Private Eye นักสืบ บันทึก ฆาตกรรม และ... เวทมนตร์

ตอนที่ 8 : โค้ดเนมกับสมุดโน้ตและช่องโหว่ของแผนการ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 226
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ต.ค. 53

 

            ฉันจำได้ว่าพรุ่งนี้มีสอบ...

            อืม

            ฉันจำได้อีกว่า อาจารย์วิชาสังคมหมายหัวฉันตั้งแต่ตอนขาดเรียนเกือบสองเดือน

            อืม

            แล้วพรุ่งนี้ก็มีสอบวิชาสังคมด้วย

            อืม

            แดนมุ่นหัวคิ้วแน่นก่อนหันไปมองหน้าเจ้าของแว่นกรอบเหลี่ยมอย่างเอาเรื่อง

...ไม่คิดว่าฉันจะสอบตกวิชานี้เลยเหรอไง

            อืม

            เด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่รู้สึกอยากเป็นบ้าซะเดี๋ยวนั้นหลังจากทำการหว่านล้อมพร้อมยกเหตุผลต่างๆนาๆตั้งแต่เรื่องสอบกลางภาคสามวิชารวดในวันพรุ่งนี้หรือเรื่องที่เขาขาดเรียนเกือบสองเดือนจนหวิดจะโดนไล่ออกอยู่รอมร่อมาเป็นข้ออ้างไม่ไปสถานที่เกิดเหตุที่มีคดีฆ่าคนตายหลังจากได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวจากผู้เสียหายเมื่อสิบนาทีที่ผ่านมา

            จะว่าไงดี... คือ... มันเร็วเกินไป ตั้งตัวไม่ติด เพราะไม่คิดว่าไอ้แผนแจกใบปลิวจะเห็นผลทันตาขนาดนี้

            ซึ่งเด็กหนุ่มผมหยักศกเพียงพยักหน้ารับเรื่อยเปื่อยตอบคำถามพร้อมคุ้ยอุปกรณ์ในกล่องเก็บอุปกรณ์ออกมายกใหญ่โดยไม่เงยหน้ามาสบตากับเขา แถมเหมือนเหตุผลที่เขาคิดหาข้ออ้างจนหัวแทบระเบิดจะไม่ได้เข้าหูของเด็กหนุ่มนามทิวทัศน์เลยสักนิด เจ้าตัวถึงได้ตอบส่งๆหน้าใสซื่อเหมือนไม่ใช่เรื่องที่ต้องทำตัวตกใจขนาดนั้น

          ก็แค่เรื่องเรียนหนังสือ ที่เด็กอายุเท่าเราทุกคนพยายามอย่างเต็มที่... แค่นั้นเอง...

            หลังจากคุ้ยข้าวของอยู่พักใหญ่ ทิวถึงได้หันหน้ามาทางเด็กหนุ่มสองเชื้อชาติแล้วขมวดคิ้วมุ่น ก่อนทักว่า ทำไมนายยังไม่แต่งตัว

            แต่งตัว?” แดนเนียลทวนคำเสียงสูงอย่างไม่เข้าใจนัก

            ชุดหน่วยพิสูจน์หลักฐานไง... ไอ้ชุดสีขาวนั่นน่ะ... รีบหน่อยก็ดีเพราะฉันบอกผู้เสียหายไปว่าอีกไม่เกินสิบห้านาทีจะเดินทางไปถึงว่าจบก็จัดแจงสวมชุดหน่วยพิสูจน์หลักฐานของตัวเองเสร็จสรรพพร้อมยกกล่องอุปกรณ์ใส่ตะกร้าหน้ารถมอไซค์ฯ

            จำเอาไว้อย่าง ว่า เวลาไปถึงที่นั่น ต้องใส่ถุงมือกับหมวกเอาไว้ตลอด อย่าให้มีลายนิ้วมือหรือเส้นผมเหลือไว้ในที่เกิดเหตุ เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องยุ่งทีหลังก่อนทิ้งท้ายด้วยใบหน้าจริงจังบ่งให้เห็นว่าเรื่องที่เขาพึ่งพูดจบสำคัญขนาดไหน

