังรับประทานอาหารเช้าเสร็จเจ้าค่ะ”นางบอกเสียงเรียบ รีบเดินไปยกถาดอาหารมาให้ข้า

“เจ้าชื่ออะไร”ข้าถามนาง ตวัดขาลงบนพื้นพรม 

“บ่าวชื่ออาหลินเจ้าค่ะ นับแต่นี้บ่าวจะมารับใช้คุณหนูใหญ่แทนอาหนิง”อาหลินตอบข้าอย่างรวดเร็ว ท่าทางของนางสงบนิ่งและเต็มไปด้วยความสุขุมแตกต่างจากสาวใช้คนก่อนโดยสิ้นเชิง ซึ่งนั่นทำให้ข้าค่อนข้างพอใจ

สาเหตุที่เสี่ยวอวี้เจินถลำลึกเพียงนี้คงมาจากคำยั่วยุจากคนรอบตัวของนางส่วนหนึ่ง และความรู้สึกริษยามากมายในใจนาง ทางที่ดีข้าควรกำจัดพวกไม่ได้ความนั่นออกไปไกล ๆ ซะ 

“ข้าต้องการคนที่พูดให้น้อย แต่ลงมือทำให้มาก”ข้าเอ่ย พลางทาบมือลงบนข้างแก้มของนาง ดวงตาของอาหลินวูบไหวเล็กน้อยยามสงสัยนัยน์ตาของข้า “เมื่อก่อนเคยรับใช้ใครย่อมไม่สำคัญ แต่นี่เจ้าเป็นคนของข้า”

อาหลินพยักหน้า “เจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่”

“ดี”ข้ายกยิ้ม ขยับลุกไปหยิบปิ่นปักผมทองคำในหีบหน้ากระจกมาให้นาง อาหลินเบิกตากว้างอย่างตื่นตระหนก มองข้าอย่างไม่เชื่อสายตา 

“คะคุณหนู”

“ทำงานให้ดี แล้วเจ้าจะได้มากกว่านี้หลายเท่าตัว”

นัยน์ตาของอาหลินเป็นประกายวาววาบ รีบรับเครื่องประดับล้ำค่าจากมือข้าไปเก็บไว้กับตัว “บ่าวจะถวายทั้งชีวิตเพื่อคุณหนูเจ้าค่ะ”

“นับแต่นี้ อย่าลืมคำพูดของเจ้าเชียวล่ะ...”

เพราะข้าไม่ใจดีปล่อยคนทรยศให้มีชีวิตอยู่หรอกนะ อาหลิน

.

.

.

อาหลินช่วยข้าแต่งตัวด้วยอาภรณ์สีสันสดใส ก่อนจะพยุงข้าไปหาฮูหยินใหญ่หรือมารดาของข้าที่เรือนหลัก อันที่จริงแล้วแม้นข้าไม่แยแสความสัมพันธ์ในครอบครัวของพวกเขา ทว่าก็อดคิดไม่ได้ว่าบางทีเสี่ยวอวี้เจินกับมารดาอาจไม่ถูกกันนัก อย่างน้อยบุตรีล้มป่วยมารดาย่อมโผล่หัวมาให้เห็นบ้าง หากนี่กลับไม่มี 

แต่เอาเถอะนั่นไม่ได้สำคัญนัก 

ข้ากวาดตามองไปรอบเรือนกว้างใหญ่ ข้ารับใช้สายตากำลังจับตามองแล้วซุบซิบนินทาข้า ตอนนั้นข้าได้ยินชื่อของเสี่ยวอวี้หวังกับองค์ชายสามหลุดออกมาจากปากของพวกนาง 

ดูเหมือนว่าหลังจากข้าสลบไปไม่นาน เสี่ยวอวี้หวังก็ถูกนำตัวกลับมาส่งที่จวน คราแรกเสี่ยวเฟยหวังตั้งใจจะลงโทษนางซ้ำ ทว่าเสี่ยวอวี้หวังคงฉลาดพอจะคาดเดาได้ อีกฝ่ายถึงได้ใช้พวกชาวบ้านที่เคยรักษามาเป็นเกราะกำบัง ให้พวกเขาชุมนุมกันหน้าจวน ประณามความอยุติธรรมของอัครเสนาบดี นั่นทำให้เสี่ยวอวี้หวังรอดมาได้และกำลังรักษาตัวอยู่ที่เรือน 

ข้าจงใจชะลอฝีเท้าลงก่อนหยุดนิ่งในที่สุด 

“คุณหนูเจ้าคะ”อาหลินกระตุกชายอาภรณ์ของข้าอย่างสงสัย “มีอะไรหรือเจ้าคะ”

“พ่อบ้านหวังเป็นผู้ดูแลจวนใช่หรือไม่”

อาหลินพยักหน้า 

“ไล่เขาออกซะ”

“เรื่องนี้ต้องถามนายท่าน...”

