นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

I feel it | finnrey

โดย Puryartist

เป็นอีกหนึ่งวันที่เงียบเหงาในแจคคู เรย์เฝ้ามองท้องฟ้า หวังว่าใครสักคนจะกลับมา [tros spoilers]

ยอดวิวรวม

73

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


73

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  26 ธ.ค. 62 / 12:01 น.
นิยาย I feel it | finnrey

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ⓕ  ⓡ






เป็นอีกหนึ่งวันที่เงียบเหงาในแจคคู เรย์เฝ้ามองท้องฟ้า หวังว่าใครสักคนจะกลับมา





finn x rey
finnrey
rebeljedi
b
e
r
l
i
n
?

เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 ธ.ค. 62 / 12:01


 

เรย์เกลียดทราย

 

ไม่ใช่เพราะมันหยาบกระด้าง ร่วนซุยจนน่าขนลุก หรือเพราะมันชอบแทรกตัวเข้ามาในรองเท้า เปรอะเปื้อนเสื้อผ้าพร้อมกับทิ้งร่องรอยน่าเกลียด เพียงแต่มันทำให้เธอคิดถึงอดีตอันเลวร้ายสมัยจมอยู่กับความตกต่ำ ครั้นยังเป็นเพียง เรย์ เด็กผอมแห้งแรงน้อยที่ไม่สามารถเป็นแรงงานทาสได้ตามที่เจ้าชีวิตหวัง ถูกทอดทิ้งให้หิวตายในแดนรกร้างที่มีแต่สายลมและทรายร้อน เรย์จำได้ทุกวินาทีที่เอาหน้าแนบมัน รู้สึกทรมานแทบขาดใจ อยากจะยันตัวเองขึ้นเพื่อก้าวเดินต่อ แต่ด้วยแรงที่ร่อยหรอ แม้แต่การหายใจก็ฟังดูยากลำบากในเวลานั้น

 

แจคคู สถานที่สุดท้ายในจักรวาลที่ทุกคนนึกถึง

 

แต่ก็พอมีเรื่องดี ๆ อยู่บ้าง

 

เรย์เพิ่งหาที่พักพิงใหม่ได้เมื่อวานซืน เป็นซากยานฝ่ายต่อต้านขนาดพอเหมาะ ได้รับความเสียหายเล็กน้อยตรงส่วนหัวและใต้ท้องยาน เรย์ดึงแกนพลังงานออก แยกฟิลล์ และเอาของสำคัญไปขาย ทั้งยังเดินสายใหม่เพราะกลัวว่าหากมีใครมือบอนไปเปิดสวิตช์จะได้ไม่ต้องวิ่งหนีตายออกมาทีหลัง ส่วนยานหลักจอดอยู่ไม่ไกล พร้อมสตาร์ท เตรียมบึ่งออกไปได้ทุกเมื่อ เรย์แทบไม่เคยเอาใช้ของสำคัญออกจากยาน ราวกับเป็นการบอกใบ้ว่าจะอยู่ที่นี่ชั่วแรมคืน ถึงอย่างนั้นก็เถอะ นี่มันก็ผ่านไปสองเดือนแล้ว

 

ความเงียบสงบ ใช่ หนึ่งในเหตุผลที่เรย์ไม่ยอมออกจากแจคคู ไม่เคยมีใครผ่านมาแถวนี้ พวกพ่อค้า นักพเนจร รวมถึงสิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่ที่พอมีให้เห็นในแถบตัวเมือง ที่ที่เธออยู่ห่างไกลจากที่ที่เธอจากมา ตั้งสันโดษบนเนินทราย เป็นเตาอบชั้นดีในยามบ่าย ออกจะไกลมากจนทุกครั้งที่ขับเครื่องสองล้อไปแลกอาหาร จำต้องหยุดพักจิบน้ำรอให้เครื่องยนต์หายร้อน เรย์แค่หวังว่ามันจะไกลพอที่จะไม่เห็นสิ่งก่อสร้างใดๆ ที่ทำให้รู้สึกเจ็บแปล๊บในหัว ต่อให้ต้องแลกมาด้วยความเดียวดายอย่างที่สุดเธอก็ยอม เรย์โตมากับมัน พร้อมตายไปกับมัน ไม่มีใครยุ่งเกี่ยว ไม่มีสงคราม ไม่มีใครต้องเจ็บตัว วิถีอันแสนเรียบง่ายที่จะหลบเลี่ยงจากความวุ่นวายเยี่ยงคนขลาดเขลา

 

“ปิ๊บๆ” บีบีเอทส่งเสียงทักทาย ไถลลำตัวกลมกลึงไปตามแนวลาดของยาน

 

“ไง ไอ้หนู” เรย์ตอบกลับ บีบีเอทเข้ามาอ้อน ก่อนสังเกตได้ว่าเธอกลับมาพร้อมกับถุงสามใบใหญ่ มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน “ฉันเจอของหายากน่ะ พวกเขาชอบมาก” เธอพูดอย่างภาคภูมิ พร้อมชูถุงใบหนึ่งขึ้น “เขาเลยให้เจ้านี่” เรย์โยนถุงใบแรกลงบนพื้น สัตว์หน้าตาประหลาดไถลออกมา โชว์หนวดหนุบหนับและเกล็ดหน้าตาน่าเกลียด บีบีเอทร้องด้วยความตกใจ กลิ้งไปมาอย่างร้อนรน

 

“เนื้อมาเลยนะนั่น ไม่ชอบเหรอ” เรย์เท้าเอว บีบีเอทมองอย่างแอบ ๆ ดูไม่ชอบใจสัตว์ในถุง “อย่างน้อยก็ดีกว่าขนมปังล่ะน่า” เรย์หน้ายู่เมื่อคิดถึงขนมปังก้อนเขียวหน้าตาเหมือนรา รสชาติห่วยไม่พอ ยังน้อยอีกต่างหาก

