ตอนที่ 2 : บทหนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37143
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3102 ครั้ง
    29 พ.ค. 62



อันที่จริงแล้วข้าไม่ได้นอน ความทรงจำมากมายของเสี่ยวอวี้เจินไหลเข้ามาในหัวข้าไม่หยุด แม้นจะมีบาเรื่องที่ยังขมุกขมัวอยู่บ้างก็ตาม ส่วนหนึ่งอาจเป็นเรื่องที่เสี่ยวอวี้เจินไม่อยากจดจำ ดังนั้นข้าคงได้แต่รอเวลา 

ข้าลืมตาขึ้นอีกครั้งยามได้ยินเสียงเดินไปมาหน้าเรือนไม่หยุดตั้งแต่เมื่อครึ่งชั่วยามก่อน [1] คาดว่าคงเป็นสาวใช้รอบตัวเสี่ยวอวี้เจินหรือไม่ก็จากมารดาของข้า ผู้เป็นฮูหยินใหญ่ของอัครเสนาบดีเสี่ยว 

ชาติกำเนิดของเสี่ยวอวี้เจินนับว่าดี นอกจากเป็นบุตรีของอัครเสนาบดีอันเกิดจากฮูหยินใหญ่แล้ว นางยังได้รับความโปรดปรานจากไทเฮา เสียอย่างเดียวก็เรื่องความรักที่นับว่าอาภัพพอควร อุตส่าห์ได้หมั้นหมายกับองค์ชายอนาคตไกล ทว่ากลับไม่ได้รับแม้เพียงเศษเสี้ยวความรักจากเขา

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ข้าอดนึกถึงสหายผู้เป็นเจ้าของนิยายเรื่องนี้ไม่ได้ คนผู้นั้นเป็นมนุษย์ธรรมดาที่ข้าเคยรู้จักเมื่อหลายพันปีก่อน ตอนนั้นข้าได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของไท่จื่อ [2] แห่งสวรรค์ ถึงขั้นต้องหลบหนีมาโลกมนุษย์ จึงบังเอิญได้พบกับเขา 

ข้าโบกมือไปมาขับไล่ความคิดที่ไม่จำเป็นออก แล้วกลับมาคิดเรื่องของเสี่ยวอวี้เจินอีกครั้ง เหตุที่องค์ชายสามผู้เป็นคู่หมั้นของนางกับคุณหนูห้าหรือก็คือน้องสาวต่างมารดาซึ่งเป็นนางเอกในนิยายเข้าเฝ้าฮ่องเต้ร้องขอความเป็นธรรม นั่นเป็นเพราะหลายวันก่อนเสี่ยวอวี้เจินได้จ้างนักฆ่ามาลอบทำร้ายน้องสาวต่างมารดา ครั้นบิดาไม่ให้ความเป็นธรรมแก่นางเอก นางจึงได้นำเรื่องนี้ไปฟ้ององค์ชายสาม 

อ่า แน่นอนว่าด้วยนิสัยของเขา ผู้เป็นพระเอก เปี่ยมคุณธรรม ทั้งยังมีใจให้นางเอก ไหนเลยจะอยู่เฉย สรุปคือเสี่ยวอวี้เจินกำลังพ่ายแพ้โดยสมบูรณ์ เพราะหลักฐานที่พวกเขาหามาได้ก็สามารถมัดตัวเสี่ยวอวี้เจินแน่น 

สรุปคือข้าตื่นขึ้นมาในตอนที่นิยายเรื่องนี้ใกล้จะจบ ทุกอย่างได้ดำเนินมาจนเกือบสุดปลายทาง

ข้าค่อย ๆ ขยับลุกขึ้นจากเตียง แล้วหยุดลงหน้ากระจกทองเหลืองภายในห้อง เงาสะท้อนบนนั้นคือภาพของดรุณีน้อยผู้มีรูปโฉมงดงาม ถึงจะเทียบกับเหล่าเทพธิดาไม่ได้ก็ตามที

