Private Eye นักสืบ บันทึก ฆาตกรรม และ... เวทมนตร์

ตอนที่ 3 : เหตุผล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 158
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 ต.ค. 53

 

            ดูเหมือนที่ทิวทัศน์พูดมาตอนเช้าจะเป็นเรื่องจริง...

            หลังจากแดนเนียลได้ฟังเรื่องกิจกรรมชมรมจากเจ้าของแว่นกรอบเหลี่ยมจบ เขาก็เดินร่อนถามเพื่อนในห้องร่วมสิบกว่าคนที่อาศัยอยู่ต่างชมรม เพื่อนนักเรียนชายส่วนใหญ่จะอยู่ชมรมกีฬาที่ต้องแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ตีห้ามาออกกำลังกายทุกเช้าดังคาด ส่วนเพื่อนนักเรียนหญิงก็เอนไปทางชมรมเย็บปักถักร้อย หรือเกมกระดานหลายแบบน่าเบื่อที่ต้องนั่งแช่กับเก้าอี้เกือบชั่วโมงถึงจะเล่นจบแต่ละเกม ส่วนที่เหลือนี่สิน่าหนักใจสุด แค่ชั่วโมงเรียนวันละ6ชั่วโมงเขาก็แทบจะบ้าตายแล้ว ให้ตายยังไงก็ไม่มีทางเข้าชมรมในเชิงวิชาการที่เหลือแน่

            หรือชมรมนักสืบอย่างที่ทิวทัศน์บอกมาจะเหมาะกับเขาจริงๆ เพราะเท่าที่ฟังมา ไม่มีเงื่อนไขที่ต้องตื่นเช้า หรือเลิกกิจกรรมดึก...

            ความจริงมันก็ไม่เหมาะ แค่ไม่มีทางเลือกอื่นเท่านั้นเอง

            ชมรมของนายมีกี่คนเขาหมุนหน้าไปทางคนสวมแว่นกรอบเหลี่ยม ก่อนเลือกถามคล้ายคาดหวังเพราะถ้าจะให้เขาอยู่ชมรมเดียวกันกับคนพิลึกๆแบบนี้ อย่างน้อยเขาก็อยากมีเพื่อนร่วมชะตากรรม

            หัวหน้าชมรมนักสืบหมุนหน้ามาทางเด็กหนุ่มพลางฉีกยิ้มกว้าง แล้วยกนิ้วเรียวชูขึ้นมาสองนิ้วขณะตอบหน้าตาย สองคน

            แดนเนียลตาโตทันใด เพราะจากคำตอบที่ได้ยินมา อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้อยู่ชมรมกับทิวทัศน์สองต่อสอง   อีกคนนี่ใคร

            ทว่าปฏิกิริยาของทิวทัศน์ต้องทำให้เด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสต้องยิ้มแห้งๆและเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นทันใด เมื่อคนสวมแว่นกรอบเหลี่ยมยกนิ้วเรียวขึ้นมาชี้เขานิ่งก่อนว่าต่อด้วยน้ำเสียงใสซื่อแต่กวนอารมณ์

อีกคนก็นายไง นายกับฉัน รวมกันเป็นสองคน ถูกต้องมั้ย

            จำไม่ได้สักนิดว่าไปตกลงเข้าชมรมกับหมอนี่ตอนไหน

            แดนเนียลเกาหัวแกรกๆ นัยน์ตาสีเทาฉายแววจริงจังขณะกล่าวขึ้น ถามจริงๆเถอะนะ ทำไมถึงอยากได้ฉันไปเข้าชมรมอะไรนั่นของนายมากขนาดนั้น พนันได้เลยว่าฉันไม่มีคุณสมบัติที่ดีของนักสืบสักข้อ แถมข้อเสียเต็มไปหมดเขาสูดลมหายใจเข้าก่อนย้ำช้าๆ แล้วทำไมนายถึงอยากได้ตัวฉันมากนัก

            ทิวทัศน์หุบรอยยิ้มของตนเป็นครั้งแรก ใบหน้าดูจริงจังขึ้นทว่าก็ยังคงความเจ้าเล่ห์ไม่เปลี่ยน ก่อนที่เขาจะเปิดรอยยิ้มขึ้นใหม่ ฉัน... ต้องการความสามารถของนาย ความสามารถในการช่างสังเกต