 

“ฉันได้ยินผู้เฒ่ารายหนึ่งบอกว่าคืนนี้จะมีฝนดาวตกชุดใหญ่ เราควรเตรียมเข้านอนให้เร็วขึ้น ดีไหม?” เรย์เอนหัวรอคำตอบ บีบีเอททำทีเหมือนพยักหน้า ก่อนกลิ้งตัวออกไปจากส่วนที่คล้ายจะเป็นห้องครัวเพื่อเช็คประตูหลัง เรย์ดื่มน้ำอึกแรกเป็นการประเดิมความสำเร็จ นั่งพักให้หายเหนื่อย แล้วจึงนำข้าวของที่ได้ออกมาจัดใส่ตู้ ตรวจสอบปริมาณน้ำที่กักตุนไว้ และเมื่อแน่ใจว่าหมดกิจธุระ จึงค่อยปิดประตูยานที่เฉไปอยู่ด้านล่างอย่างระมัดระวัง เจ้าก้อนกลมกลิ้งตัวเข้ามาใกล้ แหงนหน้าพร้อมเอ่ยถาม

 

“ปิ๊บ ปิ๊ว”

 

“ไม่” หญิงสาวส่ายหน้า “ไม่ต้องส่งสัญญาณ ป่านนี้เขาไปไหนต่อไหนแล้ว”

 

เรย์ยิ้ม ก้มตัวลงจับเสาอากาศเป็นการปลอบ บีบีเอทยังคงคิดถึงเขา พ่อนักบินไฟแรงแห่งฝ่ายต่อต้าน เธอยินดีที่จะเรียกแบบนั้นแม้จะไม่มีฝ่ายต่อต้านแล้วก็ตาม ได้ข่าวว่าเขากำลังยุ่งอยู่กับการแต่งตั้งกองกำลังบนดาวอารยชนอันไกลโพ้น คงใช้เวลาพอสมควรกว่าจะเสร็จดี อาจสองปีหรือมากกว่า เรย์ไม่แน่ใจ เหมือนมันจะอยู่ในแผน ‘รื้อฟื้นจักรวรรดิ’ ซึ่งเธอพอจะได้ยินมาบ้าง แต่ไม่กล้าออกความเห็น ในห้องประชุมน่ากลัวอย่าบอกใครเชียว เรย์ทำได้แค่นั่งฟังตัวลีบ ในขณะที่พวกคอการเมืองกำลังตั้งข้อสงสัยถึงระบอบที่จะไม่มีช่องโหว่ให้ผู้ประสงค์ร้ายใช้เล่นงาน รู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินอยู่ลึก ๆ แต่ก็แค่ในห้องประชุมเท่านั้นแหละ เพราะในสนามเธอคือตัวจริง

 

อีกหนึ่งเรื่องที่ยังคงเป็นที่ถกเถียง พวกเขาไม่แน่ใจว่าจะนำสิ่งที่เรียกว่า สภาจักรวรรดิ กลับมาใช้อีกหรือไม่ มีความกังวลเกี่ยวกับการซ่องสุมกำลังของพวกกบฏ กลัวว่า ณ ที่ใดที่หนึ่งในจักรวาล อาจยังมีผู้ศรัทธาในด้านมืด พร้อมจะลุกฮือยามที่จักรวรรดิอ่อนแอ หลายคนออกมติให้ร่วมกันทำงาน ห้ามมิให้แบ่งเป็นสองฝักสองฝ่าย เรย์ไม่ถึงกับเห็นด้วย อย่างไรเสียต่อให้จักรวรรดิจะมีแค่พันธมิตรของเลอา ก็ใช่ว่าพวกมันจะซ่องสุมอยู่กับเราเงียบ ๆ ไม่ได้

 

เรย์สลัดความคิดออกไปจากหัวหลังรู้สึกปวดตุบอยู่ข้างใน เธอไม่เหมาะกับการเมือง ไม่ใช่แค่ไม่ชอบ แต่แทบไม่รู้อะไรเลย ปล่อยให้พวกเขาคิดไปน่ะดีแล้ว เรย์เบนความสนใจไปที่สิ่งเก่า ๆ แทน คำสัญญาของโพที่ว่าจะมาหาเธอพร้อมกับพวกพ้องอีกราว 2 – 3 เดือนนี้ เรย์เฝ้านับวันรอ เมื่อถึงวันนั้น เธอจะได้ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวโดยแท้จริง ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองควรรู้สึกยังไง

 

ไฟกองเล็กถูกก่อขึ้น เรย์สวมเสื้อคลุมสีขาวทับพร้อมกระชับฮูดให้เข้ารูป วันนี้ลมไม่แรงเท่าไร แต่อากาศหนาวทั้งที่อาทิตย์ยังไม่ลับขอบฟ้า เมื่อนึกขึ้นได้ เธอจึงหยิบเสื้อและผ้ากองใหญ่มาปูเป็นที่นอน เตรียมไว้สำหรับกินมื้อค่ำเสร็จ

 

ตัวประหลาดตัวแรกถูกหยิบออกมาจากถุง ไม่ใหญ่ไม่เล็ก ขนาดเท่าพอร์กโตเต็มไว เรย์ใช้มีดถอนเกล็ดและจะงอยหน้าตาพิลึก แบะลำตัวออกเพื่อชำแหละเครื่องใน ไขมันหน้าท้องถูกหั่นทิ้งไว้ในกระทะ ส่วนต่อมพิเศษที่มีกลิ่นชวนน้ำลายสอถูกนำมาจี่กับแผ่นเหล็กบางเฉียบ แล้วนำมาทาให้ทั่วเนื้อ โรยด้วยเครื่องเทศราคาถูกพอเป็นพิธี เสียบไม้ทิ้งไว้ ให้ไฟลนเนื้อจนส่งกลิ่นหอมกรุ่น

