Private Eye นักสืบ บันทึก ฆาตกรรม และ... เวทมนตร์

ตอนที่ 10 : บุคคลปริศนา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 96
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    24 ต.ค. 53


            ล็อกกุญแจมือหมอนั่นไว้!” คำสั่งเสียงเข้มของหัวหน้าตำรวจเรียกให้ลูกน้องหนึ่งนายในที่เกิดเหตุเดินย่ำมาสวมกุญแจมือเด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสในคราบหน่วยพิสูจน์หลักฐานหลังจากที่เขาได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากนักสืบวีรธรรมว่ามันเป็นไงมาไง... มิน่า...ไอ้เด็กนี่ถึงได้เหมือนคนทำงานไม่เป็น... ก่อนที่เขาจะถามต่อเสียงเครียดว่า เพื่อนอีกคนไปไหน

            แดนเนียล ยอร์คเซล เด็กหนุ่มสองเชื้อชาติผู้โชคร้ายยืนเหงื่อแตกท่ามกลางเหล่าชายในเครื่องแบบพร้อมใบหน้าดุๆเคร่งเครียดที่จ้องเขาขนานหนักอย่างเอาเป็นเอาตาย... รู้สึกคล้ายๆหมูในกรงที่กำลังรอการถูกเชือด... และไม่รู้ด้วยว่าไอ้การโดนเชือดของนักสืบวีรธรรมซึ่งยืนยิ้มเหี้ยมอย่างถูกอกถูกใจอยู่ด้านหน้าเขาจะเป็นแบบไหน

            เด็กหนุ่มก้มหน้าตอบสั้นๆไม่โกหก ไม่รู้...

            วีรธรรมเลิกคิ้วสูงก่อนย่อตัวลงมาอยู่ที่หน้าเด็กหนุ่มแล้วจ้องเขม็งไปยังนัยน์ตาสีเทาหมองๆไร้ความสดชื่น ก่อนว่าเสียงแผ่วกึ่งข่มขู่ชนิดที่ทำให้คนฟังรู้สึกใจหาย แกจะไม่รู้ได้ไงไอ้หนู... ในเมื่อแกกับเพื่อนของแกมันมาด้วยกันว่าถึงตรงนี้เขาฉีกยิ้มเย้ยหยันก่อนกล่าวประโยคล้อเลียนแทงใจต่อพลัน หรือไอ้เพื่อนของแกมันปล่อยแกทิ้งเอาไว้ที่นี่... ถ้าใช่ก็แย่หน่อย เพราะแกคนเดียวต้องรับโทษหนักเป็นสองคนไง

            แดนเงยหน้ามองนักสืบวีรธรรมที่กำลังยืนเยาะเย้ยเขาอย่างหวาดระแวง แม้ในใจจะเริ่มหวั่นๆกับถ้อยคำที่อีกฝ่ายกล่าวมา... เพราะมันมีโอกาสที่จะเป็นแบบนั้นอยู่ไม่น้อย...

          หนีไปแล้วงั้นเหรอ...       

            แต่เรื่องของนายรายละเอียดค่อยว่ากันทีหลัง... ฉันต้องทำงานของฉันก่อน แล้วไม่ต้องห่วงเลยเพราะเดี๋ยวฉันจะจับไอ้หนูสกปรกอีกคนมาแก้เหงาให้แกแน่ๆไอ้หนูทิ้งคำขู่ไว้ข้างหูแล้วลุกไปสำรวจคดีหลักในที่เกิดเหตุ

            และเหตุการณ์ที่จะถูกกล่าวถึงต่อไปนี้ก็นับว่าขึ้นชื่ออยู่พอสมควรเพราะมันเป็นคดียอดฮิตท้าทายกึ๋นของนักสืบหลายๆคน...