“อวี้เจิน ข้าหาใคร่มีความรู้สึกอะไรกับชะตาชีวิตของเจ้าไม่ เพียงแต่เมื่อข้ามาอยู่ในร่างของเจ้ามันก็คงช่วยมิได้”

กล่าวจบข้าหลุบตาต่ำลง ปลายนิ้วมือครูดลงบนกระจกทองเหลือง พลางคำนวณว่าอีกกี่เค่อ [3] ข้าจะถูกเรียกตัวเข้าวัง 

ชั่วขณะดวงตาของข้าเปล่งประกายวาววาบ ก่อนเหยียดยิ้มที่มุมปาก แล้วตวัดมือตบลงบนดวงหน้า พร้อมทั้งโขกศรีษะลงกับกระจก ปล่อยให้น้ำตาหลั่งรินอย่างน่าสงสาร 

นี่อาจเป็นจุดจบในนิยายของเสี่ยวอวี้เจิน แต่หาใช่ของข้าไม่

 

หลายพันปีก่อนข้าเกลียดเล่ห์กลของเหล่าปวงเทพเป็นที่สุด ทว่าไม่กี่พันปีต่อมาข้ากลับเรียนรู้เพื่อใช้มันทำสงคราม ไม่ยอมให้ตนตกเป็นรองของพวกเขา จะอย่างไรเสียสติปัญญาย่อมจำเป็นต่อการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม

ข้าเลือกใช้ผ้าคลุมสีดำปิดบังดวงหน้าของตนเองยามออกไปนอกเรือนตามคำเรียกของบ่าวไพร่ ตามคาดฝ่าบาทได้ส่งรถม้ามารับข้ากับบิดาเข้าวัง จำได้ว่าไม่เพียงแต่เรื่องของเสี่ยวอวี้เจินที่ถูกเปิดโปง ความชั่วช้าน่าอับอายที่บิดากระทำกับนางเอกเองก็ถูกเปิดเผยด้วยเช่นกัน 

นับว่าเป็นเวลาแห่งความฉิบหายโดยแท้ 

ข้าหลุบตาต่ำลง ขณะก้าวไปตามทางเดินตลอดจนขึ้นไปบนรถม้าคันงาม ไม่แยแสต่อสายตามากมายที่จดจ้องมาของพวกเขา ด้วยนิสัยอันร้ายกาจของเสี่ยวอวี้เจิน ข้ารับใช้แม้นสงสัยในการปิดหน้าปิดตา แต่ไหนเลยจะกล้าถามขึ้น คงจะมีแต่อัครเสนาบดีผู้เป็นบิดากระมังที่ถามข้าทันทีทันใดที่ขึ้นไปบนรถม้า

อวี้เจิน เจ้าใช้ผ้าคลุมปิดหน้าทำไมกัน ?”เสี่ยวเฟยหวังถามอย่างห่วงหา พร้อมพยายามเลิกผ้าคลุมหน้าของข้าขึ้น ทว่าข้ากลับเบี่ยงตัวหลบส่งผลให้มือของอีกฝ่ายชะงักค้าง “เจินเอ๋อร์ ?”

ข้าจำเป็นต้องเล่นละครฉากใหญ่ ตบตาทั้งฮ่องเต้และบิดาของเสี่ยวอวี้เจิน

“ลูก...อับอายเจ้าค่ะ”ข้าตอบเสียงสั่นไม่ต่างจากเนื้อตัวก่อนจิกมือลงบนอาภรณ์อย่างอดกลั้น แล้วสะอึกสะอื้น “ลูก...ลูก...”