“ท่านพ่อตามใจข้าเสมอ พ่อบ้านที่ไม่สามารถควบคุมดูแลคนให้อยู่ในความเรียบร้อยได้ ปล่อยให้พวกเขามานั่งนินทาเจ้านายจะเลี้ยงไว้ให้เปลืองเงินทำไม ข้าเชื่อว่ายังมีคนดี ๆ อีกมากที่ต้องการรับใช้ตระกูลเสี่ยว”

อาหลินเป็นคนรู้ความและอาจเข้าใจดีถึงความน่ากลัวของข้า ดังนั้นนางจึงไม่ได้ถกเถียงอะไรอีก ครานั่นเองเสียงประท้วงอย่างไม่พอใจของหนึ่งในข้ารับใช้ที่ได้ยินคำสั่งของข้าก็ดังขึ้น 

“ท่านมันใจร้าย !”

ข้าปรายตามองพวกเขาในทันที “ส่วนพวกเจ้าก็คนไร้ประโยชน์”

จริงอยู่ว่าข้ามีความอดทนสูงและไม่แยแสเรื่อวราวก่อนหน้านี้ของเสี่ยวอวี้เจิน ทว่าก็ไม่ได้หมายความว่าข้าจะต้องอดทนกับเรื่องไร้สาระที่สามารถจัดการได้ง่าย ๆ 

“ขี้เกียจสันหลังยาว งานการไม่รู้จักทำ เก็บไว้ก็ไร้ประโยชน์ ไล่ออกให้หมด”

ในชีวิตใหม่นี้ ข้าต้องการแค่ความสงบสุขอันเรียบง่ายเท่านั้น

 .

.

.

ข้าไม่ได้เสียเวลายืนถกกับพวกเขาอีกต่อไป เร่งสาวเท้าไปยังเรือนหลักของฮูหยินใหญ่ ก่อนได้พบกับสาวใช้ของมารดาที่ยืนรออยู่ตรงหน้าประตูเรือน อาหลินช่วยจัดอาภรณ์ของข้าให้เข้าที แล้วพยุงข้าเข้าไปด้านใน 

สาวใช้ของมารดาเป็นสตรีวัยกลางคนที่ดูสงบเยือกเย็นและแฝงไว้ซึ่งนัยน์ตาลุ่มลึก นางหันมาเหลือบมองข้าครั้งหนึ่ง ก่อนรีบหันกลับไปยามพบกับสายตาเย็นเฉียบของข้า

ตอนนั้นข้าเริ่มสงสัย มนุษย์ธรรมดามีสายตาเช่นไรกัน ?

“ฮูหยินใหญ่”สาวใช้วัยกลางคนเอ่ยขึ้น แล้วโค้งตัวลงให้แก่สตรีตรงหน้าหรือก็คือมารดาของข้า อาหลินเป็นคนต่อไปที่โค้งตัวลง และข้าเลือกโค้งตัวลงตามนางพร้อมลอบสังเกตคนตรงหน้า 

สตรีผู้นี้สวมอาภรณ์สีแดงปักลายดอกกุ้ย [1] ดวงหน้าของนางยังคงงดงามและคล้ายคลึงกับข้าหลายส่วน มองแวบแรกก็พอเดาได้ว่าอีกฝ่ายคือมารดาของเสี่ยวอวี้เจิน 

“ท่านแม่”

“เจ้าทำเรื่องงามหน้าอีกแล้ว”นั่นคือประโยคแรกที่มารดาพ่นออกมาใส่หน้าบุตรี “อับอายขายขี้หน้าไปทั่วเมือง !”

