Private Eye นักสืบ บันทึก ฆาตกรรม และ... เวทมนตร์

ตอนที่ 4 : ก่อนสอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 134
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 ต.ค. 53

 

            นิยามของตาทิพย์เท่าที่แดนเนียลรู้จักจากหนังการ์ตูนหรือนิยายไร้สาระก็คือ ความสามารถที่จะทำให้คนคนนั้นมองทะลุได้ทุกอย่างตามแต่ใจต้องการ บางเรื่องก็บอกว่ามองทะลุผนังมั่งล่ะ มองทะลุร่างกายมนุษย์มั่งล่ะ หรือถ้าหนักหน่อยก็อาจจะมองเห็นได้ถึงจิตใจว่าคนคนนั้นคิดอะไรอยู่

            สรุปสั้นๆเข้าใจง่ายๆเลยว่า ไอ้ความสามารถประหลาดๆแบบนั้นมีจริงแค่ในเรื่องแต่ง

            แต่พอมองท่าทางมาดมั่นของคนสวมแว่นกรอบเหลี่ยมที่กระตุกยิ้มมุมปากอย่างมั่นใจเกินเหตุเกี่ยวกับสิ่งเหนือธรรมชาติยิ่งทำให้เด็กหนุ่มเริ่มข้องใจและสงสัย ทั้งที่ก็รู้อยู่เต็มอกว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังระแวงกับไอ้คนจอมพิลึกเบื้องหน้าอยู่ดี

            แต่ก่อนหน้านั้นต้องหาซื้ออุปกรณ์อีกนิดหน่อยทิวทัศน์พูดขึ้นลอยๆ พลางทำท่าครุ่นคิด ซึ่งนั่นเป็นช่องว่างให้คนตั้งเงื่อนไขได้แทงระหว่างรูโหว่นั้นได้

            อุปกรณ์อะไร ตาทิพย์บ้านนายใช้อุปกรณ์ด้วยหรือไงว่าพร้อมยกรอยยิ้มน้อยๆ เพราะถ้าหมอนี่ใช้อุปกรณ์ช่วยจริงแปลว่าที่เขาพูดมาก็แหกตากันเห็นๆ

            เจ้าของชมรมนักสืบไหวไหล่ขึ้น ขณะพูดต่อด้วยท่าทางรู้ทัน เหมือนเจ้าตัวจงใจหย่อนช่องให้เขาถามงั้นแหละ ก็ปากกาน้ำเงินกับน้ำยาลบคำผิดไง เผอิญอันเก่ามันหมดแล้วน่ะ

            ล่อให้สงสัยแล้วตอบไปคนละเรื่อง

            แดนเนียลชักคิ้วขึ้นสูงใบหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย รู้สึกเหมือนโดนกวนเท้าอยู่ยังไงชอบกล ก่อนเปลี่ยนความสนใจมาทางใบรายชื่อนักเรียนของคลาส4/8... แล้วก็ต้องสะดุดกับอะไรบางอย่าง

            หือ... นายเลขที่18นี่  ต่อจากยุทธพงศ์เลยว่าสั้นๆก่อนหมุนหน้าไปทางเด็กหนุ่ม แล้วหรี่นัยน์ตาสีเทานิ่ง เอ่อ... ไอ้ตาทิพย์ที่นายบอกคงไม่ใช่นั่งลอกข้อสอบธรรมดาหรอกใช่มั้ย เพราะพวกนายนั่งข้างกันนี่

            เหอ เหอ ถ้ายังงี้เรียกตาทิพย์ สงสัยเด็กทั้งประเทศคงมีตาทิพย์กันหลายคน

            ทิวทัศน์ยกรอยยิ้มเหยียดพลางเลิกคิ้วซ้ายขึ้นสูงขณะตอบหน้าตาย ใช่

            เล่นเอาเด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสชักสีหน้าผิดหวังเล็กน้อยกับคำตอบ ตอนแรกไม่น่าหลงงี่เง่าไปตกใจกับไอ้คำพูดประหลาดๆอย่าง จะใช้ตาทิพย์ อะไรนั่นเลย... ก็นั่นน่ะสิ เพราะตั้งแต่แรกหมอนี่ก็พูดอะไรประหลาดๆเป็นประจำอยู่แล้วนี่นะ