 

“ปู๊ว” บีบีเอทพูด เรย์หันมองพร้อมกับกวักมือเรียก “แกหนาวเป็นด้วยเหรอ”

 

“ปิ๊ว ปิ๊บ ปิ๊ว”

 

“ขี้อ้อนนะเรา” มือสองข้างอ้าออก รอรับเจ้าดรอยด์แสนรู้เข้ามาในผ้าห่ม เธอจัดแจงให้บีบีเอทอยู่ข้างใน มีเพียงส่วนหัวที่ยื่นออกมา เธอทำแบบนั้นแม้จะรู้ว่ามันหนาวไม่เป็นก็ตาม

 

“ปิ๊บปิ๊ว!”

 

“อะไร เกิดร้อนขึ้นมารึไง”

 

“ปิ๊บๆ” มันส่ายหัว

 

“ห้ะ?” เรย์หันขวับ “นายได้รับสัญญาณ อะ ฉันหมายถึง พวกต่อต้าน!” เรย์หายใจเข้าออกดังฮืดฮาด บีบีเอทจับสัญญาณของยานฝ่ายต่อต้านได้ ยานลำนั้นเพิ่งจะเข้าน่านฟ้าเมื่อไม่กี่นาทีนี้ และห่างออกไปไม่ไกล “แน่ใจเหรอว่าพวกเขา” เรย์ชะเง้อชะแง้ ไม่เห็นร่องรอยเป็นทางยาวของยานสักลำ แต่บีบีเอทพยักหน้า นั่นทำให้เธอยังไม่ถอดใจ เรย์ผละตัวออกจากกองผ้าห่ม ปีนขึ้นไปบนซากยานอย่างเร่งรีบ พระอาทิตย์เพิ่งลับขอบฟ้า แสงสีส้มกำลังอันตรธานหายไป ท้องฟ้าถูกเจือด้วยสีน้ำเงินแกมดำ ไม่มีอะไรเลยนอกจากฝนดาวตกและหมู่ดาวระยิบระยับ

 

เธอมองด้วยความผิดหวัง

 

“แกคงรับสัญญาณพลาด” ใบหน้าเศร้าเผยอยิ้ม ตาสีน้ำตาลเคลื่อนคล้อยลงต่ำ ความคิดโง่ ๆ ผุดขึ้นมาเป็นล้านในวินาทีที่เธอปีนขึ้นไป เป็นตลกร้ายที่ความคาดหวังเหล่านั้นแว้งกลับมาทำร้ายเธออย่างไร้ความปราณี

 

“บางทีอาจจะมียานบินต่ำเข้าน่านฟ้าแล้วก็ผ่านไปก็ได้” เรย์พูด หันไปมองบีบีเอทอย่างไม่ถือโทษ มันไม่กล้าจ้ออะไรต่อ ได้แต่มองเธออย่างรู้สึกผิด เรย์รู้ข้อนั้นดี เธอควรจะดื่มด่ำกับค่ำคืนสุดพิเศษ แต่แล้วความรู้สึกเหล่านั้นก็ทำลายมันจนแหลกละเอียด

 

“ช่างเถอะ” เรย์พูด “มาเริ่มงานกันดีกว่า” เธอหันกลับไปยังส่วนปีกของยานที่คล้ายกับสไลเดอร์ ตั้งใจจะทิ้งตัวลงไปให้ไหลตามแรงโน้มถ่วงเพื่อร่นเวลา แต่สีหน้าเธอดูไม่ค่อยแน่ใจนัก เรย์ใช้เท้าแตะทดสอบน้ำหนักตัว พบว่ามันโคลงเคลงเล็กน้อย หญิงสาวย่อตัว เหยียดขาออกระนาบพื้น ภาวนาให้มันไม่พังลงมา

 

“ฉลองคนเดียวไม่เหงาเหรอ”

 

เรย์ชะงักในขณะที่เกือบจะหย่อนตัวเองลงไปตามทางยาวของปีกยาน ตาสีสวยเบิกกว้าง เงยหน้าขึ้น กลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนค่อยๆ ขยับร่างไปหาต้นเสียง เผชิญหน้ากับสิ่งวิเศษที่เธอเฝ้ารอมาตลอด เรย์ตาร้อนผ่าว ริมฝีปากฉีกยิ้มกว้าง ปากสั่นกึกอย่างห้ามไม่ไหว เธอทำแบบนั้นอยู่สักพักก่อนกระแอมด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย

 

“มีบัตรเชิญไหม”

 

“ไม่มี” เสียงทุ้มตอบกลับ “และเธอก็คงไม่ได้สน”

 

เรย์หัวเราะ พุ่งเข้ามากอดอีกฝ่ายอย่างกลมเกลียว “ให้ตายเถอะฟินน์! ทำไมไม่บอกกันบ้าง” เธอฟูมฟายอยู่บนไหล่ของเขา ฟินน์กอดตอบอย่างเอ็นดู มือหนาลูบไปที่หลังอย่างทะนุถนอม

 

“ไม่งั้นก็ไม่เรียกว่าเซอร์ไพรส์สิ”

 

“นายขับยานมาคนเดียวเหรอ ฉันไม่ได้ยินเสียงเลย”

 