            แดนชักสีหน้าแหยๆ ขณะถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนหยิบชุดหน่วยพิสูจน์หลักฐานที่ทิวเตรียมไว้ให้มาสวมอย่างเสียไม่ได้พลางถามต่อ แล้วไอ้เรื่องยุ่งที่นายบอกน่ะ มันยุ่งขนาดไหน

            ทิวเงียบไปครู่เมื่อสิ้นคำถาม ก่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จิ้งจอกจะฉีกกว้างขึ้นมุมปากและกล่าวตอบเสียงแห้งชวนขนลุก ฉันคิดว่านายคงไม่อยากรู้หรอก... แต่ถ้าไอ้เรื่องยุ่งนั่นเกิดขึ้นมาจริงๆ รับรองได้เลยว่า นายได้สนิทกับตำรวจหน่วยอาชญากรรมอย่างน้อยสามคนเป็นอย่างต่ำแน่ๆฉันคิดว่านายคงไม่อยากสนิทด้วยหรอกนะ แดน...

            แดนเนียลกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่กับถ้อยคำที่จงใจพูดให้มันดูหลอนกึ่งกวนอารมณ์ของเด็กหนุ่มเบื้องหน้า และเขารู้แน่ว่าไอ้ สนิทกับตำรวจ ที่ทิวทัศน์พูดถึงน่ะไม่ใช่ความหมายเชิงบวกแน่ๆ จะว่าไงดี... ถ้าพูดถึงสนิทในความหมายแบบนั้น เขากับตำรวจตรงสี่แยกไฟแดงที่จับคนไม่สวมหมวกกันน็อคเก่งกว่าจับโจร ก็สนิทกันพอดูล่ะนะ

            ทิวทัศน์ไหวไหลหนึ่งครั้ง แต่เรื่องเตรียมการรับมือเบื้องต้นฉันก็ทำไว้หมดแล้ว... ข้อมูลบัตรอะไรพวกนี้ฉันก็ปลอมไว้เสร็จสรรพ แถมชุดหน่วยพิสูจน์หลักฐานก็มีผ้าปิดปากกับหมวก ยังไงก็คงไม่มีใครจำหน้าเราได้... เว้นแค่จะถูกจับแบบคาหนังคาเขาล่ะนะ

            แดนยังยืนเงียบ นัยน์ตาสีเทาของคนสองเชื้อชาติหรี่ลง สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียดขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนเอ่ยถามคำถามที่มันคาใจของเขาตั้งแต่เริ่มแจกใบปลิว...

            ฉัน... จะได้อะไรตอบแทนจากภารกิจนี้

            ใช่... เพราะตั้งแต่เขาฟังมา ไอ้เรื่องที่ทิวทัศน์พูด มันมีแต่เสียกับเสีย แถมยังเสี่ยง ไม่เห็นจะบอกผลตอบแทนหรืออะไรต่างๆที่น่าสนใจมั่งเลย... แล้วยังงั้นมันคุ้มรึไงถ้าเขาจะต้องเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับแผนการบ้าๆของหมอนี่ด้วย

          คุ้มรึไง...

            เจ้าของแว่นกรอบเหลี่ยมยืนนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนเผยรอยยิ้มเล็กน้อย ใช่... เพราะถ้าทำตามเขาง่ายๆแบบไม่มีเหตุผลมันก็โง่เกินกว่าจะคบหาล่ะนะ

คุ้มแน่... ถ้านายเชื่อฉันเงียบลงไปครู่ ก่อนว่าต่อ ไม่มีอะไรรับประกันในคำพูดของฉัน... แต่รับรองได้เลยว่าคุ้มแน่  ว่าสั้นๆด้วยถ้อยคำซึ่งหาเหตุผลที่น่าฟังไม่เจอเลยสักนิด แต่ถึงอย่างนั้นจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาก็ฟ้องได้พอสมควรว่าคนตรงหน้าไม่เคยพูดโกหกถ้าเขารับปากไว้... ทั้งเรื่องแผนการตาทิพย์ หรือแผนแจกใบปลิว ทุกอย่างก็ล้วนได้ผล... และที่สำคัญกว่าอะไรมากที่สุด ถ้าจะให้คนอย่างแดนเนียลไปนั่งอ่านหนังสือสอบธรรมดาเหมือนพวกเด็กมัธยมทั่วไปก็คงไม่ใช่ล่ะนะ... หึ... ลองดูสักตั้งก็ได้ กับชีวิตสมัยมัธยมที่แปลกแหวกแนวเกินธรรมดาของพวกเขา