            คดีฆาตกรรมในห้องปิดตาย

            ร่างสูงฉีกยิ้มเล็กน้อย เพราะคดีประเภทนี้นี่แหละที่มันจะเพิ่มชื่อเสียงของเขาให้โด่งดัง... แม้จะต้องแลกการมีชื่อเสียงด้วยชีวิตของใครบางคนที่เขาไม่รู้จักก็เถอะนะ... หึ หึ หึ ก็เพราะไม่รู้จักแล้วจะสนทำไม คนตายมันก็เป็นแค่บันไดให้เขาเหยียบย่ำผ่านไปเท่านั้น และที่ผ่านมาเขาก็ทำแบบนั้นมาตลอด

และผู้เสียชีวิตในคดีนี้คือ นาย เชิดพงศ์ สกุลแก้ว อาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดังซึ่งกำลังนอนเลือดไหลออกจากศรีษะในห้องนอนส่วนตัวชั้นสองสภาพตาค้าง โดยล็อกกุญแจไว้และมีลูกกุญแจอยู่ใต้สมุดโน้ตที่ตกบนพื้นภายในห้อง กุญแจสำรองแขวนไว้ในกล่องเก็บกุญแจชั้นหนึ่งยังไม่มีใครหยิบมาใช้จนนาง ณัฐกานต์ สกุลแก้ว ภรรยาผู้เสียหายหยิบมาไขห้องจนพบศพผู้ตายเป็นคนแรก และดูเหมือนครอบครัวสกุลแก้วนี้จะมีปัญหาภายในครอบครัวอยู่นิดหน่อย คู่สามีภรรยาถึงได้นอนแยกห้องกัน

สันนิษฐานจากสภาพผู้ตาย นาย นายเชิดพงศ์ ถูกปืนสั้นบาเร็ตต้า 92 FA ยิงเข้าบริเวณท้ายทอยของศรีษะจากด้านหลังจนเสียชีวิต ซึ่งพบปลอกกระสุนตกบริเวณใกล้ๆกับที่เกิดเหตุ

คดีสั่วๆ...

คิดขึ้นอย่างดูถูก เพราะตามประสบการณ์นักสืบของเขาไอ้คดีประเภทนี้ถ้าไม่ได้ฆ่าเพราะหวังชิงทรัพย์ก็เพราะความแค้นส่วนตัวหรืออะไรสักอย่าง และยิ่งถ้าเป็นอย่างหลังนี่สิ ถึงเรียกว่าไร้สาระ เพราะเขาขี้เกียจฟังคนร้ายพร่ำระบายอารมณ์หลังถูกเขาเปิดโปงทริคฆาตกรรมที่ลงมือทำไป แถมยังแสร้งบีบน้ำตาให้น่าสงสารได้เก่งสมจริง แล้วทีตอนจะทำดันไม่รู้จักคิด

บ้าบอคอแตก...

งานนี้ผมมาช้าเพราะไอ้หนูสกปรกพวกนั้น แต่ผมก็จะให้หน่วยพิสูจน์หลักฐานของผมทำงานอยู่ดีนะครับสารวัตรเปรยขึ้นก่อนส่งสายตาเครียดๆไปยังนายตำรวจดังกล่าว ซึ่งสารวัตรศักดิ์ชัยเพียงถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วไหวไหล่ ประมาณว่าอยากทำอะไรก็ทำ

เมื่อได้รับคำอนุญาติ หน่วยพิสูจน์หลักฐานของสำนักงานนักสืบวีรธรรมสามคนก็วิ่งเข้าที่เกิดเหตุแล้วทำงานคล่องแคล่วทันที ขณะเจ้าของร่างสูงกำลังเดินย่ำมายังผู้ต้องสงสัยสองคนที่ถูกเรียกตัวมาเพราะไม่มีหลักฐานยืนยันที่อยู่ตอนเกิดเหตุและมีแรงจูงใจในการฆาตกรรมมากพอสมควร