            ว่าขึ้นเบาๆด้วยน้ำเสียงเรียบที่เล่นเอาคนฟังอดชักสีหน้าประหลาดใจไม่ได้ แดนพูดพร้อมไหวไหล่ นายเข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่ได้ช่างสังเกตอะไรมากขนาดนั้น... ถึงจะขี้สงสัยมากกว่าคนอื่น แต่ก็ยังน้อยไปสำหรับนักสืบน่ะนะ

            ทว่าทิวทัศน์ก็ตอบกลับด้วยกระแสเสียงมั่นใจไม่เปลี่ยน ใครบอก... นายน่ะช่างสังเกตกว่าคนทั่วไป ปกติไม่มีใครสนใจหรอกว่ารองเท้าที่วางบนชั้นถูกวางไว้ด้านไหน ที่คั่นในหนังสือถูกเลื่อนรึเปล่า... ไม่มีใครสังเกตขนาดนั้นหรอกนะ ถึงจะมีติดใจบ้างก็ไม่ได้เก่งเท่านาย เพราะนายรู้ไงว่ามีคนแอบเข้าห้องในช่วงที่นายไม่อยู่ถึงได้ติดกระดาษถามขึ้นมาจริงมั้ยว่าจบเขาก็ฉีกรอยยิ้มพลางหยิบกระดาษเอสี่ในกระเป๋าที่แดนติดไว้ก่อนออกจากห้องโดยมีข้อความระบุว่า นายมาทำอะไรขึ้นมาให้เด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสดู

            แดนเบิกตากว้างรู้สึกอึ้งจนพูดอะไรไม่ออกขณะมองกระดาษแผ่นนั้นกับใบหน้าของคนสวมแว่นกรอบเหลี่ยมสลับไปมา...

          หมอนี่...

            นาย... แอบเข้าห้องฉันเขาเค้นเสียงลอดไรฟัน พลางใช้สายตาจริงจังจ้องไปทางคนตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง

            และทิวทัศน์ก็เริ่มอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ อย่าโมโหไปเลย เพราะเกือบทุกคนในชั้นเรียน ฉันก็ทำแบบเดียวกับนาย แต่น่าเสียดายเป็นบ้าที่ไม่มีใครรู้ตัวหรือสะกิดใจ ทีนี้รู้รึยังว่านายน่ะพิเศษกว่าคนอื่นขนาดไหน แดนรอยยิ้มจิ้งจอกฉีกกว้างขึ้นทุกขณะ ท่าทางขี้เล่นที่ดำเนินมาจนถึงเมื่อครู่ปลิวหายเกลี้ยง แดนเนียลเริ่มรู้สึกเหมือนตนกำลังคุยอยู่กับพวกมาเฟียมืออาชีพที่มีกลเม็ดฝีปากและการต่อรองเหนือชั้นก็ไม่ปาน...

          หมอนี่... ไม่ใช่ธรรมดา...

          นาย... ต้องการอะไรกันแน่แดนว่าเสียงแผ่ว เขาเริ่มรู้สึกว่าคนตรงหน้าผิดมนุษยมนาเข้าไปทุกขณะแต่ไม่ใช่ความรู้สึกเหมือนตอนแรก มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก... น่ากลัวกว่านั้น

            ทิวทัศน์ฉีกยิ้มเหยียด ขณะยกคิ้วซ้ายขึ้นสูง บอกแล้วไงแดน... ว่าฉันต้องการความสามารถของนาย ขอแค่มีนาย ชมรมของฉันก็จะสมบูรณ์

            นี่มันใช่ชมรมนักสืบของนักเรียนมัธยมปลายจริงหรือ... ทำไมจากน้ำเสียงและท่าทางของหัวหน้าชมรมแล้วเขากลับรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ลึกลงไปกว่านั้น

            คำถามสุดท้าย...เด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสถามกึ่งรำพึง

นาย... เป็นใครกันแน่

ทิวทัศน์สบตาคนถามนิ่งรอยยิ้มเหยียดสูง ก่อนยื่นใบหน้าเจ้าเล่ห์ใต้แว่นกรอบเหลี่ยมเข้าใกล้ข้างหูของเด็กหนุ่มขณะกล่าวเสียงต่ำราวกระซิบ

ก็... นักเรียนมัธยมปลายธรรมดาไง หึ หึ หึ

ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะชวนขนลุกดังก้องในโสตประสาทของ เด็กหนุ่มนาม แดนเนียล ยอร์คเซล

           

