Private Eye นักสืบ บันทึก ฆาตกรรม และ... เวทมนตร์

ตอนที่ 7 : เบอร์ที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 153
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 ต.ค. 53

 

            “เฮ้อ...~” เสียงถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนของเด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสที่กำลังถือกองกระดาษเอสี่ในมือปึกใหญ่ประมาณสองพันแผ่น กลางหลังมีกระเป๋าเป้สีดำที่ข้างในก็มีกระดาษแบบเดียวกันอีกหนึ่งปึก แดนเนียลกำลังยืนนิ่งกลางสี่แยกไฟแดงหน้าห้างสรรพสินค้าสูงเจ็ดชั้นและต้องคอยยื่นกระดาษให้กับคนทุกคนที่ทำท่าจะเดินผ่านรอบตัวเขาในระยะห้าเมตร

            แจกใบปลิว... ใช่ฟังไม่ผิด แจกใบปลิว หยุดเข้าใจผิดได้เลยเพราะมันไม่ใช่การทำงานพิเศษหารายได้ในช่วงวันหยุดเหมือนนักเรียนมัธยมปลายคนอื่นๆ เพราะเขาไม่ได้เงินตอบแทนสักแดงแถมยังทำงานหนักกว่างานพิเศษทั่วไปอีก เพราะนอกจากจะต้องคอยมายืนแจกใบปลิวกลางแดดเปรี้ยงๆ เขายังต้องไปติดกระดาษแผ่นนี้ในตู้โทรศัพท์ทุกหัวถนนไม่ให้ว่างโดยไม่ลืมต้องฉีกใบปลิวเดิมที่มันเกะกะออกให้หมด

            เป็นแผนฉีกหน้า ที่เจ๋งมากแดนเนียลพึมพำในใจกึ่งประชดหลังจากเขาต้องยืนแหง๊กอยู่ยังงี้ตั้งแต่แปดโมงเช้าจนเวลาล่วงเลยมาเกือบเที่ยงแต่กองกระดาษในมือยังไม่มีทีท่าจะหมดง่ายๆ... ถึงในมือจะหมดแต่ก็ยังมีในเป้อีกอยู่ดี

            และไอ้แผนฉีกหน้าที่ทิวทัศน์เคยบอกก็เริ่มจากการปลอมใบปลิวของสำนักงานนักสืบวีรธรรม...

            โดยปกติใบปลิวเดิมของสำนักงานวีรธรรมจะมีข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ตั้งของสำนักงาน รายละเอียดของงานที่สามารถทำได้ พร้อมรูปแว่นขยายชวนพิศวงขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่ในหน้ากระดาษไปเกือบครึ่ง เพราะเป็นโลโก้สวยๆประจำสำนักงานเอาไว้ดึงดูดลูกค้าอยู่เล็กน้อย... และถ้ามองเยื้องมาด้านล่างขวาจะเห็นเบอร์โทรศัพท์สำหรับติดต่อสำนักงานอยู่สามสี่เบอร์

            ส่วนใบปลิวแผ่นใหม่ที่ทิวทัศน์ใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีทำขึ้น ก็มีสภาพไม่ต่างจากเดิมแม้สักเสี้ยวจนดูเหมือนเป็นใบปลิวแผ่นเดียวกันหากไม่สังเกตให้ดีๆ...

            ณ มุมกระดาษด้านล่างขวา ได้มีเบอร์ติดต่อของสำนักงานวีรธรรมเพิ่มขึ้นในตำแหน่งเบอร์ที่สอง...

            ไม่ได้ปลอมหรือปรับเปลี่ยนแต่เป็นเพิ่ม...