            สรุปคือนายจะลอกข้อสอบชาวบ้านธรรมดา

            นั่นก็ถูกอีกทิวตอบกลับหน้าซื่อ ก่อนฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์และเริ่มอธิบาย นายไม่เคยอยู่ห้องกับยุทธพงศ์มาก่อนใช่มั้ยล่ะ เผอิญตอน ม.3 ฉันเคยอยู่ห้องเดียวกับหมอนั่น ก็รู้ๆกันนั่นแหละว่าหมอนั่นเรียนเก่งมาตั้งแต่เด็กแล้ว พอ ม.3 เลยตกเป็นเป้าหมายของการลอกข้อสอบทุกครั้งในการสอบ…” เขาเว้นช่วงอยู่ครู่ก่อนอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงเย็นกว่าเดิม

            แล้วรู้มั้ยผลเป็นไง

            แล้วเป็นไงแดนถามเมื่อเห็นคนตรงหน้าจงใจหย่อนคำถามให้เขาถาม

            ทุกคนที่ลอกหมอนั่นสอบตกหมด ยุทธพงศ์พร้อมจะบอกอาจารย์ทุกครั้งที่คนข้างตัวมีท่าทีน่าสงสัย แถมระหว่างทำข้อสอบหมอนั่นจะใช้แขนหนาๆยกปิดมุมกระดาษตลอด แค่จะเห็นปลายปากกายังยาก

            ร้ายแฮะแดนเนียลพึมพำตาม ขณะจ้องไปยังชื่อของนายยุทธพงศ์นิ่ง เพราะถ้าเด็กหนุ่มกล้าฟ้องอาจารย์ขนาดนั้นจริงก็คงไม่มีใครกล้าเสี่ยง

            คุ้มค่ามั้ยล่ะ... ถ้าจะให้ฉันใช้ พลังตาทิพย์ ให้นายดูว่าด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ และเน้นย้ำตรงคำว่าตาทิพย์เป็นพิเศษจนคนฟังเริ่มรู้สึกว่าเรื่องที่เด็กหนุ่มพูดเป็นความจริง

            แดนเนียลขมวดคิ้วนิดๆก่อนนึกเรื่องสำคัญที่เหมือนจะสำคัญกว่ากับตัวเขาอีกเรื่องได้ เขาพูดเสียงแผ่วจนเหมือนพึมพำ นัยน์ตาสีเทาเปิดค้าง ฉัน... ยังไม่ได้อ่านหนังสือเลย

            และคนที่ไม่ได้ถูกให้ออกความคิดเห็นก็ไหวไหล่ขณะพูดขึ้น แค่ดูก็รู้ เผลอๆนายคงยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราเรียนเรื่องอะไร

            แดนชักหัวคิ้วนิดๆกับธาตุแท้ที่เริ่มเผยกับของคนตรงหน้าพร้อมถ้อยคำจิกๆกัดๆจนเกือบประชดทุกๆห้านาที แต่เขาก็เถียงไม่ออก... เพราะมันก็เป็นอย่างที่อีกฝ่ายว่าจริงๆ แถมถึงเขาจะไม่อยากยอมรับแต่ในช่วงสองสามวันมานี้เขาก็คุยกับหมอนี่บ่อยกว่าคนอื่นจริงๆจนดูเป็นเรื่องบังเอิญเพราะเขาไม่เคยคิดอยากเจอ แต่ทุกที่ทุกเวลาที่เขาจะทำอะไร ส่วนใหญ่หมอนี่ก็จะโผล่ตามทั้งนั้น... ถ้าเป็นคนอื่นเขาอาจใช้คำว่าเพื่อนสนิทไปแล้ว แต่กับเพื่อนจอมเจ้าเล่ห์คนนี้ขนาดแค่คำว่า เพื่อนเขายังรู้สึกลำบากใจเลย

            ฉันมีแลคเชอร์ระหว่างเรียนอยู่ทิวว่าสั้นๆก่อนโยนสมุดจดเล่มสีเหลืองให้เด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศส

            แดนรับแล้วมองอย่างสับสนเล็กน้อย ก่อนกล่าวขึ้นเสียงแผ่ว ...นาย ให้ฉันยืม

            อีกฝ่ายตอบกลับทันควัน ใช่

            แล้วนายไม่อ่านเหรอไงแดนถามสั้นๆขณะย่นหัวคิ้ว เริ่มรู้สึกถึงเห็นถึงน้ำใจของอีกฝ่ายขึ้นมานิดๆ ทว่าเขาต้องยิ้มแหยงๆพลางหรี่นัยน์ตาลงเมื่อได้ยินประโยคชวนหมั่นไส้ของคนตรงหน้า

            ก็บอกแล้วไงว่าฉันมีนี่ว่าพร้อมฉีกยิ้มเหยียดอย่างเจ้าเล่ห์ขณะยกนิ้วเรียวไปชี้ดวงตาสองข้างของตนเอง

          อ๋อ... ตาทิพย์สินะ...     คิดพลางชักสีหน้าปั้นยากเล็กน้อย

ทิวไหวไหล่ขึ้นและกล่าวต่อ ว่าแต่นายเถอะ ดูวันสอบรึยัง จะอ่านหนังสือทันเหรอน่ะเขาแนะนำสั้นๆ ซึ่งคนถูกแนะนำก็ก้มมองตารางสอบตามเด็กหนุ่มทันใด

            ก่อนที่เขาจะสะดุ้งโหยง...

            วันสอบวันแรกวันที่1กันยายน!” แดนร้องอย่างอึ้งๆ เพราะคิดไม่ถึงว่าเวลาสอบวันแรกมันจะมาเร็วขนาดนี้ แถมวันนี้ก็ปาไป30สิงหาฯแล้ว ยิ่งกว่านั้นไอ้วันที่ 1 กันยาฯ ยังมีสอบติดกันสามวิชารวด วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และอังกฤษ มีเวลาให้วิชาละสองชั่วโมง... สรุปคือตอนนี้เขามีเวลาอ่านหนังสือแค่สองวันคือเสาร์กับอาทิตย์ และต้องอ่านให้ได้อย่างน้อยสามวิชา ก่อนมาอ้าปากค้างในวันที่ 3 กันยาฯต่อเพราะต้องสอบอีกสามวิชาเช่นกัน

            ทำแบบนี้มันจงใจฆ่ากันชัดๆ

            แอบบ่นในใจสามตลบ แต่ไม่เห็นโทษตัวเองสักแอะว่าทำไมพึ่งมาเข้าเรียนตอนนี้

            ถ้าเป็นแบบนี้อย่าว่าแต่หมดสิทธิ์สอบเลย ต่อให้มีสิทธิ์เขาก็ยังไม่แน่ใจว่าจะทำข้อสอบได้

            ฉันเข้าใจว่านายจะใช้ความสามารถตาทิพย์พิลึกๆนั่นของนายทำให้ผ่านการสอบครั้งนี้ไปได้แดนเนียลเอ่ยขึ้น ขณะเว้นอยู่ครู่คล้ายลังเลก่อนตัดสินใจเอ่ยต่อว่า แต่อย่างน้อยนายช่วยติวหนังสือให้ฉันหน่อยได้มั้ย เอาให้พอผ่านเลื่อนขึ้น ม.5 ได้ก็พอ

            เขาคิดถูกรึเปล่านะที่ตัดสินใจติวกับหมอนี่ เพราะในเวลาเรียนที่แดนนอนหลับ ทิวก็อ่านหนังสือจิตวิทยาชวนแขยงนั่นตลอดเหมือนกันน่ะสิ...

 

            ณ วันจันทร์ ที่ 1 กันยายน วันสอบวันแรกของคลาส4/8 โรงเรียนโยธินวัฒตนาโดยเริ่มสอบในเวลา 9.00 นาฬิกา และสอบวิชาวิทยาศาสตร์เป็นวิชาแรก

            แดนเนียลปรือตาเล็กน้อยและต้องเห็นสีหน้าปั้นยากของเพื่อนร่วมชั้นเมื่อได้เห็นหน้าเขาที่ดูอิดโรยจากการอ่านหนังสือติดต่อกันสองวันแทบไม่ได้หลับได้นอนจนขอบตาที่เคยขาวเนียนอมชมพูคล้ำขึ้นจนเหมือนเอาสีดำไปทาพร้อมทรงผมยุ่งๆที่แต่เดิมก็ยุ่งมากพออยู่แล้วยิ่งยุ่งขึ้นไปอีก ขณะเสื้อผ้านักเรียนสีขาวที่เจ้าตัวไม่เคยใส่มันเรียบร้อยอยู่แล้วยิ่งหนักกว่าเก่า เพราะคนใส่เหมือนจะไม่ได้รีดเสื้อมา...

