Private Eye นักสืบ บันทึก ฆาตกรรม และ... เวทมนตร์

ตอนที่ 9 : โดนจับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 92
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 ต.ค. 53


            แดนเนียล ยอร์คเซล เด็กหนุ่มลูกครึ่งอเมริกันกำลังยืนคิ้วกระตุกรู้สึกไม่สบอารมณ์อยู่หน้าบ้านเลขที่ 42/1 บ้านจัดสรรสองชั้นที่ถูกโอบล้อมด้วยสวนหญ้ามาเลเซียสีเขียวขนาด100 ตารางวา และถ้าเขาสังเกตไม่ผิดเหมือนจะเห็นรถน้ำเงินขาวของเจ้าพนักงานพร้อมไฟวี่หวอจอดหน้าบ้านทั้งหมดสามคัน พร้อมตำรวจยืนตรงแน่วหน้าเคร่งข้างประตูอีกสองคน

            นายไม่เห็นบอกว่าตำรวจมาที่นี่แล้วเด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสยืนนิ่งก่อนว่าเสียงเรียบในตรอกเล็กๆตรงข้ามสถานที่เกิดเหตุ... และพวกเขากำลังอยู่ในระหว่างการถอยมาตั้งหลัก ใช่...ฟังไม่ผิด ถอยมาตั้งหลัก ไม่กล้าออกไปตรงๆ เพราะเห็นรถตำรวจสามคันจอดรอพวกเขาอย่างคาดไม่ถึง... แต่มันก็คาดไม่ถึงแค่คนเดียวน่ะนะ...

            ซึ่งคนสวมแว่นกรอบเหลี่ยมเพียงตอบกลับหน้าตายด้วยประโยคกวนอารมณ์นิดๆ

ก็นายไม่ได้ถาม

            แต่ไม่ได้หมายความว่านายจะไม่บอกฉันสวนกลับเสียงเข้มทันใด นัยน์ตาสีเทาฉายแววกังวลเริ่มรู้สึกว่าไอ้เรื่องที่พวกเขากำลังจะทำเหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่โตกว่าที่คิดและไม่รู้ยังไง แดนถึงได้รู้สึกว่าภาพห้องขังลอยใกล้ตัวเข้ามาขึ้นทุกขณะ

            ฉันนึกว่านายพอจะเดาได้แล้วก็เลยไม่บอกไงคนเจ้าเล่ห์ยังตอบหน้าตายพร้อมยิ้มระรื่น ไม่สนใจน้ำเสียงกระวนกระวายของเพื่อนร่วมงานเช่นเดิม

            ไม่ได้เว้ย!!” แดนเนียลปฏิเสธกลับพลางชักสีหน้าหงุดหงิดเข้าขั้นโมโห เมื่อรู้สึกว่าไอ้คนข้างตัวมันจงใจไม่บอกจุดสำคัญที่สุดในแผนการให้เขาฟัง... ไม่บอกเลยสักนิดว่าเรื่องมันลุกลามจนถึงขั้นมีตำรวจมาข้องเกี่ยวด้วย... แน่นอนว่าความเสี่ยงต้องเพิ่มเป็นเท่าตัว เพราะตอนแรกตามแผนที่ไอ้คนหัวยุ่งบอกมา พวกเขาแค่มาหาร่องรอยจุดสงสัยนิดๆหน่อยๆ พอไขคดีได้ แล้วค่อยเป็นฝ่ายโทรแจ้งตำรวจกับนายวีรธรรมให้มาทีหลัง... แต่พอเอาเข้าจริงแผนการถูกพลิกจากหน้ามือเป็นหลังเท้าซะเดี๋ยวนั้น ตำรวจดันเสร่อมาก่อนพวกเขา... แถมไม่รู้ว่านายวีรธรรมจะเสร่อมาก่อนด้วยรึเปล่า