ดวงตาของเสี่ยวหวังเฟยเบิกตากว้างขึ้นอย่างตื่นตระหนก รีบดึงตัวข้าเข้าไปกอดเอาไว้แน่น พร้อมลูบหลังข้า “เจินเอ๋อร

ตอนนั้นข้ารับรู้ได้ถึงความรักที่มนุษย์ผู้นี้มอบให้แก่เสี่ยวอวี้เจิน ในใจของข้ารู้สึกประหลาดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเลือนหายไป อาจเพราะนานมากแล้วที่ข้าไม่ได้รับอ้อมกอดจากใคร 

อย่างไรก็ตามตราบจนรถม้ามุ่งตรงสู่วังหลวง ข้าเพียงนิ่งเงียบอยู่ในอ้อมแขนอันอบอุ่นของเขาเท่านั้น 

เหมือนที่คิดเอาไว้ ชีวิตนี้ของข้าช่างสุขสบายยิ่ง

 

ข้าเคยเป็นเจ้าของวังขนาดใหญ่พอ ๆ กับสี่มหาสมุทร ดังนั้นเมื่อเห็นวังหลวงที่นับว่าใหญ่โตในสายตามนุษย์ แต่กลับเทียบไม่ได้กับหนึ่งในสี่ของวังที่ข้าเคยเป็นเจ้าของก็พลันรู้สึกผิดหวังขึ้นมาเล็กน้อย 

ยามถึงหน้าบานประตูใหญ่สีแดงที่ปักด้วยหมุดทอง หนึ่งในข้ารับใช้ของโอรสวรรค์ซึ่งคาดว่าเป็นขันทีได้นำทางข้ากับเสี่ยวเฟยหวังเข้าไปด้านใน เพื่อไปยังพระที่นั่งแห่งหนึ่งของวังหลวง

อัครเสนาบดีเสี่ยวเป็นผู้เดินนำข้า แผ่นหลังของเขาเหยียดตรงอย่างทะนง เสี่ยวอวี้เจินก่อเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ ทว่าเขากลับไม่ปริปากดุด่านางสักคำ ข้าไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเสี่ยวอวี้เจินถึงได้กลายเป็นคนเช่นนี้ 

จากเนื้อเรื่องที่ข้าเคยอ่าน ตัวละครเสี่ยวเฟยหวังนับเป็นตัวละครสีเทาที่ค่อนข้างไปทางดำ เขาเป็นคนหนึ่งที่ทำทุกอย่างได้เพื่อผลประโยชน์ ทั้งยังไม่ไยดีบรรดาบุตรีที่เกิดจากอนุภรรยานัก กล่าวคือตัวเขาเป็นบุรุษที่ดีเพียงไม่กี่ข้อ และคนที่เขาดีด้วยคือเสี่ยวอวี้เจินหรือก็คือตัวข้าเพียงผู้เดียว  แม้นมารดาของเสี่ยวอวี้เจินก็ใช่ว่าจะได้รับความรัก

“ดูท่านางจะมาแล้ว”เสียงทุ้มต่ำของบุรุษผู้หนึ่งกล่าวแทรกขึ้นทันใด ข้าชำเลืองมองเขาเล็กน้อย จากความทรงจำเสี่ยวอวี้เจินรู้จักคนผู้นี้ เขาคือองค์ชายห้าหนึ่งในทาสรักของนางเอก—เสี่ยวอวี้หวัง 

เสี่ยวเฟยหวังตวัดตามององค์ชายห้าสลับกับฮ่องเต้ซึ่งนั่งอยู่บนตั่งทอง พร้อมเอ่ยเสียงต่ำ “องค์ชายห้า”

องค์ชายห้าชะงักไปครู่หนึ่งรีบระบายยิ้มไม่แยแสของเขาขึ้น “ว่าอย่างไรท่านอัครเสนาบดี ไฉนยังไม่รีบทำความเคารพเปิ่นหวาง[4]กับเสด็จพ่อ”

เห็นได้ชัดว่าฝ่ายตรงข้ามต้องการกดเสี่ยวอวี้เจินกับบิดาให้ต่ำลง ข้าหรี่ตาลอบมองสีหน้าของเสี่ยวเฟยหวังกับผู้คนมากมายในห้อง รวมถึงโอรสสวรรค์ผู้ถูกกล่าวอ้าง 

“เป็นเพียงขุนนางผู้หนึ่ง ไยอาจหาญไม่เกรงบารมีของเสด็จพ่อ !”องค์ชายห้าตวาดอีกครั้ง อย่างที่เห็นเขาคือทาสรักของนางเอก “แล้วเจ้าเสี่ยวอวี้เจินไฉนกล้าใช้ผ้าคลุมสีอัปมงคลปิดบังดวงหน้า !”

