Lost prince เจ้าชายที่หายไป

ตอนที่ 1 : ตุ๋ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 ม.ค. 58

                เนิ่นนานมาแล้วมีนิทานเรื่องหนึ่ง... เรื่องราวของอาณาจักรอันไกลโพ้น อาณาจักรแห่งความสงบสุข ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาสูงที่กล่าวกันว่าสูงที่สุดในแผ่นดิน อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ ขณะองค์ราชาก็ปกครองด้วยจิตใจเมตตาโอบอ้อมอารี ความอบอุ่นทั้งจากธรรมชาติและผู้ปกครองทำให้ป่วงชนทั้งหลายไม่เคยคิดอยากจะโยกย้ายถิ่งฐานย้ายไปอาณาจักรแห่งอื่น

            ทว่าวันนี้พวกเขาจะมีความสุขยิ่งกว่าทุกวัน ราชินีกำลังจะให้กำเนิดเจ้าหญิงตัวน้อย

            เหล่าพสกนิกรมากหน้าหลายตาต่างขยับขยายออกมานอกครัวเรือนเพื่อยืนมองไปยังราชวังสีขาวสะอาดเบื้องหน้าพร้อมเอาใจช่วยให้ราชินีคลอดเจ้าหญิงออกมาได้อย่างปลอดภัย

            ขณะนั้นแสงสีเหลืองทองจากดวงอาทิตย์สาดแสงแรงกล้า ส่องเข้าหาร่างของพระธิดาที่ยังอยู่ในท้อง ทุกคนต่างตื่นตะลึง ทว่าเพียงครู่เดียวแสงนั้นก็ดับมอดลง ในเวลาเดียวกับที่ร่างของเจ้าหญิงได้ออกมาสูดอากาศโลกภายนอก

            ราชากับราชินีต่างยิ้มรับธิดาตัวน้อยๆอย่างตื้นตัน

            ในวันนั้นทั่วทั้งอาณาจักรต่างจัดงานเลี้ยงฉลองกันอย่าเอิกเกริก เสียงดนตรีบรรเลง ผู้คนขับขาน กลิ่นอายแห่งความสุขคละคลุ้งไปทั่วภูเขา

            ทว่าด้วยความสุขที่มีมากล้นเกินไปทำให้แม่มดแห่งป่าแห้งกร้านใต้ภูเขาไฟสีดำสนิทในบ้านไม้กลิ่นเหม็นริษยา...

            นางสามารถรับรู้ได้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกด้วยลูกแก้วขนาดเท่าหัวคนที่ฉายแสงสีดำทะมึนอยู่ภายใน

            ข้าเกลียดเสียงหัวเราะ เกลียดแสงสว่าง ข้าเกลียดที่จะเห็นใครมีความสุข

            นางแม่มดมีแผนร้าย เธอจะเปลี่ยนอาณาจักรแห่งนั้นให้มีแต่ความทุกข์ กลบเสียงดนตรีด้วยเสียงกรีดร้อง เปลี่ยนสีเขียวของแมกไม้ให้เป็นสีดำสนิท และทำลายความหวังที่สาดแสงจากดวงอาทิตย์ให้ละเอียดเป็นจุล

            เธอร่ายมนต์คาถาศาสตร์มืดเนิ่นนาน บทสวดเสียงยานคางดังท่ามกลางกลิ่นเน่าเหม็นของซากสัตว์

            และแล้วหายนะก็มาเยือน นางแม่มดติดต่อกับราชาแห่งมังกร นางให้สัญญาว่าจะมอบทุกสิ่งที่ต้องการหากมันทำให้ความปราถนาของเธอเป็นจริง

            ราชาแห่งมังกรช่างขลาดเขลา มันฟังคำโกหกพกลมของแม่มดโดยง่าย มันพาฝูงมังกรร่างยักษ์นับพันตัวโอบล้อมอาณาจักรแห่งภูเขาเขียวขจี

            เปลวไฟแผดเผาไปทั่วบริเวณ ทะเลเพลิงสีแดงฉาน ควันขี้เถ้าลอยคละคลุ้ง สีเขียวของผืนหญ้ามอดไหม้เป็นสีดำสนิท เสียงที่เคยหัวเราะอย่างยินดีเปลี่ยนเป็นเสียงร้องโหยหวนด้วยความหวาดกลัว