โอ้ เจ๋ง! เจ๋งมาก!  โวยวายในใจประชดดังลั่น ใบหน้าเชื้อฝรั่งขมวดยุ่ง ก่อนที่เขาจะอ้าปากค้างอีกรอบเมื่อได้ยินถ้อยคำเสียงระรื่นที่ดูจะไม่ค่อยเข้ารูหูเขาเท่าไหร่นัก

            งั้นลุยเลยถ้อยคำตัดสินชะตาชีวิตแบบไม่สนใจใครดังขึ้นพลัน เรียกให้เด็กหนุ่มสองเชื้อชาติถลึงตาโต อยากจะร้องห้ามก็ไม่ทัน เพราะไอ้เพื่อนสนิท(ที่สนิทกันแบบแปลกๆ) เดินจ้ำอ้าวเข้ารั้วทรงสูงของที่เกิดเหตุไปเรียบร้อยที่สำคัญกุญแจมอไซค์ฯก็อยู่กับหมอนั่น ถ้าโดนจับขึ้นมาแล้วเขาจะกลับยังไง...

            ว้า โว้ย คิ้วขวากระตุกไม่ยั้งเลยเฟ้ยร้องเสียงหลงในลำคอก่อนตัดสินใจก้าวตามทิวทัศน์ด้วยใบหน้าหงุดหงิดใต้ชุดหน่วยพิสูจน์หลักฐาน และเขาสาบานได้เลยว่า ถ้าไอ้เรื่องตอบแทนที่เคยบอกไว้มันได้ไม่คุ้มเสีย เขากับหมอนี่ต้องมีเรื่องกันยกใหญ่แน่ๆรับรองเลย!

           

            สารวัตรครับ หน่วยพิสูจน์หลักฐานจากสำนักงานนักสืบวีรธรรมมาถึงแล้วครับลูกน้องในเครื่องแบบที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูร้องเรียกเมื่อมีแขกที่หัวหน้าเป็นคนติดต่อพึ่งเดินทางมาถึง

            สารวัตรศักดิ์ชัยหันขวับขณะเลิกคิ้วที่เริ่มหิ้วย่นขึ้นสูงแล้วมองนิ่งไปยังหน่วยพิสูจน์หลักฐานในชุดสีขาวสองคนที่สวมผ้าปิดปากกับหมวกจนเขามองไม่เห็นหน้ากำลังยืนโชว์บัตรพนักงานที่มีลายเซ็นต์ของนายวีรธรรมติดไว้แนบอก

            แล้วนักสืบวีรธรรมอยู่ที่ไหนถามกลับเสียงเข้มพร้อมส่งสายตาดุๆมองไล่เด็กหนุ่มทั้งสองในชุดหน่วยพิสูจน์หลักฐานตั้งแต่หัวจรดเท้า เมื่อรู้สึกว่าเขาไม่เคยเห็นพนักงานของสำนักงานนักสืบวีรธรรมรูปร่างแบบนี้มาก่อน จากส่วนสูงกับลักษณะร่างกายน่าจะเป็นเด็กมัธยม... น่าแปลกที่วีรธรรมมีพนักงานอายุน้อยแบบนี้ด้วย  

แดนเนียล ยอร์คเซล หน่วยพิสูจน์หลักฐานตัวปลอมยืนเหงื่อแตกซิกๆใต้ชุดสีขาว และลอบมองไปยังชายหนุ่มวัยกลางคนแววตาเจนโลกเบื้องหน้าอย่างหวาดระแวง ภาวนาอย่าให้ร่างสูงวัยเกิดความสงสัย เพราะเขาจะพยายามไม่แสดงท่าทีมีพิรุธให้เห็น แม้ก้อนเนื้อบริเวณอกจะเต้นรัวจนแทบบ้า

            นักสืบวีรธรรมจะตามมาทีหลังครับ... คาดว่าอีกประมาณสามสิบนาทีหลังจากนี้ทิวทัศน์โกหกหน้าซื่อ ก่อนหยิบถุงพลาสติกใสและสวมถุงมือบ่งให้เห็นว่าพร้อมทำงานแล้วว่าต่อ ก่อนหน้านั้นเขาให้พวกผมมาเช็คข้อมูลก่อนน่ะครับ พอหัวหน้าวีรธรรมมาถึง เขาจะได้วิเคราะห์จุดที่ควรสนใจได้ถูกจุดอธิบายต่อด้วยเหตุผล แล้วก้าวย่ำไปในที่เกิดเหตุทันใด ทั้งที่ยังไม่ได้รับอนุญาติ และไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ซักถาม...