เสียงตวาดนั่นทำให้กายข้าสะท้านขึ้นมาเล็กน้อยตามปฏิกิริยาตอบโต้ของเสี่ยวอวี้เจินโดยปรกติ หากเพียงไม่นานข้าก็สามารถควบคุมมันได้อย่างง่ายดาย ข้าเงยหน้าขึ้นสบตามารดา กล่าวเสียงนอบน้อม

“เป็นความผิดของลูก”ข้ายอบรับอย่างง่ายดาย “ลูกจะพยายามไม่ให้เกิดขึ้นอีก”

พริบตานั้นข้าแลเห็นดวงตาที่วาววาบขึ้นของฮูหยินใหญ่ อีกฝ่ายขยับยิ้มบิดเบี้ยวอันน่าเกียจแล้วเคลื่อนตัวมากระชากตัวข้าให้ลุกขึ้น 

“ปรกติไหนเลยเจ้าจะว่าง่าย วิญญาณร้ายตัวไหนเข้าสิงเจ้ากัน !”

ข้าเลิกคิ้วสูง “ลูกยังไม่ตายท่านแม่”

และเหมือนว่าคำตอบนี้จะทำให้มารดาไม่พอใจเท่าไหร่นัก นางคำรามใส่หน้าข้า 

“เจ้าเด็กอวดดี เจ้ากล้าดียังไง !”เรียวนิ้วนั่นชี้มาตรงหน้าข้า ทั้งยังสั่นระริก “เจ้ามันคนไม่ได้ความ พ่ายแพ้ให้แก่ลูกอนุสร้างความอับอายให้ข้า นางเด็กอกตัญญู วันนี้ข้าจะตีเจ้า สั่งสอนเจ้าแทนบรรพบุรุษ !”

มารดาของเสี่ยวอวี้เจินคล้ายสตรีวิปลาสไม่ปาน นางหันไปหยิบไม้ขนไก่ก่อนง้างขึ้นเพื่อฟาดลงบนร่างกายข้า 

“ให้ตายเถอะ”ข้าพึมพำเสียงแผ่ว เบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วตามทักษะที่มีในชาติก่อน กระนั้นแล้วเมื่อเป็นร่างกายของเสี่ยวอวี้เจินมันกลับเชื่องช้ากว่าเดิมนัก ทั้งกายยังพลันสั่นระริกขึ้นมา

“เจ้า !”

“ตรรกะบ้าบออะไรของเจ้า”ข้าเอ่ยเสียงเย็นเฉียบ “ฝ่าบาททรงตัดสินโทษของข้าแล้ว ต่อให้ท่านเป็นมารดาก็ใช่ว่าจะข้ามหน้าข้ามตาโอรสสวรรค์ได้”

ฮูหยินใหญ่เบิกตากว้าง “เจ้าเถียงข้า !“

“ยืนนิ่ง ๆ ให้ท่านตีข้าคงไม่ต่างจากหมูในเล้า !”

“เจ้าเด็กอกตัญญู !”

ข้ากลอกตาไปมา เอื้อมมือจับไม้ขนไก่ในมือของนางแน่น “อกตัญญูมารดาท่านสิ บรรพบุรุษทั้งหลายควรขอบคุณข้าที่ไม่ยอมให้มารดาหลงผิดก้าวล่วงอำนาจของฝ่าบาท”

“เจ้า !“

“ตอนนี้ท่านควรขอบคุณข้าเช่นเดียวกับบรรพบุรุษ ไม่ใช่มาชี้หน้าด่าข้า ก้าวล่วงอำนาจของฝ่าบาท โทษคงไม่พ้นกบฏประหารทั้งตระกูล ท่านเป็นถึงมารดาแต่ต้องให้บุตรีชี้นำเช่นนี้ไม่นับว่าขาดคุณธรรมหรอกหรือ”ข้าเหยียดยิ้ม “เป็นท่านแล้วบรรพบุรุษต้องกล่าวโทษ หาใช่ข้า !”

.

.

.