            ทำไงได้ เขาเองก็ไม่ได้อยากใส่เสื้อยับๆนักหรอก แต่เผอิญเวลาไม่พอ

            ที่น่าทึ่งกว่าคือเด็กหนุ่มอีกคนที่เพื่อนทั้งคลาสลงความเห็นว่าแปลกประหลาดแต่ดันสนิทกับเขา... เพราะช่วงสองวันที่ผ่านมาเขาอ่านหนังสือกับหมอนี่ตลอด ถึงอีกฝ่ายจะไม่ได้ทุ่มเทกับการอ่านหนังสือเรียนหนักเหมือนเขาแต่เวลานอนก็น้อยๆพอกัน เพราะทิวทัศน์หยิบนู้นจับนี่ในชมรมนักสืบจนดูยุ่งตลอดเวลา แม้แดนเนียลจะรู้สึกว่าไอ้การกระทำพิลึกๆของทิวจะไม่ได้ช่วยให้ชมรมน่าอยู่ขึ้นก็ตาม แต่ทั้งๆอย่างนั้นเขากลับไม่ดูเหน็ดเหนื่อยจากการอดหลับอดนอนเลยสักนิด เผลอๆยังดูกระปรี้กระเปร่ากว่าเดิมเสียอีก สังเกตได้จากวันนี้ที่เจ้าตัวฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์เหยียดมากกว่าปกติจนเพื่อนๆที่แต่เดิมก็ตั้งท่าจะหนีกันหมดห้องอยู่แล้วต้องย่นหัวคิ้วแถมเหมือนมีของสกปรกวนอยู่ใกล้ๆ

            ให้เดาจากท่าทางสดชื่นนั่น คงเป็นแผนเกี่ยวกับการลอกข้อสอบโดยใช้ตาทิพย์ที่หมอนี่พูดถึงแน่ๆ

            แดนเนียลยืนนิ่งอยู่ครู่ ก่อนหมุนหน้าไปอีกทางสบตากับเด็กหนุ่มผมสั้นเกรียนรูปร่างผอมสูงใส่แว่นหัวกลมพร้อมชุดนักเรียนที่ดูเรียบร้อยทุกกระเบียดนิ้วที่กำลังยืนอ่านหนังสือวิทยาศาสตร์ขนาดเท่าอิฐบล็อกทบทวนก่อนสอบในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า...

            และคนคนนี้คือ ยุทธพงศ์ เลิศไพบูลย์ เป้าหมายในการดำเนินแผนของทิวทัศน์...

            อืม... ดูจากภาพนอกท่าทางก็ขยันเรียนจริงๆ แถมด้วยใบหน้าที่ติดจะเคร่งเครียดกว่าคนอื่นนั่นก็ยืนยันได้ดีกว่าอะไรว่าเขาตั้งใจเกี่ยวกับการสอบครั้งนี้มากแค่ไหน

          ลองแหย่เล่นหน่อยดีมั้ย...  แดนคิดอย่างมีเลศนัยขณะเดินเข้าหาเด็กหนุ่มผมเกรียน

            สวัสดีเพื่อนคำทักทายอย่างเป็นมิตรของเด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสดังขึ้น เรียกให้คนที่กำลังทบทวนเนื้อหาต้องเงยหน้าเครียดๆขึ้นมามองเด็กหนุ่มนิ่ง

            สวัสดี...ยุทธพงศ์ตอบกลับสั้นๆก่อนก้มไปอ่านหนังสือเช่นเดิม ท่าทางไม่อยากสนทนาต่อ...