            แน่นอนว่าทิวทัศน์สืบข้อมูลของสารวัตรคนนี้มาแล้ว เขาเป็นคนง่ายๆ ไม่ค่อยฉลาด แต่มีความบ้าบิ่นสูง และผลงานที่ผ่านมามีอยู่หลายคดีที่แม้หลักฐานไม่เพียงพอสำหรับการจับกุมแต่เพราะความบ้าดิบเถื่อนส่วนตัวของเขาที่พร้อมเล่นงานผู้ต้องสงสัยแบบไม่เลือกวิธีการก็ทำให้คดีลุล่วงไปด้วยดี... แต่ก็ไม่ดีเท่าไหร่เพราะเหล่าผู้ร้ายจะได้ของแถมด้วยอาการตาเขียวเป็นอย่างต่ำ

            และจุดเดียวที่ถูกใจเด็กหนุ่มสวมแว่นกรอบเหลี่ยมก็ตรงที่เขาไม่ค่อยฉลาด... และไม่ขี้สงสัยให้วุ่นวายใจเนี่ยแหละ

            ด้านสารวัตรศักดิ์ชัย ถึงจะรู้สึกแปลกๆนิดหน่อย เพราะปกติเท่าที่เขาเคยร่วมงานมากับนักสืบวีรธรรมหลายๆคดี หมอนั่นไม่เคยส่งหน่วยพิสูจน์หลักฐานมาทำงานก่อน ที่สำคัญไม่รู้เขาคิดไปเองรึเปล่า เสียงของเจ้าหน้าที่คนเมื้อกี้ถึงได้ฟังคุ้นหูยังไงชอบกลเหมือนเคยได้ยินมาเมื่อไม่นานนี้... แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่มีจุดให้สงสัย เพราะเท่าที่ดูๆจากชุดหรือบัตรประจำตัวพนักงานก็เป็นของจริงทั้งนั้น เขาเองก็เคยเห็นมาหลายครั้ง... บางทีนักสืบวีรธรรมอาจติดธุระบางอย่างจริงๆ

            แต่ที่รู้สึกขัดหูขัดตาที่สุดสำหรับเขาก็คือ หน่วยพิสูจน์หลักฐานนี่ล่ะ... เพราะเดิมทีทางสำนักงานตำรวจจะมีหน่วยพิสูจน์หลักฐานมาทำงานพร้อมสรรพอยู่แล้ว แต่ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่ทราบได้ นักสืบวีรธรรมถึงได้จัดหาหน่วยพิสูจน์หลักฐานมาเองจนเหมือนเป็นการดูถูกหน่วยงานของตำรวจกลายๆว่าทำหน้าที่ไม่ได้เรื่องอย่างไรอย่างนั้น ทั้งที่ความจริงผลลัพธ์ที่ออกมาก็ไม่ได้ต่างกันอะไรมากมาย

            คิดแล้วก็เหนื่อยใจ เพราะความจริงเขาไม่ค่อยอยากให้มีคนเข้าไปป้วนเปี้ยนในที่เกิดเหตุบ่อยครั้งเท่าไหร่...

