Private Eye นักสืบ บันทึก ฆาตกรรม และ... เวทมนตร์

ตอนที่ 14 : ร้านขนม1 (ตอนพิเศษของแดนเนียล)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 95
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    31 ต.ค. 53


            แต่งตอนพิเศษขึ้นเพื่อสนองตัณหาผู้เขียนที่บังเอิญไปเจอรูปวาดตัวละครตัวหนึ่งเข้าแล้วรู้สึกชอบมาก เลยขอยัดเข้ามาอยู่ในตอนพิเศษซะเลย...

รูปของตัวละครดังกล่าว

 


 
------------------------------------------------------------





            ฮ้าว~…” เด็กหนุ่มนัยน์ตาสีเทาลูกครึ่งฝรั่งเศสเสยผมยุ่งเหยิงเป็นนิจของตนขึ้นเปิดหน้าผากขณะหาวนอนหวอดใหญ่

            นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนหลังจากปิดเทอมจากโรงเรียนเก่าแล้วก็วิ่งวุ่นมาหาโรงเรียนใหม่ในการเรียนต่อขึ้น ม.4 ซึ่งก็ได้โรงเรียนใหม่เป็นโรงเรียนมีชื่ออย่างโยธิณวัฒนา... และนั่นก็เป็นสาเหตุให้แดนเนียล ยอร์คเซล ต้องตัดสินใจแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ 7 โมงเช้าเพื่อจะมาให้ทันโรงเรียนในวันเปิดเทอม หลังจากอุดอู้จนสันหลังยาวมานานเกือบเดือน

          ขยันไม่สมกับเป็นเราเลยแฮะ...

            งึมงำในใจด้วยท่าทางงัวเงีย เพราะความจริงเขาก็ไม่อยากเด่นมากขนาดจะไปเข้าเรียนสายตั้งแต่วันเปิดเทอมวันแรกหรอก

            เส้นทางเดินจากหอพักเกษียรสิทธิ์ไปถึงโรงเรียนโยธินวัฒนาไม่เรียบง่ายแต่ก็ไม่ยุ่งยาก ถึงแม้จะมีซอยหลากหลายที่พร้อมจะให้คนที่เคยมาครั้งแรกอย่างเขาหลงทางได้ทุกเมื่อ แต่กระนั้นชาวบ้านละแวกนี้ก็ใจดีมากพอจะบอกทางให้กับคนพร้อมหลงทางอย่างเขาเช่นกัน

            และเหมือนวันนี้แดนเนียลจะตื่นเช้าเกินไป เพราะถ้าคำนวณจากระยะทางไปถึงโรงเรียน ก็คงได้รอเข้าแถวเคารพธงชาติอีกประมาณสิบห้านาที... ฉะนั้นต้องปรับเวลาใหม่ เป็นตื่นสายกว่านี้ได้อีกสิบห้านาที แต่ต้องหมายถึงกรณีที่เขาไม่ถูกดึงความสนใจจนหยุดดูเพราะอะไรบางอย่างน่ะนะ...

            แดนเนียลเงยหน้าที่ยังงัวเงียไม่หายไปยังร้านโทรมๆร้านหนึ่ง พินิจอยู่ครู่ก่อนหมุนหน้าสูงขึ้นอีกเพื่ออ่านข้อความบนป้ายไม้ผุเก่าด้านบนให้ถนัดตามากกว่าเดิม...

            ร้านเบเกอรี่ฟ้าแอนด์ฝ้าย...

            และมันก็ทำให้เขาเดาได้ไม่ยากเลยว่า เจ้าของร้านนี้ต้องชื่อฟ้ากับฝ้ายและเป็นผู้หญิง ยืนยันได้จากมีเด็กผู้หญิงสองคนกำลังยืนไล่เลี่ยยกกล่องของอะไรบางอย่างเข้าออกหน้าร้านตั้งแต่สิบนาทีก่อน... คนแรกดูนิสัยดีใบหน้าสวยขยันขันแข็ง สูงราว165 ผมสีดำของเธอถูกรวบมวยต่ำแล้วติดกิฟรูปดอกไม้อันใหญ่ปล่อยเกลียวให้ละต้นคอเล็กน้อย เธออยู่ในชุดสีเขียวที่ถูกสวมทับด้วยผ้ากันเปื้อนสีชมพูอ่อนอีกที กระโปรงปีกใหญ่ที่ยาวจนเกือบจะรุ่มร่าม เท่าที่ดูท่าทางคงอายุเยอะกว่าเขาประมาณปีสองปี...