            แต่มีหรือที่คนอย่างแดนเนียลจะยอมปล่อยให้ไปง่ายๆ

            ได้ข่าวว่านายเรียนเก่งที่สุดในห้อง พอมีเคล็ดลับอะไรมาบอกฉันมั้ยแดนว่าพลางยิ้มกรุ่มกริ่มขณะใช้นัยน์ตาสีเทาสังเกตพฤติกรรมของอีกฝ่าย

            ซึ่งคนถูกทักตีสีหน้าบูดบึ้งเล็กน้อย เมื่อคู่สนทนาท่าทางจะไม่ยอมไปง่ายๆ ก่อนขยับแว่นหัวกลมหนึ่งครั้งแล้วหมุนสายตากรุ่นๆมาทางเด็กหนุ่มสองเชื้อชาติ รู้รึเปล่าคุณแดนเนียล การสอบก็เหมือนการแข่งขัน ฉันไม่มีอะไรจะบอกนายหรอก

ไม่อยากจะบอกด้วย

            เฮ้ๆ อย่าแล้งน้ำใจขนาดนั้นสิ อย่างที่เห็นว่าฉันพึ่งเข้าเรียน บอกเคล็ดลับหรือสูตรที่น่าจำนิดหน่อยคะแนนฉันก็ไม่เยอะเท่านายหรอกน่า แดนเนียลเอ่ยพลางไหวไหล่ พยายามหว่านล้อมต่อ

            ทว่ายุทธพงศ์เพียงตอบกลับสั้นๆตัดสัมพันธ์ชัดเจน ไม่ประมาท... นั่นคือคติจำใจฉัน อีกอย่าง... ฉันไม่ใช่คนดีขนาดจะบอกอะไรให้คนพึ่งรู้จักอย่างนายรู้หรอก

            แดนยกรอยยิ้มมุมปากนิดๆ และรู้สึกว่ารู้ชัดเกี่ยวกับอุปนิสัยของคนตรงหน้ามากพอแล้ว

            ฉลาด หยิ่ง ทรนง ไม่ประมาท... หลักการของคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตเป๊ะ ซึ่งมันทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกอยากรู้หนักกว่าเก่าว่า ทิวทัศน์จะลอกข้อสอบคนที่มีนิสัยเฉพาะตัวขนาดนี้ได้ยังไง ถึงทิวจะเจ้าเล่ห์ขนาดไหนแต่คนที่รอบคอบ ระวังตัวแจขนาดนี้คงยาก

            งั้นฉันไปนะ แดนกล่าวลาสั้นๆหลังจากล้วงข้อมูลที่จำเป็นเสร็จ

            ยุทธพงศ์งึมงำในลำคอและพยักหน้ารับ อืม...

 

            คิดว่าเป็นไงเสียงเรียบๆของคนสวมแว่นกรอบเหลี่ยมที่กำลังฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่เป็นนิจร้องทักขึ้น หลังจากเห็นเพื่อนสนิทของตนเข้าไปพูดคุยกับเป้าหมายอยู่ครู่ใหญ่

            น่าสนใจดีว่านายจะลอกข้อสอบหมอนั่นได้ยังไงแดนไหวไหล่รับขณะยิ้มยียวนส่งคืนบ้าง ซึ่งอีกฝ่ายเพียงเลิกคิ้วซ้ายขึ้นสูงเล็กน้อย ท่าทางยังมั่นใจไม่เปลี่ยนแม้จะรุ้อุปนิสัยของเป้าหมายชัดเจนขนาดนั้น

            เรื่องนั่นไม่ใช่ปัญหา ที่น่าหนักใจกว่าคือนั่นทิวว่าก่อนยกมือชี้ไปยังปัญหาใหญ่ที่พูดถึงของเขา

            เป็นดังคาดว่าที่นั่งหมายเลข 17 กับ 18 นั่งติดกันตรงหลังห้องด้านขวา โดยทิวจะอยู่ด้านขวามือของยุทธพงศ์ และแน่นอนว่าเรื่องนั้นเด็กหนุ่มหาข้อมูลเก็บไว้ก่อนแล้ว... แต่ก็มีบางสิ่งที่เขาไม่เคยคิดถึงมาก่อนอยู่แนบชิดด้านซ้ายมือของนายยุทธพงศ์... เป้าหมายตาทิพย์ของเขา

            อาจารย์คุมสอบนั่งข้างหมอนั่นนี่แดนเนียลโพล่งอย่างตกใจ ซึ่งคนสวมแว่นกรอบเหลี่ยมหุบรอยยิ้มเล็กน้อยก่อนตอบรับเสียงเรียบ

