Private Eye นักสืบ บันทึก ฆาตกรรม และ... เวทมนตร์

ตอนที่ 5 : ตาทิพย์... ซะที่ไหน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 ต.ค. 53

 

            คร่อก... ฟี้...

            เสียงกรนเบาๆของเด็กหนุ่มเลขที่18ในห้อง4/8ดังขึ้น เรียกให้เพื่อนร่วมชั้นเกือบทั้งคลาสต้องหมุนหน้ามาทางเด็กหนุ่มบางคนที่ไม่รู้จักเวล่ำเวลาในการนอนหลับ ทั้งๆที่ก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าตอนนี้เป็นเวลาสอบ... และก็เป็นดังคาด คนที่ชอบทำอะไรพิลึกๆเป็นประจำก็ยังพิลึกอยู่วันยังค่ำ เพราะทันทีที่มีสัญญาณให้เริ่มทำข้อสอบได้ไม่ถึงสิบนาที เจ้าของชื่อ ทิวทิศน์ เลิศล้ำ ก็ล้มฟุบกับโต๊ะไม้สีน้ำตาลที่มีกระดาษคำตอบกับกระดาษคำถามวางอยู่สองใบพร้อมเสียงกรนหนักๆ บางทีถ้ามันไม่ดูแย่เกินไปเขาคงอยากเอากระดาษข้อสอบมารองน้ำลายที่กำลังไหลย้อยนั่นด้วย

            และไอ้พฤติกรรมสุดประหลาดนี้ก็ทำเอาคนทั้งคลาสชักสีหน้าแหยงๆ รวมถึงเด็กหนุ่มว่าที่สมาชิกชมรมนักสืบ ที่รู้สึกข้องใจกับการกระทำของอีกฝ่ายขึ้นมาตะหงิดๆ ก่อนที่แดนจะลอบมองไปยังเด็กหนุ่มอีกคนที่นั่งทางซ้ายมือของทิวทัศน์

            ยุทธพงศ์ เลิศไพบูลย์...

            เป็นอย่างที่ทิวทัศน์บอกมาจริงๆ... เพราะแค่เริ่มเวลาสอบได้ไม่ถึงสิบนาที เสียงปากกาจดยิกๆ ก็ดังขึ้นรัวเร็ว สายตาใต้แว่นกรอบกลมขยับวูบวาบ คล่องแคล่วว่องไวเหมือนไม่ได้คิด ที่สำคัญคือถึงแม้คนข้างตัวจะนอนหลับแต่เขาก็ยังยกแขนมาบังกระดาษข้อสอบจนมิดอยู่ดี

          นาฬิกาปลุก... นอนหลับ... อืม ก็เข้ากันดี   แดนคิดพลางยิ้มแห้งๆ ก่อนหันกลับมายังกระดาษข้อสอบของตนแล้วต้องขมวดคิ้วมุ่นเริ่มรู้สึกอยากด่ากระทรวงศึกษาธิการขึ้นมาตะหงิดๆ

            นี่เขาจงใจให้เราเรียนภาษามนุษย์ต่างดาวหรือไง ถึงได้มีพวก HCO ห้อยเลขอ่านไม่เป็นคำโผล่มาเป็นสมการยาวเหยียดเกือบทะลุหน้ากระดาษ บางทีถ้าทำได้พวกเขาคงอยากเอากระดาษวาดเขียนมาทำเป็นกระดาษข้อสอบด้วยมั้ง... เพราะโจทย์มันยาวไง

            โอ้... เวลาไปซื้อปลาทูใช้เยอะเลยข้อนี้

พึมพำด้วยน้ำเสียงประชดหลังจากเห็นโจทย์วิชาเคมีไปเต็มๆ และคิดไม่ออกว่ามันจะเอาไปใช้ประโยชน์อะไรได้ต่อ แต่โชคยังดีที่เป็นข้อสอบปรนัย ถึงคิดไม่ออกก็พอจะเดาได้บ้าง... แถมไม่อยากจะคุยเลยว่าเรื่องเสี่ยงดวงเนี่ยของถนัดเขาเลยล่ะ

            คิดพลางยกรอยยิ้มน้อยๆ ดูเหมือนเขาจะเลิกคิดที่จะใช้หัวสมองทำข้อสอบแล้วสิ...

            คร่อก... ฟี้...