ส่วนอีกคนเป็นเด็กสาวน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเขา เส้นผมสีดำเธอยาวจนถึงกลางหลัง เธอไม่ได้ใส่ผ้ากันเปื้อนเหมือนพี่สาวแม้จะเป็นชุดสีเขียวคล้ายกัน และกระโปรงก็สั้นลงมาหน่อย ใบหน้าเธอดูบึ้งตึงเล็กๆเหมือนคนมีความกังวลอะไรบางอย่าง คิ้วบางขมวดมุ่นตลอดเวลา และนั่นมันอาจทำให้เด็กสาวดูมีเสน่ห์น้อยลงเมื่อเทียบกับคนข้างตัว

แต่เท่าที่แดนสรุปก็สวยเหมือนๆกัน... แค่คนผมยาวดูจะน่ามองน้อยกว่าคนมัดผมเฉยๆ...

อืม... และที่สะกิดใจนอกจากหน้าตาของสองสาวแล้ว ดูจากอายุพวกเธอก็น่าจะเรียนอยู่มัธยม แต่ทำไมถึงไม่รีบแต่งตัวไปโรงเรียนอีกล่ะเนี่ย...

ขอเดาว่า ถ้าร้านนี้จะขายดีคงมีสองเหตุผล ข้อแรก เค้กอร่อย  ข้อสอง คนดูแลร้านน่ารัก หรืออาจจะทั้งสองข้อเลยก็ได้... แต่สำหรับแดน ตอนนี้ข้อสองคงนำหน้ามาก่อนล่ะนะ

เด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสเดินดุ่มๆไปทางร้านเบเกอรี่ทันที และคิดข้ออ้างในหัวเสร็จสรรพว่า เมื่อเช้ายังไม่ได้กินข้าว... แม้อาจจะเห็นเต็มตาว่าพวกขนมปังยังไม่ถูกเข็นออกมาจากในร้านเพราะยังไม่ถึงเวลาขาย แต่เด็กหนุ่มก็ยังหน้าด้านเดินเข้าไปหาโดยไม่สนใจป้ายหน้าร้านที่มีข้อความว่า เปิดร้าน 8.00 น. อยู่ดี

สนใจจะรับอะไรรึเปล่าคะผู้หญิงมัดมวยต่ำว่าขึ้นด้วยรอยยิ้มสดใส เมื่อเห็นอาคันตุกะปลกหน้าเดินเข้ามาถึงหน้าร้านพวกเขา

มีอะไรขายรึเปล่าครับ... เผอิญผมจะไปโรงเรียนแต่ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลยพูดเสียงเรียบพลางมองเข้าไปในตู้กระจกที่มีไว้สำหรับวางเค้กหรือขนมปัง แม้บัดนี้จะยังว่างเปล่า

ตอนนี้ยังไม่มีนะเจ้าของเรือนผมสีดำยาวเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์นิดๆ คิ้วบางขมวดมุ่นเหมือนคนหงุดหงิดตลอดเวลา แถมสีหน้าหยิ่งๆจนเกือบเบื่อนั่นก็ดูจะไม่แยแสเขาที่เป็นลูกค้าเลยแม้แต่น้อย...

ค้าขายประสาอะไรเนี่ย...

โธ่... ฝ้าย ไปพูดแบบนั้นกับลูกค้าได้ยังไงคนเป็นพี่หันไปปรามน้องสาวทันใด เมื่อเธอแสดงกิริยาไม่เหมาะสมกับลูกค้า แต่นั่นก็ช่วยไม่ได้ เพราะน้องเธอก็เป็นยังงี้มาตั้งนานแล้ว ก่อนฟ้าจะหันไปทางลูกค้าสองเชื้อชาติใหม่แล้วฉีกยิ้มสดใสอีกหน เผอิญมีขนมปังไส้ลูกเกดพึ่งทำเสร็จเมื้อกี้อยู่ค่ะ สนใจจะรับเลยมั้ยคะ