ข้าขมวดคิ้วกับเสียงน่ารำคาญนั้น พลางลอบมองมือที่กำแน่นของเสี่ยวเฟยหวัง มองสีหน้าของทุกคนในห้อง รวมถึงท่าทีเรียบเฉยของฮ่องเต้ พริบตาต่อมาข้าขยับยิ้มอ่อนหวานย่อตัวลงอย่างนอบน้อม เป็นจังหวะเดียวกับที่องค์ชายห้าตวาดข้าอีกครั้ง

“ในวันนี้ความชั่วช้าทั้งหมดของเจ้าต้องถูกเปิดโปง !”

“ถวายพระพรฝ่าบาท ถวายพระพรองค์ชายสาม องค์ชายห้าและองค์ชายเจ็ดเพคะ”ข้าพยายามทำเสียงให้ดูอ่อนโยน ทว่ามันกลับเรียบเฉยและไร้อารมณ์ยิ่ง “หม่อมฉันกับบิดาไม่ได้คิดอาจหาญตามที่องค์ชายห้าตรัส เพียงแต่เมื่อครู่...”

ข้าจงใจเงียบ ปล่อยให้องค์ชายห้าเล่นละครลวงโลกของเขาต่อไป 

“เพียงแต่อะไร !”

เสี่ยวเฟยหวังคล้ายทนไม่ไหว ดวงตาของเขาแข็งกร้าวอย่างน่ากลัว กระนั้นแล้วฮ่องเต้ก็ยังนิ่งเงียบ 

“หม่อมฉันเพียงแต่กำลังครุ่นคิดว่าองค์ชายห้ากำลังใช้บารมีของฝ่าบาทกดหม่อมฉันกับบิดาหรือไม่ก็เท่านั้น”

“เจ้า !”

ข้าแสยะยิ้ม “องค์ชายห้าเป็นถึงเชื้อพระวงศ์สูงศักดิ์ คำพูดของท่านมีค่าดุจทองพันชั่ง ทั้งยังหมายถึงพระพักตร์ของฝ่าบาท ท่านจะกดหม่อมฉันกับบิดาให้ต่ำลงย่อมไม่เป็นไร แต่การบอกว่าจะเปิดโปงความชั่วช้าของหม่อมฉันนับว่าเหมาะสมแล้วหรือ คดียังไม่ได้รับการตัดสิน ฝ่าบาทหาได้ทรงตรัสสิ่งใดไม่ ท่านทำเช่นนี้ไม่ต่างจากสุนัขจิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ[5]กระมัง”

**** ต่อ

สิ้นคำพูดของข้า สายตาหลายคู่ต่างจดจ้องมาที่ข้าด้วยความประหลาดและตื่นตระหนก ที่สังเกตได้ชัดที่สุดย่อมเป็นสายตาของเสี่ยวเฟยหวังที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ข้า 

“บังอาจเกินไปแล้ว !”สีหน้าขององค์ชายห้ามืดครึ้มลง เขาชี้นิ้วมาที่หน้าข้า กระนั้นข้ากลับเพียงเหยียดยิ้มขึ้นอีกหน่อย ภายใต้ผ้าคลุมสีดำ แล้วหันไปมองฮ่องเต้แทน 

“ฝ่าบาทเพคะ”