“ใช่ ยานรุ่นใหม่ ซอฟต์ขึ้น เร็วขึ้น เงียบขึ้นด้วย” ฟินน์ตอบ เรย์หัวเราะกับท่าทางโอ้อวดเล็ก ๆ ของเขา นานแล้วที่เธอไม่ได้หัวเราะเพราะอารมณ์ขันของเพื่อนมนุษย์ ในแจคคูผู้คนต่างทำหน้าทะมึนตึง ไม่ก็ส่งสายตาลุกวาวเมื่อใครมีของชิ้นสำคัญอยู่ในมือ มิตรภาพสำหรับที่นี่หายากพอ ๆ กับน้ำบริสุทธิ์

 

ฟินน์และเรย์คุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเป็นเรื่องเป็นราวจนแทบลืมเวลา เธอเล่าเรื่องความยากลำบากในแจคคูและโจรในเมืองที่เคยฉกเมนบอร์ดดรอยด์ไปต่อหน้าต่อตา เรย์ใช้แรงเบามือที่สุดในการกำราบเขา พยายามอดกลั้นฟอร์ซไปให้พลุ่งพล่านออกมาโดยไม่รู้ตัว ส่วนฟินน์พูดถึงการผจญภัยกับโพ ดาเมรอน พร้อมบอกเล่าเรื่องราวของเพื่อน ๆ อีกเล็กน้อย โรสเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าฝ่ายวิศวกรบำรุงยาน ควบตำแหน่งผู้ช่วยนักวิเคราะห์กิตติมศักดิ์ในการออกแบบยานรุ่นใหม่ หนึ่งในนั้นคือยานที่ฟินน์ขับมา แจนนาห์ออกเดินทางกับแลนโด้ เธอส่งข่าวมาบอกว่าพบครอบครัวแล้ว แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นญาติฝ่ายไหน ส่วนโพ ฟินน์ไม่สามารถบอกอะไรได้นอกจากเขายุ่งตัวเป็นเกลียว หลังภารกิจบนดาวนาบู เขาก็ได้แต่เข้าออกที่ประชุมกับเดินไปตรวจตางานตามจุดต่าง ๆ บนฐานใหม่ของจักรวรรดิ

 

“ผ่านไปไม่กี่เดือนอะไรดูจะเปลี่ยนไปเยอะ”

 

“จริง” เขาพยักหน้า

 

ในช่วงเวลาที่ต่างฝ่ายต่างตกอยู่ภวังค์แห่งความเงียบ เป็นเวลาอันดีที่ทั้งสองจะได้สำรวจคู่สนทนา

 

เรย์รู้สึกว่าฟินน์ตัวใหญ่ขึ้น ทะมัดทะแมงอย่างกับพวกทหารที่ผ่านสงครามมาอย่างโชกโชน เรย์ไม่ใช่ผู้หญิงตัวเล็ก ยังรู้สึกว่าตัวเองเป็นเด็กสาวเมื่ออยู่ใกล้เขา บวกกับท่าทีน่าหมั่นเขี้ยวที่ไม่บ่อยนักจะได้เห็น ส่งเสริมให้เธออยากเข้าไปตีไหล่เขาสักป้าบ ฟินน์คนนี้ดูร่าเริงและมีความสุข เดาว่าชีวิตในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาของเขาคงสนุกสุดขีด บางทีเธออาจคิดผิดที่แยกตัวออกมาสันโดษ คงดีกว่าถ้าเธออยู่กับพวกเขา ใช้ชีวิตเต็มสูบ เปิดหูเปิดตารับสิ่งใหม่ – ไม่รู้สิ มันอาจจะหอมหวานเมื่อเป็นแค่จินตนาการในหัวก็ได้

 

เปิดรับสิ่งใหม่ เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่เธอคิดถึงเรื่องพรรค์นั้นหลังจบสงคราม

 

แต่ก็นั่นแหละ ถ้าเป็นฟินน์ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เขาเปลี่ยนความคิดเธอได้เสมอ ไม่ใช่ด้วยการบอกหรือบังคับ แต่แค่เห็นหน้าเขา เรย์ก็เริ่มพะวงหน้าพะวงหลัง รู้สึกว่าทุกการตัดสินใจจำเป็นต้องมีเขาเป็นส่วนเกี่ยวข้อง อาจฟังดูเกินจริง แต่สำหรับเรย์ การมาของฟินน์สามารถเปลี่ยนทะเลทรายในแจคคูให้กลายเป็นป่าฝนได้แทบทันตาเห็น ถ้าเปรียบเรย์เป็นดอกไม้ เธอคงเป็นดอกไม้ที่ผุดขึ้นกลางดินก้อนแข็งแห้งกรัง รอวันคืนชีพในคืนฟ้าหลังฝน และวันนั้นได้มาถึงแล้ว

 

ว่าแต่

 

นี่มันผ่านไปกี่โมงกี่ยามแล้วเนี่ย

 

“โอ้ ตายล่ะ!” เรย์รีบดิ่งตัวเองลงไปข้างล่าง อาหารเย็นของเธอเริ่มส่งกลิ่นไหม้มาแต่ไกล เธอรีบยกออก ตรวจสอบความเสียหาย ตัดส่วนที่เป็นสีดำออก แล้วจึงพลิกด้านให้มันสุกทั่วกัน

 

