The Huntsman’s POV
หลังจากที่เหตุการณ์อันเลวร้ายต่างๆได้จบลง ข้าเองก็คงต้องกลับไปในที่ของข้า คิดแล้วข้าก็เศร้าใจอยู่ไม่น้อย แม้ว่าข้าอยากจะบอกรักเขาคนนั้นมากสักเพียงใดก็ตาม แต่ดวงตาคู่นั้นก็ไม่เคยละออกจากราชินีองค์ใหม่เลยแม้แต่น้อย...หรือนี่ข้าจะต้องกลับไปเมามายดังเดิมเฉกเช่นตอนที่ข้าได้สูญเสียภรรยาของข้าไป... มาคิดดูอีกทีข้าไม่น่ามอบจุมพิตของข้าให้กับองค์หญิงเลย แต่ในขณะนั้นข้าเพียงรู้สึกเสียใจมากจนไม่อาจจะทำอะไรได้ไปมากกว่านี้ แต่ก็อย่างที่รู้ ปาฏิหาริย์มักเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดอยู่แล้ว แต่ทำไมปาฏิหาริย์มันไม่เกิดขึ้นกับภรรยาข้า หรือคนที่ข้ากำลังตกหลุมรักอยู่เล่า?
ข้ากลับมายังบ้านอันเงียบเหงาของข้าอีกครั้ง ทั้งๆที่ข้าอยู่คนเดียวมาตลอด แต่ทำไมวันนี้มันเหงาแปลกๆ เหงาอย่างจับใจก็ไม่รู้เหมือนกัน แม้ทองที่ข้าได้มาจะมีค่ามากมายมหาศาล แต่มันก็ไม่อาจทำให้ข้าสำราญได้อย่างแต่ก่อน ข้าอยากจะนอนหลับพักผ่อนเต็มที ตาของข้านั้นล้าไปหมด สุดท้ายข้าก็หลุดเข้าไปในห้วงนิทราโดยง่าย...
William’s POV
นานเท่าไหร่แล้วที่ข้าไม่ได้เห็นใบหน้างามดุจหิมะ ผมดำขลับราวกับขนของอีกา ริมฝีปากแดงสดดั่งโลหิตขององค์หญิง ไม่สิ...ตอนนี้องค์หญิงน้อยๆนั้นได้กลายเป็นราชินีปกครองอาณาจักรแห่งนี้แล้ว ข้าเฝ้ามองนางมาตลอด ข้าคอยติดตามนางไปทุกที่ แต่นางจะรับรู้บ้างหรือไม่ว่าความรักของข้าที่มีให้นางนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด ข้าอดคิดไม่ได้เลยเกี่ยวกับนางและพรานป่าผู้นั้น จะทำเช่นไรถ้าหากนางเลือกพรานป่า? ข้าคิดไม่ตกเลยจริงๆ แต่ถ้านางเลือกเช่นนั้นข้าเองก็ต้องยอมรับการตัดสินใจของนาง และข้าก็ควรเข้มแข็งพอที่จะตัดใจเสียแต่ตอนนี้ ข้าสังเกตเห็นว่าแววตาขององค์หญิงน้อยๆนั้น มันไม่เคยมีข้าอยู่เลยนับตั้งแต่วันที่ข้าจากนางไป...
แสงแดดอ่อนๆยามเช้าที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่างช่วยปลุกร่างที่นอนอยู่บนเตียงให้ลุกขึ้นมา พรานป่าบิดขี้เกียจไปมาเล็กน้อยก่อนจะไปล้างหน้าแปรงฟันพร้อมกับจัดแต่งทรงผมให้เรียบร้อย
“เอาล่ะ! วันนี้ข้าจะเป็นคนใหม่แล้ว”
พรานป่ายิ้มให้กับตัวเองในกระจก แต่ทว่าแววตานั้นช่างดูเศร้าสร้อยไม่ต่างอะไรกับคนที่กำลังผิดหวังเลยแม้แต่น้อย พรานป่าออกจากบ้านเดินลัดเลาะเข้าไปในป่าเพื่อหาฟืนและล่าสัตว์ท่ามกลางหิมะที่กำลังตกลงมาปรอยๆ พื้นสีขาวสะอาดเนื่องจากถูกหิมะปกคลุมทำให้เขาหวนนึกถึงคนๆนั้นอีกครั้ง
Flashback
“เจ้าไม่หนาวหรืออย่างไร...”
