Private Eye นักสืบ บันทึก ฆาตกรรม และ... เวทมนตร์

ตอนที่ 6 : แผนฉีกหน้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 146
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 ต.ค. 53

 

            นั่นนายทำอะไร แดนกระพริบตาถี่ๆพลางถาม หลังจากเห็นเด็กหนุ่มหัวหน้าชมรมนักสืบหยิบหนังสือวิชาวิทยาศาสตร์เล่มหนาขึ้นมาอ่านพลางจดอะไรยิกๆลงสมุดทั้งที่เมื่อเช้าพวกเขาเพิ่งสอบผ่านไปหยกๆ... แล้วจะเอามาอ่านอะไรอีก... และก็เป็นอีกครั้งที่แดนเนียลเด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสรู้สึกฉงนกับการกระทำอะไรแปลกๆของเพื่อนร่วมชมรม

            เพื่อนร่วมชมรม... ฟังไม่ผิดหรอกว่าเป็นเพื่อนร่วมชมรม เพราะหลังจากเสร็จการสอบทั้งสามวิชาของวันแรกที่กว่าจะผ่านก็ทุลักทุเลเลือดตาแทบกระเด็น ทิวทัศน์ก็ยื่นใบสมัครเข้าชมรมทิ่มพรวดใส่หน้ารวดเร็วพลางฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์และบอกสั้นๆด้วยเหตุผลที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้

            หวังว่าคงไม่มีอะไรข้องใจใช่มั้ยที่จะลงชื่อในกระดาษใบนี้

            ทั้งแผน ทั้งวิธีการ ก็ถือว่ารัดกุมอยู่มากพอสมควร มันทำให้เขาที่เคยรับปากไปก่อนหน้านี้ไร้ข้ออ้างใดๆที่จะปฏิเสธไม่เข้าร่วมชมรม... แถมถ้าทำหมอนี่ไม่ถูกใจอะไรอีกเขาอาจโดนหมอนี่บุกเข้าห้องในหอพักอีกหนสองหนก็ได้

            และตอนนี้ชมรมนักสืบที่เคยมีสมาชิกชมรมแค่คนเดียวมานานแรมปีก็มีสมาชิกเพิ่มเป็นสองคน...

            อ่านหนังสือทวนไง มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่ยุทธพงศ์จะฟ้องอาจารย์ตอนคะแนนสอบออกเพราะไม่เชื่อคะแนนตัวเอง... แน่นอนว่าฉันต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัยแน่ ก่อนจะถึงตอนนั้นก็แค่อ่านหนังสือเผื่อถูกอาจารย์ถามไว้ด้วย แต่ง่ายกว่าอ่านก่อนสอบเยอะ เพราะรู้หมดแล้วว่าข้อสอบมีอะไรบ้าง ถ้าตอบถูกหมดก็จะไม่มีหลักฐานให้ท้วงอธิบายพลางจดยิกๆลงกระดาษสมุด

            จะว่าไงดี... ถ้าให้พูดชมก็ต้องบอกว่า คนตรงหน้า รอบคอบจนน่ากลัว ไม่คิดจะเปิดช่องว่างของแผนการแม้เพียงเศษเสี้ยว แต่ถ้ามองอีกด้าน จะเห็นว่าร้ายสุดขั้วเลยทีเดียว

            แล้ว... จะเอาไงต่อ ปกติชมรมนักสืบมีอะไรให้ทำบ้างแดนเนียลถาม ขณะเอนหลังบนพนักเก้าอี้ในห้องชมรมนักสืบพลางหยิบแว่นขยายมาส่องเล่น

            แค่รอ...ทิวทัศน์ตอบ

            หา!?  รอ... รออะไรแดนเนียลถามกลับเสียงสูง ขณะชักหัวคิ้วแน่น

            ก็โดยปกติสำนักงานนักสืบส่วนใหญ่ก็ต้องรอให้ผู้เสียหายมาร้องทุกข์อยู่แล้ว... ยิ่งถ้าเป็นชมรมระดับมัธยมแบบนี้ คดีที่มาหาก็คงไม่พ้นสะกดรอยเพื่อนร่วมชั้น หรือตามหาโจรขโมยตุ๊กตาอะไรงี้

