บุพเพเล่ห์ร้าย

ตอนที่ 72 : งานเข้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,377
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 113 ครั้ง
    23 ก.ย. 61

"พิจิกา " พิจิกามองหน้าจอโทรศัพท์เครื่องบางชื่อมารดาแสดงอยู่หน้าจอ แต่น้ำเสียงที่เอ่ยเรียกชื่อเธอเต็มยศนั้นคือเสียงของ คุณธันวา บิดาของเธอ และปกติบิดาของเธอไม่เคยมาเต็มยศอย่างนี้
พร้อมเสียงเข้มแบบนี้ ชวนให้ใจหวิวๆชอบกล
"สวัสดีค่ะ คิดถึงแพรใช่มั๊ย " พิจิกาตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้สดใส กลบเกลื่อนอาการที่กลัวอยู่ภายใน ปกติแล้วถ้าถามว่าบิดาหรือมารดาใครดุกว่ากัน เธอสามารถตอบได้เลยทันทีโดยไม่ต้องคิด อย่างคุณนายมีนาเหรอจะดุจะโกรธใครจริงจัง ยิ่งมีเรื่องทะเลาะกับคนอื่นด้วยแล้วฝันไปเถอะ ไม่มีทางแน่นอน เพราะมารดาของเธอชอบสอนเธอบ่อยๆ จะโกรธคนอื่น ทะเลาะกับคนอื่นเราก็ทุกข์ ถ้าไม่อยากทุกข์ก็ต้องเลี่ยง คิดลบก็ทุกข์ ไม่อยากทุกข์ก็คิดบวก ซึ่งบางทีก็นับว่าเป็นโชคดีที่เธอได้รับอุปนิสัยมาจากมารดาครึ่งนึงมาจากบิดาครึ่งนึงจึงทำให้เธออยู่บนทางสายกลาง 
" ตอนนี้อยู่ที่ไหน" 
" เอ่อ... ในห้องค่ะ " พิจิกามองรอบห้องที่เธอตอบกลับบิดาไป ก็อยู่ในห้องจริงๆ ไม่ได้โกหก 
" ห้องที่ไหน " 
"คุณพ่อขา จะห้องที่ไหนล่ะคะ ก็ห้องที่... คอนโดแพรไง " เสียงหวานใสบอกออกไปพลางไขว้นิ้วกลางทับนิ้วชี้ ไม่ได้อยากโกหกเลยจริงๆ ผิดปกติมาก ที่บิดาของเธอถามแบบนี้ หญิงสาวแอบคิดในใจ ไม่มีทางที่บิดาของเธอจะรู้แน่นอนว่าเธออยู่ที่นี่ พิจิกาพยายามทบทวนว่าตั้งแต่เข้ามาที่รีสอร์ทแห่งนี้จนถึงตอนนี้ เธอพบเจอคนรู้จักบ้างหรือเปล่า แต่คำตอบก็คือเธอไม่พบเจอใครเลยที่รู้จักแน่นอน
" พ่อมีเรื่องจะพูดด้วย ไม่อยากคุยทางโทรศัพท์ ขับรถมาหาพ่อได้มั๊ย หรือจะให้พ่อกับแม่ไปหา" คนเสียงเข้มที่ยังไม่ลดลงเลยตั้งแต่คุยกับลูกสาวเหลือบสายตาไปมองคุณมีนา ภรรยาที่นั่งอยู่ข้างๆ 
" พ่อกับแม่เป็นอะไรคะ เจ็บป่วยตรงไหนหรือเปล่า หรือว่ามีใครเป็นอะไรคะ บอกแพรสิ " น้ำเสียงใสถามออกไปอย่างกระตือรือล้น จากตอนแรกกังวลเรื่องตัวเอง ตอนนี้เปลี่ยนเป็นกังวลเรื่องของบิดามารดาทันที ต้องเรื่องสำคัญแน่ๆ บิดาถึงต้องการพบเธอขนาดนี้ ทั้งๆที่พรุ่งนี้เป็นวันทำงานถึงแม้โดยปกติเธอจะใช้เวลาแค่สองชั่วโมงจากกรุงเทพไปบ้านก็ตาม