ในชีวิตข้าเกลียดที่สุดคือการที่คนอื่นทำร้ายข้าในสิ่งที่หาใช่ความผิดของข้าไม่ ดังนั้นเหตุการณ์ทุกอย่างจึงจบลงที่เสียงกรีดร้องอันน่ารำคาญของมารดา และข้าเลือกเดินหนีนางแทนจะทนฟังอยู่ต่อไป หากเพียงไม่กี่ก้าวที่ข้าเดินออกมา แจกันใบใหญ่ก็ถูกขว้างมาใส่หลังข้า 

อาหลินถึงขั้นเปล่งเสียงกรีดร้องอย่างตื่นตระหนก ครั้นได้สตินางถึงได้มองดูข้า แน่นอนว่าข้ายังคงนิ่งเฉย เผยสีหน้าเบื่อหน่ายให้นางเห็น แล้วรีบสาวเท้าเดินจากไป ไม่แยแสเสียงหัวเราะเย้ยหยันของเหล่าข้ารับใช้ไร้ประโยชน์ 

เมื่อลองทบทวนความทรงจำเดิมของเสี่ยวอวี้เจิน ข้าไม่ได้นึกแปลกใจกับความสัมพันธ์ของพวกนางแต่อย่างใด ตลอดมามารดาของเสี่ยวอวี้เจินแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ชอบนางนัก หลายครั้งที่อีกฝ่ายกรีดร้องและใช้ไม้ขนไก่ไล่ตี ยามค้นลึกลงไป ข้าจึงพบสาเหตุของมัน 

ทั้งหมดเป็นเพราะความรักที่เสี่ยวเฟยหวังมอบให้ข้า บุตรีซึ่งมีรูปลักษณ์คล้ายคลึงกับสตรีในดวงใจของเขา หรือก็คือน้องสาวต่างมารดาของฮูหยินใหญ่ 

ข้าลอบถอนหายใจ ได้ข้อสรุปทุกอย่าง นี่คือปัญหารักสามเส้าที่ลากยาวโดยแท้จริง 

“คุณหนูไม่เป็นอะไรนะเจ้าคะ”

คำถามของนางทำให้ข้าครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ มนุษย์ควรแสดงความรู้สึกออกมาใช่หรือไม่ แม้นว่าคนผู้นั้นจะด้านชาเพียงใดก็ตาม 

“เห็นได้ชัดว่าข้ารู้สึกเสียใจและเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่งกับท่าทีของมารดา”

ข้าพยายามแล้ว ทว่าด้วยน้ำเสียงและดวงตาเฉยชาของข้ามันจึงไม่อาจทำให้อาหลินเชื่อถือได้ ซ้ำร้ายนางยังครางเรียกข้าด้วยเสียงประหลาดนัก 

“คุณหนู...”

นี่คือสิ่งแรกที่ข้าทำล้มเหลวหลังจากตื่นขึ้นมาในกายนี้ นั่นคือจิตใจของมนุษย์

คิดถึงตรงนี้ ข้ารู้สึกเศร้าหมองขึ้นมาพอสมควร ให้ตายเถอะ

.

.

.

ฮ่องเต้ให้เวลาข้าสามวันในการตระเตรียมทุกอย่างเพื่อเดินทางไปปฏิบัติธรรมที่เมืองจี๋อิงอย่างไม่มีกำหนด อาหลินและข้ารับใช้บางส่วนเป็นผู้จัดเตรียมข้าวของให้ข้า แม้นพวกนางจะไม่ชอบข้านัก แต่เมื่อได้รับสายตาเย็นชาจากอาหลิน พวกนางก็ได้แต่ตั้งใจทำหน้าที่ของตน

เหตุที่เสี่ยวอวี้เจินไม่เป็นที่รักของเหล่าข้ารับใช้ก็เพราะนิสัยของนางเอก แต่ถ้าถามถึงต้นเหตุที่เสี่ยวอวี้เจินแสดงนิสัยร้ายกาจแก่พวกเขา มันก็เพราะครั้งหนึ่งที่พวกเขาเคยหัวเราะเย้ยเสี่ยวอวี้เจินที่ถูกมารดาตบตี มันคล้ายวงจรบางอย่างที่วนเวียนอย่างไร้จุดสิ้นสุด 

“คุณหนูสาวใช้ของคุณหนูห้ามาเจ้าค่ะ”อาหลินว่า ขณะรินน้ำชาให้ข้า “บ่าวจะไล่นางไป”

ข้านิ่งคิดก่อนต่อความ “ไล่นางออกจากจวน ไม่ใช่แค่ไล่ไป”

อาหลินชะงักมองข้าด้วยสายตาวูบไหว “คุณหนูจะไล่ออกทั้งจวนไม่ได้นะเจ้าค่ะ”

“นางเป็นบ่าวไพร่แต่กลับไม่เตือนสตินาย ข้าจะเก็บเอาไว้ทำไม รู้ทั้งรู้ว่าข้าพึ่งมีเรื่องกับคุณหนูห้ามา นางยังกล้าเสนอหน้ามาที่เรือนคิดให้ข้าเดินตบกับคุณหนูห้าอีกรอบหรืออย่างไร”

“คุณหนู...”