            เฮ้ สองคนนั้นน่ะพ่นลมหายใจนิดหน่อยก่อนว่าขึ้น ถ้ายังไงเอาข้อมูลของหน่วยงานของตำรวจไปดูก็ได้ ยังไงลูกน้องฉันก็เก็บมาหมดทุกซอกทุกมุมอยู่แล้ว ไม่น่ามีปัญหา

            แดนกับทิวหันขวับมายังสารวัตรวัยกลางคนทันใดก่อนฉีกยิ้มทั้งคู่ เพราะพวกเขาไม่ต้องเหนื่อยไปหยิบจับอะไรหลายอย่างแบบไม่มีประสบการณ์ และสำคัญสุดในความคิดของแดนคือเขาไม่อยากเห็นศพสักเท่าไหร่ เพราะถ้าเห็นคนตายต่อหน้า อาจจะมีอาหารเย็นวิ่งพรวดออกจากปากของเขาเป็นโจ๊กมื้อดึกเล่นก็ได้

            ทิวทัศน์นิ่งไปเล็กน้อยก่อนกล่าวขึ้น ไม่เป็นไรหรอกครับ คือ ถ้านักสืบวีรธรรมรู้เรื่องพวกเราอาจถูกปลดจากงาน...ว่าพร้อมอ้างนิสัยอารมณ์ร้อนของคนที่ถูกกล่าวถึงชัดเจน ที่เล่นเอาแดนเนียลขมวดคิ้วทันใดกับถ้อยคำที่เหมือนอยากเหนื่อยโดยใช่เหตุของคนข้างตัว รู้สึกไม่เข้าใจว่าจะกลัวถูกปลดจากงานไปทำไมเพราะยังไงพวกเขาก็ไม่ใช่หน่วยพิสูจน์หลักฐานจริงๆอยู่แล้ว

            สารวัตรถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น เดี๋ยวฉันคุยให้เอง มาดูข้อมูลกับพนักงานทางนี้เอาก็ได้

            ใช่เลย... ถ้อยคำนี้แหละที่เขาอยากได้ยิน... เพราะมันจะไม่ถูกสงสัยหากเขายอมดูงานของหน่วยพิสูจน์หลักฐานมืออาชีพง่ายๆ

            แสร้งลังเลอยู่พักใหญ่ก่อนรับปาก งั้น... ก็ได้ครับ

            และตอนนี้เหมือนแผนการปลอมตัวทั้งหมดจะดำเนินมาด้วยดี แต่ด้วยลางสังหรณ์หรืออะไรบางอย่างมันเริ่มชวนให้เด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสรู้สึกกังวลเล็กน้อย... เพราะเวลาอะไรๆมันเป็นไปตามที่คิด พวกตัวร้ายที่คอยขัดขวางแผนการของพระเอกมันจะชอบโผล่มาน่ะสิ

 

            อืม...เด็กหนุ่มสวมแว่นกรอบเหลี่ยมครางเสียงต่ำในลำคอขณะหรี่นัยน์ตามองรูปผู้ตายสามรูปหลายมุมที่หน่วยพิสูจน์หลักฐานถ่ายเอาไว้ พร้อมชักหัวคิ้วเรียวมาชนกันก่อนหยิบเศษอุกปรณ์หลักฐานที่ตกในห้องผู้ตายในถุงพลาสติกขึ้นมาพินิจเป็นอันดับถัดไป...

            แปลกแฮะ...

            สารวัตรศักดิ์ชัยคิดพลางสังเกตไปยังหน่วยพิสูจน์หลักฐานสองคนจากสำนักงานนักสืบวีรธรรมเมื่อเห็นกระบวนการทำงานที่ค่อนข้างผิดแผกจากที่เขาเข้าใจพอสมควร...

            ปกติงานของหน่วยพิสูจน์หลักฐานโดยเฉพาะพนักงานของนาย วีรธรรม คือ การจดบันทึกข้อมูลลงในกระดาษรายงานเน้นเฉพาะจุดน่าสงสัยหรือผิดธรรมชาติ แต่ไอ้สองคนนี้กลับทำท่าทางแปลกๆไม่เหมือนปกติ... นอกจากพวกเขาจะไม่สนใจจดบันทึกลงสมุดรายงานแล้ว ยังทำท่าพินิจพิเคราะห์จริงจังพร้อมงึมงำในลำคอเป็นระยะๆ ทำตัวเหมือนเป็นนักสืบทั้งที่ความจริงไม่ใช่... แต่ไอ้คนที่ใส่แว่นยังพอถูไถได้อยู่... อีกคนนี่สิยิ่งหนักกว่า เพราะไม่ใช่แค่ไม่จดบันทึก แต่ยังทำตัวลุกลี้ลุกลนเหมือนกลัวอะไรบางอย่าง แถมด้วยท่าทางเงอะงะไม่ได้ความเหมือนไม่รู้จะเริ่มทำอะไรก่อน...