"ใจเย็นๆลูก แพรไม่ต้องมาหรอก ไม่มีใครเป็นอะไร พ่อกับแม่แค่คิดถึง ยังไงค่อยมาวันหยุดเสาร์ อาทิตย์หน้าก็ได้ แม่เชื่อใจแพรนะ " เสียงปลอบประโลมให้คลายความกังวลของมารดาดังขึ้นจนเธอลืมสังเกตุประโยคในตอนท้าย
"ไม่มีใครเป็นอะไรแน่นะคะ แม่ไม่ได้โกหกแพรนะคะ"
"แม่ไม่ได้โกหกแพร  แต่แพรมีอะไรโกหกแม่หรือเปล่าฮึ" น้ำเสียงราบเรียบจากมารดา ทำให้คนฟังที่มีชนักติดหลัง ใจตุ้มๆต่อมๆ น้อยครั้งที่เธอจะโกหกมารดาได้ เพราะความไม่แนบเนียนรวมทั้งเมื่อเริ่มโกหกเมื่อไหร่เป็นต้องถูกจับได้ทุกที 
" เอ่อ ... คุณแม่คะ คือ ....แพร"
"ว่าไง " คุณมีนาตั้งใจฟังลูกสาว พร้อมกับเปิดสปีกเกอร์โฟนให้สามีที่นั่งทำหน้าบูด 
"แพรอยู่หัวหินค่ะ แต่อย่าเพิ่งบอกคุณพ่อนะคะ ก็เสียงเข้มมาอย่างนั้น แพรตั้งตัวไม่ทัน ก็เลยบอกๆไป ไม่ได้ตั้งใจจะโกหกนะคะ ขอโทษค่ะ " เสียงอ่อยของลูกสาวที่สำนึกผิด ทำให้คุณมีนาอดที่จะเหลือบมองสามีที่ได้ยินประโยคจากลูกสาวชัดเจน
" ไปทำอะไรที่หัวหินฮึ " คุณมีนาถามลูกสาวน้ำเสียงราบเรียบ ทั้งยังอดใจฟังคำตอบอย่างเงียบๆ ต่างกับอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ที่หลังจากได้ยินพี่สาวตัวเองโทรมาบ่นว่าลูกสาวที่ไปเที่ยวกับผู้ชายสองต่อสองก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟให้ผู้เป็นพี่สาวที่มากล่าวหาลูกตัวเอง เลยต้องหยิบยืมโทรศัพท์ของเธอเพื่อต่อสายหาลูกสาวทันที
"มากับคุณภูค่ะ แต่ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะคะ คุณแม่เชื่อใจแพรได้เลย" พิจิกาเหลือบมองคนที่เดินเข้ามาใหม่ในห้อง ภูริชเว้นระยะให้เธอได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วจึงเข้ามา ก่อนที่จะเดินเลยผ่านไปยังห้องน้ำเมื่อเห็นว่าเธอติดคุยโทรศัพท์อยู่
"แม่เชื่อใจแพรลูก คบหาเป็นแฟนกันแม่ไม่ว่า แต่อย่าชิงสุกก่อนห่ามเด็ดขาดเข้าใจมั๊ยคะ"
"เข้าใจค่ะ คุณแม่ไม่ต้องห่วง แพรสัญญา ไม่ชิงสุกก่อนห่ามแน่นอนค่ะ  " รอยยิ้มสดใสระบายเต็มใบหน้าเมื่อไม่ต้องโกหกผู้เป็นมารดากับบิดา
"แต่พ่อไม่เข้าใจ" เสียงเข้มฉบับคนหวงลูกสาวดังแทรกเข้ามา ทำให้รู้ว่าตลอดเวลาที่เธอคุยกับผู้เป็นมารดานั้น บิดาได้ยินทุกถ้อยคำ นี่คงจะเปิดสปีกเกอร์โฟนใช่มั๊ยเนี่ย เฮ้อ  
"คุณพ่อขา.. ลูกสาวขอโทษแต่ว่าแพรอยู่ในห้องจริงๆนะคะไม่ได้โกหกเพียงแต่บอกไม่หมดเท่านั้นเองว่าห้องที่ไหน ไม่โกรธนะคะ จุ๊บๆ แล้วก็ไม่มีอะไรอย่างที่คิดแน่นอนค่ะ เอาหน้าสวยๆของแพรเป็นประกัน " พิจิกาส่งเสียงออดอ้อนไปตามสาย 