            อืม...แดนเนียลครางในลำคอขณะยืนเลือกแม่กุญแจดอกขนาดเท่าฝาบ้านจากร้านขายกุญแจในเมือง หลังจากได้รู้เรื่องราวระหว่างเรียนว่าไอ้คนเจ้าเล่ห์จอมพิลึกนั่นสามารถงัดประตูห้องของคนเกือบทั้งชั้นได้โดยไม่มีร่องรอยให้สะดุดตาสักนิด... บางทีถ้าเขาไม่อยากเสียมารยาทคงตอกหน้ากลับไปแรงๆแล้วว่า น่าจะเป็นโจรมากกว่าเป็นนักสืบ

          ไม่มีแม่กุญแจที่ทำจากเหล็กกล้าดอกใหญ่ๆบ้างเลยรึไงนะ

            เขาคิดพลางเลือกแม่กุญแจใส่ถุงเกือบห้าดอกจนเจ้าของร้านที่เป็นชายแก่หัวหงอกอายุเจ็ดสิบกว่าได้แต่ยืนกระพริบตาปริบๆกับลูกค้ารายใหญ่ที่มาซื้อกุญแจปานจะเอาไปขายซะอย่างนั้น

            จะซื้อกุญแจเยอะขนาดไหนก็ช่วยไม่ได้หรอกเสียงเรียบดังขึ้นด้านหลัง แดนเนียลหมุนหน้ากลับไปช้าๆก่อนสะดุ้งโหยงใหญ่ราวเห็นผี เมื่อเขาหันไปเจอรอยยิ้มกวนอารมณ์ของคนสวมแว่นกรอบเหลี่ยมที่เขาเริ่มจะลงความเห็นว่าเป็นคนโรคจิตตั้งแต่รู้เรื่องที่เจ้าตัวแอบเข้าห้องเพื่อนร่วมชั้นโดยไม่ได้รับอนุญาติ

          มาได้ไงเนี่ย...

            คนส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้ คิดแค่ว่าจะต้องเข้าทางประตู อาศัยแม่กุญแจเยอะๆก็กันขโมยได้ คิดตื้นเป็นบ้าเขาว่าพร้อมไหวไหล่อย่างดูถูกขณะกล่าวประชดหน้าซื่อ ระดับความเป็นเพื่อนลดลงฮวบฮาบจนเข้าเกณฑ์คนไม่อยากรู้จัก

            วิธีแก้ปัญหาก็ง่ายๆ ถ้านายล็อกประตูแน่นหนาขนาดนั้น ฉันก็จะแอบไปไขประตูของคนข้างห้องนาย เพราะยังไงก็มีแม่กุญแจแค่ดอกเดียว แล้วค่อยแอบเข้าทางระเบียงก็ได้ เพราะยังไงระเบียงหอพักก็เชื่อมต่อกันหมดอยู่แล้วว่าถึงตรงนี้ทิวทัศน์ฉีกยิ้มเล็กน้อย แต่ไม่ต้องห่วง ฉันไม่เข้าห้องนายอีกแล้วล่ะ เพราะไม่มีธุระอะไรแล้วนี่

            แดนเนียลยืนนิ่งฟังเหตุผลของคนข้างตัวก่อนยิ้มแห้งๆ ความจริงเขาอยากเสริมอีกนิดหน่อยว่า กุญแจพวกนี้น่ะกันขโมยหรือโจรได้แน่ๆ แต่ถ้าเป็นพวกจิตไม่ปกติอย่างนายคงจะยาก... แต่ก็พูดไม่ออกเพราะไม่รู้อีกฝ่ายจะมีลูกเล่นอะไรลึกลับซ่อนไว้อีกรึเปล่า

            แต่งานนี้คนที่ดูจะหงุดหงิดที่สุดเห็นจะเป็นชายชราอายุเจ็ดสิบเจ้าของร้านขายกุญแจ เพราะไอ้หนุ่มสวมแว่นที่เดินมาทีหลังทำลูกค้ารายใหญ่ที่ตั้งท่าจะซื้อกุญแจจากเขาเกือบสิบดอกตัดสินใจไม่ซื้อเอาดื้อๆน่ะสิ

 

            แดนเนียลเดินตามทิวทัศน์ตั้งแต่ออกจากร้านขายกุญแจ เขายังไม่ได้ตกปากรับคำเรื่องการเข้าชมรม อย่างน้อยๆก็อยากเห็นสถานที่ก่อน ซึ่งหัวหน้าชมรมก็ดูจะใจดีเกินเหตุถึงได้รีบร้อนพามาทันทีหลังจากฟังจบ