จากความทรงจำที่ได้รับการหมั้นหมายของเสี่ยวอวี้เจินกับองค์ชายสามนั้นเกี่ยวพันกับผลประโยชน์ ดังนั้นข้ามั่นใจว่าแต่แรกโอรสสวรรค์คงไม่ได้ไยดีถึงหลักคุณธรรมอะไรมากนัก เหล่านางสนมในวังของเขาชั่วช้ากว่านี้ไม่รู้กี่เท่า นี่ก็เพียงการเล่นละครฉากหนึ่งเท่านั้น 

ข้าเชื่อว่าถ้าใช้คำพูดดี ๆ สักหน่อย คงหาทางลงที่แตกต่างให้แก้เสี่ยวอวี้เจินได้ 

ฮ่องเต้ยกยิ้มบางเบาให้ข้ากับบิดา ก่อนโบกมือไปมา กวาดสายตาใส่องค์ชายห้าราวห้ามปราม “องค์ชายห้า เจ้ากำลังคิดพูดแทนเจิ้นงั้นหรือ”

องค์ชายห้าหันกลับไปมองฮ่องเต้อย่างเลิ่กลั่ก ทั้งยังพูดไม่เป็นคำอีกด้วย “สะเสด็จพ่อ”

เจ้าของวังใหญ่โตถอนหายใจ “มารยาทพื้นฐานยังไม่มี เจ้ายังต้องเรียนรู้อีกมาก การกระทำของเจ้าในวันนี้ไม่ต่างจากคำพูดที่คุณหนูเสี่ยวว่าไว้แม้แต่น้อย เจ้าทำเจิ้นเสียหน้าแล้ว”

ข้ารับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป รวมถึงสายตาหวาดหวั่นมากมายของผู้คนในห้อง พวกเขากำลังหวาดกลัวกับท่าทีของโอรสสวรรค์ ทว่าข้าไม่ นั่นอาจเพราะในสายตาข้าบุรุษผู้นั้นคือมนุษย์ธรรมดา 

“กักบริเวณองค์ชายห้าอย่างไม่มีกำหนด”น้ำเสียงนั้นเย็นเฉียบไร้ซึ่งความเมตตา แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นโอรสของตนก็ตามที 

องค์ชายสามเป็นคนแรกที่ไม่อาจอยู่เฉย เขารีบผละตัวออกห่างเสี่ยวอวี้หวังแล้วเดินออกมาข้างหน้า “เสด็จพ่อ น้องห้ายังหาได้มีเจตนาเช่นนั้นไม่ เขายังเยาว์วัย—”

“สิบห้าไม่นับว่าเยาว์วัยแล้วกระมัง”เสี่ยวเฟยหวังแทรกขึ้นอย่างไม่แยแสสิ่งใด เขาเพียงหันมาลูบหัวข้า “อีกอย่างอวี้เจินเป็นคู่หมั้นของท่าน นางถูกน้องชายของท่านล่วงเกิน ไฉนท่านไม่ยอมเอ่ยปากเพื่อนางสักครึ่งคำเล่า องค์ชายสาม ?”

องค์ชายสามชะงักไป กลายเป็นเสี่ยวอวี้หวังที่หลบจากด้านหลังเขาออกมาเผชิญหน้ากับพวกข้า เสี่ยวอวี้หวังเป็นสตรีร่างเล็กบอบบาง หากนัยน์ตากลับเจือด้วยความทะนง นางสบตาข้าอย่างแข็งกร้าว เรียวนิ้วมือกำเข้าหากันแน่น “ท่านพ่อ พี่หญิง”

“เจ้ามันคนอกตัญญู”เสี่ยวเฟยหวังตอกกลับไปอย่างรวดเร็ว “ขยันก่อเรื่องทำให้ข้าขายหน้า ทั้งยังสร้างความเดือดร้อนให้ฝ่าบาท”

เสี่ยวอวี้หวังกัดปาก ก่อนเชิดหน้าขึ้น “ลูกถูกพี่หญิงส่งคนมาลอบฆ่า ไยท่านพ่อถึงกล่าวว่าลูกอกตัญญู เป็นพี่หญิงต่างหากเล่าที่สร้างความเดือดร้อน คนร้ายที่ก่อเหตุสารภาพกับคนขององค์ชายสามหมดแล้ว !”