            และเท่าที่เขาจำได้ตอนทิวทัศน์อธิบายเหตุผลในการทำแบบนี้ ก็คือ

            เราต้องใช้ประโยชน์จากใบปลิวแผ่นนี้ โดยการปลอมเบอร์โทรด้านล่างพูดพลางยกรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ให้คนฟังฉงนเล่นแล้วค่อยอธิบายต่อ

เราจะไม่ใช้วิธีลบเบอร์สำนักงานเดิมออกแล้วเอาเบอร์ติดต่อของฉันหรือนายใส่... แต่เราจะเพิ่มเบอร์ของพวกเราเข้าไปอยู่เบอร์ที่สองไม่ใช่ลบ แต่เป็นเพิ่มนิ่งเล็กน้อยก่อนเสริมด้วยเหตุผลต่อ ถ้าจู่ๆเราไปลบเบอร์พวกนี้เปลี่ยนเป็นเบอร์ของเรา พวกที่เคยใช้บริการมาก่อนหรือพนักงานในสำนักงานอาจสงสัยได้... ปกติเบอร์โทรหลักของสำนักงานเขาจะอิงเบอร์แรกที่ระบุในใบปลิว... ยกตัวอย่างง่ายๆว่าเวลานายจะสั่งสินค้าอะไรจากใบปลิวก็ต้องใช้เบอร์แรกทั้งนั้นใช่มั้ย เพราะแบบนั้นเราถึงต้องเพิ่มเข้าไปในเบอร์ที่สอง... นอกจากพวกลูกค้าที่เคยใช้บริการจะไม่สงสัยแล้ว พวกพนักงานก็ไม่สงสัยเหมือนกัน พวกเขาจะคิดแค่ว่า นายวีรธรรมเป็นคนเพิ่มเบอร์ติดต่อนี้เข้ามาเอง เพราะยังไงเบอร์หลักเบอร์แรกก็ยังอยู่ แต่มีกรณีเดียวที่จะความแตกก็คือเจ้าของสำนักงานมาเจอใบปลิวแผ่นนี้ด้วยตัวเอง แต่โอกาสก็คงน้อยล่ะนะ แถมไม่มีทางสาวมาถึงตัวพวกเราได้ด้วย

ฟังดูเข้าท่าและใช้ได้ผลจริง และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของแผนการที่ทำให้แดนเนียล เด็กหนุ่มหน้าฝรั่งต้องมายืนเหงื่อตกเพราะคำสั่งสั้นๆของคนสวมแว่นกรอบเหลี่ยมว่า

และตามแผน... พรุ่งนี้นายต้องไปยืนแจกใบปลิวตรงที่มีคนพลุ่กพล่าน

แจกใบปลิว!?’ แดนเนียลทวนคำเสียงสูงทันใด ให้ฉัน... ไปแจกใบปลิวเนี่ยนะพลางชักสีหน้าไม่สู้ดีนัก

ซึ่งคนเจ้าเล่ห์ตามนิสัยก็ตอบรับหน้าตาย อือ งานง่ายๆไง ก็แค่ยืนๆ ใครเดินผ่านก็ยื่นกระดาษให้หมูจะตายพร้อมไหวไหล่นิดอย่างไม่แยแส

แดนกระพริบตาปริบๆแล้วนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ทันใด คล้ายยังจับต้นชนปลายไม่ถูกแม้ในหัวจะเข้าใจคำสั่งเกือบหมด

ถ้าฉันไปแจกใบปลิว แล้วนายจะทำอะไร

ทิวทัศน์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ปั้นหน้ายุ่งยากสมจริง มีงานอื่นที่ต้องทำ... เพราะยังขาดองค์ประกอบอีกนิดหน่อย...พูดขึ้นเสียงเข้มเล่นเอาคนอยากท้วงชะงักกึกไม่กล้าท้วงต่อ

และนั่นก็เป็นเหตุผลสั้นๆที่ทำให้แดนเนียลต้องมายืนแจกใบปลิวหน้าห้างกลางแดดร้อนประจำวันอังคารที่ 2 กันยายนแบบนี้...

แต่โชคดีที่บรรยากาศโดยรวมก็ไม่ได้แย่นัก เพราะบ่อยครั้งจะมีสาววัยรุ่นมหาลัยใส่กระโปรงสั้นจู๋ท้าแสงแดดเดินผ่านให้เขายิ้มกรุ่มกริ่มสบตาเล่นอยู่เรื่อยๆ... ส่วนสาวมัธยมถ้าได้ยินความคิดต่อไปนี้ของแดนเนียลอาจจะน้อยใจเล็กๆแต่ก็ช่วยไม่ได้เพราะมันเป็นเรื่องจริง

มหาลัยกับมัธยมหุ่นต่างกันโขเลยเฟ้ย...