            ห้องของชมรมนักสืบค่อนข้างให้บรรยากาศที่ต่างจากชมรมอื่นๆทั่วไปอยากเห็นได้ชัด เพราะมันถูกแยกออกจากตึกกิจกรรมมาอยู่ในที่ลับตาด้านหลังโรงเรียนโดยมีต้นไม้ใหญ่ปลูกจนทึบ พร้อมด้วยบรรยากาศสลัวๆชวนขนลุก... นี่ถ้ามีค้างคาว หรือแสงอะไรประปลาดๆ เขาคงไม่แปลกใจเลยถ้าจะบอกว่าที่นี่คือบ้านผีสิง

            ที่นี่เคยเป็นห้องเก็บของอันเก่า แต่ตอนนี้ไม่ได้ใช้แล้ว ฉันเลยยื่นเรื่องไปขอ ผอ. จัดตั้งชมรมนักสืบทิวอธิบายเรียบๆขณะเดินนำ แม้จะไม่สังเกตเห็นว่าคนข้างหลังเริ่มพะอืดพะอมอย่างเห็นได้ชัด

          ไม่แปลกเลยที่ชมรมนี้จะไม่มีคนเข้า... ให้ตาย ถ้ายังงี้สู้อดทนตื่นเช้าเข้าชมรมกีฬาจะดีกว่ามั้ยเนี่ย

            ทิวหยุดยืนนิ่งหน้าตึกเล็กๆทรุดโทรมขนาดหนึ่งห้องหนึ่งชั้น รอยยิ้มจิ้งจอกฉีกกว้างก่อนกล่าวขึ้นพลางโค้งตัวลง

            ยินดีต้อนรับสู่ชมรมนักสืบ

            บรรยากาศภายในห้องชมรมนักสืบที่ทิวทัศน์ภูมิใจนักหนาเป็นคล้ายๆห้องเก็บข้อมูลที่มีชั้นหนังสือสูงท่วมหัวพร้อมข้อมูลต่างๆทั้งเชิงวิทยาศาสตร์ สังคม กฎหมาย และอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการเป็นนักสืบ พร้อมแผนที่ขนาดย่อมๆที่ติดตามผนังหลายแผ่น ทั้งพิมพ์เขียวยุคเก่า หรือปัจจุบัน มีเส้นทางรถไฟ เดินรถ เดินเรือบอกอย่างละเอียด ถัดมาอีกเป็นกล่องเก็บเครื่องมือขนาดเท่าฝาบ้าน ทั้งแว่นขยาย กระดาษลิ่ม สก็อตเทป... ทุกอย่างดูเยอะแยะไปหมดจนไม่เหมือนชมรมนักสืบของนักเรียนมัธยมปลายธรรมดา

            เจ๋งแฮะ...แดนอดเปรยเบาๆด้วยน้ำเสียงชื่นชมไม่ได้ เพราะไอ้การค้นหาทั้งข้อมูลหรือเครื่องมือมากมายขนาดนี้ทั้งๆที่อีกฝ่ายอยู่ตัวคนเดียวคงเป็นเรื่องที่ยากเอาการ

            แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ชวนให้ข้องใจอยู่ เพราะปกติชมรมนักสืบระดับมัธยมปลายควรจะมีแต่งานง่ายๆจนเกือบจะปัญญาอ่อนอย่างเช่น ตามหาแมวที่หาย หรือช่วยแจ้งเบาะแสเด็กหนีเรียนให้ฝ่ายปกครอง ประมาณนี้ไม่ใช่เหรอแต่ทั้งอุปกรณ์ต่างๆที่มากมายเกือบท่วมหัวมันฟ้องว่าจุดประสงค์ไม่หยุดอยู่แค่นั้นแน่นอนว่าต้องมากกว่า

             เวอร์ไปรึเปล่าสำหรับเด็กมัธยมแดนเนียลว่าขึ้นลอยๆ ขณะสังเกตไปรอบบริเวณ

            ซึ่งคนเป็นเจ้าของชมรมเพียงตอบรับหน้าตาย เวอร์สิ ถ้าเป็นคดีทั่วไปสำหรับเด็กมัธยมล่ะก็นะพลางฉีกยิ้มกว้างอย่างมีเลศนัย

            พูดเหมือนมีอะไรมากกว่านั้นแดนถามลองเชิง

            ทว่าคนถูกถามเพียงยกยิ้มยียวนขณะก่อนตอบด้วยถ้อยคำที่ทำให้อยากรู้ว่า มีแน่... แต่บอกไม่ได้ถ้านายยังไม่ตัดสินใจเข้าชมรม

          รู้สึกหมอนี่จะความลับเยอะเหลือเกินนะ...