            แม้อาณาจักรจะถูกทำลายแต่นางแม่มดยังมิหนำใจ นางลักพาตัวความหวังเพียงหนึ่งเดียวของอาณาจักร เจ้าหญิงตัวน้อยที่พึ่งลืมตาออกมาดูโลกได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง

            นางแม่มดคิดจะฆ่าเจ้าหญิงให้ด่าวดิ้นลงตรงหน้า แล้วนำเศษร่างเป็นอาหารของมังกรทมิฬ

            แต่แสงสว่างก่อให้เกิดปาฏิหาริย์ แสงอาทิตย์สีทองสว่างโอบล้อมร่างบอบบางของเด็กน้อยราวได้รับพรจากพระเจ้า แม้ไฟของมังกรที่สามารถเผาเหล็กให้เป็นเถ้าถ่านหรือกรงเล็บแข็งกร้าวที่สะบั้นได้ทุกสิ่ง กลับไม่สามารถสัมผัสผิวร่างของเจ้าหญิงได้

            แม่มดโกรธแค้น และหากฆ่าไม่ได้ นางจะทำให้รู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น

            นางใช้เวทมนตร์สรรสร้างหอคอยสูงตั้งไว้เหนือยอดของภูเขาไฟสีดำ แล้วนำเจ้าหญิงตัวน้อยไปไว้บนยอดของหอคอย ใช้มังกรนับสิบตัวเฝ้าไว้ไม่ให้ห่าง ซึ่งจะไม่มีใครได้เห็นหน้าเจ้าหญิงตัวน้อยอีกตราบจนโลกแหลกสลาย

            พระราชากับองค์ราชินีเศร้าใจแต่ไม่ยอมแพ้ พระองค์ร่อนสาส์นท้าไปทั่วดินแดนแก่ทุกผู้คน โดยหวังว่าจะมีใครสามารถช่วยเจ้าหญิงได้

            ทว่า... ไม่มีใครสามารถเข้าใกล้หอคอยได้แม้เศษเสี้ยว เจ้าชาย ผู้กล้า หรืออัศวิน ต่างถูกเหล่ามังกรสังหาร

            พระราชากับราชินียังคงเฝ้ารอ... ใครสักคนที่มาช่วยปลดปล่อยเจ้าหญิงจวบชั่วกาลนาน

---------------------------

 

            ลึกเข้าไปในหมู่บ้านซินเดรีย หมู่บ้านเล็กๆกลางหุบเขาห่างไกลความเจริญที่มีประชากรอยู่เพียงหยิบมือ พื้นที่รอบหมู่บ้านอุดมสมบูรณ์ ห่างไปเพียงเล็กน้อยมีลำธารไหลผ่าน ต้นไม้เขียวขจีโอบล้อม แสงแดดสาดส่องลอดกิ่งต้นไม้ให้ความสวยงาม

            ชาวบ้านมีความเอื้อเฟือเผื่อแผ่ พวกเขาพร้อมที่จะแบ่งปันและช่วยเหลือเพื่อนบ้านเสมอหากมีใครกำลังลำบาก

            มันดูเป็นหมู่บ้านธรรมดาที่อบอุ่น แต่หมู่บ้านนี้กลับมีสิ่งประหลาดอยู่สิ่งหนึ่ง บ่อน้ำเก่าแก่กลางหมู่บ้าน ไม่มีใครรู้ว่ามันถูกสร้างขึ้นเมื่อไหร่ แม้ผู้ริเริ่มย้ายถิ่นฐานมาอาศัยอยู่บนพื้นดินแห่งนี้เป็นกลุ่มแรกก็ตอบไม่ได้ ทว่าความลึกลับของบ่อน้ำแห่งนี้กลับไม่ใช่เวลาที่สร้าง แต่เป็นความลึก...