รอยยิ้มขี้เล่นเผยเต็มใบหน้า ขณะหมุนคอจนแทบหักเมื่อเห็นผู้หญิงผมยาววัยรุ่นใส่สายเดี่ยวเดินขวับๆผ่านหน้าเขาจนเด็กหนุ่มแทบจะเดินเข้าไปขอเบอร์ถ้าไม่ติดที่ยังมีแผ่นกระดาษกองใหญ่ในมือกับผู้ชายกล้ามบึ้กอีกคนที่มีใบหน้าระดับโคกระบือเดินกอดคอลิ่วๆอย่างสนิทสนม... ถ้าเปรียบเทียบก็ประมาณ หมากับปลากระป๋อง... แต่โลกคงเพี้ยนไปหน่อยเพราะไอ้หมาตัวนี้ดันกินปลากระป๋องได้จริงๆ

ให้ตาย... ทนคบไปได้ยังไง

บ่นกระปอดกระแปดในใจและลูบคลำหน้าตัวเองเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่าเขาหน้าตาดีกว่าหมอนั่นอยู่หลายขุม

และแดนอาจต้องขอบใจที่เมืองไทยอากาศร้อนเป็นพิเศษถึงได้ทำให้สาวๆพร้อมใจกันนุ่งน้อยห่มน้อยให้เขาน้ำลายหกเล่น

อย่างน้อยก็ยังมีของแก้เซ็งให้เขามองฆ่าเวลา...

            ทว่ารอยยิ้มกรุ่มกริ่มของเด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสต้องดับวูบเมื่อเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินมาขัดความคิดสนุกๆของเขา และเจ้าของร่างสูงในชุดสูทเนี้ยบที่กำลังเดินมาก็ทำเอาแดนเนียลตาโตทันใด คำพูดของทิวลอยแว่บเข้ามาในหัวทันที

แต่มีกรณีเดียวที่จะความแตกก็คือเจ้าของสำนักงานมาเจอใบปลิวแผ่นนี้ด้วยตัวเอง แต่โอกาสก็คงน้อยล่ะนะ

โอกาสก็คงน้อยล่ะนะ...  ทวนคำในสมองอีกครั้งก่อนแหกปากในใจขึ้นใหม่

          น้อยกับผีน่ะสิ!

            แดนแถมอยากวิ่งหนีทันใดเมื่อนัยน์ตาสีเทาเหลือบไปเห็นร่างสูงของนายวีรธรรม ล่องเมฆา พร้อมลูกน้องในชุดสีดำเรียบร้อยที่เดินห้อยตามมาอีกสองสามคน และถ้าเขาไม่รู้สึกไปเองเหมือนหมอนั่นจะเหลือบมองมาที่เขา แถมขมวดคิ้วเล็กน้อยคล้ายสงสัยด้วย

            เด็กแจกใบปลิว...ชายวัยกลางคนพึมพำแผ่วเบา ขณะหรี่นัยน์ตามองบุคคลต้องสงสัยนิ่ง

            ใช่ มันก็น่าสงสัย เพราะทันทีที่เขาเดินผ่านเจ้าหนุ่มตรงหน้าก็แสดงพิรุธเห็นได้ชัด ล่อกแล่ก ตื่นตระหนก แถมถ้าสังเกตไม่ผิดเหตุผลที่หมอนั่นมีท่าทางผิดปกติแบบนี้เหมือนจะเป็นเขาด้วย... สัญชาตญาณนักสืบมืออาชีพเริ่มทำงานและฟ้องกลายๆว่าเด็กหนุ่มลูกครึ่งต่างชาติคนดังกล่าวมีท่าทางไม่ชอบมาพากล...

            และที่ผ่านมาเซนส์ของเขามันก็แม่นเอาการด้วยสิ...