ฟ้าถามเสียงใสทันใด แดนพยักหน้ารับ ก่อนมองไล่หลังเด็กสาวที่กำลังวิ่งเหยาะๆน่ารักไปหยิบขนมปังที่เขาสั่งไว้หลังร้านด้วยความกระตือรือร้น และจากบนสนทนาคร่าวๆเมื่อครู่ก็ทำให้เขารู้ทันทีว่า คนคนนั้นชื่อฟ้า น่าจะเป็นพี่... ส่วนคนหน้าบูดๆหน่อยชื่อฝ้าย และบางทีนิสัยอาจต่างกันเป็นโยชน์

เจ้าของเรือนผมสีดำเดินดุ่มมายกกล่องบางอย่างโดยไม่แยแสเขาต่อ ซึ่งแดนก็ขมวดคิ้วนิดๆกับมนุษยสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยจะมีของเด็กสาว เมื่อเห็นเธอเมินเขาต่อหน้าต่อตา แถมไม่มีท่าทีอยากเสวนากับเขาที่เป็นลูกค้าแบบที่ควรเป็นด้วย...

หน้าตาดี... แต่นิสัยไม่ค่อยดีแฮะ...  แดนคิดขณะเลิกคิ้วขึ้นข้างและเลือกไม่สนใจเจ้าหล่อนกลับเช่นกัน

อึก...เสียงร้องเบาๆจากฝ้ายเรียกให้แดนต้องเหลือบมองเล็กน้อย... และก็เห็นว่าเธอกำลังยกกล่องที่ใส่อะไรบางอย่างซึ่งใหญ่เกือบตัวเธอไม่ขึ้น แต่เธอก็ยังพยายามจะยกมันต่อ และสังเกตจากแขนบางๆนั่นกับน้ำหนักของในกล่อง แรงอย่างเธอคงไม่มีปัญญายกไหว... และดูเธอก็จะรู้ดีอยู่แล้วว่าคนคนเดียวคงยกไม่ขึ้น แต่เธอก็ยังพยายามต่อ...

อึก...เสียงร้องดังขึ้นอีกครั้ง เหงื่อสีใสเริ่มไหลจากขอบหน้าผาก เธอสูดลมหายใจเข้าออกครู่ใหญ่ นัยน์ตาปิดเข้าหากันแน่นแล้วจัดการยกกล่องดังกล่าวขึ้นอีกรอบ

ยกขึ้น!...  น่าแปลกที่ครั้งนี้ยกขึ้น แถมยังเบากว่าที่คิด เธอค่อยๆปรือตามอง หัวคิ้วสงสัยขมวดเข้าหากันเล็กน้อยก่อนเห็นร่างร่างหนึ่งเชื้อฝรั่งกำลังยืนด้านตรงข้ามกับเธอและยกกล่องเดียวกันกับเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

นี่นาย...เธอร้องและไม่ยอมเดินปล่อยให้แดนต้องหยุดค้างในท่ายกแบบนั้น

ซึ่งแดนก็กระตุกคิ้วหน่อยๆ ขณะว่าขึ้น อะไร

ไม่มีเสียงตอบกลับ ท่าทางของฝ้ายเหมือนคนพยายามจะพูดอะไรบางอย่างแต่สุดท้ายก็เงียบ จนแดนต้องเปรยขึ้นมาเองใส่อะไรลงไปมั่งเนี่ย หนักฉิบเลยว่าสั้นๆจนเด็กสาวสะดุ้งโหยง เพราะเธอไม่ได้ออกแรงตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว ว่าง่ายๆคือตอนนี้แดนกำลังรับน้ำหนักไปคนเดียวเต็มๆแม้จะมีมือบางของเด็กสาวยื่นมาจับกล่องอยู่ก็ตาม

แล้วจะให้ยกไปที่ไหนถามต่อสั้นๆ พลางหมุนหน้าหาจุดที่เธอเคยวางกล่องเอาไว้

ปล่อยมือเลย ฉันไม่ไว้ใจคนแปลกหน้าเธอพูดเสียงเข้มกลับ ใบหน้ายังบึ้งตึงอย่างหงุดหงิดกับการมีคนมาช่วย ใช่... เพราะตั้งแต่ไหนแต่ไรคนที่เข้ามาช่วยเธอก็ไม่มีใครอยากช่วยเธอแบบจริงใจอยู่แล้ว... ก็แค่อยากทำให้พี่สาวของเราเห็นในความดีแค่นั้น...