            แดนเลิกคิ้วขึ้น ร้องอ๋อทันใด และไอ้ตัวอย่างคดีที่ทิวทัศน์บอกมาก็เป็นดังคาดที่มันออกจะปัญญาอ่อนหน่อยๆ

          โจรขโมยตุ๊กตา... เหอ เหอ  แค่ชื่อก็น่าทำมาก

            แล้วปกติมีคดีเข้ามาบ่อยมั้ย

            ทิวทัศน์ตอบกลับหน้านิ่ง ก็ถ้านับตั้งแต่ตั้งชมรมมาก็ยังไม่มี

            แดนเนียลสะดุ้งโหยงหันหน้ามาทางหัวหน้าชมรม พลางฉีกยิ้มกว้างอย่างถูกใจ จริง?”

            อือ...ทิวพยักหน้ารับ

          โอ้เจ๋ง! เป็นอย่างที่หมอนี่บอกจริงๆ ชมรมนี้เหมาะกับคนขี้เกียจแบบเขาที่สุด... เพราะไม่มีงานอะไรทำให้เมื่อยตุ้มไง... โห... สวรรค์ชัดๆ

            ทว่าประโยคถัดมาของคนสวมแว่นกรอบเหลี่ยมก็เรียกให้รอยยิ้มพรายบนใบหน้าของเด็กหนุ่มสันหลังยาวหุบลงทันใด เขาฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ชวนขนลุกอีกครั้ง นัยน์ตาจิ้งจอกมีประกายระยับ

            เพราะงั้นเราจะไม่รออีกแล้ว

            แดนเนียลชะงักกึกทันใด เขาจ้องหน้าทิวทัศน์นิ่งก่อนถามต่อด้วยท่าทางหงุดหงิดนิดๆ ไม่รอแล้วจะทำไง…” เขาเว้นช่วงอยู่ครู่ขณะตีสีหน้าปั้นยากและเดาการกระทำของหัวหน้าชมรม หวังว่านายคงไม่ไปก่อคดีซะเองเพื่อให้มีคนมาร้องทุกข์หรอกนะ

            และจากการพฤติกรรมประหลาดๆของทิวทัศน์โอกาสแบบนี้มันก็มีอยู่... ทว่าเจ้าของแว่นกรอบเหลี่ยมเพียงตีสีหน้าแหยแกพลางมองมายังเด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสด้วยสายตาดูถูกเล็กน้อย

            ใครจะไปทำอะไรชั่วๆแบบนั้นทิวปฏิเสธเสียงเรียบด้วยประโยคที่เล่นเอาแดนเนียลชักสีหน้าเบื่อๆเล็กน้อย... แล้วอดคิดอย่างประชดไม่ได้

แล้วไอ้เปลี่ยนชื่อบนข้อสอบน่ะดีมากกก เลยเนาะ

ดูนี่ ทิวว่าพลางโยนกระดาษแผ่นหนึ่งให้เขาดู แดนรับมาอย่างสับสนเล็กน้อย นัยน์ตาสีเทาหรี่ลงนิ่ง...

เนื้อความในกระดาษเป็นข้อความเชิญชวนบรรดานักสืบมากความสามารถที่มีชื่อเสียงและมีผลงานโดดเด่นน่าตกใจเข้าร่วมงานเลี้ยงระดับห้าดาวบนตึกเอ็มโพเรี่ยมเจ็ดชั้นใจกลางเมืองในอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้า รายละเอียดส่วนใหญ่ไม่ระบุ แต่มุมล่างซ้ายของกระดาษระบุใจความสำคัญไว้ชัดเจนว่า... นักสืบที่จะเข้ามาร่วมงานต้องได้รับบัตรเชิญอย่างเป็นทางการจากการคัดเลือกของหน่วยบริหารของเรา

นายคงไม่ได้อยากเข้าร่วมงานเลี้ยงนี่หรอกใช่มั้ยแดนเงยหน้าถามพลางตีสีหน้าปั้นยากเล็กน้อย