คนแรกคือ นาย นัธพงศ์ สิทธิ์ฟ้า เด็กหนุ่มวัยรุ่นร่างอ้วนใส่แว่นท่าทางโรคจิตเหมือนพวกสติไม่เต็มที่เข้ามานั่งรออาจารย์ในห้องนั่งเล่นจนเกิดเหตุฆาตกรรม ส่วนอีกคนเป็นหญิงสาวท่าทางอายุมากหน่อยชื่อ มาริษา เดชมาลา ตามข้อมูลเห็นว่าเป็นอาจารย์ในมหาลัยฯ และถูกจับเป็นผู้ต้องสงสัยด้วยเหตุผลเดียวกับ นายนัธพงศ์

 ร่างสูงใบหน้าเคร่งหยุดยืนหน้าเด็กหนุ่มร่างท้วมใส่แว่นที่กำลังเหงื่อตกท่าทางเลิ่กลั่กจนผิดสังเกต เขาเลิกคิ้วขึ้นขณะไล่มองตั้งแต่หัวจรดเท้า

เอ่อ... มีอะไรเหรอครับนัธพงศ์ถาม เมื่อรู้สึกแปลกๆจนหวั่นเกรงกับท่าทางไม่ชอบมาพากลของนักสืบตรงหน้า ซึ่งความจริงเขาก็กลัวตั้งแต่แรกแล้วที่ต้องมาพัวพันกับคดีฆาตกรรมโดยไม่รู้ตัว แถมยังตกเป็นผู้ต้องสงสัยอีก

วีรธรรมเงยหน้าสบตาเด็กหนุ่มนิ่ง ก่อนฉีกยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วว่าขึ้น นายคือคนร้าย

ทุกสิ่งรอบตัวหยุดนิ่งไปชั่วขณะ สายตาทุกคู่ในที่เกิดเหตุค่อยๆหันมามองนักสืบวัยกลางคน แล้วร้องออกมาแทบจะพร้อมกัน

อะไรนะ!”

เด็กหนุ่มร่างท้วมสะดุ้งโหยงทันใด เขาหันมองรอบข้างอย่างหวาดระแวง ทุกคนจับจ้องมาทางเขา เริ่มตั้งตัวไม่ถูก เพราะจู่ๆนักสืบคนนี้ดันมาชี้ตัวให้เขาเป็นคนร้ายทั้งที่ยังไม่ได้สืบคดีอะไรเป็นจริงจังเลยสักนิด

หมายความว่าไงครับ ผมเนี่ยนะคนร้ายร้องเสียงดังแล้วถามย้ำอย่างไม่แน่ใจ

นายทำอะไรของนายน่ะวีรธรรมเสียงติงเข้มๆของสารวัตรศักด์ชัยดังขึ้น เขาเองก็ดูตกใจไม่น้อย แต่มันก็ไม่น่าเป็นไปได้ที่อีกฝ่ายจะชี้ตัวได้รวดเร็วปานนั้น ทั้งที่เขาแค่เข้ามายืนในที่เกิดเหตุไม่ถึงสิบห้านาที นายมีหลักฐานแล้วรึไง

เขาฉีกยิ้มแล้วไหวไหล่เปล่าครับแต่ผมแค่สงสัย เพราะถ้าเขาไม่ใช่คนร้ายก็ไม่น่าหวั่นไหวกับคำพูดของผมนี่นา... ว่าจบก็จ้องหน้านัธพงศ์อีกหนตามด้วยถ้อยคำยั่วอารมณ์ต่อพลัน ... จริงมั้ยนัธพงศ์

แดนเนียลยิ้มแห้งกับท่าทางเหลือเกินของนักสืบตรงหน้า... อดคิดไม่ได้ว่ายังงี้มันเล่นจิตวิทยาข่มขู่ผู้ต้องสงสัยชัดๆ แถมไอ้การทำยังงั้นก็ไม่เห็นแปลกที่ใครจะตกใจโดยเฉพาะไอ้อ้วนนั่น ดูแปปเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นคนขวัญอ่อน ถ้ายืนนิ่งไม่ไหวติงนี่สิถึงเรียกว่าแปลกของแท้...