“คนขององค์ชายสาม ?”เสี่ยวเฟยหวังเลิกคิ้ว “เจ้าไปยุ่งอันใดกับองค์ชายสามผู้เป็นคู่หมั้นของอวี้เจิน !”

ข้ามองสงครามขนาดย่อมตรงหน้า ก่อนตัดสินใจเดินออกมาแล้วคุกเข่าลงตรงหน้าพระพักตร์ เป็นความจริงตามที่เสี่ยวอวี้หวังกล่าว พวกเขาจับพยานคนสำคัญได้ และคนผู้นั้นได้สารภาพว่าทำงานให้แก่เสี่ยวอวี้เจิน หลักฐานมัดตัวแน่นเช่นนี้ ข้าย่อมไม่มีทางดิ้นหลุด ทั้งการปล่อยให้พวกเขาถกเถียงกันต่อไป อาจนำไปสู่ความยุ่งยากที่เปิดโปงความลำเอียงในฐานะบิดาของเสี่ยวเฟยหวัง 

ด้วยเหตุนี้ข้าควรรีบตัดบท แล้วเริ่มแสดงละครฉากหนึ่งขึ้น 

“ฝ่าบาท หม่อมฉันไม่ได้ต้องการไต่สวนใด ๆ เพคะ”ข้ากล่าวเสียงสั่น แนบศีรษะลงกับพื้นเย็นชื่น ไม่ไยดีสายตาสมเพชเวทนาของพวกเขา “หม่อมฉันยอมรับผิด เป็นจริงตามที่นางกล่าวอ้าง เพียงแต่หม่อมฉันหาได้มีเจตนาต้องการชีวิตของน้องสาวไม่”

“เจ้าเลิกตลบตะแลงได้แล้ว !”องค์ชายห้ายังคงไม่หยุด เขาทำท่าจะเดินเข้ามากระชากตัวของข้าขึ้น แต่ถูกสุรเสียงของฝ่าบาทจัดการเอาไว้ก่อน 

“ลากตัวองค์ชายห้าออกไป”

“เสด็จพ่อ !”เขากรีดร้องตวัดตามองข้า “นางกำลังหลอกลวงทุกคน !”

ความอดทนของโอรสสวรรค์ได้หมดลงจึงรีบออกคำสั่งกับขันทีข้างกาย “ลากองค์ชายห้าไปโบยยี่สิบไม้ แล้วกักบริเวณอย่างไม่มีกำหนด !”

“เสด็จพ่อ !”

นั่นเป็นเสียงกรีดร้องสุดท้ายที่ข้าได้ยิน ก่อนร่างของเขาจะถูกลากออกอย่างรวดเร็ว หลงเหลือไว้เพียงความเงียบและบรรยากาศกดดันโดยรอบ 

“กระหม่อมต้องการเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์”เสี่ยวเฟยหวังเอ่ย แล้วคุกเข่าลงข้างข้า “ทั้งอวี้เจินและอวี้หวังต่างเป็นบุตรีของกระหม่อม ย่อมนับเป็นเรื่องในครอบครัว—”

“คุณหนูเสี่ยวเป็นคู่หมั้นของพี่สาม คงนับเป็นเรื่องในครอบครัวท่านอย่างเดียวไม่ได้หรอก”ครานี้เป็นองค์ชายเจ็ดที่ถกเถียงขึ้นมาบ้าง เปิดโอกาสให้เสี่ยวอวี้หวังได้ใช้มันเพื่อโต้ตอบ