            เสียงกรนแผ่วเบาดังขึ้นอีกครั้งเล่นเอาคนขยันด้านข้างเริ่มชักสีหน้าหงุดหงิดกับการถูกทำลายสมาธิทุกๆสิบห้าวินาทีและต้องขมวดคิ้วจนกระตุกทุกครั้งกับการเหลืออีกก้าวเดียวก็ได้คำตอบแต่ถูกเสียงกรนรบกวนจนลืมวิธีก่อนหน้าไปจนหมด... ยุทธพงศ์ตีสีหน้าถมึงทึงก่อนหันไปหาคนนั่งข้างอย่างเอาเรื่อง ก่อนเห็นกระดาษคำตอบของเด็กหนุ่มเต็มพรืดด้วยรอยกากบาทครบทั้ง 80 ข้อในวิชาวิทยาศาสตร์ บ่งให้เห็นว่าเขาทำข้อสอบเสร็จแล้วเลยกล้าหลับได้สบายขนาดนี้...

          เดา...สินะ

            ยุทธพงศ์คาดการณ์ขณะตีสีหน้าดูแคลนเด็กหนุ่มข้างตัวมากขึ้นทุกขณะ เขารู้สึกหงุดหงิดกับทิวทัศน์มาตั้งนานแล้ว ทุกเรื่องที่หมอนี่ทำมันช่างดูขัดหูขัดตาคนเอาจริงเอาจังอย่างเขาเสียทุกอย่าง... ทั้งพฤติกรรมแปลกๆก่อนเริ่มเรียนโฮมรูมทุกเช้า หรือการอ่านหนังสือจิตวิทยาชวนแขยงนั่น... ถ้าหากเขามีสิทธิ์เสียงมากหน่อย อาจจะลงความเห็นให้ทิวทัศน์ถูกไล่ออกจากโรงเรียนไปแล้วก็ได้ เพราะไม่รู้จะเก็บคนไม่มีประโยชน์ไว้ทำไม... ไม่ชอบเลยจริงๆ

          สักหน่อยดีมั้ยนะ...

            คิดจบยุทธพงศ์ก็หันขวับไปหาคนอีกคนด้านซ้ายมือเขาทันที... อาจารย์ วาสนา ล้นพ้น คุณครูสาวร่างท้วมที่มีใบหน้าดุๆเครียดๆเป็นเอกลักษณ์ และมีชื่อเสียงเกี่ยวกับความเข้มงวดเรื่องกฎระเบียบเป็นที่สุด

            อาจารย์ครับเขาว่าเสียงกระซิบ ช่วยทำอะไรกับนายทิวทัศน์หน่อยได้มั้ยครับ คือผมไม่มีสมาธิทำข้อสอบเท่าไหร่

            จบประโยคอาจารย์ร่างท้วมก็ตวัดใบหน้าฉับมายังเด็กหนุ่ม ก่อนที่ยุทธพงศ์จะพยักเพยิดไปทางทิวทัศน์อีกที

            ครูวาสนาหรี่นัยน์ตาดุลงสำรวจคนถุกกล่าวหาครู่ใหญ่ เธอชักสีหน้าเครียดแล้วลุกไปหาคนสวมแว่นกรอบเหลี่มทันที

            นายทิวทัศน์!” เสียงตวาดดุๆที่เรียกเอาคนเกือบทั้งคลาสหันมายังต้นเสียง พร้อมกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อพบเหตุปั่นป่วนที่กำลังเกิดขึ้นในห้อง

            ทว่าคนนอนหลับฝันดีกลับไม่มีทีท่าจะรู้สึกตัว...

            คร่อก... ฟี้...  แถมยังกรนต่ออีกหนึ่งครั้ง

            มันเล่นเอานักเรียนทั้งคลาส4/8มีอันเหงื่อตกทันใดกับอาการขี้เซาจนเกินเหตุของเด็กหนุ่มที่แม้จะมีเสียงดุๆเหนือหัวก็ยังไม่ตื่นจากผวังค์

            นายทิวทัศน์!!” เสียงเข้มตวาดหนักกว่าเก่าอีกรอบ รอบนี้คนขี้เซาเหมือนจะเริ่มรู้สึกตัวแล้ว ทิวทัศน์ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนลืมตาใต้แว่นกรอบเหลี่ยมขึ้นอย่างไม่เต็มใจนัก

            รู้มั้ยว่าเธอรบกวนเพื่อนเธอเข้าประเด็นทันที

            ซึ่งทิวเพียงกระพริบตาปริบๆเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจ ก่อนถามกลับเสียงแผ่ว ผม... เหรอครับ