            วิเคราะห์อยู่ครู่ก่อนเอ่ย

            ไปเอาใบปลิวที่หมอนั่นแจกมาหน่อยสิชายวัยกลางคนเคร่งขรึมหันไปสั่งลูกน้องข้างตัวเสียงเข้ม ขณะใช้นัยน์ตาดุๆจ้องไปทางเด็กแจกใบปลิวเขม็ง

            ครับคนเป็นลูกน้องรับคำ แล้วทำตามคำสั่งทันที... รวดเร็วจนเด็กหนุ่มตั้งตัวไม่ติด

            ไอ้หนูชายสวมชุดสีดำว่าขึ้น เอาใบปลิวนั่นมาให้ฉันหน่อยพลางว่าสั้นๆด้วยน้ำเสียงดุเล็กๆ

            แดนเนียลกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ทันใด เหงื่ออุ่นๆไหลรินเล็กน้อย ขณะจ้องไปที่แผ่นใบปลิวปลอมของสำนักงานนักสืบวีรธรรมที่เขากำลังแจกอยู่นิ่ง

          ความจะแตกรึเปล่านะ...

            เขารู้สึกสับสนและก้มมองมุมล่างขวาของกระดาษที่มีเบอร์โทรปลอมของชมรมนักสืบที่ทิวเป็นคนเพิ่มขึ้นมา... แม้จะเป็นจุดเล็กๆแต่ถ้าอีกฝ่ายเป็นนักสืบต้องสังเกตเห็นแน่ๆ... ถ้ายังงั้นเขาควรจะทำยังไงดี...

            “ไอ้หนูเร็วหน่อยชายสวมชุดสีดำเริ่งขึ้นพลางมองไปที่เจ้านายตนอย่างตื่นๆนิดๆ ดูท่าทางนายวีรธรรมคงไม่ใช่คนชอบรอเท่าไหร่

            ...นี่ครับจนหนทางเข้าแดนต้องหยิบกระดาษให้หนึ่งแผ่นอย่างหมดทางเลือก ซึ่งชายหนุ่มก็รับไว้แล้ววิ่งตรงกลับไปหาเจ้านายนักสืบทันที ก่อนยื่นกระดาษที่พึ่งได้รับมาให้นายวีรธรรมดู

            ผัดสด... ลดราคา 50 เปอร์เซ็นต์ ?” ชายร่างสูงอ่านข้อความในกระดาษด้วยสีหน้าสับสนเล็กน้อย ก่อนหันขวับไปหาเด็กหนุ่มแจกใบปลิวคนเดิมทันที แต่เหมือนเขาจะหายตัวไปแล้ว

          ใบปลิวผักลดราคา...  

            แม้หัวข้อใบปลิวที่เด็กหนุ่มแจกมันจะไม่เกี่ยวอะไรกับเขา แต่ก็ยังสงสัยอยู่ว่าทำไมถึงได้ดูตกใจนักพอเห็นตัวเขา ถึงยังคาใจอยู่แต่นายวีรธรรมก็เดินไปข้างหน้าต่อเพราะมีงานสำคัญเกินกว่าที่เขาจะมาสนใจเด็กแจกใบปลิวคนนี้... แต่ก็นั่นแหละ ถ้าหมอนั่นมีความสัมพันธ์อะไรแปลกๆกับเขาจริงจะช้าจะเร็วเดี๋ยวต้องได้เจอกันแน่ๆ...

            ผ่านไปห้านาทีจนกลุ่มสำนักงานนักสืบเดินหายจนลับสายตา...

เฮ้ย... อย่าเดินกลับมาอีกนะเว้ย

แดนบ่นอุบอิบหลังตู้โทรศัพท์ หลังจากพ้นสภาวะเสี่ยงตายเกือบโดนตำรวจจับข้อหาต้มตุ๋น แถมรู้สึกหนาวเยือกแปลกๆ เพราะเหมือนการกระทำผิดปกติของเขาจะโดนใจหมอนั่นเต็มๆแถมลักษณะของชายกลางคนเหมือนจะไม่ยอมลืมหน้าเขาง่ายๆด้วยสิ... โชคดีที่เขาคิดเผื่อในกรณีแบบนี้ไว้ ถึงได้เตรียมใบปลิวลดราคาผักจากคนแจกผู้หญิงหน้าตาจิ้มลิ้มร้านขายผักมาก่อนหน้านี้... รับรองได้เลยว่าที่เขามีใบปลิวนี้เพราะรอบคอบจริงๆ ไม่ใช่ไปเจ้าชู้เกาะแกะผู้หญิงจริงๆนะ