ฉับพลัน เรื่องประหลาดก็พลันเกิดขึ้น... เมื่อบรรดานักข่าวที่ยืนอออยู่นอกบ้านตามคำสั่งของสารวัตรศักดิ์ชัยกลับกรูกันเข้ามาถ่ายภาพอย่างไม่ทราบสาเหตุ จนนายตำรวจวัยกลางคนต้องสั่งลูกน้องกันนักข่าวเอาไว้อีกครั้ง ก่อนหันไปโวยกับลูกน้องหน้าประตูอีกคนทันใด

นี่มันอะไร! ฉันบอกแล้วไงว่า ห้ามพวกนักข่าวเข้ามาในนี้เสียงเข้มๆตวาดหนัก

ทว่าคนเป็นลูกน้องกลับยืนนิ่งพลางตีหน้าสับสนเล็กน้อย ก่อนเอ่ยขึ้นว่า แต่... เมื้อกี้มีหน่วยพิสูจน์หลักฐานคนนึงไปบอกผมว่า สารวัตรอนุญาติให้พวกนักข่าวเข้ามาถ่ายภาพและสัมภาษณ์ได้แล้ว ผมก็เลย...

อธิบายไม่ทันจบ สารวัตรก็ร้องดักทันใด

ฉันไม่เคยสั่งคำสั่งแบบนั้นไม่เคยพูดอะไรทำนองนั้นด้วย... หัวคิ้วเข้มผูกกันทันใด ก่อนพึมพำในลำคออย่างหงุดหงิด  แล้วจะทำไงล่ะทีนี้ พวกนักข่าวยิ่งหน้าด้านอยู่ ลองได้เข้ามาลึกขนาดนี้คงไม่ยอมออกไปง่ายๆแน่

ร่างสูงหรี่นัยน์ตานิ่ง แล้วไกล่เกลี่ยดับอารมณ์ร้อนๆของนายตำรวจทันใด ไม่เป็นไรหรอกครับสารวัตร... ก็คงเป็นแผนของไอ้หนูสกปรกแถวนี้... ไม่รู้ว่าต้องการอะไรกันแน่ว่าพร้อมเหลือบสายตาไปที่เด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศส ก่อนไหวไหล่อย่างไม่แยแส แต่ก็ดี เพราะยังงี้จะได้เห็นฝีมือการไขคดีของผมเต็มสองตาเลยไง แถมผมจะสอนให้รู้ด้วยว่าพวกหนูไม่มีทางฉลาดสู้มนุษย์ได้หรอกฉีกยิ้มเยาะเย้ยให้อีกฝ่ายเป็นเชิงว่า ต่อให้พวกนั้นจะวางแผนการมาดีขนาดไหนก็ไม่มีทางทำอะไรเขาได้...

ใช่... พวกหนูสกปรกถึงจะมีกันกี่ตัวก็ทำอะไรคนอย่างเขาไม่ได้หรอก

นักสืบวีรธรรมครับหน่วยพิสูจน์หลักฐานคนหนึ่งร้องเรียก เราพบเส้นเอ็นตกปลาตกอยู่ในซอกตู้หนังสือห้องนั่งเล่น... ความยาวประมาณ3เมตรเขารายงานสิ่งที่เจอพร้อมยื่นหลักฐานให้ร่างสูงดู

เขาพ่นลมหายใจเล็กน้อยก่อนเปรยขึ้น นี่แหละครับ... ผมถึงไม่ชอบใช้หน่วยพิสูจน์หลักฐานของตำรวจ ขนาดหลักฐานชิ้นสำคัญขนาดนี้ยังปล่อยไปได้... แย่จริงๆว่าพร้อมตีหน้าเหนื่อยหน่าย ซึ่งสารวัตรศักดิ์ชัยเพียงมองค้อนลูกน้องด้านหลังเล็กๆเพราะมันทำให้เขาเสียหน้าโดยใช่เหตุ