            ใช่! เธอนั่นแหละ เสียงกรนของเธอมันรบกวนเพื่อนคนอื่นเขา ตื่นมาตั้งใจทำข้อสอบให้มันดีๆได้แล้วตวาดเสียงหนักกับท่าทีชวนหงุดหงิดของเด็กหนุ่ม ทว่าคนถูกด่าเพียงยกรอยยิ้มขึ้นมานิดๆและตอบกลับไปคนละอย่าง

            คราวนี้ผมจะพยายามไม่กรนก็แล้วกันครับ

            สรุปคือ ถึงจะปลุกหรือไม่ปลุก ก็ลงท้ายอีหร็อบเดิมสินะ...

            เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงครึ่ง เหลือเพียงสามสิบนาทีในการสอบ คนที่นั่งเดาตั้งแต่ข้อแรกยันข้อสุดท้ายเริ่มอยากหาวหวอดใหญ่ก่อนหันไปทางเด็กหนุ่มอีกคนที่อาการหนักกว่าเขาเพราะหมอนั่นเล่นหลับฝันหวานตั้งแต่อาจารย์ให้ทำข้อสอบ

            มองแล้วมองอีกก็ข้องใจทุกครั้งกับอาการสุดพิลึกของทิวทัศน์ แถมสงสัยเรื่องลอกข้อสอบมากขึ้นทุกที เพราะเจ้าตัวไม่มีอาการให้เห็นเลยสักนิดว่าจะลอก ไม่หลุกหลิก ไม่หันซ้ายหันขวา ไม่ส่งเสียงรบกวน หนักสุดคือไม่ทำข้อสอบอีกต่างหาก... มันเหมือนเขาลืมเป้าหมายหลักที่เคยคุยโวไว้เมื่อตอนอยู่ชมรมไปเสียสนิท แต่พอแดนเนียลคิดถึงใบหน้ามาดมั่นของทิวทัศน์ก่อนเข้าห้องสอบก็ยังสังหรณ์ใจนิดๆอยู่ดีว่า...           มันต้องมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้น...

            แต่ไอ้อะไรสักอย่างนั่นก็ไม่มาสักทีจนเวลาล่วงเลยไปจนเหลือเวลาสอบอีกแค่ห้านาที

            ยุทธพงศ์ใช้สายตาเครียดขึงทวนคำตอบในกระดาษคำตอบเป็นรอบสุดท้ายก่อนระบายลมหายใจเฮือกใหญ่แล้วตัดสินใจลุกขึ้น เมื่อไม่เห็นความผิดพลาดแม้เศษเสี้ยวจากกระดาษคำตอบของเขา

            เด็กหนุ่มตีสีหน้าดูถูกใส่เพื่อนนั่งข้างที่ทำตัวเหมือนมานอนตั้งแต่เริ่มสอบขณะพ่นลมหายใจเบาๆแล้วก้าวออกจากห้อง

            ทว่า... ในขณะที่กำลังจะหมดเวลาสอบกลับเกิดเหตุการณ์ประหลาดๆขึ้น เมื่อเพียงพริบตาที่ยุทธพงศ์กำลังจะเดินออกจากห้องเสียงแหลมชวนหนวกหูก็ดังมาจากโต๊ะของใครสักคนด้านหน้าจนเรียกให้เขาต้องหันมองตามฉับพลัน

กริ๊ง! กริ๊ง!

            กริ๊ง... เสียงสะท้านแก้วหูที่ได้ยินเป็นประจำทุกเช้าดังขึ้น

          เสียงนี้... นาฬิกาปลุก

          ต้นตอของเสียงมาจากลิ้นชักใต้โต๊ะของเพื่อนร่วมชั้นผู้ชายคนหนึ่ง เขาสะดุ้งโหยงก่อนค่อยๆหยิบต้นเหตุของเสียงออกมาขณะตีสีหน้าสับสน เพราะเขาไม่เคยเห็นมันมาก่อน

            คุณครูวาสนาชักสายตาดุๆไปทางเด็กหนุ่มนิ่ง ก่อนก้าวขาหนาๆไปใกล้ตัวการด้วยสีหน้าเคร่งขึงที่เล่นเอาคนไม่รู้เรื่องเหงื่อตกพลางกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ๆ