“นายนั่งกับบีบีเอทไปก่อนนะ ฉันจะไปเอามันมาอีกตัว” เธอตะโกนบอก แล้วหายเข้าไปข้างใน ฟินน์มองมาจากข้างบน เห็นดรอยด์สีส้มในกองผ้ากำลังแหงนคอพร้อมส่งเสียงร้อง พวกเขาเอ่ยคำทักทายกันเล็กน้อยก่อนที่ชายผิวสีจะตามไปสมทบ ฟินน์เรียนภาษาดรอยด์แล้ว ครูของเขาคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากโพ ดาเมรอน เหตุเกิดจากตอนที่เขาและโพต้องบินไปทำภารกิจสั้นๆ บนดาวที่มีมนุษย์เพียงหยิบมือดำรงอยู่ นอกเหนือจากนั้นก็เป็นดรอยด์ดัดแปลงหรือดรอยด์ที่ถูกผลิตจากพวกเดียวกัน ความลำบากเมื่อทุกการเจรจาจำเป็นต้องผ่านล่าม (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นสปายหรือเปล่า) ทำให้โพไม่สบายใจนัก ดังนั้นการเข้าใจภาษาดรอยด์พอไปวัดไปวาจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่จะทำให้ภารกิจเป็นไปอย่างราบรื่น

 

เสียงกุกกักดังมาจากด้านใน เรย์เดินออกมาจากยานพร้อมตัวประหลาดหน้าตาน่าเกลียด เธอจับมันถอนเกล็ด ใส่เครื่องเทศ ปรุงรสเหมือนที่ทำอย่างเมื่อไม่นานมานี้ ฟินน์มองด้วยความแปลกใจ เขาอาจจะเห็นเธอในมาดสาวแกร่งสายบู๊มานานจนลืมไปว่าคนเราก็ไม่ได้มีแค่ด้านเดียว

 

“ไม่ชินเลยแฮะ” ฟินน์แซว เรียกรอยยิ้มบนมุมปากเรย์

 

“เคยบอกกับตัวเองเหมือนกัน น่าเสียดายที่ต้องรีบชินก่อน ยังไงมันก็เป็นสิ่งที่ฉันจะต้องทำตลอดไปอ่ะนะ” เธอยักไหล่

 

“ตลอดไป?” ฟินน์ทวนคำ

 

“ตลอดไป” เธอยืนยันคำเดิม

 

“คงไม่ได้หมายถึง…”

 

“ตามที่ฉันเข้าใจ ก็คงใช่”

 

เขาเงียบไปชั่วขณะ

 

“จะอยู่ที่นี่ตลอดไปเหรอ”

 

“...ไม่รู้สิ” เธอเม้มปาก “ทำไมเหรอ”

 

“เปล่า” เขาส่ายหน้า เอามือถูกันแล้วซุกเข้าไปในอ้อมแขน หญิงสาวเพ่งพินิจ คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

 

“หัดใช้ฟอร์ซกับเพื่อนแล้วเหรอเรย์”

 

“เปล่าสักหน่อย” เรย์เบนหน้าหนี ใช่ เธอเพิ่งจะใช้กับเขาไปเมื่อกี้ “แค่เห็นว่านายดูไม่ค่อยสบายใจ”

 

“ไม่สำคัญหรอก” เขาตอบ ถ้าจะมีอะไรที่จะกังวล คงหนีไม่พ้นเรื่องของเธออยู่ดี

 

บรรยากาศเริ่มมาคุแปลกๆ ฟินน์เลยถือโอกาสเปลี่ยนเรื่อง

 

“ไม่ชอบทาทูอินเหรอ”

 

“ก็ไม่เชิง” เรย์ตอบ “มันก็ดีกว่่าแจคคูนั่นแหละ แต่เหมือนจะขาดอะไรไป” เธอลุกขึ้นไปหยิบไม้เสียบ แทงมันเข้าไปในก้อนเนื้อจนทะลุออกมาอีกด้าน วางอาหารส่วนของเขาไว้บนราง เรย์กลับมานั่งที่เดิมตรงข้ามกับฟินน์ คลุกคลีกับเจ้าดรอยด์อ้วนกลมใต้ผืนผ้าห่ม “ฉันไปดาวมาหลายดวง ดาวที่มีแต่ฝน ดาวที่เต็มไปด้วยพืชพรรณ ดาวที่มีแต่หิมะ แต่ไม่มีที่ไหนเหมือนแจคคู”

 

“แหงสิ ที่นี่มันไม่มีอะไรเลย”

 

“ก็จริง” เรย์หัวเราะในลำคอ “แต่มันมีสิ่งที่ดาวดวงอื่นไม่มี…ความทรงจำ” เรย์ทอดสายตาไปยังกองไฟ หวนคิดถึงคืนวันที่ผ่านมา ทั้งดีและร้าย ก่อตัวเป็นความรู้สึกที่ไม่น่าอภิรมย์ “แต่อย่างน้อย แจคคูก็ไม่เคยมีเมฆบังท้องฟ้าเวลาดูดาว” เสียงนั้นแผ่วเบา อย่างไรเสียวิวสวย ๆ ในทะเลทรายยามค่ำคืน ก็ไม่อาจเทียบได้กับผืนป่าที่เต็มไปพืชพันธุ์และสิ่งมีชีวิต

 

“จำวันแรกที่เราเจอกันได้ไหม”

 

“ได้สิ โดนบีบีเอทช็อตไฟฟ้าใครจะลืมลง” ตาสีดำเหลือมองไปที่ตัวการ จ้องราวกับจะเข้าไปขย้ำ บีบีเอทส่งเสียงร้องคุดคู้ ใช้ตัวเบียดเข้าไปในอ้อมแขนเรย์ มันรู้ว่าจะปลอดภัยถ้าอยู่ในนั้น ฟินน์หัวเราะ ก่อนสีหน้าแช่มชื่นจะดูเบาบางลง เปลี่ยนเป็นความจริงจังที่ดูอ่อนโยนและมั่นคง

 

“แล้วก็จำตอนแรกที่เจอเธอ”

 

ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยความความโหนกนูนระหว่างไรผมและหัวคิ้วอยู่ในห้วงอารมณ์ที่ยากจะอธิบาย ความทรงจำเหล่านั้นไหลเข้ามาดั่งสายน้ำ ความร้อน กลิ่นเหล็ก กลิ่นเหงื่อ สัมผัสแรกจากผู้ชายแปลกหน้า และความมั่นใจแบบผิดๆ ที่คิดจะขับฟอลคอนออกไปโดยไม่ได้รับความเสียหาย วินาทีที่เจอฮาน โซโล ทุกอย่าง นับตั้งแต่เขาเข้ามาในชีวิต

 

เรย์แหงนมองท้องฟ้า แล้วเงียบไปพักใหญ่

 

“ฉันเคยเฝ้ามองท้องฟ้าด้วยความเจ็บปวด หวังว่าใครบางคนจะกลับมา” เธอพูด นึกถึงพ่อกับแม่ บุคคลที่เลือนลางอยู่ในความทรงจำ ไม่เคยจำได้แม้แต่ชื่อและหน้าตา ทว่ายังคงฝังรากลึกเข้าไปในตัวเธอจนไม่สามารถถอดถอน “และเมื่อได้รู้ความจริงทั้งหมด ฉันถึงได้เข้าใจว่ามันศูนย์เปล่า— น่าผิดหวัง” แก้วตาสีน้ำตาลเปล่งประกายในความมืด แสงสว่างจากฟากฟ้าสะท้อนเข้ามาในนัยน์ตา ระยิบระยับแข่งกับภาพเบื้องบน

 

“ฉันเคยอยากเป็นมากกว่าเรย์แห่งแจคคู ไม่ใช่เด็กสาวหาเช้ากินค่ำ ระหองระแหงไปมาอย่างไร้จุดหมาย แต่ตอนนี้ ฉันอยากกลับไปเป็นเหมือนเดิม” เรย์พูดเสียงสั่น ฟินน์ลอบสังเกต เธอไม่ได้ร้องไห้ ใบหน้าไม่ได้เจือด้วยความเศร้าโศก บางทีความผิดหวังอาจจะเจ็บปวดยิ่งกว่า

 

“แล้วตอนนี้เธอเห็นอะไร” เรย์หรี่ตาลง มองมาที่เขาอย่างไม่แน่ใจ ฟินน์ทำให้เธอรู้สึกว่าทุกคำพูดที่กำลังพรั่งพรูออกมากำลังจะกลายเป็นสิ่งที่น่าอดสูไปเสียหมด ใครก็มีทุกข์ นั่นทำให้เรย์ยิ่งไม่อยากให้เขาเข้ามาแบกรับความรู้สึกของตัวเอง ทว่าทักษะที่เธอควรมีกลับจางหายไปอย่างน่าประหลาด พักหลังเรย์เก็บความรู้สึกนึกคิดไว้คนเดียวแทบไม่ได้ ฟินน์ไม่เคยถามว่าเมื่อสองเดือนก่อนมันเกิดอะไรขึ้น มีแต่เธอที่หลุดปากบอกเขาทีละเล็กทีละน้อย จนเธอมั่นใจว่าอีกไม่นานเขาต้องรู้ว่าเธอคือใคร เรื่องอะไรที่ทำเธอจิตตก ลึก ๆ แล้วเธอก็ยังต้องการใครสักคนเป็นที่พึ่งพา พร้อมจะรับฟังและเข้าใจเธออย่างไม่มีข้อสงสัย เธอหวังว่านั่นเป็นเขา

 

หญิงสาวเอนตัว อยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน มองไปที่ฟากฟ้า ทิ้งทุกอย่างในหัวแล้วตั้งใจกับคำถามของเขา เธอเห็นอะไรบนนั้น ในพื้นที่อันไกลโพ้นสีดำสนิท ประดับด้วยจุดสีขาวประปราย ภาพบนนั้นไม่เคยเปลี่ยน แต่เมื่อเขาอยู่ตรงนี้ เหมือนจะมีบางสิ่งบางอย่างหลบซ่อนอยู่ข้างใน

 

“การผจญภัย” เธอเริ่มพูด สอดส่ายสายตาไปมา ตั้งสมาธิ ใช้ความรู้สึก แค่ความรู้สึก “สิ่งใหม่ที่ไม่เคยรู้ อันตราย ความเจ็บปวดและ” ริมฝีปากคลี่ยิ้ม เผยบุ๋มลึกเล็กๆ บริเวณแก้ม

 

“ความสุข”

 

เธอหันมาหาฟินน์ “นายมีส่วนเปลี่ยนมัน”

 

“เราต่างเปลี่ยนมัน”

 

เรย์ยิ้มแฉ่ง ตาสีน้ำผึ้งยังคงจ้องไปที่เขา หลายครั้งที่คำพูดของฟินน์ทำให้เรย์ต้องหยุดชะงัก รู้สึกละเอียดอ่อน ซาบซึ้ง ทั้งที่เรย์เองก็ไม่ได้เป็นคนที่มีรูปแบบความคิดที่ซับซ้อน เรย์ไม่เคยมีใครมาก่อน ฟินน์เป็นคนแรกที่ทำให้เธอรู้สึกมีค่าขึ้นมาจริงๆ ตอนที่ถูกไคโล เรนจับตัว เธอคิดว่าคงไม่มีใครกลับมาช่วย แต่แล้วเธอก็ได้เห็นฟินน์ มันยากสำหรับเรย์ที่จะอธิบายว่าตอนนั้นเธอรู้สึกอย่างไร เรย์ทำได้แค่ขอบคุณและกอดเขา หวังว่าเขาจะเข้าใจ

 

จากนั้นดวงตาชายหนุ่มก็เบิกโพลง ทำเอาเรย์ตกใจไปด้วย

 

“เรย์ ฉันมีเรื่องจะบอก” มือหนาประสานกันไว้ที่อก หมุนไปมาดังกรอบแกรบ

 

“คือ…ฉันรู้สึก”

 

“รู้สึก?”