แต่ถึงอย่างนั้น แดนเนียลก็เริ่มเกิดข้อสงสัยแล้วว่า ไอ้ชมรมนักสืบนี่มันต้องทำงานเสี่ยงตายหวิดอนาคตดับขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย

 

            พูดตรงๆว่าฉันเกลียดสถานการณ์แบบวันนี้เป็นบ้าเสียงบ่นงึมงำเป็นหมีกินผึ้งของเด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสในชมรมนักสืบเรียกให้เจ้าของแว่นกรอบเหลี่ยมเลิกคิ้วซ้ายเล็กน้อยพลางเผยรอยยิ้มมุมปากหลังจากฟังเรื่องสุดหฤหรรษ์สำหรับแดนแต่เป็นเรื่องน่าสนุกสำหรับเขาเต็มสองหู

            แต่นายก็รอดมาได้ทิวว่าสั้นๆกึ่งคำชม

            ชัวร์! ถ้าไม่ใช่ฉันมีหวังถูกตำรวจหิ้วคอยัดเข้าตารางข้อหาต้มตุ๋นไปแล้วและคนถูกชมก็พยักหน้ารับตามระเบียบ... อย่างน้อยแดนก็ไม่ได้โง่ซะทีเดียว... มีไหวพริบดีกว่าคนทั่วไปไม่อย่างงั้นคงไม่เข้าตาทิวตั้งแต่แรก

ทว่าเด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสต้องเลิ้กคิ้วกว้างเล็กน้อยและเบี่ยงมาประเด็นอื่นเมื่อเห็นบางอย่างแปลกๆที่เพิ่มเข้ามาในชมรมนักสืบ

            เสื้อเชิ้ตสีขาวไซส์ L กับกางเกงขายาวสะอาดอย่างละสองตัว พร้อมถุงมือ ผ้าปิดปาก ซองพลาสติกหลายซอง คีมคีบ กระปุกใส กล้องถ่ายรูปคุณภาพสูง และที่อยู่เยื้องๆกันหน่อยมีเสื้อปกหนาสีน้ำตาลเข้มพร้อมผ้าคลุมยาวสีทะมึน... ปลายผ้าของผ้าคลุมดูขาดรุ่งริ่งทั้งที่ยังไม่เก่าเหมือนเจ้าตัวจงใจออกแบบมาให้เป็นอย่างนั้นกับกางเกงขายาวสีน้ำเงินหนา ถัดมาเป็นไปป์สูบยาสีดำเมี่ยมกล้องใหญ่พร้อมไส้ยาสูบ ทั้งที่เขาไม่เคยเห็นคนตรงหน้าสูบบุหรี่มาก่อน

            ทิวร้องบอกทันใดเมื่อเห็นเพื่อนร่วมชมรมสะดุดตาเข้ากับของสองอย่างที่เพิ่มมานี้

นี่เป็นชุดหน่วยพิสูจน์หลักฐานของสำนักงานนักสืบวีรธรรม ไม่เหมือนชุดพิสูจน์หลักฐานทั่วไปเลยเสียเวลาตระเวณหาร้านตัดชุดเกือบทั้งวันกว่าจะได้แบบที่แน่นอนและเหมือนที่สุดอธิบายถึงตรงนี้ก่อนล้วงกล่องอุปกรณ์ขณะควักบัตรที่คล้ายบัตรพนักงานแล้วโยนให้เพื่อนร่วมชมรมทันใด

ส่วนนี่เป็นบัตรประจำตัวของหน่วยพิสูจน์หลักฐานของวีรธรรม ฉันปลอมบัตรเสร็จเรียบร้อย คนทั่วไปไม่มีดูทางออก เวลาเข้าไปเก็บหลักฐานจะได้ไม่ถูกสงสัย

            แดนรับมาอย่างทึ่งๆขณะมองใบหน้าตนในบัตรที่ดูจะเรียบร้อยกว่าปกตินิดหน่อย ก่อนชักสีหน้าแหยงๆแล้วถามแบบลังเลนิดหน่อย นายใช้อะไรปลอม...