และที่ผ่านมาก็เป็นแบบนั้นตลอด ผู้ชายส่วนใหญ่ล้วนแต่จับจ้องพี่สาวเธอที่ทั้งน่ารักน่าชัง นิสัยดี แถมมีเสน่ห์ แต่พี่ฟ้าก็ไม่เคยเปิดใจให้ใคร ทำดีทุกวิถีทาง ซื้อของที่อยากได้ ตามใจให้ทุกอย่าง... ซึ่งเธอก็ตกเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่บรรดาผู้ชายใช้จีบพี่สาวเธอด้วยเหมือนกัน... พวกเขามักจะแห่กันมาทำดีเพียงเพราะให้พี่เธอเห็น แต่พอลับหลังก็กลับเอาเธอไปนินทาเสียๆหายๆ...  กระทั่งพ่อแม่ก็ไม่ต่าง...

ทุกอย่างก็มีแต่พี่ฟ้า พี่ฟ้า  เรามันก็เป็นได้แค่ตัวประกอบ เรามันทำอะไรก็แย่ไปหมดอยู่แล้ว... ตั้งแต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยมีใครเห็นใจเราอยู่แล้วนี่...

ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ หยดน้ำอุ่นๆซึมตรงเบ้าตาเล็กน้อย ก่อนเธอจะเอ่ยขึ้น นายก็เหมือนกันใช่มั้ย...

            คนที่ไม่เข้าใจในคำกลางถึงกลับขมวดคิ้วแน่นอย่างงุนงง เหมือนกันอะไร เหมือนกันตรงไหน เขาไปทำอะไรให้เหมือนใครหรือ

            คำถามมากมายปรากฏในหัว ก่อนฝามือเรียวสวยจะพุ่งวาบใส่ใบหน้าเขาอย่าจังจนดังเพียะ ทิ้งรอบแดงๆไว้บนแก้มขาวของแดนอย่างุนงง รู้สึกไม่เข้าใจการกระทำของหล่อนในทันที เด็กหนุ่มหมุนหน้ากลับถลึงตาแน่น อ้าปากกำลังจะด่า

            นี่เธอ... 

            ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน!” ฝ้ายร้องเสียงเข้มขัดคำพูดของเด็กหนุ่ม และวิ่งออกหน้าร้านเบเกอรี่ไปทันที ปล่อยให้คนที่ยังสงสัยอยู่ได้แต่ยืนนิ่งขณะแบกกล่องหนักไปไว้บนอก

          อะไรของเขา...

            และนั่นก็เป็นเรื่องราวยุ่งเหยิงเล็กๆที่จะทำให้แดนเนียล ยอร์คเซล ที่เดิมควรจะถึงโรงเรียนก่อนเวลาเคารพธงชาติในวันแรกของการเปิดเทอม เลื่อนเป็นมาสายและมาช้าเกือบครึ่งเทอมน่ะสิ...

 

หลังจากนั้นฟ้า เด็กสาวมัดผมก็วิ่งร่าออกมาจากหลังร้านเมื่อได้ยินเสียงร้องหนักๆของน้องสาวตน จนได้มาห็นฉากตบแดนเต็มสองตา และเธอต้องรีบก้มหน้างุดขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ ก่อนจัดการยื่นขนมปังไส้ลูกเกดแถมให้เป็นสองชิ้นเป็นการขอโทษที่น้องสาวทำไม่สมควรกับลูกค้าไป

แดนเกาแกมข้างที่ถูกตบเล็กๆ... เจ็บ... บอกตรงๆว่าเจ็บ  แต่ทำไมเขากลับไม่โกรธ... ความคุกกรุ่นของอารมณ์ที่ควรจะเกิดขึ้นกลับไม่เกิด หากที่เกิดกลับเป็นความรู้สึกบางอย่างแทน...

ทำไมเธอถึงได้ทำสีหน้าแบบนั้นกันนะ...

มันช่างเป็นสีหน้าที่ดูเหมาะกับเด็กสาววัยนี้ เคร่งเครียด ซึมเศร้า และน่าสงสาร...