แต่ก่อนอื่นเราต้องเตรียมของสองสิ่งเด็กหนุ่มผมยุ่งว่าขึ้นพลางชูนิ้วขึ้นสองนิ้ว เพื่อไม่เป็นการเปิดเผยตัวตนให้คนอื่นรู้ พวกเราจึงต้องมีโค้ดเนมแน่นอนว่าฉันคิดไว้แล้วรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ฉีกกว้าง

ฟังดูน่าสนใจแฮะแดนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ขณะหยิบผ้าปิดปากสีขาวมาใส่

ตอนนี้พวกเราเป็นกลุ่มนักสืบเอกชน นายคิดว่าภาษาอังกฤษมีคำไหนบ้างที่แปลว่านักสืบเอกชน ทิวเปรยขึ้นด้วยคำถามให้เด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสตอบเล่นๆ

            แดนเนียลไหวไหล่ ไม่รู้สิ ถึงฉันจะเป็นลูกครึ่งฝรั่งเศสแต่ฉันก็โตที่ประเทศไทยน่ะนะ เรื่องภาษาอังกฤษก็แค่พูดได้มากกว่าคนทั่วไปนิดหน่อย เพราะพ่อฉันที่เป็นคนฝรั่งเศสก็อยู่คนละประเทศ มาเยี่ยมเมืองไทยแค่ห้าปีหนล่ะมั้ง...เว้นช่วงอยู่ครู่แล้วเอ่ยต่อ แต่ถ้าให้เดา... ก็น่าจะเป็น Private Detective”           

ทิวเลิกคิ้วซ้ายสูงแล้วตอบกลับ ใช่ นักสืบเอกชนแปลงเป็นภาษาอังกฤษคือ Private Detective… นั่นเป็นคำที่คนส่วนใหญ่รู้แต่ที่จริงยังมีอีกหนึ่งคำ และชื่อนั้นก็คือโค้ดเนมของเราทั้งสองคนรอยยิ้มมุมปากฉีกกว้าง ก่อนเปลี่ยนระดับเสียงเป็นแผ่วเบาราวกระซิบ

          คำที่แปลว่านักสืบเอกชนอีกหนึ่งคำ...

            “หึ หึ หึ ยื่นหูเข้ามาใกล้ๆฉัน แล้วอย่าเอ็ดไปเชียวล่ะหัวเราะขนลุกแถมด้วยประโยคที่จงใจกระตุ้นต่อมสมองให้คนฟังรู้สึกอยากรู้จนอดไม่อยู่

          เงี่ยหูฟังให้ดีๆล่ะเด็กน้อย... โค้ดเนมของพวกเราก็คือ...

Private Eye

            ทว่า ยังเร็วไปที่จะตกใจนะเด็กน้อย เพราะนี่เป็นเพียงหนึ่งในสองขององค์ประกอบที่ทิวทัศน์กล่าวมาเท่านั้น... ยังมีเรื่องให้สงสัยอยู่อีกหนึ่งเรื่อง

            “Private Eye นั่นคือโค้ดเนมที่เป็นปัจจัยอย่างแรกทิวอธิบายพลางฉีกยิ้ม ส่วนองค์ประกอบที่สองก็คือนี่...

            พูด พลางยื่นของในมือที่พึ่งค้นออกมาจากกระเป๋าเป้ใส่อุปกรณ์เข้ามือเด็กหนุ่ม ลูกครึ่งฝรั่งเศส ทำเอาคนสองเชื้อชาติต้องขมวดคิ้วมุ่นอย่างสงสัย ขณะจ้องของในมือกับใบหน้าเจ้าเล่ห์สลับไปมา

            สมุดโน้ต...?”