            ใช่... นั่งข้างเลยด้วย เหมือนอาจารย์จะรู้อยู่แล้วว่า ยุทธพงศ์ต้องตกเป็นเป้าหมายของเพื่อนรอบๆ หรือบางทียุทธพงศ์อาจจะขอให้อาจารย์มานั่งข้างเองก็ได้ใครจะรู้ทิวอธิบายถึงตรงนี้ก่อนที่เขาจะยกคิ้วซ้ายขึ้นสูงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เหยียดกว้าง นัยน์ตาใต้แว่นกรอบเหลี่ยมฉายแววตื่นเต้นอย่างปิดไม่อยู่ แต่ถึงหมอนั่นจะทำยังไงก็ปิดพลังตาทิพย์ของฉันไม่ได้

            อึก... สะอึกทันใดกับท่าทางของทิวทัศน์  คิดไม่ออก... คิดไม่ออกจริงๆ ว่าหมอนี่จะฝ่าเงื่อนไขที่ยิ่งยวดทั้งนิสัยส่วนตัวของเป้าหมาย หรืออาจารย์คุมสอบที่นั่งข้างๆได้ยังไง...

            เป็นไปไม่ได้แน่นอน... นอกจากว่าจะมีพลังพิเศษจริงๆ...

            นายกำลังคิดใช่มั้ยว่าฉันมีพลังพิเศษจริงรึเปล่าคนเจ้าเล่ห์พอๆกับนิสัยถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนสนิทนิ่งค้างทันใด และเดาความคิดถูกเผงเหมือนอ่านใจได้

            แดนเนียลสะดุ้งโหยงปฏิเสธทันควัน

เปล่า ของแบบนั้นใครจะไปคิด

            ทิวทัศน์กระตุกคิ้วซ้ายหนึ่งครั้งขณะยกรอยยิ้มน้อยๆ เข้าใจถูกแล้ว พลังบ้าบออะไรนั่นไม่มีจริงหรอกกลายเป็นเจ้าของคำพูดกลับคำเองซะอย่างนั้น แต่มันคือเวทมนตร์ต่างหาก เวทมนตร์ที่จะทำให้คะแนนของฉันเท่ากับคะแนนในกระดาษคำตอบของยุทธพงศ์

          อึก... หมอนี่...

            เจ้าของแว่นกรอบเหลี่ยมไหวไหล่เล็กน้อยและยื่นหน้าเข้าไปใกล้คู่สนทนา เห็นว่านายเป็นเพื่อนฉันจะบอกอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับเวทมนตร์นี้ให้ก็แล้วกันนะ

            ทิวว่าเสียงต่ำลึกลับขณะกระซิบ แค่ชั่วครู่นัยน์ตาสีเทาของแดนก็ต้องเบิกกว้างสุดตัวเหมือนได้ยินเรื่องประหลาด ก่อนที่เขาจะหมุนหน้าไปยังคู่สนทนาช้าๆ สีหน้าสับสนเต็มพิกัด

            หึ หึ หึเสียงหัวเราะชวนขนลุกจากหัวหน้าชมรมนักสืบ เขาค่อยๆก้าวเท้าเข้าห้องสอบเมื่อเห็นว่าถึงเวลาสอบแล้ว

            ทิ้งไว้เพียงคำถามคาหัวของคนสองเชื้อชาติที่กำลังตีสีหน้าไม่เข้าใจอย่างหนักจนถึงกับพึมพำเสียงแผ่วเหมือนคนละเมอทวนคำพูดที่ได้ยินเมื่อครู่จากเด็กหนุ่มนามทิวทัศน์

            อุปกรณ์ที่เขาพูดถึงก็คือ...

          นาฬิกาปลุก...

           

           

           

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

41 ความคิดเห็น

  1. #12 Ryoma+ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2553 / 20:25
    นาฬิกาปลุก?
    เฮ่อๆๆ
    เรื่องนี้มีอะไรให้ขบคิดตามเยอะดีขอรับ
    #12
    0
  2. #7 NichtbraroN (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2553 / 21:30
    แวะมาเมนท์จ้า


    สู้ ๆ ต่อไปน้า สักวันความสำเร็จต้องมาถึงอย่างแน่นอน
    #7
    0