            พูดตามตรงนะ ตอนนี้ฉันก็ลำบากเรื่องไม่มีชมรม แต่ถ้าจะให้รับเงื่อนไขของนายทั้งๆอย่างนี้ฉันก็เสียเปรียบแย่แดนไหวไหล่ขณะขยับยิ้มเจ้าเล่ห์บ้าง

            ทิวทัศน์เลิกคิ้วซ้ายขึ้นสูงเล็กน้อย แล้วต้องการอะไรล่ะ... หือ... เพื่อนแดนตามด้วยน้ำเสียงประชดที่แสดงออกชัดเจน

            นายยอมรับในความสามารถของฉันจริงมั้ย แต่ฉันยังไม่เห็นความสามารถอะไรที่น่าสนใจของนายเลยไง ที่เห็นก็แค่การแอบเข้าห้องคนอื่นกับมารยาทที่ไม่ค่อยจะมีแค่นั้นเองว่าพร้อมจงใจฉีกยิ้มกวนประสาทส่งกลับอย่างไม่ยอมแพ้

            ทิวทัศน์ถามกลับ แปลว่านายอยากให้ฉันโชว์อะไรให้นายดูว่างั้น

            ก็ถ้าเข้าใจอย่างนั้นก็ถูกเด็กหนุ่มไหวไหล่ขึ้น ถ้าไม่รังเกียจก็หาอะไรชดเชยที่แอบเข้าห้องฉันโดยไม่ได้รับอนุญาติด้วยก็ดี

            สิ้นเงื่อนไข เจ้าของแว่นกรอบเหลี่ยมก็หยิบกระดาษสองแผ่นพลางยื่นมาให้แดนดู รู้สึกใบแรกจะเป็นรายชื่อของเพื่อนร่วมชั้น ใบที่สองคือตารางสอบกลางภาคที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า...

            เด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสขมวดหัวคิ้วไม่เข้าใจเล็กน้อย เพราะไม่รู้ว่าไอ้ใบรายชื่อกับตารางสอบมันจะเกี่ยวกับเรื่องโชว์ความสามารถให้เขาเห็นได้ยังไง

            ดูเลขที่ 17 ในใบรายชื่อ คนที่ชื่อ ยุทธพงศ์ เลิศไพบูลย์ทิวทัศน์ว่าสั้นๆนัยน์ตาจิ้งจอกเริ่มฉายแววสนุกสนาน

            ยุทธพงศ์ เลิศไพบูลย์ เด็กหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าขยันเรียนมากที่สุดในห้อง 4/8 แม้ตัวเขาจะไม่ได้อันดับหนึ่งถ้าเทียบกับทั้งระดับ แต่แค่นั้นก็ทำหลายๆคนอิจฉาจนน้ำลายหกตามทางได้ไม่ยาก... และถ้าดูจากอันดับสอง อันดับสามภายในห้องก็คะแนนทิ้งห่างกันมากพอดู ยังไงหมอนี่ก็ถือเป็นตัวเต็งของคลาส4/8

            แล้วไง ก็แค่เด็กบ้าเรียนธรรมดาแดนถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ

            นายรู้จัก ตาทิพย์ มั้ยเจ้าของแว่นกรอบเหลี่ยมถามขึ้นพลางฉีกยิ้มเหยียดอย่างมีนัย ด้วยประโยคที่ทำเอาคนสองเชื้อชาติเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง

          เอามาจากการ์ตูนเรื่องไหนอีกล่ะเนี่ย...

            เหลวไหลแดนว่าสั้นๆตัดจบ

            ซึ่งคนเป็นหัวหน้าชมรมตาโตทันใดเมื่อได้ยินคำพูดของเด็กหนุ่ม ขณะพูดต่อด้วยท่าทางกวนอารมณ์นิดๆ ที่นายบอกว่ามันเหลวไหล แปลว่าไม่เชื่อใช่มั้ยว่ามันจะเกิดขึ้นจริง

            แดนเนียลนิ่งเงียบไปเล็กน้อย เขาหรี่นัยน์ตาสีเทาไปทางคนเบื้องหน้าอย่างไม่ไว้ใจ เพราะเดาไม่ออกว่าหมอนี่จะมีลูกเล่นอะไรอีก