เรื่องทั้งหมดฟ้าอธิบายให้ฟังทันที ฝ้ายคล้ายว่าเป็นเด็กที่เกิดมาจากความไม่ตั้งใจของพ่อกับแม่ เนื่องด้วยฐานะทางบ้านของเธอยากจนแต่กระนั้นก็ยังอยากมีทายาทไว้สักคน ซึ่งนั่นเป็นช่วงที่ให้กำเนิดฟ้าออกมา... แต่หลังจากนั้นไม่นานฝ้ายก็ตามกันออกมาติดๆ อาจเป็นเพราะความผิดพลาดเกี่ยวกับการป้องกันเรื่องอย่างว่า ทำให้มีลูกคนที่สองแบบไม่ตั้งใจ... ฝ้ายไม่ได้รับความรักอย่างที่ควรจะเป็น แต่ถูกปฏิบัติเหมือนเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่ต้องเลี้ยงให้มีชีวิตโตจนอยู่ได้ด้วยตัวเองเท่านั้น...

ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ฝ้ายเป็นคนเก็บตัว ยิ้มยากขึ้นทุกวัน น้อยครั้งเหลือเกินที่ฟ้าจะเห็นฝ้ายหัวเราะ และยิ่งเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นที่เริ่มมีความคิดของตัวเองชัดเจนขึ้น ฝ้ายก็ไม่เคยยิ้มอีกเลย...

แดนฟังเรื่องราวตั้งแต่เล็กจนโตของฟ้าและฝ้ายโดยอาจจะลืมดูเวลาบนนาฬิกาข้อมือที่เข็มสั้นเลยเลข 8 ไปตั้งแต่สิบห้านาทีก่อน

สรุปคือเป็นเด็กที่มีปัญหา...  แดนสรุปก่อนเงยหน้าช้าๆเมื่อสังเกตเห็นร่างร่างหนึ่งที่ฝากรอยบนฝ่ามือยืนอยู่หน้าร้านด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวไม่ได้เกิดเรื่องอย่างว่าขึ้น... แม้เธอจะทำหน้าไม่สบอารมณ์น้อยๆที่เห็นเขายังนั่งอยู่

ฝ้ายพี่สาวร้องเรียก ไปไหนมา ขอโทษแดนเนียลเลยนะและปรามน้องสาวด้วยแววตาดุๆ

ซึ่งเจ้าของเรือนผมสีดำก็ตีหน้าบึ้งและกล่าวสั้นๆไม่เต็มใจชนิดที่คนเป็นพี่สาวต้องเลือกถอนหายใจแทนกับพฤติกรรมไม่เหมาะสมของน้องสาวตน

ขอโทษ

และแดนก็ตอบกลับเรียบๆเช่นกัน ไม่เป็นไรก่อนฉีกยิ้มเล็กๆเมื่อนึกเรื่องสนุกบางเรื่องออก ขณะเหลือบมองกล่องกระดาษที่พึ่งรู้จากฟ้าทีหลังว่าเป็นกล่องใส่นม ซึ่งพวกเธอต้องขนขึ้นชั้นสามทุกวัน และไม่มีเงินจ้างคนงานมาขนกล่องนมเหล่านี้ขึ้นไป พวกเธอเลยต้องขนเอง

แต่ฉันคิดว่าคงได้อยู่ที่นี่อีกนาน

หา!?” ฝ้ายร้องเสียงสูงขณะหมุนหน้ามาหาเด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสแล้วขมวดคิ้วแน่นอย่างสงสัยแล้วเอ่ยถามอีกรอบเมื่อได้ยินประโยคที่อีกฝ่ายพูดมาไม่ถนัดนัก เมื่อกี้... นายว่าอะไรนะ

ก็ฉันคิดว่าตั้งแต่วันนี้จะมาทำงานพิเศษอยู่ที่นี่พูดพลางยิ้มยียวนอยู่นิด ถามพี่สาวเธอหมดแล้ว กล่องพวกนี้ต้องขนไปทุกเช้าใช่มั้ยล่ะ มันคงไม่เหมาะกับเรี่ยวแรงผู้หญิงแบบเธอล่ะมั้ง ฉันก็เลยตัดสินใจจะมาทำงานพิเศษอยู่ที่นี่ไง

ใครจ้างนายฝ้ายถามกลับชักใบหน้าปั้นยากขึ้นทุกขณะ

แต่แดนก็ไม่สนยังร่ายยาวต่อเรื่อยๆแถมยังมีพวกวัสดุนอกจากนม ทั้งขนมปัง อะไรหลายๆอย่างที่ฉันไม่รู้จักอีก มีคนช่วยขนของก็ไม่เลวนะ