ขอถามก่อน นายเชิดพงศ์ ไม่ใช่คนชอบตกปลาใช่มั้ยครับ ผมไม่เห็นคันเบ็ดหรืออุปกรณ์อื่นๆในบ้านเลยภรรยาผู้ตายพยักหน้ารับเล็กน้อยแล้วอธิบายเสริม

ใช่ค่ะ... ถึงเขาจะตกปลาบ้างเป็นครั้งคราว แต่ดิฉันก็ไม่เคยเห็นเขามีคันเบ็ดหรือสายเอ็นแบบนี้เลยค่ะ

คำยืนยันจาก นาง ณัฐกานต์ ยิ่งทำให้ร่างสูงมั่นใจขึ้นอีก ก่อนเขาจะนิ่งไปพักใหญ่ คิ้วสองข้างวิ่งมาชนกันแน่น...

ทั้งสถานที่เกิดเหตุ... อุปกรณ์ที่เก็บมาได้... อาวุธที่ใช้สังหาร... และสภาพของผู้ตาย...

ความเงียบอึดอัดดำเนินไปเกือบยี่สิบนาที แล้วนักสืบวีรธรรมจึงเอ่ยขึ้น

งั้นก็แน่นอนเลยว่านี่เป็นของคนร้าย... และเป็นอุปกรณ์หลักในการสร้างห้องปิดตายสันนิษฐานพร้อมหยิบแม่กุญแจขึ้นมาทดลองให้ดูท่ามกลางสายตานับสิบคู่ หลังจากคนร้ายสังหารผู้ตายเสร็จ เขาจัดการร้อยเอ็นตกปลาเข้าใต้สมุดแล้วเดินออกจากห้องโดยใช้ช่องว่างใต้ประตู ล็อกกุญแจ แล้วเอาเอ็นอันเดิมร้อยเข้ากับรูบนลูกกุญแจ สอดเข้าใต้ประตูแล้วค่อยๆดึง... ความหนักของหนังสือมีมากดังนั้นเมื่อลูกกุญแจวิ่งเข้าใต้หนังสือเรียบร้อยมันจึงเป็นตัวล็อกให้อยู่กับที่ แล้วคนร้ายค่อยกระตุกเพื่อให้เอ็นหลุดแล้วเอากลับออกมาด้านนอกว่าพร้อมทดสอบกับหนังสือเล่มบางซึ่งผลของการทดสอบมันก็ทำได้จริงๆ...

แดนเนียลมองการกระทำของนักสืบตรงหน้า เขาตาโตเล็กน้อย เพราะจากกึ๋นและความฉลาดเฉลียวเหมือนจะไม่มีส่วนไหนแพ้ทิวทัศน์เลยน่ะสิ... เผลอๆอาจจะเก่งกว่าด้วยซ้ำ

คิดในใจอย่างยอมรับก่อนยิ้มเจ้าเล่ห์...

เสียดายคนฉลาดแบบนี้จริงๆ... เพราะไอ้การไขคดีแบบนั้นมันได้ผลก็จริง แต่ก็ทำให้ติดกับแผนการพวกเขาอย่างจังเหมือนกัน... หึ หึ หึ

ส่วนเรื่องหลักฐาน... ไม่ยากครับ เพราะจากที่ผมวิเคราะห์ การฆาตกรรมครั้งนี้น่าจะเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ ไม่ใช่การฆาตกรรมที่วางแผนไว้ก่อน ดังนั้นคนร้ายจึงมีหลักฐานติดตัวชัดเจนอยู่แล้วว่าพร้อมยืนขึ้นหลังจากสร้างทริคจากห้องปิดตายสำเร็จขณะหยิบปืนตัวอย่างที่สารวัตรศักดิ์ชัยเตรียมไว้สำหรับการสันนิษฐานซึ่งเป็นปืนชนิดเดียวกับที่ใช้สังหารผู้ตายขึ้นมาพิจารณาอยู่ครู่ และคนร้ายอาจจะยังไม่รู้ว่า ปืนยี่ห้อบาเร็ตต้า 92 FAที่ใช้นี้... ทันทีที่ผู้ใช่ลั่นไก คราบเขม่าจะพุ่งออกจากลำกล้องปืน อาบตัวผู้ใช้อธิบายถึงตรงนี้เขาก็เหลือบมายังผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนโดยเฉพาะ เด็กหนุ่มนามนัธพงศ์ที่กำลังยืนเหงื่อแตกท่าทางมีพิรุธเห็นได้ชัด