            ไม่ตอบก็แสดงว่าใช่ หึ หึ หึเด็กหนุ่มหัวเราะเสียวสันหลังอย่างท้าทาย เวลาสามชั่วโมงในการสอบวิชาวิทยาศาสตร์ ฉันจะให้ความสามารถตาทิพย์ ที่พูดถึง ทำให้คะแนนของฉันมีค่าเท่ากับกระดาษคำตอบของ ยุทธพงศ์ เป็นไง แค่นี้ถือว่าโชว์ความสามารถได้มากพอมั้ย

            แดนเนียลนิ่งอึ้งค้าง เปลือกตาสองข้างเปิดออกชัดเจนกับประโยคประหลาดๆของคนเบื้องหน้าเกี่ยวกับความสามารถที่ไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังข้องใจอยู่ว่า ถึงหมอนี่จะมีความสามารถตาทิพย์อย่างที่ว่าจริงๆ แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับการเป็นนักสืบล่ะ...

 

 

            ทว่า...อยากทิ้งท้ายเอาไว้สักหน่อย... เด็กหนุ่มสวมแว่นกรอบเหลี่ยมหัวหน้าชมรมนักสืบยกรอยยิ้มขึ้นเล็กน้อยขณะกล่าวต่อ...

          เรื่องเหนือธรรมชาติในโลกนี้ มันไม่มีจริงหรอกนะ หึ หึ หึ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

41 ความคิดเห็น

  1. #26 Ti  na i Rene (@naniar) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2553 / 15:11
     อ่าาาาาาา  ตอนสุดท้ายที่บอกว่า ยกรอยยิ้มน่ะ

    มันแปลก ๆ นะ  น่าจะบอกว่า ยกริมฝีปากยิ้มเยาะ หรือ ยกมุมปาก อะไรพวกนี้มากกว่า

    ยกรอยยิ้ม เราลองทำแล้วมันแปลก อะ แหะ ๆ 

    และก็ตอนที่บอกว่า  'แดนถึงกับนิ่งอึ้งค้าง' <<--- อ่านแล้วใช้คำฟุ่มเฟือยมาก  จะนิ่ง อึ้ง+ค้าง หรือ ค้าง+นิ่ง นิ่ง+ค้าง ก็เอาซักอย่าง

    เอานิ่งมาผสมกับอึ้งม่ายยยยสวยจ๊ะ


    ปล. เราสังเกตว่าเธอจะใช้คำว่านิ่งหลายจุด (หรือเปล่า) โดยที่ไม่เข้ากับประโยคตอนนั้นเลย ลองหาตัด ๆ ดู
    ปลล. เอาตอนยาวอีกหน่อยจ๊ะ ^^
    ปลลล. แนะนำนะ  จะพูดถึงความคิดเห็นตัวละคร มิต้องเอาตัวเอียงก็ได้ ^^  แม้ไม่มีเครื่องหมายคำพูด
    แต่ประโยคเป็นประโยคคำพูด สิ่งนั้นจะเป็นความคิดตัวละครจ๊ะ
    #26
    0
  2. #25 Ti  na i Rene (@naniar) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2553 / 15:03
     นักสืบ ฮ่า ๆ ๆ เป็นเรา เราก็อยากเข้า

    อ้อ เราว่าเสียงหัวเราะหึหึน่ะ ไม่ต้องมีถึง หึหึหึ หรอก  เอา หึหึึ ก็พอถ้าหัวเราะ

    แต่ถ้าจะพูดเยาะเย้ยก็ แค่ หึ...ต่อด้วยอะไรก็ว่าไป  ^^

    หนุกจ๊ะ

    #25
    0
  3. #11 Ryoma+ (@johjoh) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2553 / 19:45
    สนุกขอร้าบบบบบ 
    สรรสร้างนายทิวออกมาได้กวนมาก
    คิดเหมือนพี่กวาว่าประโยคท้ายชวนให้อยากติดตามต่อ
    ภาษาโอเค การคำเนินเรื่องโอเค
    ไม่ช้าไม่เร็วเกินไป
    #11
    0
  4. #5 NichtbraroN (@lovenon123) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2553 / 23:01

    บทนี้ทำได้ดีมากกกก ไม่รู้ว่ากวาคิดไปเองว่ามันสั้น หรือสนุกจัดจนรู้สึกว่ามันจบเร็วมาก ๆ 


    โดยรวมก็ทำได้ดี ความน่าสนใจมีค่อนข้างมาก โดยเฉพาะประโยคทิ้งท้ายทำให้อยากอ่านต่อมาก ๆ 


    สู้ ๆ น้า

    #5
    0