“ก็แค่นิดหน่อยเท่านั้น...ข้าเป็นห่วงองค์หญิงมากกว่า”
สายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยมองไปยังร่างของหญิงสาวที่กำลังขดตัวเป็นวงกลมเนื่องจากอากาศที่หนาวเหน็บยามค่ำคืน
“เจ้าเป็นอะไรกับนาง”
“ข้าน่ะเหรอ...ข้าเป็นเพียงผู้ติดตามนางก็เท่านั้น”
“เจ้าชอบนางใช่หรือไม่”
ชายหนุ่มเงียบไปไม่ยอมตอบคำถามของพรานป่าพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ
“มันคงเป็นแค่ความฝันเท่านั้นแหละ...”
“เช่นนั้นหรือ...งั้นข้าเองก็เช่นกัน”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
พรานป่านิ่งไปไม่ยอมเอื้อนเอ่ยคำใดๆออกมาทั้งสิ้น ชายหนุ่มคิดไม่ตกกับคำพูดนั้นก่อนจะกระชับผ้าห่มให้แน่นขึ้น บรรยากาศที่เงียบสงัดมีเพียงแสงจากเปลวไฟที่กำลังลุกโชนทำให้ทั้งคู่หลับไปในไม่ช้าจนกระทั่งถึงเช้าวันใหม่ เมื่อพรานป่ารู้สึกตัวก็พบว่าองค์หญิงได้หายไปแล้วจึงไม่รอช้าที่จะปลุกชายหนุ่มที่นอนคุดคู้อยู่ข้างๆให้ตื่นขึ้นมา ทั้งสองหวั่นใจมาก กลัวว่าองค์หญิงจะได้รับอันตราย และคนที่ดูกังวลมากที่สุดก็คงจะเป็นชายหนุ่มนามว่า ‘วิลเลี่ยม’
ร่างขององค์หญิงอ่อนแรงลงเรื่อยๆเนื่องจากต้องสาป ในขณะที่ราชินีปีศาจกำลังจะปักมีดลงบนหน้าอกขององค์หญิงนามว่า ‘สโนวไวท์’ ทั้งสองไม่รอช้าที่จะเข้ามาจัดการกับราชินีปีศาจนั้นจนต้องรีบหนีไป เหลือเพียงร่างอันแน่นิ่งขององค์หญิงท่ามกลางหิมะอันหนาวเหน็บ เหล่าคนแคระมองภาพตรงหน้าด้วยความเศร้าสลด เพราะนี่อาจจะเป็นหายนะครั้งใหญ่ องค์หญิงที่พวกเขาจงรักภักดีได้สิ้นพระชนม์แล้ว
“ไม่จริง...”
ชายหนุ่มร่ำไห้ออกมาด้วยความเสียใจพร้อมกับจุมพิตลงบนริมฝีแดงดุจดังโลหิตนั่นอย่างแผ่วเบา พรานป่ามองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกแปลกๆในอก ไม่ใช่เพราะเขาหลงรักองค์หญิงแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะเขากำลังตกหลุมรักบุรุษนักรบอย่าง..วิลเลี่ยม..