"ฮึ เชื่อได้เหรอ ผู้ชายยิ่งอยู่ใกล้ของสวยๆงามๆ ก็ยิ่งห้ามยาก " 
"แต่เดี๋ยวนะคะ แล้วพ่อกับแม่รู้ได้ยังไงคะ " 
"ก็ป้าดาน่ะสิ โทรมาหาคุณพ่อ ป้าว่าเห็นแพรอยู่ที่หัวหินกับผู้ชายสองต่อสองที่ชายหาดเมื่อเช้า "
"แค่นั้นเหรอคะ " พิจิกานึกสงสัย แต่ไหนแต่ไรมาป้าดามักไม่ชอบหน้าเธออยู่แล้ว เพราะเธอกับพีรยาลูกสาวป้าดาชอบแข่งขันกันตลอดแล้วผลก็คือเธอชนะทั้งเรื่องหน้าตา เรื่องการเรียน หรือแม้แต่ฐานะทางบ้าน เลยพลอยทำให้ถูกป้าดาเขม่นไปด้วย แล้วเจอใครไม่เจอดันมาเจอป้าดาซะเนี่ย เฮ้อ หญิงสาวถอนใจพลางคิดไปว่าโชคดีแค่ใหนที่ป้าดาเห็นเธอแค่ที่ชายหาดไม่เห็นเธอตอนเดินเข้าห้องกับภูริช
"หรือมีอะไรมากกว่านั้น" เสียงบิดาที่อ่อนลงมากถามขึ้น
"ไม่มีอะไรเลยค่ะ พอดีคุณภูมีธุระที่นี่ แพรเลยนั่งรถมาเป็นเพื่อนเเค่นั้นเองค่ะ นี่ก็กำลังเตรียมตัวจะกลับกรุงเทพกันแล้วค่ะ "
"ถึงคอนโดแล้วโทรมาบอกแม่หน่อยนะ แม่ได้ไม่ต้องเป็นห่วง"  
"เจ้าค่ะ นายแม่ คิดถึงนะคะ ทั้งพ่อและแม่เลย ฝากจุ๊บๆพ่อให้ด้วยนะคะ สองที "
  พิจิการะบายลมหายใจออกอย่างแรงหลังจากวางสายโทรศัพท์จากบิดามารดา 
" วันหยุดหน้าไปบ้านคุณนะ ผมอยากไปหาคุณพ่อกับคุณแม่คุณ " พิจิกาหน้าเหวอเล็กน้อย ด้วยเข้าใจว่าชายหนุ่มตัวปัญหาได้เดินเข้าห้องน้ำไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ที่เธอยังติดสายโทรศัพท์อยู่
" เสียมารยาทแอบฟังคนอื่นคุยโทรศัพท์ "
" คนอื่นที่ไหน แฟนตัวเอง ขอโทษนะครับที่ผมคิดน้อยไปหน่อย คิดแต่ตัวเองจนลืมไปว่าถ้าใครมาเห็นเข้าคุณจะเสียหาย แต่ตอนนี้ก็เสียหายไปแล้ว งั้นอาทิตย์หน้า ผมให้คุณแม่กับคุณพ่อไปพร้อมกันกับเราด้วยเลยดีกว่า เอหรือว่าเราควรจะจัดงานหมั้นให้เร็วที่สุด ไม่เอาดีกว่า เอาเป็นหมั้นเช้าแต่งเย็นเลยดีกว่า คุณแพรได้ไม่ต้องเหนื่อยหลายวัน " 
  พิจิกาหน้าเหวอมากกว่าเดิม เมื่อได้ยินชายหนุ่มตรงหน้าพูดอยู่คนเดียวสรุปเสร็จสรรพก็เดินหนีไปยังห้องน้ำ โดยที่เธอยังหาเสียงที่ตอบโต้ได้ทัน
" ไปกันใหญ่แล้ว " หญิงสาวบ่นพึมพำเดินออกไปนั่งบนเปลหวายตัวเดิมปล่อยให้ชายหนุ่มตัวปัญหาได้ทำธุระส่วนตัวอย่างเต็มที่ พลางนั่งคิดถึงเรื่องราวที่เข้ามาอย่างรวดเร็วในความสัมพันธ์ของเธอกับชายหนุ่มในห้องตอนนี้  ก่อนจะย้ายที่นั่งไปที่ริมขอบสระว่ายน้ำพลางเหวี่ยงขาเรียวลงในสระพร้อมกับแกว่งเล่นไปมา