ซึ่งคนถูกถามเพียงไหวไหล่เล็กน้อย ไม่มีอะไรยุ่งยาก พวกบัตรประชาชนบัตร นักศึกษาฉันก็เคยปลอมมาแล้ว แถมใช้เช่าหนังตามร้านวีดีโอได้จริงไม่มีใครสงสัย

พูดออกมาน้ำเสียงภูมิใจ ทำเอาคนสองเชื้อชาติได้แต่กระพริบตาปริบๆ เริ่มหวั่นในใจขึ้นมานิดๆ

รู้สึกไอ้พวกนี้มันจะผิดกฎหมายทั้งนั้นเลยนะ...

ล่าสุดที่แดนเนียลทำผิดกฎหมายก็คือขับมอไซค์ฯไม่สวมหมวกกันน็อค ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะโดนปรับอยู่สองร้อย ถ้าให้พูดตามอารมณ์ของเขาไอ้ความผิดนั้นก็ไม่มากมายเท่าไหร่ แต่ยังโดนปรับตั้งสองร้อย... แล้วไอ้การปลอมบัตรพวกนี้จะโดนปรับเท่าไหร่ล่ะเนี่ย

คิ้วขวากระตุกอีกละ...

แดนนิ่งไปครู่ก่อนถามต่ออีกครั้งเมื่อรู้สึกคนตรงหน้ายังอธิบายของใหม่ที่เพิ่มเข้ามาไม่หมด

แล้วไอ้ชุดสีน้ำตาลนั่นล่ะ มีไว้ทำอะไร

สิ้นคำถาม รอยยิ้มพรายเจ้าเล่ห์ปรากฎเต็มใบหน้าของทิวทัศน์ นัยน์ตาใต้แว่นกรอบเปลี่ยนฉายแววสนุกสนานปนตื่นเต้นอย่างอดไม่อยู่

ชุดนักสืบไง เท่ใช่มั้ยล่ะและไม่ลืมถามความเห็นของเพื่อนร่วมชมรมต่อพลัน

ก็... ไม่เลวนะ... เอ่ยชมไม่เต็มเสียง เพราะจากสายตาของเขามันเหมือนชุดของหนังบู้แอคชั่นที่มีพวกยอดมนุษย์กระโดดโลดโผนต่อยตึกสิบกว่าชั้นทำลายได้ในทีเดียวอย่างไงอย่างงั้น... ถึงเขาจะเคยเห็นพวกแต่งคอสเพลย์อยู่บ้าง แต่นั่นมันก็ในงานเฉพาะ ไม่เคยเห็นใครตั้งใจใส่ชุดประมาณนี้กลางสาธารณชนเลยน่ะนะ...

แถมถ้าเจ้าตัวบอกว่าเป็นชุดนักสืบจริง หมายความว่าเขาจะต้องใส่มันต่อหน้าตำรวจกับผู้เสียหายใช่มั้ย...

อืม... คิดภาพไม่ออก... แถมไม่อยากคิดให้มันออกด้วย แต่ก็พอรู้ว่าไม่น่าดู...

เอาแบบมาจากการ์ตูนที่ชอบน่ะ ดัดแปลงนิดหน่อย รู้สึกจะชื่อเรื่องปราบปีศาจอะไรนี่แหละเจ้าของแว่นกรอบเหลี่ยมอธิบายต่อเสียงชื่นมื่น เล่นเอาเพื่อนร่วมอดตีสีหน้าปั้นยากไม่ได้