ซึ่งคู่สนทนาเพียงตอบกลับเสียงใส นั่นแหละคือเป้าหมาย

เป็นไปไม่ได้แน่ๆแดนเนียลสรุปรวดเร็ว พวกเราเป็นแค่เด็กมัธยมที่ตั้งชมรมนักสืบธรรมดา... อย่าว่าแต่ที่นี่เลย ที่อื่นๆก็มีชมรมนักสืบ แถมนายไม่เคยไขคดีสักคดี ยังไงเขาก็ไม่มองพวกเราแน่ๆพร้อมอ้างเหตุผลหลักๆชัดเจน

ทว่าทิวทัศน์เพียงยิ้มเหยียดสูง คิ้วซ้ายเลิกขึ้นและว่าต่อด้วยน้ำเสียงมีเลศนัย

งั้นเราก็สร้างชื่อเสียงด้วยการไขคดีใหญ่ๆสักคดีสิ

แดนนิ่งไปครู่คิ้วสองข้างขมวดกันยุ่งและออกความเห็นแย้งต่อ นายต้องบ้าแน่ๆ... แค่คดีในโรงเรียนยังไม่มีอะไรให้เราทำ แล้วคดีใหญ่ๆที่นายว่ามันจะวิ่งมาจากไหน

ก็ต้องไม่ใช่คดีในโรงเรียนทิวว่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่เป็นคดีของจริงที่มีพวกตำรวจหรือหน่วยพิสูจน์หลักฐานมาเกี่ยวด้วย

เป็นไปไม่ได้... พวกนั้นไม่มีทางสนใจเด็กมัธยมปลายธรรมดาแบบเรา อีกอย่าง... แค่คดี คดีเดียวมันไม่ทำให้ชื่อเสียงเราดังได้มากพอจะเข้าร่วมงานเลี้ยงระดับห้าดาวนี้หรอกนะ แดนเนียลพูดอย่างเหลืออดกับความหัวดื้อของคนตรงหน้าที่จะพยายามทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้

เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ยังไงก็ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว...

ทิวทัศน์อึ้งเล็กน้อยพลางใช้สายตานิ่งๆมองมายังเพื่อนร่วมชมรมที่ดูจะค้านเขาไปเสียทุกเรื่อง ก่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะเหยียดกว้างขณะกล่าวถ้อยคำที่ไม่เกี่ยวกับหัวข้อที่พวกเขาคุยกันอยู่

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว... มีนักเทนนิสเก่งที่สุดของโลกคนหนึ่ง เขาลงแข่งขันในกีฬารายการใหญ่ระดับโลก ซึ่งคู่แข่งรอบแรกของเขาเป็นเด็กน้อยธรรมดาอายุไม่ถึง18ที่มีส่วนสูงเพียงหัวไหล่ของเขา... แน่นอนว่าใครๆต่างก็เชื่อว่า เด็กน้อยคนนั้นต้องแพ้แน่ๆ และถึงเด็กน้อยแพ้ก็เป็นเรื่องธรรมดาไม่มีอะไรให้แปลกใจ...

แดนเนียลพ่นลมออกมาอย่างเบื่อหน่าย ขณะกล่าวขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงกรุ่นๆ บ่นบ้าอะไรของนาย

ทิวเบิกตาโตอย่างมีเลศนัยขณะยื่นหน้าเข้ามาใกล้เด็กหนุ่มรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ฉีกสูงชวนขนลุกหึ หึ หึ หนูน้อย... เงี่ยหูฟังนิทานต่อไปนี้ให้ดีๆ จุดสำคัญของเรื่องมันอยู่ตรงนี้...ว่าเสียงยานคางให้อารมณ์คนเล่านิทาน

ถ้ามือหนึ่งระดับโลกชนะ... ก็เป็นเรื่องธรรมดา... แต่ถ้าเด็กน้อยชนะล่ะ อะไรจะเกิดขึ้นหนูน้อย... หึ หึ หึ เขาจะโด่งดังแค่ในข้ามคืน สื่อต่างๆ สำนักข่าว สำนักพิมพ์มากมายพร้อมจะเอารูปของเด็กน้อยมหัศจรรย์ผู้สามารถโค่นนักเทนนิสอันดับหนึ่งลงได้ขึ้นหัวข่าวของพวกเขา... แค่ครั้งเดียว... แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ชื่อของเด็กน้อยก็จะดังก้องโลก...