   "ขอบคุณนะคะ ขับรถกลับดีๆแล้วก็ถึงแล้วส่งข้อความมาบอกแพรหน่อยนะคะ "
พิจิกาหันไปบอกชายหนุ่มที่ทำหน้าที่คนขับรถ เมื่อรถยุโรปสีดำจอดลงที่หน้าคอนโดของเธอ
"ก็บอกว่าให้นอนนี่ จะได้ไม่ต้องส่งข้อความให้ยุ่งยาก " เสียงบ่นจากคนขับที่พยายามพูดเรื่องเดิมๆตั้งแต่ออกจากรีสอร์ทมาตลอดทาง ยังคงวนเข้าเรื่องเดิมอีกเมื่อถึงปลายทาง 
   ภูริชมองใบหน้านวลของคนที่นั่งอยู่ข้างๆเขา ที่ใจแข็งดังก้อนหิน ขอนอนโซฟาในห้องด้วยก็ไม่ได้ ขนาดโซฟายังหวง เฮอะ 
   

"อ้าว พี่อาทิตย์ มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ แล้วทำไมไม่โทรหาแพร มารอนานหรือยังเนี่ย"
"ใจเย็นๆสาวน้อย ที่ละคำถามพี่ตอบไม่ทัน ขึ้นห้องกันก่อนป่ะ "อาทิตย์ลุกขึ้นจากโซฟาตัวใหญ่ที่โถงของคอนโด ก่อนจะโอบไหล่บางพร้อมกับช่วยหญิงสาวถือถุงขนาดไม่ใหญ่มากโดยพิจิกาก็ยื่นให้อย่างไม่มีอิดออด
     ภูริชมองตามพิจิกาที่มุ่งหน้าเดินเข้าคอนโด เขาตาไม่ฝาดแน่ๆ เมื่อกี๊เขาเห็นมีชายหนุ่มเดินโอบไหล่แฟนเขาแต่ยังไม่ทันเห็นว่าไปไหน รถคันข้างหลังก็บีบแตรไล่เสียก่อน 
"โทรศัพท์ โทรศัพท์ อยู่ไหนเนี่ย " ชายหนุ่มบ่นเสียงดังอยู่คนเดียวในรถ เพราะจะตั้งใจหาโทรศัพท์เพื่อต่อสายหาหญิงสาว  แต่ก็โทรศัพท์ดันอยู่เบาะหลัง และการจราจรที่ถนนโล่งมากตอนนี้ทำให้ไม่สามารถจอดหรือเอี้ยวตัวไปหยิบได้ดังใจ
"โธ่เว๊ย" ภูริชกระแทกลมหายใจ
"บ้าจริง เมื่อคืนกับอีกคน วันนี้กับอีกคน "
"ไม่ได้ ใจเย็นนายภู อาจไม่ใช่อย่างที่คิด "
"โอ๊ย แล้วทำไมต้องโอบไหล่ด้วยวะ "  


***  งานจะเข้าใครละคะทีเนี๊ย แต่บอกไว้เลยว่าคุณภูเครียดแน่นอนค่ะ แล้วพี่อาทิตย์เป็นใครคะ 
มาถึงก็โอบเลยจะถึงเนื้อถึงตัวเกินผู้บ่าวคนอื่นไปละนะ 555 ***

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ  ขอบคุณทุกกำลังใจและคอมเม๊นต์ ชอบไม่ชอบส่งมาบอกกันบ้างนะ
รักนักอ่านทุกท่าน ขอบคุณค่ะ 

   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 113 ครั้ง

298 ความคิดเห็น

  1. #127 hydrangeapink (@hydrangeapink) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 13:04
    งานเข้าใครล่ะทีนี้ 555 รอๆๆ ค่ะ
    #127
    0