            แค่พริบตาความสนใจของคนทั้งห้องก็เบนไปยังนาฬิกาปลุกเจ้ากรรมอย่างพร้อมเพรียงจนไม่มีใครสังเหตุเห็นว่ามีบางคนที่หลับตั้งแต่ต้นชั่วโมงลุกขึ้นมาขีดเขียนอะไรบางอย่างพร้อมรอยยิ้มเหยียดกว้าง เพราะแผนการตาทิพย์... ที่ไม่ได้ใช่ประโยชน์จากสายตากำลังสำเร็จ

            นั่นน่ะสิ... ตั้งแต่แรกแล้ว ไอ้ของพรรค์นั้นมันมีจริงที่ไหน จะมีก็แค่ ทริคเล็กๆ กับแผนง่ายๆที่ทำให้คะแนนของเขาได้เท่ากับกระดาษคำตอบของยุทธพงศ์น่ะสิ

            นายทำอะไร

คำถามเรียบๆกึ่งขมวดคิ้วจากเด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศส หลังออกจากห้องสอบจนเจอกับตัวการแท้จริงของไอ้เสียงนาฬิกาปลุกชวนหนวกหูนั่น

            ซึ่งทิวเพียงตอบกลับหน้าตาย

ก็สอบไงเขาว่า แต่ไม่รู้ยากรึเปล่าเพราะไม่ได้อ่านโจทย์สักข้อเลยขณะยกรอยยิ้มมุมปากนิดๆ

          ไม่ได้ถามเรื่องพวกนั้น...  

คิดแบบเคืองๆ เมื่อเห็นคนตรงหน้าจงใจเบี่ยงประเด็น ก่อนถามต่อเสียงเข้ม

            ไอ้นาฬิกาปลุกนั่นน่ะฝีมือนายใช่มั้ยนัยน์ตาสีเทาดูจริงจัง แถมตอนที่เสียงนาฬิกาปลุกดัง ฉันสังเกตเห็นนายหยิบข้อสอบของยุทธงพงศ์มาไว้บนโต๊ะแล้วเขียนอะไรยิกๆน่าสงสัยด้วย

            ประโยคหลังเรียกให้ทิวทัศน์ต้องเบิกตากว้างเล็กน้อย พลางฉีกยิ้มแล้วเอ่ยชมกึ่งประชด ช่างสังเกตจริงๆเลยนะเนี่ย... ทั้งที่ฉันคิดว่า ไดเรคชั่นของฉันสมบูรณ์แบบพอแล้วแต่ก็ยังมีคนจับได้อีกนะ

            แดนเนียลขมวดคิ้วหนักกว่าเก่า กับคำว่า ไดเรคชั่น ปริศนาของทิวทัศน์ ก่อนเลือกถามต่อเมื่อยังมีบางสิ่งที่ไม่เข้าใจ

            ไอ้ที่นายเอาข้อสอบของยุทธพงศ์มาลอกน่ะฉันรู้... แต่ที่ไม่เข้าใจคือนายลอกข้อสอบยังไงในเวลาสั้นๆให้ไม่มีใครจับได้

            ทิวทัศน์เลิกคิ้วซ้ายขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มยียวนเผยกว้างก่อนว่าเสียงต่ำลึกลับ งั้นเราก็ไม่ต้องลอกสิว่าสั้นๆเสียงแผ่วที่เหมือนจะไม่จบประโยคให้คนฟังสงสัยเล่น

          ไม่ต้องลอก... แล้วเอามาทำอะไร

            ง่าย... ง่ายกว่าลอกเยอะ เพราะฉันแค่เปลี่ยนชื่อ

 แดนนิ่งค้างกับคำพูดของอีกฝ่าย กับแผนการที่ไม่แยบยลจนคาดไม่ถึง ฟังดูง่ายแต่ไม่มีใครกล้าทำ ไม่ต้องใช้ฝีมืออะไรเยอะ ขอแค่มีสิ่งเดียวในใจ...