พูดด้วยน้ำเสียงระรื่นที่ทำเอาคนฟังมุ่นหัวคิ้วแน่นกับคำกล่าวของเพื่อนร่วมงานคนใหม่หน้าตากวนอารมณ์ที่พึ่งถูกเธอตบหน้าไป ก่อนหมุนไปหาคนเป็นพี่สาวที่กำลังยืนยิ้มแห้งคล้ายคุยเรื่องทำงานพิเศษนี้เสร็จสรรพแถมตกลงไปเรียบร้อย

อยากจะทำอะไรก็ทำไป อย่ามาเกะกะฉันก็แล้วกันฝ้ายพูดดักทันที ซึ่งแดนก็ไหวไหล่อย่างไม่แยแสขณะกล่าวถ้อยคำกวนอารมณ์ส่งกลับ

คิดเหมือนกันเลย

 

            และพอเข้าสู่ช่วง 8นาฬิกาเวลาเปิดร้านก็มีลูกค้าหลายคนเข้ามาซื้อขนมปังตามคาด ซึ่งฟ้าเป็นคนทำงานในครัวส่วนฝ้ายทำงานรับแขกซึ่งแดนลงความเห็นว่าไม่เหมาะเท่าไหร่ ความจริงน่าจะสลับกันมากกว่า ให้ฟ้ามายืนรับแขก ส่วนฝ้ายไปยืนหน้าหงุดหงิดตามใจฉันในครัวประมาณนี้ แต่เรื่องนั้นคงเป็นไปไม่ได้ เพราะพวกเธอทำงานร้านเบเกอรี่นี้แค่สองพี่น้อง และฟ้าก็ทำเค้กกับขนมปังเป็นแค่คนเดียว จะให้เธอมาทำหน้าที่รับลูกค้าอีกคงไม่ไหว ดังนั้นฝ้ายจึงจำเป็นต้องทนยืนรับแขกอย่างช่วยไม่ได้

            และก็เป็นดังคาดอีกครั้งที่จะมีกลุ่มชายหน้าหื่นโรงเรียนช่างกลมาข้องแวะร้านขนมปัง ด้วยเพราะเจ้าของร้านเป็นเด็กผู้หญิงอายุ16กับ18...

            น้องฝ้ายวันนี้มีอะไรน่ากินมั่งเหรอหนึ่งในชายชุดน้ำเงินหน้าเถื่อนที่มีลายสักเต็มสองแขนจนแลบออกมาจากแขนเสื้อ แน่นอนว่าเขาคงชอบศิลปะมากจนสักเต็มแผ่นหลัง บางทีถ้ามันไม่แหวกแนวจนเกินไปเขาอาจจะอยากสักบนใบหน้าด้วย

            เด็กสาวผมยาวลอบถอนหายใจเล็กน้อย ฝืนยิ้มรับ ก็มีทุกอย่างเลยคะ... ยังร้อนๆอยู่เลย

            เปล่าๆ... พี่ไม่ได้พูดถึงขนมปังชายหนุ่มพูดพลางส่ายหน้าแล้วหันไปหัวเราะคิกคักพลางยิ้มกรุ่มกริ่มมีเลศนัยกับเพื่อนในกลุ่มทันใด

            แล้วพูดถึงอะไรเหรอคะ

            ก็พูดถึงตัวน้องไงจบคำก็หัวเราะร่ากับการแซวสาวแบบเห่ยๆที่ไม่ทำให้อีกฝ่ายเขินเลยสักนิด หากแต่อารมณ์โมโหกำลังเริ่มพุ่งกับการต้องทนรับคำพูดชวนหงุดหงิดจากบรรดาชายหนุ่มเครื่องกลแบบนี้ทุกวัน

          งานบริการมันก็ลำบากเหมือนกันนะ...

            ที่นี่ขายแต่ขนมปังค่ะฝ้ายตอบกลับเสียงเข้ม แม้จะพยายามลงท้ายด้วยคำสุภาพ

            แต่เราไม่อยากได้ขนมปังนี่นา...ชายหนุ่มเครื่องกลยังยิ้มกรุ่มกริ่มหยอกล้อกลับ ขณะยื่นใบหน้าเข้าใกล้เด็กสาวมากขึ้นเรื่อย จนฝ้ายต้องผละหนี ไม่สนใจเป็นแฟนพี่รึไง... แค่วันเดียวก็พอ หึ หึ หึพูดเสียงแผ่วเบาอย่างเข้าใจความหมายพลางหัวเราะชวนขนลุกอย่างมีเลศนัยต่อ

            ตูม! โป๊ก!