            ปกติวีรธรรมรับพวกไม่เอาอ่าวแบบนี้เข้าทำงานด้วยเหรอ...

            เพราะเท่าที่เขารู้จักมา นายวีรธรรม เป็นชายหนุ่มที่ค่อนข้างจริงจังในเรื่องการงาน นิสัยส่วนตัวเป็นคนเข้าถึงยากนิดหน่อย เพราะขนาดเขาที่รู้จักกันมานานยังรู้สึกไม่ค่อยชินยามอยู่สองต่อสองเลย

            แต่แล้วเป้าสายตาของสารวัตรวัยกลางคนต้องเบนออกจากเด็กหนุ่มทั้งสองชั่วคราว เพราะจู่ๆนายตำรวจที่เขาสั่งให้ยืนเฝ้าหน้าประตูก็เดินเข้ามาพร้อมมีเรื่องบางอย่างมารายงาน

            มีอะไรนายศักดิ์ชัย ถามเสียงเข้ม ขณะเหลือบมองลูกน้องตรงหน้า

            ตอนนี้ที่หน้าบ้านมีพวกนักข่าวจากหนังสือพิมพ์รายวันกับกล้องทีวีมาสัมภาษณ์รายละเอียดของการก่อเหตุฆาตกรรมครั้งนี้น่ะครับ... พวกเราพยายามกันไว้อยู่แต่พวกเขายืนยันว่าจะเข้ามาให้ได้...

            ตอบกลับด้วยใบหน้าตึงเครียดพร้อมน้ำเสียงเด็ดขาดที่ทำเอาคนฟังสะดุ้งเฮือกว่า บอกพวกนั้นว่า ที่นี่ห้ามเข้า ห้ามทุกคนเข้ามาในที่เกิดเหตุจนกว่าฉันจะอนุญาตินายตำรวจยศต่ำกว่าเมื่อได้รับคำสั่งเสร็จ เขาพยักหน้าเบาๆแล้วผละออกไป ก่อนที่สารวัตรจะขมวดคิ้วแน่นพลางยืนคิดเงียบๆด้วยความสงสัยในหัว...

          ใครเป็นคนติดต่อพวกนักข่าว...   ไม่มีทางใช่ตำรวจลูกน้องเขาแน่ เพราะไม่เคยมีใครกล้าขัดคำสั่งเขา... แต่เรื่องนี้ก็มีรู้กันไม่กี่คนแค่ผู้เสียหายกับนักสืบวีรธรรม...

            ไม่น่าใช่ผู้เสียหาย เพราะคงไม่มีใครอยากให้ข่าวร้ายๆในบ้านตัวเองแพร่งพราย ส่วนนักสืบวีรธรรมก็ไม่น่าใช่... เขาไม่เคยโทรแจ้งนักข่าวมาแบบนี้... แล้วใครกันล่ะที่เป็นคนโทรบอกพวกนักข่าว...

            ข้อสงสัยผุดขึ้นในสมองนายตำรวจวัยกลางคนทันใด พร้อมคำถามอีกข้อหนึ่ง...

          หรือจะมีคนอื่นที่รู้เรื่องนี้...

