พริ้งพราว

ตอนที่ 3 : บทที่ 1 ดราม่าแม่ผัวลูกสะใภ้ (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,946
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 94 ครั้ง
    7 ก.ย. 62











                                                               บทที่ 1
                                                     ดราม่าแม่ผัวลูกสะใภ้

หลายวันก่อนหน้า...

พริ้งพราวแกล้งเหลือกตาเบ้ปากใส่คนที่นอนเคียงกันบนเตียงแทบจะทันที หลังจากได้ฟังเรื่องราวที่เธอขอคอนเฟิร์มเลยว่าโคตรจะ ‘ดราม้าดราม่า’ จากปากของเพื่อนรัก

กลิกาพบรักกับนักรบ ลูกชายคนเล็กของตระกูลจิตรภากร สานสัมพันธ์กันจนถึงคราวที่นักรบเห็นว่าควรจะพากลิกาไปพบกับครอบครัวตัวเองเสียที

ทว่า...การพบกันครานี้กลับไม่ได้ชื่นมื่นเท่าที่ควร ซ้ำยังกลายเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหานรกแตกฮอตฮิตระดับโลก ว่าด้วยเรื่องของแม่สามีผู้ร่ำรวยที่ไม่พิสมัยลูกสะใภ้แสนยากจนข้นแค้น

ดราม่านี้เปรียบเสมือนมรสุมลูกใหญ่ที่พัดมาเยือนชีวิตของกลิกา จนเธอรับมันไม่ไหว ต้องมาระบายให้พริ้งพราวฟัง

“เฮ้อ...ทำไมคุณแม่ของคุณนบถึงต้องรังเกียจฉันด้วยอะพริ้ง”

พริ้งพราวถอนใจใส่คนตัดพ้อรำพัน ไม่ได้ตอบคำถามเพื่อน ด้วยคิดว่ากลิการู้อยู่แก่ใจ แต่แค่ยังไม่กล้าพอจะยอมรับความจริง

นี่ แกเคยได้ยินคำว่าได้อย่างเสียอย่างป้ะก้อย” หญิงสาวเกริ่นนำ เข้าสู่กระบวนการปลอบระคนชี้แนะในแบบของสาวแซ่บสุดแกร่ง

เคย”

นั่นแหละ ตอนนี้แกกำลังได้อย่างเสียอย่าง แกได้ว่าที่ผัวรวยเว่อร์ ถือว่าเป็นบุญ ส่วนพระมารดาของว่าที่ผัวที่ใจร้ายเว่อร์ มันก็คือกรรมที่แกต้องยอมรับ คนเขาถึงบอกกันไงว่า ได้ผัวดี ไม่เจ๋งเท่าได้แม่ผัวดี!”

ให้ทายนะ ต่อหน้าลูกเขา เขาคงทำท่าพิศวาสแกปานจะกลืนกิน แต่กับแกแค่สองคน เขาคงมองบนเหยียดแกรัวๆ”

ใช่!” กลิกาพยักหน้ารับแรงๆ ถามกลับ “แกรู้ได้ไงอะพริ้ง”

โอ๊ย!” พริ้งพราวลุกขึ้นนั่ง ตบเข่าฉาด จีบปากจีบคอเอ่ย “80% ของวัฒนธรรมแม่ผัว เขาก็เป็นกันอย่างนี้ทั้งนันแหละแก๊!”

กลิกาหน้าเจื่อน ลุกขึ้นมานั่งเช่นกัน ก่อนจะถามเสียงอ่อนอ่อย “แล้วฉันจะทำยังไงดีอะพริ้ง ลองใช้ความดีเข้าสู้ดีไหม”

พริ้งพราวมองบนใส่ “ยังไงยะ แกจะเอาตัวไปบังกระสุนให้เขาเหรอ บทนางเอกละครที่ฉันเคยไปแคสตอนที่อยากเป็นดาราเนี่ย สะใภ้ต้องเสี่ยงชีวิตตายแหล่ไม่ตายแหล่ทุกเรื่อง อนาถมาก รำสุด!”