            น้ำที่ไม่เคยแห้งเหือดแม้หมู่บ้านจะเคยผ่านช่วงเวลาแห้งแล้งขนาดที่ว่าต้นไม้บนหุบเขาเฉาตายทั้งหมด แต่น้ำในบ่อกลับไม่เคยลด

            ใช่ มันกลายเป็นเรื่องลำบาก เมื่อมีบางครั้งพวกเขาเคยทำสิ่งของหล่นลงไปในบ่อน้ำ อาจจะเป็นของสำคัญหรือไม่สำคัญ แต่ไม่เคยมีใครได้กลับคืน

            มีชายหนุ่มหลายคนอาสาลงไปเก็บของที่ตกด้วยการดำลงไปในบ่อน้ำ ทว่าความมืดมิดที่ปลายอุโมงค์ทอดยาวอย่างไม่รู้จุดจบทำให้ไม่เคยมีใครลงไปแตะถึงก้นบ่อน้ำ

            เล่ากันว่ามันอาจเป็นอุโมงค์ที่เชื่อมต่อไปจนถึงอีกโลกหนึ่ง ทว่าเมื่อเวลาผ่านเลยไปพวกเขาก็เลิกใส่ใจ ทิ้งไว้เป็นปริศนาที่ไม่เคยมีใครไขได้

 

            ฉันคือเจ้าชายแดนนิอุสผู้ยิ่งใหญ่!”

เสียงตะโกนจากเด็กชายตัวน้อยที่กำลังจับท่อนไม้ขนาดพอดีมือ ชูขึ้นฟ้า ก่อนค่อยๆส่งรอยยิ้มที่ตัวเองคิดว่าหล่อที่สุดไปทางเด็กหญิงร่างเล็กข้างตัว

            ฉันจะไปช่วยเธอจากหอคอยนั่นเอง! ฉันจะฆ่ามังกร ปราบแม่มด ทำลายหอคอยแล้วนำเธอลงมา

            บรรยากาศเงียบไปชั่วอึดใจ ขณะเด็กหญิงที่ยืนไม่ห่างกำลังกะพริบตาปริบๆ

            โธ่ เชอรี่ เธอเล่นไม่สมบทบาทเลย ฉากนี้เธอต้องร้องอ้อนวอนขอความช่วยเหลือให้ฉันไปช่วยแล้วนะแดนบ่นอุบ

            ฉันยังไม่ได้อ่านนิทานเท่าไหร่เลยนี่นา

            ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันเล่าให้ฟังเองแดนพูด ก่อนหันไปที่เด็กสาวอีกคน ส่วนเธอ จีจี้ เธอต้องเล่นเป็นแม่มดนะ

            จีจี้ขมวดคิ้ว แย้งทันที ทำไมฉันไม่ได้เล่นเป็นเจ้าหญิงล่ะแดน ฉันเองก็อยากเป็นเจ้าหญิงนะ

            แดนระบายลมหายใจ แล้วส่ายหัว ส่องกระจกบ้างนะจีจี้

            และนี่คือกลุ่มเด็กซนประจำหมู่บ้าน ประกอบด้วยหัวหน้ากลุ่มตัวป่วนเป็นเด็กหนุ่มผมทองใบหน้าตกกระท่าทางซุกซน กับเด็กสาวมัดแกละดูเรียบร้อยน่ารัก และเด็กสาวอีกคนที่ดูท่าทางแก่นแก้วกว่าใครเพื่อนกับเส้นผมหยิกฟูบนหัว พวกเขามักจะมาเล่นกันอยู่ที่ลานกว้างกลางหมู่บ้านใกล้กับบ่อน้ำ ซึ่งเนื้อหาของการละเล่นจะเปลี่ยนไปตามอารมณ์ของเด็กหนุ่ม

            และวันนี้พวกเขาก็กำลังเล่นเลียนแบบนิทานเรื่องหนึ่ง

            แดนขมวดคิ้ว เจ้าชาย เจ้าหญิง แม่มด... เรายังขาดมังกรนะ

            ทำไงได้เรามีกันแค่สามคน จีจี้ยักไหล่

            งั้นเธอควบบทเป็นมังกรด้วยละกัน

            ห้ะ!?” ร้องออกมาอย่างไม่ทันคิด กะพริบตาปริบๆสองที ท่าทางยังได้ยินไม่ถนัด

            เด็กหนุ่มรีบอธิบาย งงอะไร จีจี้ ตอนนี้ตัวละครมันมีไม่ครบใช่มั้ยล่ะ

            ใช่ๆ ยังมีไม่ครบ ขาดมังกร

            เพราะงั้นฉันเลยคิดจะให้เธอเล่นเป็นมังกรอีกสักตัวด้วยไง แดนว่าพลางฉีกยิ้มกว้างอย่างจริงใจ