เสี่ยวอวี้หวังรีบคุกเข่าลงพร้อมโขกศีรษะลงกับพื้น “แต่ไหนแต่ไรมาท่านพ่อหาได้มอบความยุติธรรมแก่หม่อมฉันไม่ หม่อมฉันจึงได้แต่หวังพึ่งพระบารมีของฝ่าบาท ขอฝ่าบาทโปรดเมตตา เห็นแก่ความดีของหม่อมฉันที่เคยออกช่วยรักษาชาวบ้านที่ติดโรคระบาด และช่วยเหลือแผ่นดิน มามากมายด้วยเพคะ”

ข้าได้แต่ลอบถอนหายใจเบา ๆ กับศัตรูรอบด้านของเสี่ยวอวี้เจิน ก่อนปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาช้า ๆ พร้อมกล่าวเสียงสะอื้น “ฝ่าบาทหม่อมฉันรู้สึกละอายยิ่งนัก”

จากนั้นข้าค่อย ๆ เลิกผ้าคลุมหน้าของตนขึ้น เผยให้เห็นดวงหน้าที่ฟกช้ำและโลหิตที่ไหลซึมออกมาบริเวณหน้าผาก ส่งผลให้พวกเขาเบิกตากว้างขึ้นอีกครั้ง เสี่ยวเฟยหวังรีบจับตัวข้า ไล่สายตาสำรวจอย่างละเอียด 

“เกิดอะไรขึ้นกับดวงหน้าของเจ้า !“

“ลูกไม่ได้ต้องการชีวิตนาง ลูกแค่อยากให้นางออกไปไกลจากองค์ชายสาม เมื่อเหตุการณ์ดำเนินมาถึงตรงนี้ ลูกรู้สึกละอายและรู้สึกผิดยิ่งจึงได้ลงโทษตนเอง”

เสี่ยวอวี้หวังหัวเราะเย้ยข้าทันใด “เจ้าแค่เรียกร้องความเห็นใจ !”

ข้าเมินเฉยเสียงของนาง รีบเอ่ยอีกประโยคหนึ่ง “หม่อมฉันไม่ต้องการการไต่สวนก็จริง แต่หม่อมฉันต้องการคำวินิจฉัยของฝ่าบาท”

“นั่นช่างดูย้อนแย้งเสียจริง”โอรสสวรรค์กระตุกยิ้ม พลางยกมือขึ้นเท้าคาง “ว่ามาสิ”

ข้าแสร้งบีบน้ำตาเพิ่มขึ้นอีกหน่อย มองเสี่ยวอวี้หวังด้วยความหวาดกลัวปนเกรี้ยวโกรธ “เหตุที่หม่อมฉันไม่ต้องการการไต่ส่วน เพราะหม่อมฉันรู้ดีว่ามันเป็นการซ้อนแผนว่าร้ายหม่อมฉันอีกที หม่อมฉันต้องการร้องทุกข์และคำวินิจฉัยอย่างเที่ยงตรงของฝ่าบาทเพคะ”

จริงอยู่ว่าสิ่งที่เสี่ยวอวี้เจินกระทำนั่นเป็นเรื่องจริง และข้าไม่อาจกลับเป็นขาวได้ทั้งหมด ทว่านั่นไม่ได้หมายความว่าข้าจะทำให้ทุกอย่างเป็นสีเทาด้วยไม่ได้เช่นกัน

เล่นละครป้ายสี กล่าววาจาลวงโลกล้วนเป็นเรื่องที่ข้าถนัดนัก งานนี้ข้ากับเสี่ยวอวี้หวังย่อมเจ็บกันคนละครึ่ง !