เจอประโยคนี้เข้าไป กลิกาก็อารมณ์ดีจนเริ่มยิ้มขำออกมา พลางมองใบหน้าหวานล้ำของเพื่อนสาวด้วยความเสียดายสุดใจ

พริ้งพราวเป็นคนสวยเจิดจรัสมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ใครๆ ก็คิดว่าต้องได้เป็นดาราแน่ๆ

ตัวพริ้งพราวเองก็ใฝ่ฝันอยากเป็นดารานักแสดง เฝ้าเพียรพยายามแคสติงบทนางเอกมานานหลายปี

ทว่า...ราวกับเพื่อนสาวไม่มีดวงจะได้ไปทางนี้ อะไรๆ เลยติดขัดจนถึงจุดที่พริ้งพราวยอมรับกับตัวเองว่าควรจะเลิกไขว่คว้าหาดาวเสียที

“ฉันว่ามันคงไม่ถึงกับต้องเอาตัวไปบังกระสุนหรอกมั้งแก”

กลิกาแกล้งเย้าคนสวย พริ้งพราวเองก็มองค้อนวงโต “ย่ะอาจจะไม่ถึงกับต้องเอาตัวบังกระสุน แต่หนทางพิสูจน์ใจว่าที่แม่ผัวแก มันก็คงไม่ได้ราบรื่นเหมือนมีคนมาโปรยกลีบกุหลาบให้เดินไปแน่ๆ!”

“ถ้าแกแต่งเข้าบ้านนี้ แกแน่ใจเหรอว่าคุณแม่สามีเขาจะยอมรับแกง่ายๆ ไม่ใช่ว่าแกต้องไปรับใช้เขา ทำงานบ้านให้เขางกๆ เข้านะ”

พริ้งพราวประชดเสียงแข็ง ครั้นจินตนาการถึงวิถีสะใภ้ผู้ต่ำต้อยของกลิกา หญิงสาวก็เบ้หน้า แนะนำอย่างตรงไปตรงมา

“หาผัวเป็นคนธรรมดาที่เขาดูแลเราเหมือนเจ้าหญิง ดีกว่าได้ผัวรวยๆ ที่เราต้องไปเป็นนางซินก้นครัวให้เขานะก้อย”

“ฉันไม่ได้แอนตี้ค่านิยมทำดีพิสูจน์ใจแม่ผัวหรอกนะ แต่ประเด็นหลักๆ คือ เขาคิดว่าแกไม่เหมาะสมกับลูกชายของเขา จุดนี้ต่างหากที่สำคัญ ความไม่เหมาะสม ไม่ใช่ความดีหรือความไม่ดี!

สาวแซ่บฉะตรงประเด็นอย่างชนิดที่ว่าไม่มีหมกเม็ดสักคำ แม้จะทำให้เพื่อนเจ็บปวด แต่มันก็ดีกว่าการพูดให้กำลังใจด้วยถ้อยคำสวยหรู แล้วทำให้กลิกาเพ้อฝันไปวันๆ ...อย่างที่เพื่อนเป็นมาตลอด

ความรักของกลิกาว่าดราม่าแล้ว ชีวิตครอบครัวของเพื่อนยิ่งโคตรดราม่ากว่า

แม่เสีย พ่อมีเมียใหม่ จากนั้นเจ้าหล่อนก็กลายมาเป็นแม่เลี้ยงใจร้ายที่คอยกลั่นแกล้งกลิกาให้เจ็บช้ำน้ำใจ ตามสูตรเป๊ะ!