 

            มาไวกว่าที่คิด พึมพำในลำคอพลางฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ใต้ผ้าปิดปากขณะลอบฟังบทสนทนาที่ไม่เบานักของสารวัตรศักดิ์ชัย

            แดนเนียลมองหน้าบ้านและเสนอความคิดเห็น ไวไปมั้ย... ก่อนที่เขาจะหมุนหน้ามาทางเด็กหนุ่มหัวหน้าชมรมและว่าต่อ เพราะนายยังไขคดีไม่เสร็จแต่นักข่าวก็ดันมาก่อน

            ทิวเลิกคิ้วสูง ใครบอกนายว่าน้ำเสียงมีเลศนัยก่อนยกยิ้มมุมปาก ฉันน่ะรู้ทริคของคดีฆาตกรรมครั้งนี้หมดแล้ว วิธีการลงมือ รวมทั้งเทคนิส่วนใหญ่ด้วยแต่ถ้าเป็นนักสืบทั่วไปก็ยากหน่อย... เพราะเป็นฉันนี่แหละถึงได้ง่ายพร้อมด้วยถ้อยคำหลงตัวเองต่อพลัน

            หมายความว่าไงถามต่อน้ำเสียงไม่สบอารมณ์นิดๆ เพราะเหมือนไอ้คนตรงหน้าจะทำท่าอมภูมิไว้อีกแล้ว

            นายเคยอ่านการ์ตูนแนวสืบสวนบ้างมั้ย

            แดนปฏิเสธทันที ฉันไม่อ่านการ์ตูน

            ทิวเลิกคิ้วถูกใจทันใดและถามต่อ แล้วนายคิดว่าพวกนักสืบจะอ่านการ์ตูนอะไรงี้มั้ย

            เด็กหนุ่มไหวไหล่ น่าจะไม่ ผู้ใหญ่สมัยนี้หัวโบราณจะตาย ไม่รู้จักพัฒนาการ ขนาดเป็นยุคไฮเทคที่มีคอมพิวเตอร์ให้ใช้กันตูมตาม แต่ไอ้พวกนี้บางคนยังมีคนใช้เครื่องพิมพ์ดีดพิมพ์งานก๊อกแก๊ก ก๊อกแก๊กอยู่เลยออกความคิดเห็นก่อนตวัดหน้าไปทางทิวทัศน์  ว่าแต่ถามไอ้เรื่องพวกนี้ทำไม

            เจ้าของแว่นกรอบเหลี่ยมหัวเราะในลำคอเล็กน้อยแล้วเฉลยสั้นๆว่า เพราะนี่เป็นทริคฆาตกรรมของหนังสือการ์ตูนเล่มหนึ่งแนวสืบสวนสอบสวน... ฉันเคยอ่าน ทั้งเศษอุปกรณ์ที่หลงเหลือไว้ สภาพผู้ตาย หรือสภาพห้องเหมือนกันแทบจะทุกส่วน

            แดนเนียลตาโตเล็กน้อย โลกกลมแฮะ...เขาว่า แล้วไงต่อ

            เดี๋ยวฉันอธิบายทีหลัง แต่ตอนนี้ต้องทำตามแผนเดิมก่อนว่าพร้อมฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนยื่นใบหน้าไปใกล้เด็กหนุ่มสองเชื้อชาติและกระซิบข้างหูแผ่วเบา... เวลาผ่านไปสักพัก และไอ้แผนการที่หมอนี่กระซิบบอกเขาเมื่อครู่ก็ทำแดนกลืนน้ำลายลงคอ ยากลำบากทันใด... เพราะถ้าพลาด... นั่นหมายถึงอนาคตดับแถมได้สนิทกับตำรวจในห้องขังไปหลายคนแน่ๆ

            แล้วนาย...แดนตั้งท่าจะร้องถามแต่ถูกพูดดักอย่างรู้ทัน

            ฉันต้องไปเตรียมการบางอย่าง... ไม่ต้องห่วงน่า คนเซนส์ดีอย่างนายทำได้อยู่แล้ว จริงมั้ย แดนพร้อมเยิ่นยอให้กำลังใจอีกรอบ รู้สึกคล้ายๆหลอกสุนัขกินข้าวยังไงชอบกล

            ตกลงกันเรียบร้อยทิวทัศน์ก็ผละตัวออกจาที่เกิดเหตุทันทีตามแผนการที่เขาวางไว้ แดนขมวดคิ้วแน่น หัวใจเต้นแรงเพราะเขาเองก็ต้องทำหน้าที่ที่เคยพูดถึงอย่างสุขุมรอบคอบที่สุดเช่นกัน