เพราะฉะนั้นคนร้ายก็คือคนที่มีคราบเขม่าดินปืนติดตามตัว...

วิ้ว~

สรุปไม่ทันจบ เสียงดนตรีโบราณจังหวะเอื่อยเฉื่อยหลอกหลอนก็ดังขัดจังหวะ

ท่วงทำนองเชื่องช้าชวนให้ไหวเอนกึ่งหวาดกลัวแต่กระนั้นก็ให้ความรู้สึกตื่นเต้นในที เพลงประหลาดที่ไม่เคยมีใครได้ยิน

ใคร... ใครเป็นคนเปิดเพลงในเวลาแบบนี้

คำถามดังก้องในหัวของทุกคน เว้นแค่เจ้าของนัยน์ตาสีเทาที่กำลังโดนกุญแจมือล็อกอยู่ด้านหลัง เพราะเขาพอจะเดาได้ว่าใครเป็นคนเปิดเพลงไม่ถูกที่ถูกเวลาในตอนนี้

ใช่... เพลงแปลกๆ มันก็ต้องเข้ากับคนแปลกๆ... แล้วไอ้คนแปลกๆที่สามารถเข้าออกที่เกิดเหตุได้ตามใจจะมีใครอื่นกันล่ะ ถ้าไม่ใช่...

หึ หึ หึเสียงหัวเราะในลำคอดังก้องในหูอยู่ครู่ ก่อนถ้อยคำสำทับกึ่งเย้ยหยันจะถูกกล่าวตามหลัง นี่นับเป็นการสันนิษฐานที่ฟังแล้วน่าขำที่สุดเลยรู้มั้ยนักสืบวีรธรรม

ไอ้บ้าที่ไหนวะคนถูกกล่าวถึงเค้นเสียงลอดไรฟัน สีหน้าบึ้งตึงทันใดขณะพยายามมองหาต้นเสียงก่อนจะไปสะดุดอยู่ที่ร่างร่างหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่บนหน้าต่างชั้นสอง เขาชันเข่าขวาขึ้นข้าง ส่วนขาซ้ายปล่อยราบกับริมหน้าต่าง ควันสีเทาลอยกรุ่นฟู่ดใหญ่จากไปป์สีดำเมี่ยมของร่างปริศนา เสื้อโค้ทสีน้ำตาลตัวใหญ่พร้อมผ้าคลุมเก่าๆปลิวสยายตามแรงลมจากหน้าต่างที่กำลังพัดผ่านในยามค่ำคืน... นักสืบวีรธรรมเห็นหน้าอีกฝ่ายไม่ชัดนักเพราะเขากำลังนั่งย้อนแสง หากที่เห็นกลับเป็นเพียงดวงตากลมๆกับรอยยิ้มแสยะกว้างชวนขนลุก... ดูราวกับ...

จันทร์เสี้ยว...