 

“ใช่ แบบ…รู้สึก เอ่อ…”

 

“หนาว?”

 

“ไม่ใช่” เขาส่ายหน้า พยายามสรรหาคำอธิบายในหัว “จำตอนที่โดนทรายดูดได้ไหม ที่ฉันมีเรื่องอยากพูด”

 

เรย์พยักหน้า “อ่ะห้ะ”

 

“แล้วก็เสานั่น”

 

“แล้ว?”

 

“แล้ว…”

 

เรย์ขมวดคิ้ว ใช้ความคิดอยู่สักพัก ก่อนจะทำตาโต “ไม่จริงน่า”

 

“จริง”

 

“นายจะบอกว่านายมี…”

 

“ใช่”

 

เรย์ทำหน้าเหวอ ตะโกนคำว่า “เจ๋ง!” เสียงดังลั่น ทำเอาบีบีเอทหงายหลังชี้ฟ้า เธอพุ่งเข้ามาหาฟินน์ด้วยความเร่งรีบ เอามือสัมผัสที่บ่า หลับตา ใช้พลังที่มีอยู่ ใช่! ใช่จริงด้วย! ทำไมเธอไม่เคยรู้มาก่อน

 

“นานแค่ไหน”

 

“ปีหนึ่งได้มั้ง”

 

“โอ้ เข้าใจล่ะ” เธอพยักหน้าหงึกๆ “มันอ่อนมาก แต่ฉันรู้สึกได้ว่ามันกำลังเติบโต” เรย์ลืมตา ส่งยิ้มให้เขา ก่อนตระหนักได้ว่าใบหน้าของฟินน์อยู่ห่างออกไปแค่ไม่กี่ชั่วอึดใจ

 

“แบบนี้ก็ไม่ได้มีฉันคนเดียวแล้วสิ”

 

“ยังมีใครหลายคนที่เป็นแบบเรา” ฟินน์แตะฝ่ามือคนตัวเล็กกว่า เขาสัมผัสได้ถึงความไม่มั่นคงในตัวเธอ “อยากช่วยพวกเขาไหม”

 

“ฉันไม่อยากลงรอยแบบลุค”

 

“แต่เธอคือเรย์ เธอเห็นข้อผิดพลาดทั้งหมดจากเขา นั่นเป็นโอกาสที่เธอจะทำมันได้ดีกว่า”

 

เรย์ไม่ปฏิเสธ แต่ก็ใช่ว่าจะยอมรับ รื้อฟื้นเจไดยังห่างไกลจากที่เธอคิด ถึงลุคเคยบอกว่าของแบบนี้มันขึ้นอยู่กับใจ ก็ยังไม่สามารถทำให้หญิงสาวอาจหาญพอจะตั้งตนเป็นอาจารย์ เรย์ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเป็นรูปธรรม หนังสือเจไดสักเล่มก็ไม่เคยอ่าน แถมยังถูกเผาไม่เหลือซาก จะเขียนขึ้นเองก็ไม่กล้า เธอไม่ได้มีความรู้ถึงขนาดอ่านออกเขียนได้คล่องปรื๋อ อีกทั้งยังไม่เคยลองผิดลองถูกด้วยตนเอง ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่าเส้นทางยังอีกยาวไกล เว้นเสียแต่จะมีใครสักคนมาช่วย

 

“แล้วก็” ฟินน์เท้าคาง “วันนี้ดาวสวยดีเนอะ อีกเดี๋ยวเราขึ้นไปดูได้ไหม”

 

“ได้เลย”

 

เสียงตอบรับดังขึ้นในหัวฟินน์ ในขณะที่เธอไม่ได้ปริปาก ฟินน์มองไปที่หญิงสาวผมสามจุก หล่อนกำลังส่งยิ้มขี้เล่นหยอกเย้าอย่างขบขัน เรย์ส่งกระแสจิตไปหาเขา เป็นครั้งแรกที่เธอสามารถทำได้โดยไม่ต้องพึ่งพาคนกลาง เธอดีใจที่ได้ใช้มันกับฟินน์ เพราะอย่างน้อยที่สุด นี่ก็จะได้เป็นครั้งแรกของเขาและเธอ

 

“กินเถอะ หิวจะตายอยู่แล้ว” เธอออกปากชวน ยกน้ำหนึ่งกระติกไว้ใกล้ ๆ และยื่นจานให้เขา วันนี้เรย์ตัดสินใจทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง ขอให้มันเป็นหนึ่งคืนที่ไม่มีเรื่องกวนใจ ปัจจุบันเธอยังมีเขา เธออยากทำมันให้ดีที่สุด งานฉลองที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมฉุยของสัตว์หน้าบาก เสียงเจื้อยแจ้วของบีบีเอท และคำบอกเล่าเกี่ยวกับการผจญภัยของสองเรา

 

แต่แล้วเธอก็รู้สึก รูปแบบความคิดแสนประหลาดที่ก่อตัวขึ้นอยู่กลางอกแทนที่จะเป็นในหัว

 

แจคคูเปลี่ยนไปก็เพราะเขา ชีวิตเธอเปลี่ยนไปก็เพราะเขา เช่นเดียวกับบางสิ่งที่อยู่ลึกลงไปข้างใน ไม่จำเป็นต้องใช้ฟอร์ซ เรย์ก็สัมผัสถึงมันได้ อาจนับตั้งแต่วันแรกที่เจอ เพียงแต่ยังไม่กล้ายอมรับ มันเติบโตขึ้น ไม่อาจหยุดยั้ง และเมื่อมีเขาอยู่ใกล้ มันก็ยิ่งชัดเจน