 

 

 

 

[1] หนึ่งชั่วโมง

[2] องค์รัชทายาท

[3] หนึ่งเค่อเท่ากับสิบห้านาที

[4] ตัวข้าผู้เป็นอ๋อง

[5] แอบอ้างบารมีผู้อื่น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.102K ครั้ง

2,598 ความคิดเห็น

  1. #2597 justwhite (@pimruji) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 17:47
    นางเก่งนางเริ่ดรักนาง
    #2597
    0
  2. #2324 mintsogood (@mintsogood) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 23:24
    เริ่ดค่ะ
    #2324
    0
  3. #2273 Bewtii006 (@Bewtii006) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 17:01
    ร้ายกาจจจ
    #2273
    0
  4. #2260 Saleppee (@Saleppee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 12:37
    สรุปว่า องค์ชายห้าหรือสามคะ
    #2260
    0
  5. #2147 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 09:11
    รว้ายกาจ!!
    #2147
    0
  6. #2082 peangploy (@hoshiworld) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 02:00
    นางเอกคือแซ่บบบ สวย ฉลาด!
    #2082
    0
  7. #1003 VKK42 (@VARANTHITA) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 09:37
    โอ๊ยยยย ตัวเอกหญิงฉลาดแซ่บ!!!!
    #1003
    0
  8. #611 Aonprpat (@Aonprpat) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 00:59
    ชอบความฉลาด
    #611
    0
  9. #564 vooda (@vooda) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 01:12
    เขียนดี รู้สึกมีพัฒนาการขึ้นนะคะไรท์
    #564
    0
  10. #414 tigerdog (@tigerdog) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 20:34
    แหล่มเลย
    #414
    0
  11. #233 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 17:06
    อย่าบอกนะว่านังเอกกวาดเรียบองค์ชายทั้ง 3 ผู้หญิงอื่นในแผ่นดินไม่มีแล้วรึไง
    #233
    0
  12. #218 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 19:51
    หาผู้ใหม่เลยลูก
    #218
    0
  13. #215 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 19:00
    พระเอกใช่สหายคนนั้นมั้ย?
    #215
    0
  14. #182 Kanoel_de_lovel (@Kanoel) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 18:46
    ทำไมทุกคนแซ่เสี่ยวหมดเลยอ่า อ่านแล้วรู้สึกแปลกๆ แต่เนื้อเรื่อง โครงเรื่องโอเคค่า
    #182
    0
  15. #136 √169=? (@twins01) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 00:14
    เนื้อเรื่องดีอะ ปกติเห็นส่วนใหญ่ชอบปูมาแบบเจอทุกอย่างดี สูงค่า แต่อันนี้มาแบบ...ยังไม่ดีเหมือนที่เคยเจอมา ติดตามมม
    #136
    0
  16. #134 paeng foon (@paeng_love) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 21:25
    เริดมากแม่
    #134
    0
  17. วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 21:24
    มันค้องแบบนี้ร้ายให้สุดไปเลยย
    #62
    0
  18. #20 Saminmime (@Saminmime) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 11:15
    มาต่อไวๆนะคะ
    #20
    0
  19. #19 Yunha (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 19:45

    สสะใจไม่ชอบนางเอกในนิยายที่มีแต่คนรุมรักและเข้าข้างกันเห็นๆ

    #19
    0
  20. #17 Bung0989 (@Boat0989) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 18:43
    เป็นอะไรที่ต้องตามจริงๆสนุกมาก. รบกวนมาต่อเร็วนะคะ
    #17
    0
  21. #16 nenut (@nenut) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 18:15
    ค้างงงง กำลังลุ้นเลย
    #16
    0
  22. #15 Emeey48 (@Emeey48) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 17:54
    ลุ้นยิ่งกว่าศึกแดงเดือด ใครจะได้แต้ม ใครจะได้ใบแดง ลุ้นๆๆๆๆ สนุกค่ะรอนะคะ
    #15
    0
  23. #14 kankang (@kankang) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 17:38
    นางเอกเราฉลาด
    #14
    0
  24. #12 Emmajung (@Emmajung) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 11:44

    รอจ้า อัปๆไรท์
    #12
    0
  25. #11 sweetydow (@sweetydow) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 02:11

    รอน้าาา

    #11
    0