“ช่างไม่ได้ความเสียจริง”

.

.

.

ข้าชอบความสุขสงบ เนื่องเพราะชีวิตก่อนของข้าวุ่นวายมาตลอดชีวิต ยามตื่นขึ้นมาใหม่ข้าก็ปรารถนาอย่างยิ่งที่จะใช้มันอย่างเรียบง่าย ทว่าชีวิตของเสี่ยวอวี้เจินกลับไม่เป็นเช่นนั้น ตกเย็นยามเสี่ยวเฟยหวังกลับถึงจวน เขาเรียกข้าเข้าพบ แต่ก่อนหน้านั้นเขาได้ลงโทษกักบริเวณมารดา 

อย่างไรก็ตามข้าเห็นรอยร้าวอย่างชัดเจนในสายสัมพันธ์ของพวกเขา และวิธีการที่เสี่ยวเฟยหวังทำไม่นับว่าถูกต้อง 

“ข้าเชิญหมอที่ดูที่สุดมารักษาเจ้า บาดแผลของเจ้าจะหายในเร็ววัน”เขาเอ่ยเสียงนุ่มนวลยามข้าก้าวขาเข้าไปในเรือน เสี่ยวเฟยหวังขยับลุกขึ้นเดินมาหาข้า ก่อนจะกอดข้าแล้วกดจูบลงบนเรือนผม “อวี้เจิน...”

น้ำเสียงของเขาทำให้ข้าหวาดกลัว จิตใต้สำนึกของข้ากำลังร้องเตือนความไม่ปรกติบางอย่างของเขา 

“ลูกต้องการไล่ข้ารับใช้จำนวนหนึ่งออก”ข้าบอกความต้องการแก่เขา พลางขยับถอยหลัง “แล้วท่านก็ไม่ควรกักบริเวณท่านแม่”

เสี่ยวเฟยหวังคล้ายไม่อยากปล่อยตัวข้า เขากัดปาก แล้วใช้นัยน์ตาลุ่มลึกมองข้า “เห็นแก่เจ้าข้าจะยกเลิกคำสั่งกักบริเวณนาง”

ข้าพยักหน้าพอใจในคำตอบของเขา

“แล้วก็เรื่องไล่ข้ารับใช้ ข้าตามใจเช่นกัน”เขาค่อย ๆ เคลื่อนตัวมาหาหาข้าพร้อมขยับยิ้มที่มุมปาก “ใด ๆ ล้วนแต่ตามใจเจ้า”

ตอนนั้นข้าสามารถคาดเดาได้อย่างง่ายดายถึงจิตใจอันบิดเบี้ยวของเสี่ยวเฟยหวัง ยามฝ่ามือของเขาสัมผัสต้นคออุ่นร้อน กายข้าพลันสั่นสะท้าน ดีที่ข้าสามารถเก็บซ่อนมันเอาไว้ได้ ไม่แสดงออกแก่สายตาของเขา

“อวี้เจิน เจ้าอยากถอนหมั้นหรือไม่”

ข้ามองเขานิ่ง เรียวนิ้วมือจิกลงบนอาภรณ์ พลางส่ายหน้า “ลูกยังรักเขาอยู่...”

“งั้นหรือ”

ข้ายิ้มแทนคำตอบ ก่อนนึกในใจ เสี่ยวอวี้เจิน นอกจากมารดาที่วิปลาสแล้ว เจ้ายังมีบิดาที่หาความปรกติและศีลธรรมไม่ได้อีกด้วย 

 

 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.873K ครั้ง

2,598 ความคิดเห็น

  1. #2509 iko1 (@iko1) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 13:53
    วาวววววว
    #2509
    0
  2. #2336 LENG555* (@5843430012) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 19:26