อึก...    แดนเนียลเผลอลืมกลืนน้ำลายทันใดกับนิทานสั้นๆที่ไม่เคยได้ยินจากไหนมาก่อน ก่อนถามต่อเมื่อรู้สึกว่าตนสามารถเดาจุดหมายของหัวหน้าชมรมออก

นี่นายหมายความว่า...

ใช่... อย่างที่นายคิดนั่นแหละแดน... ถ้าเปรียบเทียบ พวกเราก็เป็นเด็กน้อย... เหลือแค่หานักเทนนิสอันดับหนึ่งของโลกผู้โชคร้ายเท่านั้น

หึ หึ หึ... แน่นอนว่ามันต้องโชคร้ายแน่ๆ เพราะถูกมัจจุราชแห่งความเจ้าเล่ห์อย่างทิวทัศน์ล็อกเป้าไว้แล้วไง...

ว่าจบคนเป็นหัวหน้าชมรมก็หยิบแฟ้มเอกสารเล่มหนาสีฟ้าจากกองเอกสารสูงท่วมหัวขึ้นมาพลางปัดฝุ่นเบาๆ แล้วโยนตุ้บมาให้แดนเนียล และเด็กหนุ่มก็ต้องรับมาแบบงงๆพลางเปิดอ่านเอกสารของอะไรบางอย่างที่ไอ้คนเจ้าเล่ห์ส่งให้

แดนเลิกคิ้วสูงเล็กน้อยหลังจากเปิดแฟ้มเอกสาร... เพราะเนื้อหาภายในมันเป็นข้อมูลประวัติส่วนตัวของบรรดานักสืบมากหน้าหลาตาที่มีภูมิลำเนาอยุ่ทั้งนอกและในประเทศไทย เน้นหลักๆเฉพาะบุคคลที่เคยโชว์ฝีมือคลี่คลายคดีดังในประเทศ... และถ้าลองสังเกตดีๆจะเห็นว่ามีหลายคนที่คุ้นหน้าทางหนังสือพิมพ์กับโทรทัศน์อยู่ไม่น้อย

ประวัตินักสืบเอกชน...เขาพึมพำเสียงแผ่วแล้วเงยหน้ามองทิวทัศน์อย่างไม่เข้าใจนัก

ใช่ หาข้อมูลง่ายจะตาย หนังสือพิมพ์ อินเตอร์เน็ตอะไรงี้มีออกให้พรึ่บ... เผอิญว่าฉันยังไม่ได้กำหนดนักสืบที่เป็นเป้าหมายน่ะ ก็มีคิดๆไว้บ้าง แค่ยังไม่ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าพลางไหวไหล่ด้วยท่าทางสบายๆ ก่อนมุ่นหัวคิ้วลงไปจดข้อสอบวิชาวิทยาศาสตร์ต่อ

แดนเนียลเข้าใจทันใด... อ๋อ... นักสืบที่จะเป็นนักเทนนิสมือหนึ่งระดับโลกสินะ  และต้องอดชักสีหน้าสับสนเล็กน้อยไม่ได้กับความคิดของตัวเองที่คิดตามมุขนิทานของทิวทัศน์

ทว่าหลังจากเด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสพลิกแฟ้มเอกสารสีฟ้าไปได้สักพักพร้อมครางในลำคอ อืม... อืม... เขาก็โพล่งขึ้นเสียงดัง นัยน์ตาสีเทาเบิกกว้าง

โอ้! คนนี้เจ๋งดี นางสาว ชนกนันท์ ภิรมย์เดช อายุมากกว่าเราแค่สี่ปี แถมสวย ที่สำคัญหุ่นโคตรเจ๋งว่าเสียงดังด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นไปคนละเรื่องกับจุดประสงค์เดิม เล่นเอาเจ้าของแว่นกรอบเหลี่ยมหรี่นัยน์ตานิ่งพลางมองไปยังเพื่อนร่วมชมรมด้วยสีหน้าเบื่อๆกับเนื้อหาที่ดูจะไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมาย

เรื่องกามน่ะเอาไว้ก่อน ขอรายชื่อนักสืบเป้าหมายหน่อย เอาภูมิลำเนาใกล้ๆเรา นิสัยก็ให้หยิ่งๆสักนิดทิวแย้งใส่หน้า และอธิบายรายละเอียดชัดเจนขึ้นเพื่อไม่ให้แดนเนียลหลุดนอกกรอบไปไกล