ใครก็ได้ไปจับไอ้บ้านั่นหน่อยร่างสูงออกคำสั่ง หากแต่นาทีนั้นกลับไม่มีใครกล้าขยับเขยื้อนราวถูกสะกดจากดนตรีจังหวะเอื่อยเฉื่อยและตัวตนของร่างปริศนา เขาเพียงฉีกยิ้มกว้างก่อนกล่าวบางอย่างที่ไม่เข้ากับสถานการณ์ว่า

ท่านผู้มีเกียรติ... รู้จักนิยามของเทวทูตกับเทวดารึเปล่าอธิบายพลางพ่นควันยาสูบหนึ่งฟู่ด เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับจึงอธิบายต่อ เคยมีคนพูดไว้ว่าเทวดาน่ะ หากใครได้เห็นจะมีความสุข... ส่วนเทวทูตถ้าใครได้พบก็จะมีแต่โชคร้าย...ว่าพร้อมเหยียดยิ้มกว้างอีกครั้ง

มันบ่นบ้าอะไรของมัน วีรธรรมโพล่งอย่างหงุดหงิด

ทว่าเจ้าของเสื้อโค้ทสีน้ำตาลเพียงกล่าวต่ออย่างไม่แยแสน้ำเสียงตึงๆของบุคคลตรงหน้า ถ้าแบบนั้นฉันก็ต้องเป็นยมทูตสินะ เพราะการที่ฉันโผล่มาคราวนี้จะทำให้มีบุคคลโชคร้ายสองคนน่ะสิ หึ หึ หึ...

เหตุการณ์ทุกอย่างว้าวุ่นขึ้นทันใดหลังจากการปรากฎตัวของเด็กหนุ่มในชุดปริศนาริมหน้าต่าง นักข่าวหลายคนเบนเป้าจากนักสืบร่างสูงเป็นอีกคนทันใด พลางกดชัตเตอร์ระรัวอย่างบ้าคลั่งราวกับได้สกู๊ปข่าวที่น่าสนใจกว่าการไขคดีห้องปิดตายของนักสืบมืออาชีพ

และแล้วความสนใจทั้งหมดก็ถูกเทไปยังเด็กหนุ่มสวมแว่นกรอบเหลี่ยมทั้งหมดอย่างไม่รู้ตัว

แดนอมยิ้มเล็กๆเมื่อเห็นร่างคุ้นตาเบื้องหน้า หมอนี่เป็นคนที่ทำให้แปลกใจได้อยู่เรื่อยๆจริงๆ ใครจะไปนึกล่ะว่ากะแค่เขาปรากฎตัวออกมาสายตาทุกคู่ก็เบนไปทางทิวทัศน์จนหมด คงไม่มีใครรู้ตัวเลยสินะว่าทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามเกมของไอ้จอมเจ้าเล่ห์นั่นอย่างเงียบเชียบ... รวมทั้งบทบาทของนักแสดงตัวสำคัญอย่างวีรธรรมด้วย

หมอนี่น่าสนใจจริงๆ...  

เหตุการณ์วุ่นวายดำเนินอยู่ครู่ สารวัตรศักดิ์ชัยก็ถามขึ้นมาเสียงเรียบ ใบหน้าของเขาดูเครียดขึง

นายเป็นใคร

เงียบลงฉับพลัน ราวกับทุกคนต้องการฟังคำตอบสั้นๆจากปากของร่างปริศนาริมหน้าต่าง ซึ่งคนถูกถามเพียงหัวเราะในลำคอก่อนกล่าวตอบเสียงแหบแห้งอย่างจงใจ

ถ้าต้องการรู้ชื่อของผมก็เงี่ยหูฟังให้ดีๆล่ะคุณสารวัตรเพราะจะบอกแค่รอบเดียว...เว้นช่วงอยู่ครู่ก่อนฉีกยิ้มกว้างรูปจันทร์เสี้ยวแล้วสูปไปป์อีกหน

            ฉัน Private Eye นักสืบ...เวทมนตร์  หึ หึ หึ 

           

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

41 ความคิดเห็น

  1. #31 NichtbraroN (@lovenon123) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2553 / 22:23
    กรี๊ดดดดดดดดดดดด รักทิวที่สุด


    อ่ะนะ คอมมเมนท์ต่อในเอ็มแล้วกัน


    สนุกดี
    #31
    0