            และ ปัจจัยอย่างที่สองที่ทิวทัศน์กล่าวถึงก็คือสมุดโน๊ตธรรมดาปกสีดำที่มีรูป เคียวสีแดงฉานขนาดใหญ่ติดอยู่ตรงหน้าปก พร้อมถ้อยคำอักขระอ่านไม่รู้เรื่องยาวเฟื้อยเต็มปกหลัง... เท่าที่ดูผ่านๆมันคล้ายพวกสมุดโน้ตของการ์ตูนแนวสยองขวัญที่มีอาถรรพ์แปลกๆ ชวนแขยงยังไงชอบกล

            และ เจ้านี่คือตัวสำคัญที่จะทำให้พวกเรามีชื่อเสียงโด่งดังได้แค่พลิกหน้า กระดาษ... ถ้าเปรียบเทียบแล้วเรื่องโค้ดเนมเมื่อกี้ จะกลายเป็นแค่เรื่องเล็กขี้ประติ๋วไปเลยอธิบาย สั้นๆด้วยความหมายที่สื่อได้เวอร์เกินควรจนชวนให้นึกว่าสมุดเล่มนี้มีความ พิเศษเหนือธรรมชาติ ทั้งที่เขาดูจากภายนอกมันก็ไม่ต่างอะไรจากสมุดโน๊ตธรรมดา แค่มีลวดลายบนหน้าปกที่หลอกหลอนชวนแหยงไปหน่อยเท่านั้น

            ตามด้วยถ้อยคำที่เวอร์เกินเหตุของทิวทัศน์อีกรอบ

            “พนัน ได้เลยว่าถ้าเราใช้สมุดโน้ตเล่มนี้ พรุ่งนี้หนังสือพิมพ์ทุกฉบับจะมีรูปของพวกเราขึ้นหน้าหนึ่งกรอบใหญ่ ชนิดที่ข่าวดาราไร้สาระอะไรนั่นชิดซ้ายไปเลย... มันคือสมุดโน้ตเวทมนตร์รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เหยียดสูง ใบหน้าจิ้งจอกฉายแววสนุกสนานพร้อมยกสมุดโน้ตเล่มที่ว่าโบกไปมา

          สมุดโน้ตเวทมนตร์... แดนทวนคำในสมองขณะเลิกคิ้วสงสัยขึ้นสูง และคิดทบทวนในหัวว่ามันมีทางเป็นไปได้ด้วยหรือไงที่ไอ้สมุดพิลึกเล่มนี้จะช่วยให้เป็นอย่างที่ทิวทัศน์บอกมาจริงๆ...

            เป็นไปได้หรือไง...



            แต่ถ้าพูดยังงี้มันก็คงน่าสงสัยเกินไปล่ะนะ ถ้ายังงั้นจะบอกใบ้สักนิดนึงก็ได้...

            เงี่ยหูฟังให้ดีๆล่ะเด็กน้อย หึ หึ หึ   

ทิวทัศน์เลิกคิ้วซ้ายขึ้นสูงพลางกล่าวต่อเสียงแห้ง

นี่น่ะ... เป็นแค่สมุดโน้ตเปล่าๆที่ไม่มีข้อความแม้แต่ตัวอักษรเดียวอยู่บนหน้ากระดาษเลยไงล่ะ หึ หึ หึ...

 

           

            เฮ้อ... แต่น่าเสียดายแทนเหลือเกินที่หัวหน้าชมรมนักสืบของเรากลับมองข้ามจุดสำคัญเล็กๆบางอย่างไป... ช่องโหว่สำคัญที่จะเทให้เรื่องยุ่งเหยิงเล็กๆเข้ามาในแผนการของเด็กหนุ่ม แต่เพิ่มชื่อเสียงของPrivate Eye ให้โด่งดังมากขึ้นยังไงล่ะ...

           

            กริ๊ง...

            เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของ นาย ศักดิ์ชัย แดนเถื่อน สารวัตรตำรวจหน่วยอาชญากรรม นายตำรวจวัยกลางคนที่มีใบหน้าเคร่งๆกับร่างกายแข็งแรงเกินวัยพร้อมชุดในเครื่องแบบเต็มยศทุกครั้งที่เจ้าตัวมาทำงานดังขึ้น เรียกให้สารวัตรตำรวจต้องขมวดคิ้วยุ่งเล็กน้อยและก้มมองโทรศัพท์มือถือหาเบอร์คนที่โทรมาไม่ถูกเวล่ำเวลาทั้งที่เขากำลังอยู่ในระหว่างทำงานสืบคดี...