ปราบปีศาจ... นักสืบ โอ้... ใกล้กันมาก

แล้วไปป์นั่นล่ะ นายไม่ได้สูบบุหรี่ไม่ใช่เหรอไงแดนถามต่อด้วยน้ำเสียงเคืองนิดๆ

ก็เป็นมาดไง นักสืบส่วนใหญ่เขาก็มีกันทั้งนั้น แต่ฉันไม่ได้กะจะสูบหรอกนะ ฉันไม่ได้โง่ขนาดจะปล่อยให้ควันยาสูบลอยเข้าปอดของฉันแทนที่จะลอยขึ้นบนฟ้าหรอกทิวแก้ต่างพลัน อันนี้ก็คาบไว้ให้เท่ ไม่มีเหตุผลอื่น” 

แดนถอนหายใจเล็กๆกับตัวตนอีกด้านของทิวทัศน์ ใครจะไปนึกล่ะว่าเด็กหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์ที่มีมันสมองฉลาดด้านการใช้ชีวิตอย่างรอบคอบจะมีมุมที่ดูเป็นเด็กธรรมดาขนาดนี้ สดชื่น ร่าเริงเมื่อพูดถึงสิ่งที่ตัวเองชอบ...  อย่างน้อยก็ถือว่าไม่ผิดปกติซะทีเดียว

ทว่าเขาอาจจะต้องกลับความคิดใหม่ เมื่อสีหน้าเจ้าเล่ห์กึ่งกวนประสาทกลับมาบนใบหน้าของเด็กหนุ่มอีกครั้งหลังจากได้ยินเสียงโทรศัพท์ประจำชมรมดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

กริ๊ง! กริ๊ง!

เสียงสะท้านแก้วหูเรียกให้สมาชิกชมรมนักสืบหันขวับไปยังต้นเสียงทันที ก่อนทิวจะอมยิ้มน้อยๆ ใบหน้าจิ้งจอกเจ้าเล่ห์กลับมาอีกครั้ง...

และถ้าแดนจำไม่ผิด เหมือนทิวจะเคยบอกว่า โทรศัพท์เครื่องนั้นไม่เคยมีใครต่อสายเข้ามาก่อน เพราะมีไว้สำหรับลูกค้าที่ต้องการติดต่องานเท่านั้น และถ้ามองจากสถานการณ์ปัจจุบันที่เขาพึ่งแจกใบปลิวของสำนักงานวีรธรรมปลอมๆไปเมื่อเช้าก็เดาได้ไม่ยากว่าคนที่โทรมานี้เป็นใคร

ลูกค้าของสำนักงานนักสืบวีรธรรม...

ไม่นึกว่าจะเร็วขนาดนี้... แดนคิดในใจก่อนลอบกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ หัวใจเต้นแรง รู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นทันใด

เจ้าของแว่นกรอบเหลี่ยมเพียงหันมาส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ให้เพื่อนร่วมชมรม นัยน์ตาใต้แว่นกรอบเหลี่ยมฉายแววยินดีเมื่อแผนใบปลิวของเขาก่อนหน้านี้เหมือนจะสำเร็จลุล่วง

ทิวหยิบหูโทรศัพท์ขึ้นและพูดกรอกไปตามสายว่า

สวัสดีครับ ที่นี่... สำนักงานนักสืบวีรธรรม ยินดีรับใช้...

หึ หึ หึ...

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

41 ความคิดเห็น

  1. #19 NichtbraroN (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2553 / 23:30
    สนุกดี แก้ใหม่แล้วใชได้เลยแหละ


    ชอบนะ มีมุกตลกมากขึ้นด้วย


    เมนท์ต่อให้เอมน้า อิอิ
    #19
    0
  2. #18 Ryoma+ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2553 / 21:27

    โอ้ เเบบนี้ดีกว่าเเบบเก่านะ
    สนุกดีขอรับ
    ขอย้ำว่าชอบเเดนเนียลมากอย่างเเรง
    ตอนนี้มีฉากน่าลุ้นระทึกด้วย
    นั่งอ่านก็ลุ้นไปด้วยตัวโก่ง555
    เป็นสีสันดีนะขอรับ อัพต่อๆ

    #18
    0
  3. #15 Ryoma+ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2553 / 22:01

    อัพไวๆเข้านะขอรับ

    #15
    0