            หมอนั่นไปไหนสารวัตรศักดิ์ชัยถามขึ้น พลางพยักเพยิดไปที่หน่วยพิสูจน์หลักฐานอีกคน

            แดนสะดุ้งเล็กน้อยแต่ตอบกลับไหลลื่น โทรหานักสืบวีรธรรมน่ะครับ เพราะรู้สึกเขาจะมาช้ากว่ากำหนด แต่ถ้าได้โทรตามก็คงอีกประมาณสิบห้านาที

            นายตำรวจวัยกลางขมวดคิ้วชั่วครู่ และเอ่ยแก้ความเข้าใจผิดที่เล่นเอาคนฟังต้องเบิกตากว้าง

            แปลกนะ... นักสืบวีรธรรมไม่ได้บอกพวกนายไว้รึไง ว่าเขาน่ะมาถึงที่นี่ตั้งแต่ห้านาทีก่อนแล้ว... ลูกน้องฉันพึ่งบอกเมื้อกี้ แต่หมอนั่นไม่รู้เป็นบ้าอะไรถึงได้ทำตัวลับๆล่อๆ ไม่ยอมโผล่เข้ามาในที่เกิดเหตุสักที... ทำท่าเหมือนรออะไรอยู่งั้นแหละ

            จบคำ แดนเนียลเหมือนโดนไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าทันใด และเอ่ยถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ใบหน้าซีดเผือด...

            หมาย... ความว่าไงครับ

            สารวัตรศักดิ์ชัยมุ่นหัวคิ้วหนักกว่าเดิม ก่อนตีหน้าสงสัยเมื่อสังเกตเห็นอาการประหลาดมีพิรุธของหน่วยพิสูจน์หลักฐานตรงหน้า เขาเว้นช่วงอยู่ครู่แล้วกล่าวย้ำก็นักสืบวีรธรรมน่ะมาถึงที่นี่ตั้งแต่ห้านาทีก่อนแล้ว... มีอะไรแปลกรึไง

          มาถึงแล้ว...งั้นเหรอ

            เหงื่อกาฬแตกพลั่กมือสองข้างสั่นระริก ก่อนเสียงเสียงหนึ่งจะดังขึ้นด้านหลัง แว่วเสียงหลอกหลอนราวถ้อยคำของมัจจุราช...

            สวัสดี

            แดนเนียลหันขวับกลับหลังทันใด ก่อนนัยน์ตาสีเทาจะเปิดกว้างด้วยความตื่นตะลึง เด็กหนุ่มชะงักค้างทันใดเมื่อภาพที่ปรากฎตรงหน้าคือบุคคลที่เขารู้จักดีในชื่อวีรธรรม ล่องเมฆา... ชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบที่เป็นเป้าหมายในภารกิจนี้ของพวกเขา...

            แดนยืนนิ่ง ปั่นป่วนจนทำอะไรไม่ถูก แผนฉีกหน้านักสืบที่ทิวทัศน์เคยวางไว้พังครืนไม่เป็นท่า...

            คนเป็นนักสืบฉีกยิ้มเย้ยหยันมุมปาก พร้อมหรี่นัยน์ตาดูถูกคนตรงหน้าก่อนย่อตัวลงแล้วกระซิบถ้อยคำแผ่วเบาข้างหูที่ทำคนฟังรู้สึกหนาวเหยือกจนขนลุก

            จับหนูได้แล้ว...

           

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

41 ความคิดเห็น

  1. #30 NichtbraroN (@lovenon123) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2553 / 00:03
    จบได้บาดใจมาก


    อยากรุ้มากว่าใครเป็นหนู ใครโดนจับ หวังว่าทิวคงไม่ได้มีน้ำยาแค่นี้นะ


    บทนี้สนุกมาจ้า แต่งได้ดีขึ้นแล้ว


    สู้ ๆ พยายามเข้านะ
    #30
    0