 

เรย์มองไปที่เขา เฝ้าดูรอยยิ้มอย่างมีความสุขพร้อมกับคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจ

 

เธอรู้สึกถึงมันแล้ว แล้วเขาล่ะ สัมผัสถึงมันได้หรือเปล่า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

talk;

 

Can you feel the love tonight ~ รู้สึกถึงมันไหมเจ้าฟินน์

 

ก่อนอื่นต้องกราบขออภัยที่ดองนาน ไรท์พยายามปรับมู้ดให้จอยกับการแต่งฟิคสตาร์วอร์สแล้ว แต่มันใช้เวลานานมากในการทำใจยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างใน tros ไรท์รักแฟรนไชส์นี้ ผูกพันแต่เด็ก เราเลยคาดหวังกับมันสูง คงสูงเกินไปล่ะมั้ง ดูจบเราไม่มีความสุขเลย ไม่ใช่ฟีลเศร้าแบบ endgame แต่รู้สึกหงุดหงิดอยากชกหมอนข้างอะไรแบบนั้น (ขนาดใจเย็นลงแล้ว555) กำหมัดทุกทีที่นึกขึ้นได้ว่าเรย์เป็นหลาน... แล้วยิ่งมีออฟฟิเชียล facts ออกมาเรื่อยๆ เรายิ่งเฉา อยากนอนเปื่อยแล้วตื่นขึ้นมาแบบ "อ้าว ตูฝันเหรอ"

 

ข้ามเรื่องความหัวร้อนแล้วพูดถึงฟินน์ดีกว่า

 

เราเสียดายคาร์ฟินน์มาก ตลค.นี้สามารถเบี่ยงไปได้หลายทาง แต่พอเจอกระแสต่อต้านฟินน์เพราะแฟนบอยไม่ชอบเจไดผิวสี(ที่เป็นตัวเอก) พี่แกเลยเข้าไปนอนตู้เกือบครึ่งซีเควนซ์แรก tlj ถูกลดบทบาทลงไปเยอะ จางแล้วจางอีก มันมีวิธีสานต่อเรื่องราวของฮีเยอะแยะ ไม่รู้ที่ไม่พอหรืออะไร ก็ยังดีที่ภาคนี้แกอยู่กับเดอะแก็ง ไม่งั้นฉันจะแจ้ง นังดิสนีย์ นังหนูผี ไหนจะลูกฮักซ์ของฉัน ถ้าให้เขียนทั้งหมดยาวกว่าฟิคแน่นอน //หยิบ lightsaber มาฟาด

 

อ่ะแฮม ในขณะที่คาแรคเตอร์อื่นเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง คสพ.ดริฟต์ไปมาตามแต่วิจารณญาณของนักเขียน สิ่งเดียวที่เรารู้สึกว่ามันยังคงเส้นคงวาก็คือ ความ bff ของฟินน์เรย์ ความ pure ของพวกนางทำไรท์น้ำตาจิแตกตั้งแต่ tfa นี่ถ้าฟินน์ได้บอกเรย์ว่าตัวเองมี force sensitive อย่างเจเจว่า แล้วเรย์มาช่วยเทรนด์ในช่วงท้ายเราคงปริ่มมาก แต่ก็นะ ทำได้แค่บ่นกับแต่งฟิค ไม่มีทางเลือก แคนอนในจินตนาการก็ได้เจ้าค่ะ เจไดฟินน์อิสเรียล!

 

ปอลิง เราว่าฟิคนี้คนน่าจะอ่านน้อย (ซึ่งมันก็น้อยจริง 555) อย่างไรก็ตาม เราก็ยังอยากขอขอบคุณทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านอยู่ดี ไว้โอกาสหน้าเราจะแต่งฟิค sw อีกนะคะ รักจักรวาลนี้ แต่ไม่ค่อยได้แต่งฟิคเลย ;----;

 

 

 

 

 

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ Puryartist

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 18:00
    ท่ามกลางกระแสเรย์โล เราทึ่งปนประทับใจที่คุณ puryartist ที่มาคู่นี้มากเลยค่ะ ยอม 55555

    ยิ่งเห็นว่ามีสปอยล์ tros แสดงว่าอิงมาจากภาคนี้ เราก็ยิ่งอยากรู้เลยว่าจะแต่งคู่นี้ออกมายังไง ตื่นเต้น T_T


    ปล. ขอแอบถามได้มั้ยคะว่าคุณpuryคิดว่าเรื่องที่ฟินน์จะบอกเรย์คืออะไร

    ฉันมีฟอร์ซ หรือฉันชอบเธอ หรืออะไรคะ 55555 (ส่วนตัวเราเอนไปทางบอกรักมากเลยค่ะ แต่ตอนนี้เริ่มเขวแล้ว 555)

    #1
    1
    • #1-1 Puryartist
      7 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:37
      ขอขอบคุณที่เหลียวแลเรือเฟรนด์โซนของเรานะคะ ดีใจเหลือเกินที่มีคนอ่าน ตอนแรกคิดว่าจะร้าง

      ปล.เรื่องฟินน์บอกเรย์ พ่อท่านเจเจชิงตอบก่อนแล้วค่ะ ฮือ แต่ถ้าให้พูดด้วยฟิลเตอร์ชิปเปอร์แบบเรา ขอตอบว่าบอกรักค่ะ ตะโกน REYYYY มาตั้งสามภาค ต้องมีหวั่นไหวบ้างแหละ ก๊ากก
      #1-1