            เสียงหนักๆของอะไรบางอย่างลอยดิ่งมากระทบหัวของคนชอบรอยสักจนสลบเหมือด ฝ้ายขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นไอ้บางอย่างที่ลอยมากระทบหัวเป็นค้อนตอกตะปูซึ่งร่วงมาจากชั้นสอง เธอเงยหน้าขึ้นและก็เห็นตัวการเป็นเด็กหนุ่มสองเชื้อชาติที่ชื่อแดนเนียลกำลังยืนลูบหัวป้อยๆอย่างรู้สึกผิด พร้อมถ้อยคำขอโทษต่อทันใด

            โอ๊ะๆ โทดทีๆ เผอิญทำหลุดมือน่ะ โดนหัวใครเข้ารึเปล่าน้อ พูดด้วยน้ำเสียงที่เหมือนไม่สำนึกผิดราวเจ้าตัวจงใจให้เป็นอย่างนั้น จนบรรดาเพื่อนของชายหนุ่มรอยสักต้องเงยหน้าขึ้นเริ่มอยากถอยหนีเพราะหัวหน้ากลุ่มเล่นสลบไปก่อนแล้ว ท่าทางเหมือนพวกตัวประกอบในหนังไม่มีผิด... และถ้าเป็นพวกตัวประกอบในหนังก็ต้องทิ้งคำพูดบางอย่างไว้ด้วยนี่นะ...

            ฝากไว้ก่อนเถอะ!” ร้องทันใดก่อนแบกร่างของเพื่อนวิ่งไปอีกทางชนิดที่เล่นเอาแดนอดขำนิดๆไม่ได้ขณะคิดขึ้นว่า

          เล่นตามบทไม่ต้องสั่งคัทเลยแฮะ...

            ก่อนเขาจะเห็นสีหน้ายุ่งๆของเด็กสาวอีกคนที่เขาอุตส่าห์ช่วยให้รอดจากการเล่นลิ้นแบบหื่นกามของพวกช่างกลไปได้ ซึ่งเหมือนเจ้าหล่อนจะไม่พอใจที่เขาช่วยมากเท่าไหร่นัก

            ฝ้ายตีหน้าบึ้งไม่พูดอะไร เพียงมองหน้าเด็กหนุ่มอยู่ครู่ไม่เอ่ยขอบคุณไม่ร้องด่า ก่อนเดินเข้าที่เดิมอีกครั้ง... ซึ่งแดนก็ไหวไหล่เล็กๆ เพราะตั้งแต่แรกเขาก็ไม่อยากได้รับคำขอบคุณจากผู้หญิงยิ้มไม่เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว

            เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง จนพระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ แดนเนียลถึงกับหอบแฮ่กกับการขนกล่องนมกล่องขนมที่ไม่มีทีท่าว่าจะหมดสักที เพราะมีรถมาส่งเรื่อยๆ และก็เป็นตามคาดที่ฝ้ายไม่พูดกับเขา แต่แดนก็ไม่สนเพราะเขาก็ไม่ได้อยากคุยอะไรกับเจ้าหล่อนเหมือนกัน...

            แดนเนียลทำงานขนของอยู่ที่นี่ได้หนึ่งอาทิตย์เริ่มสังเกตเห็นว่า ถ้าช่วงไหน ฟ้า ออกมาช่วยขายขนมปังแม้จะไม่บ่อยแต่ช่วงนั้นจะมีลูกค้าเยอะเป็นพิเศษ แถมพูดคุยแบบเป็นกันเองท่าทางสนุกสนานดีด้วย แต่ถ้าฝ้ายยืนขายอยู่คนเดียวจะมีลูกค้าแค่ประปรายพอประมาณไม่มากเท่าไหร่

            บางทีเจ้าตัวคงรู้อยู่แล้วล่ะมั้ง ว่าตัวเองไม่เหมาะกับงานแบบนี้... สังเกตจากสีหน้าที่บึ้งตึงกึ่งเสียใจตลอดก็ฟ้องได้ดีกว่าอะไรแล้ว

            รู้รึเปล่า... ว่าทำไมลูกค้าถึงไม่ค่อยยิ้มแย้มเท่าไหร่เวลาเธอขายของแดนเปรยขึ้นตอนที่อยู่ลำพังสองต่อสองกับฝ้าย ซึ่งเธอก็หมุนใบหน้าหงุดหงิดมาทางเขาทำท่าเหมือนสนใจ เหมือนอยากถามแต่ก็ไม่ถาม ก่อนหันกลับและเลือกเดินหนีไปอีกทาง

            เพราะเธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ทั้งที่เธอพยายามทำตามพี่สาวทุกทางแล้ว ทั้งยิ้ม... พยายามพูดน้ำเสียงดีๆ... ทำทุกอย่างที่ไม่เข้ากับตัวเธอ... แต่ถึงอย่างนั้นอาการของลูกค้าก็ยังไม่เหมือนกับตอนพี่สาวเธอออกมาขายอยู่ดี... จนเธอเองก็เริ่มจะท้ออยู่แล้ว

            ใช่สิ... เธอมันก็ทำผิดหมดมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว... ผิดตั้งแต่ที่เธอเกิดมานู้นล่ะ ผิดกับพี่สาวเธอที่ทำอะไรก็ถูกไปหมด...

            ความจริงไอ้การยิ้มรับลูกค้าน่ะมันก็ไม่ใช่เป็นการที่ผิดหรอกรู้มั้ยแดนเปรยขึ้นอีกรอบ แม้อีกฝ่ายจะทำท่าไม่สนใจที่เขาพูดในตอนแรกก็ตาม

            แล้วทำไม... ทั้งที่มันไม่ผิด แล้วทำไมถึงไม่มีใครชอบกันล่ะ

            คิดในใจก่อนหันมามองเด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์ น้ำตาอุ่นคลอในเบ้าเล็กน้อย

            แดนเงียบไปครู่ก่อนกล่าวขึ้นมาว่า

แต่รอยยิ้มของเธอน่ะ... มันสวยเกินไปน่ะสิ

เงียบไปหลายอึดใจ ก่อนแดนจะลุกขึ้นไปขนของต่อ

สวย... จนดูไม่ต่างกับตุ๊กตาในห้างเลยล่ะ

            ฉันน่ะเหรอ... ยิ้มไม่ต่างกับตุ๊กตา

            คิดในใจอย่างสับสนชั่วครู่ ความรู้สึกอึดอัดแน่นคับอกทันที คำถามมากมายแล่นวนในหัว ก่อนหมุนหน้าไปหาตัวต้นเหตุที่ทำให้เธอสับสนมากมายถึงเช่นนี้...

            ซึ่งแดนเนียลเพียงพูดต่อสั้นๆพลางฉีกยิ้มนิดๆว่า ก็... ลองหน่อยสิ ยิ้มออกมาแบบที่ดีใจจริงๆที่มีลูกค้ามาซื้อเค้กของเรา... แบบดีใจจริงๆที่เขาชอบกินเค้กของเราน่ะ

            ทิ้งคำพูดชวนฉงนก่อนก้าวยกกล่องนมขึ้นชั้นสามต่อ

            ดะ เดี๋ยว...เสียงร้องแผ่วเบาจากฝ้ายเรียกให้แดนต้องเหลือมมองนิดๆ รู้สึกแปลกๆเล็กน้อยเพราะปกติเธอไม่เคยพูดกับเขาก่อน เธอหายใจเข้าออกอยู่ครู่พยายามเค้นเสียง ใบหน้าแดงเรื่อ

            สอนสิ...

            หา!?” แดนทวนคำอย่างไม่เข้าใจ หมายความว่าไง

            ....นายว่าฉันยิ้มเหมือนตุ๊กตาเงียบไปครู่แล้วท่าทางยังสับสนเล็กน้อยก่อนกล่าวประโยคที่ไม่เหมาะกับตัวเธออกมาว่า งั้น... นายก็สอนสิ... สอนฉันยิ้มแบบที่นายว่าไง



นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

41 ความคิดเห็น

  1. #38 Cannonball (@Schnapps) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2553 / 18:51

    ตบเลยเหรอ...= [ ] =
    แรงไปมั้ยเนี่ย (กระซิกๆ T^T - สงสารแดน)
    ลงท้ายนิดหนึ่งนะพี่ชายครับ ไม่มีใครโดนคนแปลกหน้าตบแล้วม่โกรธหรอก
    ต่อให้ใจดีสุดแต่ก็ยังมีเคืองอ่ะ
    การจะปล่อยไปเลยเพราะสงสารเนี่ย...แปลกๆ อยู่นา - -a

    #38
    0