            ชั่วร้าย... แค่นั้นก็พอ

            นายเปลี่ยนชื่อบนกระดาษคำตอบของหมอนั่น!” เด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสโพล่งทันใดพลางตีสีหน้ายุ่ง กับการกระทำที่คาดไม่ถึงของคนตรงหน้า แต่เขาก็ยังมีข้อสงสัยอีก แต่ลบแล้วเขียนชื่อน่ะ ยังไงก็ต้องใช้เวลาอยู่พักใหญ่ ช่วงนั้นน่าจะมีใครสังเกต

            เจ้าของแว่นกรอบเหลี่ยมสวนกลับทันทีพลางไหวไหล่ ง่ายๆ ฉันก็แค่เขียนชื่อยุทธพงศ์บนกระดาษคำตอบของฉันตั้งแต่ต้น พอถึงเวลาอันสมควรก็แค่สลับกระดาษคำตอบของฉันกับหมอนั่น ยังไงบนโต๊ะของฉันก็มีกระดาษแค่ใบเดียวจะลบหรือทำอะไรก็ไม่มีใครสงสัยอยู่แล้ว... ไม่ใช่ลอก แต่เป็นสลับและย้ำตรงท่อนสุดท้าย

            แต่... แต่เป็นไปได้หรือไงที่จะไม่มีใครสังเกต เพื่อนในห้องตั้งสามสิบสี่สิบคน มันต้องมีสักคนที่เห็นแดนยังขมวดคิ้วซักไซ้ต่อ

            อืม... ก็ถ้ามีแค่นาฬิกาปลุกอย่างเดียวอาจจะไม่พอ แต่ฉันกำหนดเป้าสายตาของคนทั้งห้องเอาไว้ตั้งแต่เริ่มสอบแล้วว่าพวกเขาต้องมองไปหาโต๊ะที่มีนาฬิกาปลุกเรือนนั้นอธิบายพลางฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาคนฟังรู้สึกขนลุก

            นายไม่เคยหรือไง แดน เวลามีข้อสอบข้อไหนที่คิดไม่ออก จะละสายตาจากหน้ากระดาษแล้วมองเพื่อนรอบตัวฆ่าเวลาอะไรงี้

            แดนเนียลนิ่งไปครู่ขณะคิด เคย...

            ใช่ นั่นเป็นอาการที่คนส่วนใหญ่เป็น ฉันก็ใช้ประโยชน์จากจุดนี้ แต่เดิมนายก็จะมองแบบไม่มีจุดหมายใช่มั้ยล่ะ ฉันก็แค่กำหนดเป้าหมายของสายตาให้แน่นอนเท่านั้นเอง หึ หึ หึ  ก่อนสอบฉันก็แค่บอกว่า วันนี้ที่นั่งของสมชายมีเฉลยข้อสอบอยู่

            สมชายก็คือคนที่ถูกเอานาฬิกาปลุกไปยัดไว้ใต้โต๊ะโดยฝีมือของทิวทัศน์

            เด็กหนุ่มเชื้อฝรั่งยิ่งตีหน้าสับสนหนักกว่าเดิมขณะกล่าวขึ้นว่า นาย... โกหกพวกนั้น... แต่คำพูดไร้เหตุผลแบบนี้ไม่มีใครเชื่อแน่เขาเว้นช่วงอยู่ครู่ก่อนว่าต่อ ...ยิ่งถ้าเป็นคำพูดของนาย

            ทิวทัศน์ยิ้มมุมปากนิดแล้วเริ่มอธิบายต่อ ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่จริงไม่จริง เชื่อหรือไม่เชื่อ  แต่สำคัญตรงที่ฉันพูดไปให้พวกนั้นฟังต่างหาก มนุษย์เราน่ะนะ แค่มีอะไรสะกิดใจนิดเดียวถึงจะไม่เชื่อแต่ก็ต้องสงสัยอยู่ดี ไม่สังเกตเลยรึไงว่าพวกนั่งสอบข้างๆนายหันไปทางสมชายออกจะบ่อย เพราะพวกนั้นกำลังสงสัยว่าไอ้ที่ฉันพูดไปก่อนสอบน่ะเป็นความจริงรึเปล่า   

            แดนเนียลนิ่งเงียบกับทฤษฎีที่คิดไม่ถึงแต่เป็นความจริงของเด็กหนุ่ม

          นี่มันเป็นหลักทางจิตวิทยา...

            แถมก่อนสอบฉันก็บอกอาจารย์วาสนาไว้ด้วยว่า วันนี้สมชายมีแนวโน้มจะลอกข้อสอบของเพื่อนข้างๆ รู้แค่นั้นเป้าสายตาเกือบแปดสิบเปอร์เซ็นต์ก็เบนไปหาหมอนั่นหมดแล้ว ไม่มีทางที่อาจารย์จะมาสนใจคนขี้เกียจที่นอนหลับตั้งแต่เริ่มสอบอย่างฉันหรอกเว้นช่วงไปครู่ขณะฉีกยิ้มกว้าง ที่เหลือก็แค่สลับข้อสอบ ส่วนไอ้นาฬิกาปลุกก็แค่กระตุ้นความสนใจให้ชัวร์ๆแค่นั้น พวกนักมายากลใช้ออกบ่อย เขาเรียกวิธีนี้ว่า ไดเร็คชั่น น่ะ

            ไดเร็คชั่นก็คือการเบี่ยงเบนความสนใจ...