            เด็กสาวผมหยิกคิ้วกระตุกสองสามที ยิ้มแหยมุมปาก ท่าทางเธอดูไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ก่อนเค้นเสียงลอดไรฟัน พลางย่างสามขุมเข้ามาใกล้เด็กหนุ่ม เส้นเลือดบนขมับเต้นตุบๆ แดน...ไหนลองบอกเหตุผลมาชัดๆสิ ว่าทำไมต้องให้ฉันเล่นเป็น แม่มด มังกร หรือตัวประหลาดอื่นๆทุกที่ที่เราเล่นด้วยกัน

            แดนเอียงคอ เลิกคิ้วขึ้นข้าง

            ก็หน้าเธอประหลาดไง

            คำตอบสั้นๆอย่างไม่รักษาน้ำใจเอ่ยออกมาเรียบง่าย ซึ่งเจ้าตัวที่พูดดูจะไม่รู้สึกอะไรเลย ผิดกับคนฟังที่รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวอยากกระทืบคนขึ้นมาตะหงิดๆ

            ว่าแล้วก็เอาเลยละกัน!

            ผัวะ!

หมัดลุ่นๆจากจีจี้พุ่งเข้าข้างแก้มของแดนทันที เด็กหนุ่มเซถลา รู้สึกปวดแปล็บๆ เขาหันมามองจีจี้ท่าทางยังสับสน ไม่มีแม้เวลาให้คิด อีกหมัดก็พุ่งตามมาติดๆ ก่อนรัวเป็นชุด แม้หมัดจะไม่หนักมากแต่โดนบ่อยๆนี่ก็หงายหลังเหมือนกันนะ

            จีจี้ต่อยพัลวัน แดนวิ่งหลบ แต่จีจี้ก็ยังวิ่งไล่ เขารีบยกนิทานขึ้นมากันไว้ แต่ก็กันไม่อยู่ หมัดของจีจี้พุ่งเข้ากระแทกทำเอานิทานกระเด็นออกจากมือ

            นิทานลอยเคว้งกลางอากาศเป็นภาพสโลว์ พวกเขาทั้งสามมองตามเชื่องช้า ก่อนหนังสือเจ้ากรรมจะค่อยๆตกตุ๋มลงบ่อน้ำกลางหมู่บ้าน

            แดนลุกพรวดพราดวิ่งไปเกาะขอบบ่อขณะมองนิทานเล่มโปรดของเขาจมลง ก่อนค่อยๆหันใบหน้าที่เยินเพราะหมัดมาทางจีจี้ น้ำตาคลอเบ้า

            นิทานฉัน...ตกไปแล้ว

            แน่นอนว่าพวกเขารู้กิตติศัพท์ของบ่อน้ำนี้ดี หากมีอะไรตกลงไปแล้วจะไม่มีทางได้กลับคืน

            เด็กสาวผมหยิกพ่นลมหายใจ ยักไหล่แบบไม่รู้สึกรู้สา สมน้ำหน้า!”

            นิทานของเด็กหนุ่มจมลงอย่างช้าๆ นิทานที่จมลงใช้เวลายาวนานจนหน้ากระดาษเปื่อยยุ่ย ตัวหนังสือจากน้ำหมึกชั้นดีพร่าเลือน ทว่าแม้จะนานเท่าไหร่กลับยังไม่ถึงก้นของบ่อน้ำ... กี่ชั่วโมง กี่วัน กี่เดือน หรืออาจยาวนานเป็นปี

ปลายทางแห่งความมืดไร้ซึ่งสิ่งใดนอกเสียจากความมืดราวกับมันกำลังดำดิ่งสู่ห้วงลึกชั่วนิรันดร์ จวบจนกระทั่งพบแสงสว่างเล็กๆที่ปลายอุโมงค์ แสงสว่างที่นำไปสู่โลกใหม่