    โทชีวิต. รีบกระโดดออกจากเรือของท่านพ่อลงว่ายน้ำดีกว่า

    #2336
    0
  3. #2290 faza205317 (@faza205317) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 03:15
    ตอนเมื้อกี้ดิฉันเผลอลงเรือท่านพ่อ มาตอนนี้ ดิฉันนี้รีบกะโดดลงเรือว่ายกลับฝั่งเลยค่ะ น่ากลัวกันทั้งบ้าน นางที่เป็นปีศาจยังปกติกว่าอีก 5555
    #2290
    0
  4. #2287 differ21 (@differ21) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 02:01

    บิดาท่านเ-้. ยมาก

    #2287
    0
  5. #2278 KuppaKP (@KuppaKP) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 18:08
    โถ ชีวิต
    #2278
    0
  6. #2275 Bewtii006 (@Bewtii006) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 17:20

    เห้ยย ดาร์คเกินไปแล้วว
    #2275
    0
  7. #2197 fai_btam (@fai_btam) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 18:09
    เห้ยยอันนี้ใหม่จริง แมมม่!!!! ไม่แปลกใจทำไมแต่ละคนถึงปสด.เยี่ยงนี้
    #2197
    0
  8. #2149 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 09:23
    มันน่ากลัวกว่าที่คิด ฮืออออ ไรท์เขียนดีมากเลยค่ะ ความบิดเบี้ยวที่น่าขนลุก
    #2149
    0
  9. #2140 peeqan (@peeqan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 23:57
    ขนลุกมาก ถ้าอยู่แบบนั้นเราก็คงไม่ไหวเหมือนกัน
    #2140
    0
  10. #2117 Par_dao (@Par_dao) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 18:47
    เออ ถ้าอยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบนี้แล้วปกติ คงเป็นยอดคนอ่ะ
    #2117
    0
  11. #2109 dreammiing (@dreammiing) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 13:40
    โอ้ววว ขนลุกไปอีก นางเอกรีบหนีไปอยู่อารามเถอะ
    #2109
    0
  12. #2089 BigbanG (@neptune17) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 02:24
    เรือล่มแล้ว 555555
    #2089
    0
  13. #2085 peangploy (@hoshiworld) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 02:11
    โอ้โห เป็นครอบครัวที่บิดเบี้ยวโดยแท้
    #2085
    0
  14. #2062 Zebus (@kim09499mii2) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 23:41
    น่ากลัวเกินไปแล้งววว!!
    #2062
    0
  15. #1991 I-am-black (@n-anchan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 18:40
    ขนลุกเลยอ่ะ
    #1991
    0
  16. #1811 feonixsh (@feonixsh) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 14:08
    ตอนแรกนึกชมว่ายังดีมีบิดารัก แต่กลับกลายมีวาระซ่อนเร้น เฮ้อออออ
    #1811
    0
  17. วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 01:49
    ขนลุกนะแต่ชั้นก็บับรักเรือบาปอ่ะเว้ยแกรรรร
    #1706
    0
  18. #1396 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 20:51

    ยังจะรักอีกรึคนแบบนี้น่ะ

    #1396
    0
  19. #1153 kyungsoosan (@kyungsoosan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 18:22

    ถึงเรือบาปจะดี๊ดีแค่ไหนก็อย่าเลยย ขนลุกพรึบพรับแล้ว

    #1153
    0
  20. #1138 Corona_Borealis (@Corona_Borealis) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 16:51
    ฉันอยากให้ท่านพ่อเป็นพระเอก เรือบาปที่แท้ทรู555555555
    #1138
    0
  21. #1081 MindThanyalak (@MindThanyalak) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 14:05
    อยากได้เรือผี กรี๊ดดดดดดดดดดดดด!!!!!!
    #1081
    0
  22. #1079 pupe. (@pupe) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 13:44
    ชั้นว่าแร้ว !!!
    #1079
    0
  23. #1070 ThnpKt (@ThnpKt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 04:02
    โอ้ยยย เรือบาป คนบาปกันทั้งเรื่อง
    #1070
    0
  24. #1061 miyumiyu (@miyumiyu) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 22:28
    หลังจากรู้ว่าไส้ในไม่ใช่อวี้เจินตัวจริง ดูท่านพ่อจะชัดเจน โฮ่วว~ เรือบาปของแท้
    #1061
    0
  25. #1032 kulchari (@kulchari) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 17:56
    เพิ่งอ่าน ขอให้ไม่ใช่พ่อลุกในสายเลือดด้วยเถอะ เพี้ยง
    #1032
    0