ร่างขององค์หญิงถูกนำมาที่ปราสาทของดยุค ทุกคนต่างโศกเศร้าและเสียใจกับเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น แม้แต่พรานป่าเองที่ว่าเข้มแข็งก็เถอะ ยังไม่สามารถกลั้นน้ำตาของตัวเองได้เลย พรานป่ามองดูร่างที่นอนนิ่งขององค์หญิงทั้งน้ำตา ก่อนจะลุกขึ้นมามองใกล้ๆ เขากำลังเสียใจที่ต้องสูญเสียองค์หญิง เพราะก่อนหน้านี้เขาก็รู้สึกดีกับนางอยู่ไม่น้อย หลังจากที่พรานป่าพร่ำเพ้อมาได้สักพัก เขาก็ตัดสินใจจุมพิตลงบนริมฝีปากสีโลหิตนั้นอย่างไม่ลังเลทั้งน้ำตา เขาไม่รู้หรอกว่าองค์หญิงจะฟื้นขึ้นมาหรือไม่ แต่ยังไงก็ขอให้มันเป็นจูบสุดท้าย เป็นความรู้สึกดีๆที่มีต่อกันตลอดการที่ต้องผจญอยู่ในไพรทมิฬ ป่าที่แสนโหดร้ายและน่ากลัวยิ่งกว่าอะไรทั้งปวง เพราะน้อยคนที่เข้าไปแล้วจะมีชีวิตรอดกลับมา
พรานป่ารีบเดินออกมาจากปราสาททันทีโดยแอบมองชายหนุ่มที่กำลังเสียใจและพูดคุยกับผู้เป็นพ่ออยู่ห่างๆ เขาเองก็ไม่ได้ไปไหนไกลนักหรอก พรานป่าเองก็ยังมีหวังอยู่ลึกๆว่าองค์หญิงจะฟื้น และนั่นมันจะช่วยทำให้คนที่เขาหลงรักหายเศร้าโศกเสียใจได้ แล้วเหมือนความหวังนั้นก็กลายเป็นจริงราวกับมีปาฏิหาริย์ องค์หญิงถูกคลายมนตร์สะกด เดินออกมาจากปราสาทนั้นดังคนปกติทั่วไป พรานป่าเห็นสายตาของชายหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยพลังและความหวัง เขาเองได้แต่ยิ้มออกมาน้อยๆด้วยความดีใจ
“เฮ้อ...ข้าควรจะเลิกคิดเรื่องนี้เสียดีกว่า”
พรานป่าก้มหน้าก้มตาหาฟืนต่อไป ก่อนจะหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของม้าที่ถูกควบเข้ามาในป่า พรานป่าแอบมองจากระยะไกลแต่ก็พอจำได้ว่าเป็นวิลเลี่ยม เขาไม่สามารถเดาได้เลยว่าชายหนุ่มมาทำอะไรที่ป่าแห่งนี้ บางทีชายหนุ่มอาจจะต้องการความช่วยเหลือ
“เจ้ามาทำอะไรที่นี่หรือ”
ชายหนุ่มตกใจรีบหยิบอาวุธมาป้องกันตัวทันที เมื่อเห็นว่าเป็นพรานป่าจึงวางอาวุธลง
“คราวหลังอย่าทำข้าตกใจอีก!”
“รู้แล้วล่ะน่า...ตอบข้ามาก่อนว่าเจ้ามาทำอะไรที่นี่ เผื่อข้าจะแนะนำอะไรได้”
“ข้าแค่อยากมาล่าสัตว์เฉยๆ เพราะช่วงนี้ข้าฟุ่งซ่านน่ะ”
“เจ้าเนี่ยนะ...ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ”
“อย่ามาทำท่าทางแบบนั้นใส่ข้านะ!”