 

            ณ โลกปีศาจ

            ข้ามีเขา เรามีปีก ฉีกเนื้อกินเป็นอาหาร~”

            บทเพลงเอื่อยเฉื่อยจากน้ำเสียงห่วยๆดังออกมาจากร่างร่างหนึ่งซึ่งกำลังเดินลากรถเข็นที่มีสิ่งของมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก กระดาษ หรือกระทั่งเศษขยะ เขาคือพ่อค้าขายของเก่าธรรมดา ทว่ามันคงไม่ธรรมดาเท่าไหร่เมื่อศรีษะมีเขาแหลม พร้อมด้วยปีกสีดำขนาดใหญ่ที่งอกออกมาจากกลางหลัง กับตาดวงที่สามซึ่งปรากฎบนหน้าผากและกำลังขยับหลุกหลิกตามการเคลื่อนไหว

            พลันสายตาทั้งสามดวงของพ่อค้าเหลือบไปเห็นหนังสือเล่มหนึ่งที่กำลังลอยเท้งเต้งอยู่บนผืนน้ำและกำลังจะมาเกยฝั่ง เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย ตาเป็นประกาย

            ว้าว~ เราเจออะไรเข้าล่ะเนี่ย ปีศาจใช้สองนิ้วคีบหนังสือแล้วยกขึ้นมาไว้ในระดับสายตา เอียงคอมอง หืม... นิทานจากโลกมนุษย์ เปียกชุ่มไปหมด แถมยังมีบางหน้าขาด แต่ไม่เป็นไรยังพอขายได้

            ปีศาจไหวไหล่ โยนหนังสือเข้ารถเข็น แล้วออกเดินทางต่อ

           

            ณ โลกปีศาจ จักรวรรดิ ราเวนเนีย

            ข้าเบื่อ

เสียงเยียบเย็นดังมาจากเจ้าของร่างสูงสง่าที่กำลังนั่งใช้มือชันคางบนเก้าอี้สูงกว่าผู้ใด ใบหน้างดงามราวกับมีจิตรกรฝีมือดีมาปั้นแต่ง เส้นผมสีน้ำตาลยาวสลวยถึงกลางหลัง เขาทั้งสองข้างที่งอกจากขมับโค้งงองดงาม เช่นเดียวกับปีกสีดำสนิทที่พับเก็บอยู่กลางหลัง ขณะดวงตาเหม่อมองไปไกลแสนไกล

เขาคือ ราเวน ราชาแห่งโลกปีศาจ

คงไม่มีผู้ใดสงสัยเป็นแน่หากจะเอ่ยถึงพลังอำนาจในการขึ้นครองราชย์ปกครองโลกปีศาจ ทว่าเมื่อเทียบกับพรรษาที่น้อยนิดกลับทำให้มีหลายต่อหลายเสียงคัดค้าน

ราเวนยังเด็กเกินไป หากให้เขาขึ้นเป็นราชา โลกของเราจะมีแต่ความปั่นป่วน

แต่บนโลกใบนี้ไม่มีใครมีพลังทัดเทียมกับเขา

โลกที่ปกครองด้วยพลังอย่างเดียวไม่มีทางไปรอด

แต่โลกปีศาจอำนาจคือที่สุด

แล้วด้วยเหตุผลตอนท้ายราเวน ก็ได้เป็นราชาของโลกปีศาจด้วยอายุเพียง 230 ปี (23 ปี อายุมนุษย์)

ข้าเบื่อ

คำกล่าวสั้นๆทำให้เสนาบดีข้างกายหลายคนขนลุกซู่

อะ เอ่อ... แล้วท่านราเวนมีสิ่งใดที่อยากเป็นพิเศษรึเปล่า

นัยน์ตาเฉยชาหันมามอง เงียบไปครู่หนึ่ง

คิดให้ข้า

เสนาบดีรีบเปิดหนังสือเล่มหนาหนักข้างตัว เอ่ยรัวเร็ว วันนี้พ่อครัวของเรามีเมนูใหม่มานำเสนอ ทำจากเนื้อ ออร์ค คิดว่าน่าจะถูกใจพระองค์

เจ้าของร่างสูงสง่าเงียบ

งั้นแบบนี้เป็นไง มีนางสนมคนใหม่เข้ามาให้การรับใช้พระองค์ เธอเป็นตัวแทนจากเผ่า อินคิวบัส สวยงามเกินบรรยาย

ยังเงียบ

งั้นถัดไป... มีการออกกำลังกายชนิดใหม่...