            แดนเนียลชะงักค้าง...  นี่มันไม่ใช่แผน... แต่เป็นทริคทางจิตวิทยา... หลอกคนทั้งห้องจนไม่มีใครจับได้

            เขาเริ่มรู้สึกว่าคนสวมแว่นกรอบเหลี่ยมคนนี้เริ่มไม่ธรรมดาขึ้นทุกขณะ ทั้งจากแนวคิด วิธีวิเคราะห์แผนกันพลาดสามสี่ชั้น... ดูละเอียดจนไม่เหมือนเด็กมัธยม

            ทิวทัศน์ยื่นหน้าเข้าข้างหูแดนเนียลแล้วกระซิบเสียงแผ่วด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ราวจิ้งจอก...

            โชว์ความสามารถแค่นี้... พอมั้ย หึ หึ หึ

            พูดจบถึงสาวเท้าหนีให้คนสองเชื้อชาติมองตามหลังที่กำลังจะลับตาทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะชวนขนลุกไว้ข้างหลัง แถมไอ้ประโยชน์ของหมอนี่เหมือนจะบอกกลายๆอีกว่า ถ้าความสามารถนี้ยังไม่ดีพอเขาจะมีอย่างอื่นโชว์อีกงั้นแหละ

          น่าสนใจ...

            นั่นคือถ้อยคำที่ผุดขึ้นในหัวเด็กหนุ่ม เขายิ้มเล็กน้อยขณะเบิกตากว้าง แต่ก็ยังมีอีกข้อที่เขาข้องใจแต่ไม่ได้คำตอบ...

แล้วมันเกี่ยวกับไอ้ตาทิพย์ตรงไหน

เจ้าของแว่นกรอบเหลี่ยมนามทิวทัศน์เลิกคิ้วซ้ายขึ้นสูงขณะพึมพำสั้นๆกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเย็นเหยียบแฝงเลศนัย

จะหลอกคนอื่นน่ะ ต้องหลอกพวกเดียวกันให้ได้ก่อนนะ... แดนเนียล... หึ หึ หึ        

แต่แผนนี้จะสำเร็จไม่ได้เลยถ้าขาดปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งไป

ขอบใจมากเลยนะสมชาย สำหรับแพะรับบาปในวันนี้ หึ หึ หึ

และยุทธพงศ์อาจต้องตะลึงตอนผลสอบออกมาเล็กน้อยที่การสอบคราวนี้เขาคงมีคะแนนน้อยเกินคาดจากการเดาข้อสอบตั้งแต่ข้อแรกยันข้อสุดท้ายของทิวทัศน์ ได้แค่หวังว่าวันนี้ดวงเขาจะดีมากพอให้คะแนนเพื่อนขยันเรียนของเด็กหนุ่มผ่านเกณฑ์ก็แล้วกันนะ...

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

41 ความคิดเห็น

  1. #13 Ryoma+ (@johjoh) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2553 / 21:03
    ทิว! นายเจ๋งมากขอรับ
    ชอบภาษาการบรรยายตรงที่ค่อนข้างเข้าใจง่าย
    เเม้เรื่องนี้จะมีปัญหาชวนให้คิดจนสมองเเทบเเตก(ไปพร้อมกับเเดนเนียลที่รัก)
    เเต่พอเฉลยมันกลับไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด
    เเถมยังน่าทึ่งด้วย(คิดได้ไง ไดเรคชั่น)
    #13
    0
  2. #8 NichtbraroN (@lovenon123) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2553 / 23:05
    อืมมมม...ไดเรคชั่น จอมโจรคิดส์ กวานึกออกแล้วววว ว่าได้ยินคำนี้มาจากไหน


    คอมเมนท์อยากได้รอพรุ่งนี้นะจ๊ะแบงค์


    อยากหนีไปนอนก่อนเอง ไว้ค่อยเมนท์ตอนเจอกันก็แล้วกัน ไม่อยากเมนท์ในนี้


    ปล.บอกใบ้ให้ดีใจว่าบทนี้ทำได้ดีมากกว่าบทที่แล้วจ้า
    #8
    0