ซึ่งคนถูกขัดจังหวะบ่นงึมงำในลำคอด้วยอารมณ์เซ็งนิดๆ คนอะไร น่าเบื่อเป็นบ้าพลางเปิดแฟ้มเอกสารต่อก่อนสะดุดเข้ากับบุคคลคนหนึ่งที่ดูน่าจะสอดคล้องกับเงื่อนไขที่ทิวบอกมา

วีรธรรม ล่องเมฆา... ชายวัยกลางคนมาดดีในชุดสูทเรียบร้อย เขาค่อนข้างมีชื่อเสียงด้านการสืบสวนเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมเพราะเขามีทีมงานเกี่ยวกับหน่วยพิสูจน์หลักฐานร่วมสิบกว่าคนของตัวเองที่พร้อมจะรื้อค้นทุกซอกทุกมุมในที่เกิดเหตุ ร่องรอย หลักฐานต่างๆ แล้วเอามาวิเคราะห์ก่อนสรุปผล มีประสิทธิภาพด้านการทำงานที่ค่อนข้างเร็ว นิสัยส่วนตัวค่อนข้างแย่นิดหน่อยเพราะเขามักจะไล่ต้อนคนร้ายให้จนมุมไม่เคยฟังเหตุผลว่าทำไมถึงต้องทำแบบนั้น ไม่มีความเห็นใจ... แต่เพราะเป็นนักสืบที่มีเอกลักษณ์เด่นชัดขนาดนั้นถึงมีชื่อเสียงโด่งดังพอควรในช่วงห้าปีที่ผ่านมา

ที่สำคัญจากข้อมูลในเอกสารของทิวทัศน์ สำนักงานนักสืบของหมอนี่ยังใกล้กับโรงเรียนโยธินวัฒนาถ้าเทียบกับสำนักงานนักสืบอื่นๆ...

เข้าเค้าแฮะ...

คิดว่า วีรธรรม ล่องเมฆา เป็นไงแดนเสนอขึ้น ถึงจะยังดูประวัตินักสืบไม่ครบทุกคนแต่แค่หมอนี่ก็เข้าเงื่อนไขที่นายว่ามาแล้วนะ

ทิวทัศน์หมุนหน้ามาสบตาเด็กหนุ่มแล้วนิ่งไปครู่ใหญ่เหมือนกำลังใช้ความคิด ก่อนเอ่ยขึ้นสั้นๆว่า ก็ไม่เลว...

และแดนก็ชิงถามคำถามต่อไปทันที พอเลือกได้แล้วจะทำไงต่อ

ก็นั่นน่ะสิ... เพราะถึงทิวทัศน์จะอยากแข่งสืบคดีกับนายวีรธรรม แต่ถ้าคิดตามหลักความจริงแล้วพอมีคดีเกิดขึ้นอย่าว่าแต่เข้าไปสืบเลย พวกเขาจะได้เข้าไปในสถานที่เกิดเหตุรึเปล่าก็ไม่รู้ ทันทีที่เกิดเหตุพวกตำรวจคงจัดการปิดถนนแล้วขีดเส้นล้อมหน้าล้อมหลังในระยะห้าเมตรจนหมด หนูสักตัวยังเข้าไม่ได้... ไม่มีทางที่พวกเขาจะเข้าไปได้แน่ๆ... ไม่สิ... มีทางเดียวคือพวกเขาต้องรู้ข่าวทันทีที่คดีเกิดก่อนจะถึงหูตำรวจ... แต่ไอ้เรื่องพรรค์นั้นมันจะทำได้หรือ

ทว่าประโยคถัดมาของทิวทัศน์ก็ทำเด็กหนุ่มชะงักไปนิด เมื่ออีกฝ่ายมีอะไรไม่ที่คาดไม่ถึงชวนให้ตกใจอยู่ตลอด

ฉัน... มีแผนว่าพลางฉีกยิ้มกว้างมั่นใจ

แผน... อะไร

แถมอุปกรณ์พร้อมพูดขึ้นแล้วก็ชี้ไปทางด้านหลังที่มีตู้เสื้อผ้าอะลูมเนียมสีเงินตั้งไว้ตรงมุมห้องด้านขวาของชมรม