หยุด เสียงสั่งเยียบเย็น ทำให้เสนาบดีต้องหุบปากฉับ

ราเวนหรี่นัยน์ตามอง แค่นเสียงดูถูก

มีชีวิตอยู่มาเกือบพันปี ไม่มีข้อเสนออะไรให้มันเข้าท่ากว่านี้เลยรึไงนะ

บรรยากาศเงียบไปชั่วอึดใจ

ได้ข่าวว่าวันนี้ด้านล่างของจักรวรรดิมีตลาดนัด ข้าจะไปเดินเล่น

 

ณ ตลาดนัด

การค้าขายของชาวบ้านคลาคล่ำไปด้วยผู้คนซึ่งปกติที่แห่งนี้คงเต็มไปด้วยเสียงร้องโวยวายแข่งกันเรียกลูกค้าของบรรดาพ่อค้าแม่ค้า หากแต่วันนี้กลับเงียบกริบเมื่อมีราชาของพวกเขาลงมาเยี่ยมเยียน

ถวายบังคมค่ะฝ่าบาท....

ในตลาดเองก็ไม่มีของน่าสนใจอย่างที่เขาใฝ่หา สินค้าส่วนใหญ่เป็นอัญมณี ปีศาจทุกตัวล้วนชื่นชอบอัญมณี สีสันตระการตา ดูงดงามและส่องสกาว ผิดกับพวกเขาที่ดูมืดมนและอัปลักษณ์ จึงทำให้มันเป็นที่นิยม

ทว่าเขากลับเบื่อหน่ายกับสิ่งเหล่านี้ ตั้งแต่เขาขึ้นเป็นราชาของโลกปีศาจ เหล่าเสนาบดีน้อยใหญ่ต่างขนอัญมณีมากมายเท่าภูเขามาให้เขาหยิบเลือกจนกว่าจะชอบใจ ใช่ มันอาจเป็นสวรรค์สำหรับหลายๆคน แต่หากสิ่งใดที่ครอบครองมากเกินไป สิ่งนั้นจะไร้ค่า เช่นเดียวกับนางสนมที่ยืนเรียงคิวรอเขาอยู่หน้าห้อง พวกเธอพร้อมพลีกายถวายชีวีมอบความสุขที่สุดแสนหฤหรรษ์ให้เขาเพียงเขาออกคำสั่ง

ง่ายเกินไป... ทุกๆอย่างมันง่ายเกินไป จนเขาลืมความรู้สึกที่ทำให้หัวใจเต้นแรงจนกระเด็นออกจากอกไปเสียแล้ว

ทว่าวันนี้ดูจะมีอะไรให้ราชาปีศาจสนใจขึ้นมาบ้าง

นัยน์ตาคมกริบมองเห็นแผงขายของแบกะดินที่ประกอบไปด้วยเศษเหล็กหรือขยะชิ้นอื่นๆ ของพ่อค้าสามตา เขาสะดุดอยู่ที่หนังสือเล่มหนึ่ง มันเปียกน้ำเล็กน้อย หน้ากระดาษหลุดรุ่ย

มันเป็นนิทานจากโลกมนุษย์พะยะค่ะ กระหม่อมเจออยู่ริมแม่น้ำ พ่อค้าสามตารู้งาน รีบอธิบายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

...โลกมนุษย์ ราเวนมีสีหน้าแปลกใจ พลางหยิบหนังสือมาเปิดดู

แน่นอนพะยะค่ะ มันเป็นนิทานปรัมปราที่มนุษย์ชอบอ่าน อักษรที่ถูกเขียนขึ้นก็เป็นภาษาของมนุษย์แต่ชาวปีศาจอย่างเราก็สามารถอ่านได้