“ฉันรู้นะว่าแกคาดหวังกับความรักครั้งนี้มาก เพราะแกคงคิดว่าคุณนบคือเจ้าชายรูปหล่อบ้านรวยที่จะมาพาแกออกไปจากชีวิตห่วยบรม ใช่ไหมล่ะ”

พริ้งพราวหรี่ตามองเพื่อน คนโดนจับผิดเองก็หน้าเจื่อน พยักหน้ายอมรับแต่โดยดี

“เฮ้อ...” พริ้งพราวถอนใจ ตบบ่าเพื่อนเบาๆ “แกลองปรับความคิดตัวเองใหม่ดีไหมก้อย ทำไมเราต้องไปหวังให้ผู้ชายรวยๆ มาทำให้ชีวิตเราดีขึ้นด้วยอะ เราสร้างชีวิตที่ดีด้วยมือของเราเองได้นะแก เงินที่หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองน่ะ มันน่าภูมิใจที่สุดแล้ว”

“หมายความว่า...” กลิกาเลิกคิ้ว หยั่งเชิงถาม “ถ้าแกมีผัว แล้วผัวให้เงินใช้ แกจะไม่เอาเหรอพริ้ง”

“เอาสิ”

“อ้าว”

พริ้งพราวหัวเราะคิกคักใส่คนหน้าเหลอ เชิดหน้าเชิดตาเอ่ยคติประจำใจ “ก็ถ้าเขาให้โดยเสน่หาแบบสามีภรรยา เราจะรับไว้ มันก็ย่อมด้ายยย! 

“แต่มันก็ไม่จำเป็นที่เราต้องไปคาดหวังให้เขามาให้เราไงแก พื้นฐานสำคัญคือเราต้องดูแลชีวิตตัวเองให้ดีก่อน ยกเว้นก็แต่กรณีที่จะเฮงจัดเหมือนน้องสาวฉัน รายนั้นน่ะ ผัวรักผัวหลงเบอร์แรง!

พริ้งพราวจิ๊ปาก นึกหมั่นไส้ความรักเมียแบบโอเว่อร์ของน้องเขย พลางเหลือกตามองบนไปมาราวกับว่าทั้งคู่นั่งอยู่ตรงหน้า

ทว่า แม้จะหมั่นไส้เพียงใด พริ้งพราวก็ต้องยอมรับกับตัวเองแต่โดยดีว่าเธอชื่นใจกับสิ่งที่หฤทธิ์ทำให้พริ้มเพราจนอดที่จะยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างเสียไม่ได้

มันมีจริงๆ นะ ก้อย ผู้ชายธรรมดาที่ดูแลเมียเหมือนเจ้าหญิงน่ะ น้องเขยฉันนี่แหละ เขาไม่ได้รวยหรอกนะ ก็คนทำงานปกติ แต่เก่ง แล้วก็ดูแลยายพริ้มดีมากกกก” พริ้งพราวลากเสียง ชื่นชมน้องเขยอย่างเต็มปากเต็มคำ

ทำงานมา ได้เงินเท่าไร ยกให้เมียหมด คอยช่วยยายพริ้มเลี้ยงลูก ทำงานบ้านเอง เคารพบูชายายพริ้มไว้บนหิ้ง จนฉันงงว่าน้องสาวฉันเป็นเมียหรือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันแน่!”

พริ้งพราวยิ้มขำ ไพล่นึกถึงความรักของหฤทธิ์กับพริ้มเพรา ที่เริ่มต้นด้วยการตั้งท้องแบบไม่ได้ตั้งใจของน้องสาว  นำพามาซึ่งเรื่องราวพิสูจน์รักมากมาย จนท้ายที่สุด พวกเขาก็ได้ครองคู่กัน

“ชีวิตรักของยายพริ้ม ทำให้ฉันเห็นภาพว่า บางทีความเป็นเจ้าชายก็ไม่ได้วัดว่าเขามีเงินเท่าไร มีบ้านหลังใหญ่ไหม มีรถหรูขับหรือเปล่า แต่อาจจะวัดจากการที่เขาดูแลผู้หญิงของตัวเองยังไง”

“โอเคว่าเจ้าชายในแบบที่แกฝันถึงน่ะ มีอยู่จริง หล่อ รวย เพียบพร้อมทุกอย่าง...แต่คนที่จะได้อยู่ข้างเจ้าชายแบบนี้น่ะ มีไม่กี่คนหรอกก้อย พื้นที่ตรงนั้นมันมีจำกัด”



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 94 ครั้ง

4,519 ความคิดเห็น