อุปกรณ์อะไร แล้วก็แผนอะไร... ที่มันจะสามารถทำให้พวกเขาผ่านด่านสุดเข้มงวดที่น่ากลัวกว่าการสลับข้อสอบในวิชาวิทยาศาสตร์นั่น... แน่นอนว่ายาก แต่พอเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์กับความคิดแปลกๆไม่เหมือนใครของทิวทัศน์เขากลับเริ่มรู้สึกว่าหมอนี่จะสามารถพังทลายเงื่อนไขยากๆได้เพียงแค่กระดิกนิ้วกับใช้มันสมองนิดหน่อย

เราจะเริ่มแผนในวันพรุ่งนี้คำสรุปจากหัวหน้าชมรมดังขึ้นเล่นเอาคนสองเชื้อชาติเบิกตาโตแม้ยังมีข้อสงสัยแน่นหัวแล้วออกความเห็นแย้งทันใด

แต่มะรืนเราสอบ... สามวิชารวดด้วย

ทว่าคนเจ้าเล่ห์จิ้งจอกเพียงไหวไหล่ขึ้นแล้วตอบง่ายๆด้วยสีหน้าไม่ทุกข์ร้อน ก็ทิ้งไงปกตินายก็ไม่มาโรงเรียนตั้งเป็นเดือนแถมหลับทุกครั้งที่อาจารย์สอนก็ไม่น่าจะสนเรื่องพวกนี้อยู่แล้วนะเว้นช่วงอยู่ครู่แล้วตีสีหน้าเจ้าเล่ห์พลางเหยียดยิ้มขี้เล่นทันใด หรือ... นายจะใช้ตาทิพย์แบบที่ฉันใช้ก็ได้ แต่รอบสองมันเสี่ยงกว่ารอบแรกเยอะเท่านั้นแหละ เพราะมันถูกเผยไต๋หมดแล้วไง

แดนเนียลชักสีหน้าแหยแก เหงื่ออุ่นๆเริ่มไหลจากหน้าผากเมื่อได้ยินคำพูดที่ดูไม่สนใจแม้แต่น้อยกับเรื่องเรียนที่ควรจะสำคัญที่สุดของเด็กมัธยมในเวลานี้ เริ่มรู้สึกตัวเองพลาดไปถนัดที่หลวมตัวเข้าชมรมนักสืบสุดพิลึกเข้าให้

งั้นก็ตั้งชื่อแผนทิวว่าขึ้น น้ำเสียงของเขาฟังดูสนุกสนาน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เหยียดสูง

เอาเป็น... แผนฉีกหน้านักสืบ ก็แล้วกัน หึ หึ หึ

แดนเกาคางเล็กน้อยและรู้สึกคิ้วขวาของเขาจะกระตุกถี่เป็นพิเศษ

โบราณว่าไว้ว่า ขวาร้ายซ้ายดี  อืม... แล้วไอ้กระตุกซะถี่ยิบแบบนี้มันหมายความว่าไง

ก็... ซวยเต็มพิกัดเลยไง หึ หึ หึ

           

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

41 ความคิดเห็น

  1. #16 NichtbraroN (@lovenon123) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2553 / 23:52
    ดูเหมือนเจจะตามมาอ่านแล้วแฮะ


    เห็นด้วยกับเจเรื่องตัวละครเข้าขากันแปลก ๆ - -* (ย้ำ แปลก ๆ )


    บทนี้อ่านสนุกอ่ะ คอมเมนท์อื่นติดตามในเอ็ม


    ปล.ที่ถามว่าเรื่องนี้ไหวมั้ย บอกได้เลยว่าผ่านแน่ ๆ ถ้าไม่แผ่วปลายซะก่อนนะท่านแบงค์ หึ ๆ
    #16
    0
  2. #14 Ryoma+ (@johjoh) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2553 / 21:41
    เริ่มเเล้วไง
    ชักตื่นเต้น
    ชอบตัวละครทั้งสองตัวนี้มาก
    เพราะเข้าขากันดี(เเบบเเปลกๆ)
    ซึ่งเเต่ละตัวก็จะไปมีบทบาทในการเพิ่มความโดดเด่นซึ่งกันเเละกัน
    รู้สึกชอบเเดนเนียลจังเลยขอรับ
    #14
    0