หืม... น่าสนใจ

ร่างสูงสง่าเปิดหนังสืออ่านทันที เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงจวบจนคิ้วคมเข้มของใบหน้างดงามขมวดกันยุ่ง ขณะเปิดหน้าหนังสือให้พ่อค้าสามตาดู แล้วว่าเสียงเย็นอย่างไม่พอใจ

ตัวหนังสือหายไป กระดาษฉีกขาด

พ่อค้ามองอยู่ครู่แล้วตอบ

ใช่ พะยะค่ะ การเดินทางจากโลกมนุษย์มาสู่โลกปีศาจใช้เวลาพอสมควรและมีน้ำเป็นทางผ่าน หนังสือที่เปราะบางย่อมเสียหายเป็นเรื่องธรรมดา

ราเวนเงียบไป เขาเปิดหนังสืออ่านอีกครั้ง แล้วเอ่ยเสียงเรียบ

ข้าชอบหนังสือเล่มนี้ หากเจ้ามีเล่มที่สมบูรณ์ข้าพร้อมจะซื้อด้วยอัญมณีสิบกิโลกรัม

เป็นอันสะดุ้งโหยงไปทั้งตลาดกับราคาที่โคตรจะเกินคาดของหนังสือ อัญมณีสิบกิโลฯ ถ้าได้มาคงไม่ต้องทำงานไปตลอดชาติ

เสียใจด้วยพะยะค่ะ กระหม่อมมีเล่มนี้เพียงเล่มเดียว พ่อค้าสามตาหน้าบูดเบี้ยวรู้สึกเสียดายอย่างสุดซึ้ง

เจ้าไม่รู้จักใครที่ขายหนังสือเล่มนี้เลยรึไง

บอกตามตรง ข้าเคยเห็นเพียงเล่มเดียวในชีวิต และข้ามั่นใจว่าหากมีเล่มอื่นแต่ถ้าเดินทางจากโลกมนุษย์มาสู่โลกปีศาจด้วยวิธีเดียวกัน ไม่มีทางที่หนังสือเล่มใดๆจะสมบูรณ์

พ่อค้าสามตาเงยหน้ามองราชาแล้วเอ่ยอย่างจริงใจ ราเวนเองก็สัมผัสได้เขาจึงไม่ซักไซ้ต่อ

แน่นอนว่ามีวิธีที่เขาจะได้อ่านหนังสือเล่มนี้ในฉบับสมบูรณ์ แม้มันจะเป็นวิธีที่ไม่ควรทำเลยก็ตาม

ราเวนฉีกยิ้ม ข้าจะไปโลกมนุษย์

นัยน์ตาของราชาปีศาจฉายแววจริงจังและมีชีวิตชีวากว่าครั้งใดๆ

เสนาบดีและผู้ติดตามตกตะลึงอ้าปากค้างทันใดเมื่อได้ยินคำกล่าวนั้น เหงื่อของพวกเขาแตกพลั่กๆ

ทำแบบนั้นไม่ได้! ท่านจะทิ้งโลกทั้งใบเพียงเพราะหนังสือเก่าๆเล่มเดียวหรือ

ข้าไปไม่นาน

เสนาบดีแทบเป็นลม เขาไม่อยากจินตนาการถึงโลกปีศาจที่ขาดผู้นำ พวกมันคงเข่นฆ่ากันวุ่นวายเพื่อตำแหน่งบัลลังค์ที่ว่างอยู่ ไม่มีใครรู้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ทั้งๆที่เป็นอย่างนั้นแต่ราชาหนุ่มคนนี้ก็ยังอยากเสี่ยงหนีไปงั้นหรือ

ก็แค่นิทานจากโลกมนุษย์เพียงเรื่องเดียว มีเหตุผลอะไรที่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้นหรือพะยะค่ะเสนาบดีเอ่ยถาม

หนังสือสนุกอย่างที่ไม่เคยเห็น เพียงตัวหนังสือก็ทำให้ใจของเขาเต้นแรงอย่างที่ไม่ได้เป็นมานาน

ราเวนฉีกยิ้มหยันคิ้วซ้ายเลิกขึ้นสูง ปีกสีดำแข็งแกร่งกางออกทิ้งไว้เพียงคำพูดสุดท้ายว่า

แก้เบื่อไง

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น