ชายหนุ่มหน้าขึ้นสีเมื่อโดนพรานป่าล้อเลียนท่าทางของตน แต่มันก็ช่วยทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาเยอะ
“งั้นข้าไปด้วยคนได้มั๊ยล่ะ”
“ข้าเกรงว่าม้าของข้าจะรับน้ำหนักไม่ไหว”
“แล้วใครว่าจะใช้ม้าเล่า”
สิ้นเสียงพรานป่าร่างของชายหนุ่มก็ถูกดึงไปทางป่าอีกด้านหนึ่ง ชายหนุ่มรู้สึกไม่ชอบใจเอาเสียเลยที่ต้องโดนพรานป่าจับแขนไว้แบบนี้
“ปล่อยข้าน่า! ข้าเดินเองได้”
“ข้ารู้ แต่ข้าชำนาญพงไพรกว่าเจ้ามาก เกรงว่าถ้าให้เจ้าเดินเองคงจะหกล้มซะก่อนน่ะสิ”
“ข้าเป็นนักรบ! ฉะนั้นไม่ต้องมาปฏิบัติราวกับว่าข้าเป็นสตรีเพศ”
พรานป่าหยุดชะงักทันทีที่ได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม ใช่ที่ว่าชายหนุ่มผู้นี้ไม่ใช่สตรีเพศ แต่หากเขาจะรักล่ะ จะเป็นไปได้ไหม พรานป่าได้แต่คิดในใจ วิงวอนพระเจ้า ขอโทษสวรรค์
พรานป่าจ้องหน้าชายหนุ่มด้วยสายตาขึงขังแลดูจริงจังจนดวงตาคู่สวยนั้นไม่อาจต้านทานได้ ชายหนุ่มถูกต้อนไปจนถึงต้นไม้ใหญ่ นัยน์ตาสีฟ้าจ้องมองใบหน้าหวานนั้นด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มี
“ได้โปรดมองตาข้า...”
หัวใจของชายหนุ่มเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ตอนนี้เขารู้สึกสับสนไปหมด ความรู้สึกประหลาดกำลังวิ่งวนกระจายไปทั่วร่างกาย มันเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อน หากจะเป็นความรัก มันจะเป็นความรักแบบไหนกัน ทำไมมันไม่เหมือนความรู้สึกในแบบเดียวกับที่มีต่อราชินีองค์ใหม่เลยเล่า
“ข้ารักเจ้า...วิลเลี่ยม”
เสียงทุ้มอันนุ่มนวลชวนสะดุดหูหลุดมาจากปากของพรานป่า ชายหนุ่มอยากจะปฏิเสธเหลือเกินแต่มันก็ทำไม่ได้
“เหลวไหล!”
“ข้ารักเจ้าจริงๆนะ เจ้าจะรักข้าได้หรือไม่...”
ชายหนุ่มพยายามหลบสายตาของพรานป่า แต่ด้วยใบหน้าที่ห่างกันแค่ไม่ถึงคืบก็ทำเอาใจสั่นได้โดยไม่รู้ตัว
“ข้ารู้ดีว่ามันเป็นเรื่องที่น่าอาย แต่ถ้าข้าไม่บอกเจ้าข้าคงอึดอัดเป็นอย่างมาก”
“แล้วเจ้าไม่คิดว่าข้าอึดอัดใจ หรือลำบากใจเลยหรือ”
“ตอบข้ามาว่าเจ้าจะรักข้าได้หรือไม่...”
พรานป่าจับใบหน้าหวานนั้นไว้ด้วยมือทั้งสองข้างรอฟังคำตอบจากริมฝีปากของชายหนุ่มอยู่ด้วยความกังวลใจไม่น้อย ชายหนุ่มนิ่งเฉยก่อนจะยิ้มบางๆพร้อมกับประทับจูบลงบนริมฝีปากของพรานป่าอย่างแผ่วเบา
“สิ่งนี้แทนคำตอบของข้า...”
“ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะมอบมันให้กับเจ้าเช่นกัน”
พรานป่าจุมพิตลงบนริมฝีปากของชายหนุ่มอย่างอ่อนโยน ทั้งสองคนจูบกันอย่างเนิ่นนานราวกับจะดูดกลืนความหวานของกันและกัน
“เจ้าทำให้ข้ามีชีวิตใหม่...วิลเลี่ยม”
“ข้าเองก็ได้ค้นพบคนที่คู่ควรกับความรักของข้าแล้วเช่นกัน...”
-END-
ความคิดเห็น