            งานคดีอาชญากรรมเล็กๆที่เกิดเหตุฆาตกรรมภายในบ้านเลขที่ 49/2 ในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง ที่เขาได้รับโทรศัพท์แจ้งความจากผู้เสียหายเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน...

            และเบอร์โทรศัพท์ที่เด่นหราในยามนี้ก็คือ... สำนักงานนักสืบวีรธรรม...

            สำนักงานนักสืบที่เขาโทรไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน สงสัยคงเห็นเบอร์เขาค้างในสายไม่ได้รับ เจ้าตัวถึงโทรกลับ

            ฮัลโหลเสียงเข้มกรอกไปตามหูโทรศัพท์ด้วยใบหน้าเครียดขึงก่อนปลายสายจะเอ่ยตอบว่า

            สวัสดีครับ ท่านสารวัตรศักดิ์ชัย มีธุระอะไรรึเปล่าครับ เผอิญก่อนหน้านี้ผมลืมมือถือไว้ใต้ลิ้นชัก ตอนที่ท่านโทรมาเลยไม่ได้ยิน...คำแก้ตัวเสียงเรียบจากนักสืบวัยกลางคนดังขึ้น ซึ่งคนเป็นสารวัตรเพียงพ่นลมออกมาเฮือกใหญ่ กับเรื่องผิดพลาดเล็กๆน้อยๆของคู่สาย

            มีคดีให้ช่วยหน่อย... แต่แปลกนะ ก่อนหน้านี้ฉันก็โทรไปที่สำนักงานของนายแล้ว และก็แจ้งรายละเอียดทุกอย่างให้ด้วย ลูกน้องนายไม่มีใครบอกรึไง ที่เสียงอ่อนๆเหมือนเด็กมัธยมน่ะ และประโยคจากสารวัตรศักดิ์ชัยก็เรียกให้หัวคิ้วของคนเป็นนักสืบต้องขมวดมุ่น

          เคยโทรมาแล้วงั้นเหรอ...

            ก็ตอนแรก ฉันโทรไปที่เบอร์มือถือของนาย แต่ไม่มีคนรับ ฉันก็เลยโทรไปที่เบอร์ที่สองจากใบปลิวที่ได้มาเมื่อวันก่อนเขาอธิบายต่อเมื่อรู้สึกคู่สนทนาของเขาจะยังไม่ได้รับแจ้งรายละเอียดจากลูกน้องที่เขาติดต่อไปตอนแรก

          เบอร์ที่สองบนใบปลิวงั้นเหรอ...    

นัยน์ตาสีดำเข้มของนายวีรธรรมหรี่ลงเล็กน้อย สารวัตรจำเบอร์ที่โทรออกได้มั้ยครับ

ก็มีบันทึกไว้นะ... ว่าแต่นายถามทำไม

ช่วยบอกเบอร์นั่นมาหน่อยครับวีรธรรมไม่ตอบคำถาม สีหน้าของเขาดูจริงจังขึ้นทันใด

0874125xxx’

            และก็เป็นตามที่คิด...

            นั่นไม่ใช่เบอร์สำรองของสำนักงานของเขา... มีใครสักคนแปลงเบอร์โทรสำนักงานเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง... แต่เขาก็ต้องยอมรับว่าแผนการของอีกฝ่ายดีใช่ย่อย เพราะเขาคงไม่มีทางรู้เรื่องนี้ถ้าสารวัตรไม่ได้เป็นคนโทรมา... สัญชาตญาณนักสืบมืออาชีพพลุ่งพล่านทันใดและคิดย้อนไปถึงเหตุการณ์หนึ่งที่รู้สึกสะดุดใจและเหมือนจะเกี่ยวข้องกับเรื่องปลอมเบอร์ครั้งนี้

          สารวัตรบอกว่าเอาเบอร์มาจากใบปลิว... เด็กแจกใบปลิวนั่น...

            ไตร่ตรองในสมองอยู่ครู่ และเขาก็ได้จิ๊กซอชิ้นสำคัญเป็นรูปใบหน้าของเด็กหนุ่มเชื้อฝรั่งซึ่งยืนแจกใบปลิวขายผักลดราคาหน้าห้างสรรพสินค้าที่เขาเจอตอนเช้า... และเมื่อรวมกับท่าทางมีพิรุธชวนสงสัยนั่นก็พอเดาออกได้ไม่ยาก...

            ถ้าใบปลิวที่ไอ้หนูนั่นแจกไม่ใช่ใบปลิวของร้านขายผัก... แต่เป็นใบปลิวสำนักงานนักสืบวีรธรรมเรื่องทุกอย่างก็ลงล็อก...

          มิน่า ไอ้หนูนั่นถึงได้ทำหน้าตกใจนักตอนเห็นหน้าเรา...

            เงียบทำไม ตอนนี้มีเรื่องด่วนนะสารวัตรเชิดพงศ์ร้องเร่ง เมื่อจู่ๆอีกฝ่ายก็เงียบไปโดยไม่มีสาเหตุ

            ขอโทษครับ แต่รบกวนท่านสารวัตรช่วยบอกสถานที่เกิดเหตุมาอีกรอบได้มั้ยสงสัยลูกน้องของผมมันจะลืมจดไว้น่ะครับตอบกลับทันควันพร้อมแก้ตัวแทนเสร็จสรรพที่เรียกเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างเบื่อๆของคู่สาย เพราะเขาต้องเปลืองน้ำลายบอกรายละเอียดอีกรอบ

            ฝากด่าลูกน้องนายด้วยละกัน นี่ถ้าเป็นลูกน้องฉันรับรองโดนพักงานไปแล้ว เอาล่ะ... ฉันจะบอกเป็นรอบสุดท้าย...สารวัตรว่าเสียงหน่ายๆ พร้อมออกคำสั่งย้ำให้ลงโทษกับนาย วีรธรรม เพราะการลืมงานสำคัญแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร ก่อนร่ายยาวเกี่ยวกับสถานที่เกิดเหตุ...

            เจ้าของร่างสูงเผยรอยยิ้มเหยียดมุมปากขณะคิดในใจว่า

            เป็นใคร ต้องการอะไรไม่รู้หรอกนะ... แต่ถ้าอยากเล่นตลกกับเขาก็เตรียมเจ็บตัวไว้ได้เลย... เพราะบทลงโทษฐานเข้ามายุ่มย่ามกับงานของเขาโดยพละการมันหนักเอาเรื่องเหมือนกันนะ หึ หึ หึ...

            และตามการวิเคราะห์... ด้วยวิธีการของพวกคิดไม่ซื่อนั่นเหมือนพวกนั้นจะมีเหตุผลบางอย่างที่ต้องการไปสืบคดีแทนเขา ถึงได้จงใจแปลงเบอร์สำนักงาน... ถ้ายังงั้นคดีที่สารวัตรพึ่งโทรแจ้งมา ถ้าเขาคาดการณ์ไม่ผิด ไอ้หนูนั่นต้องอยู่ด้วยแน่ๆ... และนั่นแหละถึงสนุก...

            เคยมีคนบอกมั้ยล่ะ ว่าเวลาเหยียบหนูตัวเล็กๆเนี่ย มันสนุกขนาดไหน...

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

41 ความคิดเห็น

  1. #28 NichtbraroN (@lovenon123) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2553 / 23:28
    อ่านในเอ็มแล้วนะ


    สู้ ๆ น้า


    อย่าเพิ่งท้อ
    #28
    0
  2. #27 Ryoma+ (@johjoh) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2553 / 23:00

    โฮ่ๆๆ ทิ้งไว้ให้งงเเล้วจากไปนะท่านพี่
    ตอนนี้เป็นการไขคดีเเรก
    ดูเถื่อนๆดีขอรับ ไม่ดูซับซ้อนจนเกินไป
    บางช่วงมีงงเล็กน้อย หรือเพราะเจอ่านไม่ละเอียดหว่า
    ย้อนกลับไปอ่านก็เข้าใจงะ สายตาเจเบลอไปเอง555
    เเต่ก็สนุกขอรับ มีอะไรให้เเปลกใจเยอะดี 
    ที่สำคัญประโยคสุดท้ายนี่ทำพิษอีกเเล้ว 
    ชวนให้อยากรู